นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๒ มิถุนายน ๒๕๔๘
จากอาหารเช้าแบบอังกฤษถึงยอร์คเชอร์พุดดิ้ง #1
pilgrim
...สวัสดีค่ะ​ วันนี้ไม่​ได้กะ​จะมาเปิดครัวแข่ง​กับแม่ครัวหัวป่าก์ คุณแม่บ้านรจนานะคะ​ ​แต่​พอดีมีรายการ "คุณถามมา" จากคุณพญาไฟ เรื่อง​ ยอร์คเชอร์ พุดดิ้ง...

ตอน : จากอาหารเช้าแบบอังกฤษถึงยอร์คเชอร์พุดดิ้ง

สวัสดีค่ะ​ วันนี้ไม่​ได้กะ​จะมาเปิดครัวแข่ง​กับแม่ครัวหัวป่าก์ คุณแม่บ้านรจนานะคะ​ ​แต่​พอดีมีรายการ "คุณถามมา" จากคุณพญาไฟ เรื่อง​ ยอร์คเชอร์ พุดดิ้ง (Yorkshire pudding) ​และ จากคุณแม่บ้านรจนาเรื่อง​ อาหารเช้า​แบบอังกฤษ ก็เลย​​เอามาเย็บรวมเล่มเขียนเสียในคราวเดียวกันเลย​ค่ะ​

รูปภาพประกอบก็ไม่​ได้มาจากในครัว​ที่บ้านพิลกริมหรอกค่ะ​ ​เพราะอย่าง​ที่เคยบอก พิลกริมไม่มีครัว มี​แต่คาน​ที่เกาะไว้อย่างเหนียวแน่น ดังนั้น​ จึง​ต้องขอบคุณเจ้าของภาพ​ที่นำมาจากเว็บต่างๆ​ไว้ด้วยค่ะ​

​เป็นอันว่า เราเริ่มจาก อาหารเช้า​กันก่อนเลย​นะคะ​

ตอน​ที่พิลกริมเดินทางมาถึงอังกฤษใหม่ๆ​ นั้น​ ก่อนมา​ได้รับการแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่า ​จะ​ต้องถูกส่งตัวเข้าหอ (ไม่​ต้องตื่นเต้นค่ะ​ หมายถึงหอพักนักเรียน หรือ Hall of Residence) ​และหอ​ที่​จะ​ต้องมาอยู่​ นี่​คือหอแบบ​ที่​เขาคิดเงิน รวมค่าอาหาร​ไปด้วย ​คือ​เป็นแบบ catered hall ​ซึ่ง​เป็นการสร้าง​ความวิตกกังวลให้​กับพิลกริม​เป็น​กำลัง ​เนื่องจากก่อนมา มีผู้สันทัดกรณีหลายท่าน ​ที่เคยมา​ใช้ชีวิตอยู่​​ที่อังกฤษมาก่อน เตือนไว้อย่างชวนขนพองสยองเกล้าว่า เธออย่า​ได้สมัครเข้าหอ​ที่มีอาหารเลี้ยงเด็ดขาด ​เพราะ​ถ้าเทียบ​กับประเทศแถบยุโรป อย่างอิตาลี หรือ ฝรั่งเศส​ซึ่งขึ้น​ชื่อว่ามีรสนิยมวิไลเรื่อง​อาหารแล้ว​ อาหารอังกฤษ​เป็นอาหาร​ที่ไม่อร่อยสุดๆ​ จืดชืด ไม่มีรสชาติ ​โดยเฉพาะไม่เหมาะอย่างยิ่ง​กับ คอเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ดจัดจ้านอย่างคนไทย (จริงเท็จอย่างไร สงสัย​จะ​ต้องทำโพลล์สำรวจนะคะ​)

​แต่ใน​เมื่อมัน​เป็นลิขิตจากฟ้า ให้พิลกริม​ต้องเข้า​ไปอยู่​ในหอของ​เขา ​ที่มีอาหารเลี้ยงทุกมื้อ พวกผู้สันทัดกรณี ก็ต่างพากันทำหน้าเห็นใจสุดฤทธิ์ ​พร้อมบอกว่า "งานนี้ เธอซูบแน่"

คลิกดูภาพขยาย



เช้า​วันแรกในหอพัก พิลกริมก็ตื่นขึ้น​มาลิ้มลองตามประสาคนชอบชิม เดินเข้า​ไปในห้องอาหารแบบ canteen ​เขา​จะมีถาดไม้ให้เราหนึ่ง​ใบ แล้ว​เราก็เดินถือถาดนั้น​เข้า​ไปในห้องครัว ​ไปหยิบจานมาวางบนถาด เดินเข้า​ไปตามเคาเตอร์​ที่มีพ่อครัว แม่ครัวมาบริการอยู่​​เป็นระยะๆ​ เช่น ฝ่ายขนมปังปิ้ง ​เขาก็​จะถามว่า เรา​ต้องการกี่ชิ้น จากนั้น​ ก็เร่​ไปยัง​ไปฝ่ายไข่ ​ซึ่ง​จะมีไข่สามอย่างให้เลือก ​คือ scrambled egg (ไข่กวนในนมเนย ปรุงรสด้วยเกลือ​และพริกไทย)

คลิกดูภาพขยาย


poached egg (ไข่ต้มแบบไม่มีเปลือก คล้ายๆ​ไข่ดาว ​แต่นำไข่​ไปเต๊าะลงในน้ำต้มเดือด)

คลิกดูภาพขยาย



หรือ fried egg(ไข่ดาว)

จากนั้น​ เราก็​ต้องเลือกอีกว่า เรา​ต้องการเบคอนทอด หรือไส้กรอก chipolata ทอด




​ถ้า​จะ​เอาสองอย่างก็​ได้เหมือนกัน ​แต่​เขา​จะลดปริมาณของ​แต่ละอย่างลง (​แต่​จะทำอย่างนี้​ได้ ​ต้องซี้​กับพ่อครัว แม่ครัวพอสมควรค่ะ​ ไม่งั้น พี่แก​จะมองหน้าทำท่าสงสัย ว่าไอ้คนนี้มาแปลก ​เพราะไม่ค่อยมี​ใคร​เขาทำกัน ตอนหลัง พิลกริมก็อาศัยยิ้มสยาม ตีซี้ คุณเชฟเลย​ให้หม่ำแบบสองอย่าง​ได้ คุณเชฟ​ทั้งหลาย​จะน่ารักค่ะ​ ขนาดพิลกริมอยู่​แค่สามเดือน ก่อนจากกัน ​เพราะมหาวิทยาลัย​เขา​จะปิดหอช่วงซัมเมอร์ คุณเชฟคนหนึ่ง​ยังมาถามเลย​ว่า ตอนหอเปิด เธอ​จะกลับมาอยู่​​ที่นี่อีกหรือเปล่า ​แต่ก็ไม่​ได้กลับเข้า​ไปอีกเลย​ค่ะ​)

จากนั้น​ก็มาถึงรายการ baked bean ก็​คือ ถั่วอบในซอสมะเขือเทศ ​เขา​จะมีทัพพีให้เราตักราดใส่จาน​ไปเลย​ แบบฉันสำรวม อันว่า แผนก baked bean นี้ ​เขาให้เราตักเองตามสบายค่ะ​ รสชาติก็เค็มๆ​ มันๆ​ ปนหวานปะแล่มๆ​ สำหรับ baked beanนี้ ​ถ้าเรา​จะกินเอง​ที่บ้าน ​เขามีขาย​เป็นกระป๋องสำเร็จรูป หาซื้อ​ได้ทั่ว​ไป แผนกสุดท้าย​คือข้าวต้ม หรือ porridge ​ซึ่งพิลกริม ไม่เคยลองชิมของ​เขาสักที ​เพราะกลัวไม่อร่อย ​เนื่องจากมันผิด​ไปจากข้าวต้มหรือโจ๊กแบบบ้านเรา ​โดยสิ้นเชิง

ต่อจากข้าวต้มก็​เป็นแผนกของหวาน ​ซึ่งในตอนเช้า​ ​จะมีให้เราเลือกว่า​เป็นผลไม้ (ส้ม แอปเปิล แพร์ กล้วยหอม) เลือกหยิบ​ได้แค่หนึ่ง​อย่าง หนึ่ง​ลูกเท่านั้น​ หรือ​จะเลือก​เอาเกรพฟรุตแช่เย็นก็​ได้ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


จากนั้น​ เราก็​ไปหยิบแก้วมากดน้ำผลไม้ เช่น น้ำแอปเปิล น้ำสับปะรด หรือน้ำส้ม ก็เลือก​ได้แค่หนึ่ง​อย่าง ​และกด​ได้เพียงหนึ่ง​ครั้ง ไม่มีรีฟิลเหมือนกัน ​ถ้า​ใครชอบโยเกิร์ต ​จะหยิบติดมือมาก็​ได้ค่ะ​ รูป​ที่เห็น ​คือน้ำแอปเปิลค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


คราวนี้ ก็ขอเชิญเดินออกมานอกห้องครัว แล้ว​หา​ที่นั่ง​เอาตามสบายค่ะ​ ​ที่นอกห้องครัว ยังมีของรับประทานตั้งไว้​เป็นอาหารเสริม อย่าง ซีเรียล ​กับนม หากท่านผู้ใด คิดว่าไม่อิ่ม​กับของ​ที่​ได้มาจากในครัว ก็มาหม่ำตรงจุดนี้​ได้เพิ่มเติมค่ะ​ ​และมีชา กาแฟ ​ซึ่งใน​ส่วนนี้ ดื่ม​ได้ไม่อั้นเหมือนกันค่ะ​ นอกจากนั้น​ ในบริเวณนี้ ยังมีเครื่องปรุงต่างๆ​ เช่น ซอสมะเขือเทศ เกลือ พริกไทย น้ำส้ม (malt vinegar) เนย ​และแยมต่างชนิดให้เลือกตามประสงค์

​ที่กล่าวมานั้น​ ​เป็นอาหารเช้า​แบบเต็มรูปแบบ หรือ​ที่เรียกกันว่า Full English breakfast ​ซึ่ง​เขาเรียกอีกแบบหนึ่ง​ว่า Fry-up ​เพราะประกอบด้วยของทอด​เป็นหลัก เช่น ไส้กรอก เบคอน ไข่ บาง​ที่ ก็มีเห็ดหรือมะเขือเทศทอดในเนยให้ด้วยค่ะ​



หลังจากการรับประทานอาหารเช้า​ในวันนั้น​แล้ว​ พิลกริมว่า อาหารเช้า​ของอังกฤษ ​เขาก็อร่อยดีเหมือนกันนะ อาหารมื้ออื่นๆ​ ก็อร่อย เรียกว่ากินอะไร​ของ​เขาก็อร่อย​ไปหมด ​เป็นอันว่า โครงการลดพุงหลาม สร้าง​ความซูบผอม ​เป็นอันยกเลิก ผู้สันทัดกรณี คงผิดหวังพิกล

​เมื่อประมาณสองสามปีมานี้ ทางสำนักข่าว BBC ​ได้รายงานว่า อาหารเช้า​แบบ fry-up ของอังกฤษ ​กำลังค่อยๆ​เลือนหาย​ไปจากเมนูของครอบครัวชาวเกาะบริเทน สาเหตุหลัก ก็​คือ ​ความขี้เกียจของชาวเมืองผู้ดี ​เพราะชีวิตการทำงาน​และชีวิตยามเช้า​ อันยุ่งเหยิงวุ่นวายของโลกสมัยใหม่ ทำให้คนอังกฤษไม่อยาก​จะลุกขึ้น​มาทอดอะไร​ ​เขาบอกว่ามันเสียเวลา (นี่ขนาดทอดยังไม่มีเวลานะเนี่ย ​ถ้ามาเจอการทำครัวอันมากด้วยกระบวนการ โขลก ตำ ผัด คั่ว ต้มยำ ทำแกง แบบไทย มิส่ายหน้ากันหมดหรือ) ​ส่วนสาเหตุรอง ก็​คือ อาหารประเภททอดแบบนี้ มากด้วยแคลอรี ไม่เหมาะ​กับสุขภาพ

ในข่าวบอกด้วยค่ะ​ ว่า กิจกรรมทำครัวของ​เขานั้น​ ​สามารถเผาผลาญแคลอรีในร่างกาย​ได้ประมาณ 100 แคลอรี ขณะ​ที่พอหม่ำแค่ไส้กรอกทอดชิ้นเดียว ก็ปาเข้า​ไปตั้ง 127 แคลอรีแล้ว​ ​จะเห็นว่า พลังงาน​ที่เสีย​กับ​ที่​ได้รับมันต่างกันมากนะคะ​ ดังนั้น​ ​เขาจึงหัน​ไปรับประทานอาหารอื่น​ที่ สะดวก​หยิบ สะดวก​หม่ำ แคลอรีต่ำ ขย้ำ​ได้เร็ว เช่น นั่งหม่ำบนรถ​ระหว่าง​ไปทำงาน​ได้ หรือนั่งหม่ำ​ที่โต๊ะทำงาน​ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ​ได้แก่ ซีเรียล​ที่​เอามาอัด​เป็นแท่งสำเร็จรูป ​และก็แอปเปิลอีกหนึ่ง​ผล เท่านี้ ​เขาก็อิ่มกันแล้ว​ (อิ่ม​ได้ไงฟะ ​เป็นพิลกริมไม่พอเลี้ยงพยาธิงูหลามในท้องหรอก) ​เขาเรียกวัฒนธรรมอาหารเช้า​แบบใหม่นี้ว่า "Deskfast"



ข่าวล่ามาเร็ว ยังแจ้งด้วยว่า อาหารเช้า​แบบอังกฤษ ​จะค่อยๆ​ตายสนิท ด้วยน้ำมือของศัตรูตัวฉกาจ ​ซึ่ง​ได้แก่อาหารสำเร็จรูปจากประเทศต่างๆ​ เช่น มยูสลี่ (muesli) จากสวิตเซอร์แลนด์ (มีแม่หญิงรจนา​เป็นเจ้าถิ่น) ครัวซองต์จากฝรั่งเศส ​และ มัฟฟินจากอเมริกา







มีปรากฏการณ์​ที่น่าเศร้าใจสำหรับนักกิน ​คือ ร้านอาหาร​ที่เปิดขายอาหารเช้า​ แบบ fry-up นี้ ​ต้องทยอยกันปิดตัวลงนับ​แต่ปี 1997 ​เป็นต้นมา

​เอารูปถ้วยชามสวยๆ​​ที่​เขา​ใช้ในการเสริ์ฟมาให้ดูเล่นๆ​ด้วยค่ะ​ ​แต่ชีวิตในหอพัก ไม่​ได้ของหรูๆ​อย่างนี้หรอกนะคะ​



คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


จบการรายงานข่าว เรื่อง​ อาหารเช้า​แบบอังกฤษ รายงาน​โดย สำนักข่าว BBC...​ เก็บ​เอามาฝอยต่อ ​โดยพิลกริม

โปรดติดตามข่าวเรื่อง​ Yorkshire pudding ครั้งต่อ​ไป.

 

F a c t   C a r d
Article ID S-984 Article's Rate 32 votes
ชื่อเรื่อง จากอาหารเช้าแบบอังกฤษถึงยอร์คเชอร์พุดดิ้ง --Series
ชื่อตอน จากอาหารเช้าแบบอังกฤษถึงยอร์คเชอร์พุดดิ้ง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มิถุนายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ทัวร์ชูชก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๓๖๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ป้าแก่ [C-4695 ], [58.10.178.130]
เมื่อวันที่ : ๑๙ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๙.๕๖ น.


อย่าว่ากันนะ ​​แต่เห็นอาหารเช้า​​ของชาวเมืองผู้ดี (​​ที่ชอบยกทัพ​​ไปรุกรานชาวบ้าน​​เขามา​​แต่อดีตนั้น​​ ​​และยังไม่ยอมปล่อยอีกบางประเทศในปัจจุบันนี้ ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่า​​เป็นเมืองผู้ดี )​ เห็นแล้ว​​เลี่ยนสุดๆ​​ สู้ข้าวต้มกุ้ยหรือข้าวต้มเครื่องยามเช้า​​บ้านเราไม่​​ได้เลย​​จ้า

​​แต่ยังไงก็ขอมอบดอกไม้ให้​​กับสาวนักชิมคนนี้ มีการตีซี้​​กับพ่อครัวด้วย ​​และขอบคุณสำหรับ​​ความรู้เรื่อง​​อาหารเช้า​​ชาวอังกฤษด้วยจ้า...​​...​​...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ป้าแก่ [C-4696 ], [58.10.178.130]
เมื่อวันที่ : ๑๙ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๙.๕๗ น.


อ้อ น้องพิลจ๊า ป้าว่าคำว่า "รสชาติ" น่า​​จะเขียน​​เป็น "รสชาด "นะหรือป้าแอ๊ดว่าไงเน้อ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-4698 ], [203.188.10.19]
เมื่อวันที่ : ๑๙ พ.ค. ๒๕๔๘, ๒๒.๐๘ น.

อ้อ เขียน รสชาติ ถูกแล้ว​​ค่ะ​​ ป้าแก่ คุณพิลกริมนี่ยิ่งเขียนยิ่งเก่งนะคะ​​ อ่านแล้ว​​ยังกะ ​​เป็นพี่ ​​เป็นน้องของคุณรจเลย​​ล่ะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ละอองฝน [C-4705 ], [133.1.128.95]
เมื่อวันที่ : ๒๐ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๐.๕๔ น.

อ่านแล้ว​​สนุกจัง เล่า​​ได้สนุกดีค่ะ​​ อยากชิมมั่ง ลอฝ.​​เป็นคนชอบรสชาติ (มัก​​จะเขียน​​เป็น รสชาด อยู่​​เรื่อยเหมือนกันค่ะ​​ )​ ​​ที่เค็มๆ​​ เผ็ด ดูแล้ว​​เหมือน​​จะเลี่ยน ​​แต่​​ถ้ามีเกลือให้แล้ว​​ล่ะก็ บ่ยั่นค่ะ​​ ​​แต่ดูท่าทาง​​เมื่อคุณพิลกริมกลับ​​ไปเมืองไทย ผู้สันทัดกรณีคง​​จะ งง เง็ง ว่า ทำไมคุณพิลกริมถึงไม่​​เป็น​​ไปตามกรณี​​ที่เค้าสันทัดด้วย​​ความกังวลนะคะ​​ ลอฝ. ​​เป็นคนนึง​​ที่มัก​​จะมี​​ความสุขในการทาน ​​แต่มัก​​จะทุกข์หลังจากทานเสร็จค่ะ​​ (ว่าฉันทำไมหม่ำอะไร​​เยอะแยะอย่างงี้ )​ ไม่ทราบคุณพิลกริม​​เป็นเหมือนกันมั๊ยคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : แสนรัก [C-4720 ], [219.47.52.37]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๓.๒๑ น.

เห็นด้วย​​กับคุณป้าแก่ค่ะ​​ ว่าหน้าตาอาหารเช้า​​แบบผู้ดีอังกฤษเนี่ยดูออก​​จะเลี่ยนๆ​​นะคะ​​ แล้ว​​มื้ออื่นๆ​​​​เป็นยังไงคะ​​ มีอะไร​​พิเศษหรือเปล่า อยากรู้เรื่อง​​การดื่มชาบ้างน่ะค่ะ​​ ว่างๆ​​เล่าให้ฟังบ้างนะคะ​​ สนุกดี อ่านแล้ว​​เพลิน ​​ได้​​ความรู้อีกต่างหาก ขอบคุณนะคะ​​

ปล.เรื่อง​​ผีๆ​​น่ะมีค่ะ​​ รอนิดนึงนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : Poceille [C-4777 ], [161.200.255.161]
เมื่อวันที่ : ๒๖ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๐.๒๗ น.

มาตามเก็บอาหารเช้า​​เจ้าค่าเอ๊ย...​​


เคยดูพ่อครัวสุดหล่อเจมี่ โอลิเวอร์ทำอาหารเช้า​​แบบอังกฤษเสนอ มัว​​แต่ดูหน้าคนทำเพลินเลย​​จำ​​ได้แค่พ่อหนุ่มเธอ​​เอาไข่มาตอก ๆ​​ ​​เอาเบคอนมาแปะ ๆ​​ ออกมาหน้าตาน่ากินดีเหมือนกันค่ะ​​ อิอิอิ...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : รจนาเมืองหนาวววนะเนี่ย [C-4863 ], [212.152.24.41]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๔๘, ๑๙.๑๑ น.

อ้าว อ่านผ่าน​​ไปนานแล้ว​​ ลืมมาเม้าท์ด้วยคน
อยากเพิ่มเติมสำหรับ​​เพื่อน ๆ​​ ​​ที่รู้สึกเลี่ยนว่า อาหารเมืองนอกนั้น​​อุดมไขมันดี​​เพราะอากาศเย็น​​เขากว่าเรา ผู้คน​​เขา​​ใช้พลังงาน​​เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้น​​​​ต้องทานให้เพียงพอ​​กับ​​ความอุ่น ตอนกิน​​จะไม่รู้สึกเลี่ยน​​เพราะ​​เป็นของ​​ที่ร่างกาย​​ต้องการ หากมาทานเมืองร้อนอย่างบ้านเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน ดูอย่างพิลกริมสิ ​​ต้องเดิน​​เป็นชั่วโมง​​ไปสถานีรถไฟ ขืนโซ้ยข้าวต้มคงย่อยหมดตั้งแต่สิบนาทีแรกแล้ว​​ อิอิ (หรือ​​ที่จริงโซ้ยข้าวต้มประจำก็ไม่รู้นิ)
รจนาเห็นว่าข้อดีของอาหารเช้า​​แบบนี้ ​​คือ มีให้เลือกทานหลายอย่าง ไม่ชอบมัน ๆ​​ ก็ทานเฉพาะขนมปังทาแยม โยเกิร์ต​​กับกาแฟหรือชาก็​​ได้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : รจนาอยากเป็นกิ๊ก [C-4864 ], [212.152.24.41]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๔๘, ๑๙.๑๖ น.

เอ๊ะ เพิ่งเห็นว่า ป้าแอ๊ด​​เขาบอกว่า เราสองคนเขียนหนังสือแล้ว​​เหมือน​​เป็นพี่​​เป็นน้องกัน ฟังแล้ว​​รู้สึก​​เป็นเกียรติจริง ๆ​​ ค่ะ​​ นี่​​ใคร​​เป็นพี่​​ใคร​​เป็นน้องก็ไม่รู้นิ ​​แต่ฝากตัว​​เป็น "กิ๊ก" ก่อน​​ได้ไหมเอ่ย ​​แต่เราว่าเราควร​​เป็นน้องนะ (หา​​ได้นับตีนกา​​ที่ใบหน้าแข่งไม่) ​​เพราะเรายังเขียน​​ได้ไม่ "เบิกบาน" จี้เส้น ลุ่มลึก ​​และหลุดพ้นเหมือนวิธีเขียนของคุณพิลฯเลย​​หล่ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ออ [C-10687 ], [125.25.207.180]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ม.ค. ๒๕๕๐, ๑๙.๕๘ น.

อยากกินมาก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : อิง [C-16052 ], [118.173.125.96]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ส.ค. ๒๕๕๒, ๑๙.๔๐ น.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : อิง [C-16053 ], [118.173.125.96]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ส.ค. ๒๕๕๒, ๑๙.๔๓ น.

ดี

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น