นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) #11
รจนา ณ เจนีวา
...แม่บ้านเล่าเรื่อง​เหล่านี้ไม่​ได้เจตนา​จะสร้าง​ความสะเทือนใจ ​แต่​ต้องการสะท้อน​ความสิ้นหวังในสถานการณ์วิกฤต ผลกระทบทางใจระยะยาว​ที่เกิด​กับคน​ที่ประสบภัย...

ตอน : เรื่องราวที่เล่าขาน

การโบกรถใน​ระหว่าง​เป็นอาสาสมัครทำให้เรา​ได้ยิน​ได้ฟังเรื่อง​ราวต่าง ๆ​ มากมาย​ เราก็​เอามาเล่าสู่กันฟัง

แม่บ้าน​ได้โบกรถลุงคนหนึ่ง​แกมีรถกระบะค่อนข้างใหม่ทีเดียว เรา​ได้นั่งด้วยกันสักสามสี่นาที ​แต่แก​ได้เล่าให้ฟังว่า บังกะโลเล็ก ๆ​ ของแกถูกน้ำพัด​ไปเหมือนกัน ​แต่แกยังเหลือรถยนต์คันนี้อยู่​ ​และ​ความ​ที่แกเคยมีฐานะก็เลย​ถูกมองว่า เคยรวยดังนั้น​ไม่ควรเดือดร้อนเท่าคนเคยจน แกบอกว่า คนเรา​จะมีหนึ่ง​ล้านหรือ​จะมีหนึ่ง​ร้อย พอมันสูญ​ไป มันก็เหลือศูนย์เท่ากัน

กรณีคุณลุงยังมีรถเหลืออยู่​ เลย​อาย ไม่กล้าบากหน้า​ไปขอ​ความช่วยเหลือรับของบริจาค ​เพราะคนอื่นรู้ว่าแกเคยมีฐานะ แกบอกว่าตั้งแต่เกิดสึนามิมา แก​ได้รับน้ำบริจาค​ไปหกขวดเท่านั้น​ คุณลุงเล่าด้วยน้ำเสียงธรรมดา ๆ​ มิ​ได้ตัดพ้อต่อว่า​แต่ประการใด แม่บ้านคิดว่า ก็แปลกเหมือนกัน ใน​ความสูญเสียก็ยังมี​ความไม่เท่าเทียม หากมีเงินมากกว่าแล้ว​​ต้องสูญเสีย​จะสู้คนจน​ที่​ต้องสูญเสียไม่​ได้



อีกวันหนึ่ง​แม่บ้านโบกรถสองแม่ลูกมารยาทดี ​แต่งตัวสุภาพ พูดจา​เป็นหลักฐาน คนแม่​ได้เอ่ยปาก​กับแม่บ้านหลังจากรู้ว่า​เป็นอาสาสมัคร (​ซึ่ง​เขาก็คงเดา​ได้ตั้งแต่โบกรถแล้ว​) ว่า ​ถ้ามี​ใครสนใจเช่ารถสองแถวคันนี้บอก​ได้นะจ๊ะ​ ​เพราะเราไม่ค่อยมีงานเท่าไร ​เนื่องจากไม่มีนักท่องเ​ที่ยว เจ้าของรถ​ที่​เป็นลูกชายชื่อ คุณจู้ เคยขับรถรับส่งฝรั่ง​ไปตามแหล่งท่องเ​ที่ยวต่าง ๆ​ ​โดยทำงานร่วม​กับบริษัททัวร์ ตอนนี้ก็​ต้องรับจ้าง​เป็นวัน ๆ​ ​ไปหากมีงานเข้ามา

คง​เป็น​เพราะชะตาเรา​ต้องกัน ก่อนน้องแอ้เดินทางกลับวัน​ที่เรา​ไปดูงานในพื้น​ที่ด้วยกัน​กับพี่มิ​และน้องเดือน แม่บ้านจึง​ได้โทร​ไปเช่ารถ​กับคุณจู้ ​เขาบอกราคาเท่าไรเราก็ไม่​ได้ต่อ (​และมีคนในพื้น​ที่บอกภายหลังว่าราคานี้ไม่แพงแล้ว​) คุณจู้นี่เอง​ที่พาแม่บ้าน​ไปหา​ที่พักใหม่ ไม่ไกลจาก​ที่เก่า ชื่อ กระท่อม​เขาหลัก ​ที่​ได้​ไปพัก​กับป้าแก่​และหมูอาสา (ดูรูป​ได้นะคะ​) ​และพาพวกเรา​ไปตามจุดต่าง ๆ​ อยู่​ด้วยกันครึ่งค่อนวัน คุณจู้ไม่ใช่คนพูดมากช่างคุย ​แต่​เป็นคนสุภาพ เงียบ

ทีนี้แม่บ้านก็​เป็นคนช่างซัก ​ไปถาม​เขาว่าทำไมคนในพื้น​ที่จึงไม่มาช่วยทำ​ความสะอาด ก็คุณจู้นี่แหละ​​ที่บอกว่า ชาวบ้าน​เขายังกลัว ขยาด​กับน้ำอยู่​ แล้ว​คุณจู้ก็เลย​​ไปพูดถึงภรรยา ​ซึ่งทำงานอยู่​โรงแรมรีสอร์ทระดับสี่ห้าดาว ​ซึ่งอยู่​ติดริมหาด ​และโดนน้ำพัดเสียหาย​ไปหลาย​ส่วน (ตอน​ที่​ไปนั้น​ รีสอร์ทกลับมาเปิดบริการ​ได้แล้ว​​ที่ตึกใหญ่ กลุ่มอาสาฯของเรา​ได้​ไป​ใช้โรงแรมนี้จัดประชุมบ่อยครั้ง​กับหน่วยงานต่าง ๆ​)



ตัวคุณจู้เองก็อยู่​ในเหตุการณ์ ขับรถหนีทัน​แต่น้ำก็พัดรถพัง คุณจู้​เป็นห่วงภรรยา กลับ​ไปตามหา​ที่โรงแรม​โดยไม่รู้ว่า ภรรยามีคนช่วย​ไปแล้ว​ ​และ​ไปอยู่​​ที่ รพ ตะกั่วป่า ​ระหว่างทางกลับเข้าโรงแรม คุณจู้เจอคนบาดเจ็บร้องครวญครางมากมาย​​ไปหมด คุณจู้ไม่รู้​จะทำอย่างไร ​เพราะตัวเองก็มี​แต่รถมอเตอร์ไซค์หนึ่ง​คัน จำนวนคนเจ็บก็มากมาย​ไม่รู้​จะช่วย​ได้อย่างไร ตัวเองก็​กำลังพยายามตามหาภรรยาให้เจอด้วย​ความ​เป็นห่วงอย่าง​ที่สุด ประกอบ​กับภาพเหล่านั้น​คง​จะมากเกินใจรับ คุณจู้ไม่​สามารถช่วย​ใคร​ได้ ​เมื่อคุณจู้เจอภรรยา​ที่บาดเจ็บ​แต่ปลอดภัย ​ได้กลับ​ไป​ที่เกิดเหตุอีกครั้ง ก็พบว่าคน​ที่ร้องขอ​ความช่วยเหลือคุณจู้คนหนึ่ง​นั้น​ ​ได้นอนตายในท่าทาง​และสถาน​ที่ดัง​ที่คุณจู้​ได้เห็น​เขาครั้งสุดท้าย คุณจู้เต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึกผิด...​...​.

ทางภรรยาคุณจู้เองบอกว่า ตัวเองก็​ไปบาดเจ็บรอการรักษานั่งอยู่​​ที่บันไดในโรงพยาบาล รอบตัวเต็ม​ไปด้วยศพคนตาย

คุณจู้บอกว่า ภรรยาขวัญเสียอยู่​นาน ​แม้บัดนี้​จะดีขึ้น​ ​แต่​จะเกร็งมากหาก​ต้องเข้าใกล้ทะเล หลังเกิดเหตุใหม่ ๆ​ วันหนึ่ง​มีอาสาสมัครเหมารถ​ไป​ที่เกาะคอ​เขา แล้ว​คุณจู้ไม่รู้ว่า​จะ​ต้องมีการข้ามเรือด้วย ภรรยาคุณจู้กลัวมาก ​แต่ก็ข้ามกัน​ไป ​เพราะไม่อยากทิ้งภรรยาไว้คนเดียว ในรถนั้น​เต็ม​ไปด้วยเสบียงอาหารของบริจาค​ที่ตั้งใจ​ไปมอบให้ชาวบ้าน ณ สถาน​ที่อีกแห่งหนึ่ง​ ​แต่รถ​ไปจอดอยู่​​ที่ท่าเรือก่อน คุณจู้ทิ้งภรรยาไว้​ที่รถ​กับของ ติดตามอาสาสมัคร​ไปตรง​ที่นัดหมายอีกแห่งหนึ่ง​ ปรากฏว่า ​ระหว่างนั้น​ ชาวบ้านอีก​ส่วนหนึ่ง​​ได้ทราบว่า มีของมา​กับรถก็ตรงกันมา​ที่รถ ​จะมา​เอาของ เกิดเหตุชุลมุน​เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง​ ภรรยาคุณจู้ก็ทำอะไร​ไม่ถูก โทรบอกสามีทางมือถือด้วย​ความตกใจ ทางอาสาสมัครก็ตัดสินใจผ่านมือถือเดี๋ยวนั้น​เลย​ว่า ให้ชาวบ้าน​เอาของ​ไปเลย​ เหตุการณ์จึงเรียบร้อย​



​ทั้งหมดนี้คุณจู้เล่าให้พวกเราฟัง​โดยไม่​ได้ถาม เพียง​เพราะเราอยากรู้ว่า ทำไมไม่มีคนไทยชาวบ้านมาช่วยทำ​ความสะอาดชายหาด...​.

แม่บ้านเล่าเรื่อง​เหล่านี้ไม่​ได้เจตนา​จะสร้าง​ความสะเทือนใจ ​แต่​ต้องการสะท้อน​ความสิ้นหวังในสถานการณ์วิกฤต ผลกระทบทางใจระยะยาว​ที่เกิด​กับคน​ที่ประสบภัย ​ความคิดแบ่งแยกในสังคม​ที่มีเรื่อง​คนรวยคนจน​กับ​ความสูญเสีย ​ความคาดหวังต่อการช่วยเหลือจากภายนอก การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบอาสาสมัคร

หลังจาก​ไปรับป้าแก่​ที่สนามบิน ขากลับ​ได้เจอกันหนุ่มน้อยเอ็นจีโอ​กำลังขับรถ​จะ​ไปติดต่องาน​ที่คุระบุรี ​ซึ่งอยู่​ห่างจาก​เขาหลัก​ไปอีกหลายสิบกิโล น้องสัญชัยก็ดีใจหาย รับพวกเรา​ไป ฟังพวกเราเม้าท์ ตอบคำถามพวกเราอย่างไม่เบื่อหน่าย สิ่ง​ที่​ได้เรียนรู้จากน้องสัญชัยอย่างหนึ่ง​ก็​คือ ชาวบ้านภาคใต้จาก​แต่ก่อนไม่เคยรับ​ใคร​ที่โบกรถ​เพราะกลัวโจรผู้ร้าย เดี๋ยวนี้​ได้ทำ​เป็นเรื่อง​ปกติ ก็​เพราะอาสาสมัครแบบพวกเรานี่แหละ​

อย่าง​ที่สอง เงินทองข้าวของ​ความช่วยเหลือนั้น​​ได้มาอย่างล้นเหลือจากทุกสารทิศ ​เป็นเหมือนดาบสองคม ​คือ คมหนึ่ง​​ได้แก้ไข​ความเดือดร้อนของชาวบ้าน อีกคมหนึ่ง​​คือทำให้ชาวบ้านบาง​ส่วน(เท่านั้น​)กลาย​เป็นคนงอมืองอเท้า ไม่คิดทำอะไร​ รอรับ​ความช่วยเหลือ ​เพราะ​ใคร ๆ​ ก็อยากให้ สิ่งนี้ทำให้งานฟื้นฟู​และพัฒนา​เป็น​ไปด้วย​ความยากลำบาก

อย่างต่อ​ไป​คือ การให้บางครั้งก็ไม่ตรง​กับสิ่ง​ที่ชาวบ้าน​ต้องการ นั่น​เพราะขาดการเก็บข้อมูล​และประชาสัมพันธ์​ที่เหมาะสม บางบ้าน​ได้หม้อหุงข้าวหกเจ็ดหม้อแล้ว​ ไม่รู้​จะ​เอา​ไปทำอะไร​ ​แต่ยังไม่​ได้เตาแก้ส ​เป็นต้น



อย่างสุดท้าย ​แต่ไม่ใช่ท้าย​ที่สุด​ที่​ได้คุย​กับน้องสัญชัย​คือ ​ใคร ๆ​ ก็อยาก​จะช่วยเด็ก ๆ​ ให้ทุนการศึกษาเด็ก ๆ​ จนตอนนี้เด็กบางคนมีเงินเก็บในบัญชี​เป็นแสนแล้ว​ ​แต่ยังมีเด็ก​ที่ยากจนอยู่​ก่อนสึนามิ​และก็ยังยากจนอยู่​ ​แต่​ความช่วยเหลือยังเข้า​ไปไม่ถึง นอกจากนั้น​ เด็ก ๆ​ ยังถูกละเมิดตลอดเวลาไม่ว่า​จะมีสึนามิหรือไม่ก็ตาม

นี่แหละ​ค่ะ​ สึนามิ​ที่มา​พร้อมด้วยคลื่นยักษ์​ที่​เป็นน้ำ พัดพาทุกอย่างพังระเนระนาด แล้ว​ก็มา​เป็นคลื่น​ความช่วยเหลือในรูปของเงิน​และสิ่งของ พัดพาการพึ่งพิงตัวเอง​และ​ความภาคภูมิใจของชาวบ้านรวนระเน รวม​ทั้งยังไม่มี​ใครตอบ​ได้ชัด ๆ​ ว่าเงิน​ที่​ได้อยู่​​ที่ไหนบ้าง ​เอา​ไปทำอะไร​แล้ว​ ​และ​จะ​เอา​ไปทำอะไร​ต่อ​ไป สุดท้ายก็​คือ คลื่น​ความช่วยเหลือ​ที่​เป็นคน พัดพา​เอา​กำลังแรงงาน ​กำลังใจมาให้ชาวบ้าน ​แต่ขณะเดียวกันก็พัดพา​เอา​ความต่างคนต่างใจต่างปัญหาต่าง​ความรู้สึกต่างกิจกรรม บางครั้งก็ต่างคนต่างทำมาเพิ่ม​ความสับสนให้​กับชุมชน(​และคน​ที่ทำงานเอง)ยิ่งขึ้น​ด้วย

งานอาสาสมัครหาใช่ว่า​จะมี​แต่ภาพ​ที่สวยสดงดงามเท่านั้น​...​..นั่น​เพราะปัญหา​ที่พวกเราเผชิญมันหนักหนาสาหัสกว่าแค่​ความหวังดีเท่านั้น​​ที่​จะแก้ไข​ได้ ​แต่มัน​ต้องอาศัยการจัดการ​ที่ดี​และข้อมูล​ที่สมบูรณ์​พร้อมด้วย

แม่บ้านผู้สงสัย

คลิกดูภาพขยาย


หมายเหตุรูปภาพ

ภาพแรก ชาวบ้านมา​ที่วัดหลักแก่น​เพื่อมาเลือกเสื้อผ้า​และของบริจาคต่าง ๆ​ ​เป็นวัด​ที่แม่บ้าน​ไปทำสังฆทาน​กับหมูอาสา​และน้องแอ้

ภาพ​ที่สอง ​คือ โครงไม้ของอู่ซ่อมเรือ​ที่อาสาสมัคร​และชาวบ้าน​กำลังช่วยกันสร้าง​ที่แหลมปะการัง

ภาพ​ที่สาม ​คือ โมเดลจำลองบ้านชาวบ้านมอแกน​ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้าง​เป็นกลุ่ม จุดนี้​ที่แม่บ้านประทับใจ​กับการจัดการ​และ​ได้มอบเงินบริจาค​ที่น้องสาวแม่บ้านฝากมาให้​ไป

ภาพ​ที่สี่ ​คือ แม่บ้านนั่งคุย​กับตัวแทนเอ็นจีโอภาคใต้ เกี่ยว​กับ​ความรู้สึก​ที่มีต่ออาสาสมัคร​ที่มาทำงานกันแบบลองผิดลองถูก

ภาพสุดท้าย ​คือ บริเวณหน้า​ที่พักกระท่อม​เขาหลัก

 

F a c t   C a r d
Article ID S-959 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) --Series
ชื่อตอน เรื่องราวที่เล่าขาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๑๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-4660 ], [158.125.1.124]
เมื่อวันที่ : ๑๘ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๖.๑๗ น.

เรื่อง​​ราว​​ที่เกิด บางที​​ถ้า้เราไม่​​ไปรับรู้อย่างใกล้ชิด เราก็ไม่รู้หรอกค่ะ​​ ว่าอะไร​​มันเกิดขึ้น​​บ้าง ​​และมันสร้าง​​ความสะเทือนใจ ทิ้งผลตกค้างอย่างรุนแรงเพียงใด

น่า​​จะมี​​ใครหรือหน่วยงานไหน อาจ​​จะ​​เป็น NGOสักแห่ง รวบรวม สรุปผลจากการทำงานในรูปแบบต่างๆ​​ รวม​​ทั้งประสบการณ์​​ที่​​ได้รับจากการ​​ที่​​ต้องทำงาน​​ซึ่งเกิดขึ้น​​อย่างกะทันหันอย่างนี้้ เผื่อ​​เอาไว้​​เป็นบทเรียนในการทำงานครั้งต่อๆ​​​​ไปค่ะ​​

ไม่อยากให้เรื่อง​​ราวต่างๆ​​ มันเลือนหาย​​ไป​​กับสายลม แล้ว​​เราก็​​ต้องมานั่งเริ่มต้นกันใหม่ทุกครั้ง ​​ที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติขึ้น​​มา

ขอบคุณ รจนาอาสา​​ที่เข้ามามี​​ส่วนถ่ายทอด​​และบันทึก​​ความทรงจำอันมีค่านี้ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น