นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) #9
รจนา ณ เจนีวา
...​ระหว่างเวลายี่สิบหกวัน​ที่อยู่​​เขาหลัก แม่บ้าน​ได้​เพื่อนมากมาย​ ​ส่วนใหญ่​จะรุ่นน้องเกือบ​ทั้งนั้น​ ​ที่สนิทสนม​เพราะ​ได้กินนอนด้วยกันอีกคนหนึ่ง​​คือ น้องแอ้...

ตอน : อาสาสมัครในใจเรา (สอง)

​ระหว่างเวลายี่สิบหกวัน​ที่อยู่​​เขาหลัก แม่บ้าน​ได้​เพื่อนมากมาย​ ​ส่วนใหญ่​จะรุ่นน้องเกือบ​ทั้งนั้น​ ​ที่สนิทสนม​เพราะ​ได้กินนอนด้วยกันอีกคนหนึ่ง​​คือ น้องแอ้ ​ซึ่งทำงาน​กับองค์กรพัฒนาเอกชนระดับสากล ​แต่ลางานมาช่วยสองอาทิตย์ น้องแอ้เก่งเรื่อง​การรณรงค์ การเขียน เก่งภาษาอังกฤษ ยิ้มง่าย ยิ้มสวย จิตใจอ่อนโยน เข้า​กับเด็ก ๆ​ ​ได้ดี แม่นงาน แม่นข้อมูล มีเครือข่ายผู้สื่อข่าว ​และผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ​ มากมาย​

พวกเราก็​ได้น้องแอ้นี่แหละ​​ที่ช่วยติดต่อประสานงาน​กับร้านทำเสื้อยืด เข็มกลัด​เพื่อนำมาขายหาทุนในงานรำลึกร้อยวันสึนามิ น้องแอ้มาถึงในวันแรกก็มีงานทำช่วย​เป็นล่ามใน​ที่ประชุม ​และช่วยงานด้านคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ​ น้องแอ้​เป็น​เพื่อน​กับน้องกบ ดังนั้น​ จึงมานอนพักด้วยกัน​ที่เกสต์เฮ้าส์รวมกันสามสาว อัดแน่น​เป็นปลากระป๋องในห้องเล็ก ๆ​ ​แต่ก็​ได้รับ​ความสะดวก​สบายดี

​ที่มีเรื่อง​ขำ​ระหว่างน้องแอ้​กับแม่บ้าน​คือ ​ความชอบไม่ตรงกัน น้องแอ้ไม่ชอบนอนห้องแอร์ ​ส่วนแม่บ้าน​ต้องนอนเปิดแอร์​เพราะมาจากเมืองหนาว นอนร้อน ๆ​ ไม่​ได้ แม่บ้านหลับ​ไปแล้ว​​กับแอร์เย็นฉ่ำ น้องแอ้มาปรับแอร์ให้อุ่นขึ้น​ แม่บ้านก็อึดอัดนอนไม่หลับ เลย​มาปรับแอร์ให้เย็นลงอีก น้องแอ้ตื่นมาก็เลย​เจ็บคอไม่ค่อยสบาย ​แต่กระนั้น​ก็ยังมิ​ได้โกรธเ​คืองแม่บ้าน​แต่ประการใด เราสองคนยัง​เอาเรื่อง​รสนิยมไม่ตรงกันมาหยอกเย้าอย่างสนุกสนาน ​และหาทางสายกลาง สรุป​คือ เราก็เลย​เปิดแอร์แบบกลาง ๆ​ ไม่อุ่นเกิน ไม่หนาวเกิน ​เพราะครั้น​จะไม่เปิดเสียเลย​ก็คงอยู่​ไม่​ได้ ​เนื่องจากห้องมีหน้าต่างเดียว ลมไม่โกรก แล้ว​ไหน​จะกลัวยุงเข้ามาหามเสียก่อน (แถมตอนหลังยังมีเห็บสุนัขเข้ามาแจมในห้องให้​ต้องย้ายด่วนอีกด้วย)

คลิกดูภาพขยาย


น้องกบเริ่มงานยุ่งขึ้น​เรื่อย ๆ​ มี​เพื่อนมาร่วมงานเพิ่มอีกหลายคน เลย​อพยพ​ไปนอน​กับ​เพื่อนรัก​เพื่อ​จะ​ได้คุยกันให้สะใจ​ทั้งคืน แล้ว​ทิ้งให้แม่บ้าน​กับน้องแอ้อยู่​กันสองคนในห้องน้อย (หรือ​จะหลีกทางให้พวกเรา​ได้อยู่​กันสบายก็อาจ​เป็น​ได้) เราก็เลย​​ได้ทำ​ความรู้จักกันมากขึ้น​ สนิทสนม นอนคุยกันทุกคืน ​แต่​ส่วนใหญ่น้อง​เขา​จะนอนดึกกว่า​และตื่นทีหลัง เราเด็ก(แก่)อนามัย นอนหัวค่ำ ตื่นเช้า​กว่า จึง​ไปทานข้าวเช้า​คนเดียวเกือบ​จะประจำ แล้ว​ตรง​ไปทำงานเลย​ น้อง​เขามาสมทบทีหลัง

​เนื่องจากน้องแอ้​เขาคิดถูก​ที่มาคบ​กับแม่บ้าน ก็เลย​​ได้สนทนาธรรมกัน​ไปหลายกระบวน แล้ว​ยังเกี่ยวก้อยกัน​ไปทำสังฆทานสามใบเถา​กับหมูอาสา​และแม่บ้าน​ที่วัดหลักแก่นด้วยกัน (​ที่น่าขำมาก​คือ แม่บ้านรับอาสา​ไปซื้อของทำสังฆทาน​กับน้องแอ้ เราช่วยกันจับจ่าย พอมารวมบิลล์ ปรากฏว่า ​ได้เก้าร้อยบาท​ถ้วนไม่ขาดไม่เกิน​แม้หนึ่ง​สลึง ​เป็น​ความบังเอิญ​ที่น่าทึ่ง สรุปว่า เรา​ได้ทำบุญด้วยกันด้วยตัวเลขสวย ๆ​) ​และจากการ​ได้คุยธรรมะกันบ่อย ๆ​ บัดนี้ทราบว่า น้อง​เขา​ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน​ที่จัด​โดยพลัมวิลเลจจากฝรั่งเศส ​และนั่งสมาธิสม่ำเสมอ​ที่บ้าน สาธุ

คลิกดูภาพขยาย


น้องแอ้น่ารัก เข้า​กับ​ใครก็​ได้ หน้าน้อง​เขาเด็กมาก ​แม้ว่า​จะมีอายุพอสมควร​และมีหน้า​ที่การงาน​ที่สำคัญ น้อง ๆ​ ​ที่ศูนย์ฯบางคนก็ยังไม่เชื่อ คิดว่าพี่แอ้เด็กกว่าพวก​เขา จนเกือบ​ต้องมีการพิสูจน์บัตรประชาชนกัน ​แต่กระนั้น​ก็หา​ได้​เป็นอุปสรรคในการทำงาน​และ​ได้รับการยอมรับไม่

แม่บ้าน​ใช้ชีวิตร่วม​กับน้องแอ้สองอาทิตย์ก่อน​ที่น้อง​เขา​ต้องกลับ​ไปทำงาน ​แม้ว่าใจ​จะยังอาลัยไม่อยากจาก​เขาหลัก ​แต่งานก็​คืองาน...​เรา​ใช้วันอาทิตย์สุดท้ายด้วยกัน ​โดยการเช่ารถสองแถวให้ขับพา​ไปดูพื้น​ที่ตามค่ายหรือชุมชนต่าง ๆ​ ​ได้เก็บภาพ ​ได้คุย​กับชาวบ้าน ​ได้ช่วยชาวบ้านซื้อของ ​ได้บริจาคเงินช่วยเหลือโครงการสร้างบ้าน โครงการศูนย์เด็ก ​ได้เห็น​ความร่วมไม้ร่วมมือของชุมชน​และหน่วยงานภายนอก ​ได้เห็นชายหาด​ที่รกรื้อ​เพราะขยะต่าง ๆ​ ​ได้เห็น​ความเสียหายในจุด​ที่ยังไม่เคยเห็น ​ได้​ไปโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของศูนย์ฯ ​เป็นวันอาทิตย์​ที่มีประโยชน์มากสำหรับแม่บ้านทัพหลัง นอกจากน้องแอ้แล้ว​ ยังมีพี่มิ ​กับน้องเดือนติด​ไปด้วย เพิ่ม​ความเฮฮาสนุกสนาน ทีแรกแม่บ้าน​กับน้องแอ้ก็นั่งด้านหน้าปิกอัพติดแอร์ พี่มิ​กับน้องเดือนนั่งท้ายมีหลังคา ตอนหลังชักมัน ก็เลย​ย้าย​ไปนั่งด้วยกันข้างหลังนั่งโกรกลม​ทั้งหมด ทิ้งให้คนขับอยู่​เดียวดาย

นอกจากน้องแอ้แล้ว​ สีสันแห่ง​เขาหลักยังมีอีกหลายชีวิต​ที่แม่บ้าน​ได้ใกล้ชิดคลุกคลี คนหนึ่ง​​ที่คงไม่อาจ​จะลืม​ได้ ​คือ น้องเกรียง ​เป็นเจ้าหน้า​ที่ประจำของมูลนิธิกระจกเงา ​ที่​เป็นเหมือนมือขวาของหัวหน้าใหญ่ ทำทุกอย่างตั้งแต่แบกเรือ (จริงๆ​ ดูรูปสุดท้าย​ได้) ​ไปจนถึงแบกอิฐแบกไม้ น้องเกรียงมีมอเตอร์ไซค์​เป็นพาหนะ ​และมักยินดีพาแม่บ้าน​ไปส่งกลับ​ที่พักตอนดึก ๆ​ ​โดยไม่​ต้องขอเสมอ

ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้ง​ที่สองวัน​ที่ 28 มีนาคม แม่บ้านเพิ่งย้ายจากเกสต์เฮ้าส์ลุงวัฒน์​ไปพัก​ที่รีสอร์ทเล็ก ๆ​ อีก​ที่หนึ่ง​ ​เพราะเกรงใจลุงวัฒน์ไม่คิดค่าเช่า ​จะ​ได้​เอาห้องให้คนอื่นเช่าต่อ​ได้ รวม​ทั้งน้องแอ้ก็กลับ​ไปแล้ว​ น้องกบก็ดูเหมือน​จะ​ไปพักใกล้ ๆ​ ​กับสถาน​ที่จัดงานมีกลุ่ม​เพื่อน ๆ​ ​ที่มาใหม่มากมาย​ แม่บ้านก็เลย​​ได้​ไปพัก​ที่ใหม่คนเดียว



ในคืน​ที่เกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อน น้องเกรียงมาส่งแม่บ้านกลับ​ที่พักตอนหัวค่ำ แม่บ้านเข้านอนเร็ว​เพราะเหนื่อยมาก หรี่เสียงโทรศัพท์ไว้ให้แค่สั่น ​เพราะไม่อยากลุกมารับสาย ตอนเกิดเหตุ หลายคนพยายามโทรเข้ามาบอก ​แต่แม่บ้านนอนหลับสนิท น้องเกรียงกินข้าวอยู่​​กับ​เพื่อน ๆ​ ไม่ไกล จำ​ได้ว่าแม่บ้านพัก​ที่ไหน ก็เลย​แวะเข้ามา ทุบประตูโครมคราม ปลุกคนแทบ​จะ​ทั้งรีสอร์ท แม่บ้านงัวเงียตื่นขึ้น​มา น้องเกรียงบอกว่า พี่ แผ่นดินไหว​ที่อินโดฯ อาจเกิดสึนามิอีก หนี​ไป​ที่ศูนย์ฯเร็ว แม่บ้านก็รีบเข้า​ไป​แต่งตัวในห้องน้ำ น้อง​เขาก็คว้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค เครื่องชาร์จโทรศัพท์ของแม่บ้านใส่เป้ให้ แล้ว​เราก็​พร้อมออกเดินทาง​ไป​ที่ศูนย์ฯ ​ไปนั่งดูโทรทัศน์​และตามข่าวร่วม​กับคนอื่น ๆ​ จนตีสอง

​ถ้าถาม​ความรู้สึกว่า​ กลัวไหม ไม่กลัวให้ตัวเองค่ะ​ ​เพราะมาแค่กระเป๋าใบเดียว ของนอกกาย นอกจากนั้น​ หากถึงคราวเราแล้ว​ เลี่ยงอย่างไรก็ไม่พ้น ​แต่​เมื่อเห็นชาวบ้านบางคนร้องไห้กระเซอะกระเซิง​เพราะเสียขวัญ ​เนื่องจากเพิ่ง​จะเจอมาหยก ๆ​ เราก็เศร้าใจ นึกสงสาร​เขา ไม่รู้​จะช่วย​เขา​ได้อย่างไร

คืนนั้น​แม่บ้านไม่​ได้กลับเข้า​ที่พัก​ซึ่งอยู่​ในระดับต่ำ (​แต่ไม่​ได้โดนสึนามิในครั้งแรก) ​เพราะน้อง ๆ​ ผู้หญิง​เป็นห่วง บอกว่าพี่นอน​กับพวกเราดีกว่า บังเอิญหมู​ไปกระบี่ น้อง ๆ​ ​ที่นอนห้องเดียว​กับหมูก็เลย​ให้แม่บ้าน​ไปนอน​ที่นอนหมูแทน แม่บ้านก็​ได้เข้าใจคำว่า "ริ้นไรไต่ตอม" ก็ตรงนี้แหละ​ค่ะ​ ​เนื่องจากเนเจอร์รีสอร์ตนี้ตั้งอยู่​ใกล้อุทยานเปรียบเสมือนป่าน้อย ๆ​ นี่เอง ดังนั้น​จึงมีแมลงมากมาย​ไต่ตอม แม่บ้าน​แม้​จะรำคาญ​ที่โดนตอม ​แต่ก็เพลียเต็ม​ที่หลับ​ไป​ได้ใน​ที่สุด ​โดยไม่มีแอร์ (น้องแอ้​ได้อ่านตรงนี้คง​จะยิ้ม)

​และหากเกิดเหตุร้ายขึ้น​จริงในวันนั้น​ น้องเกรียงก็​จะ​เป็นผู้ช่วยชีวิตแม่บ้านจริง ๆ​

คลิกดูภาพขยาย


เช้า​วันรุ่งขึ้น​ แม่บ้านรีบตื่น​แต่ไก่โห่จริง ๆ​ ​เพื่อกลับ​ไป​ที่​ที่พักเดิม พอโบกรถ​ได้ คน​ที่รับเรามา​เขาหยุดใส่บาตร​พระธุดงค์​ที่อยู่​ตรงข้ามอุทยาน​เขาหลัก แม่บ้านนั่งอยู่​กระบะท้าย​ได้เห็น​พระภิกษุในจีวรสีย้อมฝาด รู้สึกปิติยิ่ง จึงก้มลงกราบท่านจากท้ายกระบะนั่นเอง ท่านส่งยิ้มอันเมตตาข้ามถนนมาให้ เห็นว่า​เป็นเช้า​​ที่ดีวันหนึ่ง​​ที่​ได้พบภิกษุ​ที่น่าศรัทธา ​แม้​จะไม่​ได้ใส่บาตร​เพราะไม่​ได้เตรียมอะไร​มาเลย​ ​แต่ก็มี​ความยินดีอย่างยิ่งในเหตุการณ์เล็ก ๆ​ นี้

เช้า​วันนั้น​​ที่รีบตื่นกลับ​ไป ไม่ใช่​เพราะกลัวของหายหรืออะไร​ ​แต่​เพราะมีนัด​ต้อง​ไปรับป้าแก่​ที่สนามบิน นี่ก็​คืออาสาสมัครในใจคนต่อ​ไป จึงรีบกลับ​ไปอาบน้ำ​แต่งตัว ​แต่ไม่ก่อนโทรเข้า​ไปเช็คป้าแก่ว่า ป้าไม่เปลี่ยนใจ​เพราะแผ่นดินไหวนะ (​ที่จริง​เป็นห่วงไม่อยากให้ป้ามาลำบากเหมือนกัน) ปรากฎว่า ป้ามาถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว​ ไม่เปลี่ยนใจ ไม่กลัวแผ่นดินไหว ​แต่​เป็นห่วงพวกเราในพื้น​ที่มากกว่า ดูเถอะต่างคนต่างห่วงกัน

แม่บ้านทานอาหารเช้า​เสร็จออก​ไปโบกรถ โบกอยู่​นาน สุดท้าย​ได้รถสองแถวไม้​ซึ่ง​จะวิ่ง​ไปไม่ไกล ​แต่​เขาก็อุตส่าห์รับมา แล้ว​ไม่คิดค่า​โดยสาร ​เพราะเห็น​เป็นอาสาสมัคร แล้ว​ส่งเราลงตรงป้ายรถประจำทาง เราโบกอีก ​ได้รถกระบะนั่งสบาย เจ้าของสองคนแม่ลูก พอ​ไปส่งอีกครึ่งทาง แล้ว​เราก็หาทางโบกรถต่อ โบกอยู่​นานไม่มี​ใครรับ​เพราะ​เป็นในเมือง หาก​เป็นนอกเมือง ชานเมืองอาจมีโอกาสมากกว่า น้องผู้หญิง​แต่งตัวดีคนหนึ่ง​มาถาม พี่​จะ​ไปไหน ​ไปภูเก็ตหรือ เดี๋ยวหนู​จะมีรถมารับ พี่​ไป​กับหนูก็​ได้ ​แต่หนู​ต้อง​ไปธุระเดี๋ยวนึงก่อน ​ถ้าพี่สนใจ​ไปรอ​ที่โรงกลึงชื่อนี้ ๆ​ นะ​เป็นของบ้านหนูเอง แล้ว​ก็ชี้​ไป​ที่โรงกลึงไม่ห่าง

แม่บ้านซาบซึ้งในน้ำใจ ​แต่ตอนนั้น​คิดว่า​จะเข้า​ไปเข้าห้องน้ำ​ที่ปั๊มน้ำมันก่อน ​และ​จะลองถามรถ​ที่มาเติมน้ำมันดูว่า​จะมี​ใครเข้าภูเก็ตไหม จึงบอกน้อง​ไปว่า ​จะ​ไปเข้าห้องน้ำก่อนค่ะ​ แล้ว​ยังไง​จะออกมาดู พอเข้าห้องน้ำเสร็จ เก้ ๆ​ กัง ๆ​ ว่า​จะเรียกรถ​ที่มาเติมน้ำมันคันไหนดี หรือรอขึ้น​รถ​ไป​กับน้องคนนั้น​ ​พอดี๊​พอดี รถประจำทางสีส้มผ่านมาป้ายบอก​ไปภูเก็ต ก็เลย​​ได้ขึ้น​รถ มาลงตรงปากทางเข้าสนามบิน แล้ว​ก็​ได้รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั่ง​ไปจนถึงสนามบิน​ได้รับป้าแก่ตาม​ที่วางแผนไว้ สี่ต่อด้วยประการฉะนี้

คลิกดูภาพขยาย


นี่​คือชีวิตแบบอาสาสมัคร​ส่วนหนึ่ง​ ​ที่จริง เรา​จะเช่ารถก็​ได้ ​แต่คิดดูแล้ว​ ไม่คุ้มเลย​ในกรณีของแม่บ้าน​เพราะเราทำงานนั่งโต๊ะ​เป็น​ส่วนใหญ่ ​ไปไหนก็อาศัยคนอื่น ไม่มีห่วงภาระ​ต้องคอยดูแลรถ ดังนั้น​ จึงตัดสินใจไม่เช่ารถตลอดการ​ไป​เป็นอาสาสมัครนี้ ​แต่อาสาฯ​ที่​ต้องลงพื้น​ที่หลายคนก็เช่ารถกัน​เป็นเดือน ๆ​ ​ได้ราคาถูกหน่อย​

แล้ว​​จะเล่าเรื่อง​ป้าแก่ต่อในตอนหน้าค่ะ​

แม่บ้านนักโบกรถ

หมายเหตุรูปภาพ

ภาพ​ที่หนึ่ง​ ​คือ ผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ประสบภัยในร้านหัตถกรรม​ที่ชาวบ้านร่วมกันทำ​กับอาสาสมัคร

ภาพ​ที่สอง​คือ เรือ​ที่ประมงเ​ที่เข้าเทียบท่า​ที่บ้านน้ำเค็ม

ภาพ​ที่สาม ​คือ น้องแอ้ท้ายรถสองแถว​ที่เราเช่าพา​ไปดูพื้น​ที่

ภาพ​ที่สี่​คือ น้องเกรียง​ที่ทำงานขุดดิน ทำร้าน ​ใช้แรงงานจนนิ้วเจ็บ

ภาพต่อ​ไป ​คือ น้องจักร​กับน้องเกรียงเตรียมตัวนำเรือลอยเคราะห์ของชาวมอแกนออก​ไปสู่ทะเลในวัน​ที่คลื่นลมแรง ทำให้เรือหางยาวเข้าฝั่งมารับเรือน้อยลอยเคราะห์ออก​ไปไม่​ได้

ภาพสุดท้าย ภาพถ่ายฝีมือป้าแก่ ​คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา​กำลังกล่าวเปิดงานรำลึกครบร้อยวัน มีนักปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ​และแม่บ้านพิธีกรอยู่​ฉากหลัง

คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-942 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) --Series
ชื่อตอน อาสาสมัครในใจเรา (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ป้าแก่ [C-4579 ], [58.10.178.202]
เมื่อวันที่ : ๑๒ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๕.๓๕ น.


งานเขียนแนววิชาการ หรือมีธรรมะนำช่างเหมาะ​​กับคุณรจจริงๆ​​

อ่านแล้ว​​ซาบซึ้ง ​​ได้รายละเอียดคิดภาพตาม​​ได้ดีทีเดียว ​​แต่...​​...​​..น้องรจจ๊า

หวังว่าคงไม่นำภาพป้ามาลงนะจ๊ะ​​ อ่านแล้ว​​ก็ทำให้คิดถึงห้าวัน​​ที่​​เขาหลัก

ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน เวลาเพียงห้าวัน ​​แต่​​ได้รู้จัก​​และ​​ได้เห็นอะไร​​มากมาย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-4585 ], [131.231.24.34]
เมื่อวันที่ : ๑๒ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๘.๑๖ น.

น่าเหนื่อยแืทนจ้งเลย​​ค่ัะ ภาพถ่ายทะ้เลสวยมากเลย​​ ​​เขาหลัก เคย​​ได้ยินมานานแล้ว​​ ​​แต่ไม่มีโอกาส​​ไปสักที

คุณรจนำภาำพชีวิตของอาสาสมัครเหล่านี้มาเล่าให้พวกเรารู้ นับว่าดีมากเลย​​ค่ะ​​ ​​เพราะไม่มีื​​ใครรู้ว่าพวก​​เขาเสียสละเพียงไหน ​​และทำอะไร​​​​โดยไม่หวังผลตอบแทน

รออ่านเรื่อง​​ของป้าแก่​​ที่คุณรจ​​จะเขียนอยู่​​นะคะ​​ ​​ความจริง​​ทั้งคุณรจ​​กับป้าแก่ช่วยกันเขียนประสบการณ์แบบนี้ดีมากเลย​​ค่ะ​​ถือ​​เป็นการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น