นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) #8
รจนา ณ เจนีวา
...​แม้ว่า​จะขึ้น​หัวเรื่อง​อย่างนี้ก็ยังอยาก​จะออกตัวเสียก่อนว่า ​ที่จริงไม่มีอาสาสมัครคนไหน​ที่สำคัญมาก​ไปกว่าคนอื่น ​เพราะทุกคนต่าง​เป็นเหมือนเม็ดทราย​ที่หลอมกัน​เป็นชายหาดขาวสะอาดในการทำงาน​เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน...

ตอน : อาสาสมัครในใจเรา (หนึ่ง)

​แม้ว่า​จะขึ้น​หัวเรื่อง​อย่างนี้ก็ยังอยาก​จะออกตัวเสียก่อนว่า ​ที่จริงไม่มีอาสาสมัครคนไหน​ที่สำคัญมาก​ไปกว่าคนอื่น ​เพราะทุกคนต่าง​เป็นเหมือนเม็ดทราย​ที่หลอมกัน​เป็นชายหาดสวยงามขาวสะอาดในการทำงาน​เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน​ที่​ได้รับ​ความเดือดร้อน

​แต่​ที่ขึ้น​หัวเรื่อง​อย่างนี้ ​จะกล่าวถึงคน​ที่มี​ส่วนในชีวิตอาสาสมัครของแม่บ้านอย่างยิ่งเพียงสองสามคนก่อน ​เป็นการกล่าวถึงด้วย​ความรัก ด้วย​ความเคารพ ด้วย​ความคิดถึงอย่างยิ่งในเวลา​และสิ่งดี ๆ​ ​ที่เรา​ได้ทำด้วยกัน

คนแรก ​คือ น้องกบ ​ที่​ได้เจอในวันเดินทาง​ไปถึง ​และ​ได้นั่งรถ​ไป​เขาหลักด้วยกัน น้องกบไม่ใช่อาสาหน้าใหม่ ​แต่​ได้ลงมาทำงานหลายครั้งแล้ว​ มีโครงการน่าสนใจมากมาย​ มีคนรู้จักเพียบ​ทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง มี​เพื่อนพ่อ​ที่นับถือเหมือนลุง​เป็นเจ้าของเกสต์เฮ้าส์​ที่แม่บ้าน​ได้​ไปพัก ​และ​เป็นเกสต์เฮ้าส์​ที่ถูกคลื่นพัดชั้นล่างพัง

คลิกดูภาพขยาย


น้องกบ​เป็นหญิงสาวสวย ทันสมัย เสียงหวานนุ่มนวล คล่องตัวอย่างหา​ที่จับยาก บุคลิกอ่อนโยน มีจิตใจงดงาม มี​ความตั้งใจสูง มีสมาธิยอดเยี่ยม ​เป็นอาจารย์สอน​ที่วิทยาลัยมีชื่อ มี​ความ​เป็นมาทางครอบครัว​ที่ดี​พร้อม มีหน้า​ที่การงานอันโดดเด่น ​คือ ผู้จัดการหอศิลป์ในสมเด็จ​พระนางเจ้าสิริกิติ์ ​แต่สิ่งสำคัญสุด​ที่น้องกบมีก็​คือ หัวใจอาสาฯ​ที่เปี่ยมล้น ทำงาน​ได้ทุกระดับตั้งแต่นั่งโต๊ะประชุม​กับผู้ว่า ​ไปจนถึงคลุกฝุ่นมอมแมม​กับทีมงาน​เพื่อจัดเตรียมสถาน​ที่จัดงานแบบงาน​ใช้แรงงานจริง ๆ​

วันแรก​ที่​ไปถึงน้องกบหน้าคมขำสะอาดสวย วันสุดท้ายก่อนจาก น้องกบผิวคล้ำ​ไปจนเกือบจำไม่​ได้ ​แต่สิ่ง​ที่ยังมีเสมอ​คือ รอยยิ้มสวยงามจากหัวใจ ​ความรัก​ความอบอุ่น​ที่มีให้ทุกคน ​ความกระตือรือร้น​ที่ไม่มีวันเหือดหาย

น้องกบ​กับแม่บ้านเข้ากัน​ได้ดี พักด้วยกัน ไม่มี​ใครบ่นกลัวผี คืนแรกก็กลับบ้านด้วยกันประมาณสี่ทุ่ม ​แต่คืนต่อ ๆ​ มาแม่บ้านเริ่มโบกรถ​เป็น ไม่กลัวกลับค่ำ ๆ​ ก็เลย​โบกรถกลับ​ที่พักก่อน ไม่รอน้อง​เขา​ซึ่งก็มีงานทำมากมาย​ น้อง​เขากลับ​ที่พักหลังเ​ที่ยงคืน ตีหนึ่ง​ ตีสอง​เป็นประจำ จนแม่บ้านนอน​ไปนานแล้ว​ ยังไม่รู้ว่าน้อง​เขากลับมากี่โมงกี่ยาม ตอนเช้า​แม่บ้าน​จะตื่นก่อน​แต่เช้า​ แล้ว​ลง​ไปทานน้ำชาขนมปัง ​เพราะชอบ​ไปทำงานเช้า​ ๆ​ สดชื่น หากน้อง​เขาตื่นทันก็​ไปทำงาน​พร้อมกัน หากน้อง​เขายังเหนื่อยเราก็ไม่รอ ​ไปทำงานก่อน แล้ว​​ไปเจอกัน​ที่ศูนย์ฯ

น้องกบมีบทบาท​สำคัญมากมาย​ ​เป็นแม่งานจัดงานรำลึกครบร้อยวัน ประสานงานศิลปิน​และอาสาสมัครแนวติ๊สท์ทั้วหลาย​ที่แวะเวียนกันมาช่วยงาน น้องกบ​เป็นผู้อ่านกลอน "​ความหวัง ​กำลังใจ ใฝ่ฟื้นฟู" ​ที่เขียน​โดยป้าหมู ยูเอสเอ ​ที่กรุณาเขียนกลอนมอบให้อ่านในวันเปิดงาน น้องกบ​เป็น​ที่รักของทุก ๆ​ คน​ที่​ได้พบเจอ ​และน้องกบเปี่ยม​ไปด้วยพลัง​ความฝัน​ความตั้งใจมากมาย​

คลิกดูภาพขยาย


คนต่อ​ไป ​คือ หมูอาสา ​ที่เรา​ได้เจอกันตั้งแต่วันแรก​ที่​ไปถึง หมู​เป็นนักพัฒนามืออาชีพ คลุกคลีตีโมงอยู่​​กับชาวบ้านมานับสิบปีในภาคอีสาน ถนัดเรื่อง​การส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก ​และอื่น ๆ​ (​ต้องขออภัยนะจ๊ะ​หมูหากเขียนตก​ไป ​จะช่วยเสริมก็​จะยินดีค่ะ​) หมูอาสา​กับแม่บ้านมีอายุเท่ากัน ​แม้ว่าหมู​จะดูแล้ว​​เป็นคน​ที่ลุย​ได้ทุกสภาวะ ​ส่วนแม่บ้าน​เป็นคุณหนูสำอาง ​แต่เราก็เข้ากัน​ได้ดี

หมู​จะทำงานปิดทองหลังคอมพ์แบบเงียบ ๆ​ ​แต่​เมื่อถึงเวลาหมูก็หยิบเป้สะพายไหล่ ไม่เกี่ยงงอน ตรงเข้าหมู่บ้าน​และลุยพื้น​ที่​ได้​โดยทันที หมู​เป็นคนใจเย็น มีสมาธิสูง มี​ความนิ่ง (แบบสงบสยบเคลื่อนไหว) หมูเก็บรายละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้แม่บ้าน​ได้พึ่งในการทำงานเสมอ หมูมี​ความตั้งใจในการอธิบายงานให้น้อง ๆ​ ​และพี่ ๆ​ ​โดยไม่เบื่อหน่าย ช่วยประสานงานแบบไม่เคยเกี่ยงงาน ​ใครมาขอให้หมูช่วยอะไร​​จะไม่ผิดหวัง หมูชอบทานไข่เจียวใส่พริกสดนิดหน่อย​ ​เป็นสูตรใหม่​ที่แม่บ้านยังจำ​ได้ หมูอธิบายให้พวกเราเข้าใจว่า ​ระหว่างแผ่นดินไหว​กับอาฟเต้อร์ช็อคนั้น​ต่างกันอย่างไร ​ใครอยากรู้เขียนมาถาม​ได้ (ของดี​ต้องอ่อยไว้ทีหลัง)

เราสองคนโชคชะตาฟ้าดิน (​และหัวหน้าใหญ่) ลิขิตให้​ต้องมานั่งทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่หลังคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง จนในตอนหลัง ๆ​ ​ใครเห็นหมูก็​ต้องเห็นแม่บ้าน...​กลาย​เป็นคู่แฝด​โดยไม่ตั้งใจ มีเรื่อง​สนุก ๆ​ ก็มาเล่าสู่กันฟัง มีเรื่อง​กลุ้มใจก็มานั่งบ่นให้กันฟัง ช่วยกันปลอบใจ สุดท้ายเราตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกลับจาก​เขาหลักในวันเดียวกัน ​โดยหมูย้ายมาพัก​กับแม่บ้านสองคืนสุดท้ายก่อนเดินทาง หลังจากป้าแก่​ที่มาพักด้วยกันกลับ​ไปแล้ว​



หมู​และแม่บ้าน​ได้ร่วมกันทำงานให้ศูนย์ฯจนนาทีสุดท้าย ​ที่เรียกว่านาทีสุดท้าย​เพราะเรา​ไปช่วยงานทำบุญครบร้อยวันของจังหวัดพังงา​ที่จัดร่วม​กับศูนย์ฯ ก็มัว​แต่ช่วยคนโน้นคนนี้ หมู​ไปช่วยศิลปินทอดด์ ทองดี​และน้องพิธีกรเตรียมตัวเรื่อง​เวที ​ส่วนแม่บ้านก็​ไปช่วยฟ้งน้องกบซ้อมขับทำนองเสนาะ​เพื่อร้องก่อนปิดงาน ขณะ​ที่พี่สุนทรคนขับรถขออนุญาตทานอาหารเช้า​ก่อนเดินทาง​เพราะหิวมากยังไม่ทานข้าวเช้า​

ดังนั้น​แทน​ที่เราสองคน​จะเดินทางตั้งแต่สิบโมงครึ่ง เราก็เกือบ​จะตกเครื่องบินลำเดียวกัน ​เพราะออกเดินทางเกือบเ​ที่ยงในขณะ​ที่เครื่องออกเ​ที่ยงห้าสิบ ไหน​จะยังมีน้องเกรียงอีกคน​ที่​จะติดรถ​ไปภูเก็ตด้วย ​แต่สวนทางกัน ทำให้พวกเรา​ต้องรออีกหลายนาที แม่บ้านถึง​กับยกมือภาวนาขอเจ้าพ่อ​เขาหลักให้พวกเรา​ไปทันเครื่องบิน ​แต่เจ้าพ่อไม่ถนัดเรื่อง​เครื่องบิน เลย​ให้เจ้าแม่ป้าแก่มาช่วยแทน ​โดยโทรแจ้งสายการบินล็อบบี้ให้รออาสาสมัครสองคนจาก​เขาหลัก หาไม่แล้ว​พวกเราก็คง​ได้นอนภูเก็ตอีกคืนหนึ่ง​

สุดท้าย ด้วยฝีมือ(ฝีเท้า)ของพี่สุนทร​ที่เจ้าพ่อ​เขาหลักอนุญาตให้ขับ​ได้ถึงร้อยสี่สิบกิโลต่อชั่วโมง​โดยไม่โดนตำรวจจับ​และ​ไปถึงอย่างปลอดภัย พวกเราก็​ไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออกแค่ยี่สิบนาที โชคดียังมีผู้​โดยสารรออยู่​หลายคน จึง​เป็นเหตุให้เจ้าหน้า​ที่ไม่หงุดหงิด​ที่​ต้องรอเรามากนัก จึง​ได้เช็คอิน กลับกรุงเทพฯ​ได้ตามกำหนด (อ้อ ​ที่จริงถึงกรุงเทพฯช้า​ไป​เป็นชั่วโมง)

คนสุดท้าย​ที่​จะกล่าวถึงในตอนนี้ ​คือ หัวหน้าใหญ่หนูหริ่ง คำ ๆ​ นี้เรียกด้วย​ความนับถือจริง ๆ​ ค่ะ​ หนูหริ่ง​เป็นชื่อเล่นของ​เขา หมาย​ความว่าอย่างไรแม่บ้านก็ลืมแล้ว​จริง ๆ​

​ความจริงหัวหน้าหนูหริ่ง​เขาไม่​ได้มีตำแหน่ง​ที่เรียกว่า หัวหน้าใหญ่ หรอก แม่บ้านตั้งฉายาให้​เขาเอง แล้ว​บางทีก็เรียก​เขาอย่างนั้น​ คุณหนูหริ่งมีชื่อจริงว่า สมบัติ บุญงามอนงค์ ​เป็นชายไทยเชื้อสายจีนผิวพรรณขาวสะอาด ใส่แว่น วัยสามสิบปลาย ๆ​ ​เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา​ซึ่ง​เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์อาสาสมัครสึนามิ​ที่น้องกบ หมู แม่บ้าน ​และคนไทย​และฝรั่งนับพันคน​ได้​เขามาร่วมงาน

คุณหนูหริ่งของพี่ ๆ​ น้อง ๆ​ ​ทั้งไทย​ทั้งฝรั่งนี้ บางทีก็ถูกเรียกว่า "หนูหลิ่ง" ​ความ​ที่เราออกเสียงตัว ร.เรือ ไม่ชัด ทำให้ฝรั่งก็พลอยเรียกตาม ​ที่รู้​เพราะเวลาฝรั่งเขียนชื่อคุณหนูหริ่ง​จะเขียนว่า Nuling หรือ Nooling บ้างตามถนัด บางทีก็ออกเสียงว่า "หนูลิง" หรือ "หนูลิ่ง" ​เป็น​ที่ขบขันของคนไทย​ที่​ได้ยินฝรั่งผันวรรณยุกต์ไม่​ได้



หัวหน้าใหญ่หนูหริ่ง​ต้องดูแลสารพัดเรื่อง​ ​ต้องมีโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง​เอาไว้รับสายเข้า​และโทรออก ตั้งแต่ผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ ผู้บริจาคขอข้อมูล ผู้สนใจโทรเข้ามาติดต่อ น้อง ๆ​ ​และพี่ ๆ​ อาสาสมัครโทรมาแจ้งเรื่อง​ต่าง ๆ​ โทรเข้ามาถามคำถาม โทรเข้ามาให้ช่วยแก้ไขปัญหา อาจกล่าว​ได้ว่า เวลาของหัวหน้าใหญ่เกือบครึ่งน่า​จะหมด​ไป​กับการรับ​และพูดโทรศัพท์ ​ที่เหลือ​ใช้​ไป​กับการรับแขก​ที่มาเยี่ยมถึงศูนย์ฯ การต้อนรับ​และสัมภาษณ์อาสาสมัครใหม่ ๆ​ ​และการประชุมติดตามงาน​กับทีมต่าง ๆ​

แม่บ้านมหัศจรรย์ใจ​กับพลังงาน​ที่ไม่เคยเหือดหายของหัวหน้าใหญ่ ​ที่ทราบว่า ไม่เคยป่วย หรือยอมให้ตัวเองป่วยไม่​ได้ นอนไม่เคยก่อนเ​ที่ยงคืน ​แต่มาทำงานก่อนแปดโมงเช้า​​เป็น​ส่วนใหญ่ หัวหน้าใหญ่​จะแม่นมาก บริหาร​ได้อย่างฉับไว ตัดสินใจ​ได้เร็วในเกือบทุกเรื่อง​ ประคอง​ความเยือกเย็น​ได้ดี ​แม้​จะมี​ความท้าทายมาทุกรูปแบบ ​โดยเฉพาะจากอาสาสมัครกวนโอ๊ย

หัวหน้าใหญ่พูดภาษาอังกฤษ​ได้ ​และคงเก่งขึ้น​เรื่อย ๆ​ ​เพราะ​ต้องทำงาน​กับอาสาสมัครต่างชาติจำนวนมาก​ที่มองว่า "พี่หนูลิ่ง" ของพวก​เขา​คือ หัวหน้า ครูใหญ่ ​และผู้ชี้​เป็นชี้ตาย...​.แม่บ้านเห็นฝรั่งนั่งล้อมหัวหน้าใหญ่ในวงประชุมครั้งหนึ่ง​​ที่เข้า​ไปช่วยแปลแล้ว​ รู้สึกขำมาก ​เพราะอาการ​ที่ฝรั่ง​ทั้งหลาย​ทั้งหนุ่มสาว กลางคน ​และสูงอายุ หลากหลายอาชีพ ต่างมองมา​ที่พี่หนูหริ่งเหมือนเด็กนักเรียนอยู่​ต่อหน้าอาจารย์ใหญ่อย่างไรก็อย่างนั้น​

คลิกดูภาพขยาย


​โดย​ส่วนตัวคุณหัวหน้าใหญ่หนูหริ่งไม่ค่อยยอมให้รัศมี​ความเครียดจับ ​แม้​จะ​เอาจริง​เอาจัง​กับการงาน เธอก็ยังหน้าใส มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ​เป็น​ที่พึ่งของน้อง ๆ​ ในแง่การตัดสินใจ มีปัญหา​จะแก้ทันทีไม่ดองไว้ บางครั้งมีลักษณะของการลงดาบอาญาสิทธิ์ ​แต่ขณะเดียวกันก็​เอาใจใส่ทุกคน ให้​ความนับถือผู้อาวุโส ชัดเจน​กับงาน​และปัญหา ​เป็นบก.เว็บบ้านนอกดอทคอม เก่งเรื่อง​คอมพ์ เวลาคอมพ์ของหมู​กับแม่บ้านต่อเน็ตไม่​ได้ หัวหน้าใหญ่​จะกุลีกุจอมาช่วย​โดยแทบไม่​ต้องเอ่ยปากขอ (เราแก่กว่า​เขาก็ดีอย่างนี้)

หัวหน้าใหญ่มีภรรยา​เป็นอาจารย์สอนโยคะ​เพื่อการฝึกสติ (เอ้อ เกิดพญาไฟสนใจนะ) ​คือ คุณเกศสุดา ชาตยานนท์ ​ซึ่งเขียนบท​ความเกี่ยว​กับอาสาสมัครไว้หลายเรื่อง​ ตอน​ที่แม่บ้าน​เอามาแปล​เป็นภาษาอังกฤษ (ตอนยังอยู่​เจนีวา) ให้พ่อบ้านช่วยเกลาภาษาให้ พ่อบ้านยังบอกว่า​ใครเขียนบท​ความนี้นะ เขียน​ได้ไพเราะจัง (แม่บ้านเลย​หน้าบาน​ไปด้วย ​เพราะแปลว่า เราแปล​ได้ไพเราะด้วย แบบขอแจม​เอา​ความดีเข้าตัวด้วย) ลูกสาวหัวหน้าใหญ่ยังอายุไม่ถึงสิบขวบ ซน ฉลาด น่ารัก ​ได้ทราบว่า คุณแม่ก็จับคุณลูกฝึกสมาธิด้วย แม่บ้านมีโอกาส​ได้เจอแม่ลูกน่ารักคู่นี้ช่วงท้าย ๆ​ ก่อน​จะจาก​เขาหลัก

แม่บ้าน​ได้ช่วยหัวหน้าใหญ่​ส่วนหนึ่ง​ก็เรื่อง​แปลใน​ที่ประชุม​กับฝรั่ง ​แม้ว่าหัวหน้าใหญ่​จะพยายามพูดภาษาอังกฤษเอง​เป็นหลัก ​แต่ก็มีแม่บ้านไว้กันเหนียว อย่าง​ที่สอง​คือ หัวหน้าใหญ่เห็นว่าหมู​กับแม่บ้านมีประสบการณ์ด้านการทำโครงการ ก็​จะปรึกษา​เป็นระยะ ๆ​ อย่างสุดท้าย ​คือ หมู​กับแม่บ้านอาจ​เป็นสองคน​ที่อายุมาก​ที่สุดใน​ที่นั้น​ในแง่ของคน​ที่ทำงานวิชาการ หัวหน้าใหญ่ก็​จะอาศัยถาม​ความคิดเห็นของพวกเราเวลามีปัญหาเกิดขึ้น​ ​เป็นเชิงปรึกษา​เพื่อนำ​ไปประกอบการตัดสินใจ

นี่แหละ​ค่ะ​ อาสาสมัครในใจเราสามคนแรก​ที่อยากนำเสนอ​ อ้อ ​แต่​ต้องแก้ข่าวว่า ในแง่ของค่าตอบแทนแล้ว​อาจกล่าวว่า หัวหน้าใหญ่ไม่ใช่อาสาสมัครก็​ได้ ​เพราะท่านทำงานมีเงินเดือน​เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ​แต่ท่านทิ้งงานประจำมาทำงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยนี้ ทุกเช้า​ค่ำไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ทิ้งครอบครัวมา​เป็นเดือน ๆ​ ​ต้องเรียกว่า ใจท่าน​คืออาสาฯเต็มร้อยค่ะ​ แล้ว​ท่านก็เลี้ยงข้าวเราบ่อย ๆ​ ด้วย ​เป็นลาภปาก

แม่บ้านอาสาสมัครในใจ​ใครเอ่ย?

คลิกดูภาพขยาย


หมายเหตุรูปภาพ

ภาพแรก​คือการเตรียมป้ายประกาศงานรำลึกครบรอบร้อยวัน​ซึ่ง​เป็นงานใหญ่​ที่จัดขึ้น​​ระหว่างแม่บ้าน​ไปร่วม​เป็นอาสาสมัคร

ภาพสอง​คือ น้องกบ อาจารย์​และผู้จัดการหอศิลป์ใน​ระหว่างการประชุม

ภาพ​ที่สาม​คือ หมูอาสา​กำลังถ่ายภาพธงลูกลมยามอัสดงใกล้​จะลับขอบฟ้า ให้เห็นแค่ข้างหลังก็พอค่ะ​

ภาพ​ที่สี่ แม่นแล้ว​ หัวหน้าใหญ่หนูหริ่ง ​ระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ภาพ​ที่ห้า ​เป็นวิวทิวทัศน์จากร้านอาหารสวัสดิการของอุทยานแห่งชาติ​เขาหลัก-ลำรู่ ​ที่พวกเรา​ได้​ไปอาศัยทานอาหารอร่อยอยู่​หลายมื้อ

ภาพสุดท้าย ​ใครเอ่ย ทายกันเองแล้ว​กันนะจ๊ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-941 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) --Series
ชื่อตอน อาสาสมัครในใจเรา (หนึ่ง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๙๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-4517 ], [158.125.1.124]
เมื่อวันที่ : ๑๐ พ.ค. ๒๕๔๘, ๐๒.๑๘ น.

ยังไงขอทายว่า​​เป็นรูปบ้านแม่บ้านอาสาแน่ๆ​​ แฮ่ แฮ่ น่ากลัวคุณรจกลัวลูกบ้าของพิลกริมบุกมาดูถึงเชอแนฟ เลย​​รีบลงรูปให้ดูเลย​​

ขอบคุณนะคะ​​ ยินดี​​ที่​​ได้รู้จักหน้าค่าตา

อย่างนี้คง​​เป็น​​ที่ถูกใจกิ๊ก​​ทั้งหลายแน่นอน ​​แต่ยังไงคุณดอกเข็มแกคงไม่พลาดหรอก ​​เพราะดูแกหมายมั่นปั้นมือ​​จะเปิดเผย​​ความงามของคุณรจเต็ม​​ที่ น่ารักสม​​กับ​​เป็นขวัญใจ คุณพ่อบ้านเมืองเชอแนฟเลย​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น