นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐
ตลาดชีวิต #4
จันทน์กะพ้อ
... คนไทย​เป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร ​เมื่อเห็นคนตกทุกข์​ได้ยากมัก​จะชอบช่วยเหลือ โดบเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยพุทธ​ที่คิดว่าการให้ทาน​เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง​ ประก...

ตอน : ขอทานอย่างมืออาชีพ

คนไทย​เป็นคนใจอ่อนขี้สงสาร ​เมื่อเห็นคนตกทุกข์​ได้ยากมัก​จะชอบช่วยเหลือ โดบเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยพุทธ​ที่คิดว่าการให้ทาน​เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง​ ประกอบ​กับการทำมาหากิน​ที่ฝืดเ​คืองขึ้น​ทุกขณะ ขอทานจึงไม่สูญหาย​ไปจากสังคมไทย ​แต่กลับมีมากขึ้น​ๆ​ ในช่วงยี่สิบปีก่อน ขอทานก็​เป็นเพียงคนจนไม่มี​ที่ดินทำกิน ไม่มีทรัพย์สมบัติ หาทางออกไม่​ได้ จึงจำ​เป็น​ต้องมา​เป็นขอทาน สมัยนั้น​เรายังเห็นขอทานไม่มากเท่า​กับในยุคปัจจุบัน เราเคย​ได้ยินข่าวว่าขอทาน​ที่มาจากบ้านนอกจำ​เป็น​ต้องพึ่งพานายหน้า​ที่คอยให้​ที่อยู่​อาศัย​และคอย​ไปรับ​ไปส่ง​โดยชักค่าหัวคิว​เป็นการตอบแทน ​แต่ในยุคปัจจุบันอาชีพขอทานก็​ได้พัฒนา​ไป ภาพชีวิตของขอทานเหล่านี้คุณ​จะไม่​ได้เห็นในตลาดติดแอร์อย่างแน่นอน...​...​...​...​

เด็กบางคนน่าสงสาร​ที่เกิดมาก็​ต้อง​เป็นขอทาน ฉันเคยเห็นก็มีเด็กชายอายุประมาณ 7-8 ขวบ ​และเด็กหญิงอายุประมาณ 10 ขวบ ใส่เสื้อผ้ามอมๆ​ ถือขันนั่งขอสตางค์อยู่​บนทางเท้า เด็กนักเรียนเห็นก็สงสาร จึงหยิบเศษเหรียญให้ ​ส่วนเด็กขอทานทำหน้าละห้อย มองตามเด็กนักเรียนอย่างสนใจด้วยสายตา​ที่เศร้าหมอง เด็กสองคนนี้ ​เมื่อขอจน​ได้สตางค์มากพอแล้ว​ ก็​จะวิ่งเข้าร้าน 7-11 ​ไปซื้อ สเลอปี้มากิน

ขอทานบางคน​เป็นนักแสดง เช่นแม่ลูกอ่อนอุ้มลูกมา ​(ไม่ทราบว่าลูก​เขาเองหรือไม่)​ แล้ว​ก็บอก​กับผู้คนว่า "ขอสตางค์ให้ฉันกลับบ้านหน่อย​" ขอทานนักแสดงมัก​จะขอสตางค์ทีละมากๆ​ ผู้คน​ที่ใจอ่อนอาจให้ตังค์​ไป​เป็น 50 หรือ 100 บาท​ แล้ว​กำชับว่าให้กลับ​ไปบ้านเสีย ​แต่วันหลังผู้ให้ก็อาจ​จะมาเจอขอทานคนนี้อีก ทำให้​ต้องสรุปว่า "ฉันโดนหลอกอีกแล้ว​"

คลิกดูภาพขยาย


พวกขอทานคนพิการ มี​ทั้ง​ที่พิการจริง​และไม่จริง บางคนยอมลงทุนคลาน​ไปตามพื้นตลาดอันเฉอะแฉะ​เพื่อเรียกร้อง​ความเห็นใจ ​และก็​ได้ผลเสียด้วย บางคนขาเป๋​เมื่อขอทาน ​แต่เวลากลับบ้านขาก็​เป็นปกติดีเดินเหิน​ได้คล่องแคล่ว

ขอทานโรคจิตเหมือนแสดงหนังโหดๆ​ชอบทำร้ายตัวเองให้​เป็นแผลเหวอะหวะมาอวดชาวบ้านชวนให้ทุเรศ​และสังเวช​เป็นยิ่งนัก ฉันก็เฝ้าสังเกตว่า​เมื่อไรแผล​เขา​จะหายสักที ปรากฏว่าไม่เคยเลย​ ​เขาทำให้แผลเลือดแดง น้ำเหลืองแฉะ มาอวด​ได้ทุกวัน ฉันไม่ชอบขอทานแบบนี้ ไม่มอง ​และไม่ให้เงินด้วย

ขอทานพวก​ที่ฉันรังเกียจ​ที่สุด ​คือคนปกติ​ที่หน้าตาโหดๆ​ ​เขา​จะมา​พร้อม ​กับ​เพื่อนๆ​​และมีกระเป๋าใบใหญ่สะพายมาเสมอ ​เขา​จะตรงรี่เข้ามา​ที่แม่ค้า ทำหน้าดุๆ​แล้ว​ขอ​เอาดื้อๆ​ ​ถ้าแม่ค้าคนไหนกลัวก็รีบให้ ​จะให้แค่บาท​สองบาท​ก็ไม่กล้า​ต้องให้ 5 บาท​ 10 บาท​ หรือไม่ก็หยิบของ​ที่ขายให้​เขา​ไป ​แต่แม่ค้าบางคนไม่กลัวก็ด่าลั่น

" กูยังไม่​ได้ขายของเลย​ มึงมาขอแล้ว​ ...​.." แม่ค้า​ที่กล้าด่าอย่างนี้ ก็​ต้องมีคนสนับสนุน เช่นมีพวก​ที่เข็นของอยู่​ไกล้ ๆ​ บางทีพวกผู้ชาย​ที่เข็นรถเข็น​เขาก็ช่วยไล่

" ​ไป๊ อย่ามาเกะกะ เดี๋ยวพ่อด.." พอเห็นคนอื่น​เอาจริงพวกนี้ก็ไม่กล้า รีบเดินจาก​ไป

ปัจจุบันนี้ ขอทาน​เป็นอาชีพอย่างหนึ่ง​​ที่ไม่​ต้องลงทุนมาก คนตาบอดตั้งวงดนตรีมาขอทาน​เป็นวณิพก​ที่น่าชื่นชม บางคนก็​เป็นศิลปินเดี่ยว ร้องเพลงคนเดียวเล่นแคน​ไปด้วย หรือไม่ก็เปิดคาราโอเกะแล้ว​ร้องให้ผู้คนในตลาดฟัง ฉันเห็นขอทานตาบอดก็ชอบ​จะให้เงิน​เขาเสมอ ​เพราะคิดว่า​เขาเก่ง​ที่ตาบอดแล้ว​ยังมาร้องเพลงให้เราฟัง​ได้ อีกอย่างฉันหวังว่า​ได้ให้ทาน​เขาในชาตินี้แล้ว​ชาติหน้าฉัน​จะไม่ตาบอดเหมือนพวก​เขา

มีอยู่​วันหนึ่ง​ฉันเห็นคนขอทานตาบอดนั่งร้องเพลง น้ำตาลาไทร "...​.ลาแล้ว​แก้วตา ..สัญญาให้ไว้ยังจำ...​." คนขายล็อตเตอรี่ขาพิการนั่งหันหลังชน​กับขอทานก็คลอเพลงตาม​ไปด้วยอย่างมี​ความสุข ​เป็นภาพ​ที่ฉันรู้สึกชื่นชม​และอิ่มเอมใจมาก

ผู้หญิงคนหนึ่ง​ตัวผอมดำ หัวยุ่งกระเซิง เดินขาลากๆ​ เดินเ​ที่ยวขอทานอยูในตลาด เธอ​เป็นคนไม่เรื่อง​มาก ไม่โวยวาย​เพราะเธอ​เป็นใบ้ ไม่มี​ใครรู้เรื่อง​ของเธอมากนัก ​แต่คนในตลาดก็ยินดีหยิบยื่น​ความเมตตาให้ บางคนก็ให้สตางค์ บางคนก็ให้ข้าว บางคนก็ให้ผลไม้ หรือ​ถ้าวันไหนไม่มี​ใครให้อะไร​ เธอ​จะ​ไปคุ้ยตามถังขยะ หรือไม่ก็เก็บของ​ที่ตกๆ​หล่นๆ​มากิน ​และแล้ว​วัน​ต่อมา พวกชาวตลาด​ทั้งหลายก็​ได้ประจักษ์ว่า เธอท้อง !
"ไอ้ ห่...​ .​ใครวะ ทำ​ได้ " เสียงแม่ค้าโวยวาย
"แม่ง จัญไรจริงๆ​ ไอ้พวกชิงหมาเกิด ...​..​ไปซ่องซะก็หมดเรื่อง​...​" แม่ค้าอีกคนช่วยเสริม
"เด็กเกิดมาแล้ว​​ใครมัน​จะเลี้ยงวะ ? " ผู้คนพากันผสมโรงคุยต่อ​ไป
ทุกคนพากันสงสารผู้หญิงคนนี้ ​เนื่อง​เพราะเธอไม่มีปากมีเสียง ไม่มีทางต่อสู้ เธออุ้มท้องขอทานต่อ​ไปด้วย​ความลำบากจนท้องแก่ ฉันก็ไม่ทราบว่าเธอ​ไปคลอด​ที่ไหน อย่างไร ​และ​ใคร​เอาลูก​ไปเลี้ยง ​เพราะเธอหาย​ไปนาน ​เมื่อเจอเธออีกครั้งก็ดูดีกว่าเดิม ดูสะอาดสะอ้านขึ้น​ ​และเธอก็กลับมา​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของตลาดเช่นเดิม

คลิกดูภาพขยาย


ฉัน​ได้รู้จักขอทานมืออาชีพอีกคนหนึ่ง​ ​เขานั่งขอทานอยู่​​เป็นประจำหน้าแผงขายผลไม้ของป้าจันทร์ ลุงอายุ 70 กว่าปีแล้ว​ ชุดเก่งของลุง​คือเสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงิน​และกางเกงขาก๊วยสีน้ำเงิน น่า​จะ​เป็นฝีมือการทอ​และตัดเย็บจากพื้นบ้าน มานั่งขอทานทุกวันจนคุ้นเคย​กับผู้คนในตลาด วันหนึ่ง​ๆ​ลุงขอสตางค์​ได้อย่างน้อยวันสองร้อยบาท​ขึ้น​​ไป ​ถ้าวันไหนวัน​พระก็​จะ​ได้มาก​เป็นพิเศษ ถึง 300 หรือ 400 บาท​ ​ที่พวกเราชาวตลาดรู้ว่าลุงขอสตางค์​ได้เยอะก็​เพราะเวลา​ที่ลุง​ได้สตางค์มากแล้ว​​จะ​เอาเหรียญมาแลก​เป็นแบ็งค์ร้อยหรือแบ็งค์ยี่สิบเก็บไว้ ป้าจันทร์​และคนอื่นๆ​จึงรู้ นอกจากนี้เวลา​ที่ร้านค้า​ไปแลกเหรียญบาท​​ที่คลังมาทอนไม่​ได้ แม่ค้า​จะมาจองคิวแลกเหรียญบาท​จากลุง ​และ​เนื่องจากลุง​เป็นคนตรง​ไปตรงมา ลุงจึงชอบเล่าให้ป้าจันทร์ฟังถึงเรื่อง​ราวของแก ลุงมาจากอีสาน นั่งรถ​โดยสารมาจันทบุรี ​เพราะมีคนแถวบ้านบอก​กับลุงว่ามาทำมาหากิน​ที่เมืองนี้ราย​ได้ดี พอมีเงินเก็บ​เป็นหมื่นลุงก็​จะกลับบ้าน​เอาเงิน​ไปให้ทางบ้าน ประมาณ เดือนครึ่งสองเดือนลุงกลับบ้านครั้งหนึ่ง​ แล้ว​กลับมาขอทานใหม่ ตอนนี้ลุง​ได้เงินพอ​ที่​จะสร้างบ้านใหม่​ที่บ้านต่างจังหวัดแล้ว​

วันก่อนฉันเดิน​ไปตลาดแวะทักทาย​กับป้าจันทร์ เห็นลุงขอทาน​กำลังโวยวายเสียงดัง ป้าจันทร์แอบกระซิบบอก​กับฉันว่า แม่ค้าขายผักมายืมเงินลุง​ไป แล้ว​ไม่มาคืนตามกำหนด ลุงขอทานจึงตะโกนด่าลั่น

ขอทานนี่​เป็นอาชีพใหม่​ที่ราย​ได้ดีจริงๆ​ แทบไม่มีต้นทุน มี​แต่กำไรล้วนๆ​ ​และชีวิตอย่างขอทานไม่​ต้องผ่อนรถผ่อนบ้าน สมถะ รวย​ได้ง่ายๆ​เลย​...​...​..
​ถ้าคุณกล้า...​กล้า​ที่​จะ​เป็น "ขอทาน"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-700 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง ตลาดชีวิต --Series
ชื่อตอน ขอทานอย่างมืออาชีพ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๘๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Poceille [C-3216 ], [202.57.140.50]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๔๘, ๐๐.๕๔ น.

เห็นด้วยค่ะว่า​​ขอทาน​​เป็นอาชีพ​​ที่ต้นทุนต่ำ กำไรสูง หากใจกล้าหน้าหนาสักหน่อย​​ก็​​ได้ค่ะ​​...​​

​​แม้กระทั่งในห้างหรู ๆ​​ ก็ยังมีค่ะ​​ เคยเจอ เด็กหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาดี เข้ามาบอกว่าลืมกระเป๋าตังค์ในห้องน้ำ ขอตังค์ขึ้น​​แท็กซี่กลับบ้าน! ​​เอากะพ่อหนุ่มสิ สงสัย​​จะมือใหม่หัดขอ(ทาน) มีอย่างหรือ? ขอตังค์ขึ้น​​แท็กซี่ เฮ้อ...​​ ​​ถ้าขอตังค์ขึ้น​​รถแอร์กลับยัง​​จะสงสารบ้างอ่ะค่ะ​​...​​

ถามว่าให้น้อง​​เขา​​ไปหรือเปล่า? ให้ค่ะ​​ ให้​​ไป 5 บาท​​ ให้​​ไปโทรศัพท์บอกคน​​ที่บ้านให้เตรียมตังค์ค่าแท็กซี่ไว้ให้ไง เหอเหอเหอ...​​ น้อง​​เขาก็ส่งค้อนมาให้วงเบ่อเริ่ม​​แต่ก็รับ​​ไป​​โดยดีค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ป้าแก่ [C-3337 ], [61.90.48.241]
เมื่อวันที่ : ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๘, ๒๑.๒๔ น.



สวัสดีค่ะ​​พี่แอ๊ด

เพิ่งมาอ่านค่ะ​​ เพิ่งทราบด้วยว่า​​เป็นพี่ เรื่อง​​เดินตลาดสดนี่ชอบ​​ที่เรา​​ได้อาหารหลากหลาย ​​แต่ตอนนี้ไม่ค่อย​​ได้​​ไป ​​เพราะอยู่​​ไกลจาก​​ที่จอดรถมาก
ซื้อมาแล้ว​​ก็หิ้วไม่ไหว

เรื่อง​​ขอทาน ในเมืองไทยนี่ก็โด่งดังไม่ใช่ย่อย พวกเขมร เอย พม่าเอย
พากันลักลอบเข้ามา​​เป็นแถว

ลูกชายคนเล็กเคยเล่าให้ฟังว่า มีอยู่​​วันหนึ่ง​​ ตอน​​ที่​​เขา​​กับ​​เพื่อน กลับจากโรงเรียน ตอนเดินข้ามสะพานลอย เห็นขอทาน ​​เขา​​กับ​​เพื่อน ก็นึกสงสาร​​กำลัง​​จะให้เงิน ปรากฏว่า ​​ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น​​ แล้ว​​ก็ไม่ใช่ของ​​เขา​​และ​​เพื่อน

​​แต่​​เป็นของขอทานค่ะ​​ เด็ก​​ทั้งหมดเลย​​เดิน​​ไปเลย​​ ไม่ให้ตังค์แล้ว​​ ขอทานอะไร​​ฟะ ใชมือถือด้วย

บางที​​ความใจอ่อน ขี้สงสาร ​​และ​​เป็นเมืองไทยพุทธ ก็ทำให้พวกนิสัยไม่ดี
ฉวยโอกาส อย่างหน้าด้านๆ​​ ​​ได้นะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น