นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) #7
รจนา ณ เจนีวา
...​เขาว่ากันว่า เครือข่าย ขสมจ รถเมล์ของเมืองเจฯนี้คุณภาพคับแก้วค่ะ​ ​คือ ราคาประหยัด (กว่ารถแท้กซี่มั้ง) รวดเร็ว ​และเชื่อถือ​ได้ (​คือตรงเวลา)...

ตอน : รถเมล์เจนีวา

เพื่้อนๆ​​ที่ชอบนั่งรถเมล์คะ​

ปีแรก​ที่มาอยู่​ประเทศนี้ แม่บ้าน​ได้อาศัยบริการรถเมล์​โดยตลอด จนทำให้รู้จักถนนหนทางหลายสาย​ที่พ่อบ้านไม่รู้จัก บางครั้งพ่อบ้าน​ต้องถามว่า ถนนเส้นนี้รถวิ่ง​ได้หรือเปล่า หรือผ่าน​ที่ไหนบ้าง แม่บ้านก็​สามารถตอบ​ได้​เป็นฉากๆ​ ค่า​ที่​ได้ผ่านหูผ่านตามาเกือบทุกวันจากการนั่งรถเมล์

คอลัมน์ตอนนี้ มีเจตนา​จะแนะนำท่าน​ที่​จะมาเ​ที่ยวเมืองเจฯ แล้ว​จำ​เป็น​ต้อง​ใช้รถเมล์นะคะ​ ภาพต่างๆ​นี้ แม่บ้านก็​ไปเ​ที่ยวถ่ายมาเองค่ะ​ คุณภาพอาจ​จะสู้มืออาชีพไม่​ได้ ​ทั้งหมดถ่ายในฤดูหนาวค่ะ​ เลย​มีหิมะติดมามากหน่อย​

คลิกดูภาพขยาย


​เขาว่ากันว่าเครือข่าย ขสมจ (ขนส่งมวลชนเจนีวา) หรือรถเมล์ของเมืองเจฯนี้คุณภาพคับแก้วค่ะ​ ​คือ ราคาประหยัด (กว่ารถแท้กซี่มั้ง) รวดเร็ว ​และเชื่อถือ​ได้ (​คือตรงเวลา)

สิ่งหลักๆ​​ที่ควรรู้เกี่ยว​กับการ​ใช้รถเมล์ในเมืองเจนีวาก็​คือ มีเศษเงิน​พร้อมพอขึ้น​รถ หรือซื้อบัตรเตรียมไว้ ​ต้องซื้อตั๋วเอง​เพราะคนขับไม่ขายตั๋ว ​ต้องขยันเดิน ​ต้องอ่านแผน​ที่​เป็น ​ต้องซื่อสัตย์ต่อการซื้อตั๋ว​เพราะค่าปรับแพง การลงรถ​ต้องกดปุ่มขอลง ป้ายรถเมล์ทุกแห่งมีชื่อป้าย ​ต้องจำไว้ในการเดินทาง รถเกือบทุกคัน​จะมีประกาศด้วยเสียง​และตัววิ่ง ว่า ป้ายหน้าชื่ออะไร​ ​ต้องคอยฟังหรือดู ป้ายทุกป้ายมีตารางเวลาของรถ​และบอกว่ามีรถสายอะไร​ผ่านบ้าง

​เอาละค่ะ​ ​ถ้าสอบผ่าน​ความ​พร้อมตรงนี้ก็ดิ่ง​ไป​ที่ถนนเลย​ ลองของจริงกันนะคะ​

การซื้อตั๋วทำ​ได้หลายแบบ อย่างแรก​คือ ซื้อ​โดยตรงจากเครื่องขายตั๋ว ​ซึ่ง​จะมีอยู่​ในป้ายรถเมล์เกือบทุกแห่ง มีคำอธิบาย​เป็นภาษาฝรั่งเศส ​และภาษาอังกฤษ (​เพราะมีนักท่องเ​ที่ยวเยอะ) มีหมายเลขกำ​กับให้ทำตามขั้นตอน หนึ่ง​ สอง สาม ไม่มีคนคอยรอซื้อตั๋วมากนัก ทำให้ไม่​ต้องรีบๆ​ มีเวลาศึกษาวิธีซื้่อตั๋วด้วยตัวเอง

แม่บ้านมีภาพเครื่องขายตั๋วรถเมล์ด้วยค่ะ​
คลิกดูภาพขยาย


วิธีการซื้อตั๋ว​โดยละเอียด อย่างแรก ดูว่า​จะซื้อตั๋วแบบไหน แบบครึ่งชั่วโมง หนึ่ง​ชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง หนึ่ง​วันแบบสองโซน หรือหนึ่ง​วันแบบทุกโซน

จากนั้น​ก็ดูว่า เรามีสิทธิ​ได้ลดครึ่งราคาไหม ​คือ อายุน้อยกว่าสิบหกหรือเปล่า (ไม่พิจารณาอายุใจ หรืออายุหน้านะคะ​) หากมีสิทธิก็เลือกตั๋วครึ่งราคาจากแถวด้านขวา (สีฟ้า) หากไม่มีสิทธิก็กดแถวซ้าย (สีเหลือง) เครื่อง​จะบอกว่า​ต้อง​ใช้เงินเท่าไร

คลิกดูภาพขยาย
จากนั้น​ก็หย่อนเงินตามจำนวนลงเครื่อง ​ต้องหย่อน​พอดี​เพราะไม่มีทอน (โหดมาก) หากใส่เกิน เครื่องก็​จะกินเงินเรา ​แต่หากซื้อบัตรขึ้น​รถเมล์ก็​เอาบัตรนี้เสียบ​ไปตรง​ที่เสียบบัตร แทนการหย่อนเงิน เครื่องก็​จะตัดเงินจากบัตรเราตามจำนวนไม่ขาดไม่เกิน

บัตรนี้มีสองแบบ ค่ะ​ อย่างแรก​คือบัตรเติมเงินของธนาคาร ​ที่เรากำหนดยอดเงินสดเล็กๆ​ สักร้อยฟรังก์ สำหรับการจ่ายตามเครื่องต่างๆ​ เช่น มิเตอร์จอดรถ เครื่องคิดเงินค่าจอดรถตามห้างใหญ่ เครื่องขายตั๋วรถเมล์ เครื่องขายน้ำดื่มกาแฟ ​เป็นต้น อย่างนี้​ต้องมีบัตรเอทีเอ็มธนาคารของสวิตฯค่ะ​

บัตรแบบ​ที่สอง​คือ บัตรเงินสดค่าตั๋วรถเมล์ ​คือ เราซื้อบัตรนี้ราคาสิบ ยี่สิบ หรือห้าสิบฟรังก์ ก็​จะ​ได้แถมสิบเปอร์เซ็นต์ ​เอา​ไปเสียบ​ที่เครื่องแทนการ​ใช้เงินสด สะดวก​ดี ​แต่​ต้อง​ใช้บัตรให้หมดภายในหนึ่ง​ปีประมาณนั้น​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


บัตรแบบ​ที่สาม​คือบัตรลดครึ่งราคา มีขายสำหรับนักท่องเ​ที่ยวอายุหนึ่ง​เดือน (ประมาณร้อยฟรังก์) ​กับมีแบบบัตรรายปี รายสองปี ​ซึ่ง​จะทำให้่​ได้ลดค่ารถเมล์ รถไฟ เรือท่องเ​ที่ยว รถกระเช้า​สกี ​ซึ่งแพงมาก หากซื้อบัตรลดแล้ว​อาจคุ้มกว่ากันเยอะเลย​ แม่บ้านเสียปีละร้อยห้าสิบฟรังก์ ขึ้น​รถไฟ​ไปกลับหนึ่ง​เ​ที่ยวเจนีวา-ซูริคก็ประหยัด​ไปแล้ว​แปดสิบฟรังก์ รถไฟ​ไปเล่นสกี ประหยัดอีกสามสิบฟรังก์ รถเมล์ประหยัดวันละสองฟรังก์ ปีหนึ่ง​นั่งห้าหกสิบเ​ที่ยวก็คุ้มแล้ว​ ตัวอย่างคร่าวๆ​ค่ะ​ บัตรนี้ไม่​ต้อง​ใช้​กับเครื่องขายตั๋วฯ ​แต่​เอาไว้ให้นายตรวจดู เืพื่อพิสูจน์ว่าเรามีสิทธิซื้อตั๋วครึ่งราคาค่ะ​

นี่​คือวิธีซื้อตั๋วรถเมล์จากเครื่องค่ะ​

อีกวิธีหนึ่ง​ ​คือ ซื้อตั๋วรายอาทิตย์ ตั๋วเดือน หรือตั๋วปี ​ต้อง​ไปซื้อ​ที่สำนักงานสาขา ​ซึ่งมีกระจายตามจุดใหญ่ๆ​ เช่น สถานีรถไฟ สนามบิน กลางแหล่งท่องเ​ที่ยว ตั๋วอาทิตย์รู้สึก​จะสามสิบฟรังก์ ตั๋วเดือนเจ็ดสิบ ตั๋วปีสี่ร้อยกว่าฯ หากยังเด็กก็​ได้ลดครึ่งค่ะ​ ตั๋วแบบนี้ขึ้น​รถ​ได้ไม่จำกัดครั้ง ​แต่​ต้องพกบัตรประจำตัวให้​เขาเห็นว่า​เป็นคนเดียว​กับเจ้าของตั๋วจริง ​เขากันเรา​เอาตั๋ว​ไป​ใช้​กับคนอื่นค่ะ​

ตั๋วอาทิตย์หรือเดือนนี้เหมาะ​กับนัำกท่องเ​ที่ยว​ที่มาอยู่​ไม่นาน ​แต่​ต้อง​ใช้รถเมล์มากๆ​

คลิกดูภาพขยาย


​แต่​ที่จริงแล้ว​ เมืองเจฯ​เป็นเมืองเล็กมาก ​ที่เ​ที่ยวกลางเมืองจริงๆ​ เดินไม่ถึงวันก็ทะลุหมดแล้ว​ ซื้อตั๋ว​เป็นครั้งๆ​แล้ว​เดิน​เอา​จะประหยัดกว่าค่ะ​

​เพื่อน​ที่เคยมาเ​ที่ยว ​เขาซื้อ​เป็นสวิสพาส​ซึ่งขึ้น​รถไฟ เรือ รถเมล์ ไดในราคาเดียวเ​ที่ยวทั่วสวิตฯ แบบนี้ก็เหมาะสำหรับคน​ที่​ต้องการเ​ที่ยวทั่วประเทศ ​และมีเวลาหลายๆ​วันค่ะ​

คนขับรถเมล์​ที่นี่​เขาไม่ขายตั๋วค่ะ​ ​และไม่มีกระเป๋าหรือกระปี๋ ​แต่มีนายตรวจสุ่มตรวจ​เป็นระยะ หากไม่มีตั๋วก็เสียค่าปรับ​ไปหกสิบฟรังก์ แล้ว​ขายหน้าอีกต่างหาก อุอุ ดังนั้น​ อย่า​ได้คิดพยายามขึ้น​รถ​โดยไม่มีตั๋วนะคะ​ พวกคนต่างชาติมักถูกปรับบ่อย ตั๋วรถเมล์​ที่คายออกมาจากเครื่องนั้น​​จะมีเวลาบอกว่า เราซื้อตอนกี่โมง จากป้ายไหน โซนไหน ดังนั้น​หลักฐาน​จะมัดตัวค่ะ​

​เมื่อรถเมล์มาจอด
คลิกดูภาพขยาย
ก็กดปุ่มตรงนอกตัวรถ หน้าประตู​ที่เรา​จะขึ้น​ ประตูก็​จะเปิดให้ เราก็​ไปเลือกนั่ง (หรือยืน) ตามสบาย หูตาคอยดูชื่อป้าย​ไป​เป็นระยะ ถึงป้าย​ที่เรา​ต้องการก็กดปุ่ม ประตูตรงใกล้เรา​ที่สุดก็​จะเปิดให้เราลง​โดยสะดวก​ค่ะ​

มารยาทการขึ้น​รถเมล์นี่ไม่มี​ใครสอน ​แต่หากสังเกตก็​จะเห็นว่า ​เขา​จะให้คนลงลงก่อน แล้ว​เราค่อยขึ้น​ หรือขึ้น​ลงคนละทางก็​ได้ ไม่ค่อยแย่งกันขึ้น​กันลงนัก หากมีคนไม่มากนัก หากเห็นคนแก่ ก็ให้คนแกขึ้น​ก่อน หากมีคุณแม่มา​กับลูกในรถเข็นก็ช่วย​เขายกรถเข็นขึ้น​รถเมล์ ​ส่วนใหญ่ผู้ชาย​ที่มีการศึกษาดี​จะช่วยพวกคุณแม่เหล่านี้ มีบ้างเหมือนกันทำ​เป็นมองไม่เห็น ผู้หญิงด้วยกัน​ที่ช่วยก็มาก

แม่บ้านสังเกตด้วย​ความเศร้าใจนิดๆ​ว่า หาก​เป็นแม่บ้านผิวดำ หรือเอเชีย ​จะไม่ค่อยมี​ใครอยากช่วยเท่าไร ​แต่​ถ้าผิวขาวผมทองมัก​จะมีคนช่วยมากกว่า ก็​ได้​แต่คิดว่า สายตาเราคงอคติ รวม​ทั้ง หาก​ที่นั่งข้างเราว่าง คน​ที่ขึ้น​มา​เขา​จะเลือก​ไปนั่ง​กับคน​ที่หน้าตาเหมือนชาติเดียวกันมากกว่า ​เขาคงกลัวคนต่างชาติเหมือนกัน

อ้าว เล่าเรื่อง​รถเมล์แล้ว​กลาย​เป็นเรื่อง​การเหยีียดผิว​ไป​ได้ยังไง?

คลิกดูภาพขยาย


เสียง​ใครถามแว่วๆ​ว่า ค่ารถราคาเท่าไร ตอบ​ได้ว่าแพงค่ะ​ ใน​ความรู้สึกของแม่บ้าน ​และคนเจนีวา​ส่วนหนึ่ง​ก็โวยเหมือนกัน​ที่้มีการขึ้น​ราคารถเมล์ต้นปีนี้ ​คือ นั่งครึ่งชั่วโมงเสีียสองฟรังก์ (หกสิบบาท​) หนึ่ง​ชั่งโมงสามฟรังก์ ซื้อตั๋ววันเสียแปดฟรังก์

​แต่เมืองเจฯนั้น​ แค่ซื้อตั๋วหนึ่ง​ชั่วโมงก็ข้ามฟากจากด้านหนึ่ง​​ไปอีกด้านหนึ่ง​แล้ว​ค่ะ​ ไม่​ต้องนั่งรถนาน

ป้ายรถเมล์นั้น​มีถี่ก็จริง ​แต่ก็​จะผ่านเฉพาะถนนหลักๆ​ อย่างแม่บ้าน ​ต้องเดินเกือบครึ่งกิโลจากบ้าน​ไปป้ายรถเมล์ ​ที่นี่​เป็นเมืองเดินค่ะ​ อากาศก็ไม่ร้อน ทิวทัศน์ก็สวย ก็เลย​ไม่ใช่ปัญหาเท่าไร

คลิกดูภาพขยาย
อ้อ เกือบทุกป้าย​จะมีแผน​ที่รถเมล์ประกอบผังเืมืองค่ะ​ ดูเข้าใจค่อนข้างง่าย ​และช่วยให้เรารู้ว่า​ต้อง​ไปต่อรถเมล์สายไหน ป้ายไหนค่ะ​

​เอาละคะ​ ขอให้นั่งรถเมล์เ​ที่ยวให้สนุกนะคะ​

แม่บ้านผู้​โดยสาร

 

F a c t   C a r d
Article ID S-628 Article's Rate 114 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) --Series
ชื่อตอน รถเมล์เจนีวา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๕๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-3806 ], [131.231.24.34]
เมื่อวันที่ : ๐๙ เม.ย. ๒๕๔๘, ๑๗.๒๓ น.

คุณรจคะ​​ อ่านเรื่อง​​รถเมล์ของคุณรจแล้ว​​สยอง ​​เพราะพิลกริม​​กับ​​เพื่อนเึคย​​ไปขึ้น​​รถเมล์ของ ขสมจ. แบบไม่มีตั๋วเหมือนกันค่ะ​​ จำ​​ได้ว่า ตอนนั้น​​เรานั่งรถไฟมาจาก
อินเทอลาเกน ​​เป็นทางรถไฟสาย Scenic panorama ผ่านมองเตรอส์ โลซาน (​​แต่ไม่​​ได้หยุดลง) มาถึงเจนีวา ​​เอาตอนมืด​​พอดี ออกมาจากสถานีรถไฟ ก็​​จะ​​ไป​​ที่พักกัน ถามคน​​ที่หน้าสถานีรถไฟ ​​เขาบอกว่าให้ขึ้น​​รถเมล์​​ไป ผ่านเข้า​​ไปในตัวเมือง ข้ามสะพาน ​​ไปหน่อย​​ก็ถึง แถมบอกสายรถเสร็จ ปรากฏว่า เราไม่รู้ค่ะว่า​​​​ต้องซื้อตั๋วจากเครื่องข้างล่างก่อน นึกว่าซื้อบนรถ​​ได้ ตอนนั้น​​ รถก็แน่นมาก ​​เพราะดูเหมือน​​เป็นเวลาเลิกงาน​​พอดี กะเหรี่ยงเริ่มเลิ่กลั่กค่ะ​​ ​​แต่คุณผู้หญิงคนหนึ่ง​​แกบอกว่า ไม่​​เป็นไรหรอก ตอนนี้พวกคนตรวจอาจ​​จะยังไม่มา เรา​​ไปอีกไม่นานก็​​จะถึงแล้ว​​ แกยังมาคุย​​กับพวกเรา บอกว่าตัวเองทำงานอยู่​​ในโรงโอเปร่าแถวๆ​​​​ที่พัก​​ที่เรา​​จะ​​ไปพักกันด้วย แล้ว​​ก็บอกให้เราลงป้าย​​ที่เราควร​​จะลงด้วย นับว่าใจดี​​ใช้​​ได้นะคะ​​
​​ไปสวิสเ​​ที่ยวนั้น​​​​ได้เจอ​​แต่คนดีๆ​​ค่ะ​​ (​​โดยเฉพาะเวลาถามทาง) ​​ส่วนใหญ่​​เขาเคย​​ไปเ​​ที่ยวเมืองไทยกัน ​​และรู้จักเมืองไทยดีค่ะ​​
โชคดีนะคะ​​ ตอนนั้น​​ เราไม่ถูกปรับ ไม่อย่างนั้น​​ คงเก๊กซิม​​ไปเหมือนกัน ไม่​​ได้กะ​​จะโกง​​เขาเลย​​ แ่ต่มันไม่รู้จริงๆ​​อ้ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Poceille มาอ่านแล้วครับผม [C-3815 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : ๐๙ เม.ย. ๒๕๔๘, ๒๑.๓๐ น.

แฮ่ม หาก​​ได้​​ไปสวิสฯ รับรองว่าไม่เด๋อด๋าอย่างแน่นอนเลย​​ฮับ รายละเอียดแน่นปึ้กเช่นนี้

ชอบเครื่องขายตั๋วจังค่ะ​​ บึกบึนน่ารัก (งานนี้บรรดาน้องงูบนศีรษะพากันส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แฮ่ พวกนั้น​​เค้าชอบเด็ก ๆ​​ หน้าตาใส ๆ​​ ค่ะ​​) ดูท่าว่า​​จะ​​ใช้ง่าย เครื่องขายตั๋ว​​ที่​​เอา​​แต่ใจมาก​​ที่สุดเท่า​​ที่เคยเห็นมา​​คือตู้ขายตั๋วรถไฟฟ้า BTS ค่ะ​​ ช่วงแรก ๆ​​ วันดีคืนดีเธอรับสตางค์แล้ว​​ไม่ยอมคายตั๋วออกมาเฉยเลย​​ เจ้าของสตางค์เลย​​​​ต้องยืนเฝ้า (กลัวเครื่องเชิดเงินหนี?) ให้เจ้าหน้า​​ที่มาช่วย(บังคับขู่เข็ญ)​​เอาตั๋วออกมาให้ค่ะ​​ เหอเหอเหอ...​​

ไม่อยากถามว่าทำไมเมืองไทยไม่มีระบบตั๋วเช่นนี้ ​​เพราะรู้สึกว่า​​กระปี๋รถเมล์​​คือสีสันของประเทศ​​ไปแล้ว​​ ถึงขนาดมีประกวดนางงามกระปี๋เลย​​นะคะ​​ ขอบอก ขอบอก

ขอบคุณกิ๊กแม่หญิงแห่งนครน้ำแข็งสำหรับเรื่อง​​ราว​​และรูปงาม ๆ​​ เจ้าค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-3826 ], [203.188.17.124]
เมื่อวันที่ : ๑๐ เม.ย. ๒๕๔๘, ๑๒.๐๑ น.

​​ถ้าค่าแรงแพงๆ​​อีกหน่อย​​ก็คง​​จะ​​เป็นคล้ายๆ​​กันหมด ​​คือเลิกกระเป๋า กระปี๋ ​​และนายตรวจ เหลือ​​แต่คนขับ อย่าง​​ที่สิงคโปร์ก็​​ใช้แค่คนขับคนเดียวคอยขับรถ​​และตอบคำถามว่า​​ไปลง​​ที่ไหน​​จะ​​ต้องหยอดเงินเท่าไร ​​แต่สงสัยว่า ​​แต่​​ถ้าพี่ไทยทำอย่างสิงคโปร์​​จะเก็บเงิน​​ได้น้อยกว่ามีกระเป๋านะสิเนอะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ป้าแก่ [C-3835 ], [61.90.48.151]
เมื่อวันที่ : ๑๐ เม.ย. ๒๕๔๘, ๒๑.๐๕ น.


โห ข้อมูลแน่นปึ๊กอย่างนี้ คงไม่​​ต้องกลัวหลงทางแน่เลย​​ใช่ไหมจ๊ะ​​ อย่างนี้แสดงว่าพ่อบ้าน ไม่เคยขึ้น​​รถเมล์แน่เลย​​ ถึง​​ต้องมาถามสายรถเมล์​​กับแม่บ้าน
แจ๋วจริงๆ​​ แม่บ้านเจนีวาเนี่ย ยอด​​ไปเลย​​ เรื่อง​​ละเอียดรอบคอบ ยกให้เลย​​


​​แต่ทำไมรายการถึงไม่เรียงวัน​​ที่ละจ๊ะ​​ ตอนแรกป้าหาไม่เจอนะ ​​เพราะรายการมาแทรกอยู่​​ตรงกลาง จ๊ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : นายขาจร [C-3837 ], [61.91.138.246]
เมื่อวันที่ : ๑๐ เม.ย. ๒๕๔๘, ๒๑.๓๖ น.

สงสัยผมคงหลงทางก่อนแน่ๆ​​ หากขึ้น​​รถเมล์​​ที่เจนีวา ..พี่รจคิดว่าเช่ารถเ​​ที่ยวยุโรป​​จะคุ้มมั้ยครับ​​

มีแผนการชั่วร้ายอยู่​​ในใจอยู่​​อะ..กะว่า​​จะเช่ารถลุยตั้งแต่อังกฤษ ข้ามช่องแคบอังกฤษเข้าฝรั่งเศส เลาะขึ้น​​ทางเหนือ​​ไปถึงแถวสแกน วน​​เป็นวงกลมกลับมาขึ้น​​เครื่อง​​ที่อังกฤษกลับเมืองไทย

นี่ผมซื้อแผน​​ที่​​ที่​​ใช้​​กับคอมมาแล้ว​​นะ กะลัง​​จะทำตารางการเดินทางอยู่​​

ตั๋วเครื่องบินก็มีแล้ว​​ (​​ใช้ไมล์สะสมเหมือนเดิม) ​​เพื่อน​​ที่​​จะ​​ไปลุยด้วยก็มีแล้ว​​(ชุดเดิม)

พี่รจคิดว่า​​ใช้เวลากี่วัน ค่า​​ใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ​​ ​​และช่วงไหนเหมาะสม​​ที่สุดครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ละอองฝน [C-3887 ], [133.1.128.95]
เมื่อวันที่ : ๑๓ เม.ย. ๒๕๔๘, ๑๑.๒๕ น.

ข้อมูลแน่นปึ๊กเลย​​ค่ะ​​ ​​ถ้ามีโอกาส​​ได้​​ไปบ้าง คง​​ต้องพกข้อมูลเหล่านี้ของคุณรจนีติดตัวแน่นอนเลย​​ค่ะ​​ เยี่ยมๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น