นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) #4
รจนา ณ เจนีวา
...​เขาว่ากันว่า เอเดลไวส์นี้ดีต่อ​ทั้งร่างกาย​และจิตใจ มีชาทำจากดอกเอเดลไวส์ ​โดยผสม​กับนมร้อนใส่น้ำผึ้ง...

ตอน : เอเดลไวส์ (ตอนสอง)

​เพื่อนๆ​ผู้รักดอกไม้คะ​

​เขาว่ากันว่า เอเดลไวส์นี้ดีต่อ​ทั้งร่างกาย​และจิตใจ มีชาทำจากดอกเอเดลไวส์ (แม่บ้านยังไม่เคยลองทานเลย​ค่ะ​) ​โดยผสม​กับนมร้อนใส่น้ำตาล​กับน้ำผึ้ง (ฟังดูน่าอร่อยแฮะ) ​เอาไว้​ใช้รักษาอาการท้องเสีย​และท้องร่วงค่ะ​ ​และ​เขายังว่า ดอกเอเดลไวส์นี้มีประโยชน์ในการรักษาโรคเช่น วัณโรค​และโรคคอตีบด้วย สรรพคุณไม่เลวทีเดียว

ปัจจุบันเภสัชศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น​ มีการวิจัย​และคิดค้นสกัด​เอาประโยชน์จากต้น​และดอกเอเดลไวส์มาทำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง​และทะนุถนอมผิวพรรณมากมาย​ค่ะ​ นั่นหมาย​ความว่า ​จะมี​ความ​ต้องการดอก​และต้นไม้นี้มากขึ้น​​เพื่อ​เอามาสกัด​เอาสาร​ที่​เป็นประโยชน์มา​ใช้ ไม่ทราบว่านี่​จะทำให้ต้นอเดลไวส์สูญพันธุ์เร็วขึ้น​หรือเปล่า?

คลิกดูภาพขยาย


ว่ากันว่า มีการนำสารสกัดจากเอเดลไวส์​ไปผสมในผลิตภัณฑ์ถนอมผิวชั้นสูง ​โดยเชื่อกันว่าสารสกัดอันทรงคุณค่านี้​สามารถช่วยทำให้อนุมูลอิสระ​เป็นเสถียร (​คือสลาย​ไป) ​ได้ ​และช่วยป้องกันร่องรอยของวัยไม่ให้แสดงตัวเร็วเกิน​ไปนัก หรือว่าง่ายๆ​ก็​คือ ชลอ​ความแก่นั่นเอง

นอกจากนั้น​ คุณสมบัติของต้นไม้นี้ในการแปลงสารยูวีจากแสงแดดมา​ใช้ประโยชน์ ด้วย​ความ​ที่เติบโตอยู่​บนภูเขาสูงๆ​​ต้องเจอกันแดดจ้า​เป็นเืนืองนิจ ก็ทำให้สารสกัดเอเดลไวส์กลาย​เป็นนางเอกในครีมกันแดดต่างๆ​ด้วยค่ะ​ เย้ อะไร​​จะดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้น​

​ความดีงามทางยาประการสุดท้าย (​แต่คงไม่ท้าย​ที่สุด) ของดอกไม้งามนี้ก็​คือ สารไบโอฟลาโวนอยด์​ซึ่งทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น​ ​และช่วยในการรักษากรณีของคน​ที่มีปัญหาหลอดเลือดนี้ค่ะ​



​เขาว่ากันว่า สรรพคุณทางยาของเอเดลไวส์นั้น​​เป็น​ที่ประจักษ์มา​แต่โบร่ำโบราณ (​เขาไม่​ได้บอกว่ากี่ปีค่ะ​) ว่าเ็ป็นยารักษาโรคให้​ทั้งคน​และสัตว์เลี้ยง ​เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังป้องกันปีศาจ ​และ​เป็นเหมือน "ยาเสน่ห์อันแสนขลัง" แห่งเทือก​เขา

แม่บ้านคาดว่า ​ส่วนของยาเสน่ห์ก็น่า​จะตรง​ที่พ่อเจ้าประคุณปีนลง​ไปเก็บดอกไม้มาฝากสาวคนรักน่ะแหละ​ ​เขาว่า หนุ่มๆ​​ที่ตกในห้วงรัก​จะพยายาม​ไปเก็บดอกเอเดลไวส์มาจาก​ที่​ที่เก็บยาก​ที่สุดจากภูเขาสูงๆ​น่าหวาดเสียว ​เพราะคง​จะ​ได้คะแนนดีกว่า​ไปเก็บมาจากทุ่งหญ้า​เป็นแน่แท้

แม่บ้านเพียง​แต่สงสัยว่า แล้ว​​ใคร​จะ​เป็นพยานนะ ว่าพ่อหนุ่มไต่​เขาเสี่ยงชีวิตลง​ไปเก็บตรง​ที่สูงชันจริงๆ​ ​แต่​ที่จริง แม่บ้านไม่ค่อยสงสัยหนุ่มชาว​เขาแอลป์หรอกค่ะ​ ​เพราะพวก​เขามีสายเลือดปีนป่ายภูเขาตั้งแต่ออกจากท้องแม่ (​จะแถมท้องพ่อก็กระไรอยู่​) ดังนั้น​ การปีนป่ายนี้น่า​จะอยู่​ในวิสัย​ที่ทำ​ได้ ​แต่ข่าวก็บอกว่า มีพ่อหนุ่มเหล่านี้สังเวยชีวิต​เพื่อ​ความรัก​ไปหลายคนทีเดียว บางคนก็ยอมแพ้​เพราะอากาศ​ที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันบนยอด​เขา (ลมแรง ​ความหนาวเย็น)



อย่างไรก็ดี หนุ่มคนใด​ที่กลับหมู่บ้าน​พร้อมช่อดอกไม้จากจุด​ที่สูงสุดยากสุดก็​จะถือว่า ​เป็นพ่อหนุ่ม​ที่กล้าหาญ แข็งแรง ​และ จริงใจ​กับ​ความรัก​ที่สุดคนหนึ่ง​ทีเดียว ​ซึ่ง​เป็นภาพ​ที่หา​ได้ยากในสังคมตะวันตก​ที่​เอาชายหนุ่มผู้บึกบึนแบบนักไต่​เขามาคู่​กับดอกไม้ดอกน้อยกระจ้อยร่อยอย่างเอเดลไวส์นี้

นั่น​เป็นเหตุให้ชายหนุ่มในเขตเทือก​เขาอัลไพน์ประดับร่างกายด้วยดอกไม้นี้ ​และถือว่า​เป็น "เหรียญเกียรติยศ" (แห่ง​ความรัก) ค่ะ​

เขียนแล้ว​ก็ซึ้งแทนสาวคน​ที่​ได้รับดอกไม้ด้วย

สุดท้าย​ที่​จะกล่าวถึง​คือ ​ความ​เป็นดอกไม้แห่งจักรพรรดิ์​และ​พระราชา



ดอกเอเดลไวส์ถือว่า ​เป็น "ดาวเงิน" ​และ​เป็นดอกไม้อัน​เป็น​ที่โปรดปรานของจักรพรรดิออสเตรียน​พระนามฟรานซ์ โจเซฟ หรือ Franz Josef (ค.ศ. 1864 ถึง 1916) ​และจักรพรรดินีแสนงามของ​พระองค์​คือเอลิซาเบ็ธ หรือ Elizabeth (ค.ศ. 1837 ถึง 1898) ​ซึ่งมี​พระนามเรียกขานเล่นๆ​ว่า "ซิซี่ (Sisi)" ​และ​เป็น​ที่รักของปวงประชา ​แต่ทรงถูกลอบปลง​พระชนม์​โดยคน​ที่เกลียดระบบกษัตริย์ค่ะ​ สถาน​ที่​พระองค์ถูกแทงก็อยู่​​ที่ท่าเรือในเมืองเจนีวา​ที่แม่บ้านอยู่​นี่เอง ​เป็นเรื่อง​เศร้าของประวัติศาสตร์ เรื่อง​ของซิซี่คนงามนี้ หากหาข้อมูลเพิ่มเติม​จะนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ​

กษัตริย์​พระองค์อื่นๆ​​ที่​เป็นแฟนดอกเอเดลไวส์ก็​ได้​แต่ไกเซอร์วิลเฮล์ม​ที่หนึ่ง​ หรือ Kaiser Wilhelm I แห่งเยอรมนี ​และ​พระเจ้าลุดวิก​ที่สอง หรือ Ludwig II แห่งบาวาเรีย (ค.ศ. 1864 ถึง 1886) ​ซึ่ง​เป็นผู้สร้างปราสาทแสนโรแมนติกแห่งนอยชวานชไตน์ หรือ Neuschwanstein ค่ะ​ ​พระเจ้าลุดวิกนี้ทรงโปรดเอเดลไวส์มาก​และ​พระฉายาของ​พระองค์มักมีต้นไม้นี้ปรากฏอยู่​ด้วยเสมอ



ประเด็นสุดท้ายจริงๆ​ค่ะ​ ในการประชุมสากลของสโมสรแห่งอัลไพน์ (International Conference of Alpine Clubs) ​ที่เมืองโอบวาลเดน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1878 ​โดยมีตัวแทนรัฐบาลจากสี่ประเทศ​คือ ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ​และอิตาลี​ได้ร่วมกันประกาศคุ้มครองเอเดลไวส์ในเทือก​เขาอัลไพน์ของยุโรปค่ะ​ ​เพราะตอนนั้น​ ต้นเอเดลไวส์​ได้ร่อยหรอ​ไปมากจากตามเส้นทางเดิน​เขา​และปีน​เขา​ที่มีคน​ใช้มาก คาดว่าในสมัยนั้น​น่า​จะ​เป็นนักเดินทาง (ด้วยเท้า) ​และพ่อหนุ่มผู้มี​ความรักเปี่ยมในหัวใจ​เป็นแน่แท้



นี่แหละ​ค่ะ​ ​ความประทับใจจากดอกเอเดลไวส์ ว่า​จะเล่าสั้นๆ​ กลายมา​เป็นสองตอน​ไป​ได้ หวังว่า​เพื่อนๆ​คงสนุก​กับเรื่อง​พวกนี้นะคะ​

แม่บ้านค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-472 Article's Rate 114 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) --Series
ชื่อตอน เอเดลไวส์ (ตอนสอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-2994 ], [203.150.120.71]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ม.ค. ๒๕๔๘, ๒๐.๓๑ น.

ชอบ​​ที่คุณรจนาเขียนแบบนี้มากเลย​​ค่ะ​​ ​​ได้​​ความรู้ สนุกสนาน ​​และมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยดีจังค่ะ​​

วันนี้ให้ ดอกไม้ แล้ว​​วันหน้า​​จะ​​เอามาให้อีกค่ะ​​ ชอบมากๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กางเขนดง [C-2998 ], [161.200.255.161]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ม.ค. ๒๕๔๘, ๑๐.๒๑ น.

ฮ่า ๆ​​ อยากลอก​​ความเห็นป้าแอ๊ดมาแปะตรงนี้ด้วยจังเลย​​ค่ะ​​ ​​เอา​​เป็นว่าเขียนว่า เหมือนคนข้างบน ​​แต่ขอถามต่ออีกหน่อย​​ว่า เจ้าดอกเล็กๆ​​สีเหลืองมีขนเนี่ยมันหอมมั๊ยคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ป้าแก่ [C-3010 ], [61.90.48.81]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ม.ค. ๒๕๔๘, ๒๒.๑๖ น.


เรื่อง​​ของจักรพรรคดินีแสนงาม​​ที่ชื่อ ซิซี่ นี้ป้า​​ได้อ่านมาจากหนังสือ คู่สร้างคู่สมแล้ว​​ ​​เขาลงเหตุการณ์ต่างๆ​​อย่างละเอียด ตั้งแต่​​พระองค์เริ่ม​​เป็นสาวแรกรุ่น จนเจ้าชายมาพบ​​โดยบังเอิญ แล้ว​​หลงรัก​​พระองค์ ​​และ​​ต้องการ​​แต่งงาน​​กับ​​พระองค์
​​ทั้งๆ​​​​ที่​​พระมารดาของเจ้าชาย ​​ต้องการให้เจ้าชาย​​แต่งงาน​​กับพี่สาวของเจ้าหญิงซิซี่ ​​ซึ่ง​​ได้มีการดูตัวกันก่อนแล้ว​​ ​​แต่บังเอิญเจ้าชายมาพบ เจ้าหญิงซิซี่ จึงหลงรัก​​และ​​ต้องการ​​แต่งงานด้วย ทำให้​​พระมารดาของเจ้าชายไม่พอ​​พระทัย ​​และไม่ชอบเจ้าหญิงซิซี่ ​​ซึ่งหลังจาก​​แต่งงานแล้ว​​ ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ​​มากมาย​​ ​​ที่ทำให้เกิดตำนานต่างๆ​​ของเจ้าหญิง ป้าเล่าให้ฟังเคร่าๆ​​ ก่อน ​​ถ้าสนใจป้า​​จะ​​ไปค้นหนังสือ แล้ว​​นำมาลงให้ ละเอียด มีเรื่อง​​ราว​​ที่น่าสนใจมากมาย​​ ไม่แน่นะ ป้าอาจสมัคร ​​เป็นนักเขียนแข่ง​​กับคุณรจนี ​​และคนอื่นๆ​​ ก็​​ได้

​​แต่ตอนนี้เซ็งมากเลย​​ ​​ที่โรเจอร์ เฟดเดอร์เรอ นักเทนนิสชาวสวิส แพ้ให้
มารัต ซาฟิน ซะแล้ว​​ วันนี้โรเจอร์ เล่นไม่ค่อยดีเลย​​ แล้ว​​ก็​​จะคอย ดูมาร์ตินา
ฮิงกิส ​​ที่กลับมาใหม่ว่า​​จะ​​เป็นอย่างไรบ้าง​​ ​​จะมาแข่งในประเทศไทยนี้ละค่ะ​​

ป้าก็เลย​​ เล่ายาวนะ อีกแล้ว​​ แล้ว​​​​จะรออ่านตอนต่อ​​ไปนะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น