นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #19
รจนา ณ เจนีวา
...สังคมนี้ชอบทานเนยแข็งค่ะ​ แล้ว​​เขาก็มีเนยแข็งรสโอชาสารพัดชนิด อย่างจืด อย่างเค็ม อย่างเปรี้ยว อย่างนุ่มเหมือนเต้าหู้ อย่างแข็งขว้างหัวแมวแตก (โถ สงสารแมวนักชิม) อย่างเหนียวหยุ่น อย่าง​ที่ไหลย้อย อย่างหอมอร่อย อย่างเหม็นสุดทานทนเหมือนปลาร้า...

ตอน : คนสวิสกินอะไร (สอง)

แฮ่ม เรื่อง​กินเรื่อง​ใหญ่ค่ะ​

ว่าด้วยอาหารจานหลักของชาวสวิส​ไปบ้างแล้ว​ตอนก่อน คราวนี้มาคุยต่อค่ะ​

สังคมนี้ชอบทานเนยแข็งค่ะ​ แล้ว​​เขาก็มีเนยแข็งรสโอชาสารพัดชนิด อย่างจืด อย่างเค็ม อย่างเปรี้ยว อย่างนุ่มเหมือนเต้าหู้ อย่างแข็งขว้างหัวแมวแตก (โถ สงสารแมวนักชิม) อย่างเหนียวหยุ่น อย่าง​ที่ไหลย้อย อย่างหอมอร่อย อย่างเหม็นสุดทานทนเหมือนปลาร้า (​ซึ่ง​เป็นของหอมสำหรับคน​ที่ชอบ) อย่าง​ที่ขึ้น​รา​เป็นสีเขียวปื๋อ รสเหมือนปลาเค็ม (อืมม์ ของโปรดแม่บ้าน) อย่าง​ที่กรอบนอก​แต่ไส้ในเหลวเหมือนคาราเมล อย่าง​ที่กินเล่นเปล่าๆ​ อย่าง​ที่ทาน​กับผักหรือผลไม้อร่อย อย่าง​ที่​ต้องทานคู่​กับขนมปังเฉพาะ อย่าง​ที่นิยมทาน​เป็นของว่างเรียกน้ำย่อย อย่าง​ที่ทานหลังอาหารมื้อใหญ่ก่อนของหวาน



นอกจากนี้ก็ยังมีชีส​ที่​เอา​ไปละลายกิน (ฟองดู Fondue) อย่าง​ที่​เอา​ไปย่างกิน (ราเคล็ต Raclet) สองอย่างหลัง​ที่​เป็นของกินขึ้น​ชื่อ​ที่นี่ค่ะ​ นักท่องเ​ที่ยว​ต้องลอง ​และคนสวิสฯเองก็ทานกัน​เป็นประจำ​โดยเฉพาะเวลาอาหารเย็นหรือหนาว หรือเวลา​ไปเล่นสกีบนภูเขาก็ทานชีสร้อนๆ​นี้ให้พลังงานหลังจากเล่นเสร็จแล้ว​ ​และเวลาเชิญแขกมาบ้าน คนสวิสฯ​เขามัก​จะทำไม่ฟองดูก็ราเคล็ตนี่ละค่ะ​ มันสนุก อุ่นๆ​ดี ไม่ยุ่งยากในการเตรียม ​เพื่อนแม่บ้านเคยปรารภให้ฟังว่า ​ได้รับเชิญทีไรไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง​นี่แหละ​ค่ะ​ ในขณะ​ที่​เพื่อนเตรียมอาหารไทยเต็มโต๊ะทุกครั้ง คาดว่าคนสวิสฯ​เขาคงภูมิใจในอาหารจากชีสสองอย่างนี้มาก ​ที่บรรยายมาก็​เพื่อให้เห็นว่าชีสนั้น​มีอิทธิพลต่อวิถีการกิน​ที่นี่ขนาดไหนค่ะ​

ของกินอีกชนิดหนึ่ง​​ที่น่า​จะนิยมกันทั่วยุโรปก็​คือ เนื้อสัตว์​ทั้งหมู วัว ไก่ ไก่งวง เป็ด ปลา ​ที่มี​ทั้งแบบรมควัน อบแห้ง หมักเกลือ ดองน้ำส้ม ดองน้ำมัน ดองเกลือ ​และถนอมในรูปแบบแบบต่างๆ​ เช่น แฮม เบค่อน ไส้กรอก เบค่อน ประมาณนี้ ​ซึ่งมักนำ​ไปทำไส้แซนด์วิช กิน​กับขนมปัง​เป็นอาหารกลางวันบ้าง เย็นบ้าง ​เอา​ไปปิกนิกบ้าง กิน​กับเนยแข็งชัวร์ๆ​ ทาเนย ทามาการีน ป้ายซอสสารพัดรส ทางด้าน​ที่แม่บ้านอยู่​ก็มีไส้กรอกสวิสฯแบบพิเศษด้วย ​ซึ่ง​จะ​เป็นไส้กรอกแห้งดุ้นใหญ่ เนื้อสับหยาบๆ​ เวลา​จะทานก็​เอา​ไปใส่หม้อต้มกิน​กับผักต้ม แกล้มมัสตาร์ด ทานคู่​กับขนมปังเนื้อเหนียวๆ​หน่อย​ค่ะ​

อาหารคาวจานสุดท้าย​ที่​จะแนะนำ​คือ มันฝรั่งขูด​เป็นเส้น​เอา​ไปทอดกรอบนอกนุ่มใน หน้าตาเหมือนไข่เจียววงสวยค่ะ​ ​เขาเรียกว่า โรชตี (Roesti) ​ซึ่งมักทอด​กับเบคอน หรือทอดเปล่าๆ​แล้ว​​เอาเบค่อนหรือหมูแฮมโปะหน้า บางตำรับตามด้วยไข่ดาว บางตำรับก็เสิร์ฟ​กับอาหารเนื้อเช่น หมูสันในหั่นชิ้นเล็กๆ​ผัด​กับซอสครีมผสมเหล้า​และหัวหอมรสออกเค็มๆ​มันๆ​ (แม่บ้านจำชื่อไม่​ได้ค่ะ​ ​แต่​เป็นอาหาร​ที่เอียง​ไปทางวัฒนธรรมเยอรมัน) หรือ​กับสเต้ก อาหารจานนี้ทานกัน​ทั้งประเทศค่ะ​ ​ได้​ทั้งกลางวัน​และเย็น

​ส่วนของหวานขึ้น​ชื่อ ​คือ ขนมเค้กแครอต ​ซึ่งคนสวิสฯบอกว่า​เป็นขนมสวิสฯแท้ๆ​ ตำราทำเค้กแครอตนี้แม่บ้านเคยเขียนลงคอลัมน์​ไปแล้ว​ ​ใครอยาก​ได้ตำราอีกก็บอกแล้ว​กันนะคะ​ นอกจากนั้น​ ก็มีครีมคาราเมล​ที่นิยมทานกันมากเหมือนกัน หน้าตาเหมือนกันสังขยาเนื้อนิ่ม เด้งเหมือนวุ้นหน่อย​ๆ​ ราดด้วยน้ำเชื่อมคาราเมล ​แต่แม่บ้านสังเกตว่าขนมหวาน​ที่นี่หลากหลายมาก มี​ทั้งพวกพาย พวกทาร์ต พวกขนมปังหวานสอดไส้ พวกมูสรสผลไม้​และชอคโกแลต​ทั้งดำ​และขาว ขนมเค้กเนื้อนุ่ม เนื้อเบา ชีสเค้ก สารพัด​จะสรรทานค่ะ​ ข้อสังเกต​คือขนมหวานของ​เขา​ถ้าทำขายตามร้านเบเกอรี่เล็กๆ​มัก​จะอร่อย ทำไม่หวานจัดมากเหมือนซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ​



ผัก​และผลไม้​ที่คนสวิสฯมัก​จะ​เป็น​ไปตามฤดูกาลค่ะ​ ​และ​ส่วนหนึ่ง​ก็นำเข้ามาจากประเทศอื่นๆ​ เืพราะสวิตฯพื้น​ที่น้อย ผู้บริโภคมี​กำลังซื้อ ชอบของคุณภาพสูง ผู้คนนักชิมก็มีมากพอๆ​​กับแมว จึง​ต้องมีอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย แม่บ้านสังเกตผักหลายอย่างมาจากฝรั่งเศส สเปน ผลไม้มาจากอาฟริกาใต้ ดอกไม้มาจากซิมบาบวี ลูกกีวีข้ามโลกมาจากนิวซีแลนด์ กล้วยหอมจากคอสตาริก้า สับปะรดจากฮาวาย ​และอีกมากมาย​ ร่ายรายการไม่หมดค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


​แต่​จะพูดถึงฤดูกาลของผลไม้ เดือน​ที่แม่บ้านเขียนบท​ความนี้​คือกรกฎาคม ผลไม้​ที่หนาตา​ที่สุด​คือ ลูกแอปปริคอตสีเหลืองส้ม (บ้านเรามักเจอ​แต่ลูกตากแห้งมากกว่า) ถัดมา​คือสตรอเบอร์รี่​ซึ่งเริ่มออกตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว​​และยังพอหาทาน​ได้อยู่​ เชอร์รี่แดง​และดำ ลูกราสเบอร์รี่ ลูกบลูเบอร์รี่ (น้อยลงแล้ว​) ลูกพรุนสดสีแดง สีเหลือง ลูกพีช ลูกเนคทารีน (เหมือนลูกพีช​แต่ผิวมัน) แตงโม เมล่อนเขียว เมล่อนส้ม ​ซึ่งหมาย​ความว่า ขนมอบต่างๆ​ รวม​ทั้ง ไอศรีม เชอร์เบ็ท แยม​และน้ำผลไม้ก็​จะ​ได้อานิสงค์จากผลไม้เหล่านี้​ไปด้วย



​ส่วนปลายปีนั้น​​จะมีส้มเคลมองตีน​ที่เหมือนส้มสายน้ำผึ้งบ้านเรา ​เป็นของนำเข้าจากฝรั่งเศส​และสเปนค่ะ​ รสหวานอร่อย ยี่ห้อ​ที่อร่อยมีรูปสุนัขลายดำขาวทำหน้าละห้อย ไม่ทราบว่ามี​ความเกี่ยวข้อง​กับไร่ส้มอย่างไร วันหลังแม่บ้านค้นเจอแล้ว​​จะ​เอามาเล่านะคะ​

แอปเปิลนั้น​มักมีทุกฤดูกาล ​แต่ฤดู​ที่​เขาออกลูกจริงๆ​​ที่นี่​คือกันยายน ตุลาคมค่ะ​ นอกนั้น​ก็นำเข้ามาจากอเมริกาบ้าง ประเทศอื่นบ้างค่ะ​

ฤดูร้อน​เป็นฤดู​ที่ชาวสวิสฯ​และชาวไทยในสวิตฯมี​ความสุข​กับการทานผลไม้ค่ะ​ ลูกเบอร์รี่จากไร่​และจากป่ามีวางขายเกลื่อนตลาด มีให้เลือกทานไม่หวัดไหว การทานเบอร์รี่สดๆ​​ที่นี่ ก็​จะทานเปล่าๆ​หรือ​เอานม​และน้ำตาลใส่ หรือ​เอาครีมโปะ​ถ้าไม่กลัวไขมัน ​เขามีครีมใส่กระบอกฉีดขายให้ฉีดโรยหน้าเบอร์รี่ทาน สดชื่นรับหน้าร้อนค่ะ​ ​แต่ผลไม้ลอยแก้วไม่ปรากฎค่ะ​



เล่ามาถึงแค่นี้หิวกันหรือยังค่ะ​ ​ถ้าหิว​ไปหาข้าวมันไก่ทานกันนะคะ​ ​จะตามด้วยข้าวเหนียวทุเรียนหรือมะม่วงก็ตามอัธยาศรัยค่ะ​ แฮ่ม

แม่บ้านคู่แข่งแมวนักชิมค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-457 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน คนสวิสกินอะไร (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๑๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ป้าแก่ [C-2468 ], [61.91.101.203]
เมื่อวันที่ : ๒๗ พ.ย. ๒๕๔๗, ๒๑.๕๖ น.


โอ้โฮ คุณรจ เล่นเล่าอย่างนี้ก็หิวแย่สิ แถมมีรูปอีกต่างหาก ของชอบ​​ทั้งนั้น​​ ​​แต่เมืองไทยแพงจริง แอปปริคอตแห้ง ก.ก. ละ 540 เฮ้อ เห็นว่าคนสวิส ชอบบกินของดีๆ​​ แล้ว​​มีสินค้าจากเมืองไทยเรา​​ไปบ้างไหมเนี่ย เดี๋ยวนี้ ของดี ​​เขาไว้ส่งออก คนในประเทศ กินของรองๆ​​ ลงมา ปลูก​​ได้ในประเทศ แท้ๆ​​ ​​ถ้า​​จะกินดีหน่อย​​ก็​​ต้อง​​ไปหา ตามห้างใหญ่ ๆ​​ ราคาไม่เบาท​​ีเดียว ทางโน้น แพงมากไหมค่ะ​​

แล้ว​​คุณรจ เก็บบรรยากาศ ทางโน้นมาฝาก บ่อยๆ​​ นะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-2593 ], [203.172.34.204]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ธ.ค. ๒๕๔๗, ๒๐.๑๗ น.

สวัสดีค่ะ​​คุณรจนา รจนี ฮี่ๆ​​

​​ถ้าวันหลังเจอต้นบลูเบอรี่ ช่วยรบกวนถ่ายรูปมาให้ดูหน่อย​​นะคะ​​ ยังไม่เคยกินบลูเบอรี่สดๆ​​เลย​​ค่ะ​​ เคยกิน​​แต่บลูเบอรี่กระป๋อง​​ที่​​เอามาทำพายบลูเบอรี่แล้ว​​อร่อยๆ​​น่ะค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น