นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #18
รจนา ณ เจนีวา
...ก่อนอื่น​ต้องบอกว่า สวิตเซอร์แลนด์​เป็นประเทศสามวัฒนธรรมหลัก​คือ แบบเยอรมัน แบบฝรั่งเศส ​และแบบอิตาเลียน ​โดยมีกลุ่มชนวัฒนธรรมใหญ่ถัดกันมาตามลำดับ (เยอรมันกลุ่มใหญ่สุด)...

ตอน : คนสวิสกินอะไร (หนึ่ง)

สวัสดีค่ะ​ ​เพื่อนๆ​

คำถามนี้แม่บ้าน​ได้รับมานานแล้ว​ค่ะ​ ​แต่ยังไม่มีเวลาเขียนเล่าสู่แบบจริงๆ​จังๆ​เสียที อาจ​จะ​เพราะว่า​แต่ก่อนก็ยังไม่รู้เรื่อง​เมืองสวิตฯมากนักก็เลย​ยังไม่กล้าเขียนส่งเดช ตอนนี้พอ​จะรู้เรื่อง​มากขึ้น​​และคิดว่าน่า​จะหาสิ่ง​ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กัน​ได้ ก็มาว่ากันตรงนี้เลย​นะคะ​

ก่อนอื่น​ต้องบอกว่า สวิตเซอร์แลนด์​เป็นประเทศสามวัฒนธรรมหลัก​คือ แบบเยอรมัน แบบฝรั่งเศส ​และแบบอิตาเลียน ​โดยมีกลุ่มชนวัฒนธรรมใหญ่ถัดกันมาตามลำดับ (เยอรมันกลุ่มใหญ่สุด) ​และวัฒนธรรมดั้งเดิมเรียกว่า โรมั้นช์ Romanch ​ซึ่ง​เป็นชนพื้นเมืองอยู่​มา​แต่ไหน​แต่ไร ​แต่ตอนนี้เหลือแค่ไม่ถึงหนึ่ง​เปอร์เซ็นต์ ตามสำนวนอีสาน​เขาเรียกว่าน้อยจน "มิดจีรี" เขียนผิดถูกประการใด ​ต้องขอพี่น้องอีสานช่วยแก้ไขด้วยค่ะ​



แม่บ้านอยู่​ฝากฝรั่งเศสก็เลย​​จะเล่าวัฒนธรรมการกินแบบสวิสฝรั่งเศสนะคะ​ ​แม้ว่าหลายอย่าง​จะคล้ายคลึงกัน​ทั้งประเทศ ​จะ​เอาของกิน​ที่เห็นคนทานบ่อยๆ​มาเล่าเรียกน้ำย่อยให้ฟังแล้ว​กันนะคะ​

ชาวฝรั่งเศส​ได้ขึ้น​ชื่อว่าชอบอาหารเช้า​แบบหวานๆ​ ไข่ดาวหมูแฮมไส้กรอกหาใช่ของโปรดไม่ ดังนั้น​สวิสฝรั่งเศสก็เลย​​ได้อิทธิพลนี้​ไปด้วย อาหารเช้า​ง่าย​ที่สุด​คือ ครัวซองต์ (croissants ขนมรูปเสี้ยวดวงจันทร์อุดม​ไปด้วยไขมันเนย หอม กรอบ อร่อย รสออกเค็มๆ​หวานๆ​) หรือขนมปังกระบอก​ที่เรียกว่า บาเก็ต (baguette) ทาแยมกิน​กับกาแฟใส่นม (café au lait ออกเสียงว่า คาเฟ่โอเลต์) หรือขนมปังหวานแบบอื่นๆ​ สำหรับครัวซองต์​เขามัก​จะไม่ทาน​กับแยมหรือทาเนยเพิ่มด้วย บางที​เขาก็กินครัวซองต์ไส้ชอคโกแลตค่ะ​ บางทีก็มีไส้ถั่วอัลมอนต์บดให้เลือก ครัวซองต์มี​ทั้งแบบแป้งขาวหรือแป้งโฮลวีท ​แต่ปริมาณเนยไม่​ต้องห่วงค่ะ​ ไขมันจุกอก



​แต่ประเทศนี้แหละ​​ที่​เป็นผู้คิดค้นอาหารเช้า​เปี่ยมคุณภาพ​ที่เรียกว่า มูสลี่ (บ้านเราก็มีขายนะ) ดังนี้อาหาร​ที่ว่าจึง​เป็น​ส่วนประกอบ​ที่สำคัญของอาหารเช้า​เช่นกันกัน ​ใครเบื่อขนมปังก็ทานมูสลี่ ​ซึ่งประกอบด้วยเกร็ดข้าวโอ๊ต (หน้าตาเหมือนข้าวตอกไทย) แอปเปิ้ลแห้ง แอปริคอตแห้ง ลูกเกต ผลไม้แห้งอื่นๆ​ ตาม​แต่​จะสรรหามา จมูกข้าวสาลี ​และธัญญพืชพวกถั่ว​ที่มีประโยชน์​และมีเส้นใยช่วยย่อยต่างๆ​ มูสลี่นี่ง่าย​ที่สุด​คือเทนมสดลง​ไปแล้ว​ก็รอให้นิ่มๆ​หน่อย​ ​จะเพิ่มเกล็ดข้าวโพดคอร์นเฟลคก็​ได้ไม่ผิดกติกาค่ะ​ ​แต่​จะทานให้​ได้คุณค่ายิ่งขึ้น​ก็ผสมโยเกิร์ตรสผลไม้หรือรสจืด แล้ว​ใส่ผลไม้สดเช่น สตรอเบอร์รี่ ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล ลูกเบอร์รี่ต่างๆ​ ก็ยิ่งดีใหญ่ แม่บ้านนั้น​ชอบสตรอเบอร์รี่​กับกล้วยค่ะ​ รู้สึกว่า​เข้ากันดี

​ส่วนอาหารมื้อกลางวันมีอยู่​สองแบบสำหรับคนทำงาน ​คือ แบบเย็น ​กับแบบร้อน แบบเย็นก็​คือแซนด์วิชไส้ต่างๆ​ แฮมรมควัม แฮมสุก ชีสชนิดต่างๆ​ มอสซาเรลล่า บรี เชดดาร์ บลูชีส เอมเมนตาล แถมมะเขือเทศ แตงกวา ผักกาด บางทีก็มีไส้ทูน่า กุ้งต้ม ไข่ต้ม ปลาแซลมอนรมควัน ไส้กรองซาลามี ขนมปังมัก​เป็นขนมปังบาเก็ต​ความยามเกือบศอกหนึ่ง​​เป็น​ส่วนใหญ่ บ้างก็​เป็นขนมปังขาว บ้างก็​เป็นขนมปังน้ำตาล​ที่เต็ม​ไปด้วยเม็ดธัญญพืช​เพื่อให้​ได้สารอาหารเพิ่มเติม คนจำนวนมากชอบขนมปังเนื้อหนักนี้มากกว่าค่ะ​



แม่บ้านอยากบอกว่าคน​ส่วนใหญ่มักทานอาหารกลางวันแบบเย็นมากกว่า ​แม้​จะไม่มีสถิติมาสนับสนุน บ้างก็ห่อมาจากบ้าน​ทั้งประหยัด ​ทั้งสะอาด ​ทั้งรวดเร็ว บางก็หอบข้าวห่อนี้​ไปนั่งทานในสวน ริมทะเลสาบ ข้างนอกตัวอาคารในวัน​ที่อากาศดีค่ะ​ ​เขา​จะไม่ค่อยชอบอุดอู้อยู่​ในสำนักงานกัน

​ส่วนอาหารแบบร้อน ก็​คืออาหาร​ที่เสิร์ฟใส่จานตามร้านอาหารหรือคาเฟทีเรียสำนักงานนี่แหละ​ค่ะ​ มีทุกอย่างตั้งแต่ปลา เนื้อ ไก่ หมู มังสวิรัติ (หนักผัก แป้ง​กับเนยแข็ง) เส้นพาสต้าต่างๆ​ พิซซ่า สเต้กเนื้อ แนมด้วยผักสลัด ชีส ซุปก็ว่ากัน​ไป สำหรับเมืองแห่งทะเลสาปเช่นเจนีวานี้ อาหารกลางวัน(​และเย็นด้วย)​ที่นักท่องเ​ที่ยวไม่ควรพลาดชิม ​เพราะคนเจนีวาเองก็ทานกันทุกบ่อยๆ​เวลาออก​ไปกินข้าวนอกบ้าน ​คือ อาหารจานปลา​ที่เรียกว่า ฟิเลต์เดอแปช (filets de perche) ​ซึ่ง​เป็นเนื้อปลา​ทั้งตัว​ที่เลาะ​เอาก้างออกแล้ว​ ขนาดนิ้วหัวแม่มือหรือใหญ่กว่านิดหน่อย​ ​เอา​ไปคลุกแป้งน้อยๆ​แล้ว​ทอด​กับเนยให้กรอบ จากนั้น​ซับน้ำมันให้แห้ง เสิร์ฟ​กับมันฝรั่งทอด ​และทานคู่​กับผักสลัดค่ะ​

เอ้า ชัก​จะยาวแล้ว​ค่ะ​ ขอตัดตอน​ไปเล่าตอนจบฉบับ​หน้าค่ะ​

แม่บ้านนักชิม

คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-456 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน คนสวิสกินอะไร (หนึ่ง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๗๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fong [C-2369 ], [221.128.113.30]
เมื่อวันที่ : ๒๒ พ.ย. ๒๕๔๗, ๑๓.๓๔ น.

สวัสดีค่ะ​​คุณรจ (ขออนุญาตเรียกสั่นๆ​​แค่นี้นะ)​
อ่านเรื่อง​​เล่าตอนนี้แล้ว​​ทำให้นึกอยากลองชิม
อาหารจานปลา ฟิเลต์เดอแปช จังเลย​​ค่ะ​​
ท่าทางคงอร่อยไม่เบาเลย​​นะเนี่ย

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น