นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม #16
รจนา ณ เจนีวา
...รายการเ​ที่ยวออสเตรียนี้​เป็นผลมาจากรถยนต์รุ่นเก๋าประมาณเต่าอมตะของลุงเปี๊ยกแห่งศาลานกน้อยนั่นแหละ​ค่ะ​ ​แต่รถคันนี้เชี้อชาติอิตาเลียน เจ้าของรถรุ่นสะสมนี้​เขารวมหัวกัน​ไปประชุม​ที่เมืองเอลเมา (Ellmau) ประเทศออสเตรีย...

ตอน : เที่ยวแคว้นทิโรล ออสเตรีย

​เพื่อนๆ​คะ​

โปรดอย่าเพิ่งเบื่อรายการท่องเ​ที่ยวของแม่บ้านเลย​นะคะ​ ทุกอย่างนี้​ได้อานิสงค์จากการ​ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ถูกรายล้อมด้วยประเทศ​เพื่อนบ้าน​ไปทุกด้าน ขับรถไกลสุดแค่สี่ชั่วโมงก็ข้ามฟากจากด้านหนึ่ง​ของประเทศ​ไปอีกด้านหนึ่ง​ น้ำมันหมดแค่ไม่ถึงถัง ก็พ้นชายแดนเข้าูสู่ประเทศใหม่แล้ว​ แม่บ้านจึงมีโอกาส​ไปเห็นประเทศเืพื่อนบ้านบ่อยๆ​ ​โดยเฉพาะฝรั่งเศสขับรถสิบนาทีก็ถึงแล้ว​ค่ะ​

รายการเ​ที่ยวออสเตรียนี้​เป็นผลมาจากรถยนต์รุ่นเก๋าประมาณเต่าอมตะของลุงเปี๊ยกแห่งศาลานกน้อยนั่นแหละ​ค่ะ​ ​แต่รถคันนี้เชี้อชาติอิตาเลียน เจ้าของรถรุ่นสะสมนี้​เขารวมหัวกัน​ไปประชุม​ที่เมืองเอลเมา (Ellmau) ประเทศออสเตรีย ขับรถ​ไปจาก​ที่แม่บ้านอยู่​เจ็ดแปดชั่วโมง สี่ชั่วโมงขับข้ามประเทศ (เราอยู่​สุดฝั่งตะวันตก เอลเมาอยู่​ทางฝั่งตะวันออก) แล้ว​ขับขึ้น​​เขาลงห้วยในออสเตรียอีกสามสี่ชั่วโมงก็ถึงเอลเมา เมืองกลางหุบ​เขาโดโลไมท์ แถบเล่นสกีอันสวยงามค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


ก่อน​จะเล่าถึงเมืองเอลเมา ขอเล่าถึงแคว้นทิโรลก่อนนะคะ​ ข้อมูลนี้มาจากอินเตอร์เน็ตค่ะ​ แคว้นทิโรลนี้มีพื้น​ที่ถึง 12,648 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 675,000 คน ถือ​เป็นแคว้นใหญ่อันดับสามของประเทศออสเตรีย ​แต่พื้น​ที่ของประเทศนี้​ที่อยู่​อาศัย​ได้มีแค่ 13 % ค่ะ​ ​ที่เหลือ​เป็นภูเขา พื้น​ที่ 20 % ในแคว้นทิโรลนี้ถือ​เป็นพื้น​ที่อนุรักษ์ เมืองหลวงของแคว้น​คือ Innsbruck

แคว้นทิโรลมีชายแดนติดต่อ​กับแคว้น Bavaria ของประเทศเยอรมี ​กับทิโรลใต้ของประเทศอิตาลี ​และ​กับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ​และแคว้นของออสเตรีย​คือ แคว้น Vorarlberg แคว้น Salzburg ​และแคว้น Carinthia แคว้นทิโรคใต้ตก​เป็นของอิตาลีในปี 1919 ​ส่วนแคว้นทิโรลตะวันออกก็แยกตัวจากแคว้นทิโรล​ส่วน​ที่เหลือ ​และเข้าถึง​ได้​โดยผ่านเมือง Salzburg ทางอุโมงค์ Felbertauern หรือ หุบ​เขา Pustertal ในอิตาลีเท่านั้น​

คลิกดูภาพขยาย


ยอด​เขา​ที่สูง​ที่สุดของออสเตรีย หรือ Großglockner (3,797 เมตร) ก็อยู่​ในทิโรลตะวันออกค่ะ​ ​และเชื่อมต่อ​กับ Carinthia ​และ Salzburg ด้วย ยอด​เขาอีกยอดหนึ่ง​​คือ Wildspitze (3770 m) ​เป็นยอด​เขาสูงสุดสำหรับทิโรลเหนือ ​ส่วน Gepatschferner ​เป็นพื้น​ที่น้ำแ็ข็งเกลเชีย (glacier) ขนาด 17 ตารางกิโลเมตร ช่อง​เขา Brenner ​ซึ่ง​เป็นช่องทางผ่าน (pass) ​ส่วน​ที่ต่ำ​ที่สุดของเทือก​เขาแอลป์ (1,370 เมตร) ทำให้ทิโรล​เป็นเส้นทางสัญจร​ที่สำคัญทางการค้า​และการเดินทาง​โดยทั่ว​ไปค่ะ​ อันนี้แม่บ้านเห็นมา​กับตา ​ทั้งรถบรรทุกสินค้า​และรถนักท่องเ​ที่ยว​ที่​ใช้เส้นทางนี้อย่างหนาแน่น

ย้อนมา​ที่เมืองเอลเมา ​ซึ่งอยู่​ในแคว้นทิโรล ชื่อแปลกนะคะ​ เมืองนี้ ไม่กระดิกหูแม่บ้านมาก่อนเลย​ละค่ะ​ เล่าให้​เพื่อน​ที่นี่ฟัง ​เขาก็​จะถามอีกรอบว่าอยู่​​ที่ไหน ก่อนแม่บ้าน​ไปเ​ที่ยว​ที่นี่ ก็ไม่คิดอะไร​ คิดว่า​กำลัง​จะ​ไปเ​ที่ยว​ที่​ที่ “ไกลปืนเ​ที่ยง” พอ​ไปถึงก็อ้าปากค้างใน​ความสวยงามน่ารัก ให้​เพื่อนๆ​นึกถึงหนังเดอะซาวนด์ออฟมิวสิคเข้าไว้ ก็พอ​จะจินตนาการ​ความงามของประเทศออสเตรีย​ได้ ​ความจริงแล้ว​แค่ข้ามชายแดนสวิตฯเข้าสู่ออสเตรีย เริ่มขับรถสู่แถวเทือก​เขาก็ทึ่งใน​ความงดงามอลังการของ​ทั้งธรรมชาติ​และบ้านเรือนโบสถ์ วิหาร ปราสาท​ที่เรียงรายราวเทพนิยายตลอดเส้นทางแล้ว​ กว่า​จะถึงเอลเมาแม่บ้านก็เมา​ความงามจนไม่รู้​จะหาคำชมให้เหมาะสม​ได้อย่างไรแล้ว​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


ฟังแล้ว​ก็โม้ๆ​ดีเหมือนกันนะคะ​ ทนๆ​หน่อย​แล้ว​กันค่ะ​ คน​กำลังประทับใจ แม่บ้าน​เป็นคน​ที่หลงเสน่ห์​ความงามของธรรมชาติค่ะ​ รู้สึกว่า​ธรรมชาตินี้ช่างยิ่งใหญ่ ช่างจรรโลงใจ ช่างปลอบประโลมในหลายๆ​กรณี การ​ได้ซึบซับ​ความงามของธรรมชาติอย่างเงียบๆ​เหมือน​กับ​ได้ปลอบบรรเทาจิตใจให้นุ่มนวล ผ่อนคลาย​และอ่อนโยนขึ้น​อย่างบอกไม่ถูก ทำให้เราตัวเล็กลง ตระหนักถึง​ความ​เป็นแค่ฝุ่นผงธุลี เหมือน​กับเราแทบไม่มีตัวตน ลดอัตตา​ไป​ได้อักโข

กลับเข้าเรื่อง​เอลเมาค่ะ​ แม่บ้าน​ไปค้นอินเตอร์เน็ทเรื่อง​เืมืองนี้มาเล่าสู่กันฟัง​ได้ดังนี้นะคะ​ ​เขาบอกว่าเอลเมานี่​เป็นหมู่บ้านสำหรับเล่นสกี​โดยเฉพาะ ​และ​เป็นหมู่บ้านเล็กๆ​น่ารัก​ที่เต็ม​ไปด้วยชีวิตชีวา รวม​ทั้ง​เป็นเขตเกษตรกรรมในหน้าร้อน​ที่ชาวนาชาวบ้านมีน้ำใจต้อนรับอันอบอุ่น สำหรับนักเล่นสกีทุกระดับแล้ว​​ที่นี่​คือหมู่บ้านในฝันค่ะ​ ​คือมีลานสกีแบบอนุบาล​ที่ไม่ชันมาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มหัดเล่นสกี ​ส่วนพวก​ที่มีประสบการณ์มากขึ้น​มาหน่อย​ก็หา​ได้ผิดหวังไม่ ​เพราะมีระดับ​ความสูงชันของการเล่นสกีอัลไพน์ (alpine ski) ให้เลือกตาม​ความ​สามารถ เช่น ระดับแดง ระดับน้ำเงิน(ฟ้า) ลดหลั่นกัน​ไป หรือคน​ที่ชอบครอสคันทรี (cross-country) หรือสกีแบบพื้นราบ​ต้องเดินมากๆ​ก็มีพื้น​ที่ให้เลือกเล่นเช่นกัน ​ส่วนคนไม่ชอบเล่นสกีก็หนี​ไปเ​ที่ยวเมืองใกล้เช่น Salzburg หรือ Innsbruck หรือ Vipiteno

คลิกดูภาพขยาย


​ที่เอลเมานี่มีสกีลิฟต์​ทั้งหมด 91 ตัว ​และมีลานสกี​ความยาวรวมกัน 250 กิโลเมตร เด็กเล่น​ได้ ผู้ใหญ่เล่นดีค่ะ​

อาหารขึ้น​ชื่อของ​ที่นี่​คือ Wienerschitzel ​ซึ่ง​เป็นเนื้อลูกวัวแล่บางๆ​แล้ว​คลุกเกล็ดขนมปังทอด หรือ​จะทาน Hausmannskost ​ซึ่ง​เป็นสัตว์ปีกทานคู่​กับเนื้อเย็น ไส้กรอก เบคอน กระหล่ำปลีดอง แม่บ้าน​ได้ลองทานเนื้อลูกวัวชุบขนมปังทอดแล้ว​ คิดว่าไม่ถูกลิ้นคนไทยค่ะ​ เนื้อทอดแล้ว​แข็ง การปรุงรสก็มีเพียงเกลือ ​แต่ก็ทาน​เพื่อ​ใช้รู้จักของกินบ้าน​เขา

ภาษาพูด​ที่ออสเตรีย​คือ ภาษาเยอรมันค่ะ​

นอกจากเอลเมา ทางผู้จัดประชุมรถยนต์คลาสสิก​ได้พาขบวน​ไปเ​ที่ยวเมืองใกล้ๆ​ชื่อว่า คุฟชไตน์ (Kufstein) ​เป็นเมือง​ที่มีปราสาทงดงามอยู่​หนึ่ง​หลัง ตัวเมืองไม่ใหญ่มากเดินเ​ที่ยวสบาย มีถนนสายชอปปิ้ง​และทานอาหาร​ที่น่ารักมากอยู่​เส้นหนึ่ง​ (ดูรูปค่ะ​) คณะฯพาเรา​ไปทานอาหารกลางวัน​ที่ร้านแบบพื้นบ้าน ​ได้ทานซุปกูลาชแบบฮัีงกาเรียน ​เป็นซุปมะเขือเทศ ผัก ​และเนื้อ อุดมด้วยเครื่องเทศ รสใกล้เคียงต้มยำบ้านเราเลย​ค่ะ​ จัด​แต่ไม่เผ็ด อร่อย อาหารจานหลัก​ที่​เขาเสิร์ฟ​คือ เนื้อหมูอบ มันฝรั่งบดผสมชีส​และขนมปังปั้น​เป็นก้อนเหนียว แล้ว​ก็กระหล่ำปลีดอง (sauerkraut) ราสซอสหมูอบ อร่อยแฮะ จากนั้น​​เป็นของหวานหน้าตาเหมือนบราวนี่ค่ะ​ ​แต่รสหวาน​กำลังงาม ทีแรกแม่บ้านคิดว่า​จะทานนิดเดียว ​แต่​ไปๆ​มาๆ​หมด​ไปครึ่งชิ้นค่ะ​ ​เพราะ​ความ​ที่​เขาไม่หวานมาก
ก่อนกลับจากเมืองคุปชไตน์ แม่บ้านก็ทำหน้า​ที่นักท่องเ​ที่ยว​ที่ดี ซี้อไส้กรอกแห้งหนึ่ง​อัน หน้าตาเหมือนกุนเชียงเปี๊ยบ​แต่กิน​ได้เลย​ (​เขาอบสุกมาแล้ว​) แล้ว​ก็ซื้อหมูสามชั้นรมควันแห้งสนิทหนึ่ง​ก้อนกิน​กับมัสตาร์ดผสมน้ำผึ้ง ​และขนมปังดำ อุดหนุนการท่องเ​ที่ยวออสเตรียค่ะ​ ของอื่นๆ​ไม่​ได้ซื้อ​เพราะไม่อยาก​เอา​ไปเต็มบ้านค่ะ​ (หนีสะสม เหอ เหอ)

คลิกดูภาพขยาย


คลิกดูภาพขยาย


พวกเราขับรถเ​ที่ยวชมธรรมชาติในหุบ​เขา เลียบแม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาป ​และมีโปรแกรมหยุดพักเข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ ทานไอศครีมตอนบ่าย เรียกว่าไม่ให้​ได้หิวกันเลย​ละคะ​

มี​เพื่อนๆ​ถามกันหลายคนว่า เวลา​ไปเ​ที่ยวแบบประชุมรถยนต์คลาสสิก​เขาทำอะไร​กัน ขอยก​ไปเล่าตอนถัด​ไปนะคะ​ ตอนนี้ดูภาพออสเตรีย-เอลเมา กันให้จุใจก่อนค่ะ​

แม่บ้านช่างเ​ที่ยว

ปล แถมภาพดอก Edelweiss อันขึ้น​ชื่อของออสเตรีย​และสวิสเซอร์แลนด์ด้วยค่ะ​ แฟนหนัง The Sound of Music คงจำเพลงชื่อนี้​ได้

 

F a c t   C a r d
Article ID S-433 Article's Rate 72 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสาม --Series
ชื่อตอน เที่ยวแคว้นทิโรล ออสเตรีย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๗๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fong [C-2117 ], [221.128.110.98]
เมื่อวันที่ : ๐๑ พ.ย. ๒๕๔๗, ๒๑.๒๒ น.

อ่านเรื่อง​​เล่าของคุณแล้ว​​ ให้นึกฝันอยาก​​ไปเ​​ที่ยวบ้างจัง
วางแผนไว้เหมือนกันค่ะว่า​​​​ถ้าละภารกิจ​​ที่รับผิดชอบ​​ได้​​เมื่อไหร่
​​จะหาโอกาสเติมกำไรให้ชีวิตตัวเองให้​​ได้แบบนี้บ้างค่ะ​​
ชอบเรื่อง​​เล่า​​ที่คุณเขียนมากค่ะ​​ ตามอ่านอยู่​​เรื่อยๆ​​นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-2145 ], [203.172.119.83]
เมื่อวันที่ : ๐๓ พ.ย. ๒๕๔๗, ๐๖.๑๘ น.

อ่านแล้ว​​นึกถึงเรื่อง​​ The Sound of Music นะคะ​​ แล้ว​​คุณรจนา​​ได้เห็นต้น​​และดอก Eldelweiss มั้ยคะ​​ ชอบเพลง Eldelweiss ใน The sound มากค่ะ​​ ฟังแล้ว​​เศร้าๆ​​​​และทำให้ชวนคิดถึงบ้านค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : กางเขนดง [C-2167 ], [161.200.255.163]
เมื่อวันที่ : ๐๔ พ.ย. ๒๕๔๗, ๑๒.๔๘ น.

ตามมาอ่านด้วยคนค่ะ​​ เคย​​ไปเยี่ยมเยียนประเทศสวย ๆ​​ อย่างออสเตรียเหมือนกันค่ะ​​ เหมือนดินแดนในฝันเลย​​ ตอนนั้น​​อยู่​​เมือง Graz เดือนนึงเลย​​ค่ะ​​ ชอบมาก ๆ​​ ​​แต่ไม่ค่อย​​จะรู้ประวัติเมือง​​และสถาน​​ที่เท่าไหร่ ตามมาอ่านเรื่อง​​นี้ทำให้นึกถึงบรรยากาศดี ๆ​​ อีกค่ะ​​ อยากเห็นรูปดอก Edelweiss ใกล้ ๆ​​ จัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น