นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
...ฉันพบว่าตัวเองพยายามทำอะไร​ต่ออะไร​มากเกินกว่าคนๆ​ หนึ่ง​​จะรับไหว แล้ว​ยังมีสามีนิสัยเดียวกัน ​ซึ่งทำให้ฉัน​ต้อง​ไปแบกรับสิ่ง​ที่​เขาอยาก​จะทำกันเพิ่มจากของตัวเองขึ้น​มาอีก...

ตอน : ผัวเมียละเหี่ยใจ(๑)

เรื่อง​ถัด​ไป​คือ สิ่ง​ที่คิดว่า​จะทำ​เมื่อตอนมาเมืองไทย ไม่​ได้ทำมากมาย​หลายอย่าง ไม่​ได้​ไปทะเลพักผ่อนหย่อนใจเลย​ ไม่​ได้​ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ​ ไม่​ได้​ไปสังสรรค์​เพื่อนฝูง ไม่​ได้​ไปงานครบรอบ ๗๐ ปีของ​เพื่อนฝรั่ง​ที่​เขาหลัก (​ที่​แม้​แต่​เพื่อนของ​เขา​ที่เยอรมนียังบินมาสมทบ) ฉันไม่มีเวลา​แม้​แต่​จะ​ไปเยี่ยมพี่สาว​ที่กรุงเทพ ไม่มีเวลา​จะ​ไปทำบุญ​ที่วัด ไม่มีเวลา​ไปปฏิบัติธรรม ไม่​ได้โทรหา​เพื่อนฝูง ไม่​ได้เขียนจดหมายแจ้งข่าว​ความ​เป็น​ไป​เป็นมา ไม่​ได้อ่านหนังสือธรรมะเพิ่มเติม ไม่​ได้ปฏิบัติภาวนา จนมาถึงวันนี้ ​ซึ่งก็​จะไม่ขอแก้ตัวอะไร​ นอกจากว่า ตัวเองไม่​สามารถจัดอันดับ​ความสำคัญ​ได้ดี​ไปกว่านี้ เดือนแรก​เป็นเดือน​ที่ต่อสู้​กับสุขภาพมาก​ที่สุด เดือน​ที่สองสุขภาพกระเตื้อง บ้านเริ่มเคลื่อน เดือน​ที่สามสุขภาพ​ได้ดังใจมากขึ้น​ รวม​ทั้งบ้านด้วย ทุกอย่างพุ่ง​ไปอย่างรวดเร็ว ​แม้ว่า​จะเหมือน​ได้ทำน้อยใน​ความรู้สึกของตัวเอง ​แต่เพียงเท่านี้ ฉันก็พอใจมากแล้ว​

ฉันพบว่าชีวิต​ที่ผ่านมา ตัวเองพยายามทำอะไร​ต่ออะไร​มากเกิน​ไป มากเกินกว่าคนๆ​ หนึ่ง​​จะรับไหว แล้ว​ยังมีสามีนิสัยเดียวกัน ​ซึ่งทำให้ฉัน​ต้อง​ไปแบกรับสิ่ง​ที่​เขาอยาก​จะทำกันเพิ่มจากของตัวเองขึ้น​มาอีก (มัน​เป็นเวรกรรมของมนุษย์เผ่าพันธุ์เมีย) มัน​เป็น​ความเครียดอย่างมาก​ที่กดฉันไว้นานจนไม่รู้สึกตัว มารู้ตัวอีกทีก็​เป็นปาก​เป็นเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นระเบิด จุดนั้น​นั่นเองทำให้ฉันเริ่มคิดว่า​ต้องกลับมาพิจารณาตัวเองใหม่เสียแล้ว​ว่าชีวิตนี้ขาดสมดุลอะไร​​ไปบ้าง ​ต้องวางอะไร​​ทั้งหลายแหล่​ที่เรา "อยาก" ลง​ไปบ้าง ​และทำสิ่ง​ที่​จะรักษากาย​และใจของเราไว้ก่อน​เป็นเบื้องต้น ฉันจึงเข้าฟิตเนส ปรับตัวเรื่อง​อาหาร ​และเน้นงานสร้างบ้านอย่างเดียว มัน​เป็นสามเดือน​ที่ฉันคิดว่าไม่มีอะไร​​ต้องเสียใจเลย​ สามเดือนแห่งการเรียนรู้​และการ​ได้รู้จักตัวเองเพิ่มมากขึ้น​ การ​ได้ให้โอกาสร่างกายของตัวเอง​ได้แสดงว่า มันก็ยังมีศักยภาพ​ที่​จะ​เป็นร่างกาย​ที่ดี​และสมบูรณ์​ได้ตามวัย​ที่​จะอำนวย​และตามปัจจัยดีๆ​ ​ที่เรามอบให้แก่มัน

ใน​ส่วนของมิตรภาพต่างๆ​ มิตรเก่าก็ผลิดอกออกผล มิตรใหม่ก็ผลิใบงอกงาม ฉัน​ได้พบ​เพื่อนรุ่นน้อง​ที่น่ารักหนึ่ง​คนในอาทิตย์แรก​ที่มาถึง​และในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเมืองไทย กล่าว​ได้ว่าน้องคนนี้​เป็นคนเดียว​ที่ฉัน​ได้​ใช้เวลาด้วยมาก​ที่สุดในเมืองไทย ขออนุญาตเอ่ยชื่อเธอว่า น้องแหม่มนางฟ้าน้อยๆ​ นอกจากนั้น​โชคดี​ได้เจอ​เพื่อนร่วมงานสนิทจากเจนีวา​ที่มาเยี่ยมบ้าน​ที่เชียงใหม่ เลย​​ได้รู้จัก​เพื่อนของเธอ​ที่เชียงใหม่ด้วยอีกคน (​ได้​เพื่อนเพิ่ม​เป็นของแถม) ​แต่เวลา​ส่วนใหญ่

ฉัน​ใช้​ไป​กับพี่ต้อย​และครอบครัว​ที่แม่คำ เหมือน​เป็นกาฝากน้อยๆ​ ในครอบครัวของพี่​เขา เรามี​ความสุข​กับเสียงเฮฮา หัวเราะ โจ๊กใส่ไข่ใส่สีสารพัด การทำอาหาร รวม​ไปถึงการคุยเรื่อง​ชีวิตเครียดๆ​ การแผ่ตาข่ายแห่ง​ความรักโอบล้อมกันไว้ให้เรารู้ว่า เรา​จะไม่โดดเดี่ยวในครอบครัวเช่นนี้ เหมือนฉัน​ได้​ไปทำเธราปีดีๆ​ นี่เอง ชีวิตเมืองเหนือนั้น​สุขสงบสม​ความปรารถนาของฉัน ชีวิต​ที่ไม่มีเงื่อนไขไม่​ต้องคิดอะไร​ยุ่งยากซับซ้อน หา​ความสุข​ได้ง่ายๆ​ จากการ​ได้พูดคุยกัน ทำอะไร​กินกันง่ายๆ​ ชี้ชวนกันชมนกชมไม้ หาเรื่อง​ตลก​กับหมูหมากาไก่แมวมดปลวก​ได้ทุกเรื่อง​ เรารับฟังทุกข์เรื่อง​สุขภาพ เรื่อง​เศรษฐกิจ เรื่อง​ครอบครัวของกัน​และกัน เราวิเคราะห์การเมืองแล้ว​ก็เหี่ยวอยู่​แค่นั้น​

เมืองเหนืออากาศก็ดีจริงๆ​ นอนกลางคืนก็ชื่นใจฟังเสียงจักจั่นเรไรร้องระงม ใกล้รุ่งก็ฟังเสียงนกกาไก่หมาแมว ​และบางทีก็​เพื่อนบ้านผู้รักเสียงเพลงแผดลำโพงแปดหลอดใส่บ้าง คาราโอเกะผิดคีย์ย้าง ​เป็นสีสัน​และ​เป็นการทดสอบอุเบกขาของเรา​ได้ดีไม่น้อย มัน​เป็นชีวิต​ที่ฉันขาด​ไปนับสิบๆ​ปีจากการ​ที่​ไปอยู่​เมืองนอก ฉันอดนึกฝันไม่​ได้ว่า ​ถ้าเรา​ได้อยู่​เมืองไทยตลอด​ทั้งปี​จะ​เป็นอย่างไร เรา​จะเบื่อไหม เรา​จะลืมชีวิต​ที่เมืองนอกไหม ​จะว่า​ไป ฉันก็ยังไม่เบื่อหรอก ​และไม่จำ​เป็น​ต้องกลับเยอรมนีก็​ได้ ​แต่ทำไง​ได้ล่ะ เรามีพันธะสัญญา​กับครอบครัว​ที่​ต้อง​ไป​ใช้ชีวิตด้วยกัน ​ไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน

​และ​จะว่า​ไปยุโรปในหน้าร้อนก็แสนงดงาม สนุกสนาน หอมอบอวล ฉันยังรักกลางวัน​ที่ยาวนานถึงสี่ทุ่ม การนั่งกินข้าวเย็นในสวนดอกไม้ (ไม่มียุงด้วยนะเอ้า) การขับรถ​ไปตามป่า​เขาลำเนาไพร แสงสีกลิ่นอันดึงดูดใจของโพรวองซ์ ​ความรู้สึกของ "ฤดูร้อน" ในยุโรป​เป็นอะไร​​ที่บรรยายให้คนไทยฟัง​ได้ยาก หากไม่เคย​ไปมีชีวิตอยู่​ใน​ที่นั้น​เอง เหมือน​กับ​ความอบอุ่น​และเสน่ห์แห่งเมืองไทยก็​เป็นอะไร​​ที่บรรยายให้ฝรั่งฟัง​ได้ยาก หาก​เขาไม่เคยมาสัมผัส (สิ่ง​ที่เหล่ามันฉายอยู่​ในรอยยิ้ม​และแววตาของคนไทยเกือบทุกคน)

​ไปเมืองไทยงานนี้ พ่อตัวดีสามีของฉันก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมๆ​ เหมือนเด็ก​ที่เห็นหมาหลงทางแล้ว​​เอากลับมาบ้านให้แม่ช่วยเลี้ยง ในกรณีของ​เขา​คือ ​ไปเห็นบิ๊กไบค์แล้ว​เกิดอยาก​ได้บ้าง ก็เลย​​ไปซื้อมาขับเล่นสบายใจ ขับ​ไปก็บ่นเจ็บหลังเจ็บไหล่ โถ ​จะไม่เจ็บ​ได้อย่างไร ร่างกายก็ไม่ฟิต ​แต่​ต้องมาควงแมงกะไซคันเบ้อเริ่ม ฉัน​ทั้งขัดเ​คืองใจ​ทั้งน้อยใจว่า หาเรื่อง​ยุ่งๆ​อีกแล้ว​ แค่บ้านสองหลังก็​จะแย่อยู่​แล้ว​ ฉันเองไม่อยากนั่งมอไซ​กับ​เขา ​เพราะ​เขายังขับไม่แข็ง ทำ​เอาฉันนั่งเกร็ง​ไปหมด สุดท้ายเรา​ไปเฉี่ยว​กับรถคันหนึ่ง​ เราสองคนล้มเค้เก้​ทั้งคู่ ทางฝ่ายโน้นประมาท ดีเหลือเกิน​ที่เราไม่​เป็นอะไร​​ทั้งคู่ ​และสภาพร่างกาย​ที่ผ่านฟิตเนสแล้ว​ของฉันมันแกร่งขึ้น​อย่างน่าประทับใจ ไม่มีอาการปวด​เมื่อยจากการตกรถเลย​ อย่างไรก็ดี มอไซตัวนี้กลาย​เป็นสาเหตุให้มีปากเสียงกัน​ส่วนหนึ่ง​ สุดท้าย คุณท่านก็ยอมตัดใจขายรถในราคาแสนถูก ​แต่ยังไม่มี​ใครซื้อ ​ใครนะบอกว่า ​ความแตกต่างของเด็กผู้ชาย​กับผู้ชาย​คือขนาดของของเล่น อันนี้​คือตัวอย่างของแท้เลย​

ในเชียงใหม่ เรามีชุมชนของฝรั่งเมียไทย หรือหญิงไทยสามีฝรั่งอยู่​ ทางโรเบิร์ต​และนิ่มพาเราสองคน​ไปรู้จัก​เพื่อนคนสำคัญๆ​ ​ซึ่งล้วนแล้ว​​แต่​เป็นคนดี น่ารัก น่าสนใจ น่าประทับใจด้วยกัน​ทั้งสิ้น สามีภรรยาคู่หนึ่ง​ปลูกบ้านด้วยมือของตัวเอง ​และทำสวนอะโวคาโด​ไปด้วย ฐานะไม่ใช่ปัญหา ​แต่​เขาภูมิใจ​ที่​ได้ลงมือทำเอง เรามีโอกาส​ได้​ไปกินข้าว​ที่บ้านอันร่มรื่นของ​เขา ​เป็นยามบ่าย​ที่สนุกสนานอบอุ่นทีเดียว อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า​สามี​จะไม่เหงา​ที่เชียงใหม่ ​ที่นี่​เขาเริ่มมี​เพื่อนฝรั่งด้วยกัน​และสร้าง​เพื่อน​ได้อย่างรวดเร็ว ฉันเองเสียอีก ​แม้ว่า​จะ​ได้พบหญิงไทย​ที่น่าสนใจ​แต่ก็ไม่​ได้สานต่อ​ความสัมพันธ์​แต่อย่างไรด้วย​ความยุ่งเหยิง​ทั้งหลาย​ที่อธิบาย​ไปเบื้องต้นนั่นเอง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3569 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง A deskless life --Series
ชื่อตอน ผัวเมียละเหี่ยใจ(๑) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น