นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
...ทีแรกก็รู้สึกว่า​มัน​เป็นแค่โปรเจ็ค​ที่​ต้องทำให้เสร็จ ​แต่ตอนหลังเริ่มรู้สึกว่า​มันมีจิตวิญญาณ มี​ความ​เอาใจใส่ ​ความทุ่มเทของทุกคนอยู่​ในนั้น​...

ตอน : บทเรียนจากการทำบ้า(น)ๆ

​เมื่อถึงวันออกจากเมืองไทย บ้าน​ทั้งสองก็ยังไม่เสร็จ ​แต่ก็งวดมากแล้ว​ ฉัน​ต้องทิ้งหน้า​ที่ให้พี่ต้อย​เพื่อนรัก​เป็นผู้ดูแลโครงการต่อ การ​ได้อยู่​​กับบ้าน​ทั้งสองหลังมาตั้งแต่ต้นจนวันเดินทาง ทำให้มี​ความรัก​และผูกพันอย่างลึกซึ้งไม่น่าเชื่อ ทีแรกก็รู้สึกว่า​มัน​เป็นแค่โปรเจ็ค​ที่​ต้องทำให้เสร็จ ​แต่ตอนหลังเริ่มรู้สึกว่า​มันมีจิตวิญญาณ มี​ความ​เอาใจใส่ ​ความทุ่มเทของทุกคนอยู่​ในนั้น​ ไม่ว่า​จะทีมออกแบบ ทีมก่อสร้าง ทีมจ่ายเงิน (เจ้าของบ้านนั้น​แล) ทีมผู้สนับสนุน​และให้​ความคิดเห็น-​เพื่อนๆ​​ที่ช่วยลุ้นสุดตัว ฉันรู้เพียงว่าสายตาของฉัน​เมื่อมองบ้านหลังนี้ในอนาคต​จะ​เป็นสายตา​ที่มองเห็น หยาดเหงื่อแรงงานแรงใจของคน​ที่เกี่ยวข้อง​ทั้งหมด มันช่างมี​ความหมายจริงๆ​

บ้านสันกำแพง เหลือทาสีรั้วบ้าน ทำระแนงปิดด้านข้างของโรงรถ แก้ไขพื้นบ้านด้านบน เทปูนสำหรับโรยกรวดทางรถวิ่งจากประตูใหญ่ ย้ายกระต๊อบเก่าของคน​ที่อยู่​เดิมออก​ไป​และปรับ​ที่ดินของเราให้เสมอกัน ทำประตูปิดตรงระเบียงริมรั้ว ทำหลังคาน้อยคลุมบ่อน้ำโบราณ หาซื้อล็อคประตู ติดไทเมอร์ระบบไฟฟ้า แล้ว​ก็ย้ายข้าวของ​ที่ยัง​เป็นหีบห่อของเราอยู่​เข้ามาเก็บไว้ในบ้านนี้ บ้านนี้ฉันให้พี่สาวคนพื้นเมืองช่วยดูแลเข้ามาทำ​ความสะอาด ตรวจเรื่อง​ปลวกมดแมลง​เป็นระยะๆ​ เรายังไม่ตกลงใจว่า​จะทำระเบียงด้านบนโรงรถหรือไม่ ​และ​ถ้าทำระเบียง เราก็น่า​จะทำหลังคาคลุมทางเดิน​ระหว่างบ้านชั้นบน​กับระเบียง​ไป​พร้อมกัน โครงการนี้คง​จะ​เอาไว้ตอนมาเมืองไทยรอบหลัง รั้วบ้านสันกำแพง​เป็นโครงเหล็กทาสีดำ ตีระแนงแนวตั้งตัวไม้สมาร์ทวู้ดสีอิฐ ​ใครเห็น​ใครชอบ ประตูก็​เป็นโครงเหล็กดำ ​และตีด้วยไม้ตะเคียนทองทาสีไม้ธรรมชาติ คนข้างตัวบอกว่าชอบประตูบ้านสันกำแพงมากกว่าบ้านเชียงราย ช่างณรงค์รับปากว่า​จะทำ​ส่วน​ที่เหลือให้สมบูรณ์​ที่สุดสม​ความตั้งใจของฉัน ​เอาสิ มาเจอพ่อคนเปอร์เฟคชั่นนิสต์อีกคนหรือเปล่านี่

​ส่วนบ้านนิวาสา​ที่เชียงราย ไม้ขึ้น​หมดแล้ว​ เหลือวางหลังคาโพลีตรงระเบียงบ้าน ช่างทาที​ต้องทาแล้ว​ขัดสามรอบ ​และอุดโป๊วเก็บงานในรายละเอียดต่างๆ​ ช่างบอกว่า​จะลุยให้เสร็จใน​ระหว่างสงกรานต์ พวก​เขา​จะไม่กลับบ้าน​ที่เมืองแพร่ มหัศจรรย์มาก​ที่​เขา​จะไม่​ไปฉลองสงกรานต์ ​แต่ฉันมารู้จากน้องปอยว่า ทางแพร่​เขาเริ่มฉลองสงกรานต์กันวัน​ที่ ๑๖ ​เป็นอย่างนั้น​​ไป บ้านเชียงรายนั้น​ล้อมรอบ​ไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ตัวบ้านก็เต็ม​ไปด้วยหน้าต่าง จนแทบ​จะไม่เหลือผนังให้​เอาไว้ติดรูป วางตู้ หรือทำชั้น​ได้เลย​ แถมยังไม่​ได้คิดว่า​จะติดมุ้งลวดอย่างไรอีกต่างหาก งานนี้ยุง มด ​และแมลงคงร่าเริงเข้าบ้านเรา​เพราะไม่มีสิ่งปิดกั้น หาก​จะทำมุ้งลวด ช่างมุ้งลวดคง​จะรวย​กับบ้านเราแน่ๆ​ ​เพราะมี​แต่ช่องเปิด​ทั้งนั้น​

บ้านนิวาสา​เป็นบ้านไม้สัก​ทั้งหลัง ตอนขนไม้มาใหม่ๆ​ พี่ต้อยเข้ามาดูงานแล้ว​ทำจมูกฟุดฟิดบอกว่า ไม้สักกลิ่นหอมมาก ฉันก็จมูกไม่ค่อยไว ​แต่ก็เห็นจริง​เป็นเช่นนั้น​ เข้า​ไปดูงาน​ที่บ้านทีไร​จะ​ได้กลิ่นไม้หอมชื่นใจครั้งนั้น​ ก่อนกลับฉันคุยเข้ม​กับพี่ต้อยเรื่อง​ปลูกต้นไม้ดอกไม้ หลักๆ​ ฉันอยาก​ได้เฟื่องฟ้า ต้นโมก​ที่ฝันใฝ่ ​และดอกกุหลาบ ​ส่วนรั้วนั้น​​จะ​เอาเข็มแดง​เพราะขึ้น​​เป็นพุ่ม​เป็นแถวทหารถูกใจ รั้วบ้านของเราครึ่งคอนกรีด ครึ่งไม้สมาร์ตวู้ต เราทาไม้รั้ว​เป็นสีเทอราคอตต้า ออกส้มเชียว ​ส่วนประตู เราทาสีวอลนัตเงา กรอบ​เป็นแสดนเลส ดูงามมาก

​เนื่องจากบ้านนิวาสา​เป็นบ้านสวน ยกใต้ถุนสูงนิดเหน่อย​ พี่ต้อยพาฉัน​ไปดูอิฐทำมือสวยๆ​ คนข้างตัวเห็นภาพก็นึกชอบ เราก็เลย​​จะ​เอาอิฐหกเหลี่ยมมาปูพื้นบ้าน​ทั้งใต้ถุน​และรอบๆ​ บ้านนิดหน่อย​ ​เอาให้อลังการ​ไปเลย​ ลาย​ที่ปูออกมาแล้ว​มัน​จะคล้ายๆ​ ​กับรังผึ้งนี่แหละ​ ไหน​จะ​ต้องปรับ​ที่ดิน ถมทราย ปรับระดับให้สม่ำเสมอก่อน​จะปูอิฐ แล้ว​ยัง​ต้องระวังเรื่อง​ท่อต่างๆ​ ​ที่ต่อลงมาจากบนบ้านด้วย ฉันกำชับช่างประปาช่างไฟ​ซึ่งทำงานซ่อนไว้ในผนังบ้านสองชั้นว่า ​ส่วนท่อ​ที่ต่อลงพื้นนั้น​ให้วางหลบสายตาให้ดี​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ ไม่ให้​เป็นอะไร​​ที่ "เ​คืองตา" ท่านเจ้าของบ้าน (ในกรณีนี้ เรา​ใช้ "ฝรั่ง" ​เป็นข้ออ้าง​ที่​เป็นประโยชน์​และศักดิ์สิทธิ์กว่า)

​ระหว่างการสร้างบ้าน​ทั้งสอง ฉันก็ติดต่อพี่น้อง​ที่เกี่ยวข้อง​ที่อเมริกา​เป็นระยะๆ​ ​เพื่อรายงาน​ความคืบหน้า ปรึกษาขอ​ความเห็น ร่วมกันตัดสินใจ อันนี้​ต้องขอบคุณคนข้างตัว​ที่ย้ำว่า เรา​ต้องถามคน​ที่​จะอยู่​บ้านนี้จริงๆ​ ว่า​เขาอยาก​ได้อะไร​ ทำให้การสร้างบ้าน​เป็นอะไร​​ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น​ บางวันฉันก็โทร​ไปเล่านู่นเล่านี้ด้วย​ความร่าเริงตลกขบขัน บางวันก็โทร​ไปบ่น บ่น บ่น ​กับปัญหาจุกจิก​ที่เกิดขึ้น​ อาจเรียก​ได้ว่า การสร้างบ้านสันกำแพงทำให้ขอบฟ้าเมืองไทย​กับเมืองมะกันเข้ามาใกล้ชิดกันอย่างไม่เคย​เป็นมาก่อน เหมือน​กับเรา​ได้มาลงไซท์งานก่อสร้างร่วมกันจริงๆ​

​ส่วนบ้านเชียงรายฉันก็มีทีมงานของพี่ต้อย​ที่ช่วยกันลุ้น ช่วยกันดู ช่วยกันคิด ช่วยกันติ ช่วยกันก่อ ทุกคน​เอาใจช่วยกันแบบสุดๆ​ บางคนก็บอกว่า บ้านของเรากลาย​เป็นทอล์คออฟเดอะ(แม่คำ)ทาวน์​ไปแล้ว​นะ ทางช่างก็มาบอกว่ามีคนมาทาบทามว่า อาจ​จะมาจ้างสร้างบ้านแบบนี้อีกหลัง ​แต่​เป็น​ใครก็ไม่รู้ เราจึง​เป็นผู้นำแบบบ้านไม้สักโมดูล่าร์เข้ามาโฆษณาในหมู่บ้านเล็กๆ​ นี้​โดยปริยาย

ขอจบเรื่อง​บ้าน ​ที่งบประมาณ "บาน" ปลาย​และทำให้คนสร้างเกิดอาการ "บ้า"บ้า(น) บอบอ อย่าง​ที่​เขาว่ากันจริงๆ​ ไว้เพียงแค่นี้ก่อน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3568 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง A deskless life --Series
ชื่อตอน บทเรียนจากการทำบ้า(น)ๆ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น