นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
...มิชชั่นหลักของการมาเมืองไทย​คือมาสร้างบ้าน​ที่เชียงใหม่​และเชียงราย ​เมื่อศึกษา​ความ​เป็น​ไป​ได้แล้ว​ เราขอพับโครงการเชียงใหม่ไว้ก่อน...

ตอน : บ้า(น)ก็บ้า(น)วะ

เรื่อง​​ต่อมา ก็​เป็นเรื่อง​ดัง​ที่จั่วหัวไว้ ​คือ มิชชั่นหลักของการมาเมืองไทย​คือมาสร้างบ้าน​ที่เชียงใหม่​และเชียงราย ​เมื่อศึกษา​ความ​เป็น​ไป​ได้แล้ว​ เราขอพับโครงการเชียงใหม่ไว้ก่อน ​เพราะมี​ความไม่แน่นอนเรื่อง​สนามบินนานาชาติ (ตอนนั้น​ ยังไม่มีการเลือกตั้งทั่ว​ไป) ​เอาแค่เชียงรายพอ สามี​ไปเจอแบบบ้านไม้สักประกอบสำเร็จ ทรงทันสมัย เราติดต่อพบว่าผู้ออกแบบอยู่​เมืองแพร่ เราก็เลย​ลุย​ไปดูแบบบ้านถึง​ที่ ประทับใจมาก สั่งทำเลย​ทันที ​เอาเหมือนแบบ​ที่​เขาโชว์ ​แต่เพิ่มห้องน้ำ ห้องครัว ​และปรับเล็กๆ​ น้อยๆ​ จากวัน​ที่ตกลงกันประมาณกลางเดือนมกราคม จนถึงวันนี้บ้านฉันก็เกือบ​จะ​เป็นหลังแล้ว​ ​เป็นการสร้างบ้าน​ที่สนุกสนาน วุ่นวาย บานปลายพอสมควร ฉันประทับใจ​กับสถาปนิคสาวน้อยชาวแพร่ จบมช มาก น้องปอย​เป็นเด็กสาว​ที่​เอาจริง​เอาจัง แม่​กับพ่อก็น่ารัก แม่ทาเซ็นชื่อ​เป็นผู้รับเหมา แม่​เขา​เป็นประธานสหกรณ์ไม้สักบ้านน้ำชำ ​ส่วนพ่อ​เป็นปลัดอำเภอใกล้​จะเกษียณแล้ว​ ​เขายก​เอาทีมช่างมาจากแพร่ ขนไม้สักสีทองอร่าม กลิ่นหอมตลบอบอวล​ไป​ทั้ง​ที่ดิน มาปลูกสร้างใน​ที่สวนของฉัน เรา​ใช้ผู้รับเหมาในพื้น​ที่ช่วยทำฐานราก​และงานปรับ​ที่ดิน ชื่อคุณก้อย คนนี้ก็​เป็นยอดหญิงอีกคนหนึ่ง​

งานนี้​เป็นการเรียนรู้มากมาย​สำหรับนักสร้างบ้านมือใหม่อย่างฉัน​และคนข้างตัว พอเจอปัญหาตอนแรกๆ​ ก็เครียด ​แต่พอโครงการใกล้​จะจบ ฉันพบว่าตัวเองโชคดีอย่างบอกไม่ถูก ปัญหา​ที่เจอถือว่าเล็กน้อยมาก​เมื่อเทียบ​กับคน​ที่สร้างบ้าน​ส่วนใหญ่ ปัญหาแรก​ที่เราเจอ​คือ ต่อม่อ ๑๗ ตัวสำหรับวางเหล็กกล่องรับเสาตะเกียบสำเร็จรูป ไม่​ได้ระดับตรงกันเสีย ๑๐ ตัว จ๊าก​ที่หนึ่ง​ ร้อนถึงคุณก้อย​และน้องปอย ​ต้องปรึกษาเครียด สุดท้ายเลย​​ต้องเจาะเสาตัว​ที่มีปัญหา วางเหล็กแผ่น​และตั้งเหล็กฉากใหม่ให้ตรง ​แต่ผลก็​คือตอม่อคอนกรีตบางตัวมัน​จะดูเบี้ยวๆ​ ไม่งามตา งานนี้คุณก้อยรับเงินค่าทำตอม่อ​ไปแล้ว​เต็มจำนวน ​แต่มีสปิริตดี ช่วยเข้ามาแก้ไขให้​ทั้งหมด ​และแก้ไขอย่างดี

แล้ว​ทำไมถึงตั้งชื่อว่า "บ้า(น)ก็บ้า(น)วะ" ก็​เพราะเหตุว่าน้องสาวฉัน​ไปสร้างบ้านไว้​ที่สันกำแพง ​ต้องการแค่บ้านหลักเล็กๆ​ แบบนกน้อยทำรัง​แต่พอตัว ​แต่คนสร้างหวังดี ทำบ้านฟอร์มใหญ่ ทีนี้ ก็เลย​​ต้องลงทุนเพิ่ม ​แต่ลงทุนแล้ว​ก็ยังไม่เสร็จ ฉัน​กับสามี​ไปดูบ้าน ​เขาก็นึกชอบ เราปรึกษากันสามฝ่าย รวม​ทั้งน้องสาว​ที่อเมริกายด้วยว่า สร้างต่อดีไหม น้องยังไม่มีเงิน ฉันเลย​บอกว่างั้นเราออกตังค์สร้างต่อให้เสร็จ แล้ว​น้องค่อยผ่อน​ใช้ในภายหลัง ฟังดูเหมือนงานง่ายๆ​ แค่ต่อเติมให้เสร็จ ทำบันได ปลูกบ้านเล็กเสริมด้านหลัง ทำห้องน้ำห้องครัวระเบียงนั่งเล่น ​แต่​เอา​ไป​เอามา กลับ​เป็นเรื่อง​ปวดหัวมากมาย​ งานนี้ฉัน​ได้ช่างคนเชียงใหม่ชื่อว่า ช่างณรงค์ ​ที่ตอนหลังกลายมา​เป็นน้องชาย​ที่แสนดีของพี่ป๊อก ขออะไร​ทำให้หมด เงินค่ารับเหมาก็ไม่ค่อยอยาก​จะเบิก บอกว่าของเก่ายัง​ใช้ไม่หมด ยังไม่เบิก เออ นานๆ​​จะเห็นที ผู้รับเหมา​ที่ไม่อยากรีบ​เอาเงินจากเรา นอกจากนั้น​ เราสร้างต่อเติมบ้านแบบลูกทุ่ง ค่อยๆ​คิดทีละอย่างว่า​จะ​เอาอะไร​ตรงไหน เถียง​ไปเถียงมาไม่สรุป ณรงค์เลย​ออกแบบมาให้แล้ว​ก็สร้างตามนั้น​ สร้าง​ไปสร้างมากกลาย​เป็นองค์ประกอบบ้านแบบ​ที่ณรงค์ชอบ ​แต่พวกเราก็ชอบ​ไปด้วย

บทเรียนจากการปลูกบ้าน (​ที่​ใครๆ​​เขาก็รู้กันมาตั้งนานแล้ว​) ​ที่ฉัน​ได้รับก็​คือ
--งบประมาณ​ที่ตั้งไว้ ให้คูณสองไว้ก่อน​ได้เลย​ รับรองว่ามัน​จะบาน​ไปประมาณนั้น​ หรือมากกว่านั้น​
--ตั้งใจ​จะปลูกให้เสร็จ​เมื่อไร ให้เผื่อเวลาไว้อีกสองเท่าเลย​ มันไม่มีทางเสร็จตามเวลา ​เพราะช่าง​จะลา​ไปขึ้น​บ้านใหม่ ​ไปงานศพบ้าง ​ไปงานบวช เราเปลี่ยนแบบบ้างทำให้ช้า วัสดุขาด​ไปบ้าง ตกลงเรื่อง​ข้อติดขัดบางอย่างไม่​ได้บ้าง
--อย่าพยายามให้​ใครมา​เป็นตัวกลาง​ระหว่างเรา​กับการจ่ายเงินให้ช่างต่างๆ​ (ช่างก่อสร้าง ช่างกระจก ช่างมุ้งลวด) ​เพราะเรา​จะไม่รู้เลย​ว่าจริงๆ​ ​เขา​ใช้เงิน​ไปเท่าไร มัน​จะทำให้เราแคลงใจกันเปล่าๆ​ ​ถ้า​จะให้​ใครสักคนทำ เรา​ต้องไว้ใจ​เขา​ได้จริงๆ​
--อย่า​ไปซื้อไม้เก่า​โดยไม่เห็นของเสียก่อน ​เพราะ​ถ้า​ได้ของมาแล้ว​ไม่ชอบใจ ​จะปฏิเสธยาก เช่น ฉันสั่งซื้อยุ้งข้าว พอเห็นไม้เสามาแล้ว​แทบ​เป็นลม เสาใหญ่ก็จริง ​แต่ผุมากแล้ว​ สุดท้ายหลังจากเสียเวลาปรึกษากันหลายฝ่ายแล้ว​ก็​ต้องปฏิเสธ​ไป แล้ว​​ไปหาซื้อใหม่ ​แต่ทำให้เสีย​ทั้งเวลา​ทั้งเงินเพิ่มด้วย
--อย่า​ไปริสร้างบ้านสองหลัง​พร้อมกันในพื้น​ที่คนละจังหวัด มัน​จะเหนื่อยจากการเดินทางเทียวไล้เทียวขื่อจ้า (ฉันขับรถ​ไปกลับเชียงใหม่เชียงรายใกล้​จะสิบเ​ที่ยว​ได้แล้ว​มั้ง ​แต่ก็ยังไม่รู้จักทุกโค้งหรอก) ข้อนี้​แม้เด็กอมมือก็รู้ ​แต่ผู้ใหญ่อมฮอลล์อย่างเราไม่รู้แฮะ
--​ความไว้วางใจ​เป็นประเด็นสำคัญ​ที่สุด ​ถ้าเลือกช่างดี สถาปนิกดี ผู้รับเหมาดี มี​ความรับผิดชอบ ถือว่างานสำเร็จ​ไปแล้ว​เกือบครึ่งหนึ่ง​ ​แต่การ​จะรู้ว่าช่างดีหรือไม่ก็​ต้องทำงานร่วมกัน​ไปแล้ว​ระยะหนึ่ง​ รวม​ทั้ง​ถ้าฝ่ายช่างไว้วางใจเรา​ได้ว่า จ่ายเงินตรงเวลา ไม่เบี้ยว ​พร้อมรับฟังข้อติดขัดฝั่ง​เขา เวลาเราขอให้​เขาแก้ไขอะไร​ก็​จะง่าย​และ​เป็น​ไปด้วย​ความเต็มใจ
--​ใครว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่​ บางทีก็ไม่แน่เสมอ​ไปว่าผู้อยู่​​จะรู้ว่าอะไร​ดี​ที่สุดสำหรับบ้านหลังหนึ่ง​ๆ​ กรณีบ้านสันกำแพง​เป็นบ้านแบบล้านนา เราไม่รู้จักวิธีหรือสไตล์อะไร​หลายอย่าง หรือเรื่อง​สี​ที่​จะนำมา​ใช้คู่กัน หรือเรื่อง​โคมไฟ สิ่ง​ที่ช่างแนะนำกลับกลาย​เป็นประโยชน์​กับเรา ​ซึ่งทำให้ฉันเรียนรู้เรื่อง​การรับฟัง​ความคิดเห็นจากช่างด้วย ​เพราะช่างก็มี​ความคิดดีๆ​ ก็มีเหมือนกัน
-- สิ่ง​ที่สนุกสนานอย่างหนึ่ง​ ​คือ ปลูกบ้านไทยให้ฝรั่งอยู่​ บ้านไทยเราประตูเตี้ย หน้าต่างต่ำ บันไดชัน คนข้างตัวเดินชนโน่นชนนี่ เดินตกบันไดก็บ่อย เวลาเราสร้างบ้าน จึง​ต้องกำชับ​กับช่างให้ทำวงกบประตูสูง เคาน์เตอร์สูง เชิงหลังคาสูง ขั้นบันได​ต้องกว้างเท้าไซส์ใหญ่วางสบาย ​และ​ต้องไม่ชันให้เดินยาก ​เป็นเรื่อง​​ที่​ต้องคอยคิดทุกจุด ทีนี้พอบางอย่างวางสูง​ไป ภรรเมียตัวเตี้ยก็เลย​เดือดร้อนสิคะ​ ท่าน (บทเรียน​คืออย่าเลือกสามีตัวสูงหรือเปล่า?)
-- ​เมื่อ​จะริสร้างบ้านร่วม​กับสามีฝรั่งแล้ว​ ​ต้องยอมให้​เขา​ได้​ความดี​ความชอบ​ไปเต็ม ๆ​ ฉันสร้างบ้าน แทบ​เป็นแทบตาย ชาวบ้านในหมู่บ้าน​เขาพูดถึงบ้านฉันว่า "บ้านฝรั่ง" มันน่าเ​คืองไหมนี่ ฉัน​ไปโวยวาย​กับคนข้างตัว ​เขาอมยิ้มถามว่าแล้ว​อยาก​ได้บ้านชื่ออะไร​ ฉันบอกว่า ก็​ต้องชื่อ "บ้านเมียฝรั่ง" สิ ถึง​จะถูก เอ ไม่รู้​ที่คิดนี่​จะถือว่าตัวเองฉลาดแล้ว​หรือยังเนี่ย
-- ​เมื่อ​จะสร้างบ้านให้ถามคน​ที่เคยสร้างมาก่อน ปรึกษาคนในหมู่บ้านในเรื่อง​ต่างๆ​ ​จะ​ได้เรียนรู้อะไร​มากมาย​​ที่ไม่เคยรู้มาก่อน พอทำ​ไปทำ​ไปมันก็คล่อง​และซึมเข้า​ไปในหัวของเราเอง
-- อย่าคิดว่าช่าง​จะสร้างตามแบบ​ที่เราเขียนไว้ในกระดาษ ​แต่ให้​ไปคุมในตอน​เขาทำงานจริงเลย​ แล้ว​ดูว่า​เป็น​ไปตามแบบไหม ช่างพื้นบ้าน​เขาดูแบบ​ไปงั้นแหละ​ ​แต่​เขาก็ยัง​จะสร้างตาม​ที่​เขาเคยชิน ​ซึ่งรั้วบ้านเชียงรายของฉัน​เป็นตัวอย่าง​ที่ดี ดีว่าไอ้​ที่​เขาสร้างออกมานั้น​ เราพอ​จะรับ​ได้หรอก
-- สามีภรรยาผู้สร้างบ้าน​ต้องไว้ใจกัน คนหนึ่ง​​ต้องยอมถอย หรือผลัดกันถอย ทีแรกฉัน​กับคนข้างตัวลงมือคุมงานด้วยกัน ​แต่คิดเห็นไม่ค่อยตรงกัน เลย​มาเถียงกันเองเสียบ่อย ฉันเองก็เครียด ​เพราะตัวเอง​ต้อง​เป็นคนเจรจาต่อรอง อยาก​ได้บ้านอย่างใจเราบ้าง ​แต่ก็ไม่อยากขัดใจ​เขา สุดท้ายคนข้างตัวยอมถอย ให้ฉันจัดการหมด ฉันติดขัดตรงไหนจึงถาม​เขา แรกๆ​ ก็ขลุกขลักอึดอัดอยู่​บ้าง ​แต่​เขาก็มีน้ำใจนักกีฬาดีมาก เห็นว่าฉันทำบางอย่างไม่ถูกใจก็เฉยเสีย จน​เมื่อฉันถามว่า​เขาคิดอย่างไร ​เขาจึงบอก ถึงจุดนั้น​ ฉันก็ยอมแก้ไข​โดยดี​เพราะเห็นน้ำใจ​เขาแล้ว​ว่า ถึงเรา​จะทำ​ไปผิด​เขาก็(กัดฟัน)ปล่อยให้เราทำอย่าง​ที่เราอยาก​ได้ ​เพื่อไม่ให้เราขัดแย้งกัน เออ ​จะว่า​ไป การสร้างบ้านก็​เป็นการพิสูจน์​ความรักของสามีภรรยา​ได้ไม่น้อยเทียว

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3567 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง A deskless life --Series
ชื่อตอน บ้า(น)ก็บ้า(น)วะ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น