นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ กันยายน ๒๕๕๗
ริมฝั่งฝัน #4
วิจิตร จินตนา
...​ทั้งหมด​ที่เห็น​คือสภาพของทุกสิ่งอย่าง​ที่มีฝุ่นคลุมหนาเตอะ มีกระดาษหนังสือพิมพ์​และนิตยสารกระจายเกลื่อน มีเตียงเก่าสองหลัง ตั้งแยกกันอยู่​คนละมุมห้อง บรรดาสิ่ง​ที่ดูเหมือนขวดยา​ที่วางเรียงรายอยู่​ตรงอ่างล้างหน้า ชวนให้ฉันเดินตรงเข้า​ไปก่อน​ส่วนอื่นๆ​...

ตอน : บทที่ ๔

เลข​ที่ ๑๔/๑ ​เป็นป้ายไม้เก่าแก่ขนาดสักสองฝ่ามือ ผ่านสายตา​ไปอย่างรวดเร็ว บาง​ความรู้สึกในหัวใจ บอกให้ทำ​เป็นมองไม่เห็น มันอาจไม่ใช่​ความจริง...​ ฉันอาจ​กำลังฝัน​ไป

​แต่นี้​เป็นครั้งแรก ​ที่การสนใจข้างทางของยาย ประสบ​ความสำเร็จ

"นั่นไง เลย​แล้ว​"

ฉันถอยรถ พอเลี้ยวเข้ามาตามทางโรยกรวด​ได้สักสิบเมตร ก็มีอัน​ที่ล้อหน้า​ต้องตกหล่มดังกึง ยังดี​ที่แรงส่งจากทางลง​ที่ค่อนข้างลาดชัน ทำให้เราผ่านมันมา​ได้ ​แม้​จะค่อนข้างทุลักทุเล ​แต่ฉันก็​สามารถประคองรถตู้คันเก่าแก่นี้ มุ่ง​ไปหน้า​ไปอีกสักสามสิบเมตร ตรงสู่ลานของเรือนใหญ่ ​ที่ตั้งอย่าง​ระหว่างกระท่อม​และเพิงไม้อีกสามสี่หลัง

นี่น่ะหรือ​ที่ดินของฉัน บ้านของฉัน...​ อย่างน้อย มันก็​จะ​เป็นของฉันจนกว่าทนายผดุง​จะรู้ตัวนั่นละ

​ที่เห็นไกลออก​ไปด้านหลัง ​เป็นบึงน้ำกว้างใหญ่ ​ที่คงเรียกกันว่า "บึงน้ำทอง" ​ที่จริงฉันอยากเรียกมันว่าทะเลสาบมากกว่า ​แต่ชื่อของบึงน้ำทองก็ฟังดู​เพราะดีอยู่​แล้ว​ ​แม้บรรดาภาพ​ที่ใกล้เข้ามาในอาณาเขตมรดกของฉัน ​จะดูย่ำแย่เพียงไรก็ตาม

นอกจากด้านริมน้ำ ​ที่เหลือล้วนถูกล้อมรั้วลวดหนาม ด้านซ้ายรกเรื้อ​ไปด้วยวัชพืชไม้พุ่มใบหนา ​และไม้ยืนต้นเก่าแก่ ​ส่วนด้านขวา​เป็นคล้ายไหล่​เขาชันขึ้น​​ไป จนรู้สึก​ได้ว่า ​ระหว่างถนนด้านหน้า​กับบึงน้ำด้านหลัง มีเพียงบ้านของฉันหลังเดียว ​ที่ตั้งอยู่​โดดเดี่ยว ​และคล้ายไม่ปรารถนา​จะเสวนา​กับผู้คน

มีกองซากไม้สุมอยู่​ด้านหนึ่ง​ของริมฝั่งน้ำ คง​เป็นบรรดา​ที่ถูกคลื่นไล่มาเกยหาดแคบๆ​ ​ที่เห็น

"ดูเหมือน​จะทำ​เป็นร้านค้านะชื่น"

ยายชะโงกหน้า​ไปพิจารณาอย่างสนใจเต็ม​ที่

ด้านหนึ่ง​ของประตูใหญ่ มีป้ายโฆษณาสังกะสีประกาศขายตั้งแต่ลูกอม น้ำอัดลม ​ไปจนถึงบุหรี่ตรานอก แปะชิดอัดแน่น จนแลคล้าย​เป็นฝาผนังเสียเอง หลังคาสูง มีชายคายื่นมาคลุมตลอดระเบียง​ที่ยาวสุดหัวท้ายของตัวเรือนยกพื้น ทำให้สง่าราศีของบ้านเก่าทรงเมืองหนาว ​ทั้งดูอบอุ่น​และน่าเกรงขาม

"หลังคาสูงมีเจาะหน้าต่าง แสดงว่า​ต้อง​เป็นบ้านสองชั้น"

ยายให้​ความเห็น ​เพราะลักษณะภายนอกดูเหมือนเรือนชั้นเดียวมากกว่า

หน้าต่างของชั้นล่าง มีไม้อัดตีปิดอยู่​หมดทุกบาน บนระเบียงด้านใกล้ริมบึง มีชุดโต๊ะเก้าอี้หวายกองสุมกันเหมือนรอการขน​ไปทิ้ง ​ส่วนตรงข้างประตู มีม้ายาว​เป็นโลหะดัดลายอ่อนช้อย​และดูแข็งแกร่ง​ไป​พร้อมกัน

ทางลาดทำให้รถไม่หยุดทันที​ที่ถอนคันเร่ง ฉันปล่อยให้มันไหลมาจนถึงร่มพิกุลต้นใหญ่ ​ที่เติบโตคุ้มแดดให้เพิงเล็กๆ​ หลังหนึ่ง​ พอถึงตรงนี้ เราจึง​ได้เห็นว่า ด้านข้างของเรือนใหญ่ มีระเบียงแล่นเลาะ ​และแยกต่อ​ไปจนถึงสะพานท่าน้ำ ยื่นตัวไกลออก​ไปในบึงอย่างมั่นคง​และโดดเดี่ยว

"ถึงแล้ว​ค่ะ​ยาย บ้านใหม่ของเรา"

จนรถจอดสนิทแล้ว​ ฉันจึงหัน​ไปพูด​กับคน​ที่ฉันรัก​ที่สุดในโลก

เรายิ้มให้กัน เข้าใจกันดีว่า ถึง​จะเคยตระเวนย้าย​ที่อยู่​​ไปหลายครั้ง ​แต่ยังไม่มีคราวไหน ​ที่ดูเหมือน​ความเก่าคร่ำรกเรื้อ ​จะ​เป็นภาระยิ่งใหญ่ ให้เรา​ต้องสะสาง​ได้มากขนาดนี้

ยายไม่รอให้ฉัน​ได้พูดอะไร​อีก ท่านเปิดประตูรถ แล้ว​พุ่ง​ไปทางประตูหน้า ท่านอายุมากกว่าแปดสิบแล้ว​ ​แต่ยังว่องไวเสมอ เวลา​ได้พบเจอ​กับสถานการณ์ตื่นเต้นใหม่ๆ​

ใจฉันยังเต้นไม่​เป็นจังหวะ ตอนพยายามไขกุญแจจากพวง​ที่​ได้รับมอบ ​เป็นดอก​ที่สี่กว่า​จะ​ได้ยินเสียงคลายล็อก

พอเปิดเข้า​ไป อากาศอับๆ​ เย็นๆ​ ก็พรูสวนผ่านออกมา นั่นทำให้ฉันขนลุก ​และเผลอคิดยาก​จะวิ่งกลับ​ไปขึ้น​รถ ภายในบ้านทึมทึ ​เพราะหน้าต่างเกือบทุกบานถูกปิดด้วยแผ่นไม้ ยายลองเปิดแผงสวิตไฟ​ที่คลำเจอตรงเสาข้างประตู ​เพราะอายุการ​ใช้งานผ่านมายาวนาน หลอดไฟแขวนเพดาน​ใช้เวลาพอสมควรกว่า​จะค่อยๆ​ สว่างขึ้น​ ยายหมุนแป้นพัดลม​ทั้งสามตัว แล้ว​พัดลมทองเหลือง​ที่ติดอยู่​ตามเสาสูงใกล้เพดาน ก็ทำงาน​ได้​พร้อมกัน

ไฟกะพริบสายหนึ่ง​ พาดอยู่​ใกล้กรอบประตู ทำให้ยาย​ต้องประหลาดใจ

"ดูสิ อย่าง​กับศาลายาดองเลย​เชียว"

ฉันพยักหน้าเห็นด้วย ​ระหว่างเริ่มพิจารณา​ไปรอบๆ​ ก็คิดเลย​​ไปถึงว่า หาก​เอามัน​ไปเปิดท้ายขายตามตลาดนัด ​จะ​ได้เงินสักกี่สตางค์

ด้านใกล้นี้มีชั้นวางของเต็มข้างฝา​ทั้งสองด้าน อีกด้าน​เป็นเคาน์เตอร์กระจก หลังเคาน์เตอร์​เป็นทางเดินแคบๆ​ ถัด​ไป​เป็นผนังเจาะช่องสำหรับส่งของ หน้าช่องนั้น​มีตู้เย็นฝาบนแบบเลื่อนเปิดหลังยาว ทอดตัว​ไปจนเกือบเคาน์เตอร์

ถัด​ไป​เป็นบันไดขึ้น​ชั้นบน ​และถัด​ไปอีก​เป็นประตูเหวี่ยงสำหรับผ่าน​ไปห้องด้านหลังบันได เลย​​ไป​ทั้งหมด​เป็นห้องโล่ง มีโต๊ะเก้าอีกตั้งวางอยู่​หลายชุด ​และสุดด้านหลังยัง​เป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่โต จนเกือบเต็มตลอดผนัง

ฉันหันกลับมาหายาย พยักให้​เป็นคำถาม ว่าเรา​จะสำรวจหลังบานประตูเหวี่ยงนั่น หรือ​จะยกขบวนขึ้น​​ไปบนชั้นสอง

ยายมองขึ้น​ข้างบน ยิ้มๆ​ แล้ว​ก้าวนำขึ้น​​ไปทันที

​ความสนใจ​กับสิ่ง​ที่รออยู่​เบื้องหน้า ทำให้เราสองคนยายหลานลืมพูดคุยกัน​ไปชั่วขณะ สารพัดเรื่อง​ร้ายๆ​ ผุดขึ้น​ในมโนภาพ ​ทั้งงูเหลือมตัวยาว ฝูงตุ๊กแก หรือกระทั่งศพแห้งๆ​ ของนายศักรินทร์

ฉันเหลือบมองยายอีกครั้ง เห็นท่าน​กำลังยิ้ม แววตานั้น​ตื่นเต้นเต็ม​ที่ราว​กับ​จะ​ได้ผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ ใน​ความรู้สึกตอนนี้ สำหรับยายอาจ​เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง​ใหม่ ​แต่​กับฉัน ดูเหมือน​จะ​เป็นการนับถอยหลังสู่ลานประหารเสียมากกว่า

ถัดลานพักเหนือช่องบันไดขึ้น​​ไป เราเห็น​ได้​ทั้งหมดในคราวเดียว เนื้อ​ที่คงมีเพียงครึ่งหนึ่ง​ของชั้นล่าง ไม่มีประตูเปิดสู่ห้องนอน มีเพียงมุมอ่างล้างหน้า​กับประตูห้องน้ำเล็กๆ​ ตรงด้านไกล

​ทั้งหมด​ที่เห็น​คือสภาพของทุกสิ่งอย่าง​ที่มีฝุ่นคลุมหนาเตอะ มีกระดาษหนังสือพิมพ์​และนิตยสารกระจายเกลื่อน มีเตียงเก่าสองหลัง ตั้งแยกกันอยู่​คนละมุมห้อง บรรดาสิ่ง​ที่ดูเหมือนขวดยา​ที่วางเรียงรายอยู่​ตรงอ่างล้างหน้า ชวนให้ฉันเดินตรงเข้า​ไปก่อน​ส่วนอื่นๆ​

ขวดบรรจุยาแคปซูลสีชา วางตั้ง​และล้มกลิ้งอยู่​หลายขวด มีขวดเปล่าลง​ไปลอยอยู่​ในโถชักโครก ​ที่เดาไม่​ได้เลย​ว่า ​ได้รับการทำ​ความสะอาดครั้งสุดท้าย​เมื่อไหร่

ฉันตัดใจละภาพตรงหน้านั้น​เสียก่อน หัน​กับมาสำรวจสิ่งอื่นๆ​ ต่อ​ไป

สองเตียงขนาดไม่เท่ากัน มีตู้เตี้ยหลังยาวคล้ายตั้งไว้กั้น​เป็นสองห้อง ด้านหนึ่ง​ตั้งเตียงเล็กขนาดนอน​ได้​พอดีคน ​เป็นเตียงเดี่ยวมี​ที่นอน​และมีผ้าคลุมอยู่​เรียบร้อย​ ข้างเตียงมีโต๊ะเครื่องแป้ง ​ที่วางเต็ม​ไปด้วยวาดยาเปล่าๆ​ เช่นกัน ข้างโต๊ะมีตั้งนิตยสารตกปลากองสูง ​และบาง​ส่วนทลายลงมาเกลื่อนพื้น

มีขวดยาสามขวด​ที่ผิดสังเกต ฉันหยิบขึ้น​มาดู มันยังเต็มอยู่​​ทั้งคู่

โต๊ะเตี้ยข้างเตียง มีโทรศัพท์โบราณวางอยู่​ ฉันลองยกขึ้น​ฟังสัญญาณ

เงียบสนิท...​

"​ถ้าเกิดมีปัญหาอะไร​ขึ้น​มา คุณศักรินทร์​จะโทร.หา​ใคร​ได้ล่ะคะ​เนี่ย"

"เราก็เห็นกันอยู่​แล้ว​ว่า ​เขาคงไม่มี​ใครให้โทร.หา จริงไหมชื่น"

ยายเคลื่อนไหว​ไปมา อย่างกระฉับกระเฉงเกินกว่า​ที่เคย ฉันรู้ดีว่า ท่าน​กำลังวางแผนจัดการทำ​ความสะอาด หรือจัดวางสิ่งต่างๆ​ ​ทั้งหมด​ที่เห็น อย่าง​เป็นขั้น​เป็นตอน ว่า​จะทำอะไร​ก่อนหลัง มันเหมือน​กับทุกครั้ง​ที่เราย้าย​ไปอยู่​​ที่ใหม่นั่นละ

"นั่นสิคะ​ ​ถ้ามีคนอื่นอีก ก็คงไม่ยกมรดกให้หนู"

กระดานลั่นดังเอี๊ยด จนฉัน​ต้องชะงักเท้า เริ่มระแวงว่า อาจ​จะมีพื้นไม้บางแผ่นผุพัง​ไปบ้างแล้ว​กระมัง ​ต้องค่อยสืบเท้า​ไปข้างหน้า ​โดยสังเกตแนวตะปูบนพื้น ​และยิ่ง​ต้องระวังมากขึ้น​​เมื่อมาถึงรอบเตียงใหญ่อีกฟากของห้อง

ยายผละ​ไปทางห้องน้ำ ก่อน​ที่เสียงกดชักโครก​จะตามมา

"​ใช้​ได้ครบ​ทั้งน้ำ​ทั้งไฟ ชีวิตแสนสุขของเราละนะชื่น"

​แต่ฉันไม่​ได้คิดอย่างนั้น​ ตอนนี้เห็นชัดๆ​ แล้ว​ว่า ไม่​ได้มีแค่เรา ​กับน้ำ ​กับไฟ ​เพราะฉันเหลือบเห็นมือใหญ่สกปรก เพิ่งผลุบหายเข้า​ไปใต้เตียง

ฉันรำพันในใจอย่างเงียบกริบ​ที่สุด...​

‘รู้สึกว่า​เรา​จะมีแขกไม่​ได้รับเชิญด้วยค่ะ​ยาย...​’



*****************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3564 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ริมฝั่งฝัน --Series
ชื่อตอน บทที่ ๔ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง วิจิตร จินตนา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น