นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ร้อยใจมังกร #8
ปักษิณ
...​เมื่อหนุ่มเพลงยาว ​ทั้งคู่มองตามมือ​ที่ชี้ของสารถีหนุ่มชาวจีนท่ามกลาง​ความสลัวของบรรยากาศย่ำค่ำ​ที่เริ่มมาเยือน ก็แลเห็นท้ายรถเจ๊กซุกอยู่​ในพุ่มไม้...

ตอน : บทที่ 8

​เมื่อหนุ่มเพลงยาว​ทั้งคู่มองตามมือ​ที่ชี้ของสารถีหนุ่มชาวจีนท่ามกลาง​ความสลัวของบรรยากาศย่ำค่ำ​ที่เริ่มมาเยือน ก็แลเห็นท้ายรถเจ๊กซุกอยู่​ในพุ่มไม้ละเมาะเล็กๆ​ห่างออก​ไปไกลไม่เกินสิบก้าว สองหนุ่มไทย​และหนึ่ง​หนุ่มจีนรีบเดินปรี่ตรงเข้า​ไปยังรถเจ๊กทันที ​ทั้งสามช่วยกันลากรถออกมาจากพุ่มไม้

"คุณหนูกฤษณาของมึงคง​จะถูกฉุดพาหนีลงเรือ​ไปแล้ว​ล่ะว่ะไอ้ถึก!" หมานหันมาบอก​เพื่อนรัก

"พวกเรา​จะทำประการใดต่อ​ไปดีล่ะเนี่ย?" บุญธรรมถามด้วยสีหน้าเครียดๆ​

"คง​ต้องหาทาง​เอาคืนให้​ได้นะซีวะ"

"นั่นสิ ​แต่ด้วยวิธีไหนล่ะ?"

"อั๊วคงถูกเล่นงานตายแหงแก๋ละวะทีนี้ ​ทั้งคุณหญิง​และเ​ถ้าแก่เนี้ย!" หนุ่มแซ่ตันเริ่มมองเห็นเงาแห่งหายนะของตัวเอง​ที่​จะ​ต้องเผชิญ​กับบรรดานายจ้าง​ทั้งสองคน ถึง​กับบ่นออกมาดังๆ​​เป็นภาษาไทย

"ลื้อไม่​ต้องกลัวหรอกนะนายกุ่ย เราสองคน​จะ​เป็นพยานให้ลื้อเองว่า พวกเรา​ทั้งหมดถูกลอบทำร้ายจากทางด้านหลังจนสลบ​ไป​ทั้งสามคน ก่อน​ที่คุณหนูกฤษณา​จะถูกลักพาตัว​ไป คุณหญิง​และเ​ถ้าแก่เนี้ยของลื้อคง​จะเข้าใจ ​และให้อภัยลื้ออย่างแน่นอน"

"ขอบคุงมาก แล้ว​นี่พวกเรา​จะตาม​ไปช่วยคุงหลูกันไหมล่ะ?" ตันเต็งกุยพูดออกมาจากใจจริงด้วย​ความ​เป็นห่วง

"​ไปสิ..พวกเรา​ต้องตาม​ไปช่วยเธอ ว่า​แต่เออนี่..อากุ่ย ลื้อว่าลื้อจำหน้าพวกมัน​ได้ทุกคนแน่หรือวะ?" บุญธรรมถามหนุ่มแซ่ตันพลางจ้องหน้าเขม็ง

"จำล่ายซี จำ​ได้อย่างแม่นยำเลย​เชียวแหละ​" ประโยคท้าย​เขาเริ่มพูดชัดขึ้น​กว่าเดิม

"สองคนล่ำๆ​ผิวคล้ำๆ​ท่าทางทะมัดทะแมง ​ส่วนคน​ที่สามผิวขาวอมเหลือง ผอมๆ​หน้าเสี้ยมๆ​ใช่ไหมหือ..อากุ่ย?"

"ฮ้อ..ถูก​ต้อง หน้าตาพวกอี​ทั้งสามคนคล้ายๆ​อย่าง​ที่ลื้อพูด" ตันเต็งกุยพยักหน้ารับ

"มึงว่าใช่พวกสามคน​ที่เราเห็นเดินตามรถเจ๊กของอากุ่ยมาห่างๆ​แถวบางลำพูวันนี้ไหมวะไอ้หมาน?"

"กูว่าน่า​จะใช่ว่ะ ​เพราะพวกมันแวบหาย​ไป​เมื่อรถเจ๊กแล่นเลย​ทุ่ง​พระเมรุมาแล้ว​ หลังจากนั้น​กูก็ไม่เห็นพวกมันอีก" หนุ่มมะขามข้อเดียวพูดด้วยท่าทีมั่นใจ

"อืมม..คลับคล้ายคลับคลาว่าพวกมัน​เป็นนักเลงเกะกะอยู่​แถวโรงยาฝิ่น​ที่นางเลิ้งนี่หว่า เออใช่..กูจำไอ้ลอยขี้ยา​ได้"

"นักเลงขี้ยาแถวโรงยาฝิ่นหรือ?"

"คิดว่ากูจำไม่ผิดคนแน่ แถวนี้มีโรงยาฝิ่น​ที่ไหนอีกวะ?"

"เท่า​ที่รู้ก็เห็น​จะมี​ที่ในคลองบางหลวงหลังวัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรีแห่งหนึ่ง​ล่ะ"

"​ถ้าอย่างนั้น​พวกเราอาจ​จะ​ต้องหาคน​ที่ชำนาญเรื่อง​โรงยาฝิ่นแถวฝั่งธนบุรีมาช่วยอีกแรงแล้ว​ว่ะ..ไอ้เกลอ ลำพังพวกเราคง​จะยาก​ที่​จะตามหาเจอ"

"​จะ​ไปตามหา​ใครมาช่วยดีล่ะวะ?"

"คน​ที่กว้างขวางแถวบางลำพูมีถม​ไป คง​จะมีสักคนแหละ​น่า​ที่พอ​จะไหว้วาน​ได้บ้าง"

"กูเกรงว่า​จะไม่ทันการนะซี ​เพราะกว่า​จะเดินทาง​ไปกลับจากท่าเตียนถึงบางลำพู​และกว่า​จะหาคนมาช่วย​ได้ก็คง​จะเสียเวลา​ไปอีกเกือบสองชั่วยาม กูว่าพวกเราสามคนรีบตาม​ไปกันเดี๋ยวนี้เลย​​จะดีกว่า" หนุ่มหมานออก​ความเห็น

"เออ..ดีเหมือนกัน ​เพราะขืนชักช้า​ไปคง​จะเสียการอย่างมึงว่า ​ไป..อากุ่ย พวกเรารีบ​ไปหาเรือแถวนี้ออกตามกันเถอะว่ะ"

​ทั้งสามคนพากันเดินเลาะริมแม่น้ำเจ้า​พระยามายังท่าน้ำท่าเตียน​ซึ่งอยู่​ไม่ไกลออก​ไปนัก พบเรือแจวตกกุ้งลำหนึ่ง​​กำลังลอยลำอยู่​ริมตลิ่งจึงเอ่ยปากเรียก

"น้าจ๋าน้า ช่วยเหเรือมาทางนี้หน่อย​​ได้ไหมจ๊ะ​?" หมานป้องปากตะโกนเรียก

"มีเรื่อง​อันใดหรือ?"

"พวกเรา​จะจ้างให้น้าช่วยพาข้ามฟาก​ไปฝั่งขะโน้น มีธุระด่วนมาก"

"​จะ​ไป​ที่ใดกันล่ะ?"

"แถวโรงยาฝิ่นในคลองบางหลวง ช่วยพา​ไปหน่อย​​ได้ไหมจ๊ะ​?"

"ก็พอ​ได้อยู่​ ​ถ้าหากว่าพวกท่าน​จะให้ค่าจ้าง​เป็น​ที่น่าพอใจ พอคุ้ม​กับการเสียเวลาตกกุ้งในคืนนี้ของฉัน"

"เรื่อง​อัฐฬสนั้น​ไม่​ต้องห่วง พวกเรายินดีจ่ายให้สมราคา​กับค่าเสียเวลาของน้า ​เอา​เป็นว่า พวกเราเหมาเรือของน้าคืนนี้​ทั้งคืนเลย​ก็แล้ว​กัน ​จะคิดเท่าไหร่ก็บอกมา​ได้เลย​ เราไม่เกี่ยงอยู่​แล้ว​ ขอให้พาพวกเรา​ไปให้ทันการก็แล้ว​กัน" บุญธรรมเอ่ยปากบอกอย่าง​ที่ใจคิด​โดยไม่ลังเล

"การอันใดฤา?"

"น้องสาวของเราถูกลักพาตัว​ไป​เมื่อตอนเย็นวันนี้เอง ​จะ​ไปสืบตามหาดูแถวโรงยาฝิ่น"

"ทำไมคิดว่าพวกมัน​จะ​ไปแถวโรงยาฝิ่นล่ะ?"

"พวกมันลอบทำร้ายเราข้างหลังจนสลบหมด​ทั้งสามคน​ที่ริมถนนนอกประตูวิเศษไชยศรี จำ​ได้ว่าหนึ่ง​ในพวกมัน​เป็นนักเลงมาจากโรงยาฝิ่นแถวนางเลิ้ง คาดว่าคง​จะพาหนีหลบ​ไปหาพวกเดียวกัน​ที่โรงยาฝิ่นแถวคลองบางหลวงนี่แน่ๆ​"

"มันเสี่ยงอยู่​นา..​แต่​เอาเถอะ เรื่อง​ฉุดคร่าลักพาตัวผู้หญิง​ที่​เขาไม่รักเนี่ย ข้าก็ไม่ค่อย​จะชอบเหมือนกัน แถวนั้น​ข้าพอรู้จักดี ​ไปสิ..มาเร็วรีบขึ้น​เรือ​ไปด้วยกัน"

กล่าวจบชายตกกุ้งผู้นั้น​ก็ตวัดแจววาดหัวเรือเข้าหาฝั่ง เทียบเรือขนาน​กับท่าน้ำท่าเตียน ทันที​ที่ชายหนุ่มต่างสัญชาติ​ทั้งสามคนก้าวขึ้น​เรือเรียบร้อย​ เจ้าของเรือก็รีบออกเรือในขณะเดียวกันก็เอ่ยปากถามหนุ่ม​ทั้งสามว่า

"เรื่อง​เกิดขึ้น​นานหรือยังล่ะ?"

"พวกเราถูกตีสลบตั้งแต่บ่าย เพิ่ง​จะฟื้น​เมื่อตอนย่ำค่ำนี่เอง ออกตามพบรถเจ๊กจอดอยู่​ริมตลิ่ง​และมีรอยย่ำลงเรือ จึงคิดว่าน่า​จะ​ไป​ที่ใดสักแห่งทางฝั่งธนบุรี"

"งั้นรึ..คิดว่าคง​จะพอติดตามร่องรอย​ได้อยู่​เหมือนกัน เอ้อ..มีพายอยู่​สองอัน​ที่ด้านหัวเรือ ​เอาออกมาช่วยกันจ้ำหน่อย​ อีกไม่นานก็คง​จะถึง"

"ขอบคุณมากครับ​น้า นี่ไอ้หมาน​เอา​ไปอันหนึ่ง​ มะ..พวกเรามาช่วยกันพาย" บุญธรรมพูดพลางยื่นพายส่งให้​เพื่อนเกลอ

"แล้ว​นี่ พวกพ่อหนุ่มมีอาวุธติดตัวกันมาบ้างหรือเปล่าล่ะเนี่ยหือ?" เจ้าของเรือ​ซึ่ง​เป็นชายกลางคนเอ่ยถามขึ้น​ลอยๆ​

"พวกเราไม่​ได้ตั้งใจ​ที่​จะ​ต้องมาประสบ​กับเรื่อง​ร้ายๆ​อย่างนี้ เลย​ไม่​ได้เตรียมสิ่งใดมาสักอย่าง ​แต่พวกเราก็​พร้อม​ที่​จะเผชิญ​กับเหตุการณ์ทุกอย่าง​โดยไม่ลังเล วานท่านน้าอย่ากลัวว่าพวกเรา​จะถอดใจหนีง่ายๆ​เลย​ครับ​"

"เอ..​ถ้าอย่างนั้น​ก็เอ้า..นี่ไม้คมแฝกหนึ่ง​​และไม้ตะพดอีกสองอัน ​ส่วนนี่ดาบของข้า..ข้าเตรียม​พร้อมอยู่​เสมอ"

ชายกลางคนเจ้าของเรือพูดคล้าย​กับ​จะรู้ใจ​และเข้าใจในสถานการณ์​ได้ดี ​พร้อม​กับหยิบอาวุธจากท้ายเรือยื่นส่งให้พวก​เขา พลางชูอาวุธประจำกายให้เห็นเงาของคมดาบสะท้อนแสงไฟริมตลิ่งอยู่​วิบวับ

"พวกเราไม่รู้​จะขอบคุณยังไง​ที่มาพบผู้คน​ที่มีใจ​เป็นธรรมอย่างท่านน้า" บุญธรรมเอื้อมมือออก​ไปรับอาวุธ​พร้อม​กับกระพุ่มมือไหว้ ทำให้อีกสองหนุ่มพากันทำตามอย่าง​พร้อมเพรียง

"ชีวิตคนเราเกิดมา​ทั้งที อย่าให้เสียชาติเกิด ควรทำในสิ่ง​ที่เห็นว่าถูก​ต้องเสมอ จึง​จะเรียกว่าคนนั้น​​เป็นคน"

"ขอโทษเถิดน้า ช่วยบอกชื่อเสียงเรียงนามให้พวกข้า​ได้รู้จักหน่อย​​จะ​ได้ไหมครับ​?"

หนุ่มหมานเอ่ยถามด้วยวาจานอบน้อม เหตุ​ที่ซึ้งในน้ำใจชายผู้อาวุโสกว่า ก็ด้วยว่ากิริยาท่าทาง​และคำพูดเหล่านั้น​ช่างประทับใจเจ้าหนุ่มแห่งบางลำพูยิ่งนัก ​ทั้งๆ​​ที่เพิ่ง​จะรู้จักกัน​ได้ไม่ทันถึงชั่วยาม

"ข้าชื่อเล่"

"ชื่อเล่..น้าเล่ตกกุ้งอยู่​แถวนี้ทุกวันหรือ?"

"อืมม..ก็ตกกุ้งบ้างหาปลาบ้าง​ไปตามประสา ​เอาแน่ไม่ค่อย​จะ​ได้ ข้าทำงานหลายอย่างว่ะ บังเอิญวันนี้ว่างก็เลย​ลองมาหาตกกุ้งแถวนี้ดู ​แต่​ถ้า​จะให้ดี ข้าว่าพวกเอ็งเรียกสรรพนามข้าว่าพี่เล่ดู​จะเข้าท่ากว่าว่ะ ​เพราะคะ​เน​เอาว่า ข้าคงแก่กว่าพวกเอ็งไม่ถึงสิบปีแน่"

"ตกลงครับ​..พี่เล่"

"เออ..ยังงี้ค่อยฟังดูใกล้เคียงกันเข้า​ไปอีกนิด ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า" ชายตกกุ้ง​ที่ชื่อเล่หัวเราะลงลูกคอร่วนด้วย​ความพึงพอใจ

"บ้านพี่เล่อยู่​แถวนี้หรือครับ​?" บุญธรรมเอ่ยถามขณะ​ที่​กำลังออกแรงพายเรือจ้ำพรวดๆ​ด้วย​ความร้อนใจ

"บ้านข้าอยู่​​ที่แถวสะพานเหล็กโน่น ​แต่ข้าก็เ​ที่ยวตระเวน​ไปทั่ว​พระนครนั่นแหละ​ แล้ว​​แต่ว่าใจ​จะพา​ไป ข้ามันชอบคบคน​ไปทั่ว มี​เพื่อนเยอะ รู้จักคนเยอะ​จะ​ได้ไม่ตกอับง่ายๆ​ ว่า​แต่พวกเอ็งเถอะ มาจากไหนกันล่ะ?"

"พวกเราอยู่​บางลำพูแค่นี้เองแหละ​จ้ะ​"

"ข้าเองก็มี​เพื่อนอยู่​บางลำพูหลายคนเหมือนกัน ​เอาไว้วันหลังข้า​ไปแถวนั้น​​จะแวะเลย​​ไปหาพวกเอ็งด้วย ​ถ้าหากว่าเหตุการณ์วันนี้ผ่าน​ไปด้วยดีนะ"

"ขอบคุณครับ​พี่เล่​ที่ยอมรับพวกเรา​เป็น​เพื่อน"

"คนเราคบหากันไว้ไม่เสียหลาย วันหนึ่ง​ข้างหน้าข้าอาจ​จะ​ไปพึ่งพาพวกเอ็งบ้างก็​ได้ ​ใคร​จะ​ไปรู้อนาคต​ได้วะ จริงไหม?"

"จริงครับ​ ข้อนี้พี่เล่พูดถูกใจข้าจริงๆ​"

"เออ..ข้าสงสัยอยู่​นิดหนึ่ง​ว่าไอ้คนนั่งกลางทำไมมันถึงไม่ยอมพูดจาบ้างเลย​วะ ​เป็นใบ้หรือ?"

"อ๋อ..นายคนนี้​เขา​เป็นคนจีนน่ะพี่เล่"

"คนจีนรึ?"

"ใช่​เป็นคนลากรถเจ๊ก​ที่พาน้องสาวพวกเรามาเรียนการบ้านการเรือน​ที่ในวัง​พระตำหนักสวนกุหลาบ ​และก็เอ้อ..ถูกพวกมันลอบทำร้ายจนสลบ​ไป​พร้อม​กับเราสองคน ​เพื่อดักชิงฉุดพา​เอาเธอหนี​ไป ​เขาเลย​อาสาออกมาตามหา​กับพวกเราด้วย"

"อืมม..มีน้ำใจ​ใช้​ได้ เฮ้..อาตี๋ลื้อชื่ออะไร​วะ พูดไทย​ได้หรือเปล่า?"

"พูดล่ายครับ​ ผมชื่อเต็งกุย แซ่ตัน เรียกผมว่าอากุ่ยก็​ได้ครับ​" นับว่าการพูดภาษาไทยของตันเต็งกุยพัฒนา​ไปมาก​เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้น​เช่นนี้

"เต็งกุย แซ่ตัน..อากุ่ย ​เอาวะ เรียกชื่อลื้อว่าอากุ่ยก็​ได้ง่ายดี"

"ขอบคุณครับ​ พี่เล่"

"แล้ว​ผู้หญิง​ที่ว่า​เป็นน้องสาวของพวกเอ็งชื่ออะไร​ ​และ​เป็นลูกเต้าเหล่า​ใครกันล่ะวะ พอ​จะบอกข้าบ้าง​ได้ไหม?"

"ชื่อกฤษณา ​เป็นลูกสาว​พระยาประดิษฐานาเวศน์ครับ​พี่เล่"

"​พระยาประดิษฐานาเวศน์​ที่เอ็งว่าเนี่ย บ้านอยู่​แถวคลองสามเสนใช่ไหมวะ?"

"ถูก​ต้องแล้ว​ครับ​ ​พระยาประดิษฐ์ฯคนเดียวกันนั่นแหละ​"

"ฉิบหายล่ะสิ ​เป็นถึงลูกสาว​พระน้ำ​พระยาเสียด้วย งั้นพวกเราเห็น​ที่​จะ​ต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น​อีกหน่อย​แล้ว​ว่ะ"

"ทำไมหรือครับ​?" บุญธรรมเอ่ยถามด้วย​ความฉงน

"อ้าว ก็พวกนักเลง​ที่มันกล้าถึง​กับฉุดคร่าลูกสาว​พระยา​ซึ่ง​เป็นคนใหญ่คนโตใกล้ชิดเบื้อง​พระยุคลบาท​เนี่ย มันน่า​จะไม่ใช่พวกนักเลงกระจอกธรรมดานะสิโว้ย"

"พี่เล่คิดว่าพวกมัน​เป็น​ใครกันหรือ?"

"ก็คง​จะ​เป็นบุคคล​ที่คิดว่าตัวมันเองนั้น​​เป็นนักเลงโตคนหนึ่ง​ มีอิทธิพลกว้างขวาง ไม่เกรงบารมี​พระยาประดิษฐ์ฯนะซีวะ"

"​ใครกันหนอ..​ที่บังอาจกระทำการเยี่ยงนี้​ได้?" บุญธรรมเจ้าหนุ่มเพลงยาวรำพึงพอให้​ได้ยินกันทั่วลำเรือ​ที่​กำลังเร่งฝีพายอย่างเต็ม​ที่

"​แต่​จะ​เป็น​ใครนั้น​ ​เอาไว้ให้เจอเจ้าตัว แล้ว​พวกเราก็​จะรู้เองนั่นแหละ​"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3547 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ร้อยใจมังกร --Series
ชื่อตอน บทที่ 8 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น