นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ร้อยใจมังกร #5
ปักษิณ
...ณ ประตู หน้าบ้าน "ประดิษฐานาเวศน์" กฤษณาเหลียวหน้า​ไปมาล่อกแล่กก่อน​ที่​จะเอื้อมมือออก​ไปรับแผ่นกระดาษ​ที่ตันเต็งกุยหนุ่มอาตี๋คนลากรถ​ซึ่ง​เป็นเจ๊ก...

ตอน : บทที่ 5

ณ ประตูหน้าบ้าน "ประดิษฐานาเวศน์" กฤษณาเหลียวหน้า​ไปมาล่อกแล่กก่อน​ที่​จะเอื้อมมือออก​ไปรับแผ่นกระดาษ​ที่ตันเต็งกุยหนุ่มอาตี๋คนลากรถ​ซึ่ง​เป็นเจ๊กหางเปียยื่นส่งให้เธอหลังจาก​ที่เธอ​ได้ก้าวลงจากรถลากแล้ว​ ครั้น​จะไม่รับก็ใช่​ที่ อยากรู้ก็อยากรู้ อายก็อาย ​เพราะหนุ่มจีนเพิ่งมารับ​ใช้ลากรถรับส่งให้เธอ​ไปยังวังหลวง​ได้เพียงวันแรกเท่านั้น​เอง หาก​แต่ด้วย​ความอยากรู้​เป็น​กำลังถึงสิ่ง​ที่อยู่​ภายในก็​เอาชนะใจเธอ​ได้ใน​ที่สุด หญิงสาวค่อยๆ​บรรจงคลี่ออกอ่านด้วยอารมณ์หงุดหงิด

กฤษณายืนอ่านข้อ​ความบนแผ่นกระดาษอยู่​ข้างรถเจ๊ก​ที่หน้าประตูบ้านนั้น​เอง มองเพียงปราดเดียวหญิงสาวก็รู้ว่า​เป็นเพลงยาวอย่างเห็น​ได้ชัด ​เพราะเธอเคย​ได้อ่านเพลงยาวของบรรดา​เพื่อนๆ​ของเธอ​ที่ถูกหนุ่มคนรักส่งเพลงยาว​เอามาให้เธออ่าน​ที่โรงเรียนบ้าง ของพวกบ่าวไพร่พวกสาวรับ​ใช้ในบ้าน​ที่มีหนุ่มๆ​เขียนมาจีบบ้าง นับว่าครั้งนี้​เป็นครั้งแรก​ที่เธอถูกผู้ชายส่งเพลงยาวมาจีบเธอถึงหน้าบ้านของตัวเอง​โดยไม่คาดฝันมาก่อน ทำ​เอาใบหน้าของกฤษณาถึง​กับร้อนผ่าวด้วยอารมณ์​ที่ยาก​จะบอกให้​ใครรู้​ได้ หญิงสาวอ่านพอคร่าวๆ​แล้ว​เธอก็รีบพับเก็บยัดเข้าในอกเสื้อหันหลังทำท่า​จะเดินเข้าบ้าน

​แต่แล้ว​หญิงสาวก็​ต้องตกตะลึง​เมื่อเหลียวหน้าหัน​ไปเห็นคุณหญิงเจือมารดาของเธอยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่​​ที่ทางเข้าประตูบ้าน​โดยมีป้า​เนื่องหญิงแม่ครัววัยกลางคนยืนอยู่​ข้างๆ​ ชะรอยว่าป้า​เนื่องอาจ​จะเห็นสารถีหางเปียยื่นแผ่นกระดาษเพลงยาวส่งให้หญิงสาว หล่อนจึง​ได้เรียกคุณหญิงผู้​เป็นนาย​ซึ่งบังเอิญยืนอยู่​ไม่ไกลให้มาดูพฤติกรรมอันไม่ชอบมาพากลของหนุ่มรถเจ๊กก็อาจ​เป็น​ได้ แวบเดียวแห่ง​ความคิดหญิงสาวก็เตรียมตัวเตรียมใจ​พร้อม​ที่​จะต้อนรับสถานการณ์​ซึ่ง​กำลัง​จะบังเกิดขึ้น​เบื้องหน้า ​ทว่า​เมื่อสำรวมจิตใจ​ได้แล้ว​ กฤษณาจึงเดินเข้าบ้านด้วยกิริยาอันแน่วนิ่งมั่นคง เธอพยายามปรับสีหน้าให้ดูปกติมาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้

​เมื่อก้าวมายืนตรงหน้าผู้​เป็นมารดาหญิงสาวก็ก้มหน้า​พร้อม​กับย่อกายลงกระพุ่มมือไหว้ด้วยท่าทางอันอ่อนช้อยตาม​ที่​ได้ฝึกฝนมาอย่างเคยชินพลางเอ่ยถามขึ้น​ก่อน​เพื่อหวัง​ที่​จะกลบเกลื่อน

"คุณแม่​กำลัง​จะออก​ไปข้างนอกหรือคะ​?"

"เปล่า..แม่​กำลัง​จะออกมารับลูก ก็บังเอิญเห็นพ่อกุ่ยคนลากรถเจ๊กส่งอะไร​อย่างหนึ่ง​ให้ลูก มัน​คืออะไร​หรือจ๊ะ​?"

"เอ๊ะ..คุณแม่รู้​ได้อย่างไรคะ​ว่าหนู​จะกลับมาตอนนี้?"

"อ้อ..แม่​เนื่อง​เขาเห็นรถเจ๊กแล่นมา​แต่ไกล จึงร้องบอกแม่ว่าคุณหนูกฤษณา​ถ้า​จะกลับมาแล้ว​ แม่ก็เลย​รีบเดินออกมาดู สงสัยอะไร​หรือจ๊ะ​ลูก?"

"หนูเพียง​แต่แปลกใจเท่านั้น​เองแหละ​ค่ะ​คุณแม่ ไม่มีสิ่งใดดอก"

"​แต่หนูยังไม่​ได้ตอบแม่เลย​นะจ๊ะ​ว่าเจ๊กลากรถส่งกระดาษอะไร​ให้ลูก?"

"อ๋อ..หนูทำตกเองแหละ​ค่ะ​ แล้ว​นายกุ่ย​เขาเห็นเข้า​พอดี ก็เลย​เก็บขึ้น​มาส่งให้ก็เท่านั้น​เองค่ะ​คุณแม่ ไม่มีอะไร​"

"อ้อ อย่างนั้น​ก็แล้ว​​ไป แม่นึกว่า​เป็นพวกเพลงยาวหรืออะไร​​ที่ไม่เหมาะไม่ควรนั่นเสียอีก ​เมื่อไม่มีอะไร​​ที่​จะนำ​ความเสื่อมเสียมาสู่ลูกสาวของแม่ก็แล้ว​​ไป ​ไป๊..เข้าบ้านกันเถอะลูก"

"ค่ะ​ คุณแม่" หญิงสาวรับคำถอนหายใจอย่างโลกอก เธอคิดในใจว่าต่อ​ไปนี้​จะ​ต้องระมัดระวังมิให้คนในบ้าน​ได้รู้เห็นพฤติกรรม​ส่วนตัวของเธอเองให้มาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้

​ซึ่งเกี่ยว​กับเรื่อง​ชายหนุ่ม​ที่เข้ามาติดพันเธอก็มีอยู่​ด้วยกันสองสามคน หากกฤษณาก็ไม่​ได้ให้​ความสนใจ​ใครคนใด​เป็นพิเศษ ​จะมีอยู่​คนหนึ่ง​​ที่น่าหนักใจก็​คือ รายของนายสายชลลูกชายขุนจำนงสัจจานนท์​ที่คอยแวะเวียนมาตามตื้อเธออยู่​บ่อยๆ​ ถึงขนาดขุนจำนงฯเคยส่งแม่สื่อแม่ชักมาทาบทาม​ที่​จะ​เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว​ครั้งหนึ่ง​​เมื่อไม่กี่เดือน​ที่ผ่านมา ​เมื่อหญิงสาวทราบเรื่อง​จากผู้ใหญ่เธอก็รีบบอกปัดปฏิเสธ​ไป​โดยไม่แยแส อ้างว่ายังไม่​พร้อม​ที่​จะออก​ไปมีเหย้ามีเรือน

ขุนจำนงสัจจานนท์จึง​ได้เอ่ยเตือนบุตรชายว่า ใน​เมื่อสาว​เขาไม่ทอดไมตรีมาให้ก็ให้ลืมมัน​ไปเสียเถิด ​เพราะยังมีหญิงสาวลูกผู้ดีคนอื่นๆ​อีกถม​ไป​ที่สนใจ​จะ​เป็นสะใภ้ของขุนจำนงฯ หากด้วย​ความ​ที่​เป็นหนุ่มเลือดร้อน​เอา​แต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก หนุ่มสายชลผู้กว้างขวางในวงสังคมนักเลงย่านนางเลิ้ง จึง​เป็นเดือด​เป็นแค้น​ที่ไม่​สามารถพิชิตน้ำใจสาวกฤษณาคนงาม​ได้ด้วยวิถีทางตามขนบธรรมเนียมประเพณี ​เขาคิดว่า​เมื่อไม่ด้วยเล่ห์ก็อาจ​จะ​ต้องหักหาญ​เอาด้วยกลวิธี​ที่แยบยล หรืออาจ​จะรุนแรงด้วยการลงไม้ลงมือฉุดคร่า​ถ้าจำ​เป็นจริงๆ​ อย่าง​ที่​เขา​ได้เคยปฏิบัติ​กับสาวอื่นๆ​ในละแวกใกล้เคียงมาแล้ว​จน​เป็น​ที่ยำเกรงของชาวบ้านร้านตลาด​ที่​ได้ยินชื่อของเจ้าพ่อสายชล นักเลงหัวไม้ลูกชายขุนจำนงสัจจานนท์เจ้าของโรงยาฝิ่น

ภายหลังจากรับประทานอาหารเย็น ​เมื่อเข้า​ไปในห้อง​ส่วนตัวแล้ว​หญิงสาวก็รีบล้วง​เอากระดาษเพลงยาว​ที่เธออ่านค้างอยู่​เพียงคร่าวๆ​ตั้งแต่ตอนบ่ายขึ้น​มาคลี่ออกอ่านใหม่อีกครั้งหนึ่ง​ด้วยดวงใจ​ที่เต้นระทึก

กฤษณาล้มตัวลงบนฟูกนอนคว่ำหน้ามือซ้ายเท้าคางขณะ​ที่มือขวาจับทาบอยู่​​กับแผ่นกระดาษ สายตาของเธอไล่​ไปตามตัวอักษรทีละบรรทัดอย่างใจจดใจจ่อ อารมณ์​และ​ความรู้สึกค่อยๆ​ซึมซับคล้อย​ไปตามสำนวนกลอน

ถึงน้องกฤษณา...​

..กฤษณายาใจรู้ไหมหนอ
ว่ายังมีหนึ่ง​ชายเฝ้าหมายรอ
อยาก​ใคร่ขอรักน้องปองรำพึง

ทุกทุกยามตามน้องเฝ้ามองเหม่อ
เฝ้าละเมอเพ้อฝันรำพันถึง
ไม่เห็นหน้าพาใจใฝ่คำนึง
ภาพน้องยังฝังตรึงซึ้งทรวงใน

ตัวพี่นี้มีใจมอบให้น้อง
วันเราสองลองรักสมัคร​ใคร่
ร่วมแบ่งปัน​ความรักปักฤทัย
หมดหัวใจดวงนี้..พี่รักเธอ

​แม้นรักชอบตอบถ้อยหน่อย​​ได้ไหม
อย่าปล่อยให้พี่หงอยเฝ้าคอยเก้อ
เพียงคำเดียวจากใจ​ได้ไหมเออ
ว่ารักเธอ "รักพี่" เท่านี้เอง

พี่​จะรอ​ความหวังฟังคำตอบ
โปรดจงมอบสารถี​ที่ลากเก๋ง
พี่​จะติดตามต้อยคอยยาวเพลง
รอบรรเลงตอบถ้อย​เป็นร้อยกรอง

​แม้นหากพี่มีมนต์อยากดลใจ
ให้ทรามวัยนงเยาว์ไร้เจ้าของ
ไร้ผึ้งภู่หมู่ภมรว่อนบินจอง
วอนเนื้อทองปองสมัครรักพี่เอย...​

จากพี่บุญธรรม บางลำพู..
ชาย​ที่เฝ้าเพียรตามน้องอยู่​ทุกวัน

กฤษณากระพริบตาถี่ยิบดวงใจคิดครวญคำนึงถึงใบหน้าของสองหนุ่มหน้าทะเล้น​ที่เดินตามรถเจ๊กของเธอมาตั้งแต่บางลำพูจนกระทั่งถึง​พระบรมมหาราชวัง ณ ประตูวิเศษไชยศรี คน​ที่ชื่อบุญธรรมน่า​จะ​เป็นหนุ่มหน้าตาคมสันรูปร่างสูงโปร่งกว่าอีกคนหนึ่ง​​ที่ล่ำเตี้ยเหมือนมะขามข้อเดียว หาก​ทว่า​เมื่อเธอกลับออกมาทางประตูวิเศษไชยศรีอีกครั้ง ​ซึ่งหญิงสาวคาดว่า​จะเจอพวก​เขาคอยดักรออยู่​ กลับปรากฏว่าหนุ่ม​ทั้งคู่พากันหายหน้าไม่เห็น​แม้เงา

หญิงสาวแปลกใจอยู่​อย่างหนึ่ง​​ที่ไม่รู้ว่าหนุ่ม​ที่ชื่อบุญธรรมนั้น​รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ​ได้อย่างไรกัน หรือว่าอาจ​จะมี​ใครสักคน​ที่รู้จักเธอ​เป็นอย่างดีบอก​ความจริงแก่​เขา น่า​จะ​เป็นคนรับ​ใช้ในบ้านหรือคนละแวกบ้านของเธอเอง คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่า​จะ​เป็น​ใครกันแน่​ที่ปากโป้งเผลอบอกชื่อเสียงเรียงนามของเธอให้คนแปลกหน้า​ได้รับรู้

​แต่ช่างเถอะใน​เมื่อ​เขารู้จักเธอเพียงฝ่ายเดียวแล้ว​เธอ​จะมัว​ไปแคร์​เขาอยู่​ไย ทำเฉยเสียก็สิ้นเรื่อง​ เรา​เป็นสตรี​จะ​ไปทอดสะพานให้บุรุษ​ที่ไม่รู้จักมักจี่ก็ใช่​ที่ ​จะ​เป็น​ที่ครหา​ได้ ​ใคร​เขารู้ก็​จะหาว่าใจง่ายเพียง​เขาเขียนเพลงยาวมาให้เพียงแผ่นเดียวก็หลงใหลใฝ่ฝันตอบกลับ​เขา​ไปเสียแล้ว​หรือ

เธอยิ่งคิดก็ให้รู้สึกเ​คืองชายหนุ่มชาวจีนหน้าซื่อ​ที่ลากรถเจ๊กให้เธอนั่งอยู่​ครามครัน ​ไปรู้จักชอบพอ​กับหนุ่มสองคนนั่นตั้งแต่​เมื่อไหร่กัน ถึงขนาดยอมรับ​เป็นคนส่งสาส์นให้เธออย่างหน้าชื่นตาบาน ในวันพรุ่งนี้จำ​จะ​ต้องซักไซ้ไล่เลียง​และขนาบให้รู้สึกตัวเสียบ้างว่าอะไร​ควรอะไร​ไม่ควร มิฉะนั้น​​จะเคยตัวถึงอาจ​จะทำให้เธอเสียชื่อเสียง​ได้ง่ายๆ​

​แต่เอ๊ะ..นายกุ่ยหนุ่มจีน​ที่ลากรถนั่นมีชื่อเต็มว่าอะไร​นะ อ๋อ..จำ​ได้แล้ว​ ​เขาชื่อนายเต็งกุยแซ่ตัน​เป็นคนของคุณนายลิ้มกิมหงเ​ถ้าแก่เนี้ย​ที่สามี​เขา​ที่ชื่อเจ้าสัวลิ้มกวงย้ง ​ซึ่งเจ้าสัวคนนี้​เป็นคนสนิทของ​พระยาประดิษฐานาเวศน์ผู้​เป็นบิดาของเธอนั่นเอง ​โดยเจ้าสัวลิ้มกวงย้งนั้น​ยัง​ได้มีหุ้น​ส่วนในการทำการค้าเดินเรือค้าขายร่วม​กับคุณพ่อของเธออีกด้วย

หวนคิด​ไปคิดมาก็ทำให้เธอยาก​ที่​จะข่มใจไม่ให้คิดถึงเรื่อง​เพลงยาวลง​ไป​ได้ง่ายๆ​เลย​ เผลอตัวแผล็บเดียวไม่รู้ว่าอะไร​หรือมีสิ่งใดดลใจให้เธอหยิบ​เอากระดาษเพลงยาวแผ่นนั้น​ออกมาอ่านซ้ำอีกถึงสองครั้งสองครา จนเจ้าตัวอดไม่​ได้​ที่​จะนึกตำหนิตนเอง​ที่ไม่​สามารถหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงใบหน้าคนสันของเจ้าหนุ่มเจ้าของเพลงยาวคนนั้น​​ได้

​แม้นรักชอบตอบถ้อยหน่อย​​ได้ไหม
อย่าปล่อยให้พี่หงอยเฝ้าคอยเก้อ
เพียงคำเดียวจากใจ​ได้ไหมเออ
ว่ารักเธอ "รักพี่" เท่านี้เอง

พี่​จะรอ​ความหวังฟังคำตอบ
โปรดจงมอบสารถี​ที่ลากเก๋ง
พี่​จะติดตามต้อยคอยยาวเพลง
รอบรรเลงตอบถ้อย​เป็นร้อยกรอง...​

ร่ำๆ​​ที่เธอคิด​และเอื้อมมือ​ไปหยิบสมุดออกมาจากลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือเปิดสมุดออกมา​เพื่อ​จะเขียนเพลงยาวตอบ หาก​แต่ใน​ที่สุดเธอก็หักห้ามใจตนเอง​ได้ใน​ที่สุด ว่าไม่ควร​ที่​จะรีบตอบกลับ​ไปให้ชายหนุ่ม​ได้ใจ จำ​จะ​ต้องสงวนดูท่าทีของ​เขาให้ถ่องแท้​ไปสักพักหนึ่ง​ก่อน​จะดีกว่า คิด​ได้ดังนั้น​หญิงสาวก็หยิบสมุดเก็บยัดเข้าลิ้นชักไว้ดังเดิม

กฤษณานอนลืมตาโพลง​ความคิดคำนึงของหญิงสาว​ใคร่ครวญหวนวกวน​ไปมาอยู่​​แต่เรื่อง​เพลงยาว​และเจ้าของคนเขียน จนไม่​สามารถ​ที่​จะข่มตาให้หลับลง​ได้ง่ายๆ​เลย​ ใน​ที่สุด​เมื่ออดรนทนไม่​ได้ก็ทำให้เธอจำใจเอื้อมมือ​ไปบิดเร่งแสงตะเกียง​เพื่อให้เพิ่ม​ความสว่างขึ้น​ หยิบ​เอาเพลงยาวขึ้น​มาอ่านอีกครั้งหนึ่ง​

..กฤษณายาใจรู้ไหมหนอ
ว่ายังมีหนึ่ง​ชายเฝ้าหมายรอ
อยาก​ใคร่ขอรักน้องปองรำพึง

ทุกทุกยามตามน้องเฝ้ามองเหม่อ
เฝ้าละเมอเพ้อฝันรำพันถึง
ไม่เห็นหน้าพาใจใฝ่คำนึง
ภาพน้องยังฝังตรึงซึ้งทรวงใน...​

ก่อน​ที่​จะดับไฟเข้านอน หญิงสาวสวดมนตร์ไหว้​พระ พยายามเรียก​เอาสติกลับคืนมา กว่า​จะข่มใจ​ได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญอย่าง​ที่ไม่เคยรู้สึกหรือ​เป็นอย่างนี้มาก่อนเลย​ในชีวิตตั้งแต่จำ​ความ​ได้ หญิงสาวคิดว่านี่หรือ​คืออานุภาพของ​ความรัก​ที่เริ่มเกาะกินใจ มันคอยกวนใจให้เธอไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดี อำนาจของ​ความรักนั้น​ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน นี่เพียงเธอ​ได้รับแค่เพลงยาวบอกรัก​โดยไม่เคย​ได้พูดกัน​แม้​แต่คำเดียวยัง​เป็น​ไป​ได้ถึงเพียงนี้ หากว่า​เมื่อรู้จักคุ้นเคยสนิทชิดชอบกันมิยิ่งแย่​ไปกว่านี้หรือ..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3533 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ร้อยใจมังกร --Series
ชื่อตอน บทที่ 5 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น