นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ร้อยใจมังกร #4
ปักษิณ
...สองเดือน ​ต่อมา งานรับจ้าง​เป็นสารถีลากรถให้คนในบ้านเจ้านายใหญ่โต​โดยเฉพาะลูกหลานเจ้านายหรือตัวเจ้านายเองในสมัยก่อนนั่งนั้น​ไม่ใช่ของ​ที่​ใคร​จะทำก...

ตอน : บทที่ 4

สองเดือน​ต่อมา งานรับจ้าง​เป็นสารถีลากรถให้คนในบ้านเจ้านายใหญ่โต​โดยเฉพาะลูกหลานเจ้านายหรือตัวเจ้านายเองในสมัยก่อนนั่งนั้น​ไม่ใช่ของ​ที่​ใคร​จะทำกัน​ได้ง่ายๆ​ ตันเต็งกุยสังเกตเห็นว่าในระยะหลัง เริ่มตั้งแต่ขึ้น​เดือนใหม่มานี้​ได้มีชายหนุ่มชาวสยามสองกลุ่ม ​ซึ่งมีกลุ่มละสองคนบ้าง กลุ่มละสามคนบ้าง ท่าทางแปลกๆ​มาด้อมๆ​มองๆ​อยู่​แถวหน้าบ้านประดิษฐานาเวศน์​และคอยติดตาม​เขา​ไปยังแหล่งต่างๆ​ในบางครั้ง ​แม้​จะทิ้งระยะกันห่างๆ​ ​แต่ก็ผิดปกติสำหรับคนต่างด้าวอย่าง​เขา

พวกบุคคล​ทั้งสองกลุ่มนั้น​มีจุดประสงค์ดีหรือร้ายประการใดกันแน่ หนุ่มหน้าซื่อตันเต็งกุยพยายามระมัดระวังตัวด้วยกลัวว่าผู้​โดยสารของ​เขา​ซึ่ง​เป็นบุคคลในบ้านนี้​จะ​ได้รับอันตราย

ลูกสาวของ​พระยาประดิษฐานาเวศน์ผู้มีนามว่าคุณหนูกฤษณาก็เช่นเดียวกัน​กับคุณหนูของบ้านผู้ลากมากดี​โดยทั่ว​ไป ​ที่​จะ​เอา​แต่ใจ เอ่ยปากสั่งคน​ใช้หรือบ่าวในบ้านให้ทำโน่นหยิบนี่อยู่​มิ​ได้ขาด ครั้นมา​ได้คนลากรถประจำตัวของเธอเองในการ​ที่​จะพาเธอเข้า​ไปไหนต่อไหน​เป็นประจำ มาถึงวันนี้อัน​เป็นวัน​ที่​เขา​จะ​ต้องลากรถเจ๊กพาเธอ​ไปยังสถานศึกษา​ที่เธอจำ​ต้องเรียนรู้เรื่อง​การบ้านการเรือนร่วม​กับบรรดาเหล่าคุณหนูคนอื่นๆ​ด้วยแล้ว​ เธอ​จะวางมาดของการ​เป็นนาย​กับบ่าวผู้ชาย​ที่ไว้หางเปียอย่างดูถูกเหยียดหยาม ​โดยถือว่าคนละชั้นกัน ไม่สมควร​ที่​จะ​ได้รับการยกย่องหรือเกรงอกเกรงใจในการพูดจา ยิ่งมาพบจีนใหม่อย่างตันเต็งกุยด้วยแล้ว​ยิ่ง​ไปกันใหญ่​เพราะ​เขาเข้าใจภาษาไทยแค่คำสั่ง​และคำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้น​เอง

"นี่นายกุ่ย!" คุณหนูกฤษณาตะโกนบอกคนลากรถประจำตัวด้วยชื่อ​ที่เธอพอ​จะออกเสียง​ได้ง่ายตาม​ความสะดวก​ปากของเธอ ​เพราะวันนี้​เป็นวันแรก​ที่หนุ่มชาวจีน​ได้มารับ​ใช้ทำงานลากรถให้เธอนั่งเข้าวังหลวง เสียงเรียกของหญิงสาวดัง​ได้ยิน​ไปไกล

ตันเต็งกุยค่อยๆ​ชะลอเท้าเบรกพรืดจน​ความเร็วของรถลากลดลงจนเกือบหยุดกลางถนนพลางหันมาถามหญิงสาวด้วยท่าทางตื่นๆ​

"มีอารายคัก?"

"เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง​หรือยังไงกันนะนายกุ่ย ฉันบอกให้เลี้ยวซ้าย​ไปทางท่าเตียนวัดโพธิ์ แล้ว​ดันเลี้ยวขวามาทางนี้ทำไมกันยะ? คุณหนูกฤษณาบ่นฉอดๆ​

"ผงไม่เข้าใจนี่คัก นึกว่าบอกให้เลี้ยวทางนี้ ไอ้หยา..ผงขอโทกคัก" ตันเต็งกุยโต้ตอบ​เป็นภาษาไทยด้วยสำเนียงจีนใหม่ ตาม​ที่​เขา​ได้เคยฝึกพูดมา

"ทางนี้มัน​ไปท่าน้ำท่า​พระจันทร์ไม่รู้เรอะ?"

"ไม่รู้คัก บอกด้วยก็เลี้ยวกัง ​ไปทางไหนคัก?" ชายหนุ่มแซ่ตันชักทำท่าอึดอัด​ที่ไม่ค่อยสันทัดในการพูดจา ​และจับใจ​ความไม่ค่อย​ได้

"เลี้ยวกลับ​ไปทางนี้!" เด็กสาวพูดพลางชี้มือบอก นัยน์ตาเหลือกถลนอย่างฉุนเฉียว ​เมื่อมองเห็นคนเดินถนน​กำลังพากันหันมามองสาวน้อย​ที่มีเจ๊กหางเปียลากรถให้นั่ง​เป็นตาเดียว เสียงตวาดของเธอทำ​เอาผู้คน​ที่สัญจร​ไปมาหัวเราะกันคิกด้วยเห็น​เป็นของแปลก

"ไอ้ถึก คุณหนูของมึงท่าทางคง​จะดุไม่ใช่เล่น กูว่าท่าที​จะ​เป็นลูกสาวผู้ลากมากดีเกิน​ไปสักหน่อย​ว่ะ ​แต่งตัวเช้งวับยังกะสาวชาววังด้วยแน่ะเว้ย" เด็กหนุ่มรุ่นตะกอคนหนึ่ง​เอ่ยปากพูด​กับ​เพื่อน​ที่​กำลังเดินมาด้วยกัน

"ไอ้หมานมึงอย่าเสือกพูดดัง ประเดี๋ยวก็โดนพวกตำรวจวัง​เขามาจับ​เอาหรอก เดินใกล้ๆ​วังหลวงยังงี้กูเสียวสันหลังว่ะ" เจ้าหนุ่มคน​ที่ตัวสูงกว่า​และมีชื่อ​ที่​เพื่อนเรียกว่าถึกเอ่ยปราม​เพื่อนรัก ​พร้อม​กับทำท่าคอย่นพลางหรี่หางตามอง

"นั่นเจ๊กหางเปียลากรถเลี้ยวกลับ​ไปทางท่าเตียนท้ายวังแล้ว​ สงสัยว่า​จะเข้าวังว่ะ กูนึกแล้ว​เชียวว่า​ต้อง​เป็นพวกชาววัง ลงเดินดินไม่​เป็นอีแบบนี้ กูไม่​เอาด้วยหรอกว่ะ"

"ทำไมหรือวะ?"

"ก็​ที่​เขาพูดกันว่าพวกผู้ดีตีนแดง​ต้องตะแคงตีนเดินนั่น มึงจำไม่​ได้หรือวะ?"

"ตีนแดงก็สวยดีทำไม​ต้องตะแคงตีนเดินด้วยล่ะวะ?"

"อ้าวก็ตีนมันแดงเหยียบ​แม้​แต่ขี้ไก่ก็ยังไม่ฝ่อ เวลา​จะเดิน​จะเหิน พวกเธอกลัวเจ็บก็เลย​​ต้องตะแคงตีนเดินยังไงล่ะวะ ไอ้ถึก"

"โถ..น่าสงสารจังว่ะ!"

"อย่า​ไปมัวสงสารพวกเธอ หรือคอยแหงนคอมองพวกผู้ดีเหล่านี้เหมือนหมาเห็นข้าวเปลือกเสียให้ยากหน่อย​เลย​วะไอ้ถึก"

"มึงนั่นแหละ​ตัวดี..ไอ้หมาน ไม่​ต้องมาทำ​เป็นอ้างโน่นอ้างนี่หน่อย​เลย​วะ"

"ฮ่า..ฮ่า..พูดถูกใจดำเข้าละสิ ใช่ไหมล่ะวะไอ้ถึก"

"นี่​ถ้ามึงขืนพูดยังงี้ แถวๆ​ริมคลองหลอด​เป็นโดนกูเตะตกน้ำ​ไปแล้ว​ว่ะ..ไอ้เกลอ!"

ไอ้คนชื่อถึกเงื้อเท้าทำท่า​จะเตะ​เอาจริงๆ​ดัง​ที่พูด จนไอ้หนุ่มคน​ที่ชื่อหมานถอยหลังกรูด ​พร้อม​กับหัวเราะลงลูกคอร่วน

"ขืนมึงเตะกูจริงๆ​ ทีหลังกู​จะไม่เดินมา​เป็น​เพื่อนมึงอีกหรอกนะเว้ย​จะบอกให้ รักคุดอย่างมึงนึกหรือว่า​เขา​จะเหลียวมองคนจนๆ​อย่างมึง?"

"มึงอย่าสบประมาทกูหน่อย​เลย​วะ ไอ้​เพื่อนยาก กูตั้งใจของกูมาอย่างนี้" หนุ่มถึกทำหน้าทำตาขึงขังตาม​ที่พูด ชายตามองนางในฝันของ​เขา​ที่นั่งเชิดคออยู่​บนรถเจ๊กอย่างไม่ยอมให้ละสายตา

"โบราณ​เขาว่า รัก​เขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง น้ำท่วมไม่ถึงจึงตายแห้งแหงแก๋...​"

ไอ้หมานพูดยังไม่ทันขาดคำก็ถูกกระชากไหล่ให้หยุดอย่างแรงจนตัวหมุน ​พร้อม​กับมีเสียงเอ่ยตามมาสมทบ

"หยุดทีเถอะวะไอ้หมาน อย่าพูดเข้าหูให้เธอ​ได้ยินอย่างนี้ไม่ดีหรอก​เพื่อน"

"ทำไม แล้ว​อย่างนี้​เมื่อไหร่มึง​จะ​ได้มีโอกาสสารภาพรัก​กับเธอกันเสียทีล่ะวะ?"

"กูถือตามวิถีทางรักของกูแบบนี้​ใคร​จะทำไม?"

"วิถีทางรักแบบนี้น่ะ มันแบบไหนกันวะ?"

"รัก​เขาข้างเดียวเหมือนเกลียวเชือก ​จะขอเลือกรักเธอเสมอ​ไป"

"เออ..ตามใจมึงไอ้ถึก อกหักดังเปาะขึ้น​มา​เมื่อไหร่แล้ว​มึง​จะรู้สึก แล้ว​อย่ามาโอดครวญ​กับกูก็แล้ว​กัน ​เพราะว่ากู​ได้เตือนมึงก่อนแล้ว​"

"อกหักมันก็เรื่อง​ของกู มึงจงหุบปากอย่า​ได้พูดมาก กระแนะกระแหนว่านางในดวงใจของกูเสียให้ยากเลย​ ถึงอย่างไรกูก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจอย่างเด็ดขาด"

"นั่น..ไอ้เจ๊กหางเปียมันลากรถวิ่งเร็วอย่าง​กับม้า​ไปโน่นแล้ว​ เดี๋ยวก็คลาดกันอีกจน​ได้แหละ​ รีบๆ​เดินเข้าสิวะ..ไอ้ถึก"

เสียง​ที่​ทั้งสองเกลอพูดกันนั้น​หญิงสาว​ได้ยินอย่างถนัดชัดเจน​ทั้งสองรูหู หากด้วยกระดาก​ที่เธอมาลำพังเพียงคนเดียว​กับคนจีนลากรถหางเปีย​ที่แสน​จะกระเร่อกระร่า เธอจึง​ได้​แต่สงบปากสงบคำ​เอาไว้ นี่​ถ้า​กำลังเดินอยู่​แถวใกล้บ้านของเธอ ป่านนี้เธอคงสั่งให้พวกบ่าวไพร่จับ​เอา​ไปเฆี่ยนให้หลังลายเสียให้เข็ดหลาบ โทษฐาน​ที่พูดจาไม่ไพเราะ​กับสุภาพสตรีผู้​เป็นถึงธิดาสาวของท่านขุนนางผู้ใหญ่

กฤษณานั่งหน้าเชิดคอตั้งทำท่าปั้นปึ่ง ไม่พูดไม่จาหรือ​แม้​แต่​จะหันหน้าเหลียวมอง​ไปทางหนุ่มคะนองปาก​ทั้งสอง ​เมื่อถึงประตูวิเศษไชยศรีทางเข้าท้ายวังเธอจึงบอกให้คนลากรถหยุด​และสั่งให้ตันเต็งกุยนั่งรออยู่​ตรงหน้าประตูจนกว่าเธอ​จะเดินกลับออกมาอีกครั้งหนึ่ง​ ห้าม​ไปไหน​โดยเด็ดขาด หนุ่มจีนใหม่จึงจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องนั่งรอยืนรอด้วย​ความกระสับกระส่าย สาเหตุก็​เนื่องมาจากการ​ที่​เขาไม่เคย​ต้องคอยอะไร​นานอย่างนี้มาก่อนเลย​ในชีวิต ยกเว้นการ​ที่​ต้องนั่งๆ​นอนๆ​คอยเวลาเรือสำเภาเข้าเทียบจอดขึ้น​ฝั่งในขณะ​ที่เดินทางจากท่าเรือจางหลินมายังท่าเรือราชวงศ์แห่งประเทศสยามเท่านั้น​

​เมื่อเริ่มรู้สึกหิวตันเต็งกุยก็​เอามือล้วงขนมจันอับออกมาจากห่อ​ที่พกเคียนเอวไว้ขึ้น​มากัดหนึ่ง​คำพอแก้หิวแล้ว​จึงเก็บ​ส่วน​ที่เหลือห่อเข้าพกคาดเอว​เอาไว้อย่างเดิม จากนั้น​​เขาก็เอนหลังนั่งพิงกำแพงตรงเงาประตูทางเข้าวัง​เพื่อหลบแดด​ที่เริ่มร้อนระอุขึ้น​เรื่อยๆ​ ผู้คนพากันเดินเข้าออกประตูวังกันไม่​ได้ขาด​ส่วนมาก​จะ​เป็นผู้หญิง ​โดยคน​ทั้งหมดพากันเดินก้าวข้ามธรณีประตูกันทุกคน ไม่มีเลย​สักคนเดียว​ที่เหยียบพลาด​ไปบนธรณีประตูให้เห็น ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึง​ความ​เป็นคนมีระเบียบเรียบร้อย​ของชาวสยาม​ที่อยู่​ใกล้วังอัน​เป็นเขต​พระราชฐานในการ​ที่​จะลุก​จะเดิน​จะนั่งกันอย่างระมัดระวัง ​ส่วนบุคคลต่างๆ​​ที่มีธุระเดินผ่าน​ไปมาแถวบริเวณประตูวังนั้น​ก็ดูเรียบร้อย​​เป็นปกติ นานๆ​จึง​จะมองเห็นคนเมาเหล้าเดินสะเงาะสะแงะทำตัวน่ารังเกียจผิดแผกจากคนอื่นสัญจรผ่านตา​ไปสักครั้งหนึ่ง​

ครั้นเอนหลัง​ได้สักครู่ ขณะ​ที่ตันเต็งกุย​กำลังเพลินคิดอะไร​อยู่​คนเดียว ​เขาก็รู้สึกตัวว่ามีเงาของร่างคนสองร่างมายืนค้ำอยู่​ข้างๆ​รถลากของ​เขา หนุ่มจีนใหม่ขยับตัวเตรียม​พร้อมอย่างฉับไว ​เขาลุกขึ้น​ยืนทันที เดินตรงเข้า​ไปจับคานลากรถ​ทั้งสองข้างไว้แน่น ทันใดนั้น​​เขาก็​ได้ยินชายคน​ที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำกว่าอีกคนหัวเราะในลำคอ​พร้อม​กับก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาหนุ่มจีนใหม่

"เตรียม​พร้อมเลย​เชียวรึไอ้หางเปีย ลื้อชื่ออะไร​วะ?"

"ผงชื่อเต็งกุยแซ่ตันคัก คุง​จะเรียกผงว่าตันเต็งกุยก็ล่าย"

"ตันเต็งกุย..ตันเต็งกุย..ถูก​ต้องใหม?"

"คักถูก​ต้องเลี้ยว..ตันเต็งกุย..หรือ​จะเรียกผงว่าอากุ่ยเหมือนคนอื่นก็ล่ายคัก"

"ชื่อลื้อเรียกยากชะมัด..งั้นพวกเราเรียกลื้อว่าอากุ่ยก็แล้ว​กันนะ..​คืออั๊ว​กับ​เพื่อนอยาก​จะคุย​กับลื้อสักหน่อย​​ได้ไหมล่ะ?"

"ล่าย ลื้อถามคำง่ายๆ​อั๊วตอบล่าย ​แต่อย่าถามคำยากๆ​นะ"

"เอออากุ่ย..พวกอั๊วสองคนมีข้าวเกรียบว่าว สาคูไส้หมู​และเม็ดขนุน ซื้อมาจากคลองโอ่งอ่าง ​จะแบ่งให้ลื้อกิน ​ถ้าลื้อยอมรับปากว่า​จะช่วยพวกอั๊วทำอะไร​สักอย่าง ลื้อ​จะยอมไหมล่ะ?"

หนุ่มเตี้ยล่ำรูปทรงมะขามข้อเดียว​ที่ชื่อหมานหรือสมานถามตันเต็งกุย​พร้อม​กับหยิบ​เอาถุงคล้ายตะกร้า​ที่ทำจากกาบหมาก ​ซึ่งมีกระทงใบตองเผยให้เห็นขนมดังกล่าววางอยู่​ด้านใน ​โดยมีข้าวเกรียบว่าวแผ่นโตร้อยด้วยเชือกกล้วยแขวนอยู่​สองแผ่น ภาพ​ที่เห็นทำ​เอาหนุ่มลากรถถึง​กับน้ำลายสอ

"ทำอารายหรือคัก?"

"​เป็นม้าเร็วส่งสาส์นสำคัญนะซี"

"ม้าเร็วส่งสาส์นอะไร​กันวะ..เอ๊ย อะไร​กันคัก?"

"ส่งสาส์นก็​คือส่งหนังสือหรือส่งจดหมายนั่นเอง ง่าย​จะตาย​ไปลื้อทำ​ได้สบายอยู่​แล้ว​" หนุ่มคน​ที่ชื่อหมานบอกพลางหยิบสาคูไส้หมูแนมด้วยใบผักชียื่นส่งให้ลองชิม "ลองสาคูไส้หมูยายพรบางลำพูสักคำ แล้ว​ลื้อ​จะชอบใจ อั๊วรับรอง​ความอร่อยสำหรับขนมเจ้านี้"

"ฮ้อ..หอเจี๊ยะ..อาหร่อยจิงๆ​คัก" หนุ่มเต็งกุยยกนิ้วโป้งภายหลังจาก​ที่​ได้ลิ้มรสแล้ว​

"เอ้า..ทีนี้ลองนี่ดูบ้าง ข้าวเกรียบว่าวหอมกรอบกินแกล้มอะไร​​ที่เลี่ยนๆ​มันๆ​ดีนักแล" ถึกแก้เชือกกล้วย​ที่ร้อยข้าวเกรียบว่าวยื่นส่งให้​ทั้งแผ่น ​ซึ่งเต็งกุยรับมาเคี้ยวกร้วมๆ​ด้วย​ความสบายใจ​โดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม​ทั้งสองคน

"ข้าวเกรียบนี่ก็อาหร่อยเหมืองกัง ขอกคุงคัก"

"ยังไม่หมด นี่เลย​..มัน​ต้องตบท้ายด้วยของหวาน​คือเม็ดขนุน​ที่กินแล้ว​​ทั้งอร่อย​และอิ่มท้องสบายหายห่วง​ไปเลย​ทีเดียว"

ภายหลังจาก​ที่ตันเต็งกุย​ได้ถูกยัดเยียดขนมให้กินจนอิ่มหนำสำราญ​เป็น​ที่พอใจแล้ว​ หมานก็​เป็นคนเริ่มต้นถามถึงเรื่อง​​ที่คุยกันค้างอยู่​ขึ้น​มาก่อน​เป็นคนแรกอีกวาระหนึ่ง​

"นี่​คือจดหมายหรือเพลงยาว​ที่นายถึก​เขา​จะฝากลื้อ​เอา​ไปให้แก่นางสาวกฤษณานายสาว​ที่นั่งรถของลื้อมา​เมื่อสักครู่นี้นั่นเอง ไม่ยากเลย​ เห็นไหมล่ะ เพียงแค่ส่งจดหมายให้เธอเท่านั้น​เอง"

"ส่งจดหมายนี้ให้​กับคุณหนูกิกสะหนา แค่นี้เองหรือ?"

"ใช่แค่นี้เอง ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก"

"ตกลงคัก" ตันเต็งกุยรีบรับคำ​โดยไม่ลังเลเลย​​แม้​แต่น้อย

"เอ้านี่..กระบอกน้ำสำหรับใส่น้ำดื่มแก้คอแห้ง เราสองคนยกให้ลื้อ​เอาไว้สำหรับ​ใช้ใส่น้ำดื่มหลังจากลากรถมาเหนื่อยๆ​"

"ฮ้อๆ​..ลีคัก..ขอกคุงคัก อั๊ว​จะส่งจดหมายให้พวกลื้อเอง อย่าห่วง​ไปเลย​" ตันเต็งกุยรับกระบอกน้ำใส่น้ำดื่ม​ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่มีสายสะพายจากมือของถึกพลางยกขึ้น​ดื่มอย่างกระหาย หากภายหลังดื่มเสร็จ​เขาก็หันหน้ามาหาสองหนุ่มไทย​พร้อม​กับเอ่ยถามด้วยสีหน้า​ที่ไม่ค่อย​จะแน่ใจ

"ตกลงลื้อยกกาบอกใส่น้ำนี้ให้อั๊วจริงๆ​หรือ?"

"จริงสิ..ยกให้ลื้อ​เอาไว้​ใช้เลย​ ขอเพียงอย่างเดียว..ลื้ออย่าลืมส่งจดหมายฉบับ​นี้ให้พวกเราก็แล้ว​กัน"

"พวกลื้ออย่าเป็งกังวล​ไปเลย​ข้อนั้น​ อั๊วรับรองว่า​จะส่งให้คุงหลูกะมืออั๊วเองเลย​ทีเลียว"

"ลื้อสัญญา​ได้ไหมวะอากุ่ย ว่า​จะไม่ให้​ใครเห็น"

"ม่ายให้คายเห็นเหลอ?"

"ใช่..ห้ามไม่ให้​ใครเห็นเด็ดขาด!"

"ฮ้อ..ล่ายสิ..อั๊วให้สังญา"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3532 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ร้อยใจมังกร --Series
ชื่อตอน บทที่ 4 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น