นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ร้อยใจมังกร #3
ปักษิณ
...เย็นวันแรก ​ที่กลับจากงานลากรถให้คนในบ้าน​พระยาประดิษฐานาเวศน์นั้น​ หนุ่มจีนใหม่ตันเต็งกุยถึง​กับ​เป็นกังวลใจใน​ความทุลักทุเล​ที่เกิดขึ้น​ขณะ​ที่​เขาปฏิ...

ตอน : บทที่ 3

เย็นวันแรก​ที่กลับจากงานลากรถให้คนในบ้าน​พระยาประดิษฐานาเวศน์นั้น​ หนุ่มจีนใหม่ตันเต็งกุยถึง​กับ​เป็นกังวลใจใน​ความทุลักทุเล​ที่เกิดขึ้น​ขณะ​ที่​เขาปฏิบัติหน้า​ที่​เป็นอย่างมาก ​ทั้งนี้ก็​เนื่องด้วยการสื่อสารกัน​ระหว่างคนลากรถ​และผู้​โดยสารนั้น​ยาก​ที่​จะเข้าใจกัน​ได้ง่ายๆ​ ชายหนุ่มถูกตำหนิ​และถูกดุด่าว่ากล่าวอย่างเสียๆ​หายๆ​​และค่อนข้างหยาบคาย ​แต่ก็ดี​ไปอย่าง​ที่​เขาฟังคำผรุสวาทเหล่านั้น​ไม่รู้เรื่อง​ ​เขายิ้มแหยๆ​ส่ายหัว​ไปมาแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่เข้าใจคำพูด

"ไอ้คนผีทะเล ว่าแล้ว​ยัง​จะมาทำหน้าทะเล้นอีก" นางลำเจียกหญิงคนรับ​ใช้ต้นห้องของคุณหญิงเจือบ่นกระปอดกระแปดอย่างอิดหนาระอาใจ​ที่เดินทางมาด้วยกัน​กับเจ๊กลากรถคนใหม่ตั้งเกือบครึ่งวัน ​แต่ก็ยัง​ไปกัน​ได้ไม่ถึง​ที่หมายปลายทางเลย​

"อั๊วยังฟังลื้อพูดไม่เข้าใจอยู่​ดีแหละ​" เต็งกุยตอบ​เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ด้วยสีหน้าท่าทางหมดอาลัยตายอยาก หมดปัญญา​ที่​จะสื่อสารประการใดต่อ​ไป

"​เอาอย่างงี้ดีกว่า จำไว้นะว่านี่..มือซ้าย" นางลำเจียกพูดเสียงเน้น​และเว้นวรรค ในขณะเดียวกันก็ชูมือข้างซ้ายให้เจ้าหนุ่มคนลากรถดูพลางเขย่าฝ่ามือ​ไปๆ​มาๆ​​เพื่อ​ที่​จะสื่อให้รู้

"มู..ซ้าย" เต็งกุยพูดทวนคำช้าๆ​

"เออใช่..มือซ้าย..ถูก​ต้อง ​และก็นี่..มือขวา" นางลำเจียกพยักหน้าหงึกๆ​​พร้อม​กับชูมือขวา​และเขย่าฝ่ามือให้เห็นเหมือนเดิม

"มู..ฝา" ชายหนุ่มทวนคำพูดแบบยานคางอย่างช้าๆ​

"ดีมาก..มือขวาหรือมือฝาก็​ได้ "ทีนี้ลื้อก็ลากรถเลี้ยว​ไปตาม​ที่ฉันบอกนะว่า​จะ​ไปทางซ้ายมือหรือทางขวามือเข้าใจไหม?"

คำพูด​ที่​เป็นประโยคยาวๆ​ของคนรับ​ใช้ต้นห้องบ้านประดิษฐานาเวศน์ เริ่มทำให้เจ้าคนลากรถเริ่มใบ้กินอีกครั้งขึ้น​มาทันที ​เขาทำสีหน้างุนงง​กับคำพูดของนางลำเจียกพลางส่ายหน้าล่อกแล่ก ​พร้อม​กับส่งยิ้มหน้าแห้งให้อีกฝ่าย ​ซึ่งมีผลทำให้หญิงวัยกลางคนถึง​กับถอนหายใจด้วย​ความหมดหวัง

"​เอาล่ะ..ถึงอย่างไรลื้อก็พอ​จะรู้บ้างว่ามือซ้ายหรือมือขวา นี่ซ้าย​และนี่ขวา" นางลำเจียกชูมือซ้าย​และขวาให้เจ้าหนุ่มคนลากรถเจ๊กดูทีละข้างอีกครั้งในขณะ​ที่พูด ตันเต็งกุยจึงชูมือขึ้น​ทีละข้างพลางพูดตามอย่างช้าๆ​​และพยายามให้ชัดถ้อยชัดคำ​ที่สุดเท่า​ที่​เขา​สามารถเปล่งเสียงออกมาให้ใกล้เคียง​กับภาษาไทยสำเนียงสยามเมืองกรุงตามอย่างหญิงคนรับ​ใช้ต้นห้อง

"นี่ซ้าย..​และ..นี่ขวา"

"​ใช้​ได้..ดี..​เอาแค่นี้ก็พอ ​ไปทาง..ซ้าย" หล่อนพูดดังๆ​​พร้อม​กับชี้มือบอก​โดยมีตันเต็งกุยมองตาม ​เขาผงกศีรษะแสดงว่าเข้าใจ พลางลากรถออกเดิน​ไปทางซ้ายทันที ทำให้นางลำเจียกถึง​กับยิ้มออกมา​ได้​เป็นครั้งแรก

ชายหนุ่มลากรถตามคำสั่งซ้าย​และขวาจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานกลับมายังบ้านประดิษฐานาเวศน์​พอดี คุณหญิงเจือ​ได้กำชับให้นาง​เนื่องแม่ครัวบอกบ่าวรับ​ใช้ให้ตามคนลากรถคนใหม่เข้า​ไปหาอะไร​รองท้องในครัวก่อน​ที่​จะเดินทางกลับ​ไปพักผ่อนยังบ้านของเ​ถ้าแก่เนี้ยลิ้มกิมหง

​เมื่อตันเต็งกุยกลับ​ไปถึงบ้านตระกูลลิ้ม ชายหนุ่มก็​ได้นำรถลาก​ไปไว้ใน​ที่จอดข้างหลังบ้านตึกหลังใหญ่แล้ว​ ​เขาสอดส่ายสายตามองหาบักยู้​เพื่อนร่วมอาชีพ ​โดยหวัง​ที่​จะ​ได้ถามไถ่ถึงเรื่อง​ประสบการณ์ในการลากรถ​เพื่อ​เป็น​ความรู้ใส่ตัว ​แต่​ทว่า​เขาก็ไม่​สามารถมองเห็น​แม้​แต่วี่แววของบักยู้เลย​ ​เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย​ที่ไม่มี​เพื่อนพอ​ที่​จะปรับทุกข์ด้วย​ได้

"กลับมาแล้ว​หรือเฮีย?"

เสียงใสๆ​ของ​ใครคนหนึ่ง​ร้องทัก​เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วมาจากทางด้านหลัง ทำ​เอาตันเต็งกุยถึง​กับสะดุ้ง​เพราะคาดไม่ถึงว่า​จะมี​ใครเดินมาข้างหลัง ชายหนุ่มรีบเหลียวหันกลับ​ไปดูก็ปรากฏร่างของเด็กสาว​ซึ่ง​เป็นสาวรับ​ใช้ของบ้านเ​ถ้าแก่เนี้ยคนแซ่ลิ้มแห่งนี้นั่นเอง เธอ​คือเด็กหญิง​ที่​เขาพบ​และเข้าใจผิดคิดว่า​เป็นลูกสาวเจ้าของบ้านในตอนแรก​ที่​เขาเหยียบย่างเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้​พร้อม​กับล้อบ้วนสูน​เพื่อมาสมัครทำงาน

"ใช่..เอ้อ..กลับมาแล้ว​ นึกว่า​ใคร​ที่แท้ก็เธอนั่นเอง..เอ้อ.." เต็งกุยรู้สึกว่า​ตัวเองเริ่มพูดตะกุกตะกักอย่างไม่​ได้ตั้งใจ จนทำให้​เขานึกรำคาญตัวเอง​ที่​เป็น​ไป​ได้ถึงเพียงนี้

"อั๊วชื่อกิมเช็ง ​เป็นคนรับ​ใช้ของเ​ถ้าแก่เนี้ย​ที่เฮียเคยเห็นอั๊ว​ที่นี่ในวันแรกยังไงล่ะ จำ​ได้หรือเปล่า?"

"เอ้อ..เอ้อ..จำ​ได้สิ ทีแรกอั๊วยังคิดผิด..นึกว่า..เอ้อ..ลื้อ​เป็นลูกสาวเจ้าของบ้านหลังนี้เลย​"

"ยังงั้นเชียวหรือ?" หญิงสาวพูดพลางหัวเราะคิกคัก "นี่เฮียกินข้าวเย็นแล้ว​หรือยัง เ​ถ้าแก่เนี้ยสั่งให้แบ่งอาหารไว้เผื่อเฮียกลับมาจากทำงาน​จะ​ได้กิน"

"อั๊วกินมาจากบ้านคุณหญิง​ที่อั๊ว​ไปทำงานลากรถให้​เขาแล้ว​ล่ะ ขอบใจนะ เก็บไว้ให้อั๊วกินตอนเช้า​​ได้ไหมล่ะ?" ชายหนุ่มรู้สึกว่า​​เขา​จะพูดคล่องขึ้น​หน่อย​ หลังจาก​ที่​ได้เจรจาต้าอ่วยกัน​เป็นเรื่อง​​เป็นราว

"ไม่​ได้หรอก พรุ่งนี้เช้า​​เขามีข้าวต้มหุงใหม่ๆ​ให้คนในบ้านกินกัน รวม​ทั้งอาเฮียด้วย"

"อ้อ..ก็ดีเหมือนกัน ขอถามหน่อย​ว่าลื้อเห็นคนลากรถ​ที่ชื่อบักยู้หรือเปล่า?"

"เฮียบักยู้กลับ​ไปสักพักแล้ว​ล่ะ"

"อ้าว..บักยู้​เขาไม่​ได้พัก​ที่นี่ดอกหรือ?"

"ม่ายน่อ..เฮียบักยู้​เขาเช่าบ้านห้องแถวอยู่​ไกลถัด​ไปอีกราวสามเส้นเห็น​จะ​ได้"

"เส้น​คืออะไร​หรือ?"

"อ๋อ..เส้นก็​คือมาตราวัด​ความยาวหรือระยะทางของชาวสยาม​เขา ​ซึ่งยี่สิบวา​จะมีอัตรา​ส่วนเท่า​กับหนึ่ง​เส้น ​และสี่ร้อยเส้นจึง​จะยาวเท่า​กับหนึ่ง​โยชน์น่ะเฮีย"

"ยี่สิบวา..หนึ่ง​เส้น..สี่ร้อยเส้น..หนึ่ง​โยชน์..ไอ๊ย่า คิดแล้ว​ปวดหัว ไม่รู้ว่ากี่เซี๊ยะกี่ลี้กันแน่?"

"เทียบ​เป็นระยะทางกี่เซี๊ยะหรือกี่ลี้นั้น​ อั๊ว​เป็นลูกจีนเกิดในแผ่นดินสยามเนี่ย อั๊วก็ยังไม่เคยเทียบเคียงกันดูสักที เคย​ได้ยิน​แต่คนเก่าคนแก่จากเมืองจีน​เขาพูดกันว่าระยะทางสามลี้กว่าๆ​จึง​จะมี​ความยาวเท่า​กับระยะทางของสยามหนึ่ง​โยชน์"

"ช่างมันเถิด สามเส้นก็สามเส้น ​เอาไว้อั๊วค่อยเรียนรู้ทีหลังก็แล้ว​กัน ว่า​แต่ลื้อเถอะ..อากิมเช็ง..ลื้อมาตามหาเฮียเรื่อง​อะไร​หรือ?"

"เ​ถ้าแก่เนี้ยให้มาตามลื้อ​ไปพบ​ที่ห้องหนังสือนะสิ ลื้ออาบน้ำเปลี่ยนเครื่อง​แต่งตัวเสร็จแล้ว​​ไปพบอั๊ว​ที่ห้องครัวข้างหลังตึก เดี๋ยวอั๊ว​จะพาขึ้น​​ไปยังห้องหนังสือบนตึกใหญ่เอง"

"ห้องหนังสือหรือ ขึ้น​​ไปทำไมกันหรือว่า..เอ้อ..​จะให้อั๊ว.."

"ใช่..เห็นเ​ถ้าแก่เนี้ยบอกว่า​จะให้ลื้อเรียนภาษาไทย"

"เริ่มเรียนกันตั้งแต่วันแรกนี้เลย​หรือ?"

"จ้ะ​..เ​ถ้าแก่เนี้ยเธอคอยอบรมสั่งสอนคนในบ้านว่า อยู่​เมืองสยาม​จะ​ต้องพูดภาษาไทยให้แตกฉาน ​จะ​ได้ไม่มี​ใครดูถูก ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสยามบางคน​ที่ชอบมองคนต่างด้าวอย่างพวกเราคนจีนว่า​เป็นคนชั้นต่ำ ​ที่ไม่​สามารถเทียบเคียง​กับพวกผู้ดีชาวสยาม​ได้"

"ตกลงอั๊ว​จะรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอแป๊บหนึ่ง​นะกิมเช็ง"

"จ้ะ​เฮีย อั๊ว​จะ​ไปรอเฮีย​ที่ห้องครัว..ประเดี๋ยวค่อยพบกัน"

ตันเต็งกุยรีบอาบน้ำเปลี่ยน​เป็นเสื้อผ้าตัวเก่งชุดเดิม​ที่ซักสะอาดเอี่ยม อัน​เป็นชุดสำรอง​ซึ่ง​เขานำมาด้วยจากเมืองจีน ​เมื่อขณะ​ที่กิมเช็งนำ​เขาเข้า​ไปในห้องหนังสือบนชั้นสองของตึกนั้น​ เ​ถ้าแก่เนี้ยลิ้มกิมหง​กำลังคอยอยู่​ในชุดเครื่อง​แต่งกายลำลอง​ที่อยู่​​กับบ้านคล้าย​จะ​เป็นชุดนอนอย่างนั้น​ ​เป็นชุดผ้าแพรจีนสีเนื้ออันบางเบาเนียนแนบ​กับรูปทรงของเธอจนเห็นรูปร่าง​ส่วนเว้าโค้งอย่างชัดเจน ทำ​เอาลูกจ้างหนุ่มลากรถคนใหม่ถึง​กับเริ่มหายใจติดขัดขึ้น​มาทันที

"สวัสดีครับ​เ​ถ้าแก่เนี้ย" ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

"เรียกฉันว่าซ้อใหญ่อย่างเฮียบ้วนสูน​เขาก็แล้ว​กัน ​จะ​ได้ดูสนิทสนมเหมือน​เป็นคนครอบครัวเดียวกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะว่า​เป็นนาย​เป็นลูกจ้าง"

"ครับ​ ซ้อใหญ่"

"ฉัน​กับกิมเช็ง​จะผลัดกันฝึกสอนการพูดภาษาไทยหรือภาษาสยามให้ ​โดย​จะสลับเปลี่ยนกันตามโอกาส​ที่​ใคร​จะว่างสอนเธอตอนไหน เธอรู้ไหมว่าแม่หนูน้อยกิมเช็งคนนี้ ​เขาเรียนภาษาไทยจนอ่านออกเขียน​ได้คล่องแล้ว​ด้วย"

"เก่งจัง ผมขอฝากเนื้อฝากตัว​เป็นศิษย์ของอาจารย์​ทั้งสอง ​ทั้งซ้อใหญ่​และกิมเช็งด้วยนะครับ​" เต็งกุยพูดพลางย่อกายคุกเข่าลงทำท่าคำนับ​เพื่อคารวะอาจารย์ผู้ฝึกสอนตามธรรมเนียม "ศิษย์ขอกราบคารวะอาจารย์​ทั้งสอง"

"ไม่​ต้องมีพิธีรีตองอะไร​หรอกจ้ะ​..เต็งกวย ​เป็นการดี​ที่เรา​ซึ่ง​เป็นคนต่างด้าว​จะเรียนรู้ภาษาของเจ้าของบ้านให้เข้าใจ ยิ่งลึกซึ้งแตกฉานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์​กับตัวเราเองเท่านั้น​ ​จะ​ได้​เอาไว้​ใช้สื่อสารพูดคุย​เป็นประจำวัน ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​เมื่อถึงคราวจำ​เป็น​และยามคับขัน"

"ขอบคุณซ้อใหญ่มากครับ​ ​ที่กรุณาให้​ความเมตตารับ​เป็นศิษย์"

"ดี..​ถ้าอย่างนั้น​กิมเช็งช่วยลง​ไปเตรียมน้ำชาขึ้น​มาให้ด้วย อั๊ว​จะเริ่มต้นสอน​เป็นคนแรกก่อน​ที่​จะดึก ​เพราะพรุ่งนี้เช้า​เต็งกุย​เขา​ต้องรีบตื่น​ไปทำงานลากรถอีก"

"ค่ะ​"

การสอนภาษาไทยของเ​ถ้าแก่เนี้ยลิ้มกิมหงในช่วงวันแรกนั้น​ดู​จะราบรื่น​ไปด้วยดี ​เพราะ​เป็นการฝึกเรียนภาษา​ที่จำ​เป็นสำหรับการ​ใช้งานพื้นๆ​เบื้องต้นเท่านั้น​ หาก​ทว่าก่อน​ที่​จะเริ่มต้นทำการสอน ซ้อใหญ่แห่งตระกูลลิ้ม​ได้สอบถามถึงปัญหาการทำงานวันแรก​ที่ผ่านมา ว่าการสื่อภาษา​กับคนในบ้าน​พระยาประดิษฐานาเวศน์​ที่​ใช้บริการรถลากของ​เขานั้น​​เป็นประการใดบ้าง

​ซึ่งตันเต็งกุยก็พยายามชี้แจงบอกเล่าให้ซ้อใหญ่เจ้าของบ้านทราบทุกเรื่อง​ ​โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง​ราวเกี่ยว​กับการรับคำสั่งจากนางลำเจียกคนรับ​ใช้ต้นห้องของคุณหญิงเจือว่า กว่า​จะสื่อสารกันรู้เรื่อง​เข้าใจ​ได้ก็กินเวลานานโข จนทำให้ฝ่ายว่าจ้างถึง​กับโมโห พูดจาก่นด่าอย่างเสียๆ​หายๆ​ ​ซึ่ง​เขากลับออกตัวบอก​กับเธอว่า ก็ดี​ไปอย่าง​ที่​เขาฟังไม่รู้เรื่อง​จึงไม่​ได้โต้ตอบหรือเจ็บแค้นโกรธขึ้ง​แต่ประการใด

สิ่งเดียว​ที่ตันเต็งกุยไม่ค่อยสบายใจก็​คือ ในยาม​ที่ซ้อใหญ่ผู้​เป็นครูสอนหรืออาจารย์ขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดตัว​เขา​เพื่อ​ที่​จะอธิบายรายละเอียด​และยกตัวอย่างให้​เขาเข้าใจ รวม​ไปถึงสาธิตวิธีการออกสำเนียงภาษาไทยว่า​จะ​ต้องฝึกห่อปากหรือเปล่งเสียงออกมาอย่างไรบ้าง​ ในบางคราวเธอถึง​กับเอื้อมมือ​ที่หอมกรุ่นจากเครื่องประทินผิวพรรณมาจับใบหน้า​และริมฝีปากของ​เขาให้ฝึกหัดตาม​ที่เธอ​ต้องการ

นี่​เป็นเพียงการเริ่มต้นเรียนภาษาวันแรกกันเท่านั้น​ การไม่ถือตัว​และท่าทาง​ที่​เป็นกันเอง​จะ​โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม​ที่เธอมาสัมผัสจับ​ต้องถูกตัว​เขานั้น​ ​ได้ทำให้หัวใจ​ที่ยังอยู่​ในวัยหนุ่มของ​เขากลับเต้นระทึกกระเส่าอย่างช่วยไม่​ได้ ​เพราะคำพูดภาษาไทยนั้น​ยากมากสำหรับลิ้นคน​ที่พูด​แต่ภาษาจีนจนเคยชินอย่าง​เขา​จะทำตามอย่าง​ได้ง่ายๆ​ ยิ่งการออกสำเนียง​โดยห่อลิ้น​และกระดกลิ้น​พร้อม​กับเปล่งเสียงออกมานั้น​ ช่างลำบากยากเย็นเสียเหลือเกินกว่า​ที่​เขา​จะทำตาม​ได้ ​แต่ชายหนุ่มก็​ได้พยายามอย่างสุด​ความ​สามารถเท่า​ที่​เขา​จะทำ​ได้ ​โดยมีอาจารย์ซ้อใหญ่คอยให้​กำลังใจ​เขาอยู่​ตลอดเวลา อันเปรียบเสมือนหนึ่ง​น้ำทิพย์​ที่คอยชโลมใจ

นี่กระมัง​ที่ทำให้เจ้าหนุ่มสารถีลากรถเจ๊กไม่รู้สึกเบื่อ​ที่​จะรับการฝึกสอนจากอาจารย์ผู้งาม​ทั้งน้ำใจ​และเรือนร่างผู้นี้เลย​ หาก​ทว่า​เขากลับรู้สึกชอบ​และติดอกติดใจ​ที่​จะ​ได้กลับมาเรียน​กับอาจารย์ซ้อใหญ่แห่งตระกูลลิ้มอีกอย่างเต็มอกเต็มใจ

วัน​ต่อมา​เมื่อถึงคิวการสอนของสาวน้อยกิมเช็งก็ทำนองเดียวกัน ถึง​แม้เต็งกุย​จะรู้สึกว่า​เธอยังเด็กเกิน​ไปหน่อย​​ที่​เขา​จะคิดเลย​เถิด​กับเธอในฐานชู้สาว ​โดย​เขาคิด​และปฏิบัติตัว​กับเธอเปรียบเสมือนประหนึ่ง​ว่าเธอ​เป็นน้องสาวของ​เขาคนหนึ่ง​เสียมากกว่า หาก​แต่สาวน้อยผู้มีดวงตาใสแจ๋วกลับจ้องมองหน้าหนุ่มหางเปียคนลากรถราว​กับ​จะเพ่งให้ทะลุเข้า​ไปถึงในหัวใจของ​เขากระนั้น​ เธอแสดงกิริยาขวยอายทุกครั้งจนแก้มแดงระเรื่อ ​เมื่อ​ต้องเอียงหน้าเข้ามาใกล้ๆ​ใบหน้าของชายหนุ่ม​เพื่อ​ที่​จะอธิบายถึงวิธีการพูดออกสำเนียงภาษาไทยให้ชัดถ้อยชัดคำ

"คนไทย ไม่ใช่คงทาย เฮีย​จะ​ต้องออกเสียงให้ชัดๆ​แบบนี้จึง​จะถูก ไหน..ลองดูใหม่อีกครั้งหนึ่ง​ซิ" สาวน้อยกิมเช็งท้วงติง​และบอกให้เต็งกุยลองพูดใหม่

"คงไทย" ชายหนุ่มตั้งอกตั้งใจพูดออกเสียงตามคำบอก หากลิ้นลงท้ายคำสะกดนอหนูยังคง​เป็นงองูเหมือนเดิม ​เพราะ​ความเคยลิ้นนั่นเอง

"ไม่ใช่..คง พยายามออกเสียงลงท้าย​เป็น..คน ให้​ได้สิจ๊ะ​เฮีย"

"โคน" เต็งกุยพูดยานคางคล้าย​จะพยายามให้เหมือนอย่าง​ที่สาวน้อยบอก

"ไม่ใช่โคน ออกเสียงสั้นๆ​อย่างนี้..คน เอ้า..​เอาใหม่"

"คน" ชายหนุ่มตั้งใจออกเสียงให้เหมือนอย่าง​ที่เธอบอก "แหม..ยากจังแฮะ"

"อย่างนั้น​ดีแล้ว​เฮีย เวลาพูดพยายามฝืนลิ้นให้พูดชัดๆ​เข้าไว้เดี๋ยวก็​จะชิน​ไปเองนั่นแหละ​ ไม่เห็น​จะยากสักหน่อย​ พอเฮียตั้งใจก็พูด​ได้ถูก​ต้อง เห็นไหมล่ะ?"

"ขอบใจนะกิมเช็ง​ที่พยายามตั้งอกตั้งใจสอนภาษาไทยให้อั๊ว​โดยไม่เบื่อ"

"อั๊วคงไม่มีวันเบื่ออย่างแน่นอน ว่า​แต่ลื้อเถอะเฮีย กลัวว่า​จะเบื่อครูตัวเล็กๆ​คนนี้เสียก่อนนะซีจ๊ะ​"

"อั๊วฝากเนื้อฝากตัว​เป็นศิษย์ของอาจารย์แล้ว​​จะเบื่อ​ได้อย่างไรกัน ศิษย์​ที่ดี​จะ​ต้องเชื่อฟังอาจารย์ว่ากล่าวจึง​จะถูก จริงไหม?"

"จ้ะ​..ข้อนั้น​อั๊วไม่เถียง นี่เฮีย..ถามจริงๆ​เถอะ เฮียคิดว่าอั๊ว​เป็นคน​ที่จู้จี้เรื่อง​เล็กๆ​น้อยๆ​บ้างหรือเปล่า?"

"จู้จี้อะไร​กัน น่ารักน่ะไม่ว่า อั๊วกลับดีใจเสียอีก​ที่มีลื้อ​และอาซ้อใหญ่​เป็นครูสอนภาษาไทยให้อย่างตั้งอกตั้งใจ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูตัวเล็กๆ​​และน่ารักคนนี้" ชายหนุ่มพูด​พร้อม​กับชี้นิ้ว​ไปตรงหน้าอกข้างซ้ายของเด็กสาว จนนิ้วของ​เขาสัมผัสเข้า​กับ​ส่วน​ที่นุ่มนิ่ม​ที่สุดของเธออย่างไม่​ได้ตั้งใจ

"อุ๊ย!" สาวน้อยอุทานด้วยเสียงแผ่วเบาคล้าย​จะกระซิบ​กับตัวของเธอเอง

"อุ๊บ..ขอโทษนะกิมเช็ง ​ที่มืออั๊วยาว​ไปหน่อย​ อั๊วไม่​ได้ตั้งใจจริงๆ​นะ"

"ไม่​เป็นไรหรอกเฮีย ​เพราะอั๊วไม่หลบเฮียเองต่างหากล่ะ" หาก​แต่ใบหน้าของเด็กสาวกลับแดงก่ำยิ่งขึ้น​กว่าเก่าจนคล้ายลูกตำลึงสุก พลางจ้องใบหน้า​เขาเขม็งอยู่​เหมือนเดิม

"อั๊ว​จะไม่ลืมบุญคุณเลย​ อั๊วสัญญาว่า​จะ​ต้องพยายามทดแทนบุญคุณของลื้อ​และอาซ้อใหญ่ให้​ได้ในวันข้างหน้า"

"เฮียให้สัญญา​กับอั๊วในวันนี้ แล้ว​วันข้างหน้าอย่าลืมคำพูด​ที่​ได้ให้สัญญาไว้นี้เสียนะจ๊ะ​?"

"อั๊ว​จะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน ไม่ว่าอั๊ว​จะ​ไป​ได้ดีหรือ​ไปตกระกำลำบากอยู่​​ที่ใดก็ตาม ข้อนั้น​ขอน้องกิมเช็งของเฮียอย่า​ได้​เป็นห่วง​ไปเลย​"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3530 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ร้อยใจมังกร --Series
ชื่อตอน บทที่ 3 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ปักษิณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น