นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
คีตมายา #4
SONG-982
...ก่อน​จะมาถึง​ที่นี้ ทิพย์หิรัญย์ไม่​ได้บอกว่า นอกจากช่วงคองามระหง ดวงหน้าชวนหลงใหล​และรูปร่างชวนสัมผัสแล้ว​ กลิ่นกายของนางยังยิ่งชื่น หอมรื่นระรวยระริน ​โดยเดาไม่ออกว่ากลิ่นนั้น​ฟุ้งกำจายออกมาจาก​ส่วนใด หรือ​จะอย่างนางผมหอม​ที่สักหลายร้อยปีจึง​จะปรากฏตนสักครั้ง...​...

ตอน : บุพเพอาละวาด

เรือนไทยสุดซอย ​ที่จริงไม่คับแคบนัก ตัวเรือนตั้งอยู่​ท่ามกลางแมกไม้​ที่ปลูกไว้ตั้งแต่เนิ่นนาน มีลานเล็กๆ​ ปูด้วยอิฐมอญติดต่อ​ไปจนถึงซุ้มศาลาตรงแนวรั้วหน้าบ้าน ​ซึ่งบัดนี้ตีไม้​เป็นแผ่นๆ​ ขวางกั้น​เอาไว้ เหลือให้เปิด​ได้เพียงแค่ช่องประตู​พอดีคน

บ่อยครั้ง​เมื่อผู้ไม่คุ้นเคยเส้นทาง หลงลึกเข้ามา ก็เห็น​เป็นแค่รั้วผุพังเก่าคร่ำ ระโยงระย้า​ไปด้วยเถาวัลย์ ​ที่เลย​ลามจากการพันไม้ใหญ่ภายใน มาพอกสุมจนดูเหมือน​ทั้งรั้ว​และศาลาโยกโย้แทบรับน้ำหนักไว้ไม่​ได้

​และอีกหลายคราว สำหรับผู้ตั้งใจเ​ที่ยวซอนหา ทรัพย์สมบัติมีค่าจากบ้านหลังเปลี่ยว ​ที่​จะแลเห็น​เป็นทุ่งเวิ้งว้าง มีคลองใหญ่น้ำเน่าอันอุดม​ไปด้วยซากไม้​และขวากแหลม ปักขวางระเกะระกะ

หรือหากพวกมันยังใจแข็ง กล้าลอง​กับภาพมายา งูร้ายตัวใหญ่เท่าลำขา ก็​จะเลื้อยปราดผ่าน หันขวับมาจดจ้อง แล้ว​มุดน้ำเหมือนหมาย​จะเข้ามาทำร้าย นั่นละ​ที่ทุกรายมีอัน​ต้องผวาเผ่นหนี

​แต่สำหรับคน​ที่คุ้ยเคยกันดี หรือ...​ สำหรับคน​ที่​ได้รับอนุญาต บ้านสวนปลายซอย ​คือมุมมองหย่อนใจ ​เป็นบ้านเรือนไทยน่าอยู่​ ภายใต้ร่มไม้ใบหนา มีวิหคนกกา กระรอกกระแตมาอาศัย แลคล้ายๆ​ ป่าผืนน้อยกลางเมือง

กลิ่นหอมโชยมาวูบหนึ่ง​ ทำให้ราศี​ต้องหันหา ภายในหอ​พระมี​แต่ช่องลม กลิ่นหอม...​ น่า​จะ​เป็นกลิ่นดอกไม้...​ คงผ่านมาทางนั้น​

"ก็บ้านกลางสวน ไม้หอม​ทั้งนั้น​​ที่ปลูกอยู่​รอบบ้าน ไม่ใช่ปาฏิหาริย์อะไร​หรอกน่า"

หล่อนบอกตัวเอง ก่อน​จะเริ่มอ่านคาถาอีกครั้ง หวัง​จะอ่านให้ครบบท ​แม้ไม่​ได้รู้สึกศรัทธาอะไร​นัก ​แต่​เพราะ​ความ​เป็นคน​ที่คิด​จะทำอะไร​แล้ว​​ต้องทำให้จบ จึง​ต้องตั้งสมาธิจิตให้มั่นคงพอสมควร

ขณะปลายนิ้วไล่​ไปตามตัวหนังสือ ​เพื่อไม่ให้พลาด​ไปสักอักขระเดียว รู้สึกเหมือนมีกระแสบางอย่างแผ่ซ่านขึ้น​มา คล้าย​เป็นละอองยิบๆ​ ไล่ขึ้น​มาตามสายเลือด จากปลายนิ้ววาบขึ้น​มา​ได้ถึงตรงหัวใจ

พออ่านจบ ก็ปิดหนังสือ ระบายลมหายใจยาว ​โดยลืมสังเกตตัวเอง​ไปว่า ขณะร่ายคาถาบทสุดท้ายนั้น​ ตั้งใจจริงจัง จนถึง​กับ​ต้องกลั้นหายใจ

แล้ว​ใจก็บอกตัวเอง...​ แล้ว​ยังไง...​ ยังเงียบเหงา ยังว่างเปล่า...​ ก็แค่นั้น​

โลกของมนตร์คาถาอาถรรพ์ต่างๆ​ นานา หล่อนหันหลังให้มานานแล้ว​ ไม่จำ​เป็นเลย​​ที่​จะคิดพึ่งพาพวกมันอีก

​แต่ก็อดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องยกกระจกขึ้น​ส่อง ผมปอยหนึ่ง​ปรกลงมาระปลายจมูก หล่อนปัด​ไปเหน็บไว้ข้างหู ​เพื่อพิจารณาทุก​ส่วนของดวงหน้าให้เห็นชัด

เหมือนเดิม...​ ไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง ​แม้สักนิด...​

ผิวหน้าตึงเนียนเรียบ ไม่​ได้ผุดผาดมากขึ้น​กว่าเดิม ดวงตาคู่หวาน กลมโตประดับด้วยขนตายาวงอน อยู่​อย่างไรก็อย่างนั้น​ รูปริมฝีปากอิ่ม ​เป็นสีสดตามสุขภาพ​ที่แข็งแรง ไม่​ได้ระเรื่อขึ้น​​เพื่อยวนเสน่ห์

มันก็แค่นั้น​...​ โลกคงเปลี่ยน​ไปแล้ว​...​
เวทย์มนตร์คาถาหรือ​จะสู้อานุภาพแอปพลิเคชั่นอัพลุค ​ที่​จะบันดาลให้​ใครๆ​ สวยวิ้งเท่าไรก็​ได้ในโลกดิจิตอล

เสียงทุ้มกังวาน คล้ายฆ้องใหญ่ถูกตีระรัว ทำให้ราศีถึง​กับสะดุ้ง หรือว่าปาฏิหาริย์​จะเริ่มปรากฏ ​เป็นเสียงทรงอานุภาพของมโหระทึก​ที่หล่อนเคยคุ้น​เมื่อนานแสนนานมาแล้ว​

นิ่ง​ไปอึดใจใหญ่ ก่อน​ที่เสียงนั้น​​จะดังขึ้น​อีกคราว...​

หล่อนเพิ่งระลึก​ได้...​ นี่มันแค่เสียงกริ่งหน้าบ้านเท่านั้น​

ไม่ว่า​จะด้วยเทคโนโลยีแบบไหนก็เถอะ ​ต้องยอมรับว่าคุณป้ามณฑาเข้าใจสรรหา สารพัดสิ่ง​ที่ทำให้​ต้องประหลาดใจ มาให้รู้ให้เห็นอยู่​เรื่อยๆ​

แล้ว​เสียงรัวมโหระทึกก็ดังขึ้น​​เป็นครั้ง​ที่สาม ราศีอดคิดเล่นๆ​ ไม่​ได้...​ หรือว่าบางทีเสน่ห์​และ​ความมั่นใจ อาจรู้จักเข้าตามตรอกออกตามประตูเสียละกระมัง

​แต่​ที่คิด​ได้จริงจังมากกว่าก็​คือ แขกของเจ้าของบ้านคงมาถึงแล้ว​ มิตรของคุณมณฑา​ที่ชื่อว่า คีตธร ​ที่คุณป้าเคยบอกไว้แล้ว​ว่า ​เขาไม่น่า​จะเหมาะให้เฝ้าบ้านอยู่​ตามลำพัง

"มาแล้ว​ค่ะ​...​ มาแล้ว​"

ราศีโผล่บันไดออก​ไปตะโกนบอก ซุ้มศาลาหน้าบ้านบังผู้มาเยือน​เอาไว้ จึง​ได้ยิน​แต่เสียงมโหระทึกอีกครั้ง ​เป็นการตอบรับ

กว่า​จะเดินถึงประตูรั้ว หล่อนก็​ต้อง​ได้ยินเสียงนั้น​อีกสองคราว อยาก​จะกระชากประตูเปิดรับให้สม​กับ​ความรีบร้อนของผู้มาเยือน ​แต่บานประตูไม้หนาหนัก กลับค่อยเผยอย่างอ้อยอิ่ง

ชายหนุ่มร่างสูง สวมเสื้อแขนกุดสีน้ำเงินล้ำลึก เผยช่วงไหล่ล่ำกำยำ ชายเสื้อ​พอดี​กับแนวสะโพก​และขอบกางเกง...​ น่า​จะ​เป็นหนัง นุ่ม เนียน ​และรัดรูปทรง​เอาไว้อย่าง​ที่หล่อนเกือบลืม​จะเบือนสายตาหลบ

ผมดำยาว คล้ายมีประกายวาว ถูกปล่อยตามสบาย มันบดบังดวงตา​และแนวแก้ม เห็น​ได้​แต่เพียงปลายจมูกโด่ง ริมฝีปาก​ได้รูป ​และรูปคาง​ที่​ได้เหลี่ยมมุมเย้ายวนสายตา

​เขาไม่​ได้หันมา ยังคงจ้องอยู่​​ที่ปุ่มกริ่งสัญญาณ ​ใช้ปลายนิ้วเรียวยาว จิ้มๆ​ อีกสองครั้งแล้ว​นิ่งฟัง

"มณฑา ข้าทำตามธรรมเนียม​ที่เจ้าว่า ​แต่นี่ ​เป็นเสียงทำนองเดียวเช่นนี้ ​จะไม่น่าเบื่อหน่าย​ไปหรอกหรือ ถึงเสียงมโหระทึกในยัญพิธี​จะ​เป็น​ที่โปรดปรานของทวยเทวา ​แต่หากมันซ้ำ​ไปซ้ำมาอยู่​เช่นนี้ ก็คงน่ารำคาญ...​"

คีตธรพูดเรื่อย​ไป​โดยยังไม่​ได้หันมามองผู้เปิดประตูรับ จนถึงประโยคสุดท้าย ​ที่​ได้สบตากัน รอยยิ้ม​ที่หมาย​จะมอบให้มิตรเก่า​ที่คุ้นเคยจางหาย​ไปทันที ​เขาปัดผม​ไปข้างหนึ่ง​ เผยให้เห็นดวงตาอันทรงเสน่ห์ คมกริบ​และฉ่ำหวานลึกซึ้ง...​

"ให้ตายเถอะ!...​"

ราศีรำพันอยู่​ในใจ

"นี่เราลืม​ไปหรือเปล่า ว่าคาถา​ที่ร่ายเพิ่มเสน่ห์​และ​ความมั่นใจนั่น ​ต้องขอให้เกิดขึ้น​​กับตัวเรา ไม่ใช่ผู้ชายตรงหน้าคนนี้!"

​เขาสบตาหล่อนแน่วนิ่ง แววตาหวานฉ่ำลึกซึ้ง ส่องประกายคุกรุ่นจนหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบ​ไป​ทั้งตัว

คีตธรก็เช่นกัน ดวงหน้านี้​ที่จำ​ได้ ​กับช่วงลำคองามระหง...​

"​แต่...​ เธอ...​ ไม่ใช่...​ มณฑา...​"

ราศี​ต้องหายใจเข้าแล้ว​กลั้น​เอาไว้ ​เพราะบัดนี้ร่างกายเหมือนมีประจุไฟฟ้าแตกเปรี๊ยะ​ไปมาไม่​ได้หยุด นี่ไง...​ นี่อย่างไรล่ะ...​ ​ที่​เขาเรียกว่า คนมีเสน่ห์​และมั่นใจ

แล้ว​หล่อนก็ลืมหายใจ ​ได้​แต่ตะลึงมอง​ความสมบูรณ์แบบตรงหน้า รูปร่าง​ที่หันมาเต็มตัว ไม่ยากเลย​​ที่ผู้หญิงคนไหนเห็นแล้ว​​จะ​ต้องโผเข้าหา ​ทั้ง​ความแข็งแกร่งผึ่งผาย ​ทั้งแววนุ่มนวล​ที่แสดงออก

ยัง​จะเสียงทุ้มไพเราะนั่นอีก สำเนียงคล้ายภาษาพูดของคุณมณฑา ​แต่ไพเราะยิ่งกว่า ส่งเสน่ห์ชวนฟัง​ได้ยิ่งกว่ามากมาย​

นึกถึงนายแบบ​ที่เคยผ่านสายตา ​ทั้งพวก​ที่นิยมออก​กำลังกายในฟิตเนส​และพวก​ที่เล่นกีฬา​เพื่อ​ความแข็งแกร่ง พวกนั้น​ไม่​ได้เสี้ยวเศษของรูปร่าง​ที่มีลายมัดกล้ามเนื้อ สวยงามลงตัวพอดิบ​พอดีอย่างคนตรงหน้านี้

เดาไม่ออกหรอกว่า​จะอายุสักเท่าไร ​เพราะยังปราศจากริ้วรอย หรือกระทั่งตำหนิจุดด่างดำใดๆ​ สีผิวไม่​ได้ขาวจัด ​และอ่อนกว่าสีแทน ดูแล้ว​เหมือนกาแฟลาเต้เนื้อนวลๆ​ ​ที่ชวนให้ลิ้มชิมอยู่​ตลอดเวลา

"เอิ่ม...​ ฉัน...​ ราศี...​ ค่ะ​"

ใน​ที่สุดก็นึกขึ้น​​ได้ว่า​ต้องทำอะไร​

"ใช่ ราศี แล้ว​เรา...​ เอ่อ...​ หมายถึงผม คีตธร"

​เขาแนะนำตัวกลับ ไม่ใช่อาการตื่นเต้นเหมือนอย่าง​ที่ราศีทักทาย ​แต่คง​เพราะพยายามเรียบเรียงถ้อยคำต่างหาก จึงตะกุกตะกักอย่าง​ที่​ได้ยิน

พอ​จะพูดต่อ​ไป ก็เหมือนมีอะไร​มาติดขัดอยู่​ในลำคอ หล่อน​ต้องรีบกลืน นึกโทษจินตนาการของตัวเอง​ที่วาดภาพ​ไปล่วงหน้าว่า แขกของคุณป้ามณฑา น่า​จะ​เป็นชายวัยชรา อาจ​จะ​เป็นนักเดินทาง มีกระเป๋าใบเก่าคร่ำ ​กับหนังสือนำเ​ที่ยวยับเยินในมือ ​แต่กลาย​เป็นว่าหล่อน​ต้องมาอยู่​ร่วมชายคา​กับหนุ่มรูปหล่อบาดใจขนาดนี้

"คุณไม่ใช่มณฑา...​"

​เขาเองเริ่มไม่แน่ใจ

"ค่ะ​...​ ฉันราศี ​แต่นี่บ้านคุณมณฑา คุณมาไม่ผิดหรอก ฉันมาอยู่​ดูบ้านช่วง​ที่เธอไม่อยู่​น่ะค่ะ​"

"ดูบ้าน...​" ​เขาทวนคำ ​พร้อมชะเง้อข้ามไหลของหล่อน​เพื่อมองเข้า​ไปด้านใน

ราศีคิดว่า​เขาคงไม่คุ้น​กับภาษาไทย จึงรีบอธิบาย

"หมายถึงมาอยู่​ช่วยดูแล ​คือฉันมาพักอยู่​​ที่นี่​ระหว่าง​ที่คุณมณฑา​ไปทำธุระ เธอบอกแล้ว​ว่าคุณ​จะมา ​และเรา​จะ​ต้องอยู่​​ที่เรือนมณฑานี้ด้วยกัน"

"อืมม์...​"

เสียงในลำคอ​กับประกายตา​ที่บอกชัดว่ามั่นใจยิ่งขึ้น​ของชายหนุ่ม ทำให้ราศี​ต้องพลอยยิ้ม ​เขายิ้มตอบ ​เป็นยิ้ม​ทั้งด้วยริมฝีปาก​และดวงตา ​เป็นยิ้ม​ที่ดูแล้ว​เหมือนมี​ที่มาล้ำลึก ราว​กับ​เขา​กำลังพบเรื่อง​สนุกอันพึงใจ หรือ​ได้พบเหตุไม่คาดคิด​ที่​เขา​จะรีบกระโดดลงทดลองเล่นให้เต็ม​ที่

หล่อนเคยสังเกตรอยยิ้มของผู้คนนับร้อยนับพัน ​แต่ไม่เคยมีสักคนเดียว ​ที่ส่ง​ความเปิดเผยจริงใจ ​และ​ความดึงดูดใจมา​ได้​พร้อมกันขนาดนี้

"เสียดาย​ที่มณฑาไม่อยู่​ ​แต่ก็จัดการเรื่อง​ต่างๆ​ ไว้ให้เหมือนรู้ใจ...​ มันดี​ที่สุด​ที่เรา​จะ​ได้อยู่​ในเรือนนี้ด้วยกัน"

อีกแล้ว​...​ ​เขาคง​เป็นประเภทภาษาไทยไม่แข็งแรงจริงๆ​ จึงพูดออกมาเช่นนี้ หล่อนพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ว่าคาถาเพิ่มเสน่ห์​จะ​ได้ผล "ตั้งสติหน่อย​สิยัยเชื้อรา!!...​"

"คุณป้าเตรียมห้องพักไว้ให้คุณแล้ว​ สัมภาระของคุณล่ะคะ​"

"นี่...​"

ราศีไม่ทันสังเกตว่า​เขาถือมันมาด้วย ​เป็นกระเป๋าย่ามใบย่อม ดูคล้ายถุงหนังสีน้ำตาล ​ที่ตัดเย็บประณีตจนไม่เห็นรอยตะเข็บ ​กับกล่องหนังมีหูหิ้วอีกใบ คล้ายกล่องใส่เครื่องสายบางชนิด

"กีตาร์หรือคะ​"

หล่อนเอ่ยถามขณะหันกลับ​เพื่อเดินนำชายหนุ่มเข้าสู่บริเวณบ้าน

"พิณ...​ ครับ​"

"พิณ...​ เครื่องมโหรีหรือคะ​ ไม่เคยเห็นคนเล่นพิณมานานแล้ว​ เดี๋ยวนี้ฮิตกัน​แต่กีตาร์ หรือไม่ก็เครื่องสีฝรั่ง วีโอล่า ไวโอลิน เชลโล่ อะไร​พวกนั้น​ จำไม่​ได้แล้ว​ละค่ะ​ ว่าเสียงพิณ​เป็นอย่างไร"

"อย่างนั้น​ไว้ผม​จะเล่นให้ฟัง เล่น​เพื่อคุณคนเดียว ผมดีดพิณ คุณร้องเพลง...​ ​ได้ไหม...​"

ราศีรู้สึกร้อนผ่าว​ที่ใบหน้า พยายามคิดว่า​เพราะ​เขาเข้าใจภาษาไม่​ได้ลึกซึ้ง จึงพูดออกมาอย่างนั้น​ ​และตนก็เพียรเวียน​จะตี​ความเข้าข้างตัวเองอยู่​เรื่อยเลย​เชียว

"ฉัน...​ ร้องเพลงไม่​เป็นหรอกค่ะ​"

ขณะพึมพำตอบคำ ทำให้อดคิดไม่​ได้ว่า หรือคาถามหาเสน่ห์​จะ​ได้ผล...​




คีตธรเดินตามเข้ามาอย่างรู้สึกเพลิดเพลิน ​แม้​จะรู้สึก​ได้ถึงพลังงานบางอย่าง​ที่ลอยอวลอยู่​ทั่วบริเวณ ​แต่สิ่ง​ที่​เขาจดจ่ออยู่​นี่มีเพียงอย่างเดียว

ข่ายอาคมของผู้มี​กำลังจิตแก่กล้า ​ที่สัมผัสผิวอยู่​เพียงแผ่วๆ​ นี้ ​เขาคุ้นเคยดีอยู่​แล้ว​ ​แต่ละอองไอของอีกมนตราหนึ่ง​ ​ที่ฟุ้งปลิวกระจัดกระจาย ราว​กับ​เป็นของพวกมือใหม่หัดร่ายคาถานี่สิน่าสนใจ...​ ​เพราะเห็นอยู่​​กับตาว่ามันมาจากคนข้างหน้า

​เมื่อแน่ใจว่านั่นไม่ใช่ข่ายมนตราของคุณมณฑา ​เขาจึงเร่งฝีเท้าให้ใกล้เข้า อยากรู้ว่าเวทย์มนตร์โบร่ำโบราณขนาดนี้ หญิงสาวข้างหน้านี่​จะเรียนรู้​ไป​เพื่ออะไร​

หญิงสาวไม่​ได้มี​กำลังญาณสูงส่งอะไร​แน่นอน ​เพราะขณะนี้คีตธรเดินตามมาจนชิด ก็ยังไม่อาจรู้สึกตัว ​แต่แล้ว​อาการแข็งขันของบาง​ส่วนในร่างกายก็กำเริบขึ้น​ ​เมื่อ​ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ​ จากหล่อน จน​เขา​ต้อง​เป็นฝ่ายถอยออกห่าง ​เพราะกลัวอดใจไม่ไหว

ก่อน​จะมาถึง​ที่นี้ ทิพย์หิรัญย์ไม่​ได้บอกว่า นอกจากช่วงคองามระหง ดวงหน้าชวนหลงใหล​และรูปร่างชวนสัมผัสแล้ว​ กลิ่นกายของนางยังยิ่งชื่น หอมรื่นระรวยระริน ​โดยเดาไม่ออกว่ากลิ่นนั้น​ฟุ้งกำจายออกมาจาก​ส่วนใด หรือ​จะอย่างนางผมหอม​ที่สักหลายร้อยปีจึง​จะปรากฏตนสักครั้ง...​

คีตธรขยับเข้าชิดอีกราว สูดกลิ่นจากเรือนผม แล้ว​รีบผละ

กลิ่นนั้น​อวลอยู่​ทั่วกายไม่ใช่เฉพาะ​ที่ กลิ่นนี้ละ​ที่ราว​กับบังคับให้โลหิต​ทั้งกายฉีดพุ่ง​ไปรวมกันอยู่​​ส่วนเดียว

"เหตุไร กายข้าจึงปรารถนานางเหลือเกิน"

​เขาตั้งข้อสงสัย​กับร่างกายตน ​กับ​ส่วนสำคัญ ​และ​กับสายตา​ที่ไม่อาจละจากเส้นสะโพกรูปทรงยวนตา อัน​สามารถยักย้ายเยื้องย่าง​ได้น่ามองน่าพิสมัย ​ได้ยิ่งกว่านางนาฏยาแห่งสรวงสวรรค์

ไม่นึกไม่ฝันมาก่อน ว่า ณ ดินแดน​ที่ตนถูกหวงห้ามไม่ให้มาเ​ที่ยวเล่นเยี่ยมหา ​จะมีสตรีรูปโฉมสะคราญโสภาถึงเพียงนี้ ใน​ทั้งผืนหล้า กระทั่ง​ทั้งฟ้าจนชั้นพรหม ไม่เคยมีสักครั้ง ​ที่ร่างกายของ​เขา​จะมีปฏิกิริยาคลั่งรัก​ได้ถึงเพียงนี้

"ด้วย​ความยินดี...​ ด้วย​ความยินดี"

ใจเต้นระทึก ​ทั้งตื่นเต้นระคนขำขัน ​ความเปรมปรีดิ์​ที่​จะ​ได้ยินยอม​เป็นภารดา บรรจงบรรจุ​ความ​เป็นสามีให้​กับนาง ​เป็น​ความปรารถนา​ที่ยิ่งนานยิ่งพลุ่งพล่าน

​แต่ยังก่อน...​ ​เพราะ​เขาตั้งใจไว้แน่วแน่...​

​ต้องแน่ใจเสียก่อนว่า นางก็​พร้อม​จะ​เป็นภริยาแก่​เขา ​ทั้งร่างกาย​และจิตใจ

​และ​ต้อง​เป็น​ความ​พร้อม​ที่​ได้รับลิขิตจากมหาเทวา ให้​เขา​และเธอเกิดมา​เป็นคู่กัน

​ทั้งหมดนั่น​ต้อง​ได้รับการพิสูจน์ ก่อน​ที่​เขา​จะพูดหรือทำอะไร​ต่อ​ไป

"ถุงเงิน​กับถุงทอง หวังว่าคุณ​จะชอบแมว"

เสียงของหญิงสาวดึง​เขากลับมาสู่เรื่อง​ราวตรงหน้า

"วิฬาร์...​"

"ค่ะ​...​ วิฬาร์...​ แมว หวังว่าคุณ​จะโอเค​กับมัน ​เพราะบ้านนี้ยังมีอีก...​"

"โอ...​ เค...​"

คำตอบเหมือนทวนคำ ราศีก็เข้าใจ​ได้ว่า​เป็นการทวนคำ​เพราะไม่เข้าใจ​ความหมายของมันมากกว่า​จะ​เป็นการตอบตกล’

ผู้ชายคนนี้แปลกๆ​ คำพื้นๆ​ อย่าง "โอเค" กลับไม่เข้าใจ ​แต่ดันรู้ศัพท์แสงสุภาพย้อนยุคสมัยอย่าง "สุนัข-หมา วิฬาร์-แมว"

"​คือ...​ สองตัวนี้ ​กับอีกสองตัวนั่น ตัวสีเทาแล้ว​มีขนขาวแซมอยู่​ตลอดตัวนั่น เจ้าแซม ​กับอีกตัวสีขาวมีลาย​เป็นดวงๆ​ สีดำๆ​ นั่นเจ้าเก้าแต้ม คุณป้าเรียกเจ้าแต้ม สองตัวนี้​เป็นของคุณป้า"

"โอเค ​คือ?"

"อ๋อ ค่ะ​ หมายถึงคุณ​จะทนพวกมัน​ได้ใช่ไหม"

"​ได้ ​ได้แน่นอน"

ตั้งแต่เห็นหน้าราศีนั่นแล้ว​ ​ที่คีตธรจิตใจไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัว สติวอกแวกไม่​ได้ดำรงสมาธิอย่าง​ที่ควร อาการรวนๆ​ ในห้วง​ความคิดจึงยังไม่สงบนิ่ง

"ท่าทางพวกมัน​จะชอบคุณ"

ตอนนี้​ทั้งเจ้าแซม​และเจ้าแต้มพากันเข้ามาคลอเคลียอยู่​​กับ​เขาเรียบร้อย​แล้ว​

"สัตวพวกนี้มีสัญชาตญาณดี มันรับรู้​ได้ว่า​ใคร​ที่ควร​จะเข้าหา ดนตรีของผมก็มัก​จะทำให้​ใครๆ​ พอใจ"

"ใช่ซีคะ​ คุณคง​เป็นนักดนตรี ​กับพิณนั่น คุณมาจากไหนคะ​"

หล่อนหวังว่าคำถามเช่นนี้​จะไม่​เป็นการเสียมารยาทเกิน​ไป

"วินธรเขตร"

"วินธรเขตร...​ ไม่เคย​ได้ยินมาก่อน ​ที่เคย​ได้ยินก็สะหวันนะเขต ​แต่นั่นก็ไกลมากนะคะ​"

ราศีพา​เขามานั่งพักตรงศาลากลางเรือน มีเจ้าสี่แมวกรูตามมานอนเฝ้าอยู่​ไม่ห่าง

"ครับ​ ผมมาไกลมาก มีหาดทราย มีผาชัน ท้องน้ำเวิ้งว้างท้องฟ้ากว้างใหญ่ ​ทั้งหมดนั้น​ล้วนงดงาม"

คีตธรมองหน้าหล่อนตรงๆ​ คราวนี้​ได้พบ​ความน่าประหลาดใจอีกอย่าง ​คือขณะ​ที่เอ่ยคำ ​เขายังลอบส่ง​กำลังญาณเข้าสำรวจวารจิต สิ่ง​ที่เกิด​คือ นัยน์ตาของหญิงสาว เปลี่ยนจากสีดำขลับ ​เป็นเจือประกายทองคำ ยาม​เมื่อสัมผัส​กำลังจิตแปลกปลอมจาก​เขา

"คุณมาธุระหรือคะ​"

หล่อนยังสานต่อบทสนทนาต่อ​ไป ​ซึ่ง​เขาก็พอใจว่าหล่อนไม่​ได้มีเจตนา​จะละลาบละล้วงอะไร​เลย​

"​จะว่าอย่างนั้น​ก็​ได้ครับ​ ​แต่...​ อีกอย่างหนึ่ง​ก็​เพื่อ เรียกว่า เรียกว่าอะไร​นะ ทัศนาจร ไม่ใช่สิ...​ แค่...​ ทัศนา"

"ทัศนาจรนั่นละค่ะ​ ถูกแล้ว​"

ราศีพยายามช่วยแก้ คิดว่า​เขาคงยังไม่เข้าใจภาษาไทยดีพอ

"​คือ ผมแค่มาดู มาดู​เพื่อ​ความเพลิดเพลิน"

คำตอบทำให้หญิงสาวนิ่ง​ไป หรือ​เป็นตัวหล่อน​ที่เข้าใจ​ไปเองว่า ​เขาเลือกถ้อยภาษามาสื่อสาร​ได้ไม่ดีพอ

"อย่างนั้น​ก็น่า​จะเหมาะ ช่วงนี้มีหลายเทศกาล​ที่น่าสนใจสำหรับคุณ"

ราศี​ต้องขยับเสื้อขึ้น​นิดหนึ่ง​ ​เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตา​เขา​กำลังทอดมองมาตรง​ที่ใด

"​เอาละค่ะ​ ห้องของคุณอยู่​ด้านนั้น​ คุณป้ามณฑาเตรียมไว้ให้เรียบร้อย​แล้ว​"

แล้ว​ก็รีบตัดบท ลุกขึ้น​เดินนำ​เขา​ไปยังห้องด้านตรงข้าม​กับห้องพักของตน

"เรือนไทยหลังนี้สะดวก​สบาย ถัดจากห้องคุณนั่นห้องครัว มีอาหารเครื่องดื่มเตรียมไว้​พร้อม คุณเลือกรับประทาน​ได้เลย​ ​แต่ห้องน้ำอยู่​ด้านนั้น​ ​กับโน่นห้องหนังสือ...​"

พูดถึงตรงนี้ก็​พอดี​กับ​ได้ก้าวนำมาถึงหน้าห้อง ราศีเผยประตูห้องเข้า​ไปให้ ​ทั้งห้องสว่างไสวอยู่​ด้วยแสงไฟฟ้า ​ซึ่งดูเหมือนว่าแขกของคุณมณฑา​จะไม่ค่อยพอใจนัก

แล้ว​คีตธรก็ก้าวเข้า​ไป ใจอยาก​จะถือโอกาสสำรวจ​ที่หลับนอนของพวกมนุษยภพนี้เหมือนกัน ​เพราะ​ที่เคยแอบมองด้วยกระจกทิพย์หิรัญย์ ก็เพียงแค่เห็น​เป็นภาพ ไม่เคย​ได้สัมผัส​กับของจริง

ภายในไม่​ได้แลดูเก่าแก่​และน่าอยู่​เหมือนภายนอก ​กับแสงจ้านั่น ​เขารู้สึก​ได้ถึงการกะพริบติดดับติดต่อกันของประจุพลังงาน ไม่ใช่แสงทิวา​ที่ส่งรังสีแผ่ผ่านเข้ามาอย่างต่อ​เนื่องสม่ำเสมอ

"ยังกลางวัน ทำไม​ต้อง​ใช้แสงประดิษฐ์ ไม่รำคาญรึ ​กับ​ที่มันกะพริบอยู่​อย่างนี้"

คำถามแรกยังไม่น่าแปลกใจเท่า​ที่ตามมา

"กะพริบ ไฟนีออนนะคะ​...​ อ๋อ...​" พอฉุกใจ ราศีจึงลากเสียงยืดยาว "ทางพลังงาน​เขาก็ว่าอย่างนั้น​ แค่มันถี่จนสายตาคนธรรมดามองเห็นว่ามันส่องสว่างต่อ​เนื่อง"

"แสงเทียนแสงโคมยังงามกว่านัก"

"​เพื่อ​ความสะดวก​น่ะค่ะ​ หรือคุณ​จะเปิดหน้าต่างก็​ได้ ​แต่คง​จะเปลืองไฟน่าดู ​ถ้าเปิดหน้าต่างแล้ว​เปิดแอร์​ไปด้วย"

ฝ่ายต้อนรับ พยายามหาทางออกอื่นให้​กับคน​ที่ดูไม่สบใจ​กับแสงนีออนจริงจัง อย่างน้อย​เขาก็​เป็นแขกของคุณป้ามณฑา อะไร​​ที่ทำให้​เขาพอใจ หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ควรทำไม่ใช่หรือ

"แอร์...​ อากาศ เปิดอากาศ"

​และก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไม​กับศัพท์แสงง่ายๆ​ ในชีวิตประจำวันแท้ๆ​ ​เขากลับทำเหมือนไม่คุ้นเคย

"เครื่องปรับอากาศน่ะค่ะ​"

"ปรับอากาศ?"

"ช่างเถอะค่ะ​ อยาก​จะเปิดหน้าต่างก็​ได้ แล้ว​ฉัน​จะหาพัดลม​กับเทียนไขเล่มโตๆ​ ไว้ให้คุณจุดแทนแสงไฟฟ้านี่"

ราศีบอก​ได้เลย​ว่า​กำลังประชดประชัน ด้วย​ความ​ที่อดหมั่นไส้ไม่​ได้

​แต่ก็เหมือนว่าฝ่ายตรงข้าม​จะพออกพอใจ​กับข้อเสนอของหล่อน​เป็นอันดี เดินตรง​ไปผลักหน้าต่างบานสูงให้เปิดออกเต็ม​ที่

ลมอุ่นหอบกลิ่นหอมชื้นๆ​ จากภายนอกเข้ามาทันที มีกลิ่นของดอกไม้บางชนิด หอมหวานจน​เขา​ต้องชะโงกหา​ที่มา

"พุดน้ำบุษย์ค่ะ​ พุ่มใหญ่อยู่​ตรงหน้าต่างห้องคุณ​พอดี"

ราศีก็จำกลิ่นนี้​ได้ หล่อนชอบ​เป็นพิเศษ ​กับกลิ่นหอมๆ​ หวานๆ​ ของมัน

คีตธรมองตาม ต้นไม้ทรงสวย สูง​พอดี​กับเชิงกรอบหน้าต่าง ใบรีสีเขียวเข้ม ​เป็นสีพื้นให้​กับไม้ดอก​ที่มีทรงดอก​เป็นหลอดเล็กๆ​ ปลายบาน​เป็นเจ็ดแปดแฉก สีเหลืองจัด ​กำลังส่งกลิ่นหอมจรุงใจ

"ชื่นใจกว่าเยอะ กลิ่นเหมือนแถวบ้านผม"

แล้ว​เสียงตึงๆ​ มาจาก​ที่ไกลก็​ต้องทำ​เขานิ่วหน้า​ได้อีกครั้ง

"ซอยถัดๆ​ ​ไปคง​กำลังลงเสาเข็มมังคะ​ ​ถ้าปิดหน้าต่างก็ไม่​ได้ยินชัดขนาดนี้"

"​แต่ผมชอบลมมากกว่า"

"งั้นคง​ต้องเลือกละค่ะ​ ​ได้อย่าง เสียอย่าง ​เป็นธรรมดา"

"โอ...​"

​เขาหันขวับกลับมา ท่าทางจริงจังทำให้หล่อนถึง​กับเผลอถอย​ไปก้าวหนึ่ง​ สีหน้า​ที่มองมานั่น เหมือน​กับว่าเพิ่ง​ได้ยินมหาสัจธรรมอะไร​สักอย่าง

"จริง ​ใครเล่า​จะ​ได้สมประสงค์​ไปทุกสิ่ง"

นั่นไงล่ะ ดูเหมือน​เขา​จะจริงจัง​ได้​กับสิ่ง​ที่ไม่น่าจริง​ได้ทุกเรื่อง​เลย​เชียว

​และ​โดยไม่ทัน​ได้ตั้งตัว ​เขาก็รวบสองมือของหล่อนขึ้น​มาจุมพิต

เพียงแผ่วเบา ​แต่ก็ทำให้หญิงสาวผ่าวร้อน​ไป​ทั้งตัว

"ขอบคุณ ขอบคุณคุณมาก นี่ก็ดีมากแล้ว​สำหรับผม"

​เขาทำท่า​จะประทับรอยจูบบนหลังมือหล่อนอีกครั้ง คราวนี้ราศีรีบชักมือกลับ

​ส่วนคีตธรยังกุมอากาศค้างอยู่​อย่างนั้น​ รสสัมผัส​ที่​ได้รับช่างน่าอัศจรรย์ เนื้อนวล นุ่มเนียนด้วยกระแสปราณ​และเลือดเนื้อ ให้​ความรู้สึกดีกว่า​ที่​ได้คลอเคล้า​กับเหล่าบรรดานางอัปสร​เป็นไหนๆ​

"​ถ้าคุณพอใจ ก็​เอาไว้ขอบคุณคุณป้าเถอะค่ะ​"

"​แต่​เป็นคุณ​ที่​จะอยู่​ร่วมบ้าน​กับผม"

คนพูดเห็น​ได้ชัด​กับท่าทางระคางเขินของหญิงสาวตรงหน้า ​ที่ตอนนี้​ทั้งดวงหน้าซับสีชมพูระเรื่อ ดวงตาฉ่ำวาวอย่างไร้เดียงสา​กับเพศรส

"​ถ้าอย่างนั้น​ฉันขอตัวก่อน คุณ​จะ​ได้จัดข้าวของ หรือสำรวจตรวจตราอะไร​ๆ​ ​ได้ตามสบาย"

พอจบคำราศีก็ถอยออกมา

"ผมหิว...​ มีอะไร​กินบ้างไหม"

​เขารีบเอ่ย ​เพราะไม่อยากให้หล่อนจาก​ไป

"มีสิคะ​ อย่าง​ที่บอก คุณเลือกรับประทาน​ได้ตามสบาย ในห้องครัวข้างๆ​ นี่เอง...​"

หล่อนหยุด คล้ายชั่งใจอยู่​นิดหนึ่ง​ ก่อน​จะพูดต่อ​ไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ​

"เถอะค่ะ​ ฉัน​จะทำมื้อเ​ที่ยงง่ายๆ​ แซนวิชนะคะ​ ขนมปัง​กับแฮม หรือว่าเนยดีคะ​"

หวังว่า​เขา​จะไม่งง​กับบรรดาชื่ออาหาร​ที่เอ่ยออกมา

"ขนมปัง​กับเนยก็พอ"

คีตธรยิ้มให้​พร้อมคำตอบ ในหัวนั้น​จินตนาการ​ไปถึงวันเวลา​ที่​จะ​ได้มีร่วมกัน ​ได้อยู่​ร่วมเรือน ​ได้ร่วมรับประทานอาหาร ​ได้แลกเปลี่ยน​ความรู้สึกนึกคิด บอกเล่าถึงรสนิยม​ความ​ความพอใจของ​แต่ละฝ่าย แค่นี้​เขาก็น่า​จะมี​ความสุข​กับการอยู่​​ที่นี่​ได้แล้ว​มากมาย​

"ตกลงตามนี้นะคะ​ งั้นตอนเ​ที่ยงเราค่อยเจอกัน​ที่ห้องครัว"

รอยยิ้มชวนหลงใหล ทำให้ราศีใจเต้นตึกๆ​ ขึ้น​มาอีกอย่างช่วยไม่​ได้

คีตธรมองเธอ​ที่ลับตัว​ไป​พร้อม​กับการช่วยหับประตูให้​เขา​ได้อยู่​ตามลำพัง ไม่แน่ใจนักว่าสองชั่วโมงของภพนี้​จะยาวนานสักแค่ไหน ​แต่อย่างน้อยก็น่า​จะนานพอ​ที่​จะปรับ​แต่งห้องนี้สักหน่อย​ ให้​พร้อมพอสำหรับการป้องกันไสยเวทย์ ​และชวนอภิรมย์ชมชื่น ก่อน​ที่​ความรู้สึกอย่าง​ที่เรียกว่า "รัก​ที่​ต้องมนตรา" ของ​เขา​จะเรียกร้องให้พาหล่อนเข้ามาเนาแนบแอบอิง ร่วมเสพรสสมพาสด้วยเวทย์คาถาแห่งคนธรรพ์

สายตากวาดแล​ไปยัง...​น่า​จะ​เป็น​ที่นอน มัน​เป็นก้อนสี่เหลี่ยมแบนๆ​ แข็งๆ​ มีหมอนสองใบวางเรียงชิดตรงริมบน เท่านั้น​​จะพออะไร​ มันควร​จะปูลาดด้วยพรมผืนนุ่ม มีหมอนโตๆ​ อีกสักหลายใบ ให้อิงให้เอน​ได้อย่างสบายในทุกอิริยาบถ​ที่​จะเกิดขึ้น​บนนั้น​

​แต่ก่อนอื่น​ต้องจัดการป้องกันเสียก่อน ผู้มีอาคมหรือ​กำลังญาณในมนุษยภพนี้ ไม่​ได้มี​แต่มณฑานางเดียว ​เขาสัมผัส​ได้ตั้งแต่แรก ถึงโมหะหรือ​ความมัวเมาลุ่มหลง​กับฤทธิอำนาจของอีกหลายคน ​ที่บางคน​ซึ่ง​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นพวกสมณะ ยังพยายามควบคุม​และสลัดให้หลุดพ้น ​แต่ก็มีไม่น้อย​ที่มัวเมา ​ใช้​กำลังทิพย์นั้น​ในทางไม่ชอบ

เจ้าแต้มเพิ่งโผล่ออกมาจากใต้เตียง ท่าทางมันคงชอบหลงฝูงอยู่​เสมอ ​และเห็นชัดว่ามันไม่อยาก​จะอยู่​ในนี้ ​เขาจึงรีบ​ไปเปิดประตู รอจนมันเดินสะบัดหางออก​ไป แล้ว​ค่อยหับบานประตูให้สนิทดีอีกครั้ง

ห้องขนาดยาว มีเครื่องเรือนขนาดใหญ่ ​คือเตียง ตู้​และโต๊ะเครื่องแป้ง ตั้ง​เป็นหมู่ไว้ฝั่งหนึ่ง​ อีกด้าน ตรงสุดมุม มีตู้กระจกผอมสูงจัดตั้งไว้ด้วยตุ๊กตาชาววัง​เป็นชุดๆ​ ​กับกำปั่นเถาหนึ่ง​ เรียงซ้อนไว้ตั้งแต่ใบใหญ่สุดขนาด​ต้องกางแขนโอบ จนถึงขนาดเล็กแค่ฝ่ามือ

​ที่เหลือ ​เป็นพื้น​ที่กว้างพอให้​เขา​ได้ทำพิธี...​

ทิพยอาภรณ์​ที่ถูกเสกให้มีเยื่อใยเช่นเดียว​กับเสื้อผ้าในโลกมนุษย์ ถูกเปลื้องออกจนเหลือ​แต่ร่างเปล่า ​กับสร้อยศอ​และรูปอุณาโลมสีทอง ล้วงหินสีหลายก้อน​ซึ่ง​ที่จริง​คือดวงมณีล้ำค่า​ที่ยังมิ​ได้เจียระไน บรรจงวางเรียง​เป็นวงจนครบเก้า รัศมีนั้น​กว้างแค่ศอกหนึ่ง​

​เขาหันหาเศษไม้สักชิ้นหรืออะไร​ก็​ได้สำหรับทำเชื้อไฟ จน​ได้กระดาษเนื้อนุ่มนิ่มบางเบาจากกล่องกระดาษแข็งลายดอกไม้มาแผ่นหนึ่ง​ ​เป็นกระดาษเนื้อยุ่ย​ที่มีกลิ่นหอมอันน่าสะอิดสะเอียนดีทีเดียว เหมาะนัก​ที่​จะเผาเสียให้สิ้นซาก

นักดนตรีแห่งวินธรเขตรค่อยทรุดร่างเปลือยเปล่าลงข้างวง วางกระดาษขาวพิมพ์ลายดอกไม้แข็งกระด้างลงกลางวง แล้ว​เริ่มโปรยเกล็ดผงสีเงินพรมลง​ไป

​เป็นคาถาป้องกันเภทภัยจากมนตร์อาคมแปลกปลอม หรือจาก​ใคร​ที่ไม่​ได้รับอนุญาตให้ผ่านล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขต

คีตธรร่ายมนตราด้วยเสียงทุ่มๆ​ ​แต่ไพเราะยิ่งยวด เกล็ดผงสีเงิน​ที่โปรยปราย พอสัมผัส​กับผิวกระดาษก็เริ่มลุกไหม้ เกิด​เป็นประกายไฟสีทอง​และสีฟ้า

ผู้ร่ายเวทย์วาดมือ​เป็นวง เริ่มถักทอข่ายมนตราห้อมล้อม​ที่พำนักชั่วคราวของตน​เอาไว้ ด้วยเปลวควัน​ที่เริ่มคลุ้งอวล

ยิ่งเปลวไฟโชนแสง กลุ่มควันก็ยิ่งหนาแน่น มันลอยเวียนตามแรงคาถา ​พร้อม​กับ​ที่ยกตัวขึ้น​สู่ฝ้าเพดาน

ทันใดนั้น​!

เสียงหวีดแหลมก็กรีดดังขึ้น​บนศีรษะ มันก้องกังวานจนแสบแก้วหู

คีตธรสะดุ้ง​เพราะตกใจ ผุดลุกขึ้น​ เพ่ง​กำลังญาณ ปล่อยพลังทิพยาจากปลายนิ้ว พุ่งขึ้น​สู่เบื้องบน




สัญญาณไฟไหม้! หวีดดังขึ้น​จนราศีตกใจทำโทรศัพท์ร่วงลงข้างตัว ​ต้องยกสองมือขึ้น​ปิดหู ขณะพยายามควบคุณสติ

แค่แซนวิช ยังไม่​ได้หุงต้มอะไร​ ไม่สิ! ไม่​ได้มาจากห้องครัว เสียงมันดังมาจากห้องของคีตธร

รีบคว้าโทรศัพท์แล้ว​ถลามาถึงหน้าประตู ตอน​พอดี​กับ​ที่เสียงกรีดแหลมหยุดลง

หล่อนผลักประตูเข้า​ไป ​เพื่อ​ที่​จะพบ​กับสิ่งน่าอกสั่นขวัญหายยิ่งกว่า

ชายหนุ่มรูปงามยืนหันหลังให้ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน ท่าทางก็​กำลังตกใจ​กับเสียง​ที่เกิดขึ้น​อยู่​ไม่น้อย พอ​เขาหันมา​พร้อม​กับชี้ขึ้น​ด้านบน หล่อน​ต้องรีบละสายตาจาก​ส่วนสำคัญ มองตามนิ้ว​ที่ชี้ขึ้น​​ไป เครื่องจับควันห้อยร่องแร่งยับเยินอยู่​บนนั้น​

​แต่ภาพ​ทั้งร่างคีตธรยังติดตา มีหรือ​ที่หล่อน​จะไม่เคยเห็นรูปร่างเหล่านี้ตามสื่อไม่พึงประสงค์ ​ที่ผุดแทรกเข้ามา​ได้แทบ​จะในทุกการพิมพ์คำค้นหาภาพลงในโปรแกรมออนไลน์ ​แต่​ความหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ อย่างหา​ที่ติหรือหาตำหนิใดๆ​ ไม่​ได้อย่างผู้ชายตรงหน้านี่ หล่อนไม่เคยพบ

ราศีปากคอแห้งผาก พยายามสลัดภาพนั้น​ให้พ้น ลำดับ​ความคิดว่าเกิดอะไร​ขึ้น​กันแน่ วูบหนึ่ง​หล่อนรู้สึกเหมือน​ได้เห็นสายแสงระยิบระยับขึง​เป็นโครงข่ายอยู่​รอบห้อง ​แต่แค่พริบตาเดียวก็วาบหาย จึงพยายามเลื่อนสายตาผ่านเรือนกายของ​เขาลงมา​ที่พื้นให้เร็ว​ที่สุด

หินสีสวยใสหลายก้อนถูกเรียง​เป็นวง ตรงกลางมีร่องรอยของการเผาไหม้ นี่ละ​คือต้นเหตุ!

"คุณเผาอะไร​...​"

เสียงสั่น ​เพราะจำ​เป็น​ต้องมอง​เขาตรงๆ​ อีกครั้ง ผู้​เป็นแขกของคุณป้ามณฑาไม่มีท่าทางเขินอายเลย​สักนิด ​แต่หล่อนอาย

​เขาชี้มอง​ไปยังกล่องกระดาษบนโต๊ะเครื่องแป้งแทนคำตอบ

"กระดาษทิชชู คุณเผากระดาษทิชชูหรือคะ​"

"มัน​เป็นสื่อ ให้อาคมคุ้มครองกระจาย​ได้รอบห้อง"

ราศีปวดหัวจี๊ดขึ้น​มาเฉยๆ​ ถึง​กับ​ต้องยกมือหนึ่ง​ขึ้น​นวดขมับ ถือโอกาส​ใช้ฝ่ามือปิดบังสายตาตนเสียจากภาพร่างระทึกใจตรงหน้า

"คุณ​พระคุณเจ้า นี่ฉัน​ต้องอยู่​ร่วมบ้าน​กับหมอผีสติแตก ​ที่ชอบแก้ผ้าเผากระดาษเล่นในบ้าน​ที่ติดสัญญาณเตือนไฟไหม้ไว้เต็มอัตราศึกเนี่ยนะ"

"ทำไมคุณไม่มองผม"

คำถาม​ที่ดังแทรกเข้ามายิ่งกวนโมโห

"ฉัน​เป็นผู้หญิงนะ ​จะให้มายืนคุยหน้าตาเฉย​กับผู้ชายแก้ผ้าหรือยังไงล่ะ"

"อย่างนี้ดีขึ้น​ไหม"

เสียง​เขาดังขึ้น​อีกครั้งหลังจากผ่าน​ไปอีกสองสามอึดใจ

ราศีค่อยมองลอด​ระหว่างนิ้ว ​เขาสวมกางเกงหนังตัวเดิมนั่นแล้ว​

ไม่ดีขึ้น​เท่าไหร่หรอก ​แต่ก็น่า​จะปลอดภัย​กับจิตใจของหล่อนขึ้น​บ้างละ

"ขอบคุณค่ะ​ คุณทำอะไร​​กับสัญญาณเตือนไฟไหม้นั่น"

​เขาเงยหน้าขึ้น​มอง

"ไม่​ได้มีไฟไหม้ แค่ควันไฟแค่นั้น​"

"ก็นั่นละค่ะ​ ​ถ้าไม่มีไฟ​จะมีควัน​ได้ยังไง ถึง​จะ​เป็นไฟกองเล็กๆ​ ​ถ้าเครื่องจับควัน​ได้ ก็​ต้องแสดงว่ามีไฟ ก็​ต้องส่งเสียงเตือนว่าห้องนี้มีไฟไหม้"

"​แต่...​ แค่นี้เท่านั้น​"

ชายหนุ่มทำมือให้เห็นว่าเล็กน้อยมาก

"บ้านเมืองคุณไม่เคยมีหรือยังไง"

"ไม่มี"

​เขาตอบคำประชด​ได้ง่ายๆ​

"แล้ว​ทำไมควันแค่นี้ ​ต้องเตือนภัยเรื่อง​ไฟไหม้"

"ก็เรา​จะ​ได้รู้ตัว ไม่ถูกไฟคลอกตายไงล่ะ"

ราศียิ่งเดือด พูดจาง่ายๆ​ เหมือน​จะเข้าใจกัน ​แต่ก็กลับไม่เข้าใจเสียที

เสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์ในมือดังแทรกขึ้น​เบาๆ​ หล่อนยกขึ้น​กดปุ่มรับสาย

"ค่ะ​คุณป้า"

"พูดดังหน่อย​หนูราศี...​"

"ค่ะ​หนู​ได้ยิน คุณป้า​ได้ยินหนูไหมคะ​"

​พร้อม​กับ​ที่เร่งเสียงดังขึ้น​ ราศีรีบออกมาให้พ้นจากในห้องของ​เขา พอหันกลับ​ไปมอง ก็เห็นว่าชายหนุ่มก็รีบปิดประตูตามหลัง มี​แต่เทวดาละมั้ง ​ที่รู้ว่าอีตานั่น​จะทำอะไร​ในนั้น​อีกบ้าง

"คุณป้าคะ​ ​คือว่า...​ เกี่ยว​กับแขกของคุณป้าน่ะค่ะ​"

หล่อนแทบไม่รู้​จะเริ่มต้นอย่างไรดี

"​ได้เจอ​กับคีตธรแล้ว​หรือจ๊ะ​"

ฟังดูเหมือนคนโทร.เข้ามา​จะพอใจนัก

"​ถ้าหมายถึงคนผมยาวๆ​ ​ที่เล่นพิณ...​"

"คน​ที่หล่อๆ​ ไงล่ะ ใช่ไหมจ๊ะ​"

เสียงของหญิงชรายิ่งรื่นเริง

"แล้ว​ก็เสียงทุ้มๆ​ นุ่มๆ​ ​ที่แสนใจไพเราะบาดหัวใจ"

"งั้นก็ใช่แล้ว​ค่ะ​"

ราศีตั้งใจทำเสียงเนือยๆ​ ตอบกลับ​ไป

"มีปัญหาอะไร​หรือเปล่าจ๊ะ​ราศี"

"​คือ...​" หล่อนคิดว่าจำ​เป็น​ต้องถามกันตรงๆ​ เสียแล้ว​

"​เขาปกติดีหรือเปล่าคะ​ หมายถึง พอ​เขามาถึงก็เริ่มทำอะไร​แปลกๆ​"

คราวนี้​ที่ตอบกลับมากลาย​เป็นเสียงหัวเราะ

"คีตธร​เขาสบายดีหรอกจ๊ะ​ ไม่​ได้บ้าบออะไร​หรอก ​ที่จริง​เขาฉลาดมากต่างหากล่ะจ๊ะ​ หรือว่า...​ ​เขาทำอะไร​"

"​เขาเพิ่งพังสัญญาณเตือนไฟไหม้ในห้องค่ะ​"

แล้ว​ก็​ได้ฟังเสียงหัวเราะก่อน​จะ​ได้รับคำตอบอีกครั้ง

"​เขายังไม่คุ้น​กับเครื่องอำนวย​ความสะดวก​ของบ้านเมืองเรา คงไม่ลำบากเกิน​ไป​ที่หนู​จะช่วยค่อยๆ​ แนะนำ"

"​แต่​เขาเหมือนทำพิธีอะไร​อยู่​ในห้องด้วยนะคะ​"

"ไม่​เป็นไรจ๊ะ​ พิธีนั่นป้าก็ทำ"

ราศีขัดใจนัก ทำไมคำตอบของหญิงชราเจ้าของบ้านช่างง่ายดายขนาดนี้

"​และป้าอยาก​จะขอร้อง ให้หนูราศีช่วยดูแล​เขาให้ด้วย ช่วยแนะนำ​เขา พา​เขา​ไปเ​ที่ยวดูอะไร​ต่อมิอะไร​ ป้าเชื่อว่าหนูทำ​ได้ ไม่แน่หรอกนะ ​เขาอาจ​จะสอนอะไร​ดีๆ​ ให้​เป็นการตอบแทนก็​ได้...​"

แล้ว​หญิงชราก็ตัดสาย​ไปเฉยๆ​ ปล่อยราศียืนใจคอไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัวอยู่​คนเดียวต่อ​ไป

"​จะสอนอะไร​ดีๆ​ ​ได้บ้างล่ะ ​ถ้าเริ่มต้นด้วยการแก้ผ้าให้ดูอย่างนั้น​น่ะ!"



**********************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3523 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง คีตมายา --Series
ชื่อตอน บุพเพอาละวาด --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น