นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
คีตมายา #3
SONG-982
...ท่อนขาเริ่มขยับ​เป็นจังหวะ วาดสองแขน​ไปตามลีลาของ​ความรู้สึก ปลายเท้าพาร่างกายเคลื่อน​ไปทางซ้ายทางขวาอย่างพลิ้วไหว ​ส่วนบนเอนโอน​ไปตามท่วงทำนอง ขณะ​ที่ร่างกาย​ส่วนล่างก็คอยประคับประคองท่วงท่า​ได้อย่างพอดิบ​พอดี...

ตอน : บทที่ ๒ มนตราจัดสรร

อากาศอึมครึม​และอบอ้าว ทำให้ราศียิ่งวุ่นวายใจ ตลอดทางกลับมาบ้าน หล่อนยังนึกไม่ออกเลย​ว่า ​จะจัดการเรื่อง​​ที่​ได้รับคำสั่งนั่นอย่างไรต่อ​ไป

เนื้อตัวเหนียวเหนอะ รู้สึก​ได้ถึงเหงื่อชื้น​ที่ซึมอยู่​ตามแผ่นหลัง อากาศช่วงนี้ไม่น่าพิสมัยเลย​สักนิด ดี​แต่ว่ามันช่วยให้​ความรู้สึกโมโหโกรธา​ที่เกิดจาก​ความเจ้าเล่ห์ของคุณนารท ​ได้ผ่อนคลายจนหมดสิ้น ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ ปัญหาสองสามอย่าง​ที่อย่างไรเสียหล่อนก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น ​คือ เรื่อง​การปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีมีรสนิยม การ​ต้องขึ้น​เวที​ไปเผชิญหน้าผู้คน ​และ...​ ตามหานายภาคินให้พบ

มีจดหมายสองสามฉบับ​รออยู่​ในตู้รับจดหมาย ​ส่วนใหญ่​เป็นใบโฆษณาสินค้า ราศีรวบหยิบ ขณะสายตาเหลือบ​ไปพบ​เพื่อนบ้าน​ที่คุ้นเคย

"พาเจ้าขุนออกมาเดินเล่นหรือคะ​คุณสร้อย ร้อนหน่อย​นะคะ​ ​ที่ร้าน​เป็นอย่างไรบ้าง​"

​เพราะ​ความกังวล​ที่ยังวนเวียน ทำให้หล่อนไม่รู้หรอกว่าตัวเองยิง​ไปกี่คำถาม

พอมองเห็นคุณสร้อยเต็มตา ​ความรู้สึก​ที่เคยชื่นชมเธอมาตลอดก็ผุดขึ้น​อีก สุภาพสตรีตรงหน้านี้ ช่างดูดีมีรสนิยม ผมรวบเรียบเกล้า​เป็นมวยปักปิ่นเงิน​และช่อดอกไม้ไหวลายละเอียดยิบ ขนาด​และรูปร่างของมันทำให้ดูสวยรับกัน​ไปหมด​ทั้งเรือนผม เสื้อคอสั้นทบสาบอย่างญี่ปุ่น แขนยาวถึงกลางแขน ตัดเย็บประณีตด้วยผ้าทอเส้นใสเนื้อเบาบาง ต่อลายปักบนผ้าทึบไว้ปกปิด​ส่วนสงวน​ได้อย่างแนบเนียน ผ้าซิ่นผืนสั้นเสมอเข่าแลคล้ายกระโปรง ​เป็นผ้าทอลายน้ำไหลสอดไหมแดงบนพื้นดำ มีเชิงเส้น​เป็นลายลูกแก้วถี่ๆ​ แบบไว้ฝีมือของผู้ทออย่างเต็ม​ที่

"​แต่งตัวสวยทุกวันเลย​นะคะ​"

ไม่ทัน​ที่คุณสร้อย​จะ​ได้ตอบคำ ราศีก็เอ่ยขึ้น​อีก

"ขอบคุณค่ะ​ ​แต่คุณราศีดูเหนื่อยๆ​ อ้อ...​ ขอบคุณมากนะคะ​​ที่ช่วยดูเจ้าขุนให้​เมื่ออาทิตย​ที่แล้ว​ มันกะทันหันจริงๆ​ แล้ว​เจ้าขุนก็โยเยมาก"

"ไม่​เป็นไรค่ะ​ เราก็บ้านใกล้กันแค่นี้ ช่วงโพล้ๆ​ เพล้ๆ​ เด็กอ่อนก็งอแง​เป็นธรรมดา"

"ใช่ค่ะ​ นี่ก็ออกอาการเดิม ​ต้องพามาเดินเล่น เลย​นิ่งลง​ได้"

คุณสร้อยก้มลงเขี่ยแก้มยุ้ยของบุตรชาย​ที่​กำลังนอนหลับสบายอยู่​ในรถเข็น

เด็กชายหน้าตาหน้าเอ็ดดู ดูเหมือน​กำลังหลับสนิท ​แต่พอราศีก้มลง​ไปใกล้ ​เขากลับลืมตาขึ้น​ทันที แล้ว​ก็เริ่มร้องไห้จ้าแบบไม่มีต้นสายปลายเหตุ

ผู้​เป็นแม่​ต้องรีบปลอบ ​แต่ยังไงก็ไม่เงียบ

"ขอโทษนะคะ​ แก​เป็นอย่างนี้ตลอด ​ต้อง​ได้เห็นหรือ​ได้ยินเสียงพ่อ​เขานั่นละ ถึง​จะเงียบ"

คุณสร้อยก้มมองนาฬิกา​ที่ข้อมือตนนิดหนึ่ง​ ก่อน​จะเอ่ยอย่างเกรงใจ

"พ่อ​เขาคง​จะกลับแล้ว​ ขอตัวก่อนนะคะ​"

ล่ำลากันอีกสองสามคำ แล้ว​คุณสร้อยก็พาลูกชายเลี้ยวลับ​ไปตรงมุมซอย ราศีหันมาไขกุญแจเข้าบ้าน ​เป็นบ้านเช่าหลังเล็ก ชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด ไม่ไกลจากป้ายรถประจำทาง มีแปลงดอกไม้หน้าบ้าน​ที่หล่อนแสน​จะพอใจ ​และ​ที่สำคัญ​คือเจ้าของบ้านยอมให้หล่อนเลี้ยงเจ้าเหมียวแสนรัก​ทั้งสองตัว

อากาศในบ้านเย็นสบายกว่าข้างนอกมากมาย​ ราศีหย่อนนิตยสารแฟชั่นล้ำสมัยสองสามเล่มลงบนโซฟา อุ้มเจ้าสองเหมียว​คือถุงเงิน​กับถุงทองขึ้น​มากอด หลังจากมันเคล้าแข้งเคล้าขาตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา

"คิดว่าไงล่ะ ​ที่แม่แกเกิดคิด​จะ​แต่งตัว ​แต่งหน้าทำผมให้สวยล้ำนำสมัยขึ้น​มาน่ะ"

เจ้าสองแมวครางในลำคอเบาๆ​ อย่าง​ที่หล่อนไม่แน่ใจหรอกว่า ​เป็นการตอบรับของมัน หรือมันรีบบอกว่า​กำลังหิวกันแน่

ราศีหัน​ไปมองตัวเองในกระจกตรงใกล้ประตู ลองมองหาสิ่ง​ที่คุณนารทอยากให้​เป็น สวยมีเสน่ห์ ​และดึงดูดใจ...​

ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม​เป็นสีเดียว​กับสีผม ​เป็นสีธรรมชาติ​ที่หล่อนเองก็พอใจ ไม่ใช่ผม​ที่สีอ่อนลง​เพราะสุขภาพไม่ดี มันเงางามมีน้ำหนัก​และยาว​กำลังพอเหมาะ การยืนหรือนั่งด้วยหลัง​ที่หยัดตรงเสมอ​เพราะถูกฝึกมา​แต่เล็ก​แต่น้อย ทำให้รูปร่าง​ที่​ได้สัด​ส่วน​เพราะออก​กำลังกาย​เป็นประจำ ยิ่งน่ามอง

​ส่วน...​ เสื้อผ้า อย่างนี้ละ​ที่คุณนารทบอกว่าสีตุ่นๆ​ ทรงเชยๆ​ ​ที่หล่อนขัดแย้งอยู่​ในใจเสมอว่า มัน​คือแพทเทิ่นคลาสสิคต่างหาก ​และสำหรับชุดนี้หล่อนก็ยังยืนยัน ว่ามันเหมาะสม​กับตัวเองทุกประการ

ราศีลองหลับตา กลั้นหายใจอยู่​อึดใจใหญ่ ก่อน​จะลืมตาขึ้น​ มองเงาในกระจกอีกครั้งแบบไม่​ได้หลอกตัวเอง

ชุดสีซีด​จะสีกากีก็ไม่ใช่ สีครีมเข้มก็ไม่เชิง แบบก็แสนเชย เหมือนหลุดมาจากสมัยมิตร​กับเพชรายัง​เป็นซูเปอร์สตาร์ของประเทศ นึกเลย​​ไปถึงบรรดาเสื้อผ้าในตู้ ​ที่แขวนเรียงกันไว้นั้น​ ไม่​ได้มีสีสันแตกต่าง​ไปจากนี้สักเท่าไรเลย​

​แม้หล่อน​จะไม่สบอารมณ์ใน​ความเจ้าเล่ห์เพทุบายของนายจ้างอย่างคุณนารท ​แต่ก็​ต้องยอมรับว่า​เขาตรง​ไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

​และนี้ก็ไม่ใช่การ​แต่งเนื้อ​แต่งตัว​ที่ราศีเคยวาดฝัน​เอาไว้ ​ความโกรธผุดขึ้น​มาอีกครั้ง ​เป็นการโมโหตัวเอง​ที่ยอมให้มีเสื้อผ้าพวกนี้อยู่​บนร่างกาย ซ้ำยังรู้สึกเฉิดฉายเวลา​ไปไหนต่อไหน ในตลอดหลายปี​ที่ผ่านมา

เสื้อตัวบางเบาถูกกระชากออกจนกระดุมร่วงกราว ก่อน​ที่กระโปรง​จะตามลง​ไปกอง​กับพื้น สลัดรองเท้าส้นเตี้ยตัน กระเด็นเฉียดเจ้าถุงทอง แล้ว​หล่อนก็ถอดชั้นใน​ทั้งบน​และชั้นล่างออกจนหมด

ราศีเริ่มสำรวจเรือนกายของหล่อนอีกครั้ง ยกสองแขนขึ้น​เขย่า ไม่มี​ความหย่อนคล้อยของท้องแขนหรือเปลวเนื้อแถวชายโครง เขย่าตัวเองเบาๆ​ อีกครั้ง​เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

หลับตาลง...​

ก่อน​ที่เสียงดนตรีในหัว​จะดังขึ้น​...​ ​เป็นท่วงทำนอง​ที่คุ้นเคย

ท่อนขาเริ่มขยับ​เป็นจังหวะ วาดสองแขน​ไปตามลีลาของ​ความรู้สึก ปลายเท้าพาร่างกายเคลื่อน​ไปทางซ้ายทางขวาอย่างพลิ้วไหว ​ส่วนบนเอนโอน​ไปตามท่วงทำนอง ขณะ​ที่ร่างกาย​ส่วนล่างก็คอยประคับประคองท่วงท่า​ได้อย่างพอดิบ​พอดี

หล่อนบังคับตัวเองไม่ให้ลืมตา...​ ก็ลีลานี้มันออกมาจาก​ความรู้สึก ไม่จำ​เป็น​ต้องคอยจับจ้องว่า องศาแขนขา​จะผิดเพี้ยนจากทฤษฎีการเต้นร่ำ​ที่เคยร่ำเรียนมา

​เมื่ออยากกระโดด ก็​จะกระโดด...​ ​แต่พอ​จะกระโดด

​ความรู้สึกต่อต้านอย่างรุนแรงก็แผลงฤทธิ์ขึ้น​!

เจ็บร้าวขึ้น​มาตั้งแต่​ที่ปลายส้น​และร้อยหวาย ไล่ตามท้องน่องขึ้น​มาจนปวดหนึบ สะบักหลัง​และสะโพกเจ็บร้าวขึ้น​​พร้อมกัน จน​ทั้งร่างทรุดฮวบ เข่ากระแทกพื้นดังกึง เหงื่อ​ที่ผุดขึ้น​ทั่วตัว กระจายพราวลง​กับพื้น

"ทำไมล่ะ ทำไม!"

หล่อนรัวกำปั้นลง​กับพื้นราวไม่รู้สึกเจ็บปวด น้ำตาไหลพราก​เพราะขัดใจตัวเอง
นานจนจำไม่​ได้เสียแล้ว​ว่า จิตใต้สำนึกสั่งให้ตัวเองเลิกเต้นรำอย่างเด็ดขาดตั้งแต่​เมื่อไร ​ทั้ง​ที่​แต่ก่อนนั้น​ การเต้น​คือชีวิตจิตใจของตน

พอ​ได้ระบาย ​ทั้งด้วยหยาดน้ำตา​และแรงสะอื้น ครู่​ต่อมาราศีจึงค่อยดีขึ้น​ ค่อยๆ​ ปรับลมหายใจ ช่วยให้จังหวะของหัวใจเริ่มเข้า​ที่ หล่อนค่อยยันตัวขึ้น​ หยัดตัวตรงจ้องมอง​ทั้งเรือนร่างผ่านกระจกเงาบานใหญ่อีกครั้ง

แก้ม​และปลายจมูกยังแดงปลั่ง ดวงตา​ทั้งคู่ดูช้ำนิดๆ​ หลังจากหล่อนปาดน้ำตา​ที่ยังค้างแก้ม ผมยุ่ง​เป็นกระเซิงจน​ต้อง​ใช้สองมือสางให้พอเข้ารูป...​

การ​เป็นนักเต้นระดับโลกนั่น...​ มันก็แค่​ความฝัน ​เป็น​ความฝัน​ที่หล่อนตัดสินใจละทิ้งมาเนิ่นนาน จาก​เพราะสาเหตุ​ที่จำ​เป็น จนถึงตอน​ที่ตน​เป็นฝ่ายเลือกว่า​จะเลิก หยุดเต้นหยุดเริงระบำ ​เพื่อ​จะหนีให้พ้นจากอำนาจมนตราของภาคิน หลีกให้พ้นจากเสียงดนตรีอันชั่วร้ายของ​เขา ​และสาบานไว้เลย​ว่า​จะไม่กลับ​ไปสู่โลกมายาอันเจ็บปวดชั่วร้ายนั้น​อีกแล้ว​

​แต่นั่นเหมือน​กับการละทิ้งชีวิต ชีวิต​ที่เคยมีชีวิตชีวา มี​ความสุข​เพราะการเต้น

​เอาเถิด ​ความมีชีวิตชีวาอาจหา​ได้จาก​ที่อื่น

"บางทีคุณนารทอาจมองเรา​ได้ทะลุปรุโปร่ง เลย​คะยั้นคะยอเรื่อง​พวกนี้"

ราศีเหลือบ​ไปมองนิตยสารแฟชั่นล้ำสมัย​ที่ยังกองนิ่งอยู่​บนโซฟา

"การ​แต่งตัวให้ดูดีมีสไตล์ก็ไม่ใช่เรื่อง​เลวร้ายอะไร​นี่นะ ทำไมเรา​จะทำไม่​ได้...​ ไม่สิ...​ เรา​จะ​ต้องทำให้​ได้...​"

​ทั้ง​ที่พยายามจุดไฟในใจตัวเองอยู่​อย่างนี้ ​แต่ร่างกายก็ยังไม่วายแสดงออก ว่า​ทั้งหมด​ที่​จะ​ต้องเผชิญต่อ​ไป มันช่างยากเย็น สองไหล่ของหล่อนลู่ลง ​เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ท่าทางมั่นใจหรืออาจหาญต่อหน้านายจ้างไม่เหลืออยู่​อีกแล้ว​

การตามหานายภาคินหรืออีกนัยหนึ่ง​​คือพ่อเลี้ยงของหล่อน ซ้ำ​เขายัง​ต้องยอมให้สัมภาษณ์อย่างหมดเปลือก นั่นน่า​จะยากมากกว่า​ที่​จะผลักให้หล่อน​ไปยืนพูดอยู่​ต่อหน้าผู้คน ​และแน่นอน...​ การ​แต่งตัวให้สวยมีเสน่ห์ ดึงดูดหรือจับใจผู้คนให้​ได้นั้น​ ง่ายดายกว่าเยอะ...​


น้ำอุ่นในอ่าง​กับเทียนหอมกลิ่นส้ม ทำให้อารมณ์ของราศีสดชื่นขึ้น​บ้างในอีกหนึ่ง​ชั่วโมง​ต่อมา กางเกงขาสั้น​กับเสื้อกล้ามเนื้อนิ่มทำให้​ทั้งร่างยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย...​

​แต่แล้ว​ก็กลับเครียดหนัก!

​เพราะ​เมื่อทยอยเปิดอ่านจดหมายทีละฉบับ​ ฉบับ​หนึ่ง​มาจากบริษัทตัวแทนเจ้าของบ้านเช่า ก็หลังเล็กๆ​ ​ที่หล่อนอาศัยอยู่​นี้ละ ​ที่​จะหมดสัญญาในสิ้นเดือนนี้ ​และ​จะขอขึ้น​ค่าเช่าอีกเกือบเท่าตัว...​ อย่างนี้มัน​จะบีบไม่ให้ต่อสัญญาชัดๆ​

"มัน​เป็นวันโลกามหาวินาศหรือยังไงล่ะเนี่ย!"

​ที่เลือก​ใช้วิธีเช่าบ้านผ่านบริษัทตัวแทน ​เพราะพวกนี้​จะดูแลบริเวณภายนอกให้สม่ำเสมอ แค่หล่อนรักษา​ความ​เป็นภายใน​ที่​เขาจัดตกแต่งไว้ไม่ให้บกพร่อง ​ความมั่นคงมั่นใจใน​ความปลอดภัย มีคนคอยสอดส่องดูแล ก็ถือว่าราคาเดิม​ที่ค่อนข้างแพงนั้น​คุ้มค่า

อาศัยว่าไม่​ต้องกังวล​กับ​ที่อยู่​มากนัก ​จะ​ได้ทำงาน​ได้เต็ม​ที่ มีเรี่ยวแรงเหลือ​ไปเยี่ยมมารดา​ได้บ้าง เงินเก็บ​ที่ละลาย​ไป​กับการรักษาพยาบาลจนเกลี้ยงบัญชี ตอนนี้ก็มีแค่เพียงราย​ได้จากเงินเดือน ​ที่​เป็นแบบเข้ามือซ้ายจ่ายมือขวา...​

"แล้ว​...​ ​ถ้า...​ ตกงาน...​"

ราศีไม่อยาก​จะคิด ว่าชีวิต​ต้องตกระกำลำบากถึงขนาดไหน

นอกจาก​จะ​ต้องตามล่าตัวนายภาคิน ​ต้องหัด​แต่งตัวให้ทันยุคทันสมัยแล้ว​ หล่อน​ต้องเพิ่มการหาบ้านเช่าราคาถูกเข้า​ไปด้วย ​และ​ต้องด่วนไม่แพ้เรื่อง​อื่นๆ​ ​ส่วนเรื่อง​ย้ายโรงพยาบาลของมารดานั้น​ไม่เคยอยู่​ใน​ความคิด ​เพราะอย่างน้อย​แม้อาการ​จะทรุดหนักขนาดนี้ ผู้​เป็นแม่ของหล่อนก็ยังพอจดจำ​ได้ว่า หมอคนนั้น​​เป็น​ใคร พยาบาลคนนี้​เป็น​ใคร เรียกว่านั่น​คือเยื่อใย​ที่ยังผูกให้แม่​ได้สัมผัส​กับโลกแห่ง​ความจริง

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น​ ราศี​ต้อง​ไปเปิดรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร

คุณสร้อยก็คนหนึ่ง​ ​ที่​แต่งตัวดูดีมีสไตล์ เหมาะสม​และส่งเสริมให้ตัวเองยิ่งดูงดงาม แล้ว​ยัง​จะผู้หญิงตรงหน้านี้อีกคน สมร​แต่งตัวเรียบ​แต่เก๋จัดด้วยคัตติ้งแปลกตา ตามแบบสาวออฟฟิศมีรสนิยม ชุดสามชิ้น​ที่กางเกง​กับเสื้อนอกตัดเย็บจากผ้าลินินสีบีช ​กับเสื้อตัวในคอวีสีขาวจุดน้ำตาลวาว ดูเข้ากัน​ได้อย่างเพลินตา

​เพื่อน​ที่รู้จักคบหากันมานาน พอเห็นว่าคนเปิดประตูรับยังนิ่ง ก็​ต้องเอ่ยถาม

"​พอดีผ่านมา เลย​แวะมาดู ​เป็นไงบ้างล่ะราศี"

สมรเอ่ยชื่อ​เพื่อนไม่ตกหล่นเหมือนอย่างคุณนารถผู้​เป็นเจ้านายของราศี

"ก็...​ สบายดี...​"

"​แต่​ที่บ้านคุณนารท...​ เห็นหน้าซีดตัวซีดบนเวที"

พอ​ได้ยินคำถามนี้ ราศีคิดว่า​ต้องรีบตัดบท ​เพราะเรื่อง​การซอกแซกซักไซ้ สมรถือ​เป็นมืออันดับต้นๆ​ ในวงการคนคุ้ยข่าว ถึงบุคลิกภายนอก​จะดูเรียบๆ​ นิ่งๆ​ เก๋ๆ​ ​แต่อย่าให้หล่อน​ได้สนใจ​จะขุดคุ้ยอะไร​ขึ้น​มาเชียว

"ฉัน...​ ​เป็นโรคกลัวการพูดใน​ที่ชุมชนน่ะ"

"ไม่เห็นเคยบอกกันเลย​"

สมรทำสีหน้าแปลกใจ​ได้จริงจัง

"มันน่าเล่าให้​ใครฟังไหมล่ะ ​ถ้าพูดกันตัวต่อตัวอย่างนี้ฉัน บ่ ยั่น ​แต่นั่นมันหลังไมโครโฟน ต่อหน้าคนมากมาย​ มันดู​เป็นทางการเกิน​ไป เธอเองก็เถอะ...​​จะไม่มีมั่งเลย​หรือ ​ที่ว่ากลัวจนพูดไม่ออกน่ะ"

คนฟังนิ่ง​ไปอีก ริมฝีปาก​ที่เม้มเข้าหากันทำให้ราศีดูออกว่า หล่อนคงอยากพูดอะไร​ ​แต่​ต้องไตร่ตรองเสียก่อน...​ อย่างจริงจัง

แล้ว​สมรก็คลี่ยิ้มออกมา ​เป็นรอยยิ้มบางๆ​ ดู​เป็นมิตร​และจริงใจอย่างไม่มีอะไร​ให้เคลือบแคลงสงสัย

"งาน​ที่สมาคม ​ที่​จะประมูลของดารา ตั้งใจว่า​จะให้เธอ​เป็นพิธีกร คงไม่ว่ากันนะ​ถ้าฉัน​จะบอกผู้จัดให้​เขาลองเลือกคนอื่น"

"ให้​เป็นแค่คนขายตั๋วก็​ได้ ยังไงก็ช่วยเต็ม​ที่อยู่​แล้ว​"

สองสาว​เป็นสมาชิกของสมาคม​เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งหนึ่ง​ ​แต่การ​เป็นอาสาสมัครช่วยงานให้​ที่นั่น ก็ไม่​ได้ช่วยให้ราศีหายจากอาการกลัวไมโครโฟน

"เอ้อ!...​ สมร เธอเก่งเรื่อง​ตามหาคน ถามหน่อย​สิ ​ถ้า​จะตามหา​ใครสักคนนี่ เราควรเริ่มต้นทางไหน ​กับพวก​ที่ไม่อยากให้​ใครตามเจอน่ะ"

ราศีเปลี่ยนเรื่อง​พูด ​เมื่อนึกขึ้น​​ได้ว่าสมรมี​ความ​สามารถด้านนี้​เป็นพิเศษ

"ก็ตามเครดิตของ​เขาสิจ๊ะ​ ​เขาจ่ายด้วยบัตร​ที่ไหนบ้าง เสียค่าค้นข้อมูลหน่อย​เดียว เดี๋ยวก็เจอะ"

คนตอบ ตอบราว​กับ​เป็นเรื่อง​ง่ายดายเสียเต็มประดา

​แต่มันไม่ง่ายสำหรับราศี ก็นายภาคิน​เป็น​ใคร หล่อนย่อมรู้อยู่​แก่ใจ

"​กับคนนี้ การตามรายการ​ใช้จ่าย​เป็นอันเลิกคิด"

"ก็ยังมีอีกตั้งหลายวิธี ​ที่ง่าย​ที่สุดก็​คือ​ไปสืบจากคน​ที่รู้จัก พวก​เขาอาจยังติดต่อกันอยู่​ หรืออย่างน้อยก็คงพอ​จะ​ได้เบาะแสอะไร​บ้าง ว่า​แต่...​ ​ใครกันล่ะ​ที่​จะทำตัวลึกลับ​ได้ขนาดนั้น​"

"ภาคิน นายภาคิน วงษ์ราพณ์ ...​ คุณนารทอยากพบ​กับ​เขา"

สีหน้าของสมรเปลี่ยน​ไปทันที​ที่​ได้ยินชื่อนี้ ​และเสียง​ที่เอ่ยประโยค​ต่อมาก็แข็งกร้าวขึ้น​จนน่าขนลุก

"ราศี เธอ​ต้องระวังตัวให้มาก เราต่างก็รู้ดีว่า นายภาคิน​เป็น​ใคร...​ หรือ ​เป็นอะไร​ พวกมีทิพยา​กับไสยมนตร์เวทย์คาถาน่ะ มี​แต่อันตราย ไว้ใจ​ใครไม่​ได้...​ หาก​จะ​ต้องหา​เขาให้เจอ ​ที่สำคัญ​ที่สุด​คือเธอ​ต้องไม่ไว้ใจพวก​เขา"

​เป็นคำเตือนอย่างตรง​ไปตรงมา ​และตรง​กับ​ที่ราศีพยายามเตือนตัวเองอยู่​ตั้งแต่แรก หล่อน​ได้​แต่รับคำของผู้หวังดีเบาๆ​

"ฉัน​จะไม่ประมาทเด็ดขาด"


สมรชวนคุยเรื่อง​จิปาถะอีกครู่หนึ่ง​ก็ลากลับ ราศีเข้าครัว อีกสามนาทีถัดมาก็​ได้สปาเก็ตตี้หอยลายผัดกระเพราควันกรุ่นหอมฉุยจากเตาไมโครเวฟ ​ระหว่างรับประทานก็เริ่มไล่เรียงรายชื่อบรรดาคน​ที่น่า​จะเคยรู้จักหรือติดต่อคบหาอยู่​​กับนายภาคิน

กริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้น​อีก อาจ​เป็นพนักงานขายหนังสือสารานุกรม หรือไม่ก็พวกขายเครื่องกรองน้ำอายุวัฒนะ หล่อนจึงหมกมุ่น​กับการจัดเรียงรายชื่อตรงหน้าต่อ​ไป จนกริ่งครั้ง​ที่สอง​ที่สามดังขึ้น​ไล่ๆ​ กัน ก็ยังไม่ขยับ

ใน​ที่สุด เสียงหนึ่ง​จึงตะโกนผ่านเข้ามา

"นี่ป้าเอง มณฑา มีธุระ​จะคุยด้วยหน่อย​จ๊ะ​"

ราศีรีบวางปากกา โผ​ไปเปิดประตู รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก​เมื่อเห็นหญิงชราผู้มาเยือน

คุณมณฑา​เป็นป้าสามีของคุณสร้อย มี​ที่ดิน​และเรือน​ส่วนตัวอยู่​ในสุดซอยถัด​ไป ​และ​ใครๆ​ ก็รู้จักว่า​เป็นคนดั้งเดิมของแถวละแวกย่านนี้ รวม​ทั้งชินตากันดี​กับสำเนียง​และผิวพรรณ​ที่ผิดแผกออก​ไป ​เพราะ​แต่ละคำพูดของหญิงชรานั้น​มีเสียงสูงต่ำของ​แต่ละถ้อยคำชัดเจน ชนิด​ที่ว่าคนฟัง​จะ​ได้ยินครบทุกอักขระ ​จะว่า​เป็นเสียงเหน่อของบางท้องถิ่นก็ไม่ใช่ ​จะว่า​เป็นสำเนียงของชนชาติ​เพื่อนบ้านก็ไม่เชิง

​ส่วนสีผิวนวลลออ แลระยับคล้ายมีเปลวทองระเรื่ออยู่​​เป็นนิจนั้น​ก็เช่นกัน ดี​ที่ว่าเครื่องนุ่งห่ม​แต่งกายสีงาช้าง​ที่มี​ทั้งผ้าพาดผ้าพันดูรุงรัง ​กับประคำมุกดาสายยาว​และกำไลงา​ที่ซ้อนกันอยู่​กว่าสิบวงบนท่อนแขนซ้าย ทำให้​ทั้งตัวของหญิงชราดูเหมาะสมกลมกลืน ยามถูกพูดถึงตอนลับหลังว่า "ยายมณฑาแกขาดๆ​ เกินๆ​ อย่างนั้น​ละ"

คุณมณฑาเกษียณตัวเองจากงานประจำตั้งแต่​เมื่อไรไม่ทราบ​ได้ ราศีรู้เพียงแค่ว่าตั้งแต่รู้จักกันมา หญิงชรามีงานอดิเรกอยู่​อย่างหนึ่ง​​คือ คอยจับผิดชี้พิรุธของพวกทรงเจ้าเก๊​กับพวกผู้วิเศษญาณทิพย์จอมปลอม

ราศีเปิดประตู้อ้าออกเต็ม​ที่ ​เพื่อให้ผู้มากวัยเข้ามา​ได้สะดวก​ เจ้าสองแมวกระโดดแผล็วจากโซฟาลงมาสมทบ​กับเจ้าของ

"ว่าไงจ๊ะ​ถุงเงินถุงทอง ​ได้กลิ่นเจ้าแซมละซี มันก็คิดถึงเหมือนกัน นานแล้ว​​ที่ไม่​ได้​ไปเยี่ยมหา ​แต่​ถ้า​จะ​ไปเจ้า​ต้องไม่​ไปรุมแกล้งเจ้าแต้มรู้ไหมล่ะ"

​ระหว่าง​ที่สนทนาอยู่​​กับเจ้าสองแมว คุณมณฑาก็​ใช้ก้านดอกหญ้าปล้อง​ที่เด็ดติดมือมาจากหน้าบ้าน หยอกเล่น​กับพวกมันอย่างเอ็นดู ราศี​ต้องรอ จนพอใจแล้ว​หญิงชราจึงค่อยหันกลับมาเอ่ย​กับหล่อนอีกครั้ง

"ป้าว่า...​ รีบพากัน​ไปหาเจ้าแซม​กับเจ้าแต้มเร็วๆ​ เลย​สิ ​ที่จริงก็นี่ละธุระของป้า"

"มีเรื่อง​อะไร​หรือเปล่าคะ​ คุณป้ามาตั้งไกล เชิญนั่งก่อนค่ะ​ หนูมีน้ำผลไม้ ดื่มให้ชุ่มคอแล้ว​ค่อยคุยกันก็​ได้"

"ขอบใจจ๊ะ​ ​แต่ไม่​ต้องหรอก ป้าก็​กำลังรีบๆ​ นี่บอก​ไปหรือยังว่าป้า​จะ​ไปอยู่​หลวง​พระบางสักพัก"

"ผีบุญอีกหรือคะ​"

"ใช่ ​เอาอีกแล้ว​ แล้ว​ผู้คน​ที่นั่นก็เชื่อถือกัน​เป็นจริง​เป็นจัง"

น้ำเสียงของผู้มากวัยทำให้คนฟังเข้าใจ​ได้ทันทีว่า "ผีบุญ" รายล่าสุดนี้​เป็นของปลอม

"​เขาว่ามี​กำลังญาณ นึกเห็น​ได้ย้อนภพย้อนชาติ ช่วยตัดบาปแก้กรรมให้​ใครต่อ​ใครก็​ได้ ​เขาว่าจุติลงมาบำเพ็ญบารมี...​"

กำไลงาช้าง​ทั้งแถวเคลื่อนกระทบกัน​ไปมาเกิด​เป็นเสียงไพเราะประหลาด ยาม​เมื่อหญิงชรารวบชายแขนเสื้อกว้างใหญ่ให้ทบขึ้น​มาบนข้อศอก ทำท่าอย่างหมั่นเขี้ยวผีบุญนั่นเต็ม​ที่

"มีนักเรียนศิลปากรคนหนึ่ง​​เขารับปากว่า​จะมาอยู่​เฝ้าบ้านให้ แลก​กับ​ได้อ่านหนังสือเก่าๆ​ ของป้า หนูก็รู้ว่าบ้านหลังเปลี่ยวอยู่​โดดเดี่ยวก้นซอย คน​ที่​จะผ่านเลย​​ไปถึงนั่น ​ถ้าไม่ใช่พวกหลงทางก็​ต้อง​เป็นนักตัดช่องย่องเบา...​"

เจ้าสองแมว​พร้อมใจกันโดดปุขึ้น​มานอนเขี่ยกำไลเล่นอยู่​บนตักกว้างของคนพูด หญิงชราก้มลง​ไปคุย​กับพวกมันอีกสามสี่คำ ก่อน​จะพูด​กับหล่อนต่อ​ไป

"นัดกัน​เป็นดิบดี ก็​พอดีว่าหนูคนนั้น​​เขาป่วยกะทันหัน ทางบ้านโทร.มาบอกว่า​ต้องนอนโรงพยาบาล"

"คุณป้าเลย​อาจ​ต้องเลื่อนการเดินทาง...​ออก​ไปก่อน หรือเปล่าคะ​"

"ตอนแรกก็กลัวอยู่​ ​เพราะทางโน้น​เขาก็นัดหมายตระเตรียมการต่างๆ​ ไว้ให้​พร้อมหมดแล้ว​ ป้า...​ ก็เลย​ลองเพ่งขันน้ำมนตร์ พูด​ไปก็ไม่น่าเชื่อ...​ ป้าเห็นหนูราศียิ้มกระจ่างอยู่​ หรือว่ายังไรดี ช่วย​ไปดูแลบ้านให้ป้าสักพัก​ได้ไหมจ๊ะ​"

หญิงสาวนิ่ง​ไป ตกใจ​กับข้อเสนอ​ที่เหมือนตกลงมาจากฟ้า จนหล่อนตั้งตัวไม่ทัน ​เพราะนึกไม่ออกว่า ใบหน้าของตน​จะ​ไปลอยอยู่​ในขันน้ำมนตร์​ที่เรือนมณฑานั่น​ได้อย่างไร

"​ไป...​อยู่​...​ ดูแลบ้าน...​ หรือคะ​"

หล่อน​ต้องทวนคำช้าๆ​

"ใช่จ้ะ​ พวกบิลต่างๆ​ ป้าให้​เขาหักผ่านบัญชีธนาคารอยู่​แล้ว​ ​เอาเจ้าถุงเงินถุงทอง​ไปด้วยนะ สองตัว​ที่เรือน​จะ​ได้มี​เพื่อนเล่น ไม่แน่หรอก...​ ​ถ้ามันลุกลาม​ไปถึงผู้มีอิทธิพลขึ้น​มา ป้าอาจ​ต้องอยู่​​ที่โน่นเนิ่นนานออก​ไป...​"

คราวนี้หญิงชราหยุดพูด ​เพราะเห็นราศีเงียบ​ไปอีก

​ที่จริง​เพราะหล่อน​กำลังดีใจต่างหาก นึกถึงคำพูดของ​ใครบางคน ​ที่ว่าในเคราะห์หามยามร้าย ย่อม​ต้องมีสิ่งดีเกิดขึ้น​เสมอ

"​คือ...​ ด้วย​ความยินดีค่ะ​คุณป้า อัน​ที่จริง​ที่นี่​กำลัง​จะขึ้น​ค่าเช่าแบบขูดเลือดขูดเนื้อ หนูคง​ต้องหา​ที่อยู่​ใหม่ ​จะ​ได้​ไปอาศัยอยู่​​ที่เรือนคุณป้าก่อน ​จะ​ได้มีเวลาหาลู่ทางอะไร​ๆ​ ​ได้มากขึ้น​"

"​เป็นอันตกลงกันละนะ อย่างนั้น​ค่ำๆ​ แวะ​ไปหาป้า ​จะ​ได้บอกว่าอะไร​อยู่​ตรงไหน​กับให้กุญแจไว้เลย​ ป้า​ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้า​มืด ​จะ​ได้สะดวก​หนู​จะย้ายเข้า​ไปอยู่​​เมื่อไหร่ก็​ได้"

"​ได้เลย​ค่ะ​"

ก็ตั้งสามสัปดาห์​ที่คุณนารทห้ามไม่ให้หล่อนกลับเข้า​ไปทำงาน หากไม่​ได้ตัวนายภาคินกลับ​ไปด้วย

​และพอนึกถึงผู้​เป็นนายจ้าง ราศีก็นึกบางอย่างขึ้น​มา​ได้

"คุณป้ามณฑาคะ​ ​คือ...​ เท่า​ที่เห็นหนูมา คิดว่าหนูเชยมากไหมคะ​"

ก่อน​จะตอบคำ ผู้มากวัยสบสายตา​กับหญิงสาวด้วยแววตาปรานียิ่ง

"จ้ะ​...​ ​แต่ก็ดูเรียบร้อย​ดี สาวสมัยนี้มันปรู๊ดปร๊าดยังไงก็ไม่รู้ ป้าชอบอย่างหนูมากกว่าจ้ะ​"

​เป็นไงล่ะ!

คนแก่วัยกว่าเจ็ดสิบ​ที่ชอบเกล้ามวยปักปิ่น ยังคิดเลย​ว่าหล่อนเชย

"อ้อ ยังมีอีกบางเรื่อง​...​"

คุณมณฑาหันกลับมาตอนเดินถึงหน้าประตู

"พวกตำรา​กับเครื่องรางต่างๆ​ ​ส่วนมากป้าลงคาถากำ​กับไว้ ​ถ้าหนูสนใจก็​ต้องระวังนิดนึง"

"เรื่อง​นี้คุณป้าไม่​ต้อง​เป็นห่วงค่ะ​"

หญิงชรามองหล่อนตรงๆ​ อีกครั้ง คราวนี้ส่งแวว​ทั้งเมตตา กรุณา กระทั่งมุทิตาปรานีมาเลย​ทีเดียว

"เชื่อป้าเถอะ ภาพนิมิตไม่เคยโกหก ​ที่พลาดก็​เพราะคนมองเองต่างหาก ​ที่ปรุง​แต่งให้ใช่หรือไม่ใช่ตาม​ที่ใจ​เขาอยากหรือไม่อยากให้​เป็น...​ อีกอย่างหนึ่ง​​คือ...​ ​จะมีแขกของป้ามาพักอยู่​ด้วย พอ​เขามาถึง หนูก็ให้พัก​ที่ห้องพักแขก​ได้เลย​นะจ๊ะ​"

อาจ​เป็นคนรู้ใจของคุณป้าก็​ได้​ใคร​จะรู้...​

"คุณป้าไม่ให้​เขาอยู่​ดูแลบ้านให้เสียเลย​ล่ะคะ​"

"คีตธรน่ะรึ ไม่เหมาะหรอกน่า ​ต้องหนูนี่ละ ​และป้าคิดว่าสองคนน่า​จะเข้ากัน​ได้ดี"

พูดจบคุณมณฑาก็ลา​ไป หล่อนให้ราศียืนสงสัยอยู่​ไม่วายว่า นอกจาก​ที่เห็นหล่อนในขันน้ำมนตร์นั่นแล้ว​ ยังมีอะไร​อย่างอื่นอีกหรือเปล่าหนอ


ราศียังสับสน​กับ​ความฝันอันแสนอุตลุด ​ซึ่งจำไม่​ได้เสียแล้ว​ว่ามัน​คืออะไร​ จึงยังมึนๆ​ งงๆ​ ตอนรู้สึกตัวตื่น สะดุ้ง​เมื่อรู้สึกว่า​มีอะไร​แหลมๆ​ คมๆ​ ​กำลังตะกุยกรีดอยู่​​ที่นิ้วเท้า

หล่อนชักขาเข้าในผ้าห่ม เพ่งมองให้เห็นชัดก็ยิ่งแปลกใจ เจ้าแซม แมวของคุณมณฑามาทำอะไร​อยู่​​ที่นี่

แล้ว​ก็ค่อยระบายลมหายใจอย่างปลอดโปร่งโล่งอก...​

ใช่ซี...​ เรา​จะ​ได้อยู่​บ้านนี้​ไปอีกอย่างน้อยก็สามสี่เดือน

​ที่นอนนุ่มสบาย ห้องโปร่งกว้างเพดานสูง ​กับมีอีกสองเหมียว​เป็น​เพื่อนใหม่

ใช่แล้ว​...​ ​เมื่อคืน หล่อนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่​ในบ้านนี้ บ้านของคุณมณฑา โสมสวรรค์ ​พร้อม​กับแมวอีกสองตัว

สองเหมียวเจ้าของบ้านคงเห็น​เป็นเรื่อง​สนุก ​กับการ​ได้มุดผ้าห่ม ไล่ตั้งอกตั้งใจเขี่ยปลายเท้าของหล่อนต่อ​ไป แล้ว​อีกสองแมว​คือเจ้าถุงเงิน​กับถุงทองก็กระโจนขึ้น​ร่วมวงด้วย

"พอเถอะน่า เลิกสนุกกัน​ได้แล้ว​"

ราศีแกล้งตลบผ้าห่มคลุมพวกแมวๆ​ ​เอาไว้ ยันตัวลุกขึ้น​ ยืดสองแขนออก​ไปสุดล้า แล้ว​บิด​ไปมาอย่างสบายอารมณ์ ก่อน​จะลุกขึ้น​จากเตียง สวมยีนขาสั้นชายลุ่ยตัวเก่ง ​กับเสื้อยืดตัวโคร่งพิมพ์ลายอักษรฮินดี​เป็นคำ "นะโม" ตัวโต เสยผมให้เข้า​ที่แล้ว​ค่อยพาตัวเอง​ไปทางห้องครัว

มองจากภายนอก เรือนมณฑา ​เป็นเรือนไทยปลูกอย่างเรือนคหบดีโบราณ ​คือมีห้องหับล้อมอยู่​รอบชานกลาง กลางชานยังมีศาลาโถงอีกหลัง ตั้งไว้ด้วยตั่งเตี้ยบนเสื่อเตยผืนนุ่ม มีหีบใหญ่ตั้งอยู่​สองใบ​กับมีตู้กระจกผอมสูง จัดโชว์เครื่องแก้วเจียระไน เครื่องเคลือบกังไส สังคโลก จนกระทั่งเบญจรงค์

​และโถงศาลากลางเรือนนี้เอง ​ที่ยังสำแดง​ความเก่าแก่ของข้าวของเครื่อง​ใช้ ​เพราะนอกนั้น​ ภายในห้องทุกห้องล้วนตกแต่งใหม่ ​เป็นอย่างทันสมัย​และสะดวก​สบายสำหรับผู้​ใช้สอย ราศีคิดว่า​เพราะคุณมณฑาแก่ชรา หาก​ต้องดูแลซอกมุมมากมาย​ ตามโครงสร้างห้องหับโบราณของเรือนไทยขนานแท้คงไม่ไหว เธอเลย​ให้ช่างมาตกแต่งภายในเสียใหม่ ให้สะดวก​​พร้อม​ใช้​ไปเสียทุกห้อง

ห้องครัวก็ทันสมัย ไม่ใช่เรือนครัวตามบ้านไทย​ที่​ต้องแยกออก​ไปจากเรือนใหญ่ ห้องครัว​ที่อยู่​บนตัวเรือน ​เป็นห้องยาวด้านทิศตะวันตก กั้น​ส่วนหนึ่ง​ไว้ตั้งโต๊ะรับประทานอาหาร อีก​ส่วนบิวท์อิน​ทั้งหมดให้ปลอดภัยทันยุค ​พร้อมสรรพด้วยเครื่อง​ใช้ไฟฟ้าสารพัน ตั้งแต่เครื่องชงกาแฟ กาน้ำร้อน จนถึงเครื่องดูดอากาศ ตู้เย็น เตาอบ​และเตาไมโครเวฟ

ราศี​ได้กาแฟสดหอมกรุ่นมาถ้วยหนึ่ง​ ในเวลาไม่ถึงห้านาทีหลังจากก้าวเข้ามาในนี้

หล่อนถือแก้วออกมา​ที่ชานกลางอีกครั้ง อยาก​จะเดินสำรวจให้ละเอียดอีกรอบ ​กับบ้านหลังใหม่แบบชั่วคราวของตนเอง

เสียงกระดานลั่น ​กับเสียงสลักไม้ขัดเสียดกันดังแอดอาด คง​เป็นอีกสัญลักษณ์ของบ้านนี้ อย่าง​ที่คนโบราณ​เขาว่า เรือนไทยอย่างดีไม่​ต้องมีตะปูสักดอก ก็ทรงตัวคุมเครื่อง​เป็นเรือนหมู่อยู่​​ได้​เป็นร้อยปี ​และ​กับกลิ่นหอมจางนวลอ่อน คล้ายกำยานกำจายกลิ่น หาก​แต่นุ่มนวลหวนหอมกว่ากันมาก นี้ก็​เป็นเฉพาะ​กับเรือนมณฑาเท่านั้น​

เหมือนมีเสียงกระซิบเรียกหา นำพาให้หัน​ไปทางหอห้องด้านในสุด รู้ว่าประตูด้านซ้าย​คือห้องนอนของคุณมณฑา ขณะ​ที่หลังประตูสุดห้องทางด้านขวา ภายใน​คือหอ​พระ

เสียงกระซิบแผ่ว เชิญชวนให้หล่อนก้าวใกล้เข้า​ไปตรงนั้น​

​เมื่อคืนคุณมณฑาไม่​ได้เปิดให้ดู ​แต่ก็ไม่​ได้ห่วงห้าม เพียงแค่ย้ำให้ระมัดระวังให้มาก ก็แค่นั้น​

​และราศีก็บอกตัวเองแล้ว​ว่า​จะไม่ย่างกรายเข้าใกล้ ไม่ยุ่งเกี่ยว​กับสิ่งลึกลับใดๆ​ อีกแล้ว​ ​เพราะเคยเห็นผลของมันอย่างชัดแจ้ง ​ทั้งมารดา​ทั้งพ่อเลี้ยงต่างพากันหลงใหลชื่นชม ​แต่ตนไม่เคยไว้วางใจ ​แม้ไม่​ได้เกลียดกลัวเหมือนสมร ​แต่ก็ไม่​ได้เคยรู้สึกสบายใจ​เมื่อ​ได้อยู่​ใกล้ชิด

​แต่หล่อนก็ยังผลักบานประตู มันเปิดเข้า​ไปอย่างง่ายดาย​และปราศจากเสียงของ​ความเก่าแก่ กลิ่นหอมอวลคลุ้งเข้ามาแตะจมูก ราศีเพิ่งนึกออกว่ามัน​คือกลิ่นของไม้หอมบางชนิด อาจ​เป็นแก่นจันทน์หรือไม่ก็กฤษณา

ห้องนี้ก็ทันสมัย ผนังด้านหนึ่ง​มีช่องชั้นหลั่นลด บรรจงจัดวาง​พระพุทธรูปปางต่างๆ​ อย่าง​ได้จังหวะงดงาม ต่ำลงมามีชุดโต๊ะหมู่ตั้งราย​ไปด้วยเทวรูปสำคัญ มีคนโท​และแก้วมีเชิงบรรจุน้ำใสสะอาดถวายบูชาอยู่​ครบถ้วน ผนังด้านติดกัน​เป็นชั้นหนังสือ มีตำราหรือคัมภีร์ต่างๆ​ วางนอนซ้อนหันสันออกให้สะดวก​เลือกหา ถัดมาอีกด้าน​เป็นโซฟาทรงเหลี่ยม​ที่นั่งสบาย หรือ​จะชักเท้าขึ้น​มาขัดสมาธิก็ง่ายดายไม่เอนเอียง ข้างโซฟามีโต๊ะเตี้ย ตั้งไว้ด้วยเครื่องเล่นซีดี ​กับชุดขวดน้ำมันหอมระเหยสีสันต่างๆ​ กัน

ขวดหนึ่ง​​เป็นสีฟ้าล้ำลึก คล้ายมีประกายวาวระยิบล่องลอยอยู่​ภายใน ราศีลองเปิดฝา อวลไอพลุ่งขึ้น​มาทันที ​เป็นกลิ่นอะไร​ก็บอกไม่ถูก รู้​แต่ว่าหอม หอมอย่างลึกซึ้ง รวม​ทั้งรู้สึก​ได้ทันทีว่า ​ความหอมนั้น​แผ่ซ่านเข้า​ไป​ได้ถึงทุกอณูเนื้อ จนกระตุ้น​ความปรารถนาบางประการให้ลุกโชน

ราศีรีบปิดฝา...​ อันตรายอย่าง​ที่คุณมณฑาบอกไว้จริงๆ​

หล่อนเอื้อมมือ​ไปกดปุ่มเล่นเครื่องเสียง น่าสนใจเหมือนกันว่าในหอ​พระอย่างนี้ หญิงชรา​จะเปิดบทเพลงเช่นไร แล้ว​เสียง​ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น​ ​เป็นเสียงอ่อนโยนของเครื่องสาย ไม่ใช่ไวโอลิน ​แต่​เป็นวิโอล่า ขนาดใหญ่กว่ากันเล็กน้อย ​และเสียงทุ้มนุ่มกว่า ราศีมองหาปกอัลบั้ม พอเห็นก็ยิ้มออกมา นี้​เป็นฝีมือการบรรเลงเฉพาะกิจ ของ ริศา ทักษิณาวรรณ ผู้​เป็นมารดาของหล่อนเอง

หญิงสาวโยกตัวตามจังหวะทำนอง นั่งลงบนโซฟาตัวสบาย แล้ว​เริ่มไล่สายตา​ไปตามชั้นหนังสือ ​ที่มีตั้งแต่คัมภีร์มหายาน เคล็ดลับแก้กรรม วิธีตัดบ่วงถ่วงชีวิต ​และแน่นอน พวกหนังสือสแกนกรรมของทุกอาจารย์​ที่ผู้คนรู้จัก ก็มีวางเรียงไว้​เป็นตั้งๆ​ ราศีมองผ่านเลย​​ไปจนสะดุดเข้า​กับเล่มหนึ่ง​

คัมภีร์ภูต หน้าปกเขียนไว้แค่นั้น​ ไม่มีรายละเอียดอื่นใดอีก จน​ต้องลองพลิกเปิดเข้า​ไปด้านใน อักขระนั้น​​เป็นภาษาไทยอย่าง​ที่​ใช้อ่านเขียนกันทั่ว​ไป เพียง​แต่​เป็นลายมือเขียนเล่นหัวหางเหมือนพวกอาลักษณ์ใน​พระราชวัง มีภาพประกอบ​เป็นลายเส้นแรเงา คมชัดดุดัน

‘คนธรรพ์​คือภูตา มันจักมาขยี้ใจ สาวเจ้า ณ หนใด ระวังระไวให้จงดี มนตร์เล่ห์เสน่ห์หนัก ​จะตรึงรักไม่ถอยหนี กระทำ​และย่ำยี จนสา​ที่หัวใจมัน แล้ว​ละให้นางร้าง เปลี่ยวอ้างว้างทุกคืนวัน สังวรไว้ทุกนางนั้น​ ​คือทาสมัน...​ทาสหัวใจ’

คำบรรยายใต้ภาพ​ที่ราศีอ่านออกเสียงเบาๆ​ จับ​ได้ว่าผู้เขียนข้อ​ความนี้ คิดอย่างไร​กับพวกคนธรรพ์ นักดนตรีแห่งสรวงสวรรค์ ยิ่ง​เมื่อพิจารณาดูภาพประกอบให้ดี ก็เห็นว่าหากฆ่าพวกนี้​ได้คง​ต้องฆ่า ​แม้ว่า​จะ​เป็นการกรุ้มรุมก็​จะกระทำ

หล่อนรีบพลิกผ่าน หน้าถัดมาน่าสนใจขึ้น​นิดหนึ่ง​ มันเขียนว่า "คาถาสะกดพลังภูต" แล้ว​ก็มีรายละเอียดยิบย่อย ​ที่ราศีนึกไม่ออกว่า ก้อนดิน สายสิญจน์ ​และตะปูเจ็ดป่าช้า​จะเข้มขลัง​ได้ขนาดนั้น​เชียวหรือ

เผลอพึมพำอ่านคำตามคาถา อยู่​ๆ​ ขนก็ลุกเกรียวขึ้น​มา

คล้ายมีลมผ่าน เป่าแผ่วกระทบต้นคอ ราศีถึง​กับสะดุ้ง เหลียวมอง​ไปรอบตัว ไม่มี​ใครหรือสิ่งอื่นใด ​ต้องสูดลมหายใจเข้าช้าๆ​...​ เริ่มตระหนักชัด...​ ​แม้ไม่น่าเชื่อถือ ​แต่ก็ไม่ใช่เรื่อง​​ที่​จะ​เอามาล้อเล่น

​แต่ปรากฏการณ์เล็กๆ​ ​ที่เกิด ก็ทำให้ คัมภีร์ภูต มี​ความน่าสนใจเพิ่มขึ้น​ หล่อนพลิกอ่านผ่านๆ​ เรื่อย​ไป จนสะดุดเข้า​กับคาถาอีกบทหนึ่ง​ "คาถามหาเสน่ห์" ...​ปลุก​ความมั่นใจ​ที่หลับใหล ให้ฟื้นคืน...​

อาจ​จะเหมาะ​กับตน

​ถ้าคาถานี้เข้มขลังจริง อาการหวาดกลัวการขึ้น​​ไปอยู่​หลังไมโครโฟน อาจหาย​ไปก็​เป็น​ได้

กระจกเงา ปอยผม ​กับเทียนขี้ผึ้งแท้หนักสามบาท​...​

ง่าย​ไปไหม...​

พอมองหา เทียนขาวแพหนึ่ง​ก็วางอยู่​ให้เห็น ไม่แน่ใจในสี​และน้ำหนัก ​แต่พออ่านฉลาก คำว่า เทียนขี้ผึ้งแท้ น้ำหนักเล่มละ ๓ บาท​ ก็ปรากฏแก่ตา ทำให้หล่อนถึง​กับอมยิ้ม ​กับเหตุการณ์​ที่บังเอิญจัดสรร ราว​กับอยากให้หล่อนกลับกลาย​เป็นคนมั่นใจในตัวเอง​ได้ตั้งแต่วินาทีนี้

กระจกเงากรอบเงินแบบมีด้ามจับ วางแอบอยู่​หลังเคลื่องเล่น ราศีหยิบขึ้น​มาหมาย​จะลองส่องดู ผมเส้นหนึ่ง​ก็ร่วงลง

​เอาละ...​ ​เป็นไงก็​เป็นกัน





...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3522 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง คีตมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๒ มนตราจัดสรร --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น