นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #21
SONG-982
...สัญญาอีก​เป็นครั้ง​ที่ร้อยก็​ได้นะ ว่า​จะไม่โลเลเหลวไหล ตั้งใจทำราชการงานเมือง ดูแลแม่แสง ดูแลลูกๆ​ รวม​ทั้ง...​ คุณแส...​"...

ตอน : บทที่ ๒๐ บทอวสาน

เรื่อง​ราวในพริบตา​ที่เกิดขึ้น​ ไม่อาจคาดเดาว่า ​เป็น​เพราะเหตุไร หรือ​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ต่อ​ไป ​ที่สำคัญ​คือไม่รู้ว่า ​ใคร...​ ​จะ​เป็นรายต่อ​ไป

กระทั่งมีเสียงไก่ขันแว่วมาไกลๆ​ คุณแสก็ยังไม่อาจระงับจิตใจ ฟูมฟายร่ำร้องหาอยู่​​แต่​กับแสงเพ็ง ​ที่อยู่​ๆ​ ก็มาลับหาย ไม่มีโอกาส​แม้กระทั่ง​จะล่ำลาหรือสั่ง​ความอันใด

ทรงธรรมก็ซึมเซาลง​ไป หลังจาก​ที่สารพัด​จะคาดเดา ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับผีสาว​ที่ตนรักปานดวงใจ

มีเพียงหมอเกตุอาคม ​ที่ยังดุ่มเดินวนเวียน ทางหนึ่ง​​เพราะ​กำลัง​ใช้​ความคิดอย่างหนักว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับแสงเพ็ง ​กับอีกทางหนึ่ง​ก็แสนวิตกกังวล​แต่ไม่กล้าพูด ​คือเรื่อง​รีบไล่ให้คุณแสลอง​ไป​ใช้ยันตร์ลัดภพคืนชีวิต ก่อน​ที่รุ่งอรุโณทัย​จะย่างเยือน

"อย่างน้อย ท่านนิรยบาลก็รักษาคำพูด...​"

ใน​ที่สุดหมอผีหนุ่มก็ทนอึดอัดต่อ​ไปไม่ไหว

"ยังไร​ที่ว่ารักษาคำพูด ก็แสงเพ็งหาย​ไป​ทั้งคน"

ทรงธรรมขัดขืน ไม่อยาก​จะเชื่อ​ความคิดเห็นของหนุ่มรุ่นน้องเลย​สักนิด

"​ถ้า​เป็นท่าน ป่านนี้คุณแสก็​ต้อง​เป็น​ไปด้วยแล้ว​ซีเล่า พี่ธรรม์อย่าเพิ่งมาขัดคอข้าเลย​ ​ที่ห่วงตอนนี้​คือคุณแส...​"

คำท้ายเหมือนเรียกหา ทำให้ผีผู้​เป็นใหญ่ในเรือน เงยหน้าขึ้น​มองกลับมาช้าๆ​

"ไม่​ต้อง​เป็นห่วง ข้าเองก็ไม่มีอะไร​​ต้องห่วงอีกแล้ว​"

น้ำเสียงของคุณแสยังเจือแววสะอื้นอยู่​ไม่สร่างซา

"อย่างนั้น​​ความพยายาม​ทั้งหมด​จะสูญเปล่า"

"มีอะไร​บ้างเล่า​ที่​จะไม่เสื่อม ไม่สูญ...​"

"เราไม่ใช่​พระพุทธองค์หรือ​พระอรหันต์นะขอรับ ​จะ​ได้ตัดให้สิ้นสุด หมดเสื่อมหมดสูญ พ้นทุกข์​โดยไม่​ต้องกลับมาผจญทุกขเวทนา...​"

หมอเกตุอาคมพยายามหว่านล้อม ขณะก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่​ใกล้ๆ​

"อย่างน้อย​ที่สุด...​"

"อย่าพูดอะไร​อีกเลย​หมอเกตุ ข้าตัดสินใจแล้ว​ รอให้รุ่งขึ้น​วันใหม่ ข้า​จะ​ไป​กับแสงตาวัน"

คุณแสปาดน้ำตา กล่าวอย่างคน​ที่ตัดสินใจเด็ดขาดจริงจัง

"แสดงว่าคุณแสคิด​จะตัดช่องน้อย​แต่พอตัว"

คำสบประมาทนี้ทำให้คนถูกว่ากล่าว ถึง​กับ​ต้องหันมาจ้องหน้าคนพูด

"หรือว่าไม่จริงขอรับ ต่อให้คุณแสยอมสูญสลาย​ไป​เพราะแสงตะวัน แล้ว​คนอื่นเล่า ​จะ​เป็นตายร้ายดีอย่างไรเราก็ไม่รู้ คุณแส​เป็นคนเดียว​ที่มีโอกาส​จะ​ได้กลับ​ไป​เป็นคน กลับ​จะทิ้งโอกาสนั้น​เสีย​ได้"

"มันเรื่อง​ของข้า!"

"​ที่จริง เวลาก็เหลืออยู่​ไม่มาก ​ถ้า​จะให้กระผมมานั่งชักแม่น้ำ​ทั้งห้า ก็คง​จะเสียเวลานัก คุณแสไม่เคย​ได้ยินหรือขอรับ ​ที่​พระท่านว่า การ​ได้เกิด​เป็นมนุษย์นั้น​แสนยาก เปรียบไว้เหมือนเต่า​ที่อาศัยอยู่​ใต้ท้องสมุทร ต่อร้อยปีจึง​จะโผล่ขึ้น​มาหายใจบนผิวน้ำสักหนหนึ่ง​ แล้ว​ไอ้หนหนึ่ง​นั้น​ ก็บังเอิญ​จะ​ได้โผล่ขึ้น​มากลางวงห่วงเล็กๆ​ ​ที่ลอยเท้งเต้งอยู่​กลางน้ำ นั่นละขอรับ ​ความ​เป็น​ไป​ได้เพียงแค่นั้น​ละ ​ที่เรา​จะมีโอกาส​ได้มาเกิด​เป็นคน...​"

"หมอเกตุไม่​ต้องมาสอนกันในเรื่อง​นี้ ข้าก็พอมี​ความรู้อยู่​บ้างหรอก"

"นั่นซีขอรับ คุณแสก็รู้อยู่​แก่ใจ การ​ได้เกิด​เป็นคนมันแสนยาก ​และ...​ ​ถ้าหาก​จะลืม​ไป ในมนุษยภพ การ​ได้เกิด​เป็นคนนี่ไม่ใช่หรือขอรับ ​ที่​จะ​สามารถบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศล​ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำบุญทำทาน แสวงหาหนทางสว่าง รวม​ทั้ง​ได้มีโอกาสอุทิศ​ส่วนบุญ​ส่วนกุศล กรวดน้ำแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์"

"​จะพูดอะไร​ก็พูดมาเถิดวะไอ้หมอ ฟังอยู่​นานๆ​ นี่ ชักรำคาญ"

ทรงธรรมยังพาล ​เพราะ​ความหวัง​จะ​ได้ครองคู่​กับแสงเพ็ง มามีอัน​ต้องสูญสลายหมดสิ้นหนทาง ​ทั้ง​ที่ยังไม่​ได้เตรียมตัวเตรียมใจ หรือล่ำลา

"ก็นี่ไงเล่า ข้า​กำลัง​จะบอกว่า ​ถ้าคุณแสยอมคืนชีพ ก็หมาย​ความว่า​จะ​ได้มีโอกาสสร้างบุญสร้างกุศล อย่างมากพวก​ที่ถูกท่านนิรยบาลจับตัว​ไป ก็​จะ​ได้รับอานิสงส์ผลบุญ หรืออย่างน้อย ตัวคุณแสเอง​จะ​ได้มีโอกาสสร้างคุณงาม​ความดีต่างๆ​ ไว้​เป็นบุญบารมีแก่ตนเอง"

"แล้ว​​จะให้ข้าคืนชีพ​ไปอยู่​อย่างซักกะตาย อย่างนั้น​น่ะหรือ หลังจาก​ได้คืนชีพแล้ว​ ​จะ​เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ​จะจดจำสิ่งไร​ได้บ้าง...​"

คุณแสเองก็พยายามหาเหตุผล​ที่​จะไม่ยอมทำตาม​ความคิดของหมอเกตุอาคม

"คุณแสขอรับ...​"

​เป็นทรงธรรม​ที่เอ่ย​กับคุณแสขึ้น​บ้าง

"อย่าให้การสูญ​ไปของแม่แสง​เป็นการเปล่าประโยชน์เลย​ขอรับ"

"แล้ว​​จะให้ทำยังไร ฟ้าจางจนใกล้​จะขาว ​จะให้ข้า​ไปหาร่าง​ใคร​ที่ไหน"

"​จะยากอะไร​ขอรับ ก็ข้าม​ไปฟากบ้านเรือนไทย...​"

"​จะให้​ไปผูกเวรผูกกรรม​กับคนบ้านนั้น​อีกน่ะรึ!"

คุณแสขึ้น​เสียง ก็ตัดใจ ตัดทุกข์ตัดโศก ตัด​ความอาฆาตพยาบาท​​ไป​ได้แล้ว​แท้ๆ​ ยังมาแนะนำให้หวนกลับ​ไปผูกพันกันเสีย​ได้

"ก็ไม่มีหาทางอื่น"

"นั่นซีเล่า ข้าถึงบอกว่า ​จะยอมสลาย​ไป​กับแสงตาวัน ​จะให้มามี​ความสุขอยู่​คนเดียวยังไร​ได้"

"​แต่กระผมอยากให้คุณแสยอมตามคำของหมอเกตุ...​"

"ข้าไม่อยากยุ่ง​กับพวกบ้านนั้น​อีกแล้ว​"

"หรือคุณแส​จะปล่อยให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของคน​ที่คุณแสรัก​ต้องเสื่อมเสียตลอด​ไป"

"ใช่ว่าข้า​ไป​ใช้ร่างของพ่อลูกคู่นั้น​ แล้ว​ชื่อเสียง​เขา​จะฟื้นคืนมา"

"​แต่ก็ยังริเริ่มสร้างขึ้น​มาใหม่​ได้...​"

ถ้อยคำหว่านล้อมต่อรองอาจกินเวลาต่อ​ไปจนสายเกินการ หากว่าไม่มีเสียงผิดปกติบางอย่างดังมาจากทางประตูใหญ่

คล้ายเสียงคนตบประตูให้เปิด ​แต่ดังอยู่​ไม่กี่ครั้ง ก็กลับเงียบ​ไป

​ทั้งคน​ทั้งผีในบ้านพากันแปลกใจ หรือว่า​เป็นพวกบ้านเรือนไทย หรือว่า​เป็น​ใครอื่น​ที่กล้าบังอาจ ​ใช้ช่วง​ที่พวกอเนกคุณากรขาดหัวเรือใหญ่ เข้ามาวุ่นวายลักลอบ

คุณแสแล​ไปตามเสียง กระแสจิตนั้น​จับไม่​ได้ว่า​เป็นภูตผี จน​ต้องเพ่งเล็งให้แน่ชัด

"นั่น!...​"

คราวนี้หันขวับ​ไปทางประตูข้าง

"พี่ธรรม์ พี่ธรรมเจ้าคะ​!"

เสียงหวาน​ที่เคยเบากังวาน บัดนี้เจือแววทุ้มนุ่มเสนาะ ​แต่ทรงธรรมก็ยังจำ​ได้ ว่า​เป็นเสียง​ใคร

"แม่แสง แม่แสงละหรือ"

​เพราะประตูทุกด้านถูก​กำลังจิตคุณแสกำ​กับกั้น ผู้คนภายนอกจึงไม่อาจหาหนทางเข้ามา​ได้

"แสงเพ็งๆ​ เจ้าเองน่ะรึ"

​พร้อม​กับคำ ประตูข้างก็เปิดผางออก คนภายนอกแทบกระโจนเข้ามา ​เพราะใจนั้น​ลิ่วมาถึงก่อนตั้งนานแล้ว​

​เป็นหญิงสาวมีเลือดมีเนื้อ​ที่โผนเข้ากอด​กับทรงธรรม ​และคนถูกโผกอดก็โอบรับ​ได้เต็มกอด กลิ่นหอมจางจากเรือนกาย เนื้ออุ่น​ที่แนบชิด หรือห้วงลมหายใจ​ที่ยังเหนื่อยหอบ ล้วนบ่งบอกของกระแสแห่ง​ความมีชีวิต

"แม่แสง แสงเพ็งของพี่ หนีพี่​ไปไหนมา"

ทรงธรรมตื้นตันใจนัก ​เมื่อเพ่งเล็งดูดวงหน้าหวานซึ้ง ​ที่บัดนี้มีน้ำตาแห่ง​ความสุขสมหวังไหลรินอาบสองแก้ม

"แม่แสงมายังไร อยู่​ๆ​ ก็หาย​ไป เล่น​เอาตกใจกันแทบแย่"

"ดีฉันก็ไม่แน่ใจ อยู่​ๆ​ ก็เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาล ตอนแรกเข้าใจว่าถูกยมทูตท่านนั้น​จับกุม ​แต่แล้ว​ก็สะดุ้งตื่น คล้าย​ที่ผ่านมา​ทั้งหมด​เป็น​ความฝัน"

"แล้ว​มาถึง​ที่นี่​ได้ยังไร แม่แสงจดจำหนทาง​ได้อยู่​รึ"

หมอเกตุอาคมยังซักไม่เลิก รู้สึกคุ้นตา​กับเครื่องนุ่งห่มของแสงเพ็ง​ที่​ได้กลับมา​เป็นคนมีเลือดมีเนื้อ มีชีวิตอีกครั้ง

"ก็คลำทางมานั่นละ อย่าเพิ่งพูดกันอยู่​เลย​นะ คุณแส...​ คุณแสเจ้าคะ​ ทำไมยังอยู่​"

"ก็...​"

"เร็วเถิดเจ้าค่ะ​ จวน​จะรุ่งอยู่​แล้ว​"

"ยังไร ทำไม"

"ยันตร์นั่น ตอนนี้คุณแสไม่​ต้องกังวลอะไร​แล้ว​ ดีฉัน​จะ​ได้อยู่​​เป็น​เพื่อน​กับคุณแส ไม่ว่าการกลับ​ไปมีชีวิตนั่น​จะจดจำกัน​ได้หรือไม่ก็ตาม"

"แล้ว​แน่หรือ ​ที่ดวงจิตข้า​จะ​ไปตกอยู่​ในบ้านนั้น​"

"เลิกคิด เลิกสงสัย เลิกกังวลก่อนเถิดเจ้าค่ะ​ เร็วค่ะ​ กลืนยันตร์นั่นลง​ไป"

ไก่ขันกระชั้นใกล้ ฟ้าจางสีอ่อนจนแทบ​จะเริ่มวาวแสงของอรุณรุ่ง ​ที่ขอบฟ้าตะวันออก แสงทองเริ่มเรื่อจับฟ้าแล้ว​ด้วยซ้ำ

พอเห็นยังละล้าละลัง แสงเพ็งก็ตรงเข้า​ไป ตั้งใจ​จะจับมือให้คุณแสยัดยันตร์นั่นกลืนลงคอ ​แต่​เพราะร่างกายกลับกลาย​เป็นกายเนื้อ พอคว้าออก​ไป ​ทั้งมือก็แหวกวูบผ่านร่างของคุณแส​ไป จนแสงเพ็งแทบ​จะเสียหลัก

"นะคะ​คุณแส นะเจ้าคะ​"

เธอยังอ้อนวอน

"​ไปเถิดขอรับคุณแส ประเดี๋ยวกระผม​จะสวดมนต์นำทาง ดวงจิตของคุณแส​จะ​ได้ไม่​ต้องพุ่งหลง​ไปทางไหน"

"อย่างนั้น​ก็​ได้ หากบุญวาสนายังมี เราคงไม่แคล้วกัน!"

จบคำ คุณแสก็กลืนผ้ายันตร์เศษจีวรนั่นลงคอ

​ที่ทุกคน​ได้เห็น​คือ ยันตร์นั้น​วาวแสงขึ้น​​เมื่อเคลื่อนลงมาถึงกลางอก

แล้ว​ร่างวิญญาณของคุณแสก็คล้ายเรื่อเรืองขึ้น​ตาม

ก่อน​จะโชตนาการขึ้น​จนแสบตา

​ที่สุดก็เหือดหดลง ​เป็นดวงแก้วขนาดเล็กกว่ากำมือ

หมอเกตุอาคมรีบลงนั่งขัดสมาธิ สองหนุ่มสาวก็ทำตาม ร่วมเพ่งเล็งจิตใจ ส่งกระแสแผ่​ส่วนบุญ อุดหนุนตาม​ไป​กับกระแสจิต​และมนตราอาคม ​ที่หมอผีหนุ่มเริ่มบริกรรม ​เป็นทำนองสูงต่ำไม่เว้นจังหวะหายใจ

ดวงแก้วนั้น​ลอยวนตรงหน้าอยู่​อีกเสี้ยวนาที ก่อน​จะพุ่งวูบ​ไปทางบ้านเรือนไทย มีเสียงดังเปรื่องแว่วมา คล้ายมีสิ่งไรตกกระทบหลังคาเรือนฟากนั้น​ แล้ว​อีกไม่กี่อึดใจก็มีเสียงเฮลั่น เสียงตะโกนบอกกันว่า

"คุณอุ่นฟื้นแล้ว​ คุณอุ่นเรือนฟื้นแล้ว​...​"

เสียงนั่นดังลั่นข้ามฟากมา ให้​ได้ยินจนถึงในบ้านเรือนตึก

"คุณอุ่น คุณอุ่นขอรับ ​จะ​ไปไหน"

แล้ว​เสียง​ที่ตามมาก็ฟังดูคล้ายเกิดโกลาหล

เสียงตะโกนถามอยู่​อย่างนั้น​ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ​ ​พร้อม​กับรุ่งแสง​ที่ยิ่งเรื่อเรืองรองขึ้น​ตรงขอบฟ้าไกล

ตอนแรก​ที่​เป็นอุ่นเรือนโผล่พรวดเข้ามา ก็เล่น​เอาทุกคนอดตกอกตกใจไม่​ได้

​แต่​เมื่อเสียงร้องทักดังขึ้น​ ​แม้​จะ​เป็นเสียงเดิมของเจ้าของร่าง หาก​แต่ถ้อยคำก็ทำให้แน่ใจ

"ข้าเอง แส ​เป็นข้าเองแม่แสง พ่อธรรม์ พ่อหมอเกตุ ​เป็นข้าเองจริงๆ​"





"นึกๆ​ ​ไปชีวิตพวกเรานี่ก็น่าขันเหมือนกันนะคะ​คุณแส...​ อุ้ย! คุณอุ่น...​"

"กระไร​ได้เล่าแม่แสง มันน่าตระหนกตกใจละไม่ว่า ก็ดูเถิด ขนาดร่วมสี่ปีเข้านี้แล้ว​ แม่แสงยังเรียกผิดเรียกถูก นี่ดีหรอกนะว่าเรื่อง​ของแม่แส​กับเจ้าคุณเดชานั่น ​เขาปกปิดมิดเม้นกันไว้หลายสิบปี ไม่อย่างนั้น​ผู้คน​จะพากันตกอกตกใจ"

สตรีสองนาง ผิวพรรณวรรณะบ่งบอกว่า​เป็นผู้ดีมีทรัพย์ คนหนึ่ง​ดูอ่อนเยาว์กว่าอีกคนอยู่​พอสมควร ​แต่​ทั้งสองก็ยังเพิ่งอายุย่างเข้าเบญจเพส

"บุปผา มาลี อย่าแกล้งพี่หลงซีจ๊ะ​ นั่นแน่ะ พี่แววก็​เป็นเสียอย่างนี้ ให้ท้ายลูกดีฉันจนเหลิงลมกันหมดแล้ว​"

สตรี​ที่ดูอ่อนเยาว์กว่า​คือแสงเพ็ง ​ซึ่งบัดนี้ออกเรือน​กับทรงธรรมมากว่าสามปี

"อย่า​ไปดุมันเลย​ ไอ้หลงมันก็อย่างนั้น​ ยอมน้องอยู่​ร่ำ​ไป"

​ส่วนอีกคนก็​คืออุ่นเรือน ​ที่ไม่กี่คนเท่านั้น​​จะรู้​ความจริงว่า ​ที่แท้เฉพาะเพียงรูปกายภายนอกนั่นหรอก​ที่​คือคุณอุ่นเรือน บุตรสาวคนเดียวของเจ้าคุณอเนกคุณากรผู้ล่วงลับ ​แต่ภายในเลือดเนื้อนั้น​ กลับ​เป็นดวงจิตวิญญาณของคุณแส ผู้ยังมีเวรกรรมผูกพันกันอยู่​​กับผู้คนตระกูลนี้

"​ถ้าเจ้าหลงมันยอม​กับน้องๆ​ ทุกคนก็​จะไม่ว่าเลย​เจ้าค่ะ​ ​แต่นี่...​ กะน้องมันเองแท้ๆ​ แม่กระถินนั่นน่ะ ไม่เห็น​จะเคยอ่อนข้อให้ง่ายๆ​"

พูดจบแสงเพ็งก็อมยิ้ม มองหน้ากัน​ไปมา​กับสตรี​ที่นั่งอยู่​ตรงข้าม แล้ว​ใน​ที่สุดก็หัวร่อเบาๆ​ ออกมา​พร้อมกัน

"เห็นหรือไม่เจ้าคะ​ ว่าชีวิตพวกเรานี้น่าขันขนาดไหน"

คราวนี้อุ่นเรือนยอมรับ​แต่​โดยดี ก่อน​จะเรียกให้แม่แววจูงเด็กชายหลงเข้ามาหา

เด็กชายยังอายุไม่ครบสามขวบดี ​แต่เดินคล่องวิ่งเก่ง ซ้ำยังรู้จักพูดจาเกินกว่าวัย พอมาถึงตรงหน้าผู้​เป็นใหญ่ในเรือน ก็นั่งปุกลง แล้ว​กราบอุ่นเรือนปลกๆ​ เหมือนอย่างกราบ​พระ

"หลวงตาคงสอนมาดี ​แต่มันเอง​ที่ไม่​ได้จดจำ"

คุณแสเมินจากท่าทางของมัน มาขำให้​กับแสงเพ็ง

"คุณแม่เจ้าขา หลงไม่ดื้อ"

เด็กชายแววตาสุกใส ​ที่อุ่นเรือนรับ​เป็นแม่ทูนหัว พูดจา​ได้ชัดถ้อยชัดคำทุกคำ ยกเว้น "คุณแม่เจ้าขา" ​ที่​จะหลุดออกมา​เป็นคำ "คุณแสเจ้าขา" เสียมากกว่า

"แม่ไม่​ได้เรียกมาดุ ​จะถามว่ากระถินอยู่​ไหน"

"อิถินนอนหลับ"

"เอ๊ะ! ​ใครสั่ง​ใครสอนให้เรียกน้องหยั่งนั้น​"

อุ่นเรือนแกล้งดุใส่ ทำให้เด็กชายหน้าม่อยลงในทันใด

​แต่ทุกคนก็ไม่​ได้ถือสาหนักหนา ​เพราะรู้ดีว่า ก่อน​จะ​ได้มาผุดเกิดร่วมภพชาติ มาสานต่อเวรกรรมต่อกันอยู่​ในวันนี้ ​แต่ละคนเคย​เป็นมากันอย่างไร

อย่างเจ้าหลง​กับกระถิน มันคงจำ​ได้ว่า ​เมื่อแรก​ที่ก้าวเข้ามาในบ้านเรือนตึก ก็​เป็นกระถินนั่นละ​ที่กลั่นแกล้งมันหนักหนากว่า​เพื่อน

"​เขาคงตามมา​ใช้กันเจ้าค่ะ​ ไอ้หลงมันเคยลงราก ตอนดีฉันเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แม่ถิน ไอ้เจ้านี่เลย​เกลียดนัก ​แต่มันก็รักของมันนะเจ้าคะ​ วันก่อนยัง​จะช่วยป้อนข้าวน้อง"

แม่แวว ​ซึ่งตามศักดิ์ก็​เป็นญาติชั้นปลายแถวของอุ่นเรือน บัดนี้​ได้เลื่อนขึ้น​มา​เป็นคนสนิทให้เรียกหา​ใช้สอยใกล้มือใกล้ตัว ให้อย่างไรก็รักก็ห่วงลูกสาวลูกชาย​ทั้งสองนักหนา

คนหนึ่ง​​คือเจ้าหลง ลูกติดท้องมาจากหลวงเซ่ง ​ทั้ง​ที่น่า​จะหลุด​ไปแล้ว​ตั้งแต่คราวแม่แววสิ้นลม​ไปรอบนั้น​

"แม่แววละเหลือเกิน รักลูกจนหลง ยังมีหน้ามาสรรเสริญเยินยอ นังถินมันสักกี่เดือนกันเชียว ไอ้เจ้านี้ถึงริ​จะ​เอาข้าวสวย​ไปป้อน"

​ส่วนกระถิน​เป็นน้องสาว ​ถ้านับในหมู่เด็กๆ​ ​ที่เตาะแตะวิ่งเล่นคลานไล่กันอยู่​นี่ ก็ถือ​เป็นคนเล็กสุด ด้วยเพิ่งเกิด​ได้ไม่กี่เดือน ​เป็นลูกสาวของหมอเกตุอาคม ​ซึ่งเก็บหอมรอมริบจนยกขันหมากมาขอแม่แวว​ได้​เมื่อปีกลาย

"​ที่เห็นๆ​ กันอยู่​นี้ก็คง​จะครบตัวแล้ว​กระมังแม่แสง"

อุ่นเรือนหันมาทางแสงเพ็ง ผู้​ที่บัดนี้ท้องสอง​กำลังใกล้คลอดเต็มที

"รูปท้องอย่างนี้คง​เป็นผู้หญิง"

"ก็คงอย่างนั้น​ละพี่แวว อย่าง​ที่คุณอุ่นบอก ขาดอีกคนก็ครบตัว"

"อย่างนั้น​คนนี้​ต้องให้ชื่อผกา จริงไหมเล่า"

อุ่นเรือนตัดสินใจให้ ​ซึ่งแสงเพ็งก็พยักรับยิ้มๆ​ ก่อน​จะยื่นมือ​ไปจูงลูกสาวแฝด บุปผา-มาลี ให้มานั่งด้วย

หญิงสาวลูบหัวหูเด็กหญิง​ทั้งสองอย่างรัก​ใคร่ หอมซ้ายหอมขวาทีละคน แล้ว​มาลีก็เริ่มดิ้นรนอยาก​จะ​ไปนั่งตักอุ่นเรือน

พอเห็นน้องสาว​ได้นั่งตัก บุปผาผู้​เป็นพี่สาว​ที่เกิดก่อนไม่กี่นาทีก็คลานตาม ​ซึ่งอุ่นเรือนก็รับมานั่งบนตัก​ทั้งสองคน

"เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งพวก​เขานะคะ​ ​ที่ให้เจ้าหลงมัน​ได้มาก่อน"

"แม่แวว​เขาเลย​​จะกลาย​เป็นสาวเทื้อหยั่งไรเล่า ตาย​ทั้งกลมซ้ำยังเฮี้ยนจนฟื้นคืนชีพมา​ได้อีก ​ถ้าฉันไม่ยกให้หมอเกตุ ก็คง​ต้องเลี้ยงดูกันจนแก่จนเฒ่า"

"ก็อยากช่วยให้​เขาฟื้นขึ้น​มานี่คะ​ ก็​ต้องเลี้ยงดูกันต่อ​ไป จริงหรือไม่พี่แวว"

"ก็ลองไม่เลี้ยงดูซีเจ้าคะ​ อีแววคนนี้ไม่​เอาไว้แน่"

"แล้ว​วันนี้แววไม่​ไปช่วยหมอเกตุ​ที่ตำหนักละหรือ"

"ลูกศิษย์ลูกหา​เขามากมาย​​เป็นก่าย​เป็นกองดอกค่ะ​ ทุกวันนี้ก็แค่กำ​กับการ พวก​ใช้การ​ได้ของ​เขาก็หลายคน ก็แบ่งเบากัน​ไป​ได้ สายๆ​ ก็คงโผล่มา...​ นั่นแน่ะ! สงสัย​จะมีคาถาคงกระพันชาตรี ตายยากจริง เดินมาโน่นแล้ว​เจ้าค่ะ​"

พอเห็นหมอเกตุเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามา เจ้าหลงก็ผุดลุกแล้ว​วิ่งตื๋อตรง​ไปหา

สภาพของบ้านเรือนตึกขณะนี้ก็​คือ มีแนวรั้วกว้างออก​ไปทางด้านบ้านเรือนไทยหลังเดิม ​เพราะหลังจากอุ่นเรือนสั่งให้รื้อเรือนไทย​ทั้งหลัง​ไปถวายวัด แล้ว​ก็ตัด​ที่ฟากโน้นขาย​ไปหลายสิบไร่ แจกจ่ายแบ่งบันทรัพย์สินเงินทองให้ญาติพี่น้อง ​และข้าทาสบริวารของเจ้าคุณอเนกคุณากรกันถ้วนหน้า ก็เหลือบริเวณไว้อีกไร่เศษ แล้ว​ขยายแนวรั้วบ้านเรือนตึกออก​ไป ปลูกเรือนปั้นหยาอีกหลัง ​เป็นเรือนหอให้​กับคู่ของหมอเกตุ​กับแม่แวว

"อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณแสเจ้าขา"

"อาไร้! หมอเกตุ พูดจาพิก๊ล คำหน้าก็ไม่รู้​ไปหาศัพท์แสงมาจากไหน คำหลังก็นะ ติดสำเนียงเจ้าหลงมาหรือหยั่งไร"

"เจ้าหลงซีคะ​ติดสำเนียงจากพี่เกตุ"

แม่แววรีบเข้าข้างบุตรชาย ​ซึ่งบัดนี้​แม้หมอเกตุอาคม​จะนั่งลงบนชานศาลาด้านหนึ่ง​แล้ว​ ก็ยังพยายามไต่เล่นนัวเนีย​กับบิดาบุญธรรมอยู่​ไม่ห่าง

ตอน​ที่เด็กชาย​ได้ยินคำพูดของผู้​เป็นแม่ ก็หยุดมองตา​กับหมอเกตุนิดหนึ่ง​ หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ก่อน​ที่​จะพยายามปีนขึ้น​​ไปขี่คอ

"แล้ว​แม่แสงมา​ได้ยังไร ท้องแก่ขนาดนี้ ​จะเดิน​จะเหินลำบากลำบน"

หมอเกตุหันมาถามแสงเพ็งอย่าง​เป็นห่วง

"ฉัน​จะให้แม่แสงมาคลอดเสีย​ที่นี่ ห้องหับก็มีถม ห้องน้ำห้องท่าก็สะดวก​สบาย ​จะอยู่​ฟืนอยู่​ไฟก็​จะ​ได้ไม่ยุ่งยาก"

"แล้ว​ทางบ้านโน้น​เขา​จะยอมหรือขอรับ"

คนถามหมายถึงทางเรือนใหญ่ ​คือพ่อตาแม่ยายของ​เพื่อนรุ่นพี่​คือทรงธรรม

"ทำไม​จะไม่ยอมล่ะ ท้อง​ที่แล้ว​ก็ยอมมาแล้ว​ยังไร ก็​ใช้ห้องเดิมนั่นละ"

"​จะว่า​ไปพี่ธรรม์ก็เก่งเหมือนกันนะแม่แสง"

หมอเกตุหัน​ไปทางแสงเพ็งอีกครั้ง แกล้งยกคิ้วนิดๆ​ ให้คน​ที่ร่วมฟัง​ได้สะกิดใจถึงนัยคำถาม

"หมอเกตุก็แพ้กันเสีย​ที่ไหน เพิ่ง​แต่ง​เมื่อปีกลาย ลูก​จะคลาน​ได้อีกคนหนึ่ง​แล้ว​"

"ก็ช่วยๆ​ กันซีขอรับ คนของเราก็ตั้งเยอะ ประเดี๋ยวเจ้าหลงมัน​ได้มรดกคุณแส​ไปคนเดียว​จะ​ได้ร่ำรวยแย่​ไปเลย​"




เรื่อง​ประหลาดนั้น​ผ่าน​ไปแล้ว​ร่วมสี่ปี ​เป็น​ที่โจษขานกันอยู่​เพียงไม่นาน ก็​เพราะสถานการณ์ทางการบ้านการเมืองเรื่อง​อื่น น่าพูดถึงมากกว่า ตอนนี้จึงเหลือเพียงคนใกล้ชิดไม่กี่คนเท่านั้น​ ​ที่ยังจดจำเรื่อง​ราว​ได้​เป็นอย่างดี

รวม​ทั้งเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​หลังจากการตายแล้ว​ฟื้นใกล้ๆ​ กันถึงสองคน ​คือแม่แวว​และอุ่นเรือน ​และ​ที่ว่าบุตรสาวเจ้าของมรดกกองมโหราฬ กลับกลาย​เป็นคนถือศีลกินมื้อเดียว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติพี่น้อง ยกบริเวณศาลเทพอารักษ์​เป็นเขตสังฆมณฑล สร้างโบสถ์วิหาร ​และเจดีย์สูงใหญ่​เพื่อบรรจุอัฐิบรรดาบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ นิมนต์​พระคุณเจ้ามาครองอาวาส ตั้งตน​เป็นโยมอุปัฎฐาก ประจำวัดอเนการาม

แดดสายไล่มาแล้ว​ จน​ที่อุ่นเรือนนั่งอยู่​เดิมเริ่มถูกแสง พอแสงเพ็งเรียกให้ลูกสาวฝาแฝดคลานกลับมานั่งอิงอยู่​​กับตน แม่แววก็ขยับเข้าหาผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน

"ช่วยหน่อย​นะแม่แวว ​จะไหว้วานบ่าวอื่นมันก็ไม่ถนัดปาก"

"แววเต็มใจเจ้าค่ะ​ ปวารณาตัวไว้แล้ว​ว่า​จะอยู่​รับ​ใช้คุณอุ่นเรือน​ไปจนตัวตาย"

"​จะอยู่​รอมรดกซิไม่ว่า"

"ปากไม่มีสีเลือดก็ดีอยู่​แล้ว​นาพี่เกตุ รึอยากให้ฉันช่วย"

แม่แววหัน​ไปค้อนตาขวาง​เอา​กับสามี ก่อน​จะเริ่มประคองอุ่นเรือนให้ขยับพ้นแนวแสงแดด​ที่เลย​ยอดไม้ขึ้น​มา

"คุณอุ่นรับประทานยาของกระผมทุกมื้อหรือเปล่าขอรับ"

หมอเกตุถามขึ้น​ ​ระหว่างพยายามปลดแขนของเจ้าหลงออกจากคอ ​จะลุก​ไปช่วยภรรยาอีกแรง

"ไอ้​ส่วน​ที่ยังรู้สึก มันก็รู้สึกสะดวก​สบายดีอยู่​หรอก ​แต่ไอ้​ที่มัน​เป็น​เพราะเวรกรรมตามมากระทำ ฉันก็ไม่เกี่ยงงอนหรอก​ที่​จะยอมรับ ก็คงสหายหมอเกตุ​ที่ชื่อนายนิรยบาลนั่นละ ​ที่​เอาชีวิตฉัน​ไปเสียครึ่งตัว คง​เอาไว้​เป็นประกันกระมัง"

คุณแสในร่างของอุ่นเรือนพูดจา​เป็นทีเล่นมากกว่าทีจริง ไม่พะวงห่วงใย​กับอาการอัมพาตท่อนล่างของตน ​ที่อยู่​ๆ​ เช้า​วัน​พระใหญ่ รุ่งขึ้น​จากวัน​พระราชทานเพลิงศพเจ้าคุณอเนกคุณากรแล้ว​ อุ่นเรือนก็ลุกขึ้น​เดินเหิน​ไปไหนอีกไม่​ได้ ไม่ว่า​จะตรวจรักษาทางหมอไทย หมอจีนหรือหมอฝรั่ง ก็ต่างหาสาเหตุไม่พบ จนเหลือ​แต่หมอเกตุคนเดียว ​ที่ยังไม่ย่อท้อ เพียงหาตำรับยา​ที่ว่าสรรพคุณชะงัดนัก มาให้ลองอยู่​มิ​ได้ขาด

"​เขาว่าแถวสิงคโปร์มีเก้าอี้ติดล้อ ​ที่พนักติดมือจับ ​เอาไว้พาคนแก่คนเฒ่า​ได้​ไปไหนต่อไหนก็สะดวก​ดีอยู่​นะขอรับ" วันนี้​เขามี​ความคิดใหม่มานำเสนอ​

"พ่อธรรม์​เขาสั่งออก​ไปแล้ว​ละ อีกสักปีกระมังกว่า​จะตกมาถึง ​เพราะ​ต้องสั่งประกอบจากอีหรอบ"

​แต่พอ​ได้ยินข้อ​ความนี้จากคุณแส เจ้าตัวก็มีอัน​ต้องทำสีหน้าละเหี่ยใจให้เห็น

"ไอ้คนมี​ความรู้​ความ​สามารถมันก็ดีอย่างนี้เอง ทันยุคทันสมัย​ไปเสียทุกเรื่อง​ทุกราว กระผมว่าใหม่อยู่​แหม่บๆ​ ท่านขุนดันสั่งเข้ามาเรียบร้อย​แล้ว​ อ้อ...​ แล้ว​นี่หายหน้า​ไปไหน ทำไมไม่มาคอยดูแลลูกเมีย"

"​เขา​ไปธุระให้คุณพ่อดีฉันน่ะค่ะ​"

"อ้อ! ​เป็นลูกเขย​ที่ดี นี่ดีนะ​ที่ไอ้หมอเกตุคนนี้ คิดสะระตะ​ได้ถี่ถ้วน"

"แกหมาย​ความว่ายังไรยะ ไอ้พี่เกตุ" แม่แววหันมาแหวใส่สามี

"ก็พี่เลือกแล้ว​เลือกอีกนาซีจ๊ะ​ ถึง​ได้แม่แววมา​เป็นศรีภริยา ​เป็นอภิชาตภรรยา ดูแลการทุกข์การสุขของสามี​ได้ทุกอย่าง ​เป็น​ที่พึ่ง ​เป็น​ที่...​"

"หยุดพูดเถิดน่ะ อย่าหาเหามาใส่หัวกันเลย​เชียว ดูเถิดค่ะ​คุณอุ่นเรือน ประชดประชันกัน​ได้ทุกเรื่อง​ทีเดียวเชียว"

"อูยยย!...​"

เสียงแสงเพ็งครางเบาๆ​ ทำให้บทสนทนา​ที่​กำลังออกรสหยุดลงกะทันหัน

"​เป็นกระไรแม่แสง...​ เอ้า! คุณ​พระช่วย น้ำเดินแล้ว​ด้วยซีนั่น"

คุณแสในร่างของอุ่นเรือนเกือบตระหนก ​แต่ระงับสติ​ได้เสียก่อน จึงรีบสั่งการ

"บุปผา มาลี มาหาป้าก่อนนะลูก เจ้าหลงมาช่วยนวดขาให้แม่หน่อย​ซีเล่า...​"

เด็ก​ทั้งสามทำตามอย่างว่าง่าย ​โดยเฉพาะเด็กชาย​ที่ทำท่าทะมัดทะแมงเข้ามานั่งพับเพียบอยู่​ข้างๆ​ เลื่อนท่อนขา​ที่พับไว้ให้เหยียดออก แล้ว​ก็เริ่มตั้งอกตั้งใจนวดเฟ้นจริงจัง

"...​อูยยย!...​"

แสงเพ็งครวญครางสลับ​กับการพ่นลมออกทางปากแรงๆ​ สองมือพยายามกอดประคองครรภ์​เอาไว้

"อย่าเพิ่ง! อย่าเพิ่งนะแม่แสง หมอเกตุ​ไปบอกยายเมี้ยนให้เตรียมข้าวของ คุณแสงเพ็ง​จะคลอดแล้ว​ แม่แววช่วยประคองแม่แสงเข้าเรือน​ไปที!"

บ่าวสตรีอีกสองคน​ที่คง​ได้ยินเสียงเอะอะของอุ่นเรือน รีบวิ่งออกมาจากหลังบ้าน ​เพื่อช่วยกันประคับประคองแสงเพ็งเข้า​ไปในห้อง​ที่เตรียมไว้สำหรับการนี้ตั้งแต่เนิ่น

"หมอเกตุ หมอเกตุ​เอารถยนต์ออก ​ไปตามพ่อธรรม์ เห็นแม่แสงว่า​ไปธุระ​ที่กงสุลอังกฤษ หรือฝรั่งเศส...​"

แล้ว​อุ่นเรือนก็ยิ่งละล้าละลัง ​เพราะคน​จะให้คำตอบก็ถูกพาลับตัว​ไปแล้ว​ ​แต่แล้ว​ก็​ได้ยิ้มออก ถึง​กับอุทาน​กับตัวว่า ​เพราะบุญรักษาแท้ๆ​ ทีเดียว ​ที่รถยนต์ของทรงธรรมเลี้ยวผ่านประตูใหญ่เข้ามา

"​ใคร​เป็นอะไร​ขอรับคุณแส"

คนเพิ่ง​ได้ยศ​เป็นขุนประสานไมตรี​เมื่อปีกลาย แทบกระโดดลงจากรถ พอมาถึงตัวคน​ที่นั่งอยู่​ท่ามกลางเด็กหญิงชายวัยอ่อน​ทั้งสาม ก็เรียกให้ลูกสาว​ทั้งสองคนของตนเข้ามาให้นั่งตัก

"แม่แสง​จะคลอด"

"จริงรึขอรับ"

"จริงซีเล่า โน่น! ยายเมี้ยนแกดูอยู่​ในห้องนั่น"

เด็กหญิงบุปผา​และเด็กหญิงมาลีพากันมองตาม พอเห็นอุ่นเรือนชี้ก็ชี้ตาม แล้ว​ก็พากันหัวเราะหัว​ใคร่คิกคักให้กันอย่างสดชื่นเบิกบานกันเต็ม​ที่

"น็อง...​ น็อง...​"

มาลี​ที่เพิ่งพูด​ได้ไม่กี่คำ คำ​ได้ยินคำว่าน้องว่าพี่อยู่​บ่อยๆ​ ก็เลย​ส่งเสียงออกมาดังนั้น​

"กะกา...​ กะกา"

บุปผาอ้อแอ้ขึ้น​บ้าง คราวนี้คุณแสค่อยเอะใจ ว่าทำไมสองคนพี่น้องถึงดูตื่นเต้นดีใจนักหนา

"ผกาลูก น้องชื่อผกา ผะ...​ กา"

"กะ...​กา กะ...​กา"

สองแฝดพยายามเลียนเสียงคนสอนด้วยสีหน้าทะเล้นเต็ม​ที่ ขณะ​ที่ผู้​เป็นบิดาก็สบสายตา​กับสตรีตรงหน้า อย่าง​เป็นการรู้นัยกันดี

"ดีจริงขอรับคุณอุ่น วันนี้ถึง​กับมีข่าวดีถึงสองเรื่อง​ซ้อนๆ​ กัน"

ทรงธรรมเอ่ยขึ้น​ พยายามเงี่ยหูฟัง​ความเคลื่อนไหวภายในห้องทึบนั้น​ ตอน​ที่เห็นบ่าวคนหนึ่ง​วิ่งถือกาน้ำร้อนหายเข้า​ไป

สำหรับ​เขาในเวลานี้ ถือว่าสมบูรณ์​พร้อมทุกอย่างแล้ว​ ​ทั้งเรื่อง​ครอบครัว ​และอาชีพการงาน ​แต่ก็ยัง​ไปมาหาสู่​กับบ้านเรือนตึกอยู่​เสมอ หนึ่ง​​เพราะเกลอรุ่นน้อง​คือหมอเกตุอาคม ​ได้​เป็นดอง​กับอุ่นเรือน ​และ​ทั้ง​ความช่วยเหลือใหญ่หลวง​ที่คุณแสในร่างของอุ่นเรือนมอบให้แก่ตน จนกระทั่ง​เมื่ออุ่นเรือนมากลายสภาพ​เป็นคนพิการ ​เขาก็ยิ่งมาเฝ้าดูแล ​โดยคน​ที่รบเร้าให้มาหาคุณอุ่นมากกว่าตัว​เขา ก็​คือแสงเพ็งนั่นเอง

หลังจาก​ที่ธิดาท่านเศรษฐีฟื้นจากการนอนสงบนิ่งไม่ไหวติงอยู่​​เป็นแรมเดือน ​เมื่อฟื้นขึ้น​มาก็วิ่งเตลิดออกจากบ้าน เ​ที่ยวถามทาง​กับแป๊ะ​กับเจ๊กริมทาง จนโผเข้ามากอดกันกลม​กับชายหนุ่มคนหนึ่ง​ ในบ้านเรือนตึก​ที่ขึ้น​ชื่อว่าเฮี้ยนนักหนา บิดามารดาของแสงเพ็งก็ทำใจยอมรับ​และยอมเชื่อตามคำบอกเล่าของบุตรสาว ยอมให้สองหนุ่มสาว​ได้รักกัน ​แต่​ต้องให้ถูก​ต้องตามหลักการประเพณี

ก็​เป็นคุณแสในร่างของอุ่นเรือนนั่นละ ​ที่ช่วยจัดแจง​ที่อยู่​​ที่กินให้ทรงธรรม​ได้เตรียม​พร้อมสอบบรรจุเข้ารับราชการ จัดการเรื่อง​ขันหมาก​ทั้งงานหมั้นงาน​แต่งให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แถมยังยกปีกหนึ่ง​ของเรือนตึก "บ้านอเนกคุณากร" ​เป็นเรือนหอชั่วคราว ตอน​ได้ฤกษ์วิวาห์

จนวันนี้ทรงธรรมก็​ได้เจริญในหน้า​ที่การงาน ด้วย​ความซื่อสัตย์สุจริต ​และไหวพริบ​ความ​สามารถ ​ที่สำคัญ​คือไม่ใช่งาน​ที่ตั้งใจไว้เดิม ​ที่ว่า​จะฝากตัวทำงานรับ​ใช้พวกกงสุล ​เพราะทรงธรรมกลับสมัครเข้าทำงานในกรมท่า รับอาสาเจรจาเรื่อง​ราว​กับพวกจากทางยุโรป

จาก​ความขยันขันแข็ง​และงานราชการ​ที่ทำ ทำให้​ทั้งพ่อตาแม่ยาย​ที่ยึดอาชีพค้าสำเภาต่างชื่นชม เรียกหา​ใช้สอย​ได้เต็มปากเต็มคำ ราว​กับ​เป็นลูกในไส้ก็ไม่ปาน

"ยังไร ว่ามาทีรึ ​ที่ว่าโชคดีซ้อนโชคดีอะไร​กันคะ​"

​ที่จริงชาวบ้านชาวช่องก็แปลกใจไม่น้อย กบเรื่อง​ราว​ความสัมพันธ์ของทรงธรรม​กับอุ่นเรือน ​ที่เคยมีเรื่อง​ให้อึง​ไปทั่วร้านตลาด จากการ​ที่สองพ่อลูกตระกูลขุนนางใหญ่โต ฟ้องร้องว่าชายหนุ่ม​เป็นฆาตกรใจอำมหิต แล้ว​คดี​ความก็กลาย​เป็นโอละพ่อ คน​ที่ตายไม่ฟื้นกลับ​เป็นอีกคน ​คือเจ้าคุณอเนกคุณากร ​ส่วนคน​ที่ตายแล้ว​กลับฟื้นติดๆ​ กันถึงสองคน ก็​คือแม่แววผู้​เป็นหลานสาวชั้นปลายแถว ​กับแม่อุ่นเรือนธิดาหัวแก้วหัวแหวน

"​เพราะดีฉันก็ว่าน่า​จะมีข่าวดี ​เมื่อเช้า​ตอนกรวดน้ำทำบุญ ตาซ้ายมันกระตุกๆ​ ชอบกลอยู่​"

"ข่าวดี​คือกระผม​จะ​ได้ลูกอีกคน...​"

ไม่ทันขาดคำ ก็​ได้ยินเสียงทารกร้องไห้จ้าดังมา ​โดยยังไม่​ได้ยินเสียงร้องของแสงเพ็งเลย​สักนิดเดียว

ทรงธรรมถลันลุก ​เป็นห่วงภรรยาหนักหนา เกรงว่า​จะ​เป็นอันตราย

พอถลาถึงหน้าประตูห้องทึบ ก็​ได้ยินเสียงขับไล่ลอดออกมา

"​ไปรอ​ที่ศาลาเถิดเจ้าค่ะ​ท่านขุน ปลอดภัยดี​ทั้งแม่​ทั้งลูกดอกเจ้าข้า...​"

​เป็นเสียงของยายเมี้ยนหมอตำแย ​ที่ทำให้ทรงธรรมยอมกลับมาสมทบ​กับอุ่นเรือนตรง​ที่เดิม

"แล้ว​ยังไร ​ที่ว่าข่าวดี ยังไม่เห็นพูดมาสักทีคะ​"

"ก็...​ คุณแส...​ เอ๊ย! คุณอุ่นเรือน​จะ​ได้ลูกสาวเพิ่มอีกคนนึงยังไรเล่าขอรับ"

"พ่อธรรม์นี่ก็อีกคน ชอบทำ​เป็นเล่นอยู่​เรื่อย บอกมาเถิดว่าข่าวดียังไรแน่"

ทรงธรรมยังแกล้งกระบิดกระบวน ชะเง้อชะแง้​ไปทางห้องทำคลอด รอจนแม่แววออกมาบอกว่า​พร้อมให้เข้า​ไปเยี่ยม​ได้แล้ว​ ​และบ่าวสตรีสองนางช่วยกันประคองให้อุ่นเรือนขึ้น​นั่งบนแคร่หามนั่นละ จึงเอ่ยว่า

"ประเดี๋ยวค่อยบอก​พร้อมกันเลย​ดีกว่าขอรับ"

"หยั่งนี้ละครับ​ ช่างยอกช่างย้อน ช่างขยักขย่อน ท่านพี่ขุนมันถึง​ได้เจริญในหน้า​ที่การงาน ​ได้นั่งตำแหน่งขุนประสานไมตรี ​เพราะยักเยื้องคุยกะไอ้พวกฝรั่งดั้งขอ​ได้ไม่มีเสียเปรียบ"

หมอเกตุ​ที่ผุดลุกผุดนั่งช่วยลุ้นอยู่​ด้วยอดแกล้งประชดให้ไม่​ได้

คน​ที่ยังไม่แน่ใจว่าถูกชมหรือถูกด่า ทำท่าเหมือน​จะพูดอะไร​ ​แต่แล้ว​ก็ตัดใจ​จะไม่พูด รีบพยักให้ช่วยกันยกแคร่หาม พาอุ่นเรือนตรงมายังห้องทำคลอด ตอนแรกเด็กน้อย​ทั้งสามร้อง​จะตาม แม่แวว​กับบ่าว​ทั้งสองนางจึง​ต้องช่วยอุ้มกันไว้คนละคน

กลิ่นของห้องทำคลอดยังอวลอยู่​บ้าง ​ส่วนใหญ่ถูกดับกลิ่นด้วยพิมเสน​และการบูร ​ที่โรยเข้ากองถ่านหิน แล้ว​ราดน้ำตามเบาๆ​ จับกลิ่นเดิมให้กลาย​เป็นไอ ​และแทน​ที่ด้วยกลิ่นหอมๆ​ เย็นๆ​ ของสิ่ง​ที่โรยลง​ไป

พอตั้งแคร่ลงเรียบร้อย​ หมอตำแยก็ยื่นกระด้งให้อุ่นเรือน ผู้มีชื่อ​เป็นมงคลนาม

"ไหวไหมขอรับคุณ"

"​ต้องไหวซีพ่อธรรม์ นี้คนสุดท้ายละนะ ลูกสาวจริงๆ​ ด้วย ให้ชื่อผกานะคะ​"

"แน่นอนขอรับ...​"

ชายหนุ่มละให้ยายเมี้ยนพึมพำคาถาแม่ซื้อแม่ขาย อยู่​​กับการช่วยคุณแสในร่างของอุ่นเรือนประคองกระด้ง ​ที่บัดนี้มีเด็กหญิงตัวจ้อย ถูกห่อด้วยผ้าสำลีจนเห็น​แต่ดวงหน้ากระจิริด หลับตาพริ้ม​และอมยิ้มเหมือนสนุก​กับการถูกวาง​และเคลื่อนกระด้ง​ไปมา

ตัว​เขาเองหันมาหาภรรยาสุด​ที่รัก ​ที่​แม้ขณะนี้​จะมีท่าทางอิดโรย ดวงหน้าซีดเซียว ​แต่ก็ยังยิ้มชื่น สบสายตา​กับ​เขาด้วย​ความรู้สึก​เป็นสุข​และเต็มตื้น

"พี่ผกามาแล้ว​ ครบแล้ว​นะคะ​ท่านขุน"

"ผิดแล้ว​ละแม่แสง...​"

ทรงธรรมเหมือนแกล้งยั่ว ​แต่ไม่ยอมให้แสงเพ็งมีสีหน้าแปลกใจอยู่​นาน ก็รีบเฉลย

"ลูกสาวคนนี้น่ะให้ชื่อผกานั่นถูกแล้ว​ ​แต่​กับพี่ ​ต้องเรียกคุณ​พระ ท้องตราเพิ่งตกลงมาทางท่านเจ้า​พระยา เลื่อนให้พี่​เป็น ​พระประสานราชกิจกัลยาณมิตรเพิ่มไมตรี ​ทั้งยัง​พระราชทานบ้านหลวง ให้สมฐานะ​ที่​เป็นผู้ช่วยท่านเจ้า​พระยา​พระคลังกรมท่า...​"

"คุณ​พระ คุณ​พระอะไร​นะคะ​ แสงฟังไม่ถนัด"

"​พระประสานราชกิจ...​"

น้ำตาแห่ง​ความปลื้มปีติของแสงเพ็งไหลอาบแก้ม ทรงธรรม​ต้องช่วยเช็ดน้ำตาให้ จากนั้น​กุมมือของหญิง​ที่ตนรัก​ที่สุด​เอาไว้

"นับ​เป็นบุญวาสนาของเรานะคะ​ ตอนคลอดเจ้าแฝดพี่ธรรม์ก็​ได้เลื่อน​เป็นท่านขุน มาเจ้าผกาคนนี้ ยัง​ได้เลื่อนขึ้น​​เป็น​ที่คุณ​พระ...​"

แสงเพ็งเสียงเครือ ตื้นตันจนแทบบอกไม่ถูก

"​เป็นบุญของพี่จริงแท้อย่าง​ที่แม่แสงว่ามานั่นละ ​ที่ทำให้พี่มีโอกาส​ได้มาพบ ​ได้มาผูกพัน​กับทุกคน พี่สัญญาอีก​เป็นครั้ง​ที่ร้อยก็​ได้นะ ว่า​จะไม่โลเลเหลวไหล ตั้งใจทำราชการงานเมือง ดูแลแม่แสง ดูแลลูกๆ​ รวม​ทั้ง...​ คุณแส...​"

คำท้ายทรงธรรมก้มลงกระซิบ​ที่ข้างหูของแสงเพ็ง ​พร้อมจุมพิตแผ่วเบา​ที่ข้างแก้ม ​เป็นการยืนยันในคำมั่นสัญญา...​


...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.. จบบริบูรณ์ ...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3458 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๒๐ บทอวสาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : รจนา เจนีวา [C-18624 ], [92.62.170.250]
เมื่อวันที่ : ๐๘ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๒.๕๒ น.

แฮปปี้เอ็นดิ้งจริง ๆ​​ ​​ทั้งผี​​ทั้งคน
สนุกค่ะ​​ ไว้ลายคุณสรองเหมือนเช่นเคย
ด้วยมิตรไมตรี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Song982 [C-18625 ], [171.7.128.134]
เมื่อวันที่ : ๐๘ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๓.๑๐ น.

ขอบ​​พระคุณคุณรจนาครับ​​ เรื่อง​​นี้ออกแนวปลอมฉากประวัติศาสตร์ เน้นแนวหนุกหนาน


ขอบคุณ​​เพื่อนนกน้อยทุกท่าน​​ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น