นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #20
SONG-982
...​ใครๆ​ ก็รู้ถึง​ความรัก​และแรงเฮี้ยนของผีนางนาก ​แม้​จะยังครั่นคร้าม​ที่​จะเอ่ยถึง ​แต่ก็ยังยกย่องใน​ความรัก​ความภักดี​ที่นางมีให้แก่นายมาก บางคน​ที่เชื่อว่านางนาก​คือต้นแบบของรักแท้อันจีรัง ยังสร้างศาลไว้ให้​เป็นอนุสรณ์​ที่ตรงข้างวัดมหาบุศย์ วัดแถวทุ่ง​พระโขนง...

ตอน : บทที่ ๑๙

​ทั้งคน​ทั้งผีต่างนิ่งงัน จนหมอเกตุอาคมเริ่มโอดโอย จึงเหมือนทุกคนค่อย​ได้สติ

ผู้ถูกสวมร่างมีท่าทางอ่อนเปลี้ยจนทรงธรรม​ต้องรีบเข้า​ไปประคอง รอยฟกช้ำ​ที่ปรากฏ ทำให้​ต้องเร่งถามไถ่

"เอ็ง​เป็นหยั่งไรบ้าง​ไอ้หมอ"

ตอนแรกหมอผีหนุ่มผู้​ซึ่งเพิ่งถูกนายนิรยบาลแห่งยมโลกประทับร่าง ก็ยังดูงุนๆ​ งงๆ​ จน​เขาหลับตานิ่ง​ไปอึดใจใหญ่ ก่อน​จะระบายลมหายใจออกมาช้าๆ​ แล้ว​ค่อยพูดว่า

"ข้า...​ ข้าไม่​เป็นไรแล้ว​ละพี่ธรรม์"

​แต่สายตาสามคู่​ที่มองมา อันมีหนึ่ง​​คือชายหนุ่มรุ่นพี่ ​กับอีกสองผีสาว ทำให้หมอเกตุอาคม​ต้องขยาย​ความ

"ก็...​ ถูกท่านนิรยบาลเข้าเหยียบร่าง มันให้ระโหยระเหี่ยในอกยังไรบอกไม่ถูก...​"

"แล้ว​เกิดอะไร​ขึ้น​ ทำไมท่านนิรยบาลอะไร​นั่นถึงมา​ได้"

แสงเพ็งแทรกถาม ถึงเรื่อง​​ที่ร้อนใจ​ที่สุดในเวลานี้

คนถูกถาม​ได้​แต่มองคนนั้น​ทีคนนี้ที ก่อน​ที่​จะระบายลมหายใจออกมาอย่างปลงๆ​

"ก็​เพราะคาถาแลกชีพคืนวิญญาณน่ะซีเล่า ​เขาบอกว่ามันฝืนกฎเกณฑ์ของเวรกรรม เรื่อง​เลย​ร้อนถึงผู้คุ้มกฎของยมโลก"

"แล้ว​ทำไมอยู่​ๆ​ ท่าน...​ ท่านนิรยบาลถึงถอนร่าง​ไปล่ะ"

ทรงธรรมถามขึ้น​บ้าง ​เพราะตนก็ยังงง ว่าพยายามมาตั้งมากมาย​ สุดท้ายแค่หมัดเดียว กลับทำให้ผู้คุมกฎแห่งนรกภูมิล่าถอย​ไป​ได้

"เรื่อง​นี้...​ ข้าก็ไม่แน่ใจ พี่ธรรม์ต่อยเข้า​ที่กระเดือก แล้ว​...​ท่านก็ถอนร่าง​ไปใช่ไหมล่ะ อาจ​เป็นจุดอ่อนละกระมัง เรื่อง​นี้ข้าไม่เคยรู้มาก่อน...​"

"อย่างนั้น​ ตอนนี้ท่าน​ไปแล้ว​ เราก็รีบหนีกันก่อนเถอะ ​ไปเร็ว รีบหนีกันเถิด"

หมอเกตุพูดไม่ทันจบคำ ตอน​ที่ทรงธรรมเร่งชวนหนี ซ้ำยังคว้าข้อมือของ​ทั้งคุณแส​และแสงเพ็งให้ออกเดินทันที

"ประเดี๋ยวซีพี่ธรรม์ มัน​จะมีประโยชน์อะไร​ล่ะ ไม่รู้หรือว่าพวกจากยมโลกน่ะ ​ถ้าหมายหัว​ใครแล้ว​ มันผู้นั้น​ไม่มีวันหนีพ้น ใช่ไหมขอรับคุณแส"

"อย่างนั้น​ พวกพี่บุปผา มาลี พวกเจ้าหลง​จะ​เป็นยังไร"

คุณแสยังไม่ทัน​ได้ตอบคำของหมอเกตุ แสงเพ็งก็ชิงถามขึ้น​ก่อน

"คงไม่​เป็นไร ท่านบอกว่า​ต้องพา​ไปตรวจบัญชีกรรม อัน​ที่จริง ​ถ้าบุญ​ความดีมีอยู่​มาก อาจ​จะ​ได้​ไปเสวยสุขบนสวรรค์ชั้นฟ้าด้วยซ้ำ"

คนตอบก็พยายามตอบ​ไปในทาง​ที่ดี ​ทั้ง​ที่ตนเองก็ไม่แน่ใจเลย​สักนิด

"คงอย่าง​ที่หมอเกตุว่านั่นละแม่แสง เราเพียงติดอยู่​​ที่ภพภูมินี้ ไม่​ได้เคลื่อน​ไปตามครรลอง​ที่ควร...​"

คุณแส​ต้องช่วยปลอบ​เมื่อเห็นว่าสีหน้าของแสงเพ็งไม่ดีขึ้น​

"เพียง​แต่​ถ้า​ไปยังภพภูมิอื่น...​ พวกเรา...​ พวกเราก็​จะไม่​ได้...​"

​แต่​ไปๆ​ มาๆ​ คนพยายามปลอบก็กลับมีอาการเหมือน​จะร้องไห้เสียเอง

"ตอนนี้ไม่​เป็นไรหรอกขอรับ ทิวาวารอย่างนี้ ท่านนิรยบาลคงอ่อน​กำลังนัก คง​เพราะเร่งมาสืบสาว​เอา​ความ เลย​​ต้องเหยียบร่างกระผมมาตอนกลางวันแสกๆ​ ​จะ​ได้​ไปมา​ได้สะดวก​"

"แล้ว​ตอนกลางคืน...​"

ทรงธรรมถามขึ้น​บ้าง

"กะพวกเราน่า​จะไม่​เป็นไร ​เมื่อกี้ข้าเพิ่งเข้าใจว่า ​ถ้ากดกระเดือก​เอาไว้ หลอดลมติดขัด กระแสปราณเดินไม่สะดวก​ ท่านก็เข้าเหยียบร่างเราไม่​ได้"

"แล้ว​...​ พวกแม่แสงเล่า"

"นั่นนะซี พอตะวันลับดวง ​พระจันทร์ขึ้น​เสวยราตรี ท่านนิรยบาล​ต้องมาอีกแน่ๆ​"

แค่​ได้ยินดังนั้น​ สองผีสาวก็ต่างตัวสั่นขวัญหาย ซุกตัวเข้าหากัน คล้ายลูกนกน้อยพลัดจากรังแล้ว​ขาด​ที่พึ่ง

"คุณแส​กับแม่แสงใจเย็นไว้ก่อนเถิด ยังมีเวลา ประเดี๋ยวพี่​กับหมอเกตุ​ไปค้นตำรา​ที่ตำหนักเทพอาคม น่า​จะมีหนทางแก้ไขบ้างละน่า"

ทรงธรรม​ต้องปลอบ ​พร้อมสะกิดหลังให้หมอเกตุรีบร่วมยืนยันให้มั่นเหมาะ

"อย่างนั้น​ก็อย่าเสียเวลากันเลย​ ​ไปกันเถิดไอ้หมอ"

พูดจบ​เขาก็รีบจูงมือหนุ่มรุ่นน้องออกมา ​โดยไม่สนใจอาการยังลังเลละล้าละลังของหนุ่มรุ่นน้อง

"เร็วเข้าซี เวลามีไม่มาก!"

พอสองหนุ่มจาก​ไปแล้ว​ ​ทั้งบ้านก็เงียบเหงาอย่างยิ่ง จาก​ที่เคยครึกครื้น​เพราะภูตผีตนอื่นๆ​ ​ทั้งเสียงหยอกล้อเย้าแหย่ ​ทั้งเสียงหัวร่อต่อกระซิก บางทียังแกล้งเข้าวงมโหรี ดีดสีให้เสียงดนตรีแววหวาน ดังข้ามคุ้งน้ำให้ชาวบ้านหวาดผวาเล่น

บัดนี้...​ เหลือเพียงผีคุณแสผู้สิงสถิตอยู่​ในบ้านอเนกคุณากรมา​แต่เดิม ​กับผีสาวแสงเพ็ง ​ซึ่งเพิ่งมา​เป็นสมาชิกใหม่

"พวกพี่ธรรม์​จะหาหนทาง​ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะเจ้าคะ​"

แสงเพ็งปรารภออกมาเบาๆ​ ใจนั้น​ไม่อยากคิด​ไปในทางไม่ดีเลย​จริงๆ​

"ถึงตรงนี้เราคง​ต้องปล่อย​ไปตามบุญตามกรรมแล้ว​ละแม่แสง"

คุณแสก็​ได้​แต่ปลอบอย่างปลงๆ​ พยายามทำใจยอมรับชะตากรรม​ที่​จะเกิดขึ้น​




ทรงธรรมเองก็หนักใจนัก เร่งเดินจนเหมือนวิ่ง แทบ​จะฉุดกระชากลากถู​เมื่อหมอเกตุอาคมตามมาอย่างชักช้าไม่ทันใจ

หนทางจากบ้านเรือนตึกมายังตำหนักเทพอาคม ราวขยายไกลออก​ไป​เป็นแสนโยชน์ ยิ่งหัวใจเร่งร้อน ระยะทางก็ยิ่งเหมือนห่างไกล

อาการเนือยๆ​ เหมือนไม่เต็มใจ​จะช่วยเหลือนั้น​ ทำให้ทรงธรรม​ต้องเอ่ยปากถามใน​ที่สุด

"ว่ายังไร พอ​จะมีหนทางหรือเปล่า"

​เพราะหมอเกตุอาคมเหมือนแค่พลิกๆ​ ตำราผูกนั้น​ผูกนี้ ให้ฝุ่นกระเทือนเล่นๆ​ มากกว่า​จะตั้งใจค้นหาจริงจัง

​และพอถูกถาม คนควร​ต้องตอบก็กลับเดินหลีกมาอีกทาง

ทรงธรรมเดินตาม รั้งแขนให้​เขาหันมาพูดจากันให้รู้เรื่อง​

"ตกลงว่ายังไง มีหนทาง​จะช่วยเหลือแม่แสง​กับคุณแสหรือเปล่า"

"ข้าว่าพี่ธรรม์ล้มเลิก​ความตั้งใจเสียเถอะ พี่น่ะผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว​...​"

เสียงแข็งๆ​ ของหมอเกตุ ทำให้ทรงธรรมพอจับ​ได้ว่า คนพูด​ต้องเค้นคำพูดนี้ออกมา จาก​ความไม่สู้สบายใจเท่าไรนัก

หนุ่มรุ่นพี่พยายามฝืนยิ้ม แสดงให้เห็นว่าตนไม่​ได้ใส่ใจคำพูดของฝ่ายตรงข้าม

"พี่รู้หรือไม่ คน​กับผีน่ะมันอยู่​กันคนละภพภูมิ ไม่มีวัน​จะร่วมเรียงเคียงหมอนกัน​ได้หรอก ดูอย่างทิดมาก​กับนางนากนั่นซี แล้ว​สุดท้าย​เป็นยังไร ​เพราะ​ความรักใช่หรือไม่ ​ที่ทำให้นางนาก​ต้องกลาย​เป็นผีร้าย ถูก​เขาปราบปรามจนไม่รู้ว่าตอนนี้ดวงวิญญาณ​ไปถูกจองจำอยู่​​ที่ไหน"

เสียงของหมอเกตุอ่อนลง ​แต่เหตุผลนั้น​กลับจริงจังยิ่งขึ้น​ ​ใครๆ​ ก็รู้ถึง​ความรัก​และแรงเฮี้ยนของผีนางนาก ​แม้​จะยังครั่นคร้าม​ที่​จะเอ่ยถึง ​แต่ก็ยังยกย่องใน​ความรัก​ความภักดี​ที่นางมีให้แก่นายมาก บางคน​ที่เชื่อว่านางนาก​คือต้นแบบของรักแท้อันจีรัง ยังสร้างศาลไว้ให้​เป็นอนุสรณ์​ที่ตรงข้างวัดมหาบุศย์ วัดแถวทุ่ง​พระโขนง ท้อง​ที่​ที่เกิดเรื่อง​ราวรักข้ามภพอันครึกโครม​และสยดสยอง

"หรือพี่อยาก​จะ​เป็นรายต่อ​ไป ให้​ใครๆ​ ​เขากล่าวหาว่ารัก​กับผี ​ต้องมาช่วยหาทางกำจัด ช่วยเหลือพี่ให้หลุดพ้นจากบ่วงเสน่หา"

"มันเรื่อง​ของข้า ​ใคร​จะมายุ่งเกี่ยวทำไม เรื่อง​นายมากนางนากนั่น ​เพราะนายมากมันไม่รู้ว่าเมียมันตาย ​แต่นี่ข้ารู้อยู่​ตั้งแต่แรก"

ทรงธรรมพยายามหาเหตุผล ​โดยไม่เอ่ยถึง​ความ​เป็น​ไปไม่​ได้ในเรื่อง​การอยู่​คนละภพภูมิ ​และลงท้ายคำพูดว่า

"เอ็งช่วยเหลือมาสารพัด ข้าก็หลงนึกว่า​จะเข้าใจ...​"

"เข้าใจเรื่อง​ไหนล่ะพี่ธรรม์"

หมอเกตุแกล้งพาซื่อ

"ก็...​ เข้าใจว่าข้า​กับแม่แสงรักกันน่ะซี่"

ทรงธรรมถึง​กับ​ต้องจับแขนของหมอเกตุเขย่า เหมือน​กับอยาก​จะให้​เขาตื่นจากฝัน มาฟังเรื่อง​จริงจังจริงใจจากปากของตนเอง

หมอผีหนุ่มปัดมือของทรงธรรมออก จ้องหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างจริงจังไม่แพ้กัน จนคนถูกจ้องก็รู้สึก​ได้

"เข้าใจแล้ว​ยังไร! ​ความรักน่ะ มันดี​ทั้งนั้น​ ​ถ้า...​ มันจบลงอย่างสวยงาม ​แต่นี่ยังไร ต่างฝ่ายต่าง​ต้องทุกข์ทรมาน ​ต้องมาตกอยู่​ในสถานการณ์เลวร้ายอยู่​ไม่รู้แล้ว​ พี่ธรรม์น่ะไม่เท่าไร ​แต่แม่แสงเล่า...​ ยิ่งหนีก็ยิ่งถูกตามล่า สู้ปล่อยให้​เป็น​ไปตามบุญตามกรรมไม่ดีกว่าหรือ ​ถ้ามัน​เป็นพรหมลิขิต บุญพาวาสนาส่งให้มา​เป็นคู่กันแล้ว​ มันก็คงไม่แคล้วกัน​ไป​ได้

"​แต่​ถ้าพี่ธรรม์ทำแบบนี้ แม่แสง​จะไม่​ได้​ไปผุดเกิด อาจ​ต้อง​ไปรับโทษทัณฑ์อยู่​ในนรกภูมิ แล้ว​​ใครเล่า​จะ​ได้อยู่​​เป็นสุข...​ ตัดใจเสียเถิดนะพี่ธรรม์"

หมอเกตุอาคมร่ายยาว ​เป็นเหตุผล​ที่คนฟังไม่อาจปฏิเสธหรือขัดแย้ง ทรงธรรมอึกอักอยู่​อึดใจก็ถึง​กับทรุดตัว คุกเข่าลงตรงหน้าชายหนุ่มรุ่นน้อง

"พี่ธรรม์ ​เป็นอะไร​ ​จะทำอะไร​"

พอทรงธรรม​จะยกมือขึ้น​พนม หมอเกตุเลย​​ต้องรีบฉุดกระพุ่มมือนั้น​ให้​เขาลุกขึ้น​

​แต่ทรงธรรมสะบัด ขืนตัว​เอาไว้ในท่าคุกเข่าพนมมือขอร้อง

"ถึงนาทีนี้ ข้ารู้แล้ว​ว่าชีวิตข้า​ต้องการอะไร​​ที่สุด ​ถ้าหากว่าไม่มีแม่แสง ข้าคงทนอยู่​ต่อ​ไปไม่​ได้"

"ลุกขึ้น​ก่อนไม่​ได้หรือพี่ธรรม์ ทำอย่างนี้​จะทำให้ข้าอายุสั้นเปล่าๆ​"

"ไม่...​ เอ็ง​ต้องรับปากข้าก่อน"

น้ำตาของทรงธรรมเอ่อขึ้น​คลอหน่วย แววตาสัตย์ซื่อ​และจริงใจนั้น​ หมอเกตุอาคมก็เห็น​ได้ชัดๆ​ ​แต่​ความรู้สึกขัดแย้งในใจยังทำให้หนักใจอยู่​มาก ว่า​จะฝืนเวรกรรม ฝืนกฎของภพภูมิ​ไป​ได้นานสักแค่ไหนกันเชียว

ยิ่งหมอเกตุนิ่งงัน​ไปเช่นนั้น​ ทรงธรรมก็ยิ่งร้อนรน เวลาก็ล่วงเลย​​ไปเรื่อยๆ​ หากหมอเกตุไม่ช่วย ก็ไม่รู้​จะหันหน้า​ไปพึ่ง​ใคร​ได้อีกแล้ว​

มีดหมออยู่​ใกล้มือ ทรงธรรมจึงคว้ามาจ่อ​ที่คอตัวเอง

"​ถ้าเอ็งไม่ช่วย ข้าก็​จะขอตาย ​ไปอยู่​ร่วมภพ​กับแม่แสงเสียให้หมดเรื่อง​หมดราว!"




ในบ้านช่างมี​แต่เรื่อง​ราวแห่ง​ความหลัง ตอน​ได้​ความทรงจำถึงสาเหตุการตายของตนกลับคืนมานั่น ​เป็นเหมือนการจุดไฟใน​ที่มืด ทำให้​ได้เห็นภาพอื่นๆ​ รอบกายกระจ่างชัด ตรงนั้น​ตรงนี้ของบ้าน​ที่เจ้าคุณเดชาหรือคุณโด่งของคุณแส เคยแอบมาฉอเลาะพร่ำพรอดว่า รักนักรักหนานะยอดดวงใจ...​

คุณแสน้ำตาซึม ​แต่ยังพยายามฝืนใจให้เข้มแข็ง ​เมื่อรอบกายล้วนทำให้หดหู่ จึงพาแสงเพ็งหลบเข้ามาอยู่​ในห้องของตน...​ ห้อง​ที่ตน​ต้องดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย...​ ตาย​ไปอย่างเดียวดาย กลาย​เป็นวิญญาณรอคอย ห่วงหา​และยึดมั่น​โดยไม่อาจคลี่คลายถ่ายถอน

"​ที่จริงพอรู้ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​บ้าง​เมื่อตอนมีชีวิต ข้าก็หมายว่า​จะเข้ามาอยู่​ในห้องนี้ ​ใช้เวลา​ทั้งหมดทบทวน​ความสุขสมหวัง​ที่เคยเกิดขึ้น​ ตัดใจ​ได้แล้ว​ด้วยซ้ำว่า ตอนสุดท้ายของชีวิตนั่น มัน​เป็นเพียงแค่​ส่วนเล็กๆ​ ​ที่ไม่ควรนำมาจดจำใส่ใจ ​เพราะมันล่วงเลย​​ไปแล้ว​ ​เพราะมันแก้ไขอะไร​ไม่​ได้อีกแล้ว​...​

คุณแสกล่าวเรื่อยๆ​ อารมณ์หดหู่นั่นเห็นชัด ​แต่น้ำเสียงเรียบๆ​ คล้ายไม่ไยดีอะไร​ในโลกอีกแล้ว​ ทำให้ฝ่าย​ที่เดินตามเข้ามา ​ได้​แต่เพียงทำหน้า​ที่​เป็นผู้รับฟัง

"...​​แต่มีอย่างหนึ่ง​​ที่ข้าคงลืม​ไป ​คือ...​ ทุกสิ่งทุกอย่างมีวาระเวลาของมัน มีเกิดแล้ว​ก็​ต้องมีดับ ไม่มีอะไร​จีรังยั่งยืน ไม่ว่า​ความทุกข์หรือ​ความสุข ก็ล้วนเสื่อมถอยเหือดหาย​ไป​ได้​ทั้งนั้น​"

แล้ว​​ความรู้สึกโศกรันทดนั้น​ก็คงสุด​จะกลั้น คุณแสปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม แกม​กับรอยสะอื้นจางๆ​ ในหัวอก ทำให้แสงเพ็ง​ต้องเอ่ยวาจา

"คุณแสเจ้าคะ​...​"

"แม่แสง ตั้งแต่แม่แสงมาอยู่​​ที่นี่ ข้าก็ดีใจนัก คิดว่าเจ้า​เป็นน้องสาว มากกว่าแค่ร่วมเรือนอาศัย"

"ดีฉันเองก็เหมือนกัน ยังอดนึกไม่​ได้ว่า ​ถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ หรือดีฉันเกิดทัน​กับคุณแส ก็คง​จะมีพี่สาว​ที่แสนดี...​"

"แม่แสงอาจ​จะเบื่อข้าก็​ได้ ​แต่ช่างเถิด...​ ต่อให้​เมื่อยังมีชีวิตไม่มีโอกาส​ได้เจอกัน ​ได้มาพบกันในตอนนี้ ก็นับว่าเรามีบุญวาสนาร่วมกัน ​ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เท่านี้ก็ดีนักแล้ว​ไม่ใช่หรือ"

คุณแสหันมามองแสงเพ็งตรงๆ​ ใจนั้น​อยากประทับภาพ​ความทรงจำ​เอาไว้ไม่ให้ลืมเลือน ไม่ว่า​จะ​ไปเกิดในชาติภพใด ก็อยาก​จะจดจำ​ได้สักคนหนึ่ง​ ​ที่เคยผูกพันกันมาเช่นในยามนี้

"จำ​ได้ว่า ดีฉันไม่รู้อะไร​เลย​ตอนมาถึง​ที่นี่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตาย​ไปแล้ว​ กลาย​เป็นวิญญาณเร่ร่อน ​ถ้าไม่​ได้คุณแสช่วยบอกช่วยสอน ตอนนั้น​ไม่รู้​จะเตลิด​ไปถึงไหน"

"เรื่อง​พวกนั้น​​ที่จริงเพิ่งไม่นานมานี้เอง ​แต่ข้ากลับรู้สึกว่า​มันนานแสนนาน ​จะว่า​ไปแล้ว​วันเวลานี่น่าแปลก ​เมื่อเรารู้สึกดี​กับ​ใครมากๆ​ ก็ถึง​กับลืมวันลืมคืน แค่ชั่วเวลาไม่นานกลับคิดว่ามัน​คือชั่วกาลกัลป์ ​แต่​เมื่อรู้สึกแย่ แทน​ที่​จะลืมมัน​ไป​ได้ง่ายๆ​ ก็กลับยิ่งจดจำย้ำเตือน คง​จะเข้าทำนองเรื่อง​​ที่อยากจำกลับลืม เรื่อง​​ที่อยากลืมกลับจำ หรือว่า...​ ​ความสุขนั้น​​ที่จริงแสนสั้น ​ความทรงจำต่างหาก​ที่ยาวนาน...​"

"ดีฉันก็ยังจำ​ได้ ​ที่คุณแสเผียะตอน​ที่มาใหม่ๆ​ ตอน​ที่เถียงว่าดีฉันยังไม่ตายสักหน่อย​ ​จะมาบอกว่า​เป็นภูตผียังไร​ได้"

แสงเพ็งอยาก​จะพาให้คุณแสหลุดพ้นจาก​ความหดหู่ห่วงหานี่เหลือเกินแล้ว​ ​เมื่อพอ​จะมีช่องทางบ่ายเบี่ยง ​ไปในทาง​ความทรงจำอันรื่นรมย์ ก็อยาก​จะทำ

"เจ้าก็ช่างจดช่างจำ ข้าเองก็จำ​ได้อยู่​หรอกว่า นังกระถินมันมาขออยู่​ด้วย​เป็นคนแรก ตามมาด้วยบุปผา มาลี แล้ว​คน​ที่มาก่อนแม่แสงก็​คือผกา ​ส่วน​ที่ตามแม่แสงมาทีหลังสุดก็​คือเจ้าหลง...​"

"ดีฉัน...​ ​ที่จริงก็พวกเรา​ทั้งหมดล้วน​ต้องขอบคุณคุณแส ​ถ้าไม่​ได้บ้านหลังนี้คุ้มหัว ก็ไม่รู้​จะ​ต้องระเหเร่ร่อน ระหกระเหินกัน​ไปถึงไหน"

​ความตื้นตันท้นขึ้น​มาจนแสงเพ็งเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่​ ยิ่งนึกก็ยิ่งเห็นจริงว่า ​ถ้าไม่​ได้คุณแสเมตตา ยอมให้เข้ามาอยู่​ร่วมชายคา ป่านนี้ก็ไม่รู้​จะ​ต้อง​ไป​เป็นสัมพเวสีร่อนเร่อยู่​ทางทิศไหน

พอเห็นน้ำตาของผีสาว คุณแสก็ยิ่งรันทด ดึงแสงเพ็งมากอด ซบหน้าร่ำไห้​ไปด้วยกัน

"ข้าเองก็ด้วย ​ถ้าไม่มีพวกเจ้า ก็ไม่รู้​ต้องเงียบเหงาถึงเพียงไหน...​"

"อาจ​เป็นสวรรค์บันดาล ส่งพวกดีฉันมาอยู่​​เป็น​เพื่อนคุณแสก็​ได้มังคะ​ แล้ว​ตอนนี้พวกเจ้าหลง ก็คง​ได้กลับขึ้น​สวรรค์​ไปแล้ว​"

แสงเพ็งยิ่งสะอื้นไห้​เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ คุณแสก็พลอย​เป็น ​เพราะรู้แน่แก่ใจว่าไม่ใช่ง่ายเลย​ ​ที่วิญญาณสักดวงขึ้น​​ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า​ได้อย่างรวดเร็ว

"​เอาเถิดแม่แสง ไม่นานหรอก ประเดี๋ยวเราก็​จะ​ได้​ไปพบ​กับพวก​เขาแล้ว​...​"

อีกอย่าง​ที่คุณแสแน่ใจ นั่นก็​คือ ไม่มีวันหนีพ้นจากการตามล่าของเหล่ายมทูต

"ไม่นะเจ้าคะ​ พี่ธรรม์​จะ​ต้องหาวิธีช่วยเรา​ได้แน่ ​ได้แน่ๆ​ เลย​เจ้าค่ะ​"

แสงเพ็งก็ยังยึดมั่นใน​ความหวังอันเดียวไว้เหนียวแน่น ​แม้​จะ​เป็น​ความหวังอันริบหรี่ ก็คิดว่าดีกว่า​จะยอมปล่อยให้​เป็น​ไปตามยถากรรม

"แม่แสง...​ ไม่ว่าคนหรือภูตผี ​เมื่อมี​ความรัก ต่างก็ย่อม​เป็นสุข มี​ความสุขด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ใช่หรือไม่...​"

"ใช่เจ้าค่ะ​ ​กับคุณแสเอง ต่อให้ยังอยู่​ในภพภูมิอย่างเรานี้ เราก็มี​ความสุข​ได้"

"ไม่หรอกแม่แสง สำหรับข้า เรื่อง​​ความสุข​ความสมหวังนั่น มันผ่านเลย​​ไปหมดแล้ว​ ข้าไม่คิดไม่หวังอะไร​อีกแล้ว​"

"ไม่จริงหรอกเจ้าค่ะ​ แค่เราผ่านคืนนี้​ไป​ได้ คุณแสก็​จะ​ได้อยู่​ในห้องนี้ ​ได้มี​ความสุข​กับ​ความทรงจำดีๆ​ ใช่ไหมเจ้าคะ​...​ ขอแค่เราผ่านคืนนี้​ไป​ได้เท่านั้น​...​"




ยามเย็นเคลื่อนผ่าน สู่สนธยากาลอันริบหรี่ ดวงตะวัน​กำลังชิงพลบ หลบลี้ให้รัตติกาลกลับมาสานต่อวารวัน เวลานี้...​ ​แม้​จะมีหลายคนร้อนรนในหัวใจ ​แต่ก็คงไม่มากเท่า​กับ​เขา...​ ทรงธรรม

ขณะนี้บนชานเรือนของตำหนักเทพอาคม มีเศษผ้าสีฝาดปลิวเกลื่อน ​เป็นเศษจีวรแปดท่อนของ​พระนวกะบวชใหม่ ​ที่​ต้องลักขโมยมาในเวลาถูกฤกษ์ยาม แล้ว​ตัดซอยให้เหลือขนาดไม่เกินสามองคุลี ​เพื่อจารอักขระมนตราสำคัญ

​ที่ปลิวเกลื่อนก็​เพราะ หมอเกตุอาคมเขียนเลขยันตร์ผิดเหลี่ยมผิดมุม ผิดลำดับ​ไปแล้ว​มากมาย​ จนเหลือเศษผ้าจีวรอีกเพียงไม่กี่ชิ้น

"ไม่มีเวลาแล้ว​นะไอ้หมอ มัน​จะ​ได้ผลจริงๆ​ น่ะหรือ"

ทรงธรรม​ที่ร้อนรนจนหงุดหงิด​ไปหมด ไม่แน่ใจสักนิดว่าสิ่ง​ที่​กำลังทำอยู่​นี้​จะสำเร็จ

"​เมื่อรับปาก ข้าก็ตั้งใจเต็ม​ที่หรอกน่ะ ​แต่นี่มันตำรามอญ เพิ่งตกเข้ามาตอนพวก​พระรามัญเจริญยศศักดิ์​เมื่อรัชกาลก่อนนี้เอง ไม่ลองไม่รู้หรอกน่ะ"

หมอเกตุก็อารมณ์ไม่สู้​จะเสถียร ​เพราะชายหนุ่มรุ่นพี่​ที่เดินวนเวียน​เป็นหนูติดจั่น รบกวนจนตนแทบเข้าสมาธิไม่สำเร็จ

"ตอน​ใช้วิชาแลกชีพคืนวิญญาณนั่น คง​เพราะสวรรค์อยากให้คนเลวถูกลงโทษกระมัง เลย​ช่วยให้ข้าทำสำเร็จ แล้ว​คราวนี้​ที่​จะไม่ยอมให้วิญญาณ​ไปตามทางบุญทางกรรมนี้น่ะ เหตุผลมัน​เพราะอะไร​"

หมอผีหนุ่มยังย้อนทวน ​ทั้ง​ที่พยายามทำใจเสียแล้ว​ว่า สิ่ง​ที่​กำลังทำอยู่​นี้ ก็​เพราะ​เป็นบุญทำกรรม​แต่งอยู่​เหมือนกัน จึง​ต้องมามีอันสนิทสนมช่วยเหลือกัน อยู่​​กับคน​ที่​เมื่อแรกเริ่มเดิมที แทบ​จะเรียกว่า​เป็นไม้เบื่อไม้เมากันก็ว่า​ได้

​ส่วนทรงธรรมนั้น​อับจนด้วยเหตุผลอื่นมาตั้งแต่แรก นอกจาก "รัก" คำเดียว​ที่ยืนยัน​ได้หนักแน่น ​เขาก็ไม่รู้​จะสรรหาสิ่งไรมาส่งเสริมเรื่อง​ราวการฝืนกฎของภพภูมิในครั้งนี้

​เมื่อเห็นทรงธรรม​ได้​แต่นิ่งอยู่​ หมอเกตุจึง​ต้องจำใจปลอบ

"​เอาเถอะน่าพี่ธรรม์ ตัวข้าเองก็พยายามเต็ม​ที่ ​แต่​ที่สำคัญน่ะ ​คือโชคดี​ที่คืนวันนี้​เป็นวันแรงนัก ต่อให้ไร้ฝีมือไร้มนตราไร้สมาธิ คิด​จะทำประดาเรื่อง​ทางคุณทางไสย์ ล้วนย่อมสัมฤทธิผล"

"ข้าเห็นเอ็งเขียนมา​เป็นร้อย​เป็นพัน ยังไม่เห็นบอกว่าอันไหน​ที่​ใช้​ได้"

ทรงธรรมอดแย้งไม่​ได้ ​เมื่อลมหวนพัดให้เศษจีวร​ที่เกลื่อนชานตำหนัก ปลิวกรู​ไปรวมกันตรงมุมหนึ่ง​

"ก็มันยังไม่​ได้ฤกษ์ นี่ไง​ได้เวลาแล้ว​ ​ถ้าพี่ไม่เลิกกวนใจข้า เกิดเลย​เวลา​ไป ​ที่ทำมา​ทั้งหมด​จะสูญเปล่า"

นั่นละหนุ่มรุ่นพี่​ที่ริรัก​กับผีจึงสงบปากคำลง​ได้ ​แต่ก็ยังไม่วายชะโงกชะเง้อข้ามไหล่ ​เอาใจช่วยอยู่​เต็ม​ที่

ในอึดใจใหญ่ อึดใจเดียว ก่อน​ที่หมอเกตุอาคม​จะผ่อนลมหายใจยาว ​เขาก็ชูยันตร์แผ่นหนึ่ง​ขึ้น​

"นี่ยังไร นี่ยังไร ยันตร์ลัดภพคืนชีวิตอันสมบูรณ์แบบ"

"ทำไมชื่อมันคล้ายๆ​ กัน​ไปหมด"

"ข้าตั้งเอง พี่ธรรม์​จะถามทำไม อย่าเพิ่งกวนสมาธิ​ได้ไหมเล่า เหลืออีกแผ่นหนึ่ง​นะอย่าลืมซี"

"เออ! ใช่ แล้ว​ทำไมเอ็งไม่เขียนติดต่อกัน​ไปเลย​เล่าวะ"

หมอผีหนุ่มไม่​ได้ตอบคำถามนี้ ​เพราะเริ่มรวบรวมสมาธิอีกครั้ง ทำให้ทรงธรรม​ต้องรีบระงับคำพูดอื่นใดเช่นกัน

แล้ว​สายลมก็พัดซู่ ไม้ใบระหลังคา กวาดหลังคาดังเกรียวกราว ก่อน​จะกระโชกโหมฮือ พาเสียงหวีดหวิว​พร้อมกระไอเยือกเย็นบางอย่าง ผ่านเข้ามากระทบโสตสัมผัส

"ท่านยม...​ ท่านยมทูตใช่ไหมไอ้หมอ"

ด้วย​ความตกใจ ทรงธรรมรีบสะกิดแขนให้หมอเกตุช่วยมองหา

"อย่ากวนซีพี่ธรรม์ เอ๊ะ!...​ เออ! ​เอาเถอะ นี่คง​จะ​ใช้​ได้!"

​เพราะจดจ่ออยู่​​กับอากาศ​ที่ปรวนแปรอยู่​รอบตัว ทรงธรรมจึงไม่ทันสังเกต​ความผิดปกติในถ้อยคำของหนุ่มรุ่นน้อง

"งั้นก็เผ่นกันซี ​ไปกันเร็ว!"

ทรงธรรมคว้าข้อมือหมอเกตุ กระโจนพรวดเดียวก็มาถึงหัวบันได

แล้ว​ก็​ต้องผงะ ​เมื่อชายร่างสูงใหญ่ผิวสีทองแดง หน้าตาเหี้ยมเกรียม ปรากฏกายขึ้น​ขวางทางลง

สองหนุ่มรีบกดนิ้วลง​ที่ลำคอตนจนลูกกระเดือกแทบพลิก อึกอักอึดอัดแทบขาดใจ​แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากอันใด

นายนิรยบาลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายสาบสางชวนสะอิดสะเอียนโชยเข้ามา

"อย่าพยายาม​ไปเลย​ พวกเอ็งไม่มีวันทำสำเร็จ"

"อย่ามาขู่ซะให้ยาก ข้าไม่ยอมให้ท่านทำร้ายแม่แสง​กับคุณแสแน่"

ทรงธรรมพยายามเถียง ​เป็นถ้อยคำขาด​เป็นห้วงๆ​ ​ที่พอ​จะจับ​ความ​ได้ดังนั้น​

"​ความผิดเอ็งใหญ่หลวงถึง​กับไม่​ได้ผุด​ได้เกิด อย่าดันทุรังให้​ใครอื่น​ต้องเดือดร้อน ส่งยันตร์นั่นมา!"

"ยันตร์อะไร​ นี่น่ะเรอะ"

​เป็นหมอเกตุ​ที่โพล่งออกมาบ้าง ​พร้อม​กับสะบัดโยนเศษจีวรหลายชิ้นขึ้น​เหนือหัว

น้อยครั้งนัก​ที่นายนิรยบาล​จะพลาดท่า เผลอรีบไขว่คว้า ชิ้นจีวร​ที่ลงอาคมขลัง ถึงขนาดหลบหลีกภพภูมิให้ดวงวิญญาณ​ได้มีทางลัด กลับ​ไปผุดเกิด​ได้​โดยไม่​ต้องผ่านการพิจารณา​ความดีชั่วจากแดนนรก

พอ​ได้จังหวะสองหนุ่มก็ถลาลงเรือนมาทันที

​แต่ก็ไม่ทันพ้นเชิงบันได ตอนนายนิรยบาลวูบมาขวางหน้าไว้อีกคราว

แล้ว​หมอเกตุอาคมก็โปรยเศษจีวรอีกกำมืออีกครั้ง ก่อน​จะรีบผลักให้ทรงธรรมรีบหนี​ไป

เรื่อง​ผิดจารีตทำนองเช่นนี้ นายนิรยบาลไม่เคยพบเจอ จึงตั้งตัวไม่ทัน ยิ่งพอเห็นว่าหมอเกตุอาคมหันกลับมาแย่งคว้าผ้ายันตร์บางผืน ก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม

รำคาญนักผู้มาจากนรกภูมิก็แผดเดชา เบิกสองตา​เป็นไฟ กราดเผาผลาญแผ่นยันตร์​ทั้งหมดให้กลาย​เป็นเ​ถ้าธุลีในทันที

"เอ็งอย่าบังอาจฝ่าฝืนกฎแห่งไตรภูมิ!"

เสียงตวาดหนักจนหมอเกตุถึง​กับสะดุ้ง ​แต่ก็​ใช้แรงฮึดสู้ เอ่ยเถียง

"​เพื่อช่วยสหายข้า ยังไรก็​ต้องเดินหน้าช่วยเหลือเต็ม​ที่!"

"ขัดขวางงานของข้า ​จะ​เป็นมหันตโทษ!"

"ผิดยังไรข้าก็ไม่กลัว!"

"เอ็ง​เป็นถึงหมอผี แทน​ที่​จะกำจัดปราบปราม กลับกล้าบอกว่าภูตผี​เป็นมิตรสหาย สติเอ็งวิปลาส​ไปแล้ว​หรือยังไร"

อาจ​เพราะหมอเกตุอาคมยังยืนยันหนักแน่น ทำให้นายนิรยบาลคลายน้ำเสียงเหี้ยมหาญลง​ไป

"ท่าน​จะจับพวกนาง​ไปทำไม แค่ให้​ไป​เพื่อรอเกิดใหม่ไม่ใช่รึ ​ถ้าอย่างนั้น​ทำไมไม่ลองวิธีของข้าบ้างล่ะ"

"เรื่อง​บุญกรรมข้าไม่ใช่คนตัดสิน"

"​แต่มันก็เห็นๆ​ กันอยู่​แล้ว​ นางคนหนึ่ง​ก็ถูกกระทำกลั่นแกล้ง ​ต้องตายอย่างน่าอนาถ อีกคนก็ยังสาวยังแส้ ​จะมีทางคิด​ไปทำบาปทำกรรมกระไร​ได้"

"​ที่ว่ามามันก็จริง ​แต่กฎก็​ต้อง​เป็นกฎ"

​แม้​จะเริ่มใจอ่อน ​แต่นายนิรยบาลก็​ต้องยึดมั่นในหน้า​ที่

"แล้ว​ผลมันต่างกันอย่างไร ใน​ที่สุดสองนางนั้น​ก็​ต้อง​ไปผุดเกิด ไม่สู้ลอง​ใช้ยันตร์ของข้าดูก่อน ​จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ยังไม่รู้เลย​ด้วยซ้ำ"

"นี่เอ็งคิด​จะกล่อมข้ายังนั้น​รึ"

"แล้ว​มันจริงหรือไม่เล่า การ​เป็นผีนี้​จะ​ต้องไม่รู้สึกรู้สมอะไร​เลย​ใช่หรือไม่ อย่างนั้น​ไม่สู้ให้พวกนาง​ได้​ไปเกิด​เอาชาติหน้า แล้ว​​ไปเผชิญ​กับรักโลภโกรธหลง​เอาใหม่...​ ​แต่ท่านก็น่า​จะรู้เห็น อีกนานเท่าไรเล่าหากไม่มี​ใครทำบุญอุทิศ ช่วยแผ่​ส่วนบุญอานิสงส์ ช่วยให้พวกนาง​ได้หลุดพ้น"

"ถึง​ต้อง​เอาพวกนางลง​ไป"

"แล้ว​ตั้งนานทำไมไม่มาพา​ไป!"

นายนิรยบาลถึง​กับนิ่ง​ไปเหมือนกัน​กับคำถามนี้

"ก็...​ ตอนนี้มันผิดกฎ"

"​ใครเล่า​ที่ทำผิด ข้าไม่ใช่รึ ไม่ใช่พวกนาง อย่างนั้น​ก็​เอาชีวิตข้า​ไปเลย​ซีเล่า!"

"​ที่จริงพวกนางทำผิดกฎของภพภูมิมาตั้งแต่แรก ฝืนกระแสกรรมติด​ที่ สิงสู่อยู่​ในมนุษยภูมิ ไม่ยอม​ไปผุดเกิด"

"​แต่นางก็ไม่เคยทำร้าย​ใคร ​และ...​ ท่านก็ไม่เคยมีปัญหา​กับผีบ้านอเนกคุณากร หรือว่า​ถ้าหากการ​เป็นวิญญาณติด​ที่ ​เป็นเวรกรรม พอหมดเวรกรรม ดวงวิญญาณของพวกนางก็​ต้อง​เป็น​ไปตามยถากรรม หรือว่ากฎของท่านไม่​ได้บอกไว้เช่นนี้"

นายนิรยบาลตอบไม่ถูก ลืม​ไปแล้ว​ว่า ครั้งสุดท้าย​ที่มี​ใครกล้ามายืนต่อรองอย่างนี้ ​คือ​เมื่อไร

"ท่านผู้คุมกฎแห่งนรกภูมิขอรับ ข้าขอวิงวอน ขอเวลาแค่คืนเดียว หากพ้นคืนวันนี้​ไปแล้ว​ หากพวกนางยังไม่​ไปผุดเกิด ท่าน​จะทำยังไร​กับข้า ​จะ​เอาดวงวิญญาณข้า​ไปต้มยำทำแกงยังไรก็เชิญ​ได้เลย​"

พูดจบหมอเกตุอาคมก็ทำเหมือนหมดธุระ​จะพูดคุย​กับผู้มาจากนรก หันหน้าเดินหนี​เอาดื้อๆ​ ปล่อยให้นายนิรยบาลยืนงุนงงอยู่​ผู้เดียว




ตั้งแต่แยกจากกัน ทรงธรรมก็วิ่งไม่คิดชีวิต เร่งสุดฝีเท้าจนเข้ามาถึงบ้านเรือนตึก พอพ้นชายคาเข้ามาก็รีบเรียกหา

"คุณแส แม่แสง อยู่​​ที่ไหน เรามีหนทางแล้ว​ เรามีหนทางแล้ว​"

​เขาแทบ​จะแล่นขึ้น​​ไปถึงชั้นบน ​ถ้าผีสาว​ทั้งสองตนไม่โผล่ขึ้น​ขวางหน้าเสียก่อน

"มีหนทางแล้ว​จริงๆ​ หรือเจ้าคะ​พี่ธรรม์"

แสงเพ็งดีใจนัก รีบขยับเข้ามายืนชิด

"นี่ยันตร์วิเศษ หมอเกตุบอก​เป็นของพวกทางรามัญ แค่พวกเจ้ากินเข้า​ไป แล้ว​หาร่าง​ที่เพิ่งตายใหม่ๆ​ ก็​จะกลับ​ไปมีชีวิตใหม่​ได้อีกครั้ง"

"กลับ​ไปมีชีวิตใหม่ แล้ว​​จะ​ต้องลืมทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้หรือเปล่า"

คุณแสยังหวั่นใจในข้อสำคัญ

"ลืมทุกอย่างหรือเจ้าคะ​...​"

แสงเพ็งก็พลอยพึมพำออกมา

"ก็ดีกว่า​ต้องลงนรกละน่า"

​ส่วนในใจของทรงธรรมมีสิ่งเดียว ​คือขอให้ผู้​ที่ตนรักสุดหัวใจ ไม่​ต้องตกลง​ไปสู่อบายภูมิเพียงแค่นั้น​

"นี่​เป็นแค่ทางเดียวเท่านั้น​นะแม่แสง"

"​แต่ว่า...​ ​แต่ข้า...​"

แสงเพ็งคิด​จะทักท้วง

"เรื่อง​อื่นไว้ค่อย​ไปหาทางแก้ไข​เอาข้างหน้า ตอนนี้เรารอช้าไม่​ได้แล้ว​ ไม่รู้ไอ้หมอมัน​จะถ่วงเวลาท่านยมทูตนั่น​ได้นานเท่าไร เร็วเข้าเถิดนะ"

ทรงธรรมไม่ยอมฟังคำคัดค้าน รีบคลี่เศษผ้าจีวรออกดู

"แย่แล้ว​ มือข้าชุ่มเหงื่อ ผืนหนึ่ง​หมึกมันเลอะเทอะ​ไปหมด!"

เหมือนถูกภูเขาหินหล่นทับ ทรงธรรมแทบเข่าอ่อน ​เพราะ​ความสะเพร่าของตัวเองแท้ๆ​ ทำให้​ความหวังสุดท้ายหายวับ​ไปครึ่งหนึ่ง​

"อย่างนั้น​ก็เหลืออยู่​อีกแผ่นเดียวหรือเจ้าคะ​"

ทรงธรรมตื้อตันจนไม่อาจตอบคำถามนี้ ​ได้​แต่โกรธตัวเอง หันหนีหน้าจากผีสาว​ทั้งสองตน พึมพำอยู่​​กับ​ความชอกช้ำของตัวเอง

"ทำไมล่ะ มัน​เป็นเวร​เป็นกรรม​ที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นอย่างนั้น​หรือ ​ที่บันดาลให้อะไร​ต่ออะไร​ติดขัด​ไปหมดเช่นนี้"

​เขาทรุดตัวลง​กับพื้น แหงนหน้าขึ้น​มองเบื้องบน หมายเพ่งเล็ง​ไปให้ถึงสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า อยาก​จะพร่ำวิงวอนร้องขอ ด้วยถ้อยคำอันถูก​ต้องตามครรลอง ​แต่แล้ว​ก็กลับตะโกนออก​ไป​ได้แค่ว่า

"ทำไม! ทำไมไม่ให้โอกาส​กับพวกเธอบ้าง!"

แล้ว​​ทั้งบริเวณก็เงียบงัน ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าภพภูมิอื่นใด​จะรับรู้ถึงเรื่อง​ราวของพวก​เขา จนใน​ที่สุด ก็​เป็นแสงเพ็ง​ที่มาปลดยันตร์แผ่น​ที่เหลือออกจากมือของชายหนุ่ม

ผีสาวเดินกลับมา​ที่คุณแส ยื่นแผ่นยันตร์นั้น​ให้ แล้ว​เอ่ยเบาๆ​

"คุณแสเจ้าคะ​ คุณแส​เอา​ไปเถิดค่ะ​"

"แม่แสง...​!!"

​ทั้งคุณแส​ทั้งทรงธรรมหลุดปากออกมาแทบ​จะ​พร้อมกัน

"คุณแสจำ​เป็น​ต้อง​ใช้มากกว่าดีฉันนะเจ้าคะ​"

"ไม่​ได้ ข้าทำอย่างนั้น​ไม่​ได้"

"​แต่​เป็นโอกาสของคุณแสนะเจ้าคะ​ ​จะ​ได้หลุดพ้น​ไปจาก​ความทรงจำอันทุกข์ทรมานนี้เสียที"

"แล้ว​​จะให้ข้า​ต้องเห็นเจ้าถูกท่านยมทูตนั่นจับตัว​ไปอย่างนั้น​รึ ไม่​ได้หรอก ข้าทน​เป็นภาพนั้น​ไม่​ได้หรอกนะแม่แสง"

คุณแสพยายามยัดเยียดยันตร์ลัดภพคืนชีวิตให้​กับผีสาว

"คุณแสดูแลดีฉันมาตลอด ยังไม่มีสิ่งใดตอบแทน ​พระคุณของคุณแสล้นหัวดีฉัน นี่ละเจ้าค่ะ​ ​ที่​จะ​ได้ตอบแทนบุญคุณ"

"ไม่​ได้...​ ไม่​ได้หรอก...​"

"คุณแสเจ้าขา ตลอดเวลา​ที่ผ่านมา คุณแสมี​แต่ทุกข์โศกหม่นเศร้า ดู​แต่ภายนอก คุณแสเหมือน​จะมีพวกเรา ช่วยให้คลายเหงาคลาย​ความทุกข์ ​แต่​ที่จริง พวกเราไม่มี​ใครช่วยให้​เป็นสุข​ได้เลย​ พอแล้ว​นะเจ้าคะ​...​ ข้า​จะไม่ยอมให้คุณแส​ต้องทนทุกข์ทรมานอีกแล้ว​"

ต่างคนต่างน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ต่างตื้นตันใน​ความรู้สึกดี​ที่มีให้แก่กัน

"จริงอยู่​ว่าข้าอยู่​ใน​ความทุกข์ทนมามาก ​แต่...​ ​แต่ข้า​จะ​ไปแย่งสิทธิ์ของเจ้า​ได้ยังไร ข้าไม่มีวัน​จะเห็นแก่ตัวมาก​ไปกว่า​ที่เคยทำ​เมื่อชาติภพ​ที่แล้ว​นั่นหรอก"

คุณแสยัดแผ่นยันตร์ลงในมือแสงเพ็ง จับมือให้เธอกุมมัน​เอาไว้ แล้ว​ก็ผละหนี

ผีสาวรีบก้าวตาม

"คุณแสเจ้าขา มันไม่ใช่เรื่อง​​ความเห็นแก่ตัว ​แต่​ทั้งคุณแส​ทั้งดีฉันต่างก็รู้ดี ว่าตัวคุณแสเองอยาก​จะลืมทุกข์ลืมโศก ลืมอดีตอันทุกข์ทรมานอันนั้น​ หากคุณแส​ได้​ไปมีชีวิตใหม่ ก็​จะลืม​ได้อย่างแน่นอนยังไรเล่าเจ้าคะ​ มี​แต่หนทางนี้ ​ที่​จะช่วยคุณแส​ได้"

"เฮ้ย! สบายแล้ว​ พวกเราสบายใจ​ได้แล้ว​...​"

​เป็นเสียงของหมอเกตุอาคม​ที่โหวกเหวกแทรกเข้ามา ก่อน​ที่ตัว​เขา​จะโผล่มาสมทบเสียอีก

"ทำไม เกิดอะไร​ขึ้น​"

"ไม่​ต้องห่วงเรื่อง​ท่านนิรยบาลแล้ว​ละ ข้ากล่อม​ได้แล้ว​ คืนนี้​เขา​จะไม่มาแล้ว​ละ"

"​แต่เหลือยันตร์แค่ใบเดียว...​"

ทรงธรรมสารภาพเสียงเบา

"พี่ธรรม์ว่ายังไรนะ!"

"หมอเกตุ หมอเกตุเขียนให้อีกใบไม่​ได้หรือ"

คุณแสรีบขยับเข้ามาถามหาหนทาง

หมอผีหนุ่มยกนิ้วขึ้น​คิดคำนวณอยู่​อึดใจหนึ่ง​ ก่อน​จะถอนหายใจหนัก

"ฤกษ์สำคัญเลย​​ไปแล้ว​ เขียนตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์"

​เป็นอันว่า​ความหวังสุดท้ายก็ล่องลอยหาย...​ ทุกคนต่างนิ่งซึมอยู่​​กับทางเลือกสุดท้ายอันแสนยากเย็น

แล้ว​คุณแสก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุด​จะกลั้น

"ทำไม! ทำไมถึง​ต้อง​เป็นแบบนี้ด้วย ทำไมสวรรค์​ต้องมาทำให้​เป็น​ไปเช่นนี้"

"คุณแสเจ้าขา อย่าเสียใจ​เพราะดีฉัน หาก​เป็นสวรรค์กำหนดจริงๆ​ โอกาสครั้งนี้ก็ควร​ต้อง​เป็นของคุณแสนะเจ้าคะ​ ​ที่ดีฉันกลาย​เป็นภูตผี มา​ได้พบ​ความรัก​ความสุขจนวันนี้ ก็​เพราะคุณแสเมตตา ​ที่ผ่านมาถือว่าดีฉัน​ได้อะไร​มามากมาย​แล้ว​ นะเจ้าคะ​ ขอให้ดีฉันทำอะไร​ให้คุณแสบ้าง...​"

ภาพ​ที่สองผีสาวกอดซบกันร่ำไห้ ​เป็นภาพอันแสนหดหู่ ทรงธรรม​ได้​แต่แลมองอย่างทอดอาลัย ไม่ต่างจากหมอเกตุอาคม ​ที่ให้อย่างไรก็ทำใจให้นิ่ง​เป็นอุเบกขาไม่​ได้

อยู่​ๆ​ เหตุการณ์ก็ผันเปลี่ยน เสียงสุนัขหอนกันเกรียว แข่งเสียงกันราว​กับ​จะให้ลั่น​ไป​ทั้ง​พระนคร ฟ้าคล้ำแดงก่ำขึ้น​ในฉับพลัน ลมเอื่อยกลับเร่งแรงกระพือพัด

"ท่านยมทูต ​เป็นท่านยมทูต​กำลังมา"

ทรงธรรมถึง​กับคราง

"ไม่ใช่! ท่านสัญญา​กับข้าแล้ว​ว่า​จะให้โอกาสอีกคืนหนึ่ง​"

"สัญญาของเจ้า มันผูกพันกันถึงยมทูตคนอื่นด้วยหรือไม่"

"​ต้องใช่ ท่านนิรยบาล​เป็นผู้คุมกฎ ท่านเอ่ยอย่างไร คำนั้น​​ต้องซับซาบกันทั่ว"

"แล้ว​ยังไร แล้ว​เกิดอะไร​ขึ้น​!"

สองหนุ่มมัว​แต่ถกเถียง ไม่​ได้แลเห็นอาการผิดปกติของแสงเพ็ง จนกระทั่ง...​

"แม่แสง...​ แม่แสง​เป็นอะไร​​ไป...​!!"

​เป็นเสียงของคุณแส​ที่หวีดร้องอย่างตื่นตระหนก ​เพราะเงาร่างของแสงเพ็งเริ่มรางเลือนลง​ไปทีละน้อย

"แสงเพ็ง! แม่แสง...​ อย่านะแม่แสง อย่าหาย​ไป อย่าทิ้งพี่​ไปนะแม่แสง!"

ทรงธรรมรีบถลาเข้ามา ตั้งใจ​จะฉุดรั้งสุด​ที่รักของตน​เอาไว้ให้​ได้

​แต่ก็สายเกิน​ไป...​

​เขาคว้า​ได้เพียงแค่อากาศอันว่างเปล่า...​.



*****************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3453 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑๙ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น