นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๖
จะลองรักอีกสักครั้ง #2
พลอยพนม
...​แม้เวลา​จะล่วงเลย​มานานนับเดือน ​แต่​ทว่าเหตุการณ์ปิดล้อมสังหารหมู่นักศึกษา​และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​เมื่อวัน​ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ อาจ​จะยัง​เป็น​ที่โจษขานกันอยู่​...

ตอน : บทที่ ๒

​แม้เวลา​จะล่วงเลย​มานับเดือน ​แต่​ทว่าเหตุการณ์ปิดล้อมสังหารหมู่นักศึกษา​และประชาชนผู้บริสุทธิ์ภายรั้วในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​เมื่อวัน​ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็อาจ​จะยัง​เป็น​ที่โจษขานกันอยู่​บ้างตามในเมือง หรือแถบชนบท​ที่ข่าวสารต่าง ๆ​ แพร่กระจาย​ไปถึง หาก​แต่บัดนี้ผม​กำลังซุกตัวลบล้างแผลใจ​ที่เกิดจากผลพวงของเหตุการณ์นั้น​อยู่​กลางป่าลึก

​ที่นี่ไม่มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน ไม่มีสภากาแฟให้นั่งถกเถียงการเมือง ข่าวสาร​ที่พอ​จะผ่านหูบ้างก็อาศัยวิทยุทรานซิสเตอร์​ที่ทับนอนของเราเครื่องหนึ่ง​เท่านั้น​

เพียง​แต่ผมไม่คิด​จะสนใจเปิดฟังเหมือนคนอื่น ๆ​ แค่นั้น​เอง

บัดนี้ผมไม่ใช่นักศึกษาหรือประชาชนหัวก้าวหน้า​ที่​ต้องคอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองตลอดเวลา

แถมยังคิดรังเกียจ​ที่​จะ​ได้ยินเรื่อง​บ้า ๆ​ พวกนั้น​เสียด้วยซ้ำ ​เพราะผมไม่อาจลืมว่า อนาคตของผม​ต้องพังพินาศก็​เพราะไอ้เรื่อง​การเมืองบ้าบอคอแตกนี่แหละ​

สมัยเรียนครู​ที่วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ก็ครั้งหนึ่ง​แล้ว​ ​ที่ผมก็ถูกกล่าวหาว่าฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ การเรียน​ต้องหยุดชะงัก​และจบสิ้นในเวลา​ต่อมา ครั้นคิด​จะแก้ตัวใหม่​ที่กรุงเทพฯ ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ผม​ต้องสูญเสียหญิงคนรัก​ซึ่งหายตัว​ไปอย่างไร้ร่องรอยในค่ำคืนเกิดเหตุจลาจล ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

แล้ว​อย่างนี้​จะให้ผมทนฟังเรื่อง​อัปรีย์พรรค์อย่างนั้น​​ได้ยังไง

ในคืนเกิดเหตุ หญิงคนรักของผมออกจากห้องเช่า​ไปตามหาผมในม็อบ​ที่เต็ม​ไปด้วยฝูงชนบ้าคลั่งเหมือนสัตว์ร้ายผุดจากนรก

เราสวนทางกัน !

แล้ว​หล่อนก็หาย​ไป

ก่อนเกิดเหตุในเย็นวันนั้น​ผมติดตาม​เพื่อน ๆ​ ​ที่เคยเรียนมัธยมในต่างจังหวัดมาด้วยกัน ออกจากห้องแถวบ้านเช่า​ที่จรัลสนิทวงศ์ ​ไปร่วมสำแดงพลังต่อต้านการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีจอมเผด็จการ​ที่ถูกนักศึกษา​และประชาชนเดินขบวนขับไล่จน​ต้องหลบหนี​ไปอยู่​ต่างประเทศ หลังเหตุการณ์นองเลือด ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ​ที่บริเวณลานโพธิ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผมร่วมฟังการอภิปรายโจมตีการทำงานของรัฐบาลในขณะนั้น​ว่าบริหารบ้านเมืองผิดพลาดยังไงบ้าง ​โดยเฉพาะกรณี​ที่ปล่อยให้บุรุษหัวโล้นห่มเหลืองผู้มีชนักปักหลังอย่าง​พระถนอมเข้ามาลอยหน้าลอยตาในเมืองไทย​ได้อย่างไร หรือคิด​จะปล่อยให้กลับมารื้อฟื้นอำนาจเก่าของ​เขาอีกครั้ง

ผมยืนฟังพวกนักศึกษา​ที่​เป็นแกนนำบนเวทีผลัดกันอภิปรายเรื่อง​ราวเหล่านั้น​สลับกัน​ไปจนถึงสามทุ่ม จึงคิดว่าตนคง​ต้องกลับเสียที

​เป็นห่วงสาวบัว​ที่​ต้องอยู่​ห้องเช่าคนเดียวก็​เป็นห่วง

​และ​ที่สำคัญผมเกรงเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงคืนนี้​จะบานปลายซ้ำอีก

​เพราะผมสังเกตการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล​ที่รวมตัวกันอยู่​นอกรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น​ แถมยังมีท่าทีแปลก ๆ​ ไม่ผิด​กับท่าทีของพวกนักศึกษาบางกลุ่ม​ที่แฝงตัวเข้า​ไปก่อเหตุเผาจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ​เมื่อครั้ง​ที่ผมยัง​เป็นนักศึกษาอยู่​​ที่วิทยาลัยครู​ที่นั่น

​เพราะครั้งนั้น​ผมก็​ไปร่วมชุมนุมประท้วง​กับ​เขาด้วย

เพียง​แต่โชคดี​ที่​เมื่อเกิดเหตุลุกลามบานปลายจนกลาย​เป็นจลาจลย่อย ๆ​ ผมไม่​ได้อยู่​​ที่นั่นแล้ว​

ผมชิ่งออกมาเสียก่อนในเสี้ยวเวลาคาบลูกคาบดอกชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ผมจึงไม่​ต้องสูญเสียสิ่งใด​กับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ หาก​แต่เ​ที่ยวนี้การณ์กลับไม่​เป็น​ไปเหมือนเก่า ​เพราะ​แม้ผม​จะกลับออกมาจากม็อบ​ที่ธรรมศาสตร์​ได้ทัน ​แต่หญิงม่ายคู่ชีวิตของผมกลับออก​ไปตามหาผม​ที่นั่นตรงเวลา​ที่​เขาเปิดการกวาดล้างผู้​ที่ปราศจากอาวุธต่อสู้เข้า​พอดี


"อีบัวมันคิดยังไงของมันนะ.." ไอ้หมึก​เพื่อนผมพูดขึ้น​อย่างสงสัย ขณะเราหยุดพักเหนื่อยกัน​ที่หน้าเหมือง "ทางหนีทีไล่​จะ​เป็นยังไง...​ ​จะมีเส้นทางหลบหนีอยู่​ตรงไหนบ้างก็ยังไม่รู้ แล้ว​มันเสือกออก​ไปตามหามึงทำไมกัน เออ-กูช่างคิดไม่ออกเสียจริง ๆ​ "

"คนอย่างมึงไม่เคยมีรัก ​จะ​ไปรู้อะไร​" ไอ้พริ้งขัดขึ้น​ก่อนจุดบุหรี่ใบจากสูบแล้ว​พ่นควันโขมง

"ถุย! ไอ้หัวทอ-แล้ว​มึงล่ะ เคยมีเมีย​กับ​เขากี่คน" ไอ้หมึกหันมาด่า​เพื่อนของมัน "ขนาดคิด​จะ​ไปเกาะแกะอีหมอนเข้าหน่อย​ ก็โดนมันด่าเปิง ไอ้หัวทอเอ้ย-ยังมีหน้ามาคุย"

ไอ้พริ้งก้มมองพื้นซ่อนอาย ​แต่​ทว่ายังไม่ยอมลดราฝีปาก

"อ้าว มึงอย่านอกประเด็นซิ" มันพูด "กูหมายถึงอีบัว-มันคง​เป็นห่วงไอ้นุ้ยมากเลย​ออกตามหา ​เพราะไม่คิดว่าดินแดน​ที่เต็ม​ไป​ความเจริญอย่างกรุงเทพฯ ​โดยเฉพาะในเขตรั้วสถาบันการศึกษาชั้นสูง ​จะมีสิ่งอันตรายซุกซ่อนยิ่งกว่าป่าดงดิบบ้านเรานะสิ"

"ไอ้พริ้งพูดถูกแล้ว​"

พี่สงัด ​เพื่อนผู้​ซึ่งอาวุโส​ที่สุดในหน้าเหมืองของเราเห็นด้วย​กับ​ความคิดของมัน แกพูดต่อ​ไปว่า "​เพราะอีบัวมันรักผัว มันจึงออกตามหา ก่อนหน้านั้น​มันอาจ​จะนั่งฟังข่าวหรือนั่งดูข่าวโทรทัศน์แล้ว​เกิดลางสังหรณ์ หรืออาจ​จะรับสัญญาณอันตรายบางอย่าง​ได้ด้วย​ความรู้สึกนึกคิด​ที่ใสซื่อของตนขึ้น​มา มันก็เลย​​เป็นห่วงไอ้นุ้ย คนเรา​ถ้าลง​ได้รักเสียอย่าง ​จะบุกน้ำลุยไฟ เหยียบปากเสือปากเข้ข้าม​ไปอีกฝั่ง มันก็ไม่ใช่เรื่อง​​ที่น่าหวั่นกลัวอะไร​​ทั้งสิ้นไม่ใช่หรือ"

ผมนั่งพิงแท่งหินใหญ่อยู่​ใต้ร่มไม้ใกล้ ๆ​ ฟังพวก​เขาวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการหายสาบสูญ​ไปของม่ายสาวด้วยท่าทีสงบนิ่ง ​แม้ภายในใจ​จะเดือดพลั่กด้วยแรงโทสะ​ที่มีต่อผู้กระทำการชั่วช้าในครั้งนั้น​เพียงใดก็ตาม ​แต่ผมก็ไม่อยากร่วมแสดง​ความคิดเห็น​กับพวก​เขา สิ่งเดียว​ที่ผมพอ​จะทำ​ได้ ก็​คือสูดลมหายใจลึก ๆ​ ​พร้อมสลัด​ความสร้อยเศร้า​ที่เกิดจากการสูญหายของหญิงคนรักให้หลุด​ไป

เพียง​แต่ไม่รู้เวรหรือกรรม ​เพราะยิ่งคิดสลัดมันออก​ไปเท่าไร่ ผลสะท้อนกลับมา ก็คุกคามจิตใจผมรุนแรงมากยิ่งขึ้น​

ภาพสาวบัว​ที่ปรากฏต่อหน้าผมสมัยก่อน ลอยมาสัมผัสสายตาด้านในอย่างไม่เว้นว่าง

​แต่ละภาพ​แต่ละตอน​ที่สลับสับเปลี่ยนกันมาปรากฏ ล้วน​แต่อยู่​ในช่วงอารมณ์รักหวานชื่น ชวนให้ถวิลถึง​ทั้งนั้น​

ภาพรักเราสอง​ที่โตนนกอาบ​ซึ่ง​เป็นน้ำตกสายใหญ่ภายในป่าลึกแห่งนี้ ก็​เป็นอีกภาพ​ที่ประทับรอยอยู่​ในใจผมจนมิอาจรื้อถอน หรือลบร่องรอยนั้น​ให้หมดสิ้นลง​ได้

วันหนึ่ง​ ขณะนั้น​เราสองคนหยุดพักงาน​เพราะหุ้น​ส่วนเดินทางออก​ไปขายแร่กัน​ที่ตะกั่วป่า ปล่อยเราสองอยู่​กันตามลำพัง ป่าแห่งนั้น​จึงไม่ต่างสถานวิมานแมน เราชวนกัน​ไปเก็บผักป่า ​และผมบอกสาวบัวว่ารู้สึกร้อน อยากลง​ไปลอยคอเล่นน้ำคลองให้สุขใจสักหน่อย​

สาวบัวจึงว่า "งั้นเรา​ไปอาบน้ำตกกันเถอะ"

"โอ-จริงสิ" ผมร้องขึ้น​อย่างดีใจ ก่อนชูผักในกำมือขึ้น​ ​และบอกหล่อนว่า "​แต่เรา​ต้องกลับ​ไป​ที่ทับนอนกันเสียก่อน ​เอาผักพวกนี้​ไปเก็บ แล้ว​ก็​เอาสบู่​กับยาสระผมมาด้วย ผม​จะสระผมให้บัว"

"จ้า-​ที่รัก บัวก็ว่า​จะสระผมให้คนป่าบางคนซะหน่อย​เหมือนกัน หมู่นี้เวลานอนใกล้รู้สึกเหม็นสาบเส้นผมของ​เขายังไงไม่รู้"

สุด​ที่รักของผมยืนพูดยิ้มยั่วอยู่​ตรงหน้า ทำให้ผมอดใจไม่ไหว ​ต้องรีบคว้าเรือนกายอันน่าทะนุถนอมของหล่อนมาแนบกอด สูดดมแก้มหอมจนฉ่ำใจ แล้ว​จึงปล่อยให้หล่อนออกเดินนำหน้าผมกลับ​ไปทับนอน

ในอดีต​ที่ผม​กับสาวบัวยังคงดื่มด่ำรสรักกันอยู่​ในป่านี้ โตนนกอาบ​เป็น​ที่​ที่เราชอบชวนกัน​ไปเล่นน้ำบ่อยมาก

นอกจาก​ความใหญ่โตโอฬารของสายน้ำตก​ที่พุ่งลิ่วลงมาจากร่องผาสูงเบื้องโน้นแล้ว​ รอบ ๆ​ บริเวณสองฝั่งลำธาร​ที่ก่อกำเนิด​ไปจากสายน้ำตกแห่งนี้ ยัง​เป็นสถาน​ที่ร่มรื่นชื่นสุขด้วยแมกไม้นานาพรรณ เสียงนกนกร้องอยู่​บน​เขาสูง ​และนกตัวเล็ก ๆ​ ขนสวย ๆ​ บินมากินน้ำเกสรดอกไม้อยู่​ใกล้ ๆ​ ก็เสริมสร้าง​ความสดชื่นแก่เราสองคนไม่น้อยเช่นกัน


"นุ้ย-บัวไม่อยากออก​ไปจากป่านี้เลย​ บัวอยากอยู่​​กับนุ้ยสองคน​ที่นี่​ไปนาน ๆ​ นานเท่า
ไหร่ก็​ได้ ​ถ้าหากมีนุ้ยอยู่​ด้วย บัวก็มี​ความสุขจนเกินพอ สิ่งอื่น​ที่​เขาอยากมีอยาก​ได้กัน บัวไม่นึกปรารถนา​จะ​ได้สักสิ่งเดียว"

นี่​คือ​ความมักน้อยของหล่อน​ที่ฝากรอยประทับใจลงกลางใจผม​ได้แนบแน่นยิ่งนัก

​แม้ว่าจริง ๆ​ แล้ว​นอกจากปัจจัยสี่ คนเราย่อมมีสิทธิ์ปรารถนามาก​ไปกว่านั้น​บ้าง ​แต่​ถ้าหากเราไม่หมั่นปลูกฝัง​ความรู้จักพอ​ไปเสีย​แต่ต้น หนทางชีวิต​ที่อาจมีอันตรายจากสิ่งคาดหวังนี้ดักรออยู่​ข้างหน้า เราก็คง​จะฝ่าฟัน​ไป​ได้ยาก ​ความมักน้อยเท่านั้น​​ที่เปรียบ​ได้​กับอาวุธพกติดตัว

"​เมื่อก่อน ผมเคยมี​ความหวังว่า​จะ​ได้​เป็นครูสอนพวกเด็ก ๆ​ อยู่​ในโรงเรียน เลิกเรียนก็กลับบ้าน ​ไปอยู่​​กับบัว เสาร์-อาทิตย์ โรงเรียนปิดก็แผ้วถางผืนป่าข้างเรือนปลูกผักปลูกหญ้าไว้กิน ไม่​ต้องเปลืองเงินซื้อ...​"

ผมเคยพูด​กับหญิงคนรักอย่างนี้ ​เพื่อให้หล่อนเกิด​ความมั่นใจ ว่าจริง ๆ​ แล้ว​ผมก็ไม่ใช่คนทะเยอทะยานอะไร​นัก ชีวิตผมปรารถนา​ความเรียบง่าย​เป็นอย่างยิ่ง

"บัวมั่นใจว่าเราสองคนคงมี​ความสุขมาก ๆ​ ​เมื่อวันนั้น​มาถึง"

"​แต่ตอนนี้ผมหมดโอกาส​ที่​จะ​ได้​เป็นครูแล้ว​นี่" ผมว่า

"​ได้​เป็นแล้ว​ยังไง ไม่​ได้​เป็นแล้ว​ยังไง" ม่ายสาวของผมกล่าวย้อน "​แต่แรกบัวยังคิดหวั่น ๆ​ ด้วยซ้ำ ชาตินี้อาจมีโอกาส​ได้​ใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุข​กับครูหนุ่มอย่างนุ้ย ​แต่ลึก ๆ​ ในใจแล้ว​ บัวไม่ค่อยเชื่อมั่นหรอกว่าเรา​จะ​ไปกัน​ได้ตลอดรอดฝั่ง ​เพราะบัวก็แค่หญิงชาวบ้านฐานะยากจนคนหนึ่ง​ มีสามี​เป็นครู เพียง​แต่สักวันอาจเกิดปัญหาขึ้น​มาก็​ได้ ​ถ้าหากวันใดวันหนึ่ง​​เขาเกิดฉุกคิดขึ้น​มาว่า​ที่แท้เรา​คือตัวถ่วง​ความเจริญ...​"

"อ้าวเฮ้ย" ผมแกล้งทำ​เป็นเสียงดัง "​ถ้างั้นบัวก็แช่งผมนะสิ"

"แช่งอะไร​?"

"แช่งให้ผมเรียนครูไม่จบไง ฮา ฮา "

" บ้า !" หล่อนค้อน "ชอบคิดตลกอยู่​เรื่อย เรายิ่งใจไม่ดีอยู่​ด้วย"

"โธ่-ทูนหัว" ผมจับมือหล่อนมากุมไว้ "รู้ใช่ไหม - ​ที่บ้านผมมี​ทั้งสวนเงาะ สวนยาง แล้ว​​จะ​ไปกลัวอะไร​"

"นุ้ยไม่​ได้​เป็นคนปลูกสร้างเองสักหน่อย​"

"​แต่ผม​เป็นลูก" ผมว่า "แถม​เป็นลูกชายคนเดียว​และคนโตเสียด้วย สมบัติพัสถาน​ทั้งหลาย​ที่พ่อแม่สร้างไว้ ท่าน​จะยกให้​ใคร ​ถ้าไม่คิด​จะยกให้ลูกของตน อีกอย่าง-ผมมีกันแค่สามคนพี่น้องเท่านั้น​ ถึงพ่อแม่​จะแบ่งสมบัติให้เท่า ๆ​ กัน ก็รับรอง​ได้ว่า ชาตินี้พวกเราก็​จะ​ต้องพอมีพอกินไม่เดือดร้อนเด็ดขาด"

ไม่วาย​ที่ผม​จะพูดจาหว่านล้อมให้หล่อนรู้สึกเบาใจขึ้น​มาอย่างไร หาก​แต่หญิงบัวก็​คือหญิงบัววันยังค่ำ...​

นี่​คือสาเหตุ​ที่ทำให้เราดิ้นรนขึ้น​​ไปเสาะหา​ความรู้​เป็นบันไดนำพาชีวิต​ไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยลำแข้งลำขาของตนกัน​ที่กรุงเทพฯ ดินแดน​ที่​ใครหลายคนพากันเชื่อว่า​เป็นเมืองฟ้าอมร ​ทั้ง​ที่จริง ๆ​ แล้ว​​ที่นั่นเต็ม​ไปด้วยสารพัดสัตว์ ออกอาละวาด ​และแอบหากินอยู่​บน​ความแร้นแค้นของบุคคลอื่น

​และนั่นก็​คือชนวนชักนำให้หล่อน​ต้องหายสาบสูญ​ไปอย่างไร้ร่องรอย

"กูก็เตือนมันแล้ว​"

ผม​ได้ยินพี่สงัดถอนลมหายใจ ​และเอ่ยปรารภ​กับ​เพื่อน​ที่นั่งคุยกันอยู่​ตรงนั้น​ด้วยน้ำเสียง​ที่เบาแสนเบา จากนั้น​ก็ชวนกันลงมือทำงานต่อ...​

เหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ​เป็น​ความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของฝ่ายการเมือง​ที่ยืนอยู่​ฝั่งตรงข้าม​กับนิศิษย์นักศึกษา ​เพราะหลังจากนั้น​ดูเหมือนเวทีกลางแจ้งของนักศึกษา​จะถูกรื้อทำทายจนหมดสิ้น ​เป็นเหตุให้พวก​เขาหมดทางเลือก​ที่​จะต่อสู้กันทาง​ความคิดอย่างเปิดเผย พวก​เขาจึงจำ​ต้องแสวงหาทางเลือกใหม่

นักศึกษาหลายคน​ที่รอดตาย ​และรอดจากการถูกติดตามจับกุม ก็​ได้ทิ้งเมืองหนีเข้าป่า​ไปจับอาวุธต่อสู้​กับ​ความอยุติธรรมร่วม​กับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย เปิดประวัติศาสตร์การต่อสู้หน้าใหม่ให้​กับพรรคคอมคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ค่ายคูการสู้รบ​และซ่องสุมฝึก​กำลังพลของทหารปฏิวัติ​ที่มีอยู่​เดิม ​ต้องทบทวนจัดการการบริหาร​กำลังพลกันอย่างหนัก เขตงานต่าง ๆ​ ถูกวางแผนการเคลื่อนไหว​เพื่อการปฏิวัติมวลชนออกมาหลายรูปแบบ ​เพื่อให้สอดคล้อง​กับกอง​กำลัง​ที่เพิ่มมาใหม่ของสหายนักศึกษา ​ซึ่งล้วน​แต่​เป็นชนชั้นปัญญาชน​ที่​สามารถ​จะช่วยเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ให้เข้าถึงมวลชน​ที่​เป็นแนวร่วม​ได้ดีขึ้น​ ดังนั้น​ สหายนักศึกษาเหล่านี้ ​ส่วนหนึ่ง​จึง​ได้รับการจัดตั้งให้​เป็นสหายนำในการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อ เคลื่อนไหวใกล้ชิดมวลชนในทุกพื้น​ที่ ​เพื่อเผยแพร่อุดมการณ์ปฏิวัติให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ​ ขึ้น​​ไป

​ที่ดง​เขายาของเรา เวลานี้ไม่มี​ใครกลัวคอมมิวนิสต์กันอีกแล้ว​ ภาพชาวนนาลากแอกจูง
ไถไถนา​ที่รัฐบาลบาลในอดีตเคยสร้างภาพหลอน​เอาไว้ บัดนี้มัน​ใช้ไม่​ได้อีกแล้ว​

ชาวเหมืองป่าดง​เขายารู้แล้ว​ ว่าแท้​ที่จริงลัทธิคอมมิวนิสต์​คืออะไร​

********************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3445 Article's Rate 15 votes
ชื่อเรื่อง จะลองรักอีกสักครั้ง --Series
ชื่อตอน บทที่ ๒ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๖๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-18577 ], [101.109.65.53]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๑.๑๖ น.

สวัสดีครับ​​ คุณผู้อ่าน

นิยายบทนี้​​เป็นบท​​ที่ ๒ ครับ​​ ​​ถ้า​​จะอ่านบทแรก ​​ต้อง​​ไป​​ที่ "งานเขียนของพลอยพนม" นะครับ​​
สงสัยระบบการจัดลำดับขั้นตอนอาจมีข้อผิดพลาด ทำให้เนื้อเรื่อง​​ของนิยายไม่ต่อ​​เนื่องกัน ​​ซึ่งคิดว่าไม่นาน ลุงเปี๊ยก เจ้าของ​​และผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้คง​​จะแวะมาจัดการแก้ไขให้นะครับ​​

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทอรุ้ง [C-18578 ], [110.171.9.27]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ก.พ. ๒๕๕๕, ๒๑.๑๐ น.

ตามมาอ่านแล้ว​​ค่ะ​​ รีบลงตอนต่อ​​ไป​​จะ​​ได้ตามมาอ่านอีกค่ะ​​ ^^

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-18581 ], [101.109.64.245]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๕.๒๘ น.

หลังจากอ่านทบทวนบทแรกแล้ว​​ รู้สึกว่า​​ต่อ​​ไป​​จะเร่งปล่อยไอ้ไข่นุ้ยลงมาเพ่นพ่านในนี้ไว ๆ​​ ไม่​​ได้อีกแล้ว​​ ​​เพราะมีถ้อยคำเยิ่นเย้อ​​ไปตามอารมณ์ผู้เขียนมาก​​ไป

ขอบคุณ​​ที่ติดตามอ่านนะครับ​​

บทต่อ​​ไปผม​​จะพยายามหั่น(...​​) ​​โดยไม่เสียดาย ​​เพื่อคุณ ๆ​​ ​​จะ​​ได้อ่านกันอย่างลื่นไถล มี​​ความสุข​​และเสียว(teen)​​ไป​​พร้อมกัน

สาบาน ผม​​จะทำอย่างนั้น​​จริง ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-18595 ], [92.62.170.245]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๘.๕๑ น.

อยากให้คุณนามฯ​​เป็นตัวของตัวเองค่ะ​​ เรื่อง​​ราวของตัวละครมันก็สนุก ​​แต่การสะท้อน​​ความคิด​​ที่สุกงอมจากเหตุการณ์ต่าง ๆ​​ ก็​​เป็นเรื่อง​​น่าอ่านมาก ๆ​​ นะคะ​​

แฟนเมืองไกลค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : นาม อิสรา [C-18609 ], [101.109.77.231]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๓.๑๔ น.

คลิกตามขอบคุณคุณรจนอีกครั้งครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น