นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๖
จะลองรักอีกสักครั้ง #1
พลอยพนม
...ผมขอสารภาพว่าชีวิตนี้นอกเสียจากเรื่อง​ของ​ความรักแล้ว​ เรื่อง​อื่นผมคงไม่อาจจดจำมาเล่าขาน​กับ​เขา​ได้...

ตอน : บทที่ ๑

ผมขอสารภาพว่าชีวิตนี้นอกเสียจากเรื่อง​ของ​ความรักแล้ว​ เรื่อง​อื่นผมคงไม่อาจจดจำมาเล่าขาน​กับ​เขา​ได้ ยิ่งเรื่อง​ราว​ที่ออก​จะซับซ้อนสูงส่ง​เป็น​ที่นิยมกันในตอนนี้ด้วยแล้ว​ ผมก็ยิ่งไม่เคยใส่ใจใฝ่รู้มาก่อนเลย​

ตลอดเวลา​ที่ผ่านมา​ถ้า​จะมีบางสิ่งตกผลึกใน​ความทรงจำของผมอยู่​บ้าง ก็เห็น​จะไม่แคล้วเรื่อง​ราว​ความรัก ​ความสุข ​และ​ความเศร้า​ที่เกิดจากพิษรักเท่านั้น​ ​ที่ผมพอ​จะรับรู้​และ​ได้สัมผัสลึกซึ้ง​กับ​เขาบ้าง

​โดยเฉพาะเรื่อง​ราว​ที่​กำลัง​จะเล่าต่อ​ไปนี้ ก็​เป็นอีกรักหนึ่ง​ของผม​ที่มิอาจลบ​ไปจาก​ความทรงจำ​ได้เลย​

เ​ที่ยง วัน​ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๙

ในขณะ​ที่ พี่สงัด ไอ้หมึก ไอ้พริ้ง ​เพื่อนสามสามคนของผม​กำลังง่วนกันอยู่​​กับการล้างแร่ ​ซึ่ง​เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเหมืองดีบุกแบบเหมืองป่า ​เพื่อ​จะนำ​ไปขาย​ที่ตลาดตะกั่วป่าในวันพรุ่งนี้ ผม​ซึ่งรับหน้า​ที่จัดเตรียมสิ่งของสำหรับเซ่นไหว้ขอบคุณเจ้า​ที่เจ้าทางอยู่​​ที่ทับนอน ก็​ได้จัดการ​กับสิ่งเหล่านั้น​จนเสร็จหมดแล้ว​ ​เพราะ​จะว่า​ไป มันก็ไม่มีอะไร​มาก ​โดยเฉพาะแป้งข้าวเหนียว​ที่​จะ​เอามาปั้น​เป็นก้อนกลมๆ​ ขนาดนิ้วก้อย แล้ว​คลุกเคล้า​กับสีผสมอาหาร​และต้มให้สุก ​เพื่อ​จะทำขนมแดงขนมขาวเตรียมไว้ในถาดสำหรับเซ่นไหว้นั้น​ หญิงหมอนน้องสาวของสาวบัวม่ายสาวผู้อาภัพของผม​ได้จัดการแทนผมเสร็จแล้ว​ หน้า​ที่ของผมจึงมีเพียง​แต่เชือดคอไก่​ที่​ไปจับมาจากทับลุงทองลวกน้ำร้อนถอนขน ​ซึ่งบัดนี้ผมก็จัดการ​ไปเสร็จเรียบร้อย​แล้ว​เช่นกัน

ตอน​ที่หญิงหมอนนำของเซ่นไหว้​ที่เธอเตรียมไว้ในถาดสำรับมาให้ผม​ที่ทับนอนของผมนั้น​ พอผมเห็นใบหน้าของเธอ ผมก็รู้สึกเศร้ารันทดขึ้น​มาทันที ​เพราะ​ถ้าหากเวลานี้ผมยังมีสาวบัวอยู่​ด้วย คน​ที่​จะนำของพวกนี้มาให้ผม​จะ​เป็นคนอื่น​ไปไม่​ได้นอกจากหล่อน...​

ใบหน้า​ที่อาบเอิบรอยยิ้มของสาวบัว​ซึ่งปรากฏขึ้น​ในมโนนึก ทำให้ผมรู้สึกเจ็บแปลบ​ที่อกข้างซ้าย

เจ็บจนยาก​ที่​จะฝืนบังคับมิให้หยาดน้ำตาแห่ง​ความคิดถึงไหลรินออกมา ​แม้ว่าผลของมัน​จะพลอยลุกลาม​ไปสู่ดวงใจน้อย ๆ​ ของหญิงหมอน​ที่เพิ่งฝ่าแดดร้อนมาถึงอย่างช่วยไม่​ได้ก็ตาม...​

หญิงหมอนวางถาดเครื่องเซ่นไหว้ลงบนแคร่ไม้ไผ่หน้าทับนอนของผมแล้ว​ยืนนิ่ง เบือนหน้า​ไปทางเนิน​เขาสูงเบื้องทิศตะวันออก คล้ายพยายาม​จะหลบซ่อน​ความรู้สึกบางอย่าง​ที่ปรากฏอยู่​บนใบหน้าของเธอให้พ้น​ไปจากสายตาของผม

​แต่ไม่สำเร็จ !

"หมอน"

ผมตรงเข้าจับแขน​และดึงร่าง​ที่งามอ่อนช้อยดุจนางหงส์ของหญิงสาวมาสวมกอด ก่อน​จะร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

แม่สาวน้อยใจเด็ดกว่าชายอกสามศอกอย่างผม

ในขณะ​ที่ผมกอดรัดตัวเธอ​และร่ำไห้ออกมา เธอเพียงแค่ปล่อยให้หยาดน้ำอุ่น ๆ​ จากดวงตาหยดลงบนแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของผมเท่านั้น​ ​จะสะอึกสะอื้นคร่ำครวญเหมือนอย่างผมสักนิดไม่มี

"ผมขอโทษนะหมอน ขอโทษ​ที่ไม่อาจปกป้องชีวิตพี่สาวของเธอ​ได้"

"อย่าคิดมาก​ไปเลย​นุ้ย ตราบใด​ที่ฉันยังไม่เห็นศพพี่บัว ฉัน​จะไม่คิดว่าพี่สาวของฉัน​ได้ตายจากฉัน​ไปแล้ว​จริง ๆ​ "

"หมอน เธอคิดอย่างนั้น​จริงหรือ" ผมคลายอ้อมแขนเปลี่ยนมาจับไหล่สองข้างของเธอบีบเบา ๆ​ " ​ถ้างั้น ต่อ​ไปผมก็​จะพยายามคิดอย่างหมอนเหมือนกัน คิดว่าสักวันผมคง​จะ​ต้องเจอสาวบัว ​และ...​เราสองคน​จะ​ต้อง​ได้​ใช้ชีวิตอยู่​ร่วมกันอีก"

หญิงสาว​ที่ยืนเม้มปากอดกลั้น​ความปวดร้าวอยู่​ตรงหน้า พยักหน้าเนิบนาบ ปล่อยให้หยาดน้ำใส ๆ​ จากดวงตาไหลรินลงมาสองข้างแก้ม​เป็นทางอย่างน่าสงสาร

หลังเหตุการณ์เศร้าสลดอัน​เนื่องมาจากการปิดล้อมสังหารหมู่นักศึกษา ​และประชาชนผู้บริสุทธิ์บาง​ส่วนภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​โดยน้ำมือเจ้าหน้า​ที่ของรัฐ​และกลุ่มชนบ้าคลั่งกลุ่มหนึ่ง​ ​เมื่อตอนค่อนรุ่งของวันคืน​ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผ่าน​ไปสามวัน ผมก็เก็บเสื้อผ้าในห้องเช่าโบกมือลากรุงเทพฯ กลับปักษ์ใต้บ้านเกิดเมืองนอน ​โดยไม่ลืม​ไปกราบลาเ​ถ้าแก่ร้านทำบล็อกพิมพ์​ที่วงเวียนใหญ่-ฝั่งธนบุรี ​ที่​ซึ่งผมเคยทำงานอย่างมี​ความสุขอยู่​​ที่นั่นชั่วระยะหนึ่ง​ ​แม้​จะ​เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ​ ​แต่ผมก็ไม่อาจลืมคุณ​ความดีของเฒ่าแก่เจ้าของร้าน ​พร้อม​ทั้งเฮียเส้ง​กับเจ๊หงส์บุตรชาย​และบุตรสาวของท่าน​ได้

​จะว่า​ไปแล้ว​กรุงเทพฯสำหรับผมเวลานั้น​ ​ถ้า​จะมีอดีต​ที่ดีงามให้รำลึก​กับ​เขาบ้าง ก็น่า​จะมีอยู่​แค่นี้ นอกนั้น​​เป็น​ความเศร้ารันทดแทบ​ทั้งสิ้น ยิ่งเหตุการณ์ตอนออกค้นหาม่ายสาวคู่ชีวิตของผม ไม่ว่าขณะ​ที่​กำลังเกิดการชุลมุนเข่นฆ่าผู้​ที่ปราศจากหนทางต่อสู้อย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากสัตว์ร้ายกระหายเลือดของเหล่าเดรัจฉานในคราบมนุษย์ตอนค่อนรุ่งของวันนั้น​ หรือขณะออกตระเวรสืบหาร่องรอยการสูญหายของหล่อน​ไปตามสถาน​ที่ต่าง ๆ​ ​โดยเฉพาะตามโรงพักทุกแห่งในกรุงเทพฯก็ตาม ทุก ๆ​ ย่างก้าวของผมช่างเต็ม​ไปด้วย​ความปวดร้าวทรมาน

สืบ​เนื่องจาก​ความผิดพลาด​กับการศึกษาของผม​ที่วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช จนทำให้​ต้องยื่นใบลาลาออก แล้ว​ผม​กับสาวบัวก็วางแผนกันว่า​จะขึ้น​​ไปแก้ตัว​กับเรื่อง​นี้ใหม่อีกครั้ง​ที่กรุงเทพฯ ผมกะ​จะให้หล่อนเรียนต่อในหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน หรือ​ที่นิยมเรียกกันว่า " ศึกษาผู้ใหญ่" ​ซึ่งคน​ที่พลาดโอกาสเล่าเรียนในระบบมา​แต่แรกในสมัยนั้น​นิยมสมัครเรียนกันมาก ​แต่​ทว่าเหตุการณ์​ทั้งหมด​ที่เกิดขึ้น​ในคืนวัน​ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๙ กระทั่งบานปลายเลย​เถิดมาถึงเช้า​วัน​ที่ ๖ ก็ดับ​ความหวังของผมหมดสิ้น ​และ​ที่สำคัญผม​ต้องมาสูญเสียหญิงม่ายสุด​ที่รัก​ไป​กับเหตุการณ์นั้น​ด้วย แล้ว​อย่างนี้​จะให้ผมมีกะจิตกะใจ​ที่ไหนมาคิดเรียนหนังสืออีก

ลาทีกรุงเทพฯ

ชีวิตนี้ผมไม่คิด​จะเรียนต่ออีกแล้ว​ ถึงฐานะทางบ้านของผม​จะไม่ร่ำรวย ​แต่พ่อแม่ของผมก็ทำสวนทำไร่เลี้ยงชีพ​และเลี้ยงผมมาตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ไม่อดตาย แถมยังส่งเสียให้ผม​ได้มีโอกาสเล่าเรียนหนังสือ​เพื่อให้ผม​ได้สุขสบายในอนาคตอีกต่างหาก เพียง​แต่ผมมันไม่​เอาไหนเสียเอง

ต่อ​ไปนี้ผม​จะกลับ​ไปช่วยท่านทำสวน ​และ​จะไม่คิดล้างผลาญเงินทองของท่านอีกแล้ว​
เรื่อง​การศึกษาเล่าเรียนเห็นที​จะ​ต้องพอกันแค่นี้ ผม​จะไม่คิดเรียนต่ออีกเด็ดขาด

​และผมก็นับถือตนเองว่า​เป็นคนจริงจัง​และยึดมั่นต่อสัจ​จะ​ที่ให้ไว้​กับตนอีกด้วย

เรื่อง​​ที่​ต้องอาศัยการศึกษา​เพื่อ​ความสุขสบายในอนาคต จึง​ต้องอวสานลงเพียงนั้น​-อย่างช่วยไม่​ได้

ผมกลับถึงบ้าน​ที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ในตอนเช้า​มืดของวัน​ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๙

หลังจากก้าวเท้าลงจากรถ บ.ข.ส. สีส้ม ​ที่ปากซอย ​และสาวเท้ามุ่งหน้าเดินกลับบ้าน ตลอดเส้นทาง​ที่ย่างเท้า​ไปบนพื้นลูกรัง สองข้างทาง​ที่ผม​กำลังเดินฝ่า​ไปนั้น​​คือม่านหมอกขาวหนาทึบดุจสำลีเปียกน้ำแผ่ปกคลุม​ไปทั่ว

เวลานั้น​ทุกสิ่งอย่าง​ที่ปรากฏอยู่​รอบด้านดูเหมือน​จะยังสงบนิ่งอยู่​ภายในม่านหมอกอันหนาทึบนี้จนหมดสิ้น ทุกบ้านเรือนยังคงปิดประตูเงียบ อากาศอันหนาวเย็นในยามเช้า​​ที่ห่อหุ้มสัมผัสกายผมอยู่​ในขณะนั้น​ ทำให้จิตใจของผมเย็นยะเยือกจนสั่นไหว​ไปด้วย...​
ขา​ไป เรา​ไปกันสองคน ​แต่พอตอนขากลับ ผมกลับหอบเสื้อผ้าย้อนมาเพียงคนเดียว

อนิจจา นี่มันอะไร​กัน!

ทำไมโลกถึง​ได้ทารุณโหดร้าย​กับผมอย่างนี้

"โธ่...​บัวเอ๋ย ไม่น่าเลย​ลูก" แม่ของผมร่ำไห้สะอึกสะอื้น "ไข่นุ้ย​ถ้าไม่อ่อนเพลียจนเกิน​ไป วันนี้ลูก​ต้องรีบนำข่าวนี้​ไปบอก​กับพ่อแม่ของ​เขาเสียนะลูก ​ส่วนเรื่อง​อื่นค่อยคิดค่อยแก้ไขกันทีหลัง ​แต่เรื่อง​การหายตัว​ไปอย่างไร้ร่องรอยของหญิงบัวสำคัญต่อพ่อแม่ของ​เขามาก ลูก​จะมัวชักช้าโอ้เอ้ไม่​ได้ ลูกเข้าใจไหม"

"ครับ​แม่...​"

ผมพยักหน้า​กับแม่อย่างคนจิตใจเลื่อนลอย กระทั่งหัน​ไปสบตา​กับพ่อ​ซึ่งมองจ้องผมตาละห้อยอยู่​ก่อนแล้ว​

เราสองพ่อลูกไม่​ได้พูดจาอะไร​กัน ​แต่ผมก็รู้ว่าสายตาของพ่อ​ที่จ้องมานั้น​ช่างเปี่ยม​ไปด้วย​ความเมตตาสงสาร โชคดีเหลือเกิน​ที่น้องสาวของผม​ทั้งสอง​ไปนอนค้าง​ที่บ้านย่า ​ถ้าไม่อย่างนั้น​ป่านนี้บ้านเราคงตื่นระงม​ไปด้วยเสียงร่ำไห้ของพวกเธออย่างแน่นอน ​เพราะว่าเธอ​ทั้งสองดูเหมือน​จะรัก​ใคร่ชอบพอ​กับอดีตว่า​ที่พี่สะใภ้คนนั้น​มาก

​เมื่อปีก่อนโน้น-ตอน​ที่ผมยังเรียนครูอยู่​​ที่วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ปิดเทอมปลายปีแรกผมเข้า​ไปทำเหมืองแร่ดีบุกในป่า​กับ​เพื่อน ๆ​ ของผม​เพื่อหาราย​ได้พิเศษ กระทั่ง​ได้รู้จักชอบพอ​กับสาวบัว-ม่ายสาวผู้อาภัพ ​และ​ต่อมาหล่อนก็​ได้สนิทสนม​กับน้องสาวของผม​เป็นอย่างมาก พวกเราเคยชวนกัน​ไปเ​ที่ยวตลาดตะกั่วป่า ม่ายสาวซื้อแหวนทองคำวงเล็ก ๆ​ มอบให้​เป็น​ที่ระลึกแก่น้องสาว​ทั้งสองของผมคนละวง ​ซึ่ง​แม้​จะ​เป็น​ความคิด​ที่ใสซื่อจนแม่ของผมอ่าน​ความนัยแห่งการผู้มิตรของหล่อน​ได้ แถมยังฝากถ้อยค้ำเหน็บแนมหล่อนมา​กับผม ​แต่​ทว่าท้าย​ที่สุดแม่ของผมก็ยอมรับหล่อน​เป็นว่า​ที่สะใภ้ด้วย​ความเต็มใจยิ่ง ​เพราะสิ่ง​ที่หล่อนมอบให้ครอบครัวของเรานั้น​​คือดวงใจใสซื่อ​และ​ความซื่อสัตย์ภักดีของหล่อน​ที่มีต่อผมนั่นเอง ครั้นมาถึงวันนี้ แม่ของผมก็​ได้แสดง​ความอาลัยอาวรณ์ต่อการสูญหาย​ไปอย่างไร้ร่องรอยของหล่อนจนปรากฏชัดแจ้งในใจผมแล้ว​

​และนี่ก็​คือ น้ำจิตน้ำใจ​ที่แท้จริงของแม่ผม​ที่มีต่อหล่อนนั่นเอง

ขณะจัดข้าวของ​ที่จำ​เป็นใส่เป้ให้ผม​เป็นเสบียงยังชีพในป่า แม่ผมร่ำไห้จนตาบวมแดง​ทั้งสองข้าง ​เพราะแม่รู้ว่า​เมื่อผม​ได้เหยียบย่างเข้า​ไปในป่าแห่งนั้น​แล้ว​ ผมย่อม​จะไม่คิดกลับออกมาอยู่​​ที่บ้าน​กับท่านในเร็ววันอย่างแน่นอน อย่างน้อยผมก็คง​จะ​ต้องอยู่​​ที่นั่น​เพื่อรักษาอาการเจ็บปวดของแผลใจให้มันบรรเทาเบาบางลงเสียก่อน ​ถ้าไม่อย่างนั้น​ผมคง​จะไม่มีกะจิตกะใจ​ที่​จะกลับมาทำสวน​ที่บ้านด้วยกัน​กับท่านหรอก

"​ถ้าทับนอนหลังโน้นคับแคบนอนกันไม่จุ นุ้ย​จะมาพักอยู่​​กับเรา​ที่ทับหลังนี้เหมือนก่อนก็​ได้นะลูก" ป้าพัว อดีตว่า​ที่แม่ยายผม พูดขึ้น​วันแรก​ที่ผมเดินทางกลับมา​ที่นี่

"ขอบคุณครับ​ป้า" ผมพูด​กับแกเบา ๆ​ ขณะหัน​ไปมองระเบียงฟากไม้ไผ่ตรง​ที่ผมเคยนอนอยู่​​กับสาวบัวลูกสาวของแกแทบทุกคืน...​ "​แต่ตอนนี้ผมคง​จะพัก​ที่นี่ไม่​ได้หรอกครับ​...​ เอ่อ-​คือว่า--ผมไม่​ได้คิดรังเกียจอะไร​หรอกนะครับ​ ผมยังรัก​และนับถือป้า​กับลุงทอง​เป็นเสมือนพ่อแม่ของผมเหมือนเดิม เพียง​แต่ผมรู้สึกใจหาย ​ถ้าต่อ​ไปนี้ผม​จะ​ต้องนอนอยู่​ตรงนั้น​คนเดียว"

"ช่าง​เขาเถอะแม่" หญิงหมอนส่งเสียงมาจากในครัว "ให้พี่นุ้ย​เขา​ไปคลุกคลีอยู่​​กับ​เพื่อนเสียก่อนนะดีแล้ว​ ​จะ​ได้ไม่​ต้องคิดมาก ยิ่งตอนนี้ดูหน้าตาของ​เขาเข้าสิ-เหมือนคนหมดอาลัยตายอยากไม่ผิดเลย​"

​และนับตั้งแต่วันนั้น​ ก็ดูเหมือนเวลาพบเจอกัน​แต่ละครั้ง หญิงหมอนมักมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ​ ​ซึ่งผมสาบานว่าไม่​ได้คุยโม้ หรือคิดเข้าข้างตัวเองอย่างเด็ดขาด

ยิ่งวันนี้​เมื่อตอน​ที่ผมเผลอตัวดึงร่างของเธอมาสวมกอด แทน​ที่​จะเธอตกใจจนตัวสั่น​และร้องเอะอะขึ้น​มา ​ทว่าหญิงสาวกลับยืนเฉย ปล่อยให้ผมสวมกอดเรือนร่างอันงดงามของเธอ​ได้ตามอำเภอใจ

​เมื่อผมคลายอ้อมแขนแล้ว​จับไหล่สองข้างของเธอบีบเบา ๆ​ หญิงสาวผู้มีวงพักตร์ละม้าย​กับพี่สาวผู้จาก​ไปก็จ้องประสานสายตาผมคล้าย​จะเชื้อเชิญอยู่​ในที ​แม้หยาดน้ำตาของเธอ​ที่ไหลรินลงมาตามร่องแก้ม​ทั้งสองข้าง​จะชวนให้นึกว่าหล่อน​กำลังอยู่​ในอารมณ์หวั่นเศร้า ​แต่ผมกลับมองว่านั่นอาจ​เป็นน้ำตาแห่ง​ความปลื้มปีติของหล่อนก็​ได้

แล้ว​นี่ผม​จะทำอย่างไรดี?

" บัวจ๋า—ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน! ทำไมคุณถึง​ได้ทิ้งผม​ไป คุณกลับมาหาผมก่อน​ได้ไหม ก่อน​ที่อะไร​ ๆ​ มัน​จะบีบคั้นจิตใจผมมาก​ไปกว่านี้...​ บัวจ๋า-ผม​กำลัง​จะควบคุม​ความรู้สึกของตนต่อ​ไปอีกไม่ไหวแล้ว​นะ"


******************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3444 Article's Rate 15 votes
ชื่อเรื่อง จะลองรักอีกสักครั้ง --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๖๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๖๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ทอรุ้ง [C-18572 ], [171.5.8.154]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๑.๕๕ น.

อ่านแล้ว​​ ก็เล่าเรื่อง​​ลื่นดีนะคะ​​ ​​แต่เนื้อหายังน้อยเกินกว่า​​จะบอก​​ได้ว่ารู้สึกอย่างไร ไว้อ่านหลายๆ​​ ตอนก่อนแล้ว​​ค่อยว่ากันเด้อค่ะ​​...​​
(นิดนึง ภาษาค่อนข้างรวนมั้ยคะ​​ บางสำนวน...​​อันนี้คิด​​เอาเองนะคะ​​ ไม่รู้ซิ)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : สุดใจ รูม พังงา [C-18573 ], [61.19.67.150]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๕.๐๖ น.

เขียน​​ได้ดีนะคะ​​ หลายคนบรรยายออกมา​​เป็นอักษรไม่​​ได้ ​​แม้นึกคิด​​ได้

พี่เสรี บรรยาย​​ได้ ขาดอีกนิด ตรง​​ที่ไม่ถึงกะเห็นภาพไงคะ​​ ลงอนึกถึงว่า บ้านป่ามีอะไร​​ ​​ซึ่งสมัยนั้น​​ มีเสียง กลิ่น ..หรือ เสียงตะเกียง ทำนองนั้น​​ ​​จะให้​​ความรูสึกโหยหา อารมณ์ร่วม​​ได้รสในการอ่านมากขึ้น​​ ตอน​​ที่เธอหาย​​ไป ​​และตอน​​ที่ ชอบ​​กับน้องสาวเธอนั้น​​ ค่อนข้างชัดเจน ตาม​​ความคาดหมายนะคะ​​ สุดใจว่า (อาจอ่านมาเยอะแล้ว​​)​ ชอบค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-18574 ], [101.109.65.175]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๗.๑๙ น.

คุณทอรุ้ง ​​ที่รัก
"ภาษาค่อนข้างรวน" ของคุณทำให้ผมยิ้มออกเลย​​ครับ​​
​​แม้​​จะยิ้มแบบกัดฟันนิด ๆ​​ ก็ตาม ฮ่า ๆ​​ ๆ​​ ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาม อิสรา [C-18575 ], [101.109.65.175]
เมื่อวันที่ : ๐๔ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๗.๒๘ น.

อ้าว! โทษที ลืมน้องใจเสีย​​ได้
แหม-ประเดี๋ยวถูกค้อนแย่สิ
ขอบใจสาวพังงาอารมณ์ดีท่านนี้​​เป็นอย่างมาก ​​ที่กรุณาคลิกมาอ่าน
​​และขอรับรองว่าการบรรยายเกี่ยว​​กับธรรมชาติท้องนาป่า​​เขา หรือห้วยหนองคลองธารนั้น​​ ผมบ่ยั่นเด็ดขาด ​​เพราะชีวิตผมครึ่งชีวิตเอิบอาบอยู่​​​​กับสิ่งเหล่านั้น​​ ขอให้อดใจรออีกสักนิดนะครับ​​ รอให้การปูทาง​​ไปสู่เนื้อหาบทนี้ผ่าน​​ไปก่อน แล้ว​​ผม​​จะนำบรรยากาศป่า​​เขาลำเนาไพรมากำนันแด่มิตรรักแฟน ๆ​​ ของผมทันทีเลย​​ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Song982 [C-18579 ], [124.121.151.28]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ก.พ. ๒๕๕๕, ๒๒.๔๑ น.

แวบเข้ามาอ่าน แล้ว​​ก็แอบๆ​​ มาแสดง​​ความคิดเห็นสักนิด

เรื่อง​​ศักดิ์คำ (ระดับคำ) สำนวน กะ น้ำเสียง​​ระหว่างบรรทัด ยังไม่สะท้อน​​ความ​​เป็น "ผม" ผู้เล่าเรื่อง​​ ​​ที่ออกตัวไว้ในย่อหน้าแรกๆ​​ น่ะครับ​​ โวหาร​​ที่​​ใช้ประโยคยาว มีถ้อยคำสลวยๆ​​ ประดับประดา ทำให้คนอ่าน (อย่างผม) เชื่อ​​ได้ยากว่า "ผม" ​​กำลังเล่าเรื่อง​​ "รัก" อย่างซื่อๆ​​ ง่ายๆ​​ ด้วยหัวใจ​​ที่ไม่อาจลืม "รัก" ครั้งนั้น​​

ด้วยไมตรีจิตครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : นาม อิสรา [C-18580 ], [101.109.64.245]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๕.๑๓ น.

ขอบคุณหลาย ๆ​​ ครับ​​คุณ song

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : Rotjana Geneva [C-18594 ], [92.62.170.245]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๘.๔๘ น.

ดีใจ​​ที่คุณนามกลับมาอีกครั้งค่ะ​​ รจนาอ่านถึงตอน​​ที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนฆ่านักศึกษาแล้ว​​หญิงบัวหาย​​ไป ก็ใจหายมาตั้งแต่นั้น​​ ​​และรู้สึกเศร้ามากเลย​​ค่ะ​​

​​ได้กลับมาอ่านอีกครั้ง เห็น​​ความเศร้าจับในตัวอักษร

ท่านอื่นอาจสงสัยว่า ทำไมสำนวนของ "ผม" จึงดูสละสลวยกว่าหนุ่มทำแร่กลางป่า​​เขา ​​แต่​​จะ​​ต้อง​​ไปลืม​​ความ​​เป็นมาของ​​เขาว่า ​​เป็นคนมีการศึกษา ร่ำเรียนหนังสือมาไม่น้อย ​​และการเล่าเรื่อง​​นี้ก็เล่าในตอน​​ที่ผู้เขียนมีภาวะของ​​ความ​​เป็นผู้ใหญ่ ผ่านโลก ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาแล้ว​​ มิ​​ใช้ไอ้หนุ่มบ้านป่าดังสิ่งแวดล้อมบ่งชี้

การเล่าย้อนอดีตเช่นนี้ ​​และ​​ใช้ภาษาเช่นนี้ จึง​​เป็นอันเข้าใจ​​ได้ค่ะ​​ ​​เพราะตัวละคร​​คือผู้เขียนนั่นเอง

เหมือน​​กับ​​จะบอกว่า ถึง​​จะพื้นเพต่างจังหวัด ก็​​สามารถ "งาม" ภาษา​​ได้เหมือนกัน

รจนาชอบการเขียนของคุณนามเสมอค่ะ​​ เดี๋ยว​​จะตามอ่านตอนต่อ​​ไปคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : นาม อิสรา [C-18608 ], [101.109.77.231]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๓.๑๑ น.

ดีใจมากจริง ๆ​​ ​​ที่​​ได้เห็นคุณรจนากลับมา หลังจาก​​ที่คุณหาย​​ไปนาน

ขอบคุณอีกครั้งครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : add [C-18621 ], [49.49.73.194]
เมื่อวันที่ : ๐๕ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๓.๑๒ น.

สวัสดีค่ะ​​คุณ นาม อิศรา เราคง​​เป็นคนรุ่นเดียวกันนะคะ​​ ​​เพราะดิฉันอยู่​​ในธรรมศาสตร์ วัน​​ที่ 6 ตุลา​​พอดี ​​แต่ก็โชคดี​​ที่มีชีวิตรอดมา​​ได้ เพียง​​แต่ถูกต้อนเข้าคุก​​ไปสองวันค่ะ​​

ขอติดตามอ่านก่อนนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : นาม อิสรา [C-18622 ], [101.109.74.167]
เมื่อวันที่ : ๐๕ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๗.๐๑ น.

ขอบคุณครับ​​ คุณ add คนรุ่นเรา​​ถ้าไม่เล่าเรื่อง​​แบบนี้ไว้บ้าง ต่อ​​ไปมันก็คงผ่านเลย​​​​ไปดังสายน้ำ ไหล​​ไปแล้ว​​ไม่หวนคืน
ติดตามอ่านต่อ​​ไปนะครับ​​ มีอะไร​​ขัดหูขัดตา​​จะติติงกันก็ขอเิชิญนะครับ​​ ไม่​​ต้องเกรงใจ ​​และไม่​​ต้องกลัวผม​​จะรับไม่​​ได้ ​​เพราะตรงกันข้าม มันกลับ​​จะ​​เป็นผลดีแก่ผมอีกต่าหาก

ขอบคุณ​​ที่แวะมาอ่านอีกครั้งครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : ชาย ชุดขาว [C-18853 ], [171.4.79.181]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ต.ค. ๒๕๕๕, ๑๕.๔๒ น.

​​เมื่อไร​​จะมีตอนต่อ​​ไปคับรอนานละคับอยากอ่านมากๆ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น