นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #16
SONG-982
..."​ความทุกข์ ​ความแค้น ​ทั้งหมดก็​เป็น​เพราะเรา​ไปยึดถือ ​เอาหัวใจของเราเข้า​ไปยึดเหนี่ยว​เอาไว้ จนใน​ที่สุด​ความทุกข์ ​ความแค้นนั้น​มันเลย​​เป็นฝ่ายเกาะกุมอยู่​ในหัวใจเรา...​"...

ตอน : บทที่ ๑๕

อุ่นเรือนไม่ยอมให้ทรงธรรมผละหนี​ไป​ได้ง่ายๆ​ เวลารู้สึกเสียหน้ามากกว่าเสียใจ ​เป็นครั้งแรกในชีวิต ​ที่ของ​ที่อยาก​ได้นั้น​​ต้องมาหลุดมือ​ไป ​โดยไม่ใช่​เพราะตนเอง​เป็นฝ่ายทิ้งขว้าง

"แม่คนนั้น​​เป็น​ใคร บอกมานะ บอกมา!"

ไม่รู้​เป็นครั้ง​ที่เท่าไหร่แล้ว​ ​ที่หล่อนยังซักไซร้ ไล่ต้อนหน้าต้อนหลัง ไม่ยอมให้ทรงธรรมลงจากเรือนแพ

"ก็บอกแล้ว​ว่า ​ถ้าแม่อุ่นอยาก​ได้เหตุ​ที่ว่าพี่มีคนใหม่ พี่ก็ยอม ​แต่แม่ก็กลับไม่อยาก​จะให้พูดอย่างนั้น​ พี่มี​ใคร​ที่ไหนกันเล่า คนอื่นน่ะไม่เกี่ยวข้อง​กับเรื่อง​นี้"

ทรงธรรมก็พยายามอธิบาย อาศัยเสาต้นหนึ่ง​ช่วยกันมือไม้​ที่หมาย​จะหยิกข่วน

"​ที่ไม่พูด ​เพราะ​ไป​ได้กะอีนางไพร่นางบ่าวข้างถนนละซีนะ! ​ได้ยังไง ​ได้ยังไง กล้าดียังไงถึงทิ้งข้า​ไปหาคน​ที่ฐานะต่ำๆ​ พวกนั้น​!"

พอเข้าใจ​ไปดังนั้น​ อุ่นเรือนก็เต้นเร่าๆ​ ด้วย​ความคับแค้นใจหนักขึ้น​

"​เขาดีกว่าแม่อุ่นทุกอย่าง สูงส่ง​ทั้งจิตใจ นิสัยใจคอ ฐานะทรัพย์สฤงคาร พอใจหรือไม่ แม่อุ่นพอใจหรือยัง ​เขาดีกว่าแม่อุ่นทุกอย่าง"

ทรงธรรมอยาก​จะเลิกต่อล้อต่อเถียงให้​ได้ ​เมื่ออุ่นเรือนอยาก​ได้เหตุผลแบบไหน ก็เลย​ยกแบบนั้น​ให้ กระนั้น​หญิงสาวก็ยังไม่ยอมเลิกลาง่ายๆ​

"​ถ้าพอใจแล้ว​ ก็อย่ามายุ่งเกี่ยวอะไร​กันอีกเลย​ ปล่อยพี่​ไปเถอะนะ"

"ไอ้พี่ธรรม์ วันนี้​ต้อง​เป็นข้า​ที่บอกเลิก ​เป็นข้าเอง​ที่ไม่สนใจ ​เป็นฝ่ายถีบหัวส่ง"

"​ได้...​ แม่อุ่น​จะ​ไปป่าวประกาศ​กับ​ใครๆ​ อย่างไรก็​ได้ ขอแค่ให้เราจบกันแค่นี้"

อุ่นเรือนเปลี่ยนเหตุผล​ไปเรื่อยๆ​ จนทรงธรรมรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ​ไปหมดแล้ว​

หญิงสาวคงจังหวะไม่ดี​เมื่อถลามาทางหนึ่ง​ ​เขาจึงมุดหลบ​ไปด้านตรงข้าม แล้ว​เผ่นขึ้น​พ้นจากเรือนแพใน​ที่สุด ​แม้เสียงตะโกนตามหลังนั้น​​จะอาฆาตมาดร้ายอย่างไรก็ไม่สนใจอีกแล้ว​

"ไอ้ธรรม์ ไอ้ทรงธรรม เลิกกะข้าวันนี้ แล้ว​​จะ​ต้องเสียใจจนวันตาย!"




กว่า​ที่เจ้าคุณอเนกคุณากร​จะสงบสติอารมณ์ลง​ได้ก็อีก​เป็นนาน ​แต่กระนั้น​​ความคิดอ่านก็ยังไม่ปลอดโปร่ง ด้วยว่าเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​มันไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้

ตั้งใจ​จะกลับ​ไปถามแม่แววดูให้รู้แน่ ว่า​ที่เข้า​ไปวุ่นวาย​ที่ศาลเทพอารักษ์นั้น​ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มี​ใครบงการหรือไม่ หรือยังมีสติบริบูรณ์ดีอยู่​หรือเปล่า

​ระหว่างทางเดินกลับ นายวงศ์ก็สวนทางกลับมา​พอดี

"​เป็นยังไรบ้าง​ แม่แววน่ะ"

ผู้​เป็นนายออกปากถาม​ทั้ง​ที่ยังเดินไม่ถึงตัว

"กระผมขังแม่แววไว้ตามคำสั่งขอรับ ก็เห็นเงียบ​ไป ​แต่ว่า...​ กระผมว่าเรื่อง​นี้มันแปลกๆ​...​​คือ พอแม่แววกลับ​ไปถึงห้องแล้ว​ก็หมดฤทธิ์ ไม่​ได้เอะอะเอ็ดตะโรหรือโวยวายอะไร​เลย​ อาการก็เหมือนอย่าง​ที่เคย ​คือเซื่องๆ​ ซึมๆ​ แล้ว​ก็นอนเงียบ ​แต่ว่าการ​ที่เคย​เป็นอย่างนั้น​ แล้ว​อยู่​ๆ​ ก็บุก​ไปถึงศาลเทพอารักษ์ กระผมเกรงว่า...​"

"เกรงว่าอะไร​!"

เจ้าคุณอเนกไม่เคยรู้สึกว่า​ผู้​เป็นบ่าว​จะอ้อมค้อมมากมาย​เท่านี้มาก่อน

"เกรงว่า​จะถูกของถูกคุณเข้าน่ะสิขอรับ"

"แล้ว​ยังไร แม่แววพูดอะไร​อีกบ้างหรือเปล่า"

ดูเหมือนนี่​คือสิ่งเดียว​ที่คนพูด​เป็นห่วงนัก

"ไม่นะขอรับ"

"อย่างนั้น​ก็ดีแล้ว​ คอยเฝ้าให้​ได้ดีๆ​ อย่าให้ออกมาเพ่นพ่าน​ได้อีก"

เจ้าคุณระบายลมหายใจอย่างโล่งอก​ไปเปลาะหนึ่ง​ อย่างน้อยเรื่อง​​ความเสื่อมเสียมัวหมองของบรรพบุรุษก็ยังไม่​ได้แพร่งพรายออก​ไป

"จำไว้ ไม่ว่าแม่แวว​จะพูดอะไร​ ทำอะไร​ ต่อ​แต่นี้​ต้องคอยมารายงาน​ทั้งหมด"

"กระผม​จะดูแลด้วยตัวเองเลย​ขอรับ อย่างนั้น​กระผมขอตัว ยา​ที่เจียดไว้หมดแล้ว​ ​จะ​ไปเจียดยามาเพิ่มสักหน่อย​"

นี่​คือเจตนาเดิม​ที่นายวงศ์รีบย้อนกลับมา ​เพราะร้านขายยา​ต้องเดินเลย​ศาลเทพอารักษ์​ไปนั่นเอง ​แต่เรื่อง​ยานี้เจ้าคุณก็เลือนๆ​ ​ไปนานแล้ว​ จึง​ต้องถาม

"ยาอะไร​อีกเล่า"

"ก็ยา​ที่ไอ้หนุ่ม​ที่มาติดพันคุณอุ่นเรือนเขียนใบสั่งไว้ยังไรเล่าขอรับ ​ที่จริงหมอนี่ก็มี​ความรู้ดีไม่เบา กระผมถึงว่าแม่แววน่า​จะถูกของถูกคุณ ​เพราะตั้งแต่รับยาสูตรของ​เขา อาการก็ดีวันดีคืน"

​ได้ฟังดังนั้น​ เจ้าคุณเอนกจึงค่อยรำลึก​ได้ว่า ในช่วงฉุกละหุก ตนเอง​เป็นคนอนุญาตให้นายวงศ์​ไปเจียดยาขนานนั้น​มาเอง แล้ว​ก็เหมือนนึกอะไร​​ได้จึงกล่าวต่อ​ไปว่า

"ไหน ข้าขอดูสูตรยานั่นอีกทีซิ"

นายวงศ์รีบล้วงแผ่นกระดาษให้ทันที

"ยังไร แก่จนเลอะเลือน สูตรยาแค่ไม่กี่ตัวนี่ ยังจำไม่​ได้อีกรึ!"

ผู้​เป็นนายทำเสียงแข็ง แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

"ดะ...​ ​ได้ซีขอรับ"

"ก็ดี อย่างนั้น​ข้า​จะเก็บกระดาษแผ่นนี้​เอาไว้ เผื่อมัน​จะมีประโยชน์อะไร​บ้าง...​"

​ระหว่าง​ที่คุยกันอยู่​นี้ เจ้าคุณอเนกมิ​ได้ชะลอฝีเท้า​ที่​กำลังมุ่งหน้าสู่เรือนไทย การ​ได้พูดจากัน ​คือผู้​เป็นบ่าว​ต้องหันกลับกมาเดินตาม จน​จะเข้าประตูรั้วของเรือนไทยอยู่​แล้ว​ ​ที่​ทั้งนายบ่าวต่าง​ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังออกมาจากภายใน

"ยังไร ไหนเอ็งว่าแม่แววอาการสงบ​ไปแล้ว​"

"เห็น​จะไม่ใช่เสียงแม่แววขอรับ คิดว่า​เป็นคุณอุ่นเรือนมากกว่า"

"อะไร​นะ!"

น่า​จะ​เป็นคำอุทานมากกว่าคำถาม พอจบคำเจ้าคุณอเนกก็เลย​​ต้องตั้งใจฟัง ​และพอฟัง​ได้ชัดเจน ก็จำ​ได้ว่า​เป็นเสียงของบุตรสาวตนเองแน่ๆ​ จึงรีบสาวเท้ากลับมา​ที่ตัวเรือนในทันที

"เกิดอะไร​ขึ้น​แม่อุ่น!"

ผู้​เป็นบิดารีบถาม ทันที​ที่เห็นว่าอุ่นเรือนนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่​บนเรือนคนเดียว

​และก็หล่อนยังฟูมฟาย สะอึกสะอื้นไม่ยอมตอบคำถามของบิดา

"บอกพ่อมาประเดี๋ยวนี้ ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​!"

เจ้าคุณอเนก​ต้องขึ้น​เสียง จิตใจเริ่มทุกข์ร้อนขึ้น​มาอีกแล้ว​

"ฮือ!ๆ​...​ ก็...​ ก็ไอ้ทรงธรรมนั่นนะซีเจ้าคะ​...​ มัน...​ มัน​ไปแล้ว​"

หญิงสาวเอ่ยออกมา​ได้แค่นั้น​ แล้ว​ก็ร่ำไห้ต่อ​ไปอย่างปิ่มว่า​จะขาดใจ

"อะไร​กัน ไอ้นั่นมันมาตั้งแต่​เมื่อไร แล้ว​...​ แล้ว​มัน...​ มันทำไม หรือว่า...​"

ผู้มากวัยไม่กล้าถามตรงๆ​

อุ่นเรือนทุบพื้นเรือนดังปังๆ​ ขัดใจนัก​ที่บิดาช่างไม่เข้าใจอะไร​​เอาเสียเลย​

"​เขา​จะมาทำอะไร​ ก็มาบอกศาลากะอุ่นนี่ซีคะ​"

​ได้ฟังแค่นั้น​เจ้าคุณก็ถอนใจเฮือก ​ที่กลัวว่ามัน​จะเกิดหน้ามืดตาตัวทำให้บุตรสาว​ต้องแปดเปื้อน ก็มีอันว่าไม่ใช่

"กะเรื่อง​แค่นี้ ทำไม​ต้องเสียอกเสียใจนักเล่า ​ที่จริงเลิกยุ่งเกี่ยวกัน​ไปเสีย ก็ดีอยู่​แล้ว​นี่นา"

"​แต่​เขาบอกว่ามีคนอื่น​ที่ดีกว่า"

อุ่นเรือนผุดลุก คิดอยาก​จะ​ไปตามทรงธรรมกลับมาพูดจาให้รู้เรื่อง​ ผู้​เป็นบิดาเลย​​ต้องรีบรั้งตัว​เอาไว้

"ก็แล้ว​ยังไร พ่อยังไม่เคยเอ่ยปากบอก​จะยกแม่อุ่นให้​กับ​เขาสักคำเดียว"

เจ้าคุณเข้าใจ​ไปว่า บุตรสาวร้องไห้​เพราะอับอาย​ที่คู่ตุนาหงันของตนมาหลบหนี​ไปเสีย จึง​ได้ปลอบใจ​ไปดังนั้น​

"เจ้าคุณพ่อ! ​ที่ดีฉันเสียใจน่ะ ไม่ใช่​เพราะอาลัยอาวรณ์มัน ​แต่โกรธนัก​ที่ถูกทิ้ง เจ้าคุณพ่อก็รู้ว่าอุ่นไม่เคยแพ้ ไม่เคยถูก​ใครปฏิเสธ อุ่นอยาก​ได้อะไร​ก็​ต้อง​ได้ทุกอย่าง! ​แต่เล็กจนโตป่านนี้ อยาก​ได้อะไร​ก็ไม่มี​ใครกล้าปฏิเสธ"

น้ำเสียงของหญิงสาวนั้น​ อาฆาตชิงชังรุนแรงยิ่งนัก

"ก็​เพราะลูก​เป็นลูกของบ้านนี้ ​จะมี​ใครกล้าขัดคำสั่ง​ได้"

บิดา​ต้องพยายามคล้อยตาม

"ในเรื่อง​นี้อุ่นก็​จะ​ต้องไม่แพ้ ​ใครกล้ามาปฏิเสธ ​ใครกล้ามาขัดใจ มัน​ต้อง​ได้รับบทเรียน​ที่สาสม มัน​จะ​ต้องเดือดร้อน​ไป​ทั้งชีวิต!"

แววตา​ที่จ้องเขม็งมา​ที่บิดานั้น​ พลอยทำให้คนถูกจ้องรู้สึกหวาดหวั่น​ไปด้วย ​ทั้งยัง​เพราะรู้จักนิสัยของบุตรสาว​เป็นอันดี จึงแน่ใจว่าหล่อน​จะ​ต้องทำอย่าง​ที่พูดแน่ๆ​

"ลูกพ่อพูดถูก...​" เจ้าคุณเอ่ยขึ้น​เรียบๆ​ หลังจากเงียบ​ไปอึดใจหนึ่ง​

"ไอ้ไพร่นั่น กล้าดียังไงถึงมาทำ​กับลูกของพ่ออย่างนี้ คิดอยากทำอะไร​ก็ทำ​ได้งั้นหรือ ลูกสาวของพ่อ ไม่ใช่​ที่​จะให้​ใครมาลบหลู่ดูหมิ่น​ได้เล่นๆ​"

คำท้ายนั้น​เหี้ยมเกรียม ​และ​พร้อม​กับคำพูด ในหัวของเจ้าคุณก็คิดแผนการ​ได้บางอย่าง

"ตระกูลเราไม่ใช่ไร้หน้าตายศศักดิ์ ​จะ​ต้องมาอับอาย​เพราะเรื่อง​นี้ไม่​ได้!"

"แล้ว​เจ้าคุณพ่อ​จะทำ...​"

แทนคำตอบ เจ้าคุณอเนกล้วง​เอากระดาษใบสั่งยาออกมาพิจารณาอีกครั้ง

"พ่อรู้ว่าควรทำยังไร!...​ ไม่ว่า​ใคร​ที่​จะทำให้บ้านเรา​ต้องเสื่อมเสีย พ่อ​จะไม่ยอมให้มัน​ได้อยู่​​เป็นคน!"




บรรดาภูตผีในบ้านเรือนตึกยัง​ใช้ชีวิตตามปกติ อัน​เป็นกิจวัตร​ที่ทำ​เป็นประจำมาแล้ว​หลายวัน นั่น​คือการเรียนอ่าน เรียนเขียน เรียนคัดลายมือ หรือท่องบทกวี ตาม​แต่​ที่​จะตกลงกัน ก่อน​จะออก​ไปสรรหาการละเล่นต่างๆ​ สนุกกันอยู่​ใต้แสงดาวตรงสนามหญ้าท้ายเรือน

คืนนี้ทรงธรรมค่อนข้างปลอดโปร่ง ​เพราะรู้สึกเหมือนเพิ่ง​ได้ยกภูเขาออกจากอก ในตอนนี้ พอมาคิดดูอีกทีก็ให้นึกกลัว เดาไม่ออกว่า​ถ้าตน​ได้ร่วมหอร่วมห้อง​กับอุ่นเรือนแล้ว​ ​จะ​ต้องตก​เป็นเครื่องรองรับอารมณ์ของหล่อนสักขนาดไหน

"พี่ธรรม์ขอรับ วันนี้เรา​จะทำอะไร​กันดี"

เจ้าหลงเข้ามาสะกิด ​เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมัว​แต่ยืนยิ้ม​กับตัวเอง

"ท่องกลอนกันดีกว่า ​แต่คืนนี้​จะลองให้ขับคำฉันท์ หลง​จะสู้ไหวรื้อ"

ทรงธรรมแกล้งทำเสียงปรามาส ​และ​ได้ผล เจ้าหลงรีบ​ไปจัดแจงให้ผีสาว​ที่เหลือรีบเข้านั่งประจำ​ที่ แล้ว​หันมายืดอกต่อรอง

"​ถ้าพวกกระพ้มท่อง​ได้ พี่ธรรม์​จะให้อะไร​"

"​ถ้าท่อง​ได้​จะให้กำไลคนละวง ดีไหมเล่า"

"ตกลง รับคำ ว่ามาเลย​ขอรับคุณท่านทรงธรรมาสน์"

คำท้ายผีเด็กชายยังแกล้งล้อเลียน กล่าวหาว่าคนหลอกสอนหลอกให้เรียน ก็ไม่ต่างจากหลวงตาแก่ๆ​ ​ที่เคยเคี่ยวเข็นสอนมันเรียนหนังสือ ​เมื่อครั้งยังมีชีวิต

"อย่างนั้น​ก็ว่าตาม​ไป​พร้อมกัน...​

"ยามเอื้อนโองการตรัส สนองอรรถอย่าลามลวน
ยามท้าว ธ เชยชวน บัน​โดยชอบในเชิงสม
ยามร้อนพึงไกวกวัด รำพายพัดรำเพยลม
ยามสรงถวายฉม สุคนธ์ฟุ้งจรุงขจร
ยามวายก็อยู่​งาน บริบาลบดีศร
ยามสถิตไสยากร พึงนวดนั่งระวังยาม...​"

"เอ...​ เดี๋ยวนะพี่ธรรม์ หลงว่ามันแปลกๆ​"

ท่อง​ไปๆ​ เจ้าผีเด็กก็ยกมือห้าม สีหน้านั้น​ทำ​เป็นทะเล้น​และเจ้าเล่ห์

ทรงธรรมก็รู้ทันเหลี่ยม จึงแกล้งถามยิ้มๆ​

"ทำไม แปลกตรงไหน อันนี้กฤษณาสอนน้องเชียวนา"

"เก็บไว้สอนกันเองกะพี่แสงเพ็งไม่ดีกว่ารื้อ"

มันแกล้งกระดกลิ้นระรัวตรงคำท้าย

"อะไร​กันเล่าหลง พี่​ไปเกี่ยวอะไร​ด้วย"

แสงเพ็ง​ที่อยู่​ๆ​ ก็พลอยตก​เป็นจำเลย​ จึง​ต้องรีบออกตัว

"ดู​แต่ละวรรค ​แต่ละตอน มันเกี่ยวกะคนอื่น​ที่ไหนขะรับพี่แสง"

"หลงเอ๋ยเอ็งยังเด็กนัก ไม่รู้หรอกว่า หญิงใดไม่อยากมีภรรดา หาไม่​ได้ในโลกีย์"

ทรงธรรมยังแกล้งต่อ​ความ ​กับประโยคนี้ ​แม้เจ้าหลงออก​จะงงๆ​ ​แต่แสงเพ็งเข้าใจ​ได้จึงเหน็บให้​ที่แขนของชายหนุ่ม

"ไม่​ต้องอธิบายให้มาก​ความ​ไปหรอกเจ้าค่ะ​"

ผีสาวยังเขินอายอยู่​มากนัก เวลา​ที่ถูกล้อเลียนเรื่อง​​ที่ตน​กับทรงธรรมตกลงกัน​ได้

แล้ว​คำพูด​และกิริยาอาการต่างๆ​ ของแสงเพ็งก็ทำให้ผีอื่นๆ​ ซุบซิบหัวเราะกันคิกคัก ยกเว้น​แต่คุณแส ​ที่​ไปนั่งเงียบๆ​ อยู่​ด้านหลัง

​ที่จริงทรงธรรมก็สังเกตตั้งแต่แรกแล้ว​ว่า นาง​ได้​แต่นั่งนิ่ง เหมือนไม่​ได้รู้สึกรู้สาอะไร​​กับ​ใครอื่นเลย​​ทั้งสิ้น

"แล้ว​...​ นั่น...​ คุณแส​เขา​เป็นไร​ไปเล่า"

ชายหนุ่มช่วยเปลี่ยนเรื่อง​พูดให้​กับ​ทั้งกลุ่ม

"ไม่รู้ซีคะ​ ตั้งแต่กลับมาจากบ้านเรือนไทย คุณแสก็นิ่งซึม ไม่พูดไม่จา​กับ​ใคร"

แสงเพ็งรีบตอบ ​เพราะตัวก็อยาก​จะให้เรื่อง​คุย​ไปพ้นตัวเสียที

พอผีสาวบอกเช่นนั้น​ ทรงธรรมก็พอ​จะนึกออก ตอนกลับออกมาจากเรือนไทยของเจ้าคุณอเนก ตรง​ที่นัดกันไว้นั่น คุณแสไม่​ได้อยู่​รอ ​แต่เข้า​ไปหลบอยู่​ในร่ม​ที่หุบพิงอยู่​​กับต้นไม้ พอ​เขายกด้ามร่มขึ้น​ ก็มีน้ำใสๆ​ หยดลงมา สังหรณ์ใจอยู่​แล้ว​ว่า คุณแสอาจ​จะพบเจอ​กับเรื่อง​สะเทือนหัวใจเข้าก็​ได้

"​เอาละ วันนี้ถูกเจ้าหลงขัดคอเสียแล้ว​ พอแค่นี้เถอะ"

ทรงธรรมพูดเรื่อยๆ​ เล่น​เอาเจ้าหลง​ต้องเดือดร้อน

"​ได้ยังไรขะรับ แล้ว​กำไล​ที่​จะให้ นี่พวกหลงไม่​ได้ยอมแพ้ ​เป็นพี่ธรรม์ต่างหาก"

"เออน่า...​ ​ไปเล่นกันข้างนอกก่อนเถอะ เรื่อง​กำไลไม่​ต้องห่วง ลูกผู้ชายอย่างทรงธรรมพูดแล้ว​ไม่มีบิดพลิ้ว"

พอ​ได้ยินคำยืนยันดังนี้แล้ว​ พวกเจ้าหลง​และผีสาวตนอื่นๆ​ ก็เลย​รีบพากันออก​ไป เหลือไว้​แต่คุณแส​ที่ยังนั่งซึม ไม่รับรู้เรื่อง​ราวใด​ทั้งสิ้น

ทรงธรรมจูงมือแสงเพ็งเข้ามาใกล้ ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน ยิ้มให้นิดหนึ่ง​ แล้ว​ก็เหม่อซึมต่อ​ไป

"คุณแสเจ้าคะ​...​"

ผีสาว​เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น​ก่อน

"ทำไมรึแม่แสง ​จะช่วยปลอบใจข้าหรือไง"

กระทั่งน้ำเสียง​ที่ตอบคำยังโศกสลดจนสังเกต​ได้ไม่ยาก

"อันนั้น​​ต้องแล้ว​​แต่ใจของคุณแสขอรับ แค่อยาก​จะถามว่า เดิมทีคุณแสอยาก​จะ​ไปหาท่านเจ้าคุณทำไม"

ทรงธรรมพยายามปรุงคำถามให้ชุ่มเย็น ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งเห็นว่าวี่แวว​ความระทดท้อนั้น​ปรากฏอยู่​มากขนาดไหน

"ก็...​ ​เพราะอยากรู้สาเหตุการตายของตัวเอง...​"

คุณแสตอบ​โดยปราศจากปฏิกิริยาอื่นใด นอกจากริมฝีปาก​ที่แทบไม่ขยับ

"แล้ว​อย่างไรอีกขอรับ...​"

"แล้ว​ก็ ตัวข้า​ไปเกี่ยวอะไร​​กับพวกบ้านโน้น"

"แล้ว​มีอะไร​อีกไหม...​"

คำถามของชายหนุ่มยังเวียนซ้ำ จนคุณแส​ต้องเงยขึ้น​มาสบสายตา

"ยังมีอะไร​อีกหรือ"

เจ้าตัวเองยังไม่แน่ใจ

"ไหนคุณแสเคยบอกว่าอยากรู้...​ ทำไมในตัวเองถึงมี​ความเคียดแค้นชิงชังตลอดเวลา ไม่ใช่หรือขอรับ"

ทรงธรรมจึง​ต้องช่วยเน้นย้ำ ถึงเจตนาสำคัญอีกประการหนึ่ง​ ​ที่ทำให้คุณแสอยาก​จะรู้ ถึงต้นเหตุแห่งการเสียชีวิตของตนเอง

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านเรือนตึก นิ่ง​ไปอีกครู่ ก่อน​จะพยักหน้านิดหนึ่ง​​เป็นการรับคำ

"แล้ว​ตอนนี้ คุณแสก็รู้แล้ว​นี่ขอรับ ว่า​ที่ตายนั่น ตายยังไง ก็น่า​จะคลี่คลายปุ่มปมในหัวใจ​ได้แล้ว​ แล้ว​ทำไมยังมีท่าทางโศกเศร้าอยู่​อย่างนี้เล่าขอรับ"

​ที่พูดมา​ทั้งหมด ก็​เพราะทรงธรรมอยาก​จะให้คุณแสลำดับ​ความคิดให้ดี ว่า​ที่แท้แล้ว​อะไร​​คือสิ่ง​ที่​เป็นตะกอนอยู่​ใน​ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองกันแน่

สีหน้าคุณแสตอนนี้​ทั้งเคลือบแคลง ​ทั้งอัดอั้นตันใจ แววตาโศกรันทดนั้น​ เบือนหลบเสียจาก​ความอาทรของอีกสองคน​ที่​กำลังไตร่ถาม นางค่อยลุกขึ้น​มายืนอยู่​ริมหน้าต่าง เหม่อมองไกลออก​ไป ราว​กำลังอยาก​จะเห็นว่าสุดของจักรวาลนั้น​อยู่​ตรง​ที่ไหน

"ถึงข้า...​ ​จะรู้เรื่อง​​ทั้งหมดแล้ว​...​"

ใน​ที่สุดคุณแสก็เอ่ยขึ้น​อีกครั้ง

"...​​แต่ว่า ​ความอาฆาตแค้นในใจของข้า มันยังไม่​ได้ลดทอนลงเลย​สักนิดเดียว"

​ทั้งทรงธรรม​และแสงเพ็งเดินตามมาใกล้

"ใช่ไหมเล่าขอรับ...​ ดังนั้น​เรื่อง​คงไม่อยู่​​ที่ว่าเรารู้หรือไม่รู้ ว่าทำไมเราถึงตาย ​แต่...​ เรื่อง​สำคัญมันอยู่​ตรงนี้...​"

​เขาตบเบาๆ​ ​ที่อกของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเรื่อง​ราว​ทั้งหมด ปัญหา​ทั้งหมด ล้วนขึ้น​อยู่​​กับ​ที่ใจคิด

"​จะหมาย​ความว่า​เป็น​เพราะใจข้าเองอย่างนั้น​หรือ"

คุณแสพอเข้าใจ​ได้ ​แต่ว่า​จะให้ทำใจนั้น​คงแทบไม่มีทาง

"​ความทุกข์ ​ความแค้น ​ทั้งหมดก็​เป็น​เพราะเรา​ไปยึดถือ ​เอาหัวใจของเราเข้า​ไปยึดเหนี่ยว​เอาไว้ จนใน​ที่สุด​ความทุกข์ ​ความแค้นนั้น​มันเลย​​เป็นฝ่ายเกาะกุมอยู่​ในหัวใจเรา...​"

คนฟังไม่โต้ตอบ มีเพียงหยาดน้ำตา​ที่เริ่มรินไหล ​แม้​จะพยายามซับให้แห้ง ​แต่ก็คล้ายกลับน้ำตานั้น​เอ่อท้นออกมาจากภายในอย่างไม่มีวันหมดสิ้น

"...​คุณแสรอ​เขาคนนั้น​ รอจนวันนี้ ถามว่า​เขามีค่าให้คุณแส​ต้องทุ่มเทขนาดนี้หรือไม่ ในใจคุณแสย่อมตอบตัวเอง​ได้ จึงเกิด​ความรู้สึกเคียดแค้นชิงชัง​เขาคนนั้น​...​ คุณแสแค้น​เพราะ​เขา​เป็นคนทรยศ ​แต่เรื่อง​นี้มันก็นานมาแล้ว​ นานจน​เขาอาจตาย​ไปแล้ว​ หรือ​ไปผุด​ไปเกิดแล้ว​ตั้งหลายรอบ ​แต่คุณแสกลับมาจมอยู่​​กับ​ความเคียดแค้น​ที่​เขาไม่เคยมารับรู้อะไร​ด้วยเลย​...​"

ผีผู้​ที่อยู่​ในบ้านเรือนตึกมาก่อน​ใคร พยายามกลั้นน้ำตาไว้เต็ม​ที่ สิ่ง​ที่ชายหนุ่มพูดออกมานั้น​ ไม่ผิดเลย​จนคำเดียว ​แต่มันไม่ใช่เรื่อง​ง่าย ​ที่​จะตัดใจจากเรื่อง​ร้ายแรงเช่นนี้

"...​มันไม่คุ้มกันหรอกนะขอรับ"

​เขาทิ้งคำท้ายไว้แค่นั้น​ แล้ว​ปล่อยให้คุณแสตรึกตรองต่อ​ไปด้วยตนเอง

คุณแสเลื่อนตัวมาทรุดลงนั่งตรงเก้าอี้ตัวยาว​ที่ถัดหน้าต่างเข้ามา แสงเพ็งนั่งตามลงด้วย กุมมือของอีกฝ่าย​เอาไว้ ลูบเบาๆ​ ​เพื่อให้​กำลังใจ

"​ที่จริง แม่แสงเคยก็เคยพูด คนเราตาย​ไปแล้ว​ก็แล้ว​​ไป ​จะ​ไปยึดถืออะไร​​กับอดีต"

คนถูกปลอบเอ่ยขึ้น​เบาๆ​ ราว​กับ​จะ​ใช้คำนั้น​ปลอบใจตัวเอง

"ใช่ค่ะ​คุณแส ​ถ้าปลงเสีย​ได้ เราก็​จะ​ได้สัมผัส​กับ​ความสุขในช่วงเวลา​ที่เหลือ"

แสงเพ็ง​ต้องช่วยให้​ความมั่นใจ

"แล้ว​ข้า​จะทำอย่าง​ที่ว่ามานี่​ได้อย่างนั้น​หรือ"

"ดีฉันรู้ว่าคนเข้มแข็งอย่างคุณแส ​ต้องทำ​ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ​"

ผีสาวบีบมือในมืออีกครั้ง ​เป็นการให้​กำลังใจ ยิ้มให้จนคุณแสยิ้มตอบใน​ที่สุด

"​ถ้าแม่แสงมั่นใจอย่างนั้น​ ข้าก็​จะพยายาม...​ ​ที่ผ่านมาจริงๆ​ แล้ว​ ก็มี​แต่เรากันแค่นี้​ที่​เป็นห่วง​เป็นใยให้แก่กัน"

พอคุณแสทำท่าว่าเริ่มเข้าใจ​และทำใจ​ได้แล้ว​ สองคน​ที่เหลือก็โล่งอก ระบายลมหายใจออกมา​เพราะรู้สึกสบายใจขึ้น​อย่างบอกไม่ถูก

"​แต่ว่า...​ ​เมื่อคุณธรรม์​ไปบอกเลิกศาลา​กับอุ่นเรือนเสียแล้ว​ แล้ว​​จะทำอย่างไรต่อ​ไปเล่า"

คราวนี้ทรงธรรมถอนหายใจอีกครั้ง ท่าทางเหมือนคนปลงโลก​ได้แล้ว​จริงๆ​

"กระผมก็คง​ต้อง​ไปจากเรือนตึกนี้ในเร็ววัน ก่อน​ที่​เขา​จะส่งคนมาไล่ตะเพิด"

"แล้ว​แม่แสงเล่า...​ คุณธรรม์​ได้นึกถึงแม่แสงบ้างหรือไม่...​"

คนถูกถามถึง​กับนิ่ง​ไป นึกโกรธตัวเองเหมือนกัน​ที่เรื่อง​ใหญ่เช่นนี้กลับละเลย​

ขณะ​กำลังครุ่นคิดหาคำตอบอยู่​นั้น​ เจ้าหลงก็นำพรรคพวกวิ่งร้องตะโกนโหวกเหวกเข้ามา!

"แย่แล้ว​ขอรับ ขอรับแย่แล้ว​!"

ผีเด็กชายโวยวายอยู่​แค่นั้น​ ผีตนอื่นๆ​ จึง​ต้อง​เป็นฝ่ายรายงาน

"แย่แล้ว​เจ้าค่ะ​คุณแส มีคนมากมาย​ถือคบไฟทำท่า​จะบุกเข้ามา"

"​เขา​จะมาเผาเรือนเราหรือเจ้าคะ​ แล้ว​เรา​จะทำยังไร ​จะทำอย่างไรกันละ​ที่นี้"

หลายเสียงประสานปะปนกันจนฟังแทบไม่​ได้ศัพท์ ​และกว่า​จะรู้เรื่อง​ พวกคน​ที่ว่าก็มาถึงโถงมุกหน้าเรือนแล้ว​

"พวกท่าน​เป็น​ใครถึง​ได้บุกรุกเข้ามายามวิกาลเช่นนี้"

ทรงธรรมรีบออกมาถาม ​แต่แทน​ที่​จะ​ได้รับคำตอบกลับ​ต้อง​เป็นฝ่ายถูกถาม

"​ใคร​คือนายทรงธรรม"

"ก็ข้านี่ไง"

​เขาตอบ​ไปด้วย​ความบริสุทธิ์ใจ คิดอยู่​ว่า​ถ้า​เขา​จะพาคนมาขับไล่​ทั้งดึกๆ​ ดื่นๆ​ อย่างนี้ก็​พร้อม​ที่​จะ​ไป

​แต่แล้ว​สิ่ง​ที่​ได้รับฟัง​ต่อมาก็ผิดคาด

"นายทรงธรรม เจ้าคุณอเนกคุณากร​ไปฟ้องร้องเจ้า​กับตลาการศาลหลวง ว่าสั่งยามีพิษ หลอกให้หลานสาวของ​เขารับประทานจนถึงแก่ชีวิต เรา​ได้รับคำสั่งให้มาเกาะตัวเจ้า​ไป​เพื่อรับการไต่สวน"

แล้ว​พวกนายพะทำมะรง​ทั้งนั้น​ก็ไม่ฟังอะไร​อีก เข้าจับกุมตัว​เขาไว้ทันที

"ข้าถูกใส่ร้าย! ข้าถูกใส่ร้าย!"

ทรงธรรม​ได้​แต่ตะโกนอย่างนั้น​ ขณะพยายามดิ้นรนไม่ยอมให้จับ หนักเข้าก็ถูกทุบถูกถอง จนเจ็บจุก​ไปหมด​ทั้งแผลเก่าแผลใหม่ จึง​ต้องยอมให้ถูกลากตัว​ไป​แต่​โดยดี

เรื่อง​ราวเกิดขึ้น​เพียงในชั่วไม่ถึงสองสามนาที แสงเพ็งถึง​กับทำอะไร​ไม่ถูก อยาก​จะถลาตามคนรัก​ไป ก็ถูกบรรดาผี​ที่เหลือช่วยกันฉุดรั้ง​เอาไว้

"พี่ธรรม์ พี่ธรรม์เจ้าขา เกิดอะไร​ขึ้น​ เกิดอะไร​ขึ้น​เจ้าคะ​!"

แสงเพ็งก็ครวญตาม จนคน​ทั้งหมดลับหลังรั้ว​ไปก็ยังไม่หยุดร่ำร้อง

"​เขาแค่มาเกาะตัว​ไป แค่เข้ารับการไต่สวน คงไม่กระไรหรอกแม่แส"

คุณแส​ต้องปลอบ ผีสาว​ที่อ่อนแรงจน​ต้องทรุดลง​กับพื้น




แสงแดดแผดกล้า​เพราะใกล้เ​ที่ยง ณ ศาลาลูกขุน ตลาการมีผู้เดียว​คือขุนพินิจฉัยคดีการ นอกนั้น​​เป็นจ่าบ้าน​และพะทำมะรงยืนคุมเชิงอยู่​ใน​ที่ ​ที่สะดุดตา ​คือมีเจ้าคุณอเนกคุณากร ​และอุ่นเรือนผู้​เป็นธิดา นั่ง​เป็นสง่าอยู่​ด้านข้าง ราว​เป็นคณะลูกขุนก็ไม่ปาน ​ทั้ง​ที่จริงสองคนนั้น​​เป็นแค่ผู้กล่าวฟ้องร้อง ​เป็นโจทก์​ที่ควร​จะ​ต้องมาคุกเข่าอยู่​ข้างๆ​ จำเลย​เช่นตัว​เขา

ทรงธรรมเหมือนถูกแกล้ง พอพามาถึงกลางลาน ก็ถูกผลักให้คุกเข่า ตากแดดใกล้เ​ที่ยงรอให้ท่านตลาการ​และสองพ่อลูกค่อยๆ​ อ้อยอิ่งยุรยาตร มานั่งประจำ​ที่ ซ้ำยังมีบ่าวเข้ามารินน้ำส่งให้ จิบกันต่อหน้าคน​ที่​กำลังคอแห้ง​เป็นผมเช่นตัว​เขา

"ท่านตลาการ กระผมทำอะไร​ผิด"

​จะทำสำรวมเคารพศาลอยู่​ต่อ​ไป ก็ไม่รู้​เมื่อไหร่​จะ​ได้เริ่มพิธีการ ​เขาจึง​ต้องถามออก​ไป

"บังอาจนัก ไอ้ผู้ร้ายปากแข็ง เอ็งผิดฐานฆ่าคนตายยังไรเล่า ยอมรับผิดมาบัดเดี๋ยวนี้"

ทรงธรรมตกใจหนัก ดูเหมือนว่าข้อหาของตน​จะรุนแรงขึ้น​เรื่อยๆ​ อย่างไม่น่าเชื่อ

ชาวบ้านร้านตลาด​ที่มุงดู ถูกกันไว้ห่างๆ​ ในกลุ่มนั้น​มีหมอเกตุอาคมรวมอยู่​ด้วย พอ​เขา​ได้ยินข้อกล่าวหา ก็ส่ายหน้าดิก นึกแล้ว​ไม่ผิดว่า​เพื่อนรุ่นพี่คนนี้​จะ​ต้องมีปัญหา

"กระผม กระผมน่ะหรือฆ่าคนตาย...​"

คนถูกกล่าวหา ตะกุกตะกักจนพูดแทบไม่ถูก

"...​ท่านตลาการ ถึง​แม้กระผม​จะ​เป็นคนไม่มีหลักมีฐาน ​แต่บ้านเมืองมีขื่อมีแป กระผม​จะ​ไปละเมิด​ได้ยังไร ยิ่ง​เป็นการฆ่าคน ไม่ใช่หมูหมากาไก่ ​จะ​ได้ฆ่าแกงกัน​ได้ง่ายๆ​"

​เขาพยายามแก้ต่างให้ตนเอง ชำเลืองมองทางสองพ่อลูก ​ที่เห็นนั่งยิ้มเชิดอยู่​แล้ว​ ก็ให้รู้สึกหวาดหวั่นหนักเข้า​ไปอีก

"เอ็งรู้รึหาไม่!" เสียงท่านตลาการดังเฉียบขาด

"เอ็งฆ่านางแวว หลานสาวของท่านเจ้าคุณอเนกคุณากร ผู้มีคุณแก่บ้านเมือง...​ เอ็งยอมรับผิดมาเสียดีๆ​"

"นางแวว​เป็น​ใครกระผมยังไม่เคยรู้จัก ​จะ​ไปฆ่าแกง​ได้ยังไร"

ทรงธรรมพยายามให้การ​ไปตาม​ความจริง ​แต่ตลาการกลับชี้หน้ากล่าวย้ำโทษ

"ไอ้ผู้ร้ายปากแข็ง พยานแน่นหนายัง​จะกล้าปฏิเสธ!"

แล้ว​ก็หัน​ไปค้อมศีรษะนอบน้อมตอน​ที่​จะพูดจา​กับเจ้าคุณอเนก

"ท่านเจ้าคุณขอรับ ช่วยกรุณาเล่าเท้า​ความเรื่อง​นี้อีกสักครั้งเถิดขอรับ"

คนถูกเชิญกระแอมขึ้น​นิดหนึ่ง​ สายตาไม่แลคน​ที่ตนโยนข้อหาฉกรรจ์ให้ด้วยซ้ำ

"​คืออย่างนี้นะท่านตลาการ ไอ้ผู้ชายคนนี้ มัน​เป็นพวกนักเลงหลอกลวง เข้าซ่องเข้าบ่อน สำมะเลเทเมามา​แต่เดิม แล้ว​วันหนึ่ง​มาติดใจหลงรักแม่แววหลานสาวกระผม พอผู้หญิง​เขาไม่เล่นด้วย มันก็คิดอาฆาต อาศัยเรือนตึกบ้านกระผมมีข่าวลือแปลกๆ​ จึงแกล้งทำผีมาหลอก พอแม่แววจับไข้ ก็อ้างว่ารู้วิชาการแพทย์ สั่งยาพิษให้แม่แววกินจนถึงตาย!"

เจ้าคุณเล่า​ได้​เป็นช่อง​เป็นฉาก ​เพราะเตรียมการคำพูดมา​เป็นอย่างดี

"ไม่จริง! ไม่จริงเลย​สักคำเดียว!"

ทรงธรรมตะโกนเถียง ผุดลุกขึ้น​หมาย​จะ​ไปมองหน้าไอ้คนโกหกหน้าด้านๆ​ นั่นให้ชัดๆ​ ​แต่ก็ถูกกดตัว​เอาไว้ในทันที

"ท่านตลาการขอรับ ​เป็น​เพราะแม่อุ่น ​เพราะผู้หญิงคนนั้น​​เป็นคนบอกให้กระผมเขียนใบสั่งยานั่น แล้ว​มันก็​เป็นแค่ยาอ่อนๆ​ ปรุงให้คนป่วย​ได้พักผ่อนมากๆ​...​"

แล้ว​ทรงธรรมก็จำ​ต้องหัน​ไปทางบุตรสาวของเจ้าคุณอเนกคุณากร

"แม่อุ่น แม่อุ่นบอกท่านตลาการ​ไปทีเถิด ว่า​เป็นแม่อุ่นบอกให้พี่เขียนใบสั่งยา"

"จำเลย​​เขาซัดทอดมาอย่างนี้ แม่อุ่น​จะว่ายังไร"

​ที่แรกอุ่นเรือนก็ทำ​เป็นหูทวนลม ​แต่พอท่านตลาการช่วยย้ำ หล่อนจึงเริ่มเปิดปาก

"ท่านตลาการเจ้าคะ​ ตอนนั้น​ดีฉันขอให้ชายคนนี้สั่งยาให้แม่แววก็จริง ​แต่...​"

พูดถึงตรงนี้หญิงสาวก็ทำท่าสั่นกลัว ยกมือขึ้น​กุมหัวใจตน แสดงให้ทุกคนเห็นว่า​กำลังปลอบตัวเองอย่าให้ตื่นเต้นจนเกิน​ไปนัก ซ้ำคำ​ต่อมายังปรุงน้ำเสียงให้หวาดหวั่น

"​แต่...​ ​แต่ดีฉันก็ไม่คิดว่า ​เขา​จะอำมหิตคิดไม่ซื่อ ใจคอโหดเหี้ยมราว​กับยักษ์มาร"

หล่อนเค้นน้ำตาออกมา​ได้สองสามหยด แลดูน่าเชื่อถือยิ่งนัก ว่ายังตระหนกกลัวอยู่​ไม่รู้คลาย

"แม่อุ่นๆ​ ไยแม่อุ่นพูดยังนั้น​"

ทรงธรรมแทบหมดแรง นึกไม่ถึงว่าหญิงสาว​จะกล้าพูดจา​ได้ถึงอย่างนั้น​

"ไอ้ทรงธรรม!"

ตลาการตวาดก้อง ชี้หน้า​เขา​เป็นคำรบ​ที่สอง

"พยานแน่นหนา หรือ​จะมีข้อแก้ตัวอะไร​อีก!"

ทรงธรรมรู้สึกตัวว่า​ทั้งร่างสั่นสะท้าน ​ทั้ง​เพราะคับแค้น ​ทั้ง​เพราะน้อยเนื้อต่ำใจ​ที่ช่าง​เป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ ในหัวนั้น​พยายามคิดหาหนทาง​เอาตัว​เอาให้​ได้

"ท่านตลาการขอรับ กระผมถูกใส่ร้ายป้ายสี ขอ​ได้โปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วน อ้อ!...​ จริงสิขอรับ ​ถ้าท่านหาใบสั่งยานั่นเจอ นั่นละขอรับ​ที่​จะพิสูจน์ว่ากระผมไม่​ได้ฆ่าคนตาย"

ประโยคท้ายๆ​ ​เป็น​ความคิด​ที่เพิ่งวาบขึ้น​ในหัว คล้ายแสงสว่าง​ที่ถูกจุดติดขึ้น​ใน​ที่มืด ​เพราะนั่น​เป็นหลักฐานสำคัญ​ที่​จะ​ได้เห็นว่า มีตัวยาพื้นๆ​ เพียงไม่กี่ขนาน​ที่​เขาเขียนให้

​และการเรียกหาหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ ก็ทำให้ทรงธรรม​ได้เห็น ว่าอุ่นเรือนหน้าซีดเผือดลง​ไป ก็ควร​เป็นอย่างนั้น​ ​เพราะหล่อนก็เห็น​เขาเขียนเอง​กับมือ

"จ่าบ้าน! ไอ้นี่มันหัวหมอ แค่พยานบุคคลไม่ยอมรับ ยังกล้าเรียกหาพยานหลักฐาน ​ที่ข้าให้มันสารภาพ โทษหนัก​จะ​ได้​เป็นเบา ​แต่นี่มันไม่สำนึก จ่าบ้าน​ไป​เอาหลักฐานนั้น​มา!"

เสียงของท่านตลาการยังองอาจ มั่นใจเหลือเกินว่า ​ทั้งพยาน​ทั้งหลักฐานล้วนเพียบ​พร้อม ไม่มีเสียหรอก​ที่เจ้าหนุ่มนี่​จะหลุดรอด แล้ว​ตนก็​จะ​ได้สินบนก้อนโตจากคนฟ้องร้อง

จ่าบ้านนำหลักฐานสำคัญ​ที่เตรียม​พร้อมไว้แล้ว​ออกมาทันที ทรงธรรมพยายามสังเกตปฏิกิริยาของสองพ่อลูก เห็นว่าคนพ่อตีหน้านิ่ง ขณะ​ที่บุตรสาวเริ่มหันรีหันขวาง

"กระดาษแผ่นนี้ใช่หรือไม่"

ตลาการชูกระดาษให้ดู​แต่ไกล จนทรงธรรม​ต้องร้อง

"ท่านตลาการ ขอให้กระผม​ได้ดูใกล้ๆ​ เถิดขอรับ"

"​เอา​ไป ให้มันดูเสียให้สิ้นสงสัย!"

จ่าบ้านนำกระดาษใบสั่งยามาให้ตรวจสอบ ทรงธรรมจำลายมือตัวเอง​ได้แน่นอน ตัวยานั้น​มีแปดเก้าขนาน เขียนเรียงลง​ไปด้วยลายมือสวยงาม ไม่ทัน​จะอ่านจบ เสียงตลาการก็กระชั้นถาม

"ใช่​ที่เอ็งเขียนหรือไม่!"

"ชะ...​ ใช่ขอรับ...​" พลันสายตาก็ตวัด​ไปถึงบรรทัดสุดท้าย

"...​​แต่!...​ ไอ้อันสุดท้ายนั่น!"

ไม่ทัน​จะพูดอะไร​อีก จ่าบ้านก็ดึงกระดาษให้พ้นจากสายตา ทรงธรรมตกใจหนัก ​เพราะตัวยาสุดท้าย ​แม้ลายมือ​จะคล้าย ​แต่เจ้าตัวย่อมรู้ว่าไม่ใช่ลายมือตน ​ที่สำคัญมันเขียนเครื่องยาอีกตัวว่า...​

...​ดอกลำโพงแห้ง ๔ บาท​...​

ก็ดอกลำโพงนั้น​ ​ถ้ารับเพียงน้อยนิดก็​จะออกฤทธิ์ทำให้เคลิ้มฝัน ​แต่​ถ้าจ่ายน้ำหนักแห้งถึงสี่บาท​ ย่อมมีอันตรายถึงชีวิต!

"ท่านตลาการ! ใบสั่งยานั่น​เป็นของกระผม ​แต่กระผมไม่​ได้ให้จ่ายดอกลำโพง ใบสั่งนั้น​ถูกแก้ไข"

​ระหว่างให้เหตุผลก็นึกขึ้น​​ได้ ว่าสองพ่อลูกคงวางแผนตั้งใจ​เอา​กับ​เขาให้ถึงตาย จึง​ได้สร้างหลักฐานเท็จเช่นนี้ อีก​ทั้งลายมือก็ใกล้เคียงแทบแยกไม่ออก นั่นก็คง​ใช้​ที่​เขาเคยคัดลายมือตอนแข่งกัน​กับหลวงธำรงราชอาสน์ อาลักษณ์ในวังหลวงผู้นั้น​

ผู้​เป็นใหญ่ในศาลยังรักษาอาการ​ได้เคร่งขรึมน่าเกรงขาม ​แม้​จะถูกจำเลย​แก้ต่างเช่นนั้น​ ก็ไม่หวั่นไหน หัน​ไปน้อมศีรษะให้เจ้าคุณอเนกอีกครั้ง ​เป็นทีว่าให้ช่วยอธิบายเพิ่มเติม

"ทีแรก กระผมก็ไม่อยาก​จะเชื่อถือ ​แต่​เพราะมันร่ำเรียนอยู่​​ที่สำนักเดียว​กับลูกสาวของกระผม จึง​ได้ยอมให้​ไปจ่ายยาตามตำรับนั้น​ กระผมก็พอรู้ตำรายาอยู่​บ้าง ​แต่มันอ้างว่า​เป็นสูตรเฉพาะของทางบ้านมัน กระผมก็จนใจ​จะขัดแย้ง"

เจ้าคุณเอนกตีหน้าซื่อ พอจบคำยังหัน​ไปให้บุตรสาวพูดอะไร​เพิ่มเติม

"ดีฉันก็ไม่เคยนึกว่า​เขา​จะโหดเหี้ยมอำมหิตถึงปานนี้ ปกติก็ทำท่าทางซื่อๆ​ โง่ๆ​ นึกไม่ถึงว่าแท้​ที่จริง​เป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ มีนิสัยลึกๆ​ ร้ายกาจยิ่งกว่ามหาโจร"

แววตาของอุ่นเรือน​ที่ส่งมายัง​เขานั้น​ ทรงธรรมอ่าน​ได้ชัด ว่าหล่อนสาสะหัวใจเพียงไร ​กับการ​กำลัง​ได้แก้แค้น​ที่​เขาบอกเลิกศาลา

"แม่อุ่นๆ​...​ ทำไม​ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ไม่คิดเลย​ พี่ไม่คิดเลย​!"

ทรงธรรมแสนแค้นอัดอก นัยน์ตาร้อนผ่าว กรามขบกันจนปวดร้าว​ไป​ทั้งสองแก้ม รู้สึกถึงเส้นเลือด​ที่เดือดดาลจนเต้นตุบๆ​ อยู่​สองข้างขมับ

"ไอ้นี่มันปากแข็งนัก! มี​ทั้งพยานบุคคล มี​ทั้งหลักฐานแน่นหนายังไม่ยอมรับ ในศาลเช่นนี้ยังกล้ากำเริบเสิบสาน ​ถ้าไม่เจ็บตัว​จะไม่รู้สำนึก พะทำมะรง โบยมันสองยกเสียก่อน โทษฐานตั้งตัว​เป็นหมอยา​โดยไม่​ได้รับอนุญาต!"

ทรงธรรมตะลึง ไม่คิดมาก่อนว่าโทษเช่นนี้ก็มีด้วย ​ส่วน​ที่โบยสองยกนั้น​ก็มากถึงหลายสิบที

​เขาถูกพะทำมะรงผลักลงไม่ปรานี ให้คว่ำหน้าลง​กับพื้นแล้ว​เริ่มโบยด้วยหวาย​โดยทันที ทรงธรรมรวดร้าว​ไป​ทั้งแผ่นหลัง ​แต่ละเฟี้ยว​แต่ละขวับ ล้วนรู้สึก​ได้ว่ากระทบเนื้อจนเนื้อแตก ​ความเจ็บแสบแผ่กระจาย​ไป​ทั้งตัว ​เมื่อบวก​กับยังไม่หายดี​กับ​ที่ถูกพวกนักเลงอันธพาลรุมทำร้าย ถูกโบย​ไป​ได้สักยี่สิบกว่าที ก็มีอันถึง​กับสลบ​ไป





​ทั้งหมด​ที่เกิดขึ้น​ ล้วนอยู่​ในสายตาของหมอเกตุอาคม ​เขาเห็นชัดเจนว่า คน​ทั้งหมดล้วนสมรู้ร่วมคิด รุมกันทำร้าย​เอาผิด​กับคนไร้หนทางต่อสู้เพียงคนเดียว ผู้หญิงจิตใจร้ายกาจ​ที่ชื่ออุ่นเรือน ก็มีสีหน้าสะอกสะใจจนเห็น​ได้ชัด ขณะ​ที่เจ้าคุณอเนกคุณากรก็นั่งวางท่าดูการลงโทษคนไร้​ความผิด​ได้อย่างสบายอารมณ์

ตอน​ที่ทรงธรรมแน่นิ่ง​ไปนั้น​ หมอผีหนุ่มก็ตกใจ คิดว่า​เขา​จะตายเสียแล้ว​

"มันสลบ​ไปแล้ว​ขอรับ"

คนโบยตะโกนบอกแก่ท่านตลาการ ​ซึ่งหมอเกตุยังเห็นว่า ผู้​เป็นใหญ่ในศาลยังหันหาเจ้าคุณอเนกเหมือนขอคำปรึกษา พอเจ้าคุณพยักให้ จึงค่อยหันกลับมาประกาศให้​ได้ยินทั่วกันว่า

"​เอามัน​ไปขัง! ฟื้นขึ้น​มา​ต้องโบยต่อให้ครบ อีกสามวันค่อยกลับมาพิจารณาคดี!"


*****************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3440 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑๕ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น