นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #15
SONG-982
...บนแท่นเรียงราย​ไปด้วยโกศเล็กๆ​ ทำจากโลหะต่างชนิดกัน​ไป บ้าง​เป็นโกศแก้ว บ้างก็​เป็นผอบหรือไม่ก็​เป็นตลับงา บนข้างฝาเหนือแท่นขึ้น​​ไป มี​ทั้งรูปถ่าย​และรูปวาดห้อยแขวนเรียงราย​เอาไว้ ใต้ภาพเขียนนาม​และราชทินนามครบถ้วน แล​ไปล้วน​เป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ด้วยกันหมด​ทั้งสิ้...

ตอน : บทที่ ๑๔

หมอเกตุอาคมเห็นทรงธรรมหาย​ไปนาน ตั้งใจ​จะออก​ไปตาม พอเห็นคุณแสยืนแอบประตูอยู่​ใน​ที่มืดๆ​ ก็ถึง​กับสะดุ้ง ​ต้องยืนเรียกขวัญให้ตัวเองอีกอึดใจ กว่า​จะกล้าเดินเข้าใกล้

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน พอรู้ว่ามีคนเดินมาจากทางด้านหลัง ก็หันกลับมาช้าๆ​ หน้าตาไม่บอกว่าอยู่​ในอารมณ์​ความรู้สึกใด

คนเดินใกล้เข้า​ต้อง​ใช้ยุทธการ "ยิ้มสู้" ​ทั้ง​ที่ใจยังตุ้มๆ​ ต่อมๆ​ อยู่​ว่า ท่าทาง​จะไม่ชอบมาพากล

พอใกล้เข้าก็มองเลย​​ไปเห็นว่า ตรงริมระเบียงนั้น​ ทรงธรรม​กับแสงเพ็งนั่งเจรจากันอยู่​ จึงหันมาทางคุณแส นางพยักชวนให้เดินมาเสียอีกทางหนึ่ง​ ​ซึ่งหมอผีหนุ่มก็ยอมตาม​ไป​แต่​โดยดี

"น่าแปลกนะ ข้าน่ะ...​ เคยกลัวภูตผีปิศาจขนาดหนัก ​แต่ตอนนี้กลับมาเดินอยู่​​กับคุณแส​ได้ง่ายๆ​"

"ข้าเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันนั่นละ ว่า​จะ​ต้องมาเดินอยู่​​กับหมอผีหยั่งเจ้า"

เวลานี้ คุณแสอารมณ์ดีพอ​จะพูดเล่นหยอกเย้า​กับ​เขา​ได้บ้าง

"​จะว่า​ไป พี่ธรรม์ก็พูดถูก ถึง​จะคนละภพ ก็อยู่​ร่วมกัน​ได้ คุณแสเห็นอย่าง​เมื่อครู่แล้ว​ ก็คงสบายใจละกระมัง หรือไม่ก็น่า​จะ​ต้องพลอยดีใจ​ไป​กับพวก​เขาด้วย"

สองคนพากันเดินเรื่อยๆ​ มาทางด้านหน้าเรือน อันมีลานหญ้า​ที่ตั้งแต่งไว้ด้วยรูปประติมากรรม​ทั้ง​ที่​เป็นศิลา​และโลหะ

"ข้าก็เห็นอยู่​ว่าพวก​เขาน่า​จะมี​ความสุข ​แต่ตัวข้าเองนั้น​​จะรู้สึกรู้สม​ไปด้วยก็หาไม่ ก็ไม่รู้ว่ายังไรเหมือนกัน ในใจถึงรู้สึกว่า​มีอะไร​บางอย่าง คล้าย​กับ​ความอาฆาตแค้น​ที่ยังไม่จางหาย พอวันนี้แม่แสงพูดถึงตอน​ที่ตัวเองตาย ก็เลย​อยากรู้เหมือนกันว่าตัวข้าเองน่ะตายอย่างไรกันแน่"

​ที่ผ่านมาหลายชั่วโมง การ​ได้พูดคุย​กับผีสาว ​ได้เห็นว่า​ความรักอย่างผิดประหลาด​ไปกว่าธรรมดาโลกนั้น​ก็เกิดขึ้น​​ได้จริง คุณแสเลย​ลอยพยายามหวนคิดถึง​ความหลังของตนเองดูบ้าง

​แต่ก็ช่างเลือนราง ​แม้ว่าภาพวาดนั้น​​จะช่วยสะกิดเตือนใจ ​แต่มันก็ไม่​ได้ปะติดปะต่อจนช่วยให้เข้าใจอะไร​ต่างๆ​ ​ได้กระจ่างชัดเท่า​ที่ควร

"คุณแสพูดเหมือน​ที่ผ่านมาไม่เคยสนใจว่าตนเอง​ต้องจบชีวิตลงอย่างไร"

"ก็คงอย่างนั้น​ เชื่อหรือไม่ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลย​ ว่าตัวเองตายยังไร เพียงแค่...​ รู้อยู่​อย่างเดียวว่า เกลียด เคียดแค้น ​และชิงชังผู้ชายอยู่​มากมาย​นัก"

พอพูดมาถึงตรงนี้ ก็เลย​นึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้อย่างหนึ่ง​

"หมอเกตุ ​เมื่อสองวันก่อน ข้า​ได้เห็นภาพภาพหนึ่ง​ มัน​เป็นรูปวาดของข้า ด้านล่างมีชื่อ​พระยาเดชากำ​กับ​เอาไว้ เลย​คิดว่าการตายของตัวข้าเอง น่า​จะเกี่ยวข้อง​กับพวกญาติผู้ใหญ่ของแม่อุ่นเรือน หรือหมอเกตุคิดว่ายังไร"

"ข้าว่าตอนนี้คงมี​แต่เจ้าคุณอเนกละขอรับ ​ที่​จะให้​ความกระจ่างชัดในเรื่อง​นี้"

หมอผีหนุ่มตอบ​ไปตาม​ที่คิด ​ที่จริงก็ไม่น่าแปลก​ที่คุณแส​จะเกี่ยวข้อง​กับพวกอเนกคุณากร ไม่เช่นนั้น​ดวงวิญญาณ​จะมาติดอยู่​​ที่เรือนตึกนี่​ได้อย่างไร

"แล้ว​...​ ทำยังไรถึง​จะ​ได้พูด​กับ​เขาล่ะ"

"เรื่อง​นี้ก็ไม่น่า​จะยาก...​"

พอ​ต้อง​ใช้​ความคิด หมอเกตุก็​ต้อง​ใช้เวลา นิ่ง​ไปอึดใจใหญ่ กว่า​จะแนะนำหนทางออกมา

"น่า​จะลองวิธีนี้ คุณแสลองหา​ที่ขวัญอ่อนสักคน แล้ว​เข้าสิง อาศัยร่างของคนคนนั้น​ ให้​ไปหาพูดจา​กับเจ้าคุณอเนก"

​ได้ฟังดังนั้น​ คุณแสก็เหมือนเห็นหนทางสว่าง ​ความกระจ่างเรื่อง​​ที่ตน​ต้องตายอย่างไร คง​จะถูกแถลงไขให้แน่ชัด​ได้ไม่ยากเย็น ​แต่แล้ว​สีหน้าของนางก็กลับ​เป็นครุ่นคิด​ไปอีกคราว กล่าวเบาๆ​ ​กับหมอเกตุว่า

"​แต่ว่า...​ ตั้งแต่จำ​ได้ ข้าก็ไม่เคยออกจากเรือนตึกนี่เลย​สักครั้ง ​จะ​ไปหาคนอย่างนั้น​​ได้จาก​ที่ไหนกัน"

"เรื่อง​นี้ก็ไม่ยาก ​ถ้าคุณแสกลัว​จะ​ไปไหนไม่ถูก ก็หาคนพาคุณแสออก​ไปเสียก็หมดเรื่อง​ เรือนไทยของเจ้าคุณท่านก็อยู่​แค่นี้เท่านั้น​เอง"

นั่นละ แสงสว่างตรงปลายอุโมงค์จึงเรืองรองขึ้น​...​




คุณแสรอจน​ได้จังหวะอันเหมาะสม ก็นำเรื่อง​นี้​ไปหารือ​กับทรงธรรม​และแสงเพ็ง

"เรื่อง​นั้น​น่ะไม่​ต้องห่วง ถึงกระผม​จะถูกห้ามขาด ไม่ให้กลับ​ไปเหยียบ​ที่เรือนไทยนั่นอีก ​แต่บ้านช่องออกใหญ่โต เราแอบลักลอบเข้า​ไปก็ยาก​ที่​ใคร​จะพบเห็น"

ทรงธรรมอาการดีขึ้น​มากแล้ว​ ตอน​ที่​ได้พูดคุยกันถึงเรื่อง​นี้

"ดีฉันดีใจด้วยนะเจ้าคุณคะ​แส ใน​ที่สุดก็ใกล้​จะ​ได้รู้กันเสียดี หรือ​จะพูดอีกอย่าง คุณแสก็ใกล้​จะ​ได้เจอ​กับตัวของตัวเองแล้ว​นะเจ้าคะ​"

แสงเพ็งพลอยดีใจ ​ที่เห็นแววตาของคุณแสมีประกายแห่ง​ความหวังขึ้น​มาบ้าง จาก​ที่เดิม​จะมี​แต่​ความหมองหม่น ระคนเจืออยู่​​กับวี่แววของแรงอาฆาตแค้น

คุณแสเอง ​ได้ยินอย่างนั้น​แล้ว​ก็ดีใจอยู่​มาก ​เพราะอย่างน้อย ไม่ว่าเรื่อง​ราว​ที่เกิดขึ้น​จนกระทั่งตน​ต้องตายลงนั่น​จะ​เป็นอย่างไร การ​ที่​ได้รู้อะไร​ๆ​ เสียบ้าง ก็ยังดีกว่าการไม่รู้อะไร​เลย​

"​และอีกอย่างหนึ่ง​​คือ กระผมก็อยาก​จะ​ไปพบ​กับแม่อุ่นอีกสักครั้ง"

การ​ที่ทรงธรรมพูด​ต่อมาดังนี้ ทำให้แสงเพ็ง​ต้องมองหน้า ​เขาก็ประสานสายตากลับมาตรงๆ​ แสดงเจตนาว่าไม่มีสิ่งไรเคลือบแฝงในน้ำคำ

"เห็นไหมเล่า...​ พี่ธรรม์น่ะนะ...​ ยังไม่...​"

ผีสาว​ได้​แต่พึมพำ​กับตัวเอง รู้สึกน้อยใจขึ้น​มาเหมือนกัน ​ที่ชายหนุ่มทำท่าว่า​จะลืมคนรักเก่าไม่​ได้

"แม่แสง แม่แสงอย่าเข้าใจผิด ​เป็น​เพราะพี่อยาก​จะอยู่​ร่วม​กับแม่แสงจริงๆ​ ก็​ต้อง​ไปพูดจา​กับแม่อุ่น​เขาเสียให้ชัด แม่แสง​จะ​ได้วางใจยังไรเล่า ว่าพี่นั้น​ไม่คิด​จะจับปลาสองมือ"

แสงเพ็งค่อยโล่งอก​เมื่อ​ได้ฟังคำอธิบาย อมยิ้ม​และนึกโทษตัวเอง ​ที่มัว​แต่คิดว่าชายหนุ่ม​จะทำอะไร​​ที่ไม่สมควร

​เมื่อเห็นว่า​ที่รักของตนพอเข้าใจอะไร​ๆ​ ดีขึ้น​แล้ว​ ทรงธรรมจึงหัน​ไปกล่าว​กับคุณแสอีกครั้ง

"คุณแสขอรับ ข้างนอกนั่นร้อนนัก คุณแสไม่​ได้ออก​ไปจากร่มชายคานี้นานแล้ว​ กระผมเกรงว่ากระแสวิญญาณของคุณแส​จะทนไม่ไหว ดังนั้น​...​"

แล้ว​คนพูดก็หยุด​ไปเฉยๆ​ เหมือนแกล้ง จนคุณแสแทบนั่งไม่ติด

"ดังนั้น​...​ ควร​ที่กระผม​จะ​ต้องค่อยช่วยเหลือคุ้มครอง"

​เป็นครั้งแรก​ที่ผีผู้​เป็นใหญ่ในเรือนตึก ยิ้มออกมา​ได้อย่างเต็ม​ที่ ทุกคนใน​ที่นั้น​ต่างพลอยชื่นบาน แล้ว​ก็เลย​ช่วยวางแผนการ หาทางรื้อฟื้นอดีตของคุณแส​ไปด้วยกัน




แดดสายส่องสว่าง ปุยเมฆขาวฟุ้งปลิวอยู่​ทั่วท้องฟ้าสีสด แสงน้ำส่องเงาระยิบตามาถึงในเรือน ทางเดินเล็กๆ​ ​ที่อยู่​พ้นจากร่มไม้ใบบัง ​กำลังถูก​ใช้​เป็น​ที่ทดสอบ​ความกล้าหาญ ให้ผู้​ที่ไม่เคยย่างกรายออกพ้นชายคา ​ได้ลองหลบหลีกแสงสว่างสะท้อนนานา ​ที่แค่วิบวับขึ้น​มา คุณแสก็แทบ​จะวิ่งกลับเข้าเรือน

"คุณแส...​ ขอ...​ รั...​ บ"

เจ้าหลงยานคางถาม ส่ายหัวดิก​เมื่อ ประกายน้ำส่องมากระทบ แล้ว​ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านทำเหมือน​จะถอดใจ​เอาง่ายๆ​

"นั่นแสงน้ำขอรับ ไม่ใช่แสง​พระอาทิตย์"

ผีเด็กชายไม่รู้ว่าเตือน​เป็นครั้ง​ที่เท่าไหร่ ​ส่วนผีตนอื่นๆ​ ก็พากันมายืนลุ้นให้​กำลังใจ ​ทั้ง​ที่จริงก็ไม่น่า​จะใช่เรื่อง​ใหญ่โต แค่พ้นรั้วนี้​ไป ข้ามถนนซอย แล้ว​เดินเข้า​ไปในบริเวณเรือนไทยฟากขะโน้น ระยะทางรวมแล้ว​ไม่​ได้ไกลอะไร​นักหนา

คุณแสเองก็เขินๆ​ อยู่​เหมือน ​แต่ด้วย​ความ​ที่ไม่เคย เลย​ไม่รู้​จะทำตัวอย่างไร ​ที่เห็นว่า​เป็นแผลแสบร้อนก็เห็นมาแล้ว​ หาก​ต้องมาเจอ​กับตัวเอง ก็ไม่รู้​จะเจ็บปวดสักเพียงไหน

ทรงธรรมลองเปลี่ยนมา​เป็นคนถือร่มไว้ให้ ผีสาว​ซึ่งกลับมีท่าทางไร้เดียงสากว่า​ที่เคย ​จะ​ได้คอยระวังไม่ให้ตัวอยู่​ใต้ร่ม ไม่​ต้องห่วงว่าพอตกใจแล้ว​ ​จะเผลอโยนร่มทิ้งให้ดวงวิญญาณของตนเอง​ต้องมอดไหม้แหลกสลาย​เพราะแสง​พระอาทิตย์

"​เป็นยังไรบ้าง​ขอรับ พอ​จะคุ้นเคยบ้างหรือยัง"

ชายหนุ่มกระซิบถาม ค่อนข้างเข้าใจว่าคุณแสรู้สึกอย่างไร

"​คือ...​ หลังจาก​ที่ข้าตายลง ก็ไม่เคย​ได้ออกมาพ้นชายคาเรือนอีกเลย​ นี่เพิ่งครั้งแรก แสงสีอะไร​ไม่รู้เยอะแยะ​ไปหมด"

"แล้ว​พอ​จะคุ้นเคยบ้างหรือเปล่าขอรับ"

"ข้าจำตุ๊กตาหินนั่น​ได้ ​ที่จริงมันมีถึงสามตัว ไม่รู้หาย​ไปไหนเสียตัวหนึ่ง​แล้ว​"

ทรงธรรมพาร่ม​ที่ช่วยคุ้มครองดวงวิญญาณของคุณแส มาจนถึงทางเดินด้านข้างเรือน ตรงนี้จัด​เป็น​ส่วนอย่างตะวันออก โรยกรวดสีขาวเม็ดเท่าปลายนิ้ว เกลี่ยเรียบ​เป็นผืน มีรูปสลักหินทรายสีขาว ยืนคู่กันอยู่​สองตัว พอคุณแสบอกว่า​ที่จริงมีอยู่​สาม ​เขาก็เพิ่งสังเกตว่า ตรงตำแหน่ง​ที่ควร​จะ​เป็นรูปสลักอีกตัวหนึ่ง​นั้น​ ขณะนี้ถูกแทนด้วยลูกหินกลึงกลม ขนาดใหญ่พอ​กับลูกนิมิตร​ที่อยู่​ตามวัด

คุณแสหยุดมอง​ไปรอบๆ​ แล้ว​สายตาก็มาหยุดอยู่​ตรงประตูข้าง รู้สึกปวดจี๊ดขึ้น​มาในหัว แล้ว​ภาพการลอบผ่านเข้าออกจากทางนั้น​ของเจ้าคุณเดชา ปู่คนใหญ่ของอุ่นเรือนก็ปรากฏขึ้น​วูบหนึ่ง​

อาการผิดสังเกตทำให้ทรงธรรม​ต้องถาม

"พอ​จะนึกอะไร​ออกอีกหรือขอรับ"

"มันคลับคล้ายน่ะ...​ ​แต่ไม่สู้​จะ​ได้เรื่อง​​ได้ราวอะไร​ แล้ว​ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกญาติวงศ์ของเจ้าคุณเดชา นอกจากแม่อุ่นเรือน​กับบิดานั่นแล้ว​ คนอื่น​จะ​เป็นอย่างไรกันบ้าง"

"ใกล้กันแค่นี้ กลางค่ำกลางคืน คุณแสก็ไม่เคยข้ามฟากมาดูเลย​หรือขอรับ"

"ตอน​ที่ข้า​เป็นผีนี่แล้ว​ ก็ไม่รู้จดรู้จำหรอกว่า​จะ​ต้องออก​ไปไหนต่อไหน ข้ามันคนไม่มีญาติพี่น้อง"

"อย่างนั้น​ก็ช่างเถิดขอรับ ​แต่คุณแสน่า​จะชิน​กับพวกแสงสะท้อนต่างๆ​ แล้ว​กระมัง"

"ก็พอชินแล้ว​ละ ให้ข้าถือร่มเองก็​ได้"

คุณแสก็นึกกระดากใจอยู่​เหมือนกัน ​ที่​ต้องให้คนอื่นมากางร่มให้ตน ราว​กับตัว​เป็นเจ้านายฝ่ายในกระนั้น​

"ไม่​เป็นไรขอรับ คุณแสยังไม่ชินทาง ไว้อีกประเดี๋ยวก็​ได้"

พ้นแนวรั้วหนาทึบของคฤหาสน์บ้านเรือนตึกมาแล้ว​ ​พอดีมีบ่าวสาวๆ​ สองสามคน ​กำลัง​จะมุดรั้วผ่านเข้า​ไปในบริเวณบ้านเรือนไทย

คง​เป็นบ่าวของเรือนเจ้าคุณอเนก ​ที่พอหันมาเห็นทรงธรรมก็เบ้หน้าใส่ ยิ่งพอเห็นท่าทางผิดประหลาด เดินกางร่มให้เงาร่มนั้น​พ้นตัว ไม่มีท่าว่า​จะบังแดดบังฝนอะไร​​ได้ ก็หัวเราะแก่กัน ซ้ำยังส่ายหน้าเหมือนเยาะ ว่า​เขาน่ะท่า​จะบ้า​ไปแล้ว​

"คนมองอย่างนั้น​ พ่อธรรม์ไม่ถือสา​เขาละหรือ"

​เพราะคุณแสรู้แก่ใจ ว่าพวกบ่าวนั้น​ไม่เห็นตน จึงเข้าใจเจตนาของอาการต่างๆ​ ​ที่พวกนั้น​แสดงออก​เป็นอย่างดี

"ก็ช่างพวกมันประไร"

ทรงธรรมตอบง่ายๆ​

"ถึงพ่อธรรม์ไม่ถือสา ​แต่เราก็​เป็นผี​กับคน พ่อธรรม์ไม่ถือ​แต่คนอื่นก็​ต้องกล่าวหา ยิ่ง​ถ้าคิด​จะคบหาจริงจัง​กับแม่แสง...​"

"​ใคร​จะว่าอะไร​ก็ช่างเถอะ ในใจกระผมตอนนี้ คน​กับผีไม่ต่างกันเลย​ ผีเสียอีกกระมัง​ที่จริงใจมากกว่าพวกคน ดีกว่าพวกคนมีชีวิตด้วยซ้ำ​ไป"

"แล้ว​พ่อธรรม์คิดถึงวันข้างหน้าบ้างหรือเปล่า"

คำถามนี้​เพราะ​ความ​เป็นห่วงมากกว่า​จะหา​ความ

"ก็คิดอยู่​เหมือนกัน ​แต่​เมื่อยังไม่รู้ผลลัพธ์ ก็ไม่รู้​จะอยากรู้​ไปทำไม สู้มี​ความสุข​กับวันนี้ให้เต็ม​ที่​จะดีกว่า คุณแสว่าจริงไหมเล่า"

"ฟังดูเหมือนผู้เฒ่าผู้แก่ ​ที่ปลง​ได้แล้ว​​กับทุกสิ่งทุกอย่าง"

ทรงธรรมถึง​กับขำออกมา ​เพราะนึกตามคำของคุณแสแล้ว​ก็เห็นจริงตามนั้น​

"​ถ้าข้าคิด​ได้หยั่งพ่อธรรม์บ้างก็คง​จะดี"

แล้ว​สีหน้าของผีผู้​เป็นใหญ่ในเรือนตึก ​และเพิ่งเคยออกมาพ้นชายคา​เป็นครั้งแรก ก็มีแววหม่นหมองปรากฏขึ้น​มาอีก จนชายหนุ่ม​ต้องทำเสียง​เป็น​ที่เล่น ตอนพูดต่อ​ไปว่า

"คุณแสขอรับ ​ถ้าคุณแส​เป็นกระผม คุณแสก็ไม่ใช่คุณแสน่ะสิขอรับ"




บริเวณบ้านเรือนไทยดูเงียบเหงา ลานไม้ดัดเปลี่ยวร้างผู้คน มีเพียงเสียง​จะเข้แว่วๆ​ มาให้​ได้ยิน จึงนับว่าเทพยดา​เป็นใจ ท่านคงอยาก​จะให้คุณแส​ได้รู้​ความจริง

​ทว่า...​ ขณะ​กำลังย่ามใจ ก็เห็นไกลๆ​ ว่านายวงศ์พาบ่าวติดตามอีกคน เดินตรง​ไปยังด้านไกล

ทรงธรรมรีบหลบ ดีว่าตาบ่าวคนสำคัญของเจ้าคุณไม่​ได้ใส่ใจ​จะเหลียวแลสิ่งใด

ตัวเองนั้น​​ได้ยินแล้ว​ว่า เสียง​จะเข้​ที่ตกๆ​ หล่นๆ​ นั้น​ คง​เป็นฝีมือของอุ่นเรือน จึงหัน​ไปยื่นร่มให้คุณแส ​พร้อม​กับกล่าวว่า

"ร่มไม้ใบบังมีมาก เรือนเล็กเรือนน้อยก็คงพอให้คุณแสอาศัยร่มเงา เราคง​ต้องแยกกัน​ไป ​เมื่อกี้นายวงศ์​ไปทางนั้น​ อาจ​จะเร่งเดิน​ไปหาเจ้าคุณ คุณแสตาม​ไปเถิด ​ส่วนกระผม​จะ​ไปทางเรือนแพริมน้ำ แล้ว​พอตะวันตรงหัว เราค่อยกลับมาเจอกันตรงนี้"

​เขานัดแนะเสร็จสรรพ เห็นอยู่​เหมือนกันว่า ท่าทางของฝ่ายตรงข้ามก็ตื่นเต้นไม่น้อย

"อย่างนั้น​พ่อธรรม์ก็ระวังตัวด้วยนะ"

"คน​ที่​ต้องระวัง​คือคุณแสต่างหากขอรับ"

แล้ว​สองคนก็ส่งยิ้มให้​กำลังใจแก่กัน ก่อน​จะแยก​ไปทางของตน ทรงธรรมยังยืนส่ง จนเห็นว่า คุณแสน่า​จะ​เอาตัวรอด​ได้ ​เขาจึงค่อยเริ่มอาศัยสุมทุมพุ่มไม้ พรางกายลัดเลาะ​ไปทางริมน้ำ

คุณแสเดินมาตาม​ที่เห็นว่า บ่าวชราของเจ้าบ้าน​ไปทางนั้น​ ​ทั้งบริเวณ​ที่เงียบเชียบ ทำให้ค่อนข้างสะดวก​สบาย ​และติดตามมาถึงเรือนบริวารหลังหนึ่ง​อย่างง่ายดาย

​เป็นเรือนยกพื้นมีหกเสา ขนาดสี่ห้อง​ที่เหมาะ​จะอาศัยอยู่​สักคนหรือสองคน ข้างฝา​ใช้เสื่อรำแพน ​ส่วนหลังคามุงด้วยตับจาก ​ที่น่ากลัว​คือรอบเรือนล้อมไว้ด้วยสายสิญจน์ ซ้ำยังมีผ้ายันตร์ต่างๆ​ แขวนไว้ทั่ว​ไปหมด

นายวงศ์​และบ่าวขึ้น​​ไปบนเรือน คุณแส​ต้องลอยตัวขึ้น​แอบมองทางหน้าต่างด้านหนึ่ง​ พอเห็นถนัดก็จำ​ได้ว่า คน​ที่นอนป่วยไข้อยู่​นั่น​คือแม่แวว หลานสาวเจ้าคุณอเนก นาง​คือคน​ที่แอบ​ไปพรอดรักจนเกือบถูกหลวงเซ่งทำร้าย ดี​ที่ว่าพวกคุณแสจัดการไอ้คนชั่วช้านั่น​ได้เสียก่อน

"แม่แวว ลุกขึ้น​มาดื่มยา​ได้แล้ว​"

นายวงศ์เรียกเบาๆ​ ​ส่วนบ่าวก็ขยับเข้าประคอง ให้คนเจ็บค่อยทรงกายขึ้น​จากหมอน

"ดูเถอะ กินยามา​ต้องนานแล้ว​ ทำไมยังไม่หายเสียที"

​เพราะจากวันนั้น​​ที่เกิดเรื่อง​ใหญ่ มีคนตกบ่อตายในบ้านเรือนตึก ​และแม่แววก็อยู่​ในเหตุการณ์ นางโวยวายว่า​เป็นฝีมือของภูตผี กระทั่งจนวันนี้ยังขวัญเตลิด ​ต้องนอนซมอยู่​​กับเรือนเรื่อยมา

"เลย​ไม่รู้ว่า​เพราะแม่แววขวัญหาย หรือว่ายาตำรับของไอ้หนุ่มทรงธรรมมันไม่​ได้เรื่อง​​ได้ราวกันแน่"

บ่าวสำคัญของเจ้าคุณอเนกพูดต่อ​ไปเรื่อยๆ​ ขณะค่อยๆ​ ป้อนยาชามหนึ่ง​ให้​กับหญิงสาว

คุณแสนึกถึงคำพูดของหมอเกตุอาคม คิดว่าแม่แววนี่ละเหมาะสม ​ที่​จะเข้าสิง แล้ว​​ใช้ร่างนั้น​​ไปเจรจาหา​ความจริง​กับเจ้าคุณอเนกคุณากร

คิดแล้ว​ก็ลืมตัว รีบพุ่งเข้า​ไป ​แต่ก็กลับปะทะ​กับข่ายยันตร์​และสายสิญจน์​ที่ล้อมรอบ คุณแส​ต้องกระดอนถอยกลับ สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​มีเพียงเสียงดังปังตรงข้างฝา ​ที่ชายสองคนคิดว่านกกาคงบินมาชน ​แต่ผู้​ที่จิตตกต่ำ ขวัญอ่อนเจือจางอย่าง​ที่สุด กลับเห็น​ได้ถนัดชัด

แม่แววผวาเฮือก กรีดร้องสุดเสียง ปัดชามตรงหน้ากระเด็น​ไป ผลักชายอย่างสุดแรงจนล้ม​ไปทางหนึ่ง​ แล้ว​ตัวก็เผ่นหนีออกมานอกเรือน

ถึงหัวกระไดก็ตั้งท่า​จะกระโจนลง สองคน​ที่ตามมาห้ามไว้ไม่ทัน พอร่างแผล็วพ้นเขตสายสิญจน์ออกมา คุณแสก็เข้าสวมร่างไว้​ได้ทันที

สภาพ​ที่นายวงศ์​และบ่าวหนุ่ม​ได้เห็นก็​คือ แม่แววเกิดคลุ้มคลั่ง ถลาออกชานเรือน แล้ว​ก็โจนลง​ไปหมดสติอยู่​ตรงเชิงบันได

สองคนต่างพากันงุนงง ดี​ที่ว่าร่างกายนางไม่​ได้ฟกช้ำอะไร​มาก จึงช่วยกันประคองให้กลับขึ้น​มานอนพัก นายวงศ์ยืนดูอาการอยู่​อีกครู่หนึ่ง​ ก็ชวนกันกลับ ตั้งใจว่า​จะ​ไปวานให้นางบ่าวสักคนมาดูแลอย่างใกล้ชิด

พอเสียงของสองคนนั่นเงียบ​ไป คุณแสในร่างของแม่แวว​ที่หลับตานิ่งอยู่​ ก็​พร้อมแล้ว​​ที่​จะติดตามสะสางเรื่อง​ในอดีตของตัวเอง

ทางด้านทรงธรรม ​เมื่อย่องกริบมาจนถึงเรือนชายน้ำ ก็แอบข้างฝาสังเกตการณ์อยู่​ครู่หนึ่ง​ เห็นว่าอุ่นเรือนอารมณ์ไม่ดีนักก็เกิดอาการลังเล ​แต่ก็แค่วิบเดียว ​เพราะตัดใจ​ได้เสียแล้ว​ว่า ตน​กับอุ่นเรือนนั้น​ไม่น่า​จะคู่ควรกันจริงๆ​

อุ่นเรือนดีด​จะเข้​เป็นเสียงแกร็งๆ​ กร่างๆ​ อยู่​อีกสองสามทีก็ยิ่งพาลรีพาลขวาง ออกปากขับไล่นางบ่าว​ที่นั่งคอยรับ​ใช้อยู่​ใกล้ๆ​

ทรงธรรมจึง​ได้จังหวะ ให้เสียงก่อน​ที่​จะเยี่ยมกายเข้า​ไป

"แม่อุ่น...​"

หญิงสาวหันมาตามคำเรียก ตอนแรกก็เผลอยิ้มให้ ​แต่แล้ว​ก็รีบตีสีหน้าชาเฉย

"พี่ธรรม์...​"

อุ่นเรือนตอบคำด้วยคำทักสั้นๆ​ เพียงแค่นั้น​ คิดว่าทรงธรรมคง​จะรีบเข้ามางอนง้อ ​แต่พอเห็น​เขายังยืนนิ่ง หล่อนก็จำ​เป็น​ต้องเอ่ยขึ้น​เสียเอง

"มาทำไมเล่า หรือว่ารู้แล้ว​ ว่ายังไรๆ​ ก็ขาดฉันไม่​ได้"

ทรงธรรมแค่อมยิ้ม สายตา​ที่ทอดมองหญิงสาวตรงหน้า ว่างเปล่าปราศจาก​ความรู้สึกใดๆ​

"พี่...​ เพียงแค่อยาก​จะมาคุย...​"

"ใช่ซีนะ เรื่อง​ของพี่ธรรม์ ก็พอ​จะเดา​ได้ นี่คง​จะมาพูดว่า เรื่อง​​ที่ฉันปฏิเสธ ไม่รู้จักไม่เคยพบเห็นนักเลงพวกนั้น​มาก่อนน่ะ พี่ธรรม์ให้อภัยแล้ว​ แล้ว​...​"

อุ่นเรือนลุกขึ้น​ยืน เดิน​ไปรอบๆ​ ชายหนุ่ม​ที่ยังไม่​ได้ขยับเขยื้อนอีกเลย​ตั้งแต่เข้ามาในเรือนแพ

"แล้ว​...​ ก็​จะให้ฉันพา​ไปหาเจ้าคุณพ่อ ขอโทษขอโพยเรื่อง​วันนั้น​ เผลอๆ​ คงสาบานด้วยว่า​จะไม่​ไปยุ่ง​กับพวกนั้น​อีก...​ ​จะฝากเนื้อฝากตัวอยู่​​กับเจ้าคุณพ่อ ไม่เถลไถล​ไปไหนอีกแล้ว​ ใช่ไหมล่ะ"

คำท้ายนั้น​อุ่นเรือนกระแทกเสียงใส่ตรงข้างหู ​แต่ทรงธรรมก็ยังใจเย็นอยู่​​ได้ ​เขาเอ่ยขึ้น​เรียบๆ​ ว่า

"แม่อุ่นอย่าเข้าใจผิด"

หญิงสาวแปลกใจไม่น้อย​ที่​ได้ยินดังนั้น​

"​ถ้าอย่างนั้น​แล้ว​...​"

หล่อนวกกลับมายืนต่อหน้า​เขา อยากรู้เหมือนกันว่า คนอย่างผู้ชายตรงหน้านี่ ​จะมาท่าไหนกันแน่

"พี่​จะพูดสั้นๆ​ ง่ายๆ​ ​คือ...​ เราจบกันแค่นี้เถอะ"

​เขาพูดชัด ชัดเสียจนอุ่นเรือน​ได้ยินเต็มสองหู ​แต่หล่อนก็ไม่อยาก​จะเชื่อสิ่ง​ที่ตนเอง​ได้ยินอยู่​ดี

ผิดคาด​ไปมากมาย​นัก ​เพราะคิดว่าคนอย่างทรงธรรม อย่างไรก็​ไปไหนไม่รอด แล้ว​อยู่​ๆ​ กลับมาพูดจาตัดขาดกันง่ายดายขนาดนี้ มีหรือ​ที่อุ่นเรือน​จะยอมเสียหน้า

เหวี่ยงฝ่ามือหมาย​จะฟาดหน้าให้สักฉาด ​แต่ทรงธรรมระวังอยู่​แล้ว​จึงหลบ​ได้ทัน คราวนี้อุ่นเรือนเลย​ระดมใส่ไม่ยั้ง

ตัวเอง​เป็น​ใครกันถึงกล้ามาบอกเลิก​ได้อย่างนี้!!!




คุณแสอาศัยร่างของแม่แววพาตัวมาถึงศาลเทพอารักษ์ พอ​จะคุ้นเคยเส้นทางอยู่​บ้าง ​เพราะศาลาใหญ่หลังนี้ปลูกสร้างมานานตั้งแต่ต้นกรุง พอเห็นว่าเจ้าคุณเอนก​กำลังจัดแจงหิ้งบูชาอยู่​ตามลำพัง ก็ค่อยก้าวเข้า​ไปอย่างเงียบเชียบ

"ตอนนี้เรื่อง​ทุกอย่างก็สงบลงแล้ว​ ข้า​จะขออนุญาตขายบ้านเรือนตึกนั้น​เสีย พวกฝรั่ง​เขา​จะขอซื้อทำ​เป็นสถานทูต หวังว่าปู่ย่าตายายคงเข้าใจ...​"

​ได้ยินเสียงเจ้าคุณผู้ใหญ่พึมพำ​กับตัวเองต่อ​ไปอีกหลายคำ ขณะ​ที่สายตาของคุณแสก็ไล่หาร่องรอยหรือเค้ามูลสิ่ง​ที่น่า​จะเกี่ยวข้อง​กับเรื่อง​ราวของตนเอง

"พอบ้านเรือนตึกนั่นพ้นตัว​ไป เรื่อง​ราวในอดีต​ที่ผ่านมา ก็​จะ​ได้ไม่มี​ใครพูดถึงอีก ​โดยเฉพาะเรื่อง​เสื่อมเสียอันนั้น​ ก็​จะ​ได้จบลง​ไปเสียที"

ปักธูปเสร็จ พอหันหลังกลับ จึง​ได้เห็นหลานสาว ​ซึ่ง​เป็นญาติชั้นห่าง ยืนนิ่งมองอยู่​ด้วยสายตา​ที่ไร้แวว ​และเบิกกว้างจนน่ากลัว

"แม่แวว ​ที่นี้ห้ามเข้ามาเพ่นพ่าน​โดยพลการ!"

เจ้าคุณ​ใช้เสียงดังเข้าข่ม​ความตกใจ ​ที่อยู่​ๆ​ นางก็โผล่มา​โดยไม่ให้สุ้มเสียง

"แล้ว​มาถึงนี่​ได้ยังไร ​ใครปล่อยให้มา"

ผู้มากวัยยิ่งตวาดถาม ​เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาอื่นใด นอกจากเดินหลังแข็ง ตรงแน่วเข้ามาตรงแท่นวางอัฐิบรรพบุรุษ

บนแท่นเรียงราย​ไปด้วยโกศเล็กๆ​ ทำจากโลหะต่างชนิดกัน​ไป บ้าง​เป็นโกศแก้ว บ้างก็​เป็นผอบหรือไม่ก็​เป็นตลับงา บนข้างฝาเหนือแท่นขึ้น​​ไป มี​ทั้งรูปถ่าย​และรูปวาดห้อยแขวนเรียงราย​เอาไว้ ใต้ภาพเขียนนาม​และราชทินนามครบถ้วน แล​ไปล้วน​เป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ด้วยกันหมด​ทั้งสิ้น

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ลูกหลานชั้นปลายแถวอย่างออเจ้า ไม่มีสิทธิ์​จะเข้ามาถึงตรงนี้!"

​แต่ร่างของแม่แววก็ยังไม่​ได้มีท่าที​จะรับรู้สิ่งอื่นใด ​เพราะตอนนี้แม่แสในร่างนั้น​ เห็นแล้ว​ว่า ภาพหนึ่ง​บนหลายภาพ​ที่เรียงรายอยู่​บนข้างฝา ​คือภาพวัยชราของคน​ที่นางเคยรักสุดหัวใจ

คุณแสเดินใกล้เข้า​ไปอีก เอื้อมมือหมาย​จะดึงภาพนั่นมาดูใกล้ๆ​ เจ้าคุณรีบปราดเข้ามาผลัก

​ทว่าผู้มากวัยกลับ​เป็นฝ่ายเสียหลัก ราว​กับอึดใจ​ที่แล้ว​​ได้โถมเข้าผลักเสาหิน ร่างน้อยนิดของแม่แวว ไม่​ได้เขยื่อนเลย​สักนิด

​ทั้งรูปวาด ​ทั้งนาม​ที่กำ​กับ ​คือ ​พระยาเดชาคุณากร ทำให้​ความทรงจำ​แต่หนหลังของคุณแสค่อยหวนกลับคืนมา

นางรักอยู่​​กับเจ้าคุณคนนี้ ตั้งแต่​เขาเพิ่ง​เป็นคุณ​พระ ​แม้​จะมีเอกภรรยาอยู่​แล้ว​ ​เขาก็รับปาก​เป็นมั่นเหมาะว่า​จะยกคุณแสขึ้น​​เป็นอนุภรรยา ไม่ใช่เพียงแค่เมียทาสเมียบ่าวอย่าง​ใคร​เขาอื่น

ภาพวันเวลาแห่ง​ความสุขผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาไม่หยุด ทุกห้วงเวลาแห่ง​ความสุข เหล่านั้น​คุณแสแทบจำไม่​ได้แล้ว​ว่า ​ความรู้สึก​เป็นสุขในขณะนั้น​​คืออย่างไร

"คุณโด่งเจ้าขา แสรอคุณโด่งมานานเหลือเกิน...​"

​เป็นชื่อเรียกหาเฉพาะในหมู่ญาติสนิทชั้นเดียวกัน ด้วยว่าเจ้าคุณในรูป มีเค้าโครงหน้างามคมสัน จมูงโด่งโดดเด่นผิด​ไปกว่าญาติพี่น้องคนอื่นๆ​

เจ้าคุณอเนกตกใจนัก ​เพราะคนรุ่นแม่แววไม่มีทาง​จะ​ได้รู้​ได้เห็น​กับชื่อนี้ ​เพราะท่านลุงผู้นี้ ​เป็นเหมือนพวกโครงกระดูกในตู้ ​คือพอตาย​ไป ​ทั้งตระกูลก็พากันเก็บงำเรื่อง​ราวเสื่อมเสีย​แต่หนหลัง​เอาไว้จนมิดชิด นอกจาก​ที่ไว้อัฐินี้แล้ว​ ​จะไม่มี​ใคร​ได้รู้​ได้เห็นอีกเลย​ว่า เจ้าคุณเดชาคุณากรนั้น​ มีรูปร่างหน้าตา หรือประวัติชีวิต​เป็นอย่างไร

"รู้​ได้ยังไร รู้จักชื่อลุงข้า​ได้ยังไร!"

ขณะ​ที่บิดา​กับ​กำลังตระหนกหนักถึง​กับจับต้นชนปลายอะไร​ไม่ถูกนั้น​ ฝ่ายบุตรสาวก็​กำลังมีเรื่อง​เดือดร้อนให้หนักใจอยู่​เช่นกัน

"ทำไม! สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะว่ามีคนอื่น!"

อุ่นเรือนไม่ยอมหยุดซักไซ้ หลังจากอาละวาดจนเหนื่อยหอบ

"คนอื่นไม่เกี่ยว ​ที่ง่าย​ที่สุด​ที่​จะอธิบายเรื่อง​นี้ก็​คือ แม่อุ่นไม่ใช่คน​ที่พี่คิด​จะรัก​จะชอบต่อ​ไปอีกแล้ว​ การ​ได้ร่วมชีวิต​กับแม่อุ่น คง​เป็นการลำบากมากกว่า​ที่​จะสบาย"

ไม่ทันพูดจบดีหรอก ตอน​ที่หญิงสาวกระโดดเข้าผลักอก

"ไม่มีทาง คนอย่างพี่นะรึ ​จะไม่มุ่งหวังลาภยศ​ความสุข​ความสบาย ก็นี่ไงเล่า ​ได้​แต่งเข้าตระกูลใหญ่ มีหรือ​ที่พี่ธรรม์​จะตัดใจ​ได้ง่ายๆ​"

"ขอบอกตามตรงก็แล้ว​กันนะแม่อุ่น ​เมื่อก่อน​ที่พี่เข้ามาตีสนิท ก็​เพราะสิ่ง​ที่แม่อุ่นว่ามานั่นละ ​แต่วันนี้ รู้แล้ว​ว่าชีวิตมัน​คืออะไร​ ลาภยศสรรเสริญอะไร​นั่น มันก็แค่เปลือกภายนอก พี่ไม่​ได้สนใจไยดีอะไร​​กับมันอีกแล้ว​"

อุ่นเรือนรู้สึกว่า​ใบหน้าของตัวเองชาดิก ไม่คิดเลย​ว่า​เขา​จะกล้าพูดออกมาเช่นนี้ นี่มันเท่า​กับดูถูกกันชัดๆ​ ​ที่ว่าเข้ามาดีด้วย ไม่ใช่​เพราะรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ

"ชีวิต​ที่อิสระเสรี ไม่​ต้องก้มหัวเลียแข้งขาให้​ใคร นั่นละ​คือหนทาง​ที่พี่ค้นพบ!"

ทรงธรรมพูดแล้ว​ก็มองเมินออก​ไปทางสายน้ำในลำคลอง ​เพราะใบหน้ายามเดือดดาลถึงขีดสุดของธิดาเจ้าคุณอเนกคุณากรนั้น​ ดูไม่​ได้​เอาเสียเลย​

"​เป็น​ไปไม่​ได้ ​เป็นอย่างนั้น​​ไปไม่​ได้หรอก พี่ธรรม์​ต้องมีผู้หญิงคนอื่นแน่ๆ​"

อุ่นเรือนโถมตัวเข้ามาหยิกทึ้งอีกคำรบ คราวนี้ทรงธรรมไม่ปล่อยให้ทำอยู่​ฝ่ายเดียว ​เขาผลักหญิงสาวออกให้ห่าง ปากก็ประกาศออก​ไปว่า

"ใช่...​ ใช่แล้ว​ละ ข้าชอบผู้หญิงคนอื่น ​ถ้าแม่อุ่นอยาก​ได้คำตอบอย่างนั้น​ก็ตามใจ!"




ศาลเทพอารักษ์ยังเคร่งเครียด ​เพราะไม่ว่าเจ้าคุณอเนกคุณากร​จะทำอย่างไร แม่แววก็ไม่มีทีท่าว่า​จะรับรู้ ​ที่ตกใจนัก​คือเรื่อง​​ที่คนชั้นหลานเหลนอย่างนางไม่น่า​จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามคนรุ่นปู่รุ่นทวด ​โดยเฉพาะพวก​ที่ทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล​ต้องแปดเปื้อนมัวหมอง

"​ไปจาก​ที่นี่ซะ!"

ไม่รู้ว่า​เป็นการขับไล่ครั้ง​ที่เท่าไหร่ ​แต่ผู้มากด้วยวัยก็ยังพยายาม

"แม่แวว ​ได้ยิน​ที่ข้าพูดหรือไม่!"

เห็นว่านางยืนซึมก็พยายาม​จะผลักดันให้กลับออก​ไป ​แต่คุณแสในร่างของแววยังดิ้นรน

"ไม่ ข้าไม่​ไปไหน​ทั้งนั้น​ ข้า​จะอยู่​​กับคุณท่าน ข้า​จะอยู่​​กับคุณโด่ง...​ ไม่ ไม่​ไป!!"

นางป้องปัดสะบัดหนี​เป็นพัลวัน ซ้ำในจังหวะหนึ่ง​ ยัง​สามารถฉวยภาพเจ้าคุณเดชาบนผนังลงมา​ได้

คุณแสทรุดตัวลง ร้องไห้ฟูมฟาย กอดรูปภาพไว้​กับอก รำพึงรำพันหนักจนเจ้าคุณยิ่งงุงงง

"คุณโด่งเจ้าขา นี่แสนะเจ้าคะ​ คุณโด่งไม่รักแสแล้ว​หรือเจ้าคะ​"

​ได้ยินคำนี้แล้ว​ก็ยิ่งตกใจ ไม่แน่ใจเลย​ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ ​จะ​เป็นแม่วาว​ที่เกิดอาการละเมอเพ้อพก หรืออาจ​จะแกล้ง​เอาเรื่อง​นี้มาหักหลัง หรือ​จะถูกผีสิง หรือ...​ หรือ...​ หรือ...​

ขณะ​ที่เจ้าคุณเห็นว่า แม่แววเวียนพิศดู​และกอดซุกรูปวาดของเจ้าคุณเดชาอยู่​ซ้ำแล้ว​ซ้ำ ​ความทรงจำของคุณแสนั้น​ก็ค่อยๆ​ ไหลย้อนคืนกลับมา

ในมโนนั้น​ คุณโด่งยังหนุ่มแน่น รูปร่างหน้าตาคมคายเฉียบขาด ​ทว่าแววตานั้น​แสนเศร้า สีหน้าครุ่นคิดคร่ำเคร่ง

"คุณท่านเจ้าคะ​"

​เป็นเสียงของคุณแสเอง​ที่ดังขึ้น​ในภวังค์​ความคิด ​ความรู้สึกอันแสนเศร้านั้น​ฉายให้เห็น​เป็นภาพอันแจ่มชัดว่า ตัวนางก็นั่งเคียง ดวงหน้าท่าทางก็หม่นเศร้า ครุ่นคิดหนักหน่วงอยู่​ไม่แพ้กัน

"คุณท่านคิดดีแล้ว​หรือเจ้าคะ​...​"

"คง​จะไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว​ละแม่แส คง​จะมีทางนี้ทางเดียว ทางตายเท่านั้น​"

แม่แสเกาะแขนคุณโด่งของนางไว้แน่น ราว​กับ​จะทรงตัวอยู่​เองไม่​ได้

"​แต่...​ หากว่าคุณปรางรู้ว่าดีฉันท้อง​กับคุณท่านแล้ว​ ก็อาจ​จะผ่อนปรนยอมให้ดีฉัน​เป็นเมียคุณหลวงอีกคน ​จะ​เป็นเมียบ่าวเมียทาส ดีฉันก็ยอม​ทั้งนั้น​"

คุณปราง​ที่พูดถึง​คือภริยาเอก ​เป็นเมีย​พระราชทาน​ที่คุณท่านของแม่แส ​ได้รับตอน​ได้เลื่อนยศ​เป็นคุณ​พระ นาง​เป็นใหญ่กว่า​ใครในบ้าน ​และกดข่มผู้​เป็นสามี​ได้อยู่​มือ

"เรื่อง​นั้น​​เป็น​ไปไม่​ได้ ยิ่งรู้ว่าข้ามาลักลอบ​ได้เสีย จนเกิดท้องไส้ขึ้น​มาอย่างนี้ ทางบ้านข้าเองก็คงไม่ยอม ไม่ยอมให้เรื่อง​นี้ฉาวโฉ่ ให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลด่างพร้อย"

นั่น​คือสิ่ง​ที่ตระกูลคุณากรให้​ความสำคัญ​เป็นอันดับหนึ่ง​เสมอมา กระทั่งคุณ​พระเดชาเอง ​แม้​จะรู้ว่าถลำลึก​ไปมากแล้ว​ ​แต่อย่างไรก็ไม่​สามารถตัดใจ ให้ยอมเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง​เป็นอันขาด

แม่แสซบลง​กับไหล่กว้าง น้ำตารินอาบแก้ม ​เพราะรักจนสุดหัวใจ ​เขา​จะให้อยู่​ในสถานะไหนก็​พร้อม​จะยอม ไหนเลย​ยัง​จะมามีอุปสรรคขัดข้องถึงเพียงนี้

"คุณท่านเจ้าขา ดีฉันไม่คิดเลย​ว่า​ต้องทำให้คุณท่าน​ต้องเดือดร้อนถึงขนาดนี้ ดีฉันเพิ่งเสียใจ​กับตัวเองก็วันนี้ ​ที่ไม่​ได้เกิดมาในตระกูลขุนน้ำขุนนาง ​เป็นแค่อีไพร่หัวเมือง...​"

คุณ​พระเดชารีบผิดปากคนรัก ใจ​เขาเวลานี้ก็มี​แต่เธอเพียงคนเดียวเช่นกัน ยิ่งแม่แสด่าว่าตัวเองให้เจ็บช้ำเท่าไร ​เขาก็รู้สึกว่า​ตัวเอง​จะยิ่งเจ็บช้ำมากกว่านั้น​

"ไม่ใช่​ความผิดของแม่แสเลย​สักนิด ​เป็น​เพราะ​ความอ่อนแอของข้าเอง ​ที่ทำให้แม่แส...​ ​กับ...​ ​กับลูกของเรา​ต้องมา​เป็นทุกข์​เป็นร้อน ​เป็น​เพราะข้ามันขี้ขลาด ไม่กล้าพอ​จะพาแม่แส​กับลูก​ไปจากบ้านหลังนี้​ได้"

​เขาถึง​กับหลั่งน้ำตาออกมาด้วย​ความอัดอั้น จนแม่แส​ต้องรีบ​เป็นฝ่ายปลอบ

"เถอะค่ะ​ ไม่ว่าคุณท่าน​จะอยู่​​ที่ไหน ดีฉันคนนี้ก็เต็มใจ​จะอยู่​ด้วย ​แม้ตายก็ยอม"

"แม่แส...​ ​แม้ชาตินี้เรา​จะไม่อาจอยู่​ร่วมกัน ​แต่ข้าเชื่อว่า​ความรักของเรา ​จะผูกพันเรา​ไปตลอดกาล ไม่ว่า​จะ​ไปอยู่​ในชาติภพไหน เราก็​จะรักกันตลอด​ไป แม่แสว่าอย่างนั้น​หรือไม่"

ในแววตา​ที่หญิงสาวทอดมองชายหนุ่มตรงหน้า มัน​คือแววตาแห่ง​ความจริงจัง​และจริงใจ ปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัยใด ​กับการ​ที่​เขากล่าวออกมาเช่นนั้น​

คุณแสยิ่งรู้สึกสะทกสะเทือนใจ ​เมื่อหญิงสาวในมโน โน้มศีรษะลงอิงซบอยู่​​กับ​เขาอีกคราว สายตามองตรงมา​ที่ถ้วยเล็กสองใบ ​ที่บรรจุน้ำใสๆ​ อยู่​เต็ม ​เมื่อมือของคุณ​พระเดชายื่นออก​ไป ปลายมือนั้น​สั่นระริก ​เพราะต่างรู้ดีว่าภายใน​ความใสราวตาตั๊กแตนนั้น​ ​คือยาพิษชนิดเฉียบพลัน

ฝ่ายชายคงตัดใจตัดขาดจากโลกนี้​ได้แล้ว​ จึงค่อยหยิบถ้วยใบหนึ่ง​ขึ้น​มา ตั้งใจ​จะ​ไปรอคน​ที่รักอยู่​ภพหน้า

​แต่แม่แสกลับแย่ง​ไป ​ทั้ง​ที่น้ำตายังรินลงมาไม่ขาดสาย นางก็ยังยิ้มออกมา​ได้

"คุณท่านเจ้าคะ​ ให้ดีฉัน​ไปรออยู่​ก่อนเถิดค่ะ​ การ​ไปรออยู่​ฟากภพโน้นน่า​จะดีกว่า​ต้องรออยู่​ ณ ​ที่นี้ ขอให้ดีฉัน​ได้เดินทาง​ไปก่อนนะเจ้าคะ​ ดีฉัน​จะ​ไปรอท่าน แล้ว​พบกันนะเจ้าคะ​...​"

พูดจบแม่แสก็ดื่มยาพิษนั้น​จนหมดถ้วย ไม่ฟังอีกว่าฝ่ายชาย​จะทัดทานหรือลังเลอยู่​อย่างไร

คุณแสยังระลึก​ได้ ว่า​ความร้อนแล่นปราดลงตามทรวง คล้ายถูกมีดกรีดคว้าน พอ​ความร้อนวูบตกถึงท้อง หัวใจก็เต้นถี่ระรัว ใน​ที่สุดก็เหมือนว่าภายในบีบตัวกันแน่นเข้าๆ​ แล้ว​อวัยวะภายในก็ระเบิดกระจายอยู่​ในช่องท้อง!

​ส่วนภาพ​ที่นึกเห็นก็​คือ แม่แสมีท่าทางอึดอัด หน้าซีดแล้ว​วูบแดง แล้ว​ก็มีเลือดทะลักออกจากปาก ก่อน​ที่​จะขาดใจ​ไปทันที

คุณ​พระเดชาตกใจจนตัวสั่น ขวัญเตลิดหาย จากการ​ที่เห็นคนรักขาดใจตาย​ไปต่อหน้า ​ความเจ็บช้ำแล่นเข้าประดัง ​เขาคว้าอีกถ้วยขึ้น​จ่อ​ที่ริมฝี:-)ย​จะปลิดชีวิตตนให้ตายตก​ไปตามกัน

​แต่แล้ว​...​ ​เพราะ​ความอ่อนแอขลาดเขลานั่นละ ​ที่ทำให้ไม่กล้าตายตาม ​เขาสาดน้ำพิษนั้น​ลงพื้น ​แม้​จะรักแสนรัก ​แม้​จะเห็นคน​ที่รักสุดหัวใจตาย​ไปต่อหน้าต่อตา ​แต่​เขาก็ยังขี้ขลาดเกิน​ไป ​ที่​จะทำ​เพื่อ​ความรักถึงขนาดนั้น​

ภาพต่อ​ไป​ที่คุณแส​ได้เห็น ไม่แน่ใจว่า​เป็น​เพราะวิญญาณของตัวเอง​ได้หลุดลอยออกจากแล้ว​มาแล้ว​หรืออย่างไร ​เพราะ​ความเบาหวิวเลือนรางนั้น​แค่คลับคล้าย ทำให้ภาพ​ที่เห็นนั้น​สั่นไหวราวมองผ่านลง​ไปใต้ผิวน้ำ

คุณ​พระเดชาร้องไห้โฮ ซุกซบอยู่​​กับศพของคนรัก คร่ำครวญถึง​ความขลาดเขลากลัว​ความตายของตนเองอยู่​อีกนาน

นานจนคุณปรางผู้​เป็นเอกภริยาผลักประตูเข้ามา ในสายตาของนาง เห็นร่าง​ที่ไร้วิญญาณของหญิงสาว ​เป็นแค่ซากสัตว์อะไร​สักอย่างหนึ่ง​ ไม่​ได้ใส่ใจว่าเกิดอะไร​ขึ้น​แล้ว​บ้าง

"คุณ​พระ กลับ​ไป​กับดีฉันบัดเดี๋ยวนี้!"

นางออกคำสั่งเฉียบขาด พอเห็นว่าสามีไม่ยอมขยับออกมา ก็สั่งให้นางบ่าวสองคนเข้ายื้อยุด คุณปรางถึง​กับ​เป็นคนแกะมือของ​เขาออกจากศพ ซ้ำยังตบให้อีกฉาดใหญ่ จนคุณ​พระ​ต้องยอมปล่อย ​และยอมให้พาจากห้อง​ไป​แต่​โดยดี

​เป็นห้องนั้น​นั่นเอง ห้อง​ที่คุณท่านของแม่แสจัดการตกแต่งเตรียมไว้ให้ ตั้งใจ​จะ​ใช้​เป็นห้องหอ หลังจาก​ได้รับอนุญาตจากคุณปรางให้หญิงสาว​ได้​เป็นอนุภรรยา ​ทว่าพอนางรู้ว่าแม่แสท้องอยู่​ก่อนแล้ว​ หัวเด็ดตีนขาดจึงไม่ยินยอม ​เพราะรู้สึกเสียหน้า​เป็นนักหนา

"ออเจ้า​เป็น​ใคร ​เป็น​ใครกันแน่ บอกมาเดี๋ยวนี้!"

เสียงเจ้าคุณอเนกคุณากรสั่นพร่า ​แต่ก็ยังเรียกให้คุณแสกลับมาสู่ภาวการณ์ปัจจุบันจน​ได้

"บอกมาเดี๋ยวนี้ ว่าทำไมถึงรู้​ความลับเรื่อง​นี้"

แม่แววยังไม่สน ​ได้​แต่คร่ำครวญอยู่​ไม่รู้แล้ว​

"ดีฉันรอ...​ ดีฉันรอคุณท่านมาตลอด...​ รอมานานเหลือเกิน นานจนลืมทุกอย่าง​ไปหมด ​เพราะอะไร​เจ้าคะ​ ​เพราะอะไร​ ไหนว่าเรา​จะไม่พรากจากกัน ​แต่คุณท่านกลับให้ดีฉันรออย่างไม่มีวันจบสิ้น...​"

ยิ่งนานเข้าอาการของแม่แวว​ที่ผู้มากวัยเห็นอยู่​ก็ยิ่งน่ากลัว จากแค่คร่ำครวญก็ทำท่าเหมือน​จะคลุ้มคลั่ง ถ้อยคำ​ที่ตัดพ้อก็กลาย​เป็นต่อว่าต่อขาน จนใน​ที่สุดก็ทุ่มกรอบภาพนั้น​ลง​กับพื้น บานกระจกแตกกระจาย เจ้าคุณยิ่งตกใจตอน​ที่เห็นว่าแม่แววไม่กลัว​จะบาดเจ็บ คว้าภาพวาดภายในกรอบนั่นมาฉีกกระจุยกระจาย

"​ใคร! มี​ใครอยู่​ข้างนอก เข้ามาที! เข้ามาเร็ว!"

​ทั้ง​ที่ใจจริง ไม่อยากให้เรื่อง​นี้​ต้องแพร่หลายออก​ไป ​แต่​เพราะสุดปัญญา​จะจัดการ จึง​ต้องเรียกหาคนอื่นให้ช่วยเหลือ

นายวงศ์มาถึง​พอดี รีบผลุนผลันเข้ามา ตามคำเรียกของผู้​เป็นนาย

"รีบ​เอาตัว​ไปขังไว้ ไม่มีคำสั่งข้า ห้ามปล่อยออกมา​เป็นเด็ดขาด!"

เจ้าคุณอเนกสั่งเฉียบขาด ให้นายวงศ์​และบ่าว​ที่ติดตาม รีบเข้า​ไปกุมตัวแม่แวว แล้ว​ลากออก​ไปจาก​ที่นั้น​ทันที



**********************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3438 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑๔ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น