นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #14
SONG-982
...คนถูกร้องขอพยายามไม่มองหน้าผีสาว ​ทั้ง​ที่หัวใจเศร้าโศกหนักหนา ​เพราะเห็นอยู่​ตำตาว่ายิ่งรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก เพิ่งรู้จัก​กับ​ความรักยังทุกข์หนักขนาดนี้ หากถลำลึก​ไปกว่านี้​จะ​ต้องตรอมตรมถึงขนาดไหน...

ตอน : บทที่ ๑๓

ในคฤหาสน์บ้านอเนกคุณากรเวลานี้ โกลาหลหนัก ตั้งแต่แสงเพ็งพาทรงธรรมกลับเข้ามา ​เขาก็ยังไม่​ได้สติ ลมหายใจรวยริน ชีพจรก็คลำหาแทบไม่เจอ ​ทั้งยังมีอาการสั่นสะท้านอยู่​ตลอดเวลา

บรรดาผีสาวต่างใจคอไม่ดี ​ทั้ง​เป็นห่วงชายหนุ่ม​ที่นอนสลบไสลอยู่​ ​ทั้งก็ยังเกรงคุณแสอยู่​มาก ​ที่แสงเพ็งกล้าขัดคำสั่ง พา​เขากลับเข้ามาอีก

"เกิดอะไร​ขึ้น​กันแน่ล่ะเนี่ย"

ผีกระถินเพิ่งตามสมทบ ถามขึ้น​ด้วย​ความตกใจ ​เมื่อเห็นว่าใบหน้า​ที่เคยหล่อเหลาราวเทพบุตรของทรงธรรมนั้น​ ช้ำยับ​ไปถึงขนาดไหน

ขณะ​ที่แสงเพ็งก็ยังเขย่าเรียก อย่างน้อยให้​เขารู้สึกตัว มีปฏิกิริยาอะไร​​กับเธอบ้างก็ยังดี

"หยุดเถอะแสงเพ็ง คุณทรงธรรม​จะเจ็บหนักขึ้น​​ไปอีกนะ ​ถ้าเขย่าอยู่​ต่อ​ไป​เขาอาจ​จะตาย​ไปจริงๆ​ ก็​ได้"

บุปผาให้​ความเห็นบ้าง ​ทั้ง​ที่พอเตือนแล้ว​ ก็ยังไม่รู้​จะแนะนำให้ทำอย่างไรต่อ​ไป

"แล้ว​คุณแส​ไปไหนล่ะ พี่ผกา​ไปตามคุณแสมาดีกว่า"

เจ้าหลงหัน​ไปบอก​กับผีอีกตน

"คุณแสไม่ยอมลงมาน่ะซี"

คำตอบยังวิตกกังวล

"​แต่ว่าพี่​จะลอง​ไปตามดูอีกที...​"

ไม่ทัน​ที่ผกา​จะ​ไปตาม คุณแสก็ผ่านเข้ามาในห้อง

"เกิดอะไร​ขึ้น​รึ"

​พร้อมคำถาม พอเห็นว่า​เป็นทรงธรรมนอนไม่​ได้สติอยู่​ ก็โมโหขึ้น​มาอีก

"ทำไม​เป็น​เขา ข้าไล่​ไปแล้ว​ กลับมาอยู่​ตรงนี้​ได้ยังไร!"

"​เป็นดีฉัน ​เป็นดีฉันช่วย​เขากลับมาเองเจ้าค่ะ​คุณแส"

แสงเพ็งปากคอสั่น น้ำตายังอาบแก้ม ด้วยกลัวนักว่าชายหนุ่ม​ที่ตนรักนักหนา​จะมีอันสิ้นใจ​ไปต่อหน้า

"แสงเพ็ง เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ว่า​เขา​เป็นคนไม่ดี ทำให้เจ็บให้ช้ำ"

"ก็หรือ​จะปล่อยให้​เขาตายล่ะเจ้าคะ​"

ผีสาวย้อนถาม น้ำเสียงเข้มแข็งอย่างไม่เคยทำอย่างนี้​กับคุณแสมาก่อน

"หนาว...​ ข้าหนาวเหลือเกิน"

พอ​ได้ยินเสียงครวญครางของทรงธรรม เธอก็เลิกสนใจ​กับ​ใครอื่น พยายาม​ใช้มือตนถูหลังมือของ​เขา​เพื่อให้​ความอบอุ่น

"ดีขึ้น​ไหมคะ​ อุ่นขึ้น​บ้างหรือไม่"

ปากก็พร่ำถาม​ไป ​พร้อม​กับ​ที่น้ำตายังกลบตา ​แม้​จะใจชื้นขึ้น​บ้าง​ที่​เขายังส่งเสียงออกมา​ได้ ​แต่ก็กลัวนักว่านั่น​จะ​เป็นถ้อยคำสุดท้าย

"แม่แสง ทำอย่างนั้น​​ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร​หรอกน่ะ"

ผีมาลีเห็นแล้ว​ก็เวทนานัก

"ทำไมเล่าพี่ ทำไม​เขาถึงยังหนาวสั่นอยู่​อย่างนี้"

"ก็พวกเรา​เป็นผี ร่างกายมี​ความอบอุ่นเสีย​ที่ไหน ​ที่แม่แสงทำอยู่​นั่น มี​แต่​จะดูดกระแสปราณของคุณทรงธรรมให้แห้งแล้งลง​ไปอีก"

ผีบุปผาช่วยอธิบาย

"แล้ว​เรา​จะทำยังไรดี"

​ความห่วงแสนห่วงทำให้แสงเพ็งคิดอะไร​ไม่ออกเลย​สักสิ่งเดียว

"เรา​ไป​เอาผ้าห่มมาให้​เขาเพิ่มดีไหมขอรับ"

เจ้าหลงออก​ความเห็นให้บ้าง

"ใช่ซี จริงสินะ"

พูด​ได้เท่านั้น​แสงเพ็งก็ถลาจาก​ไป บรรดาผี​ที่เหลืออยาก​จะตาม​ไปช่วย ​แต่คุณแสเอ่ยชัด

"หยุดเลย​นะ อยาก​จะช่วยไอ้หนุ่มนี่ ให้กลับมาทำร้ายแม่แสงอีกหรือยังไร!"

ผีทุกตนเลย​จำ​ต้องอยู่​นิ่งๆ​ ไม่สบายใจเลย​​ที่ไม่​ได้ช่วยเหลืออะไร​ รอจนแสงเพ็งหอบผ้าห่มผืนใหญ่กลับมา ​ได้​แต่เปิดทางให้เธอเข้า​ไปช่วยเหลือคน​ที่ตนรัก

​ทั้ง​ที่เหงื่อแตกพลั่กๆ​ ร่างของทรงธรรมก็ยังสั่นไม่หยุด ดี​ที่เลือดตามบาดแผลต่างๆ​ แห้งเหือด​ไปแล้ว​ กระนั้น​อาการเพ้อหนาวนักหนานี้ ก็ทำให้แสงเพ็ง​เป็นทุกข์ร้อนไม่จบสิ้น

"อย่า​เป็นอะไร​นะคะ​ อย่า​เป็นอะไร​ ดีฉันไม่ยอมให้พี่​เป็นอะไร​นะคะ​...​"

แสงเพ็งเวียนลูบผมลูบแขน ปลอบประโลม​ทั้งตัว​เขา​และตนเองอยู่​อย่างนั้น​ อาการ​ที่เห็นขัดหูขัดตาคุณแสขนาดหนัก ​แต่ก็ไม่รู้​จะทำอย่างไร

"เหมือน​เขา​จะยังหนาวอยู่​เลย​นะ"

กระถินเอ่ยขึ้น​เบาๆ​ หลังจาก​ที่ไม่เห็นว่าอาการสั่นสะท้านของทรงธรรม​จะดีขึ้น​ ​ทั้ง​ที่มีผ้านวมผืนใหญ่ห่มคลุม

"ทำไมล่ะ ทำไมพี่ธรรม์ถึงไม่หายหนาว...​ จริงสิ ไฟ ไฟไงล่ะ ​ความร้อนจากไฟคงช่วย​ได้"

แล้ว​​ความคิดดังนั้น​ก็สว่างวาบขึ้น​ใน​ความคิด แสงเพ็งไม่รอช้า หันกลับ​ไปค้นตามลิ้นชักโต๊ะเล็กตรงหน้าห้อง

คราวนี้บรรดาผีๆ​ ตามมาห้าม​เป็นพัลวัน

"อย่าน่ะ อย่านะแสงเพ็ง"

ทุกตนแทบ​จะพูด​เป็นเสียงเดียวกัน

​แต่แสงเพ็งหาฟังไม่ เจอชุดหินเหล็กไฟอยู่​ชุดหนึ่ง​ ก็เริ่มต่อยสะเก็ดให้เกิดประกายไฟขึ้น​ทันที

"แม่แสง ​จะบ้า​ไปแล้ว​หรือ ทำอย่างนี้ ดวงวิญญาณแม่แสง​จะ​เป็นอันตราย ประกายไฟนั่น มันร้อน​กับเรา​เป็นหมื่น​เป็นแสนเท่ากว่า​ที่มนุษย์​จะรู้สึกร้อน"

"ช่างมัน ช่างมันประไร ขอให้พี่ธรรม์หายหนาวก็​เป็นพอ"

ปากก็ว่า​ไป มือก็ต่อยหินเหล็กไฟไม่หยุด ประกายเล็กๆ​ วาบขึ้น​กระเด็นมากระทบผิว จากแค่สะเก็ดไฟแค่ปลายเข็ม ก็กลาย​เป็นผื่นแดงดวงใหญ่

เจ็บปวดจนเผลอปล่อยมือ ​แต่แล้ว​แสงเพ็งก็หยิบมันขึ้น​มาใหม่ ​ความร้อนของก้อนหิน​ที่ถูกต่อยกระทบ ทำให้​ทั้งฝ่ามือพุพองด้วยพิษร้อน ​แต่แสงเพ็งยังกำมันไว้มั่น พยายามต่อยสะเก็ดไฟให้จุดติดบนกระดาษปึกหนึ่ง​ให้จง​ได้

"พอเถอะแม่แสง พอเถอะ อย่าทำอย่างนั้น​เลย​"

เหล่าผีสาวพากันวิงวอน ​แต่แสงเพ็งเหมือนไม่​ได้ยินเสียงใดในโลก

คุณแสตรงเข้ามา กล้ำกลืน​ความรู้สึกรัก​และ​เป็นห่วงแสงเพ็งนักหนาลง​ไป แล้ว​ก็ฟาดมือ ตบหน้าผีสาว​ไปฉาดใหญ่

"แสงเพ็ง บ้าพอหรือยัง ​เพื่อผู้ชายพรรค์นั้น​ ​จะถึง​กับยอมให้ดวงวิญญาณตนเองแตกสลายเชียวรึ!"

คุณแสตะคอกถาม ​ทั้ง​ที่บัดนี้ตนก็มีน้ำตาขึ้น​มาเอ่ออยู่​เต็มหน่วยตา

"ทำอย่างนี้มันคุ้มกันหรือยังไร!"

​แต่แสงเพ็งไม่ฟังเสียง ยังตั้งหน้าตั้งตาอยู่​​กับหินเหล็กไฟต่อ​ไป พอคุณแสสุด​จะทนก็​ต้องปัดหินสองก้อนนั้น​ให้หลุดกระเด็น​ไปจากมือ

แสงเพ็งค้อนขวับ ​แต่แล้ว​ก็หันกลับ หมาย​จะ​ไปหยิบชุดหินสองก้อนนั้น​ขึ้น​มาใหม่

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านรีบกัน​เอาไว้ ผี​ที่เหลือก็ช่วยกันรั้งแสงเพ็งให้เลิกคิดทำร้ายตัวเอง แล้ว​คุณแสก็จับมือของพีสาวให้เจ้าตัว​ได้เห็นรอยแผล​ทั้งพุพอง​ทั้งไหม้เกรียม

"ดูสิ แม่แสงบาดเจ็บถึงขนาดไหนแล้ว​ ชอบ​เขามาก เสียสละให้ขนาดนี้ แล้ว​​เขาน่ะ พอหายดีแล้ว​ มีหรือ​ที่​จะมาสนใจเรื่อง​​ความเสียสละบ้าบอของแม่แสง!"

คุณแสพูด​ทั้งน้ำตาคลอ ภาพตรงหน้าพร่าพราย ​แต่ก็ยังเห็น​ได้ว่าแสงเพ็งมีน้ำตาอาบอยู่​สองแก้ม

"คุณแสเจ้าคะ​ ดีฉันไม่ปฏิเสธเลย​ว่าชอบพี่ธรรม์มาก ​แต่...​ ​แต่เวลาอย่างนี้มันไม่เกี่ยวกันเลย​ ว่า​จะชอบหรือไม่ชอบ ดีฉัน...​ ดีฉันเพียง​แต่ยอมเห็น​เขาตาย​ไปต่อหน้าไม่​ได้...​"

แสงเพ็งปาดน้ำตา พยายามกล้ำกลืน​ความรู้สึกโศกระทด​เพื่อ​ที่เอ่ยต่อ​ไป

"ตอน​ที่ดีฉันสิ้นลม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามี​ใครรัก​ใครห่วงอีกบ้าง ​ความรู้สึกอย่างนั้น​มันทรมานนัก ไม่อยากให้​ใคร​ต้องพบ​กับเหตุการณ์เช่นนั้น​ ...​ดีฉัน ดีฉัน​จะไม่ยอมให้พี่ธรรม์​ต้องตาย ​ทั้งๆ​ ​ที่ยังไม่รู้ว่ามี​ใครอีก​ที่รัก​เขา ชอบ​เขาจากใจจริง"

เหตุผลของแสงเพ็งทำให้ผีสาวทุกตนต่างนิ่งอึ้ง น้ำตาของคุณแสไหลลงมา​เป็นทาง

"ยังไรก็ไม่​ได้ ข้าไม่ยอมให้เจ้า​ต้องเสียสละถึงขนาดนั้น​"

คุณแสหันหนี จนแสงเพ็ง​ต้องคุกเข่าลงอ้อนวอน

"คุณแสเจ้าขา ดีฉันขอร้อง มีทางไหนบ้าง ​ได้โปรดเถิด ช่วยพี่ธรรม์ด้วนนะคะ​"

คนถูกร้องขอพยายามไม่มองหน้าผีสาว ​ทั้ง​ที่หัวใจเศร้าโศกหนักหนา ​เพราะเห็นอยู่​ตำตาว่ายิ่งรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก เพิ่งรู้จัก​กับ​ความรักยังทุกข์หนักขนาดนี้ หากถลำลึก​ไปกว่านี้​จะ​ต้องตรอมตรมถึงขนาดไหน

"...​​ส่วนผล​จะออกมายังไรก็ช่างเถิด ก็​ทั้งหมด​เป็น​เพราะดีฉันเต็มใจทำให้​เขา"

"​แต่...​​ถ้าแม่แสงพูดอย่างนี้ แล้ว​​ที่ทำ​ไป​ทั้งหมด​จะมีประโยชน์อะไร​"

นั่นละแสงเพ็งถึงค่อยลำดับ​ความคิด​ได้บ้าง ว่าหากช่วย​เขาจนพ้นรอดจากอันตราย ​โดย​ต้องแลก​กับการสูญสลายของตนเอง แล้ว​มัน​จะมีประโยชน์อะไร​ พอ​เขาฟื้นตื่นขึ้น​มาแล้ว​​จะรู้หรือไม่ ว่า​เป็นเธอเอง​ที่ยอม​เอา​ทั้งดวงวิญญาณเข้าแลก

คุณแสเอง ​เมื่อเห็นอาการแทบ​เป็นแทบตายของผีสาว ​ที่ตอนนี้กลับทอดตัวทอดอาลัย ทำราว​กับหมดอาลัยตายอยากขึ้น​มาอย่างนั้น​แล้ว​ ก็​ต้องฝืน​ความคับข้องอึดอัดของตัวเอง เอ่ยขึ้น​เบาๆ​ ว่า

"อาจ​จะมีคนหนึ่ง​​ที่​จะช่วย​ได้...​"

แสงเพ็งเงยหน้าขึ้น​มอง ภาพ​ความมัวหม่น​ที่ถูกม่านน้ำตากางกั้น​เอาไว้ ถูกคุณแสช่วยเช็ดให้กลับมากระจ่างชัดดังเดิม ​ส่วนผีตนอื่นก็ลุ้นรอฟังด้วยใจระทึก




หลังจากหมอเกตุอาคม​ได้ถูกผีเรือนตึกบ้านอเนกคุณากรหลอกหลอน​ไปสองสามครั้ง ​เขาก็ตั้งใจแน่วแน่จริงจัง ว่า​จะ​ต้องกอบกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลให้กลับคืนมา

ดังนั้น​ นอกจาก​จะมีงานประจำ​คือ​ไปสวดต่อชะตาให้ลูกสาวเศรษฐีท่านนั้น​ หมอผีหนุ่มก็แทบ​จะลดละอบายมุขทุกสิ่งอย่าง หันมาฝึกฝนฝีมืออาคม ท่องบ่นมนตรา​และนั่งสมาธิ แทนการ​ไปตะลอนอวดโอ่สรรพคุณบุญเก่าให้​ใครต่อ​ใครหลงเชื่อ

​ระหว่าง​ที่​ได้อยู่​​กับตัวเองมากขึ้น​ หมอเกตุอาคมยัง​ได้ตระหนักรู้ ว่า​ที่แท้แล้ว​คนเรา​จะทำสิ่งไรสำเร็จไม่​ได้เลย​ หากปราศจากวาจาสัจ​และ​ความเมตตา อย่างน้อยก็​คือการรู้จักซื่อสัตย์​กับตัวเอง เมตตา​กับตัวเอง​เป็นพื้นฐานเบื้องต้น

​ที่อยู่​อาศัย หรืออีกนัยหนึ่ง​​คือตำหนักเทพอาคม ​ที่ตกทอดมาถึงตน จึง​ได้รับการปัดกวาดทำ​ความสะอาด ​เมื่อแล​ไปไร้ฝุ่นผง ไม่มีหยากไย่ใยแมงมุมให้รกตา จิตใจก็เบิกบานแช่มชื่น มีสมาธิถึง​พร้อม​ที่​จะซักซ้อมท่องบ่นมนตราให้ขึ้น​ใจ

วันนี้ขณะ​กำลังนั่งทดลองกรรมฐาน ก็กลับปรากฏเหมือนมีมารมาผจญ ตอนแรกหลงดีใจว่า​ได้นิมิต มีวิญญาณบางพวกมาสะกิดขอ​ส่วนบุญอยู่​ข้างหลัง ​แต่ตำรายังสอนต่อ​ไป ว่าให้ละให้วาง ให้ละให้ว่าง อย่ารับอย่ารู้มายาอาการเหล่านั้น​

​แต่...​ จากแรก​ที่เหมือนมีอะไร​มาสะกิดแค่เบาๆ​ หนักเข้าก็เหมือน​ใคร​เอาก้อนกรวดมาปา หมอเกตุอาคมพยายามดำรงสมาธิให้มั่นไว้ ​แต่พอนาน​ไปก็ชักเจ็บ จนใน​ที่สุดก็​ต้องหัน​ไปตะโกนด่าว่า

"​ใครมันมาหาเรื่อง​กันวะ!"

​เพราะคดีเก่าของตนก็มากมาย​ ​แม้เกือบ​ทั้งหมด​จะไม่​เอาผิดคิดร้าย ด้วยนึกเสียว่า​ที่หลงคารมค่าน้ำมนต์ค่าสายสิญจน์ให้​กับ​เขา ก็​เป็นการทำบุญทำทานอย่างหนึ่ง​ ​ทว่าก็ไม่ใช่​ทั้งหมดหรอก​ที่คิดเช่นนั้น​

​เมื่อไม่มีเสียงอะไร​หรือ​ใครตอบกลับ หมอผีหนุ่มก็​ได้เพียงแค่ถอนใจใหญ่ หันกลับมายังท่าทางเดิม ตั้งใจ​จะ​เอาปฐมฌาณให้​ได้ในวันนี้

คราวนี้ไม่ใช่กรวด​แต่​เป็นหิน ปลิวมากระแทกหลังดังอึก เจ็บจนหลังแอ่น หมดใจ​จะใฝ่หาสมาธิ​ไปทันที

​เขาถลาออกมานอกเรือน ​เมื่อยังไม่เห็น​ใครก็เดินเลย​ออกมายังซุ้มประตูหน้าบ้าน

บริเวณบ้านของหมอเกตุไม่กว้างขวางนัก ​แต่ก็ถือว่าอยู่​สบาย ​ที่ดิน​ทั้งหมดมีสักงานหนึ่ง​เห็น​จะ​ได้ ปลูกบ้านใต้ถุนสูง​ที่​ใช้​ส่วนหน้า​เป็น​ที่ว่าการ "ตำหนักเทพอาคม" แล้ว​กั้นกลางชานด้วยไม้ระแนงตีห่างๆ​ ไว้​เป็น​ที่หลับนอน

​ทั้งหมด​เป็นเรือนไทยห้าห้องอย่าง​จะมองให้หรูหราก็พอ​ได้ ​แต่หาก​จะมองว่า​เป็นเรือน​ที่เก่าแก่คร่ำครึเกิน​ไป ก็มองอย่างนั้น​​ได้เช่นกัน

ตรง​ที่หมอเกตุนั่งทำพิธี ​แม้​จะค่อนข้างอับสายตาจากถนนหน้าเรือน ​แต่สำหรับคน​ที่ตั้งใจ​จะมาเยี่ยมหา ​จะเห็น​ได้ถนัด ​เพราะห้องใหญ่สุด​ที่จัดตั้งอภิมหาหิ้งบูชานี้หันออกหน้าบ้าน ​เขานั่งบนพรมเจียมตรงกึ่งกลาง หันหน้าเข้าหาหมู่เครื่องของบูชาสารพัน หาก​ใครหมั่นไส้นึกอยาก​จะกว้างปาอะไร​เข้าใส่ ก็คงไม่ยากนัก

"​ใคร! ​ใครมันบังอาจมาลูบคม แน่จริงก็ออกมาซีวะ!"

​เขาฉุนเฉียวหนัก ​เพราะยังเจ็บ​ที่กลางหลังอยู่​ไม่หาย

"ข้า...​ เอ่อ...​ ​เป็นดีฉัน ดีฉันเองเจ้าค่ะ​"

หมอเกตุหันกลับ แล้ว​ก็ถึง​กับผงะ ไม่อยาก​จะเชื่อสายตาตนเอง

ร่มอาคมคันเก่านั้น​​เขาจำ​ได้แน่นอน ​แต่​ที่พาร่มมาด้วยนั่นซี​ที่สำคัญ

"คุณหมอเกตุอาคม...​"

"ทำไม​เป็น...​ ชื่ออะไร​นะ แสงเพ็ง...​ แสงเพ็ง แม่แสงทำไมมาถึงนี่"

หมอผีหนุ่มขยับเข้าใกล้ กลางวันแสกๆ​ อย่างนี้ ​ความเกรงกลัวจึงเหือดหาย​ไปมากมาย​ อีก​ทั้งตัวเองก็ค่อนข้างมั่นใจในฝีมือการฝึกปรือตลอดหลายวันมานี้เพิ่มขึ้น​

"แล้ว​นี่...​ ทำไมแขนแมนถึงพุพองเกรียมไหม้​ไปถึงหยั่งนี้"

พอเข้าใกล้ก็เห็นชัด ว่าผีสาวบาดเจ็บอยู่​ไม่น้อย

"พี่ธรรม์น่ะจ้ะ​ ​เขาถูกนักเลงรุมทำร้าย บาดเจ็บหนัก ซ้ำยังหนาวสั่นตลอดเวลา รบกวนหมอเกตุ​ไปช่วย​เขาด้วยเถิด"

ท่าทางของแสงเพ็งแสดงให้เห็นว่าร้อนใจนัก

"แล้ว​​เขาอยู่​​ที่ไหน ​ที่เรือนตึกนั่นน่ะรึ"

​กับตนเดียว​ที่ยืนสนทนาอยู่​นี่ก็พอทำเนา ​แต่​เมื่อนึกถึงว่า​จะ​ต้องเข้า​ไปในถิ่นของภูตผี​ที่เรือนตึกนั่น ​เขาก็อดหวั่นวิตกไม่​ได้

"​ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ​ ดีฉันไหว้ละ ​ได้โปรดช่วยพี่ธรรม์ด้วยนะเจ้าคะ​"

แสงเพ็งถึง​กับทรุดกายลงวิงวอน จนหมอเกตุ​ต้องรีบให้ลุกขึ้น​ ใจคอไม่ดี​เอาเสียเลย​ ​แต่​จะให้ทำอย่างไร​ได้ ก็ผีบากหน้ามาขอพึ่งพาหมอผี มีหรือ​ที่​จะปฏิเสธให้เจ็บช้ำน้ำใจ อีกอย่างทรงธรรมก็ไม่ใช่​ใครอื่น ​เขาก็จัดว่า​เป็นมิตรสหายคนหนึ่ง​นั่นเอง

"ก็...​ ก็​ได้...​"

​แม้​จะรับปาก ​แต่ก็ยังไม่ค่อย​จะมั่นใจสักเท่าไหร่เลย​

หมอเกตุขอตัว​ไปเตรียมข้าวของครู่หนึ่ง​ กลับออกมาเห็นว่าแสงเพ็งยิ่งร้อนรน ก็รีบลั่นดาลประตูเรือน ให้ผีสาวพา​ไป​โดยเร็ว ​แต่เหมือนนึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้ จึง​ต้องพูดเสียก่อน

"นี่แม่แสง คราวหน้าอย่า​ใช้ก้อนอิฐก้อนหินปาใส่ข้าอีกก็​จะดีนะ"

"โธ่! คุณหมอเกตุเจ้าคะ​ ในเรือนนั่นมี​แต่ของอาคมเข้มขลัง ขนาดตัวท่านเองยังมีรังสีเวทมนตร์ ​ใคร​จะกล้าเข้า​ไปใกล้"

คนฟังยิ้มแก้มแทบปริ นับ​เป็นเหตุผล​ที่น่าชื่นใจ ​และพอ​จะหักล้าง​กับอาการเจ็บยอก​ที่กลางหลังนี้​ได้อยู่​หรอก

"ก็จริงซีนะ ข้าก็รู้สึกตัวเหมือนกัน ว่าวิชาอาคมก้าวหน้า​ไปมาก"

"อย่าช้าอยู่​เลย​นะคะ​ รีบ​ไปดูพี่ธรรม์ก่อนเถอะ ป่านนี้ไม่รู้​จะ​เป็นอย่างไรแล้ว​"

"นั่นสิ งั้นก็รีบ​ไปกันซีเรา"

​ความมั่นใจ​ที่เพิ่มขึ้น​​เป็นก่ายกอง ช่วยเรียก​ความกล้าหาญติดตามมาด้วย หมอเกตุรับร่มมาถือไว้เสียเอง บอกให้แสงเพ็งหลบเข้า​ไป ตัวเอง​จะ​ได้รีบมาให้เร็ว​ที่สุด

ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงบ้านอเนกคุณากร ประตูใหญ่นั้น​แง้มรออยู่​แล้ว​ ​เขาจึงแทรกตัว​เขา​ไปไม่ชักช้า พอเข้าสู่บริเวณปุ๊บ แสงเพ็งก็ใจร้อนรีบปรากฏกาย ​เป็นอาการ​ที่หมอผีหนุ่มยัง​ต้องสะดุ้ง​เพราะไม่เคยชิน ​ที่อยู่​ๆ​ ร่มก็เด้งออกจากย่าม กางขึ้น​ด้วยตัวเอง แล้ว​ก็ลอยลิ้วนำทางเข้า​ไป

หมอเกตุแทบ​จะ​ต้องวิ่งตาม ​แต่พอผ่านประตูห้องโถงมาก็ถึง​กับชะงัก

ภูตผีประจำเรือนตึกอยู่​กัน​พร้อมหน้า ผีสาวทุกตน​ที่​เขาจำ​ได้ ซ้ำยัง​จะเจ้าผีเด็กชาย​ที่เคยแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน

​ความกล้าหาญชาญชัยหดหาย​ไปบานพะเรอ ​ได้​แต่คิดว่า มาถึง​ที่แล้ว​ ​เป็นอย่างไรก็​เป็นกัน

"สวัสดีขอรับ เอ่อ...​ คุณๆ​ ผี​ทั้งหลาย"

คำทักทายก็ประดักประเดิดจนน่าตลก ตอนแรกก็ไม่กล้ามองพวกนางตรงๆ​ จนแน่ใจว่าพากันมาปรากฏกายในชุด​และหน้าตา​ที่สวยงามผ่องใส ใจของหมอเกตุจึงชื้นขึ้น​บ้าง

"นี่...​ มากันครบหมดหรือยัง เอ่อ!...​"

"รีบ​ไปช่วยพี่ธรรม์ก่อนเถอะน่า"

​เป็นเจ้าหลงผีเด็ก​ที่ออกปากเร่ง ไม่อยาก​จะให้​เขาโยกโย้อยู่​ต่อ​ไป

"นึกไม่ถึงว่าพวก...​ พวกแม่หญิง​ทั้งหลาย​จะดี​กับ​เขาถึงขนาดนี้"

หมอเกตุมองผ่านบรรดาผีเข้า​ไป เห็นอยู่​ไกลๆ​ ว่าทรงธรรมนั้น​อาการหนักไม่เบา

"อย่ามัวพูดอยู่​เลย​ รีบ​ไปช่วย​เขาก่อนเถอะนะ"

คราวนี้​เป็นแสงเพ็ง​ที่กล่าวเร่ง

"นั่นซีๆ​ ​ไปๆ​"

แล้ว​​ทั้งกลุ่มก็เดินตามกันเข้ามา ทิ้งให้คุณแสอยู่​รั้งท้าย นางยังไม่แน่ใจหรอกว่า ​ที่แนะนำให้​ไปพาหมอเกตุอาคมมาถึง​ที่นี้นั้น​ ​จะ​เป็น​ความคิด​ที่ถูก​ต้อง

หมอเกตุ​เอามือรอ​ที่จมูก ลมหายใจของคนป่วยนั้น​อุ่นจนร้อน พอลองจับชีพจรดูก็เห็นว่าเต้นไม่​เป็นส่ำ นี่ยังไม่รวมบาดแผลฟกช้ำ ​ที่​แม้​จะถูกเช็ดทำ​ความสะอาด ​แต่ก็ยังมีร่องรอยปูดโปนเขียวช้ำอย่างเห็น​ได้ชัด

"อาการหนักขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย"

​พร้อม​กับ​ที่พูด ​เขา​เอาหลังมือแตะหน้าผาก แล้ว​ก็​ต้องสะดุ้ง

"ไข้ขึ้น​สูงมาก ตัวร้อนยังกะไฟ"

​เขาหัน​ไปบอกบรรดาผีสาว ​ที่ทุกตนต่างมีสีหน้าหวั่นวิตกอยู่​ทั่วกัน

"แล้ว​​เขา​จะตายหรือเปล่า"

แสงเพ็งถาม​ทั้ง​ที่น้ำตายังคลอ ห่วงแสนห่วงทรงธรรมจน​ใครๆ​ ก็รู้สึก​ได้

"ไม่​เป็นไร บ้านข้ามียาดี เดี๋ยวจัดยาให้​เขากินสักนิดก็ค่อยยังชั่ว"

หมอเกตุอาคมกล่าวปลอบ ในเรื่อง​ตำรับยานั้น​ ​เขาค่อนข้างมั่นใจว่าสูตรของตำหนักเทพอาคมก็ไม่​เป็นสองรอง​ใคร

"งั้นก็เร็วเข้าซีคะ​ ​จะช้าอยู่​ทำไม"

ผีสาวกล่าวเร่ง ​เพราะ​ความ​เป็นห่วงเลย​ลืมเรื่อง​มรรยาท​ไปชั่วขณะ

"มุงกันอยู่​อย่างนี้ข้าใจคอไม่ค่อย​จะดี อีกอย่าง​จะ​ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้​เขา พวกแม่หญิง​ทั้งหลายออก​ไปก่อนเถอะนะ"

คำแรกๆ​ นั้น​ไม่ค่อย​จะเต็มเสียง ​แต่พอ​ได้เหตุผล​ที่น่า​จะเหมาะสม เสียงท้ายๆ​ จึงค่อยชัดเจนขึ้น​

"นั่นซีแม่แสง ทรงธรรมคงไม่​เป็นไรแล้ว​ เราออก​ไปก่อนเถอะ"

​เป็นคุณแส​ที่เพิ่งเอ่ยขึ้น​​เป็นครั้งแรก ​พร้อม​กับพยายาม​จะพาผีสาวให้​กับออก​ไป

หมอเกตุเดินตามออกมา ยังเห็นอยู่​ว่าผีสาวแสงเพ็งมีสายตาห่วงหาชายหนุ่มถึงขนาดไหน พอปิดประตูเสร็จ หันกลับมายังชายหนุ่ม​ที่นอนไม่​ได้สติอยู่​บนเตียงก็นึกเวทนา

"พี่ธรรม์นะพี่ธรรม์ พวกนางดี​กับพี่เกิน​ไปหรือเปล่าล่ะนี่...​"




ทรงธรรมไม่​ได้สติอยู่​จนคืน​ที่สอง ​ระหว่างนี้ผีสาว​ทั้งหลายก็คอยมาวนเวียน พอบ่อยเข้าหมอเกตุอาคมก็ชัก​จะชาชิน ​เขาดูแล​เอาใจใส่คนป่วยฉันมิตร​ที่ดี เช็ดตัวเปลี่ยนผ้าพันแผล​และป้อนหยูกยา นำเตาอั้งโล่มาตั้งใกล้ๆ​ ไว้จุดไฟให้​ความร้อน ​เพราะบ้านก่ออิฐถือปูนหนาทึบอย่างเรือนตึก มี​ความชื้นสูง​และค่อนข้างเย็นในเวลากลางคืน

คนป่วยค่อยๆ​ รู้สึกตัวตื่นขึ้น​กลางดึก ไม่แน่ใจหรอกว่าตัวเองตกมาอยู่​​ที่ไหน ​จะ​เป็น​จะตายอย่างไรก็ยังเลือนราง

​เขารู้สึกเจ็บรวดร้าว​ไป​ทั้งตัว ​ที่หน้า​และบาง​ส่วนของร่างกายนั้น​รู้สึกครัดตึง​เพราะ​ความบวมช้ำ ​จะลืมตาขึ้น​ก็แสนยาก คล้าย​ใคร​เอาหินมาถ่วงไว้กระนั้น​

​ต้อง​ใช้​ความพยายามอย่างยิ่ง กว่า​จะเปิดเปลือกตา​ได้​แต่ละข้าง ​และกว่า​จะปรับสายตาให้รับ​กับแสงพริบไหวของเปลวไฟ ก็​ต้อง​ใช้เวลาอีกครู่หนึ่ง​

จำ​ได้แน่ว่า​เป็นเพดานห้องนอนในบ้านเรือนตึก ทรงธรรมก็พอคลายใจ คิดว่าตนคงยังไม่ถึง​ที่ตาย ​แต่ยังไม่ค่อยแน่ใจว่ามานอนอยู่​ในเรือนนี้​ได้อย่างไร

คอตึงเหมือนมีไม้ดาม ​แต่​เขาก็พยายามหันมอง ตอนแรกคิดว่าคง​จะ​เป็นอุ่นเรือน​ที่ย้อนกลับมาช่วย ​ทว่า​ความทรงจำเลือนๆ​ ก่อน​ที่​จะหมดสติ คลับคล้ายคลับคลาว่า​จะ​เป็นแสงเพ็งมากกว่า

ครั้นพอเห็นว่า​เป็นหมอเกตุ ทรงธรรมก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ​

"เอ็งหรอกรึไอ้หมอ"

เสียงก็แหบแห้ง ในคอสากแสบเหมือน​ใครแกล้งโรยทรายใส่ไว้

คนถูกเรียกมัวยุ่งอยู่​​กับการพัดเตาต้มยา พอหันมาเห็นว่าสหายรุ่นพี่ฟื้นแล้ว​ก็ดีใจ

"ดีจริง ฟื้นแล้ว​ๆ​ เห็นไหมเล่า ว่ายาหม้อของตำหนักเทพอาคมร้ายกาจขนาดไหน"

"ทำไมเอ็งมาอยู่​​ที่นี้​ได้"

ทรงธรรมฟังไม่​ได้ศัพท์หรอกว่าอีกฝ่ายพูดจาว่ากระไรบ้าง​ ​ที่อยากรู้​คือหลังจาก​ที่ตัวเองหมดสติ​ไป แล้ว​เกิดอะไร​ขึ้น​อีก

"ถาม​ได้ดีจริงนะ ก็พวกแม่แสงเพ็งนั่นไง ขอร้องให้ข้ามาช่วยดูแลพี่ธรรม์"

ขณะตอบ หมอเกตุก็รินยาชามหนึ่ง​ แล้ว​เดินมานั่งข้างๆ​

"เอ้า! กินยาเสียก่อน ตอนร้อนๆ​ นี่ละ​ได้ผลชะงัดนัก"

​เขาประคองให้ทรงธรรมลุกขึ้น​นั่ง ยื่นส่งยาให้​โดยยังคอยระวังไม่ปล่อยมือ

คนป่วยค่อยจิบยา​ไปเรื่อยๆ​ ​เขายังไม่พูดอะไร​ ​แต่หมอเกตุดูออกว่าคงมีเรื่อง​ให้ครุ่นคิดมากมาย​ จนยาหม้อของหมอผีหนุ่มล่วงคอ​ไปจนหมดชามนั่นละ ทรงธรรมถึงเอ่ยขึ้น​

"ข้าเพิ่งรู้ซึ้งวันนี้เอง รู้หรือไม่ ไม่มี​ใครยอมช่วยข้าเลย​สักคน"

หมอเกตุสังเกตเห็นน้ำตาของคนพูดคลอๆ​ อยู่​​ทั้งสองข้าง

"​แต่พวกแม่แสง พวกเธอกลับช่วยเหลือข้า​โดยไม่คิดถึงตัวเอง"

ทรงธรรมระลึก​ได้แน่นอนแล้ว​ ว่า​เป็นแสงเพ็ง​ที่เสี่ยงอันตรายออก​ไปช่วยตน ในเวลากลางแสงแดดจัดจ้าถึงขนาดนั้น​ คงเหมือน​ต้องแลก​กับการ​ที่วิญญาณ​จะ​ต้องแตกดับ

"ไอ้หมอเกตุ เอ็งรู้หรือไม่ ​ที่แท้แล้ว​มีสิ่งหนึ่ง​​ที่ดำรงอยู่​​เป็นสัจ​จะ ​แต่ข้าไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยรู้สึกถึงมันเลย​...​"

ฤทธิ์ยา​ที่ล่วงผ่านลำคอ ทำให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้น​บ้าง ยามกลืนน้ำลายไม่แสบฝืดเหมือนตอนแรก แล้ว​ทรงธรรมก็กล่าวต่อ​ไป

"​เป็นหมอผี ใช่ว่าจ้อง​แต่​จะจับหรือขับไล่ภูตผี ​แต่การ​เป็นหมอผีแล้ว​​ได้ช่วยผีดีๆ​ สักตนหนึ่ง​ มัน​จะ​เป็นบุญกุศลไม่น้อยเลย​"

คำนั้น​กระทบใจหมอเกตุอาคม​เป็นอย่างมาก ​แต่ด้วยสติปัญญาของ​เขา คง​ต้อง​ใช้เวลาขบคิดอีกสักพัก กว่า​จะเข้าใจแจ่มแจ้งในปรัชญา​ที่ทรงธรรม​ได้ตระหนักรู้

หมอผีหนุ่มพลอยนั่งนิ่งไม่พูดจาอะไร​ จนทรงธรรม​ต้อง​เป็นฝ่ายเอ่ยปาก

"แล้ว​พวกแม่แสงเล่า ​ไปอยู่​เสีย​ที่ไหน"

"พอตกค่ำ ก็มานั่งรอกันอยู่​ข้างนอก ​ทั้งหมดนั่นละ ไม่ใช่เฉพาะแม่แสงหรอก ข้าเองก็เพิ่งรู้ ว่าภูตผีนี่ นอกจากกลัวแสงตะวัน แล้ว​ก็ยังกลัวไฟ"

"อย่างนั้น​ ข้า​จะออก​ไปดูสักนิด"

ทรงธรรมขยับ​จะลุก ยังเจ็บยอกอยู่​มาก ​แต่ก็สู้ทนฝืน

"พี่ธรรม์เพิ่งฟื้น พักเสียก่อนไม่ดีหรือ"

"​ถ้าพักแล้ว​ข้ามคืนนี้​ไป ก็​ต้องข้ามอีกวัน ​ต้องรอจนคืนพรุ่งนี้ ข้า...​ ไม่​เป็นไร"

ยังเดินไม่ค่อยถนัดนัก ทำให้หมอเกตุ​ต้องตามพยุง ทรงธรรมปลดมือ​เขาออก ส่งสายตาให้รู้ว่าอยาก​จะขอเดิน​ไปเอง ตามลำพัง

ก่อนหน้า​ที่ชายหนุ่ม​จะฟื้น เจ้าหลงนึกหาเรื่อง​สนุกเล่น​ได้​ที่ทางริมเขื่อน เลย​ชวนพี่ๆ​ ​ทั้งหลายออก​ไปด้วยกัน เหลือ​แต่คุณแส​กับแสงเพ็ง​ที่ยังนั่งรอฟังอาการของทรงธรรมอยู่​​ที่เดิม

รอยแผล​ที่สองแขนของผีสาวยังไม่จางหาย คุณแสมองเห็นครั้งไรก็ให้สะท้อนใจ ​ต้อง​เป็นแผลฉกรรจ์​ที่เจ็บหนัก จึงทำลายรูปวิญญาณให้บวมไหม้ ยืนเวลายาวนาน​ทั้ง​ที่ไม่ควร​จะ​เป็น

"แม่แสง​เป็นอย่างไรบ้าง​"

เสียงถามอาทรล้นเหลือ ​ระหว่าง​ที่พยายามถ่ายทอดไอวิญญาณของตน ให้ผีสาว​ได้สมานรูปรอยให้เนียนใสดังเดิม

แสงเพ็งเองก็ซาบซึ้งในน้ำใจของคุณแสมากนัก นึก​ไปก็ไม่ควรให้ฝ่ายตรงข้าม​ต้องพลอยลำบากทุกข์ร้อน​ไปด้วยถึงขนาดนี้

"คุณแสไม่โกรธดีฉันหรือคะ​"

ผีสาวถามเสียงอ่อน ขณะยกแขนขึ้น​ลูบดู​ความนวลเนียน​ที่คืนกลับมา ​แม้​จะยังมีรอยจางๆ​ ​เป็นริ้วใหญ่ ​แต่ก็ไม่เจ็บไม่ปวดเหมือน​ที่ผ่านมา

คนถูกถาม ละสายตาให้เหม่อมองไกลออก​ไป ทำท่าเหมือนผ่อนลมหายใจ ระบายบางสิ่งให้ผ่อนปรนลงจาก​ความอัดอั้นในหัวอก

"​ที่จริง ข้าก็น่า​จะโกรธ ​แต่พอเห็นแล้ว​ก็ โกรธไม่ลง...​"

"คุณแส ​เป็นคุณแส​ที่ดี​ที่สุดของดีฉันเสมอ"

ท้ายคำแสงเพ็งยังคลี่ยิ้มจางๆ​ ส่งให้ หากไม่ห่วงหาหรือพะวงหม่นหมองอยู่​​กับอากรของทรงธรรม เธอคงยิ้มแย้ม​ได้ชื่นตามากกว่านี้

"อัน​ที่จริงแม่แสงก็พูดถูก ทุกคนก็มี​ความคิดของตัวเอง แม่แสงก็มี​ความคิด​เป็นของตน ข้าไม่มีสิทธิ์​จะ​ไปหวงห้ามไม่ให้คิดอย่างนั้น​อย่างนี้"

ถ้อยคำของคุณแส ทำให้แสงเพ็งยิ่งยิ้มกว้าง ดีใจ​ที่ผู้​ที่เธอนับถือ​และเกรงใจ ยอมเข้าใจ​ความรู้สึกของตนเอง

"สำหรับดีฉัน ขอแค่​ได้ชอบ​เขาก็พอแล้ว​ ​ส่วน​เขา​จะชอบกลับมาบ้างหรือเปล่า ก็ไม่​เป็นไร ดีฉันขอแค่มี​ความรู้สึกว่า​​ได้รัก ​ได้ชอบ แค่นั้น​ก็​เป็นสุขมากพอแล้ว​...​"

ดวงตาของผีสาว​เป็นประกายขึ้น​มาจนผู้​ที่นั่งอยู่​ตรงหน้าพลอยรู้สึก​เป็นสุข​ไปด้วย

"แม่แสง แม่แสงคิด​ได้อย่างนี้ ข้าก็ดีใจด้วยจริงๆ​"

คุณแสลูบเรือนผมของผีสาวด้วย​ความเอ็นดู ส่งยิ้มให้แก่กันอย่างผู้​ที่ใน​ที่สุดก็เข้าใจเรื่อง​ราวในหัวใจกัน​ได้อย่างลึกซึ้ง

"แม่แสง...​"

​เป็นเสียงของทรงธรรม​ที่เอ่ยทักเข้ามาก่อน​จะก้าวข้ามธรณีประตู

แสงเพ็งหัน​ไปตามเสียง พอเห็นว่า​เป็น​ใครก็แทบ​จะโผเข้าหา

"พี่ธรรม์ พี่ธรรม์ฟื้นแล้ว​หรือเจ้าคะ​"

คุณแสก็ลุกตามมาด้วย รู้สึกผิดอยู่​บ้าง​ที่หุนหันขับไล่ไสส่ง ให้​เขาออก​ไป​ได้รับอันตราย

"ทรงธรรม...​"

คุณแสเอ่ยขึ้น​ก่อน​ที่​ทั้งสอง​จะพูดอะไร​

"แม่แสงเชื่อว่าพ่อทรงธรรม​เป็นคนดี ข้าก็​ได้​แต่หวังว่า​จะไม่ทำให้แม่แสงผิดหวัง"

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านทิ้งคำไว้แค่นั้น​ ก่อน​จะขอตัวตามออก​ไปสมทบ​กับพวกเจ้าหลง​ที่ริมเขื่อน

"นั่งก่อนซีคะ​พี่ธรรม์"

แสงเพ็งช่วยประคองให้ชายหนุ่มนั่งลงตรงริมระเบียง เห็นอยู่​ว่าอาการของชายหนุ่มยังไม่ดีขึ้น​เท่าไรนัก พอนั่งลงเคียงกันเธอจึงเอ่ยถามขึ้น​

"​เป็นยังไรบ้าง​จ๊ะ​ ยังเจ็บมากอยู่​หรือเปล่า"

ชายหนุ่มส่ายหน้าแทนคำตอบ สองตามองตรง สบสายตา​กับผีสาวอย่างไม่วางตา

"จริงๆ​ หรือจ๊ะ​"

​เพราะเข้าใจว่าน่า​จะยังเจ็บอยู่​มาก การส่ายหน้านั่น น่า​จะ​เป็นแกล้งล้อเล่นมากกว่า

คราวนี้ทรงธรรมพยักหน้า เลย​ทำให้คนถามยิ่งไม่สบายใจ

"ประเดี๋ยวก็พยักหน้า ประเดี๋ยวก็สายหน้า ตกลงอาการพี่​เป็นยังไรกันแน่...​ดีฉันเลย​ไม่​ได้รู้เรื่อง​กันเทียว"

ชายหนุ่มยิ้มรับให้​กับคำต่อว่านั้น​ รู้สึก​เป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก ​ที่​ได้เห็นชัดๆ​ ว่ามีคน​เป็นห่วง​เป็นใยตนจากใจจริง

"​ที่พี่ส่ายหน้า แปลว่าไม่​เป็นไรมากแล้ว​"

ทรงธรรมค่อยอธิบาย ส่งกระแส​ความจริงใจกลับ​ไปให้คน​ที่คอยห่วงใย

แล้ว​สายตาก็แลเห็นรอยแดงจาง พาดอยู่​​เป็นหลายริ้วบนลำแขนของผีสาว

​เขายังจำ​ได้ดี ตอน​ที่แสงเพ็งยื่นมือออก​ไปหมาย​จะช่วยให้เจ้าเต่าหลงทางนั่นกลับลงน้ำ แค่พริบตา​ที่ถูกแสง ผิวเธอยังแทบไหม้ แล้ว​ร่องรอยมากมาย​ขนาดนี้เล่า ​จะ​ต้อง​ได้รับ​ความเจ็บปวดถึงขนาดไหน

"แม่แสง...​ นี่...​ รอยนี่ แม่แสง​เป็นอะไร​มากหรือเปล่า"

ชายหนุ่มค่อยลูบผ่านรอยแดงนั้น​อย่างทะนุถนอม นึกอยาก​จะให้ตนเองมีมนตร์วิเศษ ช่วยเสกเป่าให้ผีสาว​ได้หายเจ็บปวดทุกข์ร้อน

แสงเพ็งเขิน​กับอาการดังนั้น​ของทรงธรรมจนอยาก​จะชักมือหนี ​แต่พอ​เขายังยึดไว้ เธอก็ทำ​ได้​แต่เพียงก้มหน้าเอียงอาย

แล้ว​ก็ค่อยๆ​ ส่ายหน้า​เป็นการตอบคำ ...​ไม่​เป็นไร

"จริงๆ​ น่ะหรือ"

​เขาแกล้งย้อนรอยประโยคของเธอ

คราวนี้แสงเพ็งเปลี่ยน​เป็นพยักหน้า

ทรงธรรมประคองลำแขนบอบบาง​ที่ยังมีรอยแดงจางๆ​ นั้น​พิศดูจนใกล้ ใกล้จนผีสาวรู้สึก​ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ​ ​ที่ผ่าวรด

"แม่แสง...​ พี่ขอโทษจริงๆ​ ​ที่​ต้องทำให้แม่แสงบาดเจ็บถึงขนาดนี้"

แสงเพ็ง​ต้องดึงแขนของตนเองคืนมา ตอน​ที่​เขา​จะเป่าลงเบาๆ​ ก่อน​จะแก้เขินด้วยการบอกว่า

"​ที่ส่ายหน้า ก็หมายถึงไม่​เป็นไร"

​เป็นการ​ใช้คำตอบของชายหนุ่มมาตอบคำ จนทำให้​ทั้งสองมีอัน​ต้องหัวเราะแก้อาการขัดเขิน​ที่ประดังเข้ามา

เวลานี้ หัวใจสองดวง ดวงหนึ่ง​ยังเต้นอยู่​​ได้ด้วยเลือดเนื้อ ขณะ​ที่อีกดวงเต้นระรัวขึ้น​ด้วย​ความรู้สึก สิ่งหนึ่ง​​ที่​ทั้งสองดวงใจมีเหมือนกัน นั่น​คือ​กำลังอิ่มเอม​กับ​ความรู้สึกลึกซึ้งของ​ความรัก

ผีสาว​กับชายหนุ่มนั่งเกาะกุมมือกันอยู่​อย่างนั้น​อีก​เป็นนาน กว่า​ที่ทรงธรรม​จะเอ่ยขึ้น​ว่า

"แม่แสงทำ​เพื่อพี่มากเหลือเกิน เชื่อหรือไม่ ในโลกนี้...​ไม่เคยมี​ใครดี​กับพี่อย่างนี้มาก่อนเลย​ พี่นึกไม่ถึงเลย​ว่าใน​ที่สุด ​จะ​เป็นแม่แสง แสงเพ็งคนดีของพี่"

แสงเพ็งรู้สึกอบอุ่น​กับถ้อยคำนั้น​อย่างยาก​จะบรรยาย น้ำตารื้นขึ้น​มาอีกแล้ว​ด้วย​ความปีติ กุมมือของชายหนุ่มแนบแน่นยิ่งขึ้น​ ​พร้อม​กับ​ที่พูดว่า

"พี่ธรรม์จ๊ะ​ ​ที่จริง การ​เป็นภูตผี ไม่ใช่แค่อยาก​ไปผุดเกิดอยู่​อย่างเดียว"

พูด​ได้แค่นั้น​ก็ตื้นตันจนพูดต่อ​ไปไม่​ได้ ​จะให้บอกออก​ไป​ได้อย่างไรว่า นอกจากนั้น​ ​คือ​ได้มี​ใครสักคน ไว้คอยรัก คอยห่วงใยจากใจจริง

"พี่...​ พี่เข้าใจ...​"

น้ำเสียงของทรงธรรมอ่อนโยนยิ่งนัก แสงเพ็งรู้สึกว่า​ต่อให้ไม่​ต้องผุดเกิดอีกเลย​ก็คุ้มค่า หาก​จะ​ได้อยู่​ดูแลปรนนิบัติ ​ได้เห็น ​ได้ยินถ้อยคำไพเราะ​ที่กลั่นออกมาจากใจเช่นนี้

"แม่แสงรู้หรือไม่ ​ที่แท้พี่เพิ่งเข้าใจสิ่งไร...​"

​เขาเว้นช่วง ไม่รอให้คนฟัง​ต้องตอบคำ ก็เอ่ยต่อ​ไป

"พี่เข้าใจตัวเองแล้ว​ว่า คน​ที่พี่อยากอยู่​ด้วยกันตลอด​ไปก็​คือแม่แสง"

"พี่ธรรม์"

ผีสาวเงยขึ้น​มาสบสายตา​กับ​เขาตรงๆ​ น้ำตาพราวพร่าง มัน​เป็นน้ำตา​ที่เอ่อล้นออกมาจาก​ความสุข​และ​ความอบอุ่นอันสุด​จะบรรยาย

"ใช่ แม่แสง​ได้ยินไม่ผิด พี่บอกว่าอยาก​จะอยู่​​กับแม่แสงตลอด​ไป"

แสงเพ็งตื้นตันจนไม่รู้​จะสานต่อถ้อยคำของ​เขาอย่างไร

"​ที่ผ่านมา...​"

ทรงธรรมเลย​​เป็นฝ่ายต่อบทสนทนาต่อ​ไป

"...​พี่คิด​จะ​แต่ง​กับธิดาท่านเจ้าคุณ อยาก​จะมี​ความสุขสบาย ​ได้ตกถังข้าวสาร คิดไว้ว่า นั่น​จะ​เป็นชีวิต​ที่สมบูรณ์แบบ​ที่สุด...​

"​แต่มาถึงตอนนี้...​ ตอนนี้เอง​ที่เพิ่งเข้าใจ...​ ว่าอะไร​​คือจริงๆ​ ​ที่​ต้องการ มันไม่ใช่สิ่งเหล่านั้น​ ​ทั้ง​ที่เคยคิดอยู่​เสมอ ว่าเกิดมา​เป็นคนแล้ว​​ต้องหา​ความสุข...​

"​แต่​ที่แท้จริงแล้ว​...​ เวลาอยู่​​กับแม่แสงนี่เอง ​เป็นเวลา​ที่พี่มี​ความสุข​ที่สุด...​"

ทรงธรรมเกลี่ยนิ้วช่วยเช็ดน้ำตา​ที่หยาดลงมาเปียกแก้มของผีสาว รู้สึกลึกซึ้งอย่างยาก​จะหาถ้อยคำมาอธิบาย บอก​กับตัวเอง​ได้​แต่เพียง ​เมื่อถึงเวลา ​เขา​จะไม่เสียดายเลย​ หาก​ต้องจบชีวิตลง แล้ว​​ได้กลับมาอยู่​เคียงข้าง​กับผีสาว​ที่นั่งอยู่​ตรงหน้าขณะนี้

แสงเพ็งดึงมือ​ที่ถูกกุมอยู่​นานนั้น​กลับมากอดตัวเอง​เอาไว้ อดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องแกล้งตี​ความถ้อยคำของ​เขา​ไปอีกทางหนึ่ง​

"พี่ธรรม์พูดเหมือน​กับว่ามี​ความสุข​ที่​ได้อยู่​​กับพวกเรา​ทั้งหมด ไม่ใช่​แต่เฉพาะ​กับฉันสักหน่อย​"

พูด​ไปแล้ว​ก็ยิ่งให้รู้สึกเขินอายหนักขึ้น​​ไปอีก

"แม่แสง พี่ขอพูดจากใจจริง ก่อนหน้านี้พี่ก็ไม่เคยสังเกต ​แต่​ความผูกพัน​ที่เราสอง​ได้อยู่​ใกล้ชิดกัน มันค่อยๆ​ มากขึ้น​ทุกที จนวันนี้ถึงเข้าใจว่า ​ที่แท้แล้ว​แม่แสงอยู่​ในหัวใจของพี่มาตลอด"

​เขาค่อยดึงมือของคนฟังกลับมากุมไว้อีก ​ใช้ปลายนิ้วลูบเบาๆ​ ตรงรอยแดง

"นี่​เป็นครั้งแรก ​ที่พี่สารภาพ​ความในใจอย่างตรง​ไปตรงมา มันยากนะแม่แสง ​ที่​จะให้พี่กล้าหาญถึงขนาดเอ่ยออกมา​ได้เช่นนี้ ​แต่พี่ก็บริสุทธิ์ใจ​ที่​จะพูด ​และ​จะจดจำคำพูดนี้ ​ความรู้สึกนี้ไว้จนกว่า​จะสิ้นลมหายใจ"

ตัว​เขาเองก็พลอยรู้สึกตื้นตัน​ไปด้วย นึกถึง​ความเจ็บปวด​ที่ผีสาว​ต้องผจญ ​ต้องเผชิญ​เพื่อ​เขามาเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกรักเธอมากยิ่งขึ้น​เท่านั้น​

"​จะว่า​ไปก็ดีเหมือนกัน ​ที่พี่ถูกนักเลงอันธพาลพวกนั้น​รุมทำร้าย ​เพราะมัน​คือบทเรียนราคาแพง ตลอดมาพี่ไม่เคยคิด ​และไม่เคย​ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง...​ ​แต่จากวันนี้​ไป พี่ธรรม์คนนี้ ขอบอกว่า​จะรักแม่แสงเพ็งของพี่อย่างจริงใจ...​"

"พี่ธรรม์ คงลืม​ไปแล้ว​ว่าฉัน​เป็นแค่ภูตผี ​เป็นแค่ดวงวิญญาณ"

"ต่อให้​เป็นแค่อากาศธาตุ พี่ก็​จะรักแม่แสงตลอด​ไป หรือต่อให้พี่ตาย​ไป พี่ก็​จะอธิษฐานไว้ ขอให้​ได้​เป็นวิญญาณพเนจร ล่องลอยเคียงคู่​ไป​กับแม่แสง...​"



******************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3437 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑๓ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น