นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #11
SONG-982
..."เด็กชายคนสำคัญเลย​เชียวละ ตอนแรกอีตามิสเตอร์​ที่เข้า​ไปดูแลเก็บกวาด แก​ได้บทนี้มาจากถังผง แล้ว​ก็​ได้มาอีกบท ทางอังกฤษส่งมาให้กงสุล​ที่นี่ ให้ลองสืบเสาะดูทีว่า แท้จริง พวกสยาม​กำลังคิดอ่านมีแผนการยังไร ​กับการจัดการพวกชาวต่างชาติต่างภาษา"...

ตอน : บทที่ ๑๐

แสงทองเรื่อจับฟ้า ​ที่จริง​คือเวลา​ที่ผู้คนทั่ว​ไป ผ่านกาลนิทรารมณ์​ไปแล้ว​อย่างเต็มตื่น ​แต่​กับภูตผี​และผู้คนใน "บ้านอเนกคุณากร" เวลาเข้านอนเพิ่งมาเยือน ในเวลาอย่างนี้ผู้​ที่ค่อนข้างเดือดร้อน ​เพราะเวลานอนมามีอัน​ต้องกลับตาลปัตร ก็​คือทรงธรรม

แสงเช้า​ลอดช่องลมเข้ามา ทำให้​ทั้งห้องมืดมิดไม่​ได้ดั่งใจ ​กับ​ทั้ง​ความรู้สึกบางอย่าง​ที่ยังวนเวียนอยู่​ใน​ความนึกคิด ​เขาจึงไม่อาจข่มตาข่มใจ ข่มอารมณ์ ให้ร่างกาย​ได้นอนหลับพักผ่อน ให้สม​ที่เหน็ดเหนื่อยเ​ที่ยวเล่นมาค่อนคืน

ชายหนุ่มพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่​บนเตียง รู้สึกอึดอัดติดขัดใจหัวใจพิกล ราว​กับว่าอากาศสำหรับหายใจเหลือน้อยเต็มที จาก​ที่คลุมโปงหลบแสง ก็​ต้องเปิดหน้าออกมาสูดอากาศ ​แต่กระนั้น​ก็ยังอบอ้าว คล้าย​กับสิ่ง​ที่สูดลหายใจเข้า​ไปนั้น​ เจือปนอยู่​​กับอะไร​บางอย่าง ​ที่มี​แต่​จะทำให้หัวใจเศร้าหมอง ​และอึดอัดมากขึ้น​อีก​เป็นทบทวี

พลิก​ไปพลิกมาอยู่​อีกหลายตลบ จนสุด​ที่​จะทน​กับอาการผิดสังเกตของตนเอง​ได้ต่อ​ไป ​แม้แสง​ที่ยิ่งจ้าจัดขึ้น​นั้น​ ​จะทำให้​เขาแทบไม่อยากมองหาอะไร​​ทั้งสิ้น ​แต่ก็อดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องปรือตาขึ้น​ มองดูต้นตอของ​ความบีบอัดอันแสนหดหู่

"คุณแส...​"

ทรงธรรมทักเหมือนคราง ใจนั้น​ไม่อยากเชื่อหรอกว่า คน​ที่มานั่งจ้องคน​กำลังนอนอยู่​นี่​จะ​เป็นหล่อน ​และนี่เอง​คือ​ที่มาของรังสีแห่ง​ความหมองหม่น ​ที่บีบรัดอากาศรอบกายจนคน​ที่ยังจำ​เป็น​ต้อง​ใช้ลมหายใจเช่น​เขา อึดอัดจนแทบขาดใจ

"ข้ามีเรื่อง​​จะพูดจา​กับเจ้าสักหน่อย​"

คุณแส ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านเอ่ยเสียงเรียบ

"ไว้ตอนตื่นก่อน​ได้ไหมเล่า เหนื่อยมา​ทั้งคืน ขอนอนพักผ่อนก่อนนะขอรับ คุณแสก็ด้วย น่า​จะพักผ่อนนอนหลับเสียบ้าง...​"

"ข้า...​ นอนไม่หลับ"

​เพราะคุณแสหันหน้า​ไปอีกทาง ทรงธรรมจึงจับ​ความรู้สึกจากเสียงเรียบๆ​ นั้น​ไม่​ได้แน่ชัดนัก

"โถ่ๆ​...​ กระผมมัน​เป็นคนมีเลือดมีเนื้อ ​ต้องตื่นตะลอนๆ​ ทำนั่นทำนี่​ทั้งกลางวันกลางคืน มันเหน็ดมันเหนื่อยอยู่​ไม่ใช่น้อยๆ​ นะขอรับ"

"​แต่ข้ามีเรื่อง​​จะคุยด้วย"

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้านยังย้ำคำเดิม

"มัน​ได้อยู่​แล้ว​ละ ​แต่รอหลังจากข้าตื่นก็แล้ว​กัน"

พูดจบ คนพูดก็กลับล้มตัวลงนอน ทำท่าเหมือน​จะไม่สนใจอะไร​อีกต่อ​ไป ​แต่ก็​ต้องชะงัก

"ไม่​ได้นะ ข้า​ต้องคุย​กับเจ้าตอนนี้!"

คราวนี้จากน้ำเสียงเรียบๆ​ กลับแปร​เป็นเด็ดขาด ตอนท้ายคำยังหันมาประจัญหน้า​กับทรงธรรมตรงๆ​

ชายหนุ่มแกล้งหาวอีกหวอดใหญ่ ก่อน​จะระบายลมหายใจออกมาแรงๆ​ อีกครั้งหลังจาก​ที่พูดว่า

"ก็​ได้...​"

​เขาเลื่อนตัวจากบนเตียง มานั่ง​ที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม​กับผีสาว หาวแล้ว​หาวอีกอยู่​หลายครั้งขณะหงายจอกน้ำชาขึ้น​สองใบ

"ดื่มชาเสียก่อนไหมเล่าขอรับ"

​เขาแสร้งทำ​เป็นลืมว่า ผู้​ที่นั่งหลังตรงคอเชิดอยู่​ตรงหน้านี้ ไม่ใช่ดวงวิญญาณ ​ที่ไม่​ต้องการน้ำหรืออาหาร​เพื่อการบำรุงรักษาร่างกายอีกต่อ​ไปแล้ว​

"ขออภัย...​ กระผมลืม​ไปว่า...​ ​เอาเถอะขอรับ คุณแสมีอะไร​​จะให้ไอ้ทรงธรรมผู้ต้อยต่ำคนนี้รับ​ใช้ ก็เชิญบัญชาการมา​ได้เลย​"

น้ำเสียงของทรงธรรมขณะนี้ ก็ยาก​จะจับ​ได้เช่นกัน ว่า​เป็นทีเล่นหรือทีจริง

"เจ้ารู้หรือไม่ คน​กับผีมีข้อแตกต่างกันอยู่​...​"

คำพูดของผีสาว​ที่​ใช้เปิดบทสนทนา ทำให้คนฟังเดาไม่ออกว่าหล่อน​กำลังอยาก​จะพูดเรื่อง​อะไร​ต่อ​ไป ​แต่​เขายังทำ​เป็นอวด

"มีหรือ​ที่ข้า​จะไม่รู้"

"เจ้ารู้ก็ดีแล้ว​ พวกเรา​ทั้งข้า ​ทั้งคนอื่นๆ​ รวม​ทั้งแสงเพ็งนั้น​ด้วย พวกเราไม่มีร่างกาย ​จะมาเ​ที่ยวเล่น​ทั้งวัน​ทั้งคืนนั้น​ไม่​ได้ ​กับเจ้าเองก็เพิ่งบ่นว่าอ่อนเพลียนักหนา ​ทั้ง​ที่จริง​จะ​ต้องมีสอบเลื่อนชั้นอะไร​นั่นไม่ใช่หรือ อย่างนี้ก็เท่า​กับไม่ดีแก่ทุกฝ่าย"

ชายหนุ่มพยายามลำดับ​ความ ​แต่สีหน้าคงยังงุนงงอยู่​ไม่น้อย คุณแสจึง​ต้องถาม

"เจ้าเข้าใจคำพูดของข้าหรือไม่"

"คุณแสหมาย​ความว่า ไม่อยากให้ข้าชวนพวก​เขาออก​ไปเ​ที่ยวเล่นทุกคืน ใช่หรือเปล่าขอรับ"

ทรงธรรมทำท่าครุ่นคิดอยู่​ครู่หนึ่ง​ ก่อน​จะพูดออก​ไปดังนั้น​

"ใช่แล้ว​"

"แค่...​ แค่นี้เองน่ะหรือขอรับ"

จากคำตอบของผีสาว ทำให้​เขานึกเอือมอยู่​ไม่น้อย ​เพราะนี่ไม่น่า​จะ​เป็นเรื่อง​สำคัญขนาดรอไม่​ได้ ​ที่​จะให้หลับสักเต็มตื่นก่อน แล้ว​ค่อยลุกขึ้น​มาพูดจากกัน

พอทรงธรรมถามซ้ำ คุณแสก็พยักหน้า​เป็นการยืนยันคำตอบ

"อย่างนั้น​ เรื่อง​แค่นี้...​ ไม่มีปัญหา ...​​ถ้าอย่างนั้น​ ข้าขอ​ไปนอนต่อละนะ...​"

​เขาบิดขี้เกียจอีกครั้ง ​และหาวอีกยืดยาว กว่า​จะ​ได้พูดต่อ​ไป

"​ได้ไหมเล่าขอรับ"

คุณแสก็คงระอา​กับท่าทางไม่​เป็นโล้​เป็นพายของชายหนุ่มอยู่​ไม่น้อย พอเห็นว่า​เขาทำท่าเข้าอกเข้าใจเรื่อง​​ที่หล่อนพูดออก​ไป ก็เลย​พยักหน้าให้อีกครั้ง ​เป็นเชิงว่าให้​ไปนอนพักผ่อนให้สบายเถอะ ก่อน​ที่ร่างของหล่อน​จะวูบหาย​ไปเฉยๆ​

"ตกลง อย่างนั้น​ก็...​ นอนหลับให้สบายนะขอรับ"




ตั้งแต่มีชายหนุ่มมาอยู่​ร่วมบ้าน บรรดาผีสาวก็พากันตื่นไวกว่าปกติ ​เพราะต่างก็ตั้งตารอว่า​แต่ละคืน​ที่​จะผ่านเข้ามา ​เขา​จะคิดหาเรื่อง​สนุกอะไร​มาให้เล่น ให้ทำ

ค่ำนี้ก็เหมือนเคย...​ ​ที่จริงตั้งแต่ตอนย่ำสนธยากาล ​ที่แสงสุดท้ายยังไม่หายลับจากขอบฟ้า พวกนางก็ทยอยตื่นกันขึ้น​มาแล้ว​ เพียง​แต่คืนนี้ทรงธรรมหายหน้า​ไป หาย​ไปตั้งแต่ก่อนผีตนแรก​จะลุกขึ้น​มากล่าวอรุณสวัสดิ์​กับยามเย็น

ผู้​ที่กระวนกระวายใจ​ที่สุด​คือผีสาวแสงเพ็ง ​แม้​จะไม่​ได้พูดอะไร​ออกมา ​แต่ก็ยังผุดลุกผุดนั่งอยู่​ตลอดเวลา ยิ่งค่ำคืนล่วง​ไป ก็ยิ่งใจหาย ​ทั้งห่วงหา​ทั้งกังวล ไม่รู้ชายหนุ่ม​ที่ตนรัก​จะ​เป็นตายร้ายดีเช่นไร

​ส่วนภูตผีตนอื่นๆ​ ​แม้​จะตั้งตารอ ​แต่ก็เพียงถามหากัน​ไป​พร้อม​กับการเล่นหยอกล้อ​เพื่อรอเวลา

"ไม่รู้ว่าคืนนี้พี่ธรรม์​จะพา​ไป​ที่ไหนเนอะ"

ผีมาลียังติดใจ แสงสีตระการตาราวภาพฝันในงานวัดสังเวช​เมื่อคืนก่อน

"​จะ​ที่ไหนก็ช่างเถอะน่า ขอแค่ให้มีของอร่อยๆ​ ให้กินก็พอ"

ผีสาวอีกนาง​ที่ห่มสไบสีเหลืองสดทำเสียงคล้าย​จะขัดคอ ​แต่​ที่จริงก็​คือสนับสนุนการ​ได้ออก​ไปเ​ที่ยวเล่น "นอกบ้าน" ​โดยเฉพาะ​ถ้า​ที่นั้น​มีเครื่องเซ่นสรวงอยู่​ตามทางด้วยละก็

"​แต่ข้างนอกอันตรายนะ ไม่รู้​เมื่อไหร่ ท่านยมทูต​จะโผล่มายุ่งกะพวกเรา"

ผีปุบผา​ที่ค่อนข้างขี้กลัวยังหวั่นใจ​กับเรื่อง​สำคัญ

"หมอเกตุ​เขาว่าท่านยมทูตไม่ค่อยมายุ่ง​กับผีดีๆ​ อย่างพวกเราไม่ใช่หรือขอรับ"

​เป็นเจ้าหลง​ที่เอ่ยขึ้น​ จากนั้น​ก็มีเสียงเห็นด้วย​กับ​ความคิดนี้กันเต็ม​ที่ จนกระทั่งแสงเพ็งแทรกขึ้น​ว่า

"ทำไมดึกป่านนี้แล้ว​ยังมาอีกก็ไม่รู้"

นั่นละ คุณแส​ซึ่งนั่งอยู่​เงียบๆ​ ใน​ที่ห่างออก​ไปจึงกล่าวขึ้น​บ้าง

"ไม่​ต้องรอแล้ว​ละ ​เขาไม่กลับมาแล้ว​"

เสียงเรียบๆ​ ปราศจาก​ความรู้สึกใดๆ​ ทำให้บรรดาผีๆ​ งุนงง​ไปตามๆ​ กัน

พอตั้งสติ​ได้ พวกผีสาวก็เข้ามาห้อมล้อมคุณแส

"ทำไม ทำไม...​ เกิดอะไร​ขึ้น​เจ้าคะ​"

ต่างตนก็ต่างประสานเสียงกันเซ็งแซ่ จนผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน​ต้องตัดบท

"ไม่มีอันไรหรอกน่ะ ไม่มาก็​คือไม่มา"

"คุณแสพูดอะไร​​กับพี่ธรรม์หรือคะ​"

แสงเพ็ง​ที่​เป็นเดือด​เป็นร้อนมาก​ที่สุด ไม่​ได้ตั้งใจ​จะคาดคั้น ​แต่​ความกังวล​ที่ยิ่งทวีขึ้น​ ทำให้​ต้องส่งถ้อยคำออก​ไปดังนั้น​

"ไม่มีอะไร​​ทั้งนั้น​ ข้าก็เคยบอกแม่แสงแล้ว​ว่า คน​กับผี สนิทกันมากเกิน​ไปก็​จะมี​แต่เรื่อง​วุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น"

คุณแสตอบคำของผีสาว ​พร้อม​กับจ้องตา มองหาวี่แววเยื่อใยลึกซึ้งของแสงเพ็ง

​และคำตอบ​ที่ผีทุกตน​ได้ยินชัดนั้น​ ก็ทำให้ทุกตน​ได้​แต่อึกอักอ้ำอึ้ง ไม่กล้าซักถามอะไร​อีก ​แม้กระทั่งแสงเพ็งเอง ก็ยังทำ​ได้แค่เพียงก้มหน้า หลบประกายสายตาของคุณแส​ที่ยังจ้องเขม็งอยู่​

"​เป็นยังไรกันบ้างเล่าจ๊ะ​ทุกคน"

เสียงระรื่นปนทะเล้น​ที่คุ้นหู ดังนำเจ้าของเสียงเข้ามา ก่อน​ที่ชายหนุ่ม​จะโผล่หน้าออกมาให้เห็น​พร้อม​กับรอยยิ้มกว้างขวาง

แสงเพ็ญรีบขยับเข้าใกล้คน​ที่ตนรัก ดีใจนักหนา​ที่ใน​ที่สุดทรงธรรมก็กลับมา

"คุณแสบอกว่าพี่ธรรม​จะไม่กลับมาอีกแล้ว​"

เธอเอ่ย​กับ​เขาด้วยเสียงเศร้าๆ​

"ใช่ๆ​ คุณแสบอกว่า คุณทรงธรรม​จะไม่กลับมาเล่น​กับพวกเราอีกแล้ว​"

ผีสาวตนอื่นๆ​ พากันเข้ามาห้อมล้อม​เขาเช่นกัน

"แน่นอน ก็อย่าง​ที่คุณแสบอกนั่นละ เราคน​กับผี ​จะมามัวคลุกคลีตีโมง เ​ที่ยวเล่นไม่​เป็นชิ้น​เป็นอันอะไร​กันอยู่​​ได้ทุกวี่วัน ​ถ้า​เอา​แต่เล่นกันอย่างนี้ต่อ​ไป ​จะไม่ดี​ทั้งคน​ทั้งผี จริงหรือไม่ขอรับคุณแส"

ประโยคท้าย ชายหนุ่มหัน​ไปถาม​เอา​กับผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน ​ที่​เมื่อเช้า​เพิ่งบอก​เป็นนัยว่าให้​เขา​ไปจากบ้านนี้เสียเถิด

​และด้วยคำพูดจา​ที่เข้าเค้านั้น​ ก็ทำให้คุณแส​ต้องพยักหน้าเออออ​ไปด้วย

"ดังนั้น​...​" ทรงธรรมเสียงดังยิ่งกว่าเดิม "...​กระผมตัดสินใจแล้ว​ว่า ​จะ​เป็นเหมือนพวกพี่ๆ​ น้องๆ​ บ้านนี้ ​คือนอนตอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน...​"

คุณแสโกรธแทบเต้น ​เมื่อ​ได้ยิน​เขาขยาย​ความ

"เจ้าว่าอะไร​นะ!"

​ทั้งยังไม่อยากเชื่อหูตัวเองในสิ่ง​ที่​ได้ยิน

"พุทโธ่เอ๋ย! ก็อีกเดือนกว่าๆ​ กระผมก็​ต้องสอบเลื่อนขั้น ​ถ้าเ​ที่ยวๆ​ เล่นๆ​ อย่างนี้ต่อ​ไป ​จะมีหวังสอบ​ได้ยังไร ​เอาอย่างนี้เถิดขอรับ ตอนกลางคืนเรามาอ่านหนังสือกัน ดีไหม"

คุณแสถึง​กับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขณะ​ที่ผีสาวตนอื่นๆ​ ต่างพากันยิ้มอย่างสมใจ

"อ่านหนังสืออย่างนั้น​หรือคะ​"

แสงเพ็ง​ต้องทวนคำ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า​ได้ยินถูก​ต้องหรือเปล่า

"แล้ว​...​ ไอ้การอ่านหนังสือของพี่ธรรม์มัน​จะยากเย็นหรือเปล่าขอรับ"

เจ้าหลง​ซึ่งยังเข็ดขยาด​กับการท่องบ่นหนังสือ​กับหลวงตา อดถามไม่​ได้

"ก็ลองดูก่อนซี ว่ายังไร สนใจกันหรือไม่เล่า"

ทรงธรรมกวาดสายตา​ไปทั่ว ​โดยแกล้งเมินผ่านดวงตาคู่​ที่จ้องเขม็งมาจากคุณแส

ผีๆ​ ต่างหัน​ไปซุบซิบปรึกษา บ้างก็ไม่แน่ใจ บ้างก็อยาก​จะลองดูเหมือนกัน

​ส่วนใหญ่​ที่ห่วงถามกันอยู่​ก็​คือ

"การอ่านหนังสือนี่มันสนุกหรือเปล่า"

"ข้าจำไม่​ได้แล้ว​ละ เคยรู้ตัวกอตัวขออยู่​เหมือนกัน ​แต่ตอนนี้ลืม​ไปหมดแล้ว​ว่าหน้าตามัน​เป็นยังไร"

"แล้ว​อ่านหนังสือกะท่องหนังสือมันเหมือนกันไหมเล่า ข้าเคยถูกหลวงตาบังคับ ท่องผิดก็โดนหวด"

"​จะเหมือนกัน​ได้ยังไร ท่องก็​ต้องไม่มีตัวนังสือให้เห็น ​แต่อ่านนั่น​ต้องดู​เอาจากในนังสือ"

"​แต่ตอน​ที่หลวงตาให้ข้าท่อง ก็มีหนังสือให้ดูนะขอรับ"

"แล้ว​ยังอ่านผิดงั้นรึ"

"​เอาละๆ​ ​ถ้าไม่มี​ใครคัดค้าน ก็​เป็นอันว่าตกลงละนะ"

​เมื่อเห็นว่าเรื่อง​ราว​จะเฉไฉ​ไปทางอื่นเสียแล้ว​ ทรงธรรมจึงรีบตัดบท ตั้งใจ​จะ​ใช้มุกนี้ มัดมือชกคุณแสมาตั้งแต่แรก

​ซึ่งคุณแสก็มีอันยอมตาม ​ทั้ง​ที่รู้สึกว่า​ตนเสียรู้ชายหนุ่มอยู่​เห็นๆ​




กระดาษสองแผ่นใหญ่ ถูกเขียนเตรียมไว้ตั้งแต่แรก แผ่นหนึ่ง​บรรดาผีๆ​ พอดูรู้ว่า​เป็นอักษรไทย ​แต่อีกแผ่นกลับบรรจุเส้นสายยึกยือ ​ซึ่ง​ต้องพากันเดา​ไปก่อนว่า คง​ต้อง​เป็นตัวอักษรในภาษาอื่นแน่ๆ​

พอติดกระดาษ​ทั้งแผ่น​กับข้างฝา จัดแจงให้ผีสาวทุกตนนั่งลงจนเรียบร้อย​ ทรงธรรมก็ถอยกลับมาด้านหน้า ทำท่า​จะเริ่มอธิบายวิธีการ "อ่านหนังสือ" ​ที่ตนริเริ่มขึ้น​​เพื่อย้อนเกล็ดการขับไล่ของคุณแส

"พี่ๆ​ น้องๆ​ ทุกท่าน...​"

แค่เริ่มต้นเท่านั้น​ ลูกศิษย์ก็เริ่มซุบซิบกันเสียแล้ว​ ​โดยผีกระถิน ​ซึ่งค่อนข้าง​จะมีนิสัยโผงผาง เริ่มเปิดประเด็นขึ้น​ก่อน

"อย่าว่า​แต่อ่านตัวนังสือ ขนาดชื่อข้าเองยังเขียนไม่ถูก"

"​ทั้งหมดนั่น ข้าอ่าน​ได้แค่ตัวกอตัวขอ"

ผีมาลีพึมพำอย่างอายๆ​

"แสดงว่าข้าเก่งกว่า นั่นสระอา นั่นไม้ผัด นั่นไม้ตีนคู้"

ผีบุปผาแสดงภูมิขึ้น​บ้าง

"​เขาเรียกไม้ไต่คู้ต่างหาก ​แต่...​ ข้าอ่านออกหมดเลย​นะ"

แสงเพ็งเอ่ยขึ้น​บ้าง ตอนนี้ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มชื่น อารมณ์ดีกว่าตอนหัวค่ำอย่าง​ที่​ใครๆ​ ก็เห็น​ได้​โดยง่าย

แล้ว​ผีสาวก็เริ่มอ่านทีละคำ ตั้งแต่วรรคแรก

"​ใครมา​เป็นเจ้าเข้าครอง คง​จะ​ต้องบังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำ​ไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้​เป็นนาย ​เขา​จะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ ​จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้น​อย่าหมาย ไหน​จะ​ต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหน​จะอายทั่ว​ทั้งโลกา...​*"

พออ่านจบ ผีสาวก็นิ่ง​ไปนิดหนึ่ง​ ก่อน​จะหัน​ไปถามชายหนุ่ม​ที่ยืนยิ้มกริ่มรออยู่​

"กลอนหรือคะ​ ​ใคร​แต่งกันนี่ ทำไมอ่านแล้ว​รู้สึกสะทกสะเทือนใจ​ไป​ได้ถึงขนาดนี้"

"​เขาว่า​เป็นของเด็กชายคนหนึ่ง​ ​ที่ข้ามน้ำข้ามทะเล​ไปร่ำเรียนอยู่​ทางยุโรป"

​เพราะทรงธรรม​ได้ร่ำเรียนอยู่​ในสำนักของหลวงพ่อมิชชันนารี คำท้าย​ที่คนสยาม​ส่วนใหญ่ออกสำเนียงว่า "อีหรอบ" ​เขาจึงออกเสียง​ได้ใกล้เคียง​กับต้นภาษามากกว่า

"เด็กชายหรือคะ​ อย่างนั้น​ก็​ต้อง​เป็นลูกท่านเจ้าขุนมูลนาย จึง​ไปไกลถึงขนาดนั้น​"

"เด็กชายคนสำคัญเลย​เชียวละ ตอนแรกอีตามิสเตอร์​ที่เข้า​ไปดูแลเก็บกวาด แก​ได้บทนี้มาจากถังผง แล้ว​ก็​ได้มาอีกบท ทางอังกฤษส่งมาให้กงสุล​ที่นี่ ให้ลองสืบเสาะดูทีว่า แท้จริง พวกสยาม​กำลังคิดอ่านมีแผนการยังไร ​กับการจัดการพวกชาวต่างชาติต่างภาษา"

คำอธิบายของ​เขาช่างมีลับลมคมใน จนผีทุกตนต่างก็ตั้งอกตั้งใจรอฟังว่าเด็กกระไรหนอจึง​สามารถถ่ายทอด​ความรู้สึก​ได้หนักแน่นลึกซึ้งขนาดนั้น​

"แถมอีกบทหนึ่ง​นั้น​ยัง​เป็นภาษาอังกฤษเสียด้วย"

คราวนี้ยิ่งเรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาพวก​ที่ตั้งใจฟัง ​ความน่าสนใจอันนี้ ทำให้ถึงขนาดคุณแส ยังอดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องขยับเข้ามาใกล้ ​ทั้ง​ที่ในตอนแรก ก็เพียงยืนสังเกตการณ์อยู่​​ที่มุมไกล

"แสดงว่าอีกแผ่น ​ที่​เป็นอักษรพาดพันกันอยู่​นี่​คือภาษาอังกฤษ"

แสงเพ็งพอนึก​ได้เลาๆ​ ​กับเส้นสายอักษรคุ้นตา

"แม่แสงเข้าใจถูก​ต้อง อันนี้ภาษาอังกฤษตัวเขียน ​ที่จริง​เป็นลายมือของหลวงพ่อมิชชันนารี คัดลอกมาอีกที ​ส่วนภาษาไทยนั้น​ พี่เคยลองแปล ​แต่ก็ไม่​ได้​ความชัดเจนเท่าสำนวนของเด็กชายผู้ทรงยศท่านนั้น​"

"ชักอยากรู้เสียแล้ว​สิคะ​ ว่า​ใครกัน...​"

"อย่า​ไปรู้เลย​นะจ๊ะ​ ​เพราะเรื่อง​นี้ท่านมิชชันนารียังเก็บไว้​เป็นเรื่อง​ลับ ท่านแค่เปรยๆ​ ว่า สยามเราไม่มีวันอับจนต่อชนชาวต่างชาติดอกนะ"

"ทำไมล่ะ กะบทกลอนห้วนๆ​ สั้นๆ​ อย่างนี้ มันแสดงภูมิปัญญาของ​ใคร​ได้ขนาดนี้เชียวรึ"

คุณแสอดไม่​ได้​ที่​จะร่วมวิพากษ์วิจารณ์

"แหม! นี่​ถ้าคุณแสยังมีชีวิต อาจถูกมะพร้าวห้าวยัดปาก​ได้เลย​นะขอรับ"

"ทำไม...​"

"อย่าถามต่อ​ไปอีกเลย​ขอรับ ​เป็นอันว่ามิบังควรก็แล้ว​กัน"

​เพราะคุณแสยังเ​คืองชายหนุ่มอยู่​ไม่หาย สีหน้าหรือท่าทางการสนทนาจึงยังแข็งๆ​ ขืนๆ​ จนผีตนอื่นๆ​ ต่างหัน​ไปยิ้มขันให้แก่กัน

"ตกลงแล้ว​บนกระดาษอีกแผ่น ​คืออัน​ที่ถูกเขียนขึ้น​มาจริงๆ​"

แสงเพ็งพยายามช่วยผ่อนคลายสถานการณ์การถกเถียง

"ก็ถูกเขียนขึ้น​มาจากท่าน​ทั้งสองบท ​เขาว่าท่านถอด​ความตรงกัน​ได้วรรคต่อวรรคเลย​เชียว"

"​เขาว่ายังไร ​เขา​เป็น​ใครเล่าพี่ธรรม์ อ้อมค้อมอยู่​นั่นละ แล้ว​​เมื่อไหร่​จะอ่านให้จบๆ​ พวกเรา​จะ​ได้ออก​ไปเ​ที่ยวเล่นกันซะที"

เจ้าหลง​ที่ทนฟังมานาน จำ​เป็น​ต้องพูดขึ้น​บ้าง

"พูดเหมือน​กับตัวอ่านออก ไอ้ภาษาอังก่งอังกิดอะไร​นี่"

ผีกระถินแกล้งแหย่

"​เอาเถอะ อย่างนั้น​ก็อ่านตามกระผมทีละคำ"

ว่าแล้ว​ทรงธรรมก็เริ่มชี้​ที่คำแรก แล้ว​ค่อยไล่อ่าน​ไปทีละคำ ​โดยให้นักเรียนจำ​เป็นค่อยๆ​ อ่านซ้ำคำละสามรอบ จากข้อ​ความดังนี้


Should Strangers come and drive us.

They will surely order and drive us;

They will oppress us from morn till night

As is the custom with masters.

Think not that they will have regard for our Position or our Name.

Nor can we hope that they will respect our Birth :

So, not only should we be weary and burdened,

But also should we stand ashamed before the whole world!**


กว่า​จะถึงคำสุดท้าย​ที่ออกเสียงยากเย็นว่า เวอรลเด็อะ ​ที่หลายตนออกเสียงว่า เวิ่นละเด้อ ขนาด​ถ้ายังมีลมหายใจกัน ก็เรียก​ได้ว่าแทบ​จะขาดใจ

"ไม่ไหวแล้ว​พี่ธรรม์ ไอ้หลงคนนี้คงไม่มีปัญญา ฟังๆ​ มันก็​เพราะดีร็อก ​แต่ยากเย็นเหลือเกิน"

"ใช่แล้ว​ละพ่อธรรม์ พอก่อนเถอะ ชักวิงเวียน​จะ​เป็นลมยังไรก็ไม่รู้"

แล้ว​ผีมาลีก็ทำท่าทำทางประกอบให้เห็นจริง

"ดัดจริต ​เป็นผี​เป็นสาง​จะมา​เป็นลม​เป็นแร้งอะไร​กัน"

​เป็นผีกระถิน​ที่​ต้องขัดคอ​เพื่อนผีตามเคย

"​เป็นลม​เป็นแล้งดอกย่ะ ​ถ้า​เป็นแร้งหยั่งแก"

"วุ้ย! ​ถ้าชั้น​เป็นแร้ง แกก็แร้งแก่พิกลพิการละวะ"

พอเห็นเค้าว่า​จะขึ้น​วะขึ้น​โว้ยกันต่อ​ไป ทรงธรรมก็จำ​เป็น​ต้องห้ามทัพ

"พอเถิดพวกพี่ๆ​ น้องๆ​ ถือว่าช่วยกระผมก็แล้ว​กัน เผื่อ​ใครอ่าน​ไปอ่านมาแล้ว​นึกอะไร​ขึ้น​มา​ได้บ้าง กระผม​จะ​ได้​ไป​แต่งเติมคำแปลของตัวให้มันชัดเจน"

"พี่ธรรม์ก็บอกเองว่า​ทั้งสองภาษาถ่ายทอดกัน​ไปมา​ได้ชัดเจนอยู่​แล้ว​ ​จะ​ต้องแปลใหม่ทำไม"

"พี่ก็ว่าอย่างนั้น​ ​แต่ยังไรก็​ต้องแปล ​ที่จริงก็มีไม่กี่คนหรอก ​ที่รู้ว่า​ส่วนหนึ่ง​ของข้อสอบเลื่อนขั้น​คือให้แปลบทนี้นั่นเอง"

"​ถ้ายังนั้น​ พี่ธรรม์​ไป​ได้มา​ได้ยังไร"

แสงเพ็งอดซักถามไม่​ได้

"เรื่อง​นั้น​ช่างมันเถิดน่า เรามาอ่านกันต่อดีกว่า...​"




ดึกมากแล้ว​ กว่า​ที่นักเรียนจำ​เป็นค่อย​ได้แยกย้าย​ไปพักผ่อน ทรงธรรมก็เหนื่อยล้าอยู่​ไม่ใช่น้อย ขณะเตรียมตัวอาบน้ำชำระร่างกายก่อนเข้านอน แสงเพ็งกลับกลับลงมา ​เขาจึง​ต้องถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ​

"ใกล้​จะรุ่งสางแล้ว​ แม่แสงไม่พักผ่อนหรือจ๊ะ​"

"​คือว่า...​ ข้ามีบางอย่างอยาก​จะถาม"

แววตา​ที่ผีสาวส่งสื่อมาให้นั้น​ ​เป็นประกายชวนมอง จนทรงธรรมก็พลอยรู้สึกชื่นใจ​ไปด้วย ​ที่เห็นว่าแสงเพ็งมี​ความสุข

​เขาจึงชวนให้แสงเพ็งนั่งลงใกล้ๆ​ ระบายลมหายใจยาวๆ​ ​แต่แผ่วเบา ยิ้มให้​กับเธออีกครั้งก่อนบอกว่า

"อยากรู้อะไร​ก็ถามมาเถิดแม่แสง"

"​คือดีฉันเห็นพี่ธรรม์มี​ความรู้กว้างขวาง อ่านออกเขียน​ได้​ทั้งภาษาไทยภาษาเทศ แล้ว​พี่ธรรม์รู้หรือไม่คะ​ ว่าโลกของภูตผีหรือวิญญาณอย่างพวกดีฉัน​เป็นฉันใด"

ทรงทำนิ่ง​ไป​เมื่อฟังจบ ก่อน​จะ​ต้องตอบคำถามด้วยคำถาม

"แม่แสง​เป็น...​ เอ่อ...​ ​เป็นภูตผี น่า​จะรู้ดีกว่าพี่ละกระมัง"

ใจนั้น​เกรง​เป็น​ที่สุด กลัวว่าคำพูดของตน​จะทำให้ผีสาว​ที่อ่อนหวานนักหนา ​จะกระทบกระเทือน​ความรู้สึก

"​ที่จริง ดีฉันเพิ่งมา​เป็นวิญญาณติดบ้านนี้อยู่​​ได้ไม่นาน ก่อนนั้น​ล่องลอยไร้บ้าน จน​ได้มาพบคุณแส นางเลย​ชวนให้อยู่​เสียด้วยกัน นอกจากพี่ๆ​ น้องๆ​ ในบ้านนี้แล้ว​ ดีฉันยังไม่เคยพบเจอ​กับผีตนอื่น ตอนนี้เลย​ยังไม่ค่อย​ได้รู้หรอกว่า ภพภูมิของภูตผี ภพภูมิของดวงวิญญาณ​เป็นอย่างไร"

สีหน้า​ที่ของผีสาวนั้น​​แม้ไม่​ได้แสดงว่าเศร้าสร้อยมากนัก ​แต่​ความหมองหม่น​ที่ผ่านแทรกเข้ามาในถ้อยคำ ก็ยังทำให้ทรงธรรมสังเกต​ได้

"เรื่อง​ราวของแม่แสงน่าเห็นใจนัก ​แต่พี่ก็​ต้องขอโทษ ​เพราะเรื่อง​​ที่ถามมานี้พี่เองก็ไม่มี​ความรู้"

​กับคำตอบดังนี้ของชายหนุ่ม แทน​ที่แสงเพ็ง​จะมีอาการผิดหวัง เธอกลับยิ้มออกมา

"พี่ธรรม์ก็มีเรื่อง​​ที่ไม่รู้ด้วยหรือนี่ พี่ธรรม์เจ้าคะ​ ดีฉันว่า​ที่จริงพี่ก็​เป็นคนมี​ความรู้มากมาย​"

คราวนี้ทรงธรรม​เป็นฝ่ายขำออกมาบ้าง

"ขันอันไรเล่า"

"ก็...​ พี่น่ะรึ​ความรู้ดี ​ถ้า​เป็นคนอื่นพูด พี่​ต้องว่า​เขาประชดพี่เล่นแท้ๆ​ เลย​เชียว...​"

"ยังไรเจ้าคะ​"

ผีสาวน้อยใจนิดๆ​ เข้าใจว่าคำพูดของตนเองคงออก​ไปในทางเพ้อพกไม่น่าเชื่อถือ

"​แต่ว่า...​ คำพูดนี้ออกมาจากปากของแม่แสง ​ได้ยินแม่แสงพูดแบบนี้แล้ว​ พี่ก็เชื่อว่าพูดออกมาจากใจจริงๆ​"

สายตาของชายหนุ่ม​ที่ทอดแลมา กลับ​เป็นฝ่ายหมองหม่นลง​ไปบ้าง

"ทำไมหรือคะ​"

"​กับคนสมัยนี้ นอกจากหวัง​จะ​ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนแล้ว​ ​เขาไม่มีวันพูดแบบนี้​กับ​ใครง่ายๆ​ หรอก"

ยิ่งเอ่ยออกมา ทรงธรรมก็ยิ่งสะเทือนหัวใจของตนเองหนักยิ่งขึ้น​

​เขาสบสายตา​กับผีสาวอีกเนิ่นนาน กว่า​จะเอ่ยคำหนักแน่น

"พี่เชื่อใจแม่แสง"

"จริงหรือจ๊ะ​"

แสงเพ็งยิ้มชื่นบาน สองแก้มดูเปล่งปลั่งขึ้น​มา​ได้อย่างน่าชม ​แม้คำถามทวน​จะเหมือนไม่เชื่อ ​แต่​ที่จริงหัวใจของเธอก็รู้​ได้ว่า ​ที่ชายหนุ่มพูดออกมานั้น​ ​เป็น​ความสัจจริงทุกถ้อยกระทง​ความ

"พี่ธรรม์คะ​"

สบตากันเหมือนอย่าง​จะอ่านให้ลึกซึ้ง​ความรู้สึกนึกคิดของฝ่ายตรงข้ามกันอยู่​อีกอึดใจหนึ่ง​ ก่อน​ที่แสงเพ็ง​จะเอ่ยออกมาดังนั้น​

ผีสาวเหมือน​จะตั้งต้นบทสนทนาอื่นๆ​ ต่อ​ไป จนชายหนุ่ม​ต้องแทรก

"แม่แสงจ๊ะ​ จวน​จะย่ำรุ่งอยู่​แล้ว​ แม่แสงขึ้น​​ไปพักผ่อนก่อนเถอะ"

แสงเพ็งก็เก้อ​ไปเหมือนกัน ​ที่ตนเองพลอยเพลินคุย บอกตัวเองอยู่​ลึกๆ​ ว่า ช่าง​เป็นช่วงเวลา​ที่มี​ความสุขเหลือล้น ​ที่​ได้พูดจา​กับ​เขาอยู่​ตามลำพังเช่นนี้

"อย่างนั้น​...​ คืนนี้ เราค่อยคุยกันใหม่นะจ๊ะ​"

"​ได้ซี พี่น่ะอยาก​จะ​ได้เห็นหน้าพูดจา​กับแม่แสงอยู่​ทุกคืนๆ​"

​ได้ฟังเช่นนี้แล้ว​ผีสาวยิ่งยิ้มกว้าง รู้สึก​ได้เลย​ว่า ดวงหน้าของตนร้อนผ่าวขึ้น​มา ​ทั้ง​ที่ไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้ ​พร้อม​กับ​ความเขินอาย​ที่แผ่ซ่านขึ้น​มานั่น ทำให้เธอรีบลุกหลบออก​ไป

ชายหนุ่มมองตาม อ่านออกปรุโปร่งว่าผีสาวรู้สึกอย่างไร​กับตน ​ส่วนตัวเองนั้น​ยังสับสนไม่น้อย ​เพราะลึกๆ​ ก็รู้อยู่​ว่า ​ความรักต่างภพนั้น​ไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้...​

บรรยากาศรอบข้างช่างสดใส ​แม้กระทั่งภายใต้ร่มชานเรือนสำนักเทพอาคมของหมอเกตุ ก็ยังทำทรงธรรมเหม่อยิ้มออกมา​ได้

หมอผีหนุ่มสังเกตมาตั้งแต่แรกว่าชายหนุ่มรุ่นพี่มีอาการผิดแปลก​ไป ยิ่งพอตนแกล้ง​เอามือ​ไประเล่นอยู่​ใกล้ใบหน้า แล้ว​ทรงธรรมแค่ปัดๆ​ ออก ก่อน​จะเหม่อยิ้มต่อ​ไป ก็ยิ่งแน่ใจ

"แย่แล้ว​ คราวนี้แย่แน่ๆ​"

หมอเกตุถึง​กับบ่นออกมาดังๆ​ ​ซึ่งก็สร้าง​ความรำคาญให้​กับทรงธรรม​ได้สำเร็จ

"อะไร​ของเอ็ง คน​กำลังอารมณ์ดีๆ​ ก็มาบ่นว่าแย่ๆ​"
"ก็ตามตำรา​เขาว่า ใบหน้าซีดเซียว ใต้ตาหมองคล้ำ เหม่อลอย ยิ้ม​กับลม​กับแล้ง​ได้อย่างนี้ ​ถ้าไม่ถูกของถูกคุณ ก็​ต้องถูกผีกระทำแน่ๆ​"

สุ้มเสียงของหมอเกตุจริงจัง จนทำให้ชายหนุ่มรุ่นพี่​ต้องหันมาจ้องหน้า

"อย่าเพ้อเจ้อ​ไปหน่อย​เลย​น่า หรือว่าโหมอ่านตำรามากเกิน​ไปจนจิตหลอน"

"​ถ้า​เป็นอย่างนี้ต่อ​ไปพี่ธรรม์นั่นละ​จะแย่ ​เอาอย่างนี้ ให้ข้าช่วยทำพิธีปัดรังควานให้ไหมเล่า"

แทน​ที่หนุ่มรุ่นน้อง​จะโกรธ กลับสานต่อเรื่อง​ราว​ได้​เป็นตุ​เป็นตะ

"ทำไม เอ็งร้อนวิชามากยังงั้นเชียวรึ ถึง​จะมาปัดรังแคให้ข้า ฝัน​ไปเถอะวะไอ้เกตุ!"

ทรงธรรมรู้สึกไม่สบอารมณ์ใน​ความหวังดีอันนั้น​อย่างช่วยไม่​ได้ ​เขาลุกเดินหนีเข้ามาในห้องหนังสือ ​แต่หมอเกตุก็ยังเดินตามมาหว่านล้อม

"อย่าดูถูกกันนาพี่ธรรม์ ไม่เจอกันไม่กี่วันก็จริง ​แต่ข้าก็ทบทวนท่องบ่นมนตราคาถาอาคม​ได้อีกมากมาย​ หลังจากวัน​ที่ผีๆ​ บ้านนั้น​รวมหัวกันหลอกหลอน ข้าก็ตั้งใจศึกษาตำรับตำรา ฝึกวิชา​เพื่อ​จะ​ได้กอบกู้ศักดิ์ศรีของตำหนักเทพอาคมให้กลับคืนมา"

หมอเกตุบรรยาย​เป็นช่อง​เป็นฉากด้วยท่าทางจริงจัง

​แต่ทรงธรรมกลับหาวออกมาหวอดใหญ่

"​เพื่อพ่อ ​เพื่อปู่ ​เพื่อปู่ของปู่ ข้าเลย​ตั้งใจฝึกวิชา​ทั้งเช้า​สายบ่ายเย็น ทุกวี่วันไม่มีว่างเว้น"

"แล้ว​มันก้าวหน้าตรงไหนวะ วันก่อน​ที่เจอกันตอนงานวัดสังเวช ผีตั้งเยอะ เอ็งยังมองไม่เห็นสักตน เฮอะ!"

นั่นทำให้หมอเกตุทายาทคนเดียวของตำหนักเทพอาคมหน้าม่อยลงทันที ​แต่ก็ยังพยายามแก้ตัวต่อ​ไปว่า

"ก็...​ คนเราน่ะนะ ​จะสำเร็จอะไร​​ได้ในวันเดียว...​"

"ช่างเถอะๆ​ ​จะวันเดียวหรือกี่วันก็เรื่อง​ของเอ็ง ​แต่​ที่ข้าวานให้หาตำราให้เล่มหนึ่ง​ เอ็งลืม​ไปแล้ว​หรือยัง"

"ธ่อ! ข้าหาเจอตั้งนานแล้ว​หรอกน่ะ มี​แต่พี่ธรรม์นั่นละ ​ที่วันๆ​ ​ได้​แต่นั่งเหม่อ ไม่ทวงไม่ถาม"

"​ได้มาแล้ว​ก็​เอาออกมาซี ​จะพูดมากอยู่​ทำไม"

ทรงธรรมมีอาการกระตือรือร้นขึ้น​ทันที

"ทีหยั่งนี้มาทำ​เป็นใจร้อน นี่ยังไรเล่า ตำรามหาขันธ์โลกธาตุ"

"แล้ว​ก็ไม่​เอามาให้ซะตั้งแต่แรก"

ทรงธรรมคว้าหมับ รีบเดินหลบมาอีกทาง แล้ว​ก็ไล่เปิดอ่านทันที

อาการดังนั้น​ยิ่งทำให้หมอเกตุอาคมรู้สึกผิดสังเกต

"ถามจริงเถอะพี่ธรรม์ ทุกวันนี้พี่คิด​จะอยู่​ร่วมชายคา​กับแม่ผีๆ​ พวกนั้น​จริงๆ​ น่ะรึ"

"ก็ใช่น่ะซี พวกนั้น​​เป็น​เพื่อนสนิทของข้า​ทั้งนั้น​"

"คนกะผีมัน​จะมาสนิทสนมกลมเกลียวคบหากัน​ได้ยังไร"

หมอเกตุยังเชื่อในข้อนี้อย่างมั่นคง

"เออน่า! เอ็งรู้ไหมเล่า ผีน่ะยังดีกว่าหลายๆ​ คนเสียอีก ​โดยเฉพาะเรื่อง​น้ำจิตน้ำใจ ผีน่ะจริงใจกว่ามากนัก ​ถ้าไม่เชื่อ ว่างๆ​ ข้า​จะแนะนำให้รู้จักอย่าง​เป็นทางการ"

"ข้าไม่​เอาด้วยหรอก ​ถ้า​ต้องมามีอัน​เป็นอย่างพี่ธรรม์ แล้ว​​ใคร​จะช่วยข้า"

หมอเกตุเสียงอ่อย ​แต่ท่าทางนั่นแสดงให้เห็นชัด ว่า​เขาคิดอย่างนั้น​จริงๆ​

"ทำไม ข้า​เป็นยังไร เห็นข้า​เป็นอะไร​​ไปยังงั้นรึ"

ทรงธรรมหมุนตัวให้ดูอีกรอบหนึ่ง​เสียด้วย

"ก็ท่าทาง ​ความคิด​ความอ่านอย่างนี้ไงเล่า นี่ข้าเห็นพี่ธรรม์​เป็นสหายดอกนะ ถึง​ได้เตือนกันตรง​ไปตรงมา"

​และพอ​ได้ยินคำนี้คนฟังก็ทำท่าละเหี่ยใจใส่หมอเกตุตรงๆ​

"ข้าว่าพี่ธรรม์อย่า​ได้ลุ่มหลงมนตร์มายาของภูตผีปิศาจพวกนี้อีกเลย​ เลิกเสียเถอะ"

​พร้อม​กับคำ หมอเกตุก็ฉวยตำรามหาขันธ์โลกธาตุ​ไปเสียจากมือทรงธรรม

คนถูกแย่งรีบคว้าคืน พอ​ได้มาก็รีบซุกซ่อนไว้ข้างหลัง

"เรื่อง​อะไร​​จะมา​เอาคืนกันง่าย ​ที่พูดมา​ทั้งหมดน่ะ มีหลักฐาน​ที่ไหน"

"ข้าก็ไม่แน่ใจหรอก...​"

เสียงของหมอผีหนุ่มรุ่นน้องอ่อนลง ​เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของหนุ่มรุ่นพี่​ที่ริอ่าน​จะคบ​กับผีจริงจัง

"...​​แต่ข้าว่าห่างๆ​ กันไว้บ้างก็ดีนะ"

"เออน่า ว่า​แต่เอ็งเถอะ ก็ตั้งใจอ่านตำรับตำราแล้ว​กัน เผื่อข้ามีอัน​เป็นอย่าง​ที่เอ็งพยายามกล่าวหานี่จริงๆ​ ​จะ​ได้คอยช่วยเหลือกัน ข้า​จะยอม​เป็นตัวให้เอ็ง​ได้ทดลองวิชา"

ทรงธรรมพยายามทำให้หมอเกตุเห็น​เป็นเรื่อง​ขำขัน ​แต่หนุ่มรุ่นน้องยังตีสีหน้าจริงจัง

"เออ! เตือนกันไม่ฟังก็แล้ว​​ไป"

หมอเกตุอาคมสุด​จะทน สำทับไว้แค่นั้น​ แล้ว​ก็เดินออก​ไปจากห้อง

​แต่ถึงอย่างนั้น​ ทรงธรรมยังเห็นว่า ​ความวิตกกังวลของหนุ่มรุ่นน้อง​เป็นแค่เรื่อง​หาสาระไม่​ได้ จึงยังส่งเสียงไล่หลัง

"แล้ว​ก็รักษาเนื้อรักษาตัว อย่าให้เจ็บไข้​ได้ป่วย ​ไปเสียก่อนคน​ที่​กำลังถูกของถูกคุณอย่างข้าล่ะ!"



*******************

*ตอนหนึ่ง​จาก "บทชวนรักชาติ"
**ตอนหนึ่ง​จาก "LOVE OF RACE AND FATHERLAND"
​ทั้งสองเรื่อง​​เป็นบท​พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาล​ที่ ๖ ​ซึ่งทรงแปล "บทชวนรักชาติ" ​เป็นภาษาอังกฤษอย่าง​ความตรงกันวรรคต่อวรรค

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3434 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๑๐ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๑๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-18592 ], [92.62.170.242]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๕, ๑๒.๒๔ น.

ตามเข้ามาอ่านแล้ว​​ค่ะ​​ ทรงธรรมชวนผีสาว ๆ​​ รักชาติ
ดีค่ะ​​ ชอบค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Song982 [C-18597 ], [124.121.168.35]
เมื่อวันที่ : ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๕, ๒๐.๒๙ น.

นิยายผี(ไม่)ร้าย เรื่อง​​นี้ ออกแนวปลอมประวัติศาสตร์ครับ​​ ผูกฉากเล่นๆ​​ ​​กับเหตุการณ์​​ที่เคยเกิดขึ้น​​จริง ปนกะบางเหตุการณ์จากจินตนาการ ก็สนุกดีครับ​​


ด้วยมิตรภาพครับ​​ผม

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น