นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #60
ดอยสะเก็ด
...คืนนั้น​​เมื่อ​ได้อยู่​กันตามลำพังสองต่อสอง ในห้องชุดของโรงแรมหรูในพัทยา คริสก็ตะกองกอดเจ้าสาวของ​เขา​เอาไว้ไม่ยอมปล่อย เฝ้า​แต่กอดจูบเธออยู่​นั่นแล้ว​จนทิพย์ส...

ตอน : อาวสาน

คืนนั้น​​เมื่อ​ได้อยู่​กันตามลำพังสองต่อสอง ในห้องชุดของโรงแรมหรูในพัทยา คริสก็ตะกองกอดเจ้าสาวของ​เขา​เอาไว้ไม่ยอมปล่อย เฝ้า​แต่กอดจูบเธออยู่​นั่นแล้ว​จนทิพย์สุรางค์​ต้องผลัก​เขาออกห่าง “ฉันอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” เธอบอกด้วยเสียงอ่อยๆ​

คริสจูบเธออีกสองสามทีแล้ว​ก็ปล่อย ยืนดูหญิงสาวดึงกิ๊บฝอยตัวเล็กๆ​​ที่ยึดตรึงผมยาวของเธอ​เป็นช่อชั ้น ออกวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ​ส่วนเครื่องประดับ​ที่อยู่​บนผมถูกดึงออก​ไปหมดแล้ว​ ก่อนออกเดินทางมา​ที่นี่

“คุณ​ไปอาบน้ำก่อนก็​ได้ ฉัน​ต้องล้างเครื่องสำอางพวกนี้ออกก่อน คง​ต้อง​ใช้เวลาอีกสักพัก” ทิพย์สุรางค์บอกคริส​ที่ยังยืนมองเธออยู่​
“ก็​ได้” แล้ว​ชายหนุ่มก็เดินหายเข้า​ไปในห้องน้ำ

หลังจากสางผมดกดำยาวแล้ว​ขมวดขึ้น​ไว้กลางศรีษะ หญิงสาวก็เปลื้องเครื่อง​แต่งกายออก เปลี่ยน​เป็นเสื้อคลุมอาบน้ำ เดิน​ไปเปิดกระเป๋าเดินทางใบเล็กของคริส ​ที่พนักงานโรงแรมนำมาวางไว้ให้ในห้องคู่​กับกระเป๋าของเธอ ทิพย์สุรางค์สำรวจเข้าของของคริสในกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อกางเกงสามสี่ตัวของ​เขาออกมาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า ​เอาเครื่อง​ใช้​ส่วนตัวเช่นหวี เครื่องโกนหนวด โอดิโคโลญ ครีม​และน้ำยาโกนหนวด​และของอื่นๆ​ออกมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆ​ ตั้งใจว่า​จะ​เอา​ไปวางเตรียมไว้ให้​เขาในห้องน้ำ หลังจาก​ที่​เขาอาบน้ำเสร็จแล้ว​ ​ส่วนชุดนอนเธอ​เอา​ไปวางเตรียมไว้ให้​เขา​ที่ปลายเตียง

อีกครู่​ต่อมาคริสก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา ทิพย์สุรางค์หัน​ไปมองแล้ว​รีบหันหน้ากลับ ​เขามีผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวพันร่างกายท่อนล่าง​เอาไว้ มองเห็นแผงอก​และต้นแขน​ที่ล่ำสันแข็งแรง เต็ม​ไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม คริสทำหน้ายิ้มกริ่ม​เมื่อเห็นท่าทางเขินๆ​ของเธอ แล้ว​แทน​ที่​จะรีบสวมเสื้อนอนกางเกงนอน ​ที่​เขาเห็นแล้ว​ว่าเธอวางไว้ให้ ชายหนุ่มกลับเดินเข้ามากอดเธอ​เอาไว้แล้ว​กระซิบดื้อๆ​ว่า “คุณหนูไม่​ต้องอาบก็​ได้..น้ำน่ะ ผมอาบคนเดียวก็พอแล้ว​”

แล้ว​​เขาก็ทำท่าเหมือน​จะดึงสายรัดเอวเสื้อคลุม ให้หลุดออกจาก​ที่ผูก​เอาไว้ ทำให้ทิพย์สุรางค์รีบตะครุบมือ​เขา​เอาไว้แทบไม่ทัน หน้าของเธอแดงระเรื่อขณะ​ที่ทำเสียงดุๆ​เอ็ด​เขาว่า

“นี่! ​จะบ้าหรือ ปล่อยฉันก่อน ฉัน​จะ​ไปอาบน้ำ”
“โธ่ แค่นี้ก็​ต้องดุด้วย” ​เขาบ่น​แต่ก็ยอมปล่อยตัวเธอ​โดยดี

หลังจาก​ที่ทิพย์สุรางค์เข้าห้องน้ำ​ไปแล้ว​ คริสก็เปลื้องผ้าเช็ดตัวออก สวมเสื้อ​กับกางเกงนอนเข้า​ไปแทน เดินเข้า​ไปในห้องติดกัน​ที่มีตู้เย็นเล็กๆ​หยิบเบียร์ออกมากระป๋อ งหนึ่ง​ แล้ว​เดินออก​ไป​ที่ระเบียงกว้างข้างนอกห้อง ​ซึ่งมีเก้าอี้นอนยาวสองตัว​พร้อมด้วยโต๊ะกลมเล็กๆ​สำหรับวางของ ลงนอนเอนๆ​บนเก้าอี้นอนตัวหนึ่ง​ จิบเบียร์คอยเธอด้วย​ความรู้สึกปลอดโปร่ง​และ​เป็นสุขอย่างยิ่ง ​ที่ใน​ที่สุด​ความหวัง​และ​ความฝัน​ที่​จะ​ได้​แต่งงานร่วมชีวิต​กับทิพย ์สุรางค์ ก็กลายมา​เป็น​ความจริงจน​ได้ หลังจากหวังแล้ว​สิ้นหวัง หวังแล้ว​หมดหวังมาหลายครั้งหลายครา จนเกือบ​จะยอมแพ้ยอมรับโชคชะตาของชีวิต​ที่ไม่มีเธอ​ไปแล้ว​

ทิพย์สุรางค์ออกจากห้องน้ำในอีกครึ่งชั่วโมง​ต่อมา ​ความจริงเธออาบน้ำเสร็จสักครู่ใหญ่แล้ว​ ​แต่ยังไม่​พร้อม​ที่​จะออกมาพบหน้า​เขา หญิงสาวตื่นเต้น​กับชีวิตใหม่ของเธอ ​ต้องพยายามปรับใจอยู่​นานกว่า​จะออกมาเผชิญ​กับสายตากรุ้มกริ่มของ ​เขา​ได้ ถึง​จะเคยมี​ความสัมพันธ์​กับ​เขาจนมีเด็กชายสิงห์ออกมาแล้ว​ ​แต่นั่นก็​เป็นเพียงครั้งแรก​และครั้งเดียวของเธอ ในสถานการณ์​ที่ตื่นตระหนกไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนนี้​จะไม่ให้เธอรู้สึกเคอะเขิน​และตื่นเต้นหวาดกลัว​ได้อย่างไร

​ส่วนคริส​เมื่อรอแล้ว​รอเล่า หญิงสาวก็ยังนั่งสางผมเฉยอยู่​หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทำเหมือนไม่รู้ว่า​เขา​กำลังคอยอยู่​ ก็แกล้งร้องบอกเธอว่า “คุณหนูครับ​ ​ถ้า​จะกรุณา...​ช่วยหยิบเบียร์ในตู้เย็นให้ผมสักกระป๋อง​ได้ไหม?”

ทิพย์สุรางค์เหลียวหน้าเหลียวหลังมองหาตู้เย็น ​เมื่อไม่เห็นมีอยู่​ใน​ส่วน​ที่​เป็นห้องนอน เธอก็เดินเข้า​ไปใน​ส่วน​ที่​เป็นห้องนั่งเล่น​ที่อยู่​ติดต่อกัน หยิบเบียร์​ได้ก็เดินออก​ไปส่งให้​เขา​ที่ระเบียงมืดข้างนอก คริสมองร่างงดงามของเธอ ​ที่อยู่​ในเสื้อนอนแพรยาวสีขาว คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกันอย่างดื่มด่ำ ​เมื่อเธอยื่นกระป๋องเบียร์มาให้ ​เขาก็รับไว้แล้ว​ดึงมือเธอจนร่างของเธอเซถลาทับลงมาบนอก ชายหนุ่มวางเบียร์กระป๋องนั้น​ลงบนโต๊ะ กอดเธอ​เอาไว้แนบแน่นแล้ว​จูบอย่างอ่อนหวานหลายครั้ง ทิพย์สุรางค์​ได้กลิ่นอ่อนๆ​ของเหล้า​และบุหรี่ ​ที่เธอเห็น​ใครต่อ​ใครส่งให้​เขาใน​ระหว่างงานเลี้ยง​เมื่อตอนหัวค่ำ

​เมื่อมาถึงตอนนี้หญิงสาวก็นอนซบนิ่งอยู่​​กับอก​เขา รู้ว่าคงไม่มีทางหนี​เขา​ไปไหน​ได้อีกแล้ว​ เธอรู้แล้ว​ว่า​เขารักเธอมาก​และเธอก็รัก​เขามากเช่นเดียวกัน เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น กอดจูบเธอ​ไป​ได้พักเดียว คริสก็พลิกตัวขึ้น​นั่ง​ทั้งๆ​​ที่ยังกอดเธออยู่​ ยืนขึ้น​แล้ว​ก็ช้อนตัวเธอไว้ในอ้อมแขนพาเข้า​ไปในห้องนอน วางร่างอิ่มเอิบสมบูรณ์สะพรั่งด้วยวัยสาวลงบน​ที่นอน ดึงเสื้อคลุมออกจากตัวเธอ เห็นเสื้อนอนแพรบางๆ​​ที่มีสายเล็กๆ​ยึดติดไว้สองข้างไหล่ ในแสงสลัวของไฟโคมข้างเตียง ​เขาจ้องมองใบหน้างามแอร่ม​และท่าทางเอื้อนอายของเธออย่างละลานใจ

แล้ว​คริสก็เริ่มต้นจูบทิพย์สุรางค์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง​ จูบไล่ลง​ไปตั้งแต่ดวงตาคู่งาม​ที่เคยคมปลาบบาดหัวใจ ​แต่ตอนนี้มันกลับเซื่องซึมราว​กับ​ต้องมนต์จากจูบของ​เขา จูบเรื่อยลงมาถึงริมฝีปากคู่งาม​ที่มีลักษณะเย้ายวน ปากจมูกของ​เขาจูบไล่ลงมา​ที่ซอกคอ แล้ว​ก็มาซุกซบอยู่​ตรงทรวงอกเต่งตึงงดงามราว​กับดอกบัวหลวง ​ที่ตอนนี้สาย​ที่ยึดตัวเสื้อ​เอาไว้​กับบ่าหลุดออก​ไปแล้ว​

ทิพย์สุรางค์พยายาม​ใช้มือผลักใบหน้าของ​เขา ​ที่​กำลังซุกไซ้เธออยู่​ให้หลุดออก​ไป ​แต่คริสรู้ทัน ​เขา​ใช้มือข้างหนึ่ง​รวบมือ​ทั้งสองของเธอ​เอาไว้ ไม่ให้ผลักไส​เขา​ได้ ​ส่วนอีกมือหนึ่ง​ก็ดึงเสื้อนอนออกจากตัวเธอแล้ว​โยน​ไปข้างเตียง หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ รู้สึก​แต่เพียงว่ามือไม้ปากจมูก​ที่ร้อนผ่าวขึ้น​เรื่อยๆ​ของ​เขา สัมผัสเล้าโลม​ไปตามร่างกายของเธออย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ไม่มี​ความร้อนรนรุนแรงอย่าง​ที่เธอนึกหวาดกลัวในตอนแรก ​ความรู้สึกแปลกใหม่​ที่​เขาทำให้ค่อยๆ​เกิดขึ้น​ ทำให้ทิพย์สุรางค์​ต้องยกแขนขึ้น​โอบรอบคอ​เขา​โดยไม่รู้ตัว

​เมื่อทุกอย่างผ่านพ้น​ไปแล้ว​ คริสก็ตะกองกอดทิพย์สุรางค์ไว้แนบอกอย่างเปี่ยมล้น​ไปด้วย​ความสุ ข ​ซึ่ง​เขาแน่ใจว่าเธอก็คงรู้สึกไม่แตกต่างจาก​เขา ชายหนุ่มอดคิดไม่​ได้ว่าทิพย์สุรางค์​เป็นผู้หญิง​ที่มีเสน่ห์ทางเ พศอย่างน่าพิศวง ถึงเธอ​จะสะทกสะเทิ้นเขินอาย​ไปบ้าง ยาม​ที่​เขารุกเร้าเธอมากขึ้น​เรื่อยๆ​ ​แต่เธอก็ยินยอม​พร้อมใจให้​เขานำทางเธอ​ไป​และ​พร้อม​ที่​จะเรียนรู้จา ก​เขา เธออาจ​จะดูหยิ่งยโสท่าทางเย็นชาก็จริง ​แต่​เมื่อมี​ความรัก​และการ​แต่งงานอย่างถูก​ต้องตามประเพณี ​เขากลับพบว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง​ที่เย็นชาเลย​​แม้​แต่น้อย เธอมีเสน่ห์อย่างยิ่ง มัน​เป็นเสน่ห์​ที่ผู้ชายทุกคนหลงไหล ​เพราะมันทำให้ผู้ชายภูมิใจ ใน​ความ​เป็นชายชาตรีของตัวเองมากยิ่งขึ้น​

ทิพย์สุรางค์ลืมตาตื่นขึ้น​มาในตอนเช้า​ตรู่ของวันรุ่งขึ้น​ ค่อยๆ​พยุงกายขึ้น​จากอ้อมแขน​ที่ยังกอดก่ายเธอ​เอาไว้หลวมๆ​ มองสำรวจหน้าตาของคน​ที่ยังหลับสนิทอยู่​เคียงข้างเธอ คิ้วหนา​เป็นปื้น ขนตาดกหนา​แต่สั้น ไรหนวด​และเคราเขียวๆ​ข้างแก้ม​ที่เพิ่งขึ้น​ใหม่ทำให้หน้านั้น​คมเข ้ม จมูกปากของ​เขาคมคายแบบผู้ชาย ​เมื่อมองต่ำลงมาเห็นแผงอกล่ำสัน​ที่เปล่าเปลือย หญิงสาวก็ดึงผ้าห่มขึ้น​ปิดอก​เขา ​เพราะเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็น​และฝนข้างนอก​กำลังตกพรำๆ​ ​เมื่อดึงผ้าห่มออกจากตัว​เพื่อ​จะลุก​ไปเข้าห้องน้ำ ทิพย์สุรางค์ก็พบร่าง​ที่เปลือยเปล่าของตัวเอง เธอหน้าแดง มองหาเสื้อนอน​ที่ถูก​เขาถอดโยนทิ้ง​ไปข้างเตียง ​เมื่อพบแล้ว​ก็รีบหยิบมาสวมเข้า​กับตัวอย่างรวดเร็ว

คริสตื่นแล้ว​​แต่ยังนอนนิ่งอยู่​บนเตียง ​เมื่อทิพย์สุรางค์กลับเข้ามาในห้อง ในเสื้อคลุมอาบน้ำตัวยาวรุ่มร่าม เธออาบน้ำเรียบร้อย​แล้ว​ ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือ​ที่ใส่นอนขึ้น​ดูเวลา

“ยังไม่หกโมงเช้า​เลย​ คุณหนู​จะรีบลุก​ไปไหน?” ​เขาทำหน้ายิ้มๆ​ถามเธอ
“ตื่นแล้ว​นี่ ไม่รู้​จะนอน​ไปทำไม?” เธอทำหน้าเขินๆ​ไม่ยอมสบตา​เขา เสถามว่า “วันนี้เรา​จะ​ไปไหนกันดี?”
“คุณหนูอยาก​ไป​ที่ไหนล่ะ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ​แต่ตอนนี้ฝนยังตกอยู่​เลย​” หญิงสาวบอก​เขาตามตรง
“มานี่หน่อย​สิครับ​” ​เขา​ได้โอกาสทันที

ทิพย์สุรางค์ไม่รู้ว่า​เขาเรียกเธอทำไม​แต่ก็ยอมเดินเข้า​ไปหา แล้ว​ก็ถูก​เขาฉุดให้ล้มลง​ไปบนเตียง กอดเธอไว้แนบแน่นแทบ​จะ​เป็นเนื้อเดียวกัน กระซิบ​ที่ริมหูว่า “ยังไม่​ต้องรีบ​ไปไหนหรอกน่า มาเรียนต่อกันดีกว่า ​เป็นนักเรียน​ต้องเชื่อฟังครูนะ ห้ามดื้อ”

​เขาดึงเสื้อคลุมอาบน้ำออกจากตัวเธอ สอนบทเรียนแห่งรักบทใหม่ให้เธออีกบทหนึ่ง​ จนหลับไหล​ไปด้วยกันในอ้อมกอดของกัน​และกันอีกครั้งหนึ่ง​ อย่างอิ่มเอมเปรมปรีดิ์

หลังจากฮันนิมูนกันครบสามวัน คริสก็ขับรถพาทิพย์สุรางค์กลับเข้ากรุงเทพฯ แวะสถานทูตอเมริกัน นำเอกสาร​ส่วนตัว​ทั้งของ​เขา​และของเธอเข้า​ไปขอจดทะเบียนสมรส ​เมื่อเรียบร้อย​แล้ว​ก็กลับมาขึ้น​รถด้วยกัน ประโยคแรก​ที่​เขาพูด​กับเธอ​คือ

“สวัสดีครับ​ มาดามทิพย์สุรางค์ เลย​์ตัน” ​เขาจูบแก้มเปล่งปลั่งของเธอเบาๆ​ “ตอนนี้ไม่ใช่คุณหนูทิพย์สุรางค์ ธนากุลอีกแล้ว​ ห้ามเกเร ห้ามดื้อรั้น​เอา​แต่ใจตัวเองอีกแล้ว​นะ “
หญิงสาวค้อน​เขาอย่างน่ารัก ปากก็บอกว่า “ไม่รับปาก ​ถ้าคุณดี​กับฉันๆ​ก็ดีด้วย ​ถ้าเบี้ยวฉัน ฉันก็​จะเบี้ยวคุณมั่ง”
“ทำยังไง​ที่เรียกว่าเบี้ยวน่ะ ผม​จะ​ได้รู้​เอาไว้”
“ห้ามเจ้าชู้ ห้ามมองผู้หญิงอื่น” เธอตอบทีเล่นทีจริงด้วยสีหน้ายิ้มๆ​​และแววตา​ที่หวานราว​จะหยด
ชายหนุ่มยกมือขึ้น​ราว​กับยอมแพ้ “เมียผมสวยขนาดนี้ มีเสน่ห์แถมยังน่ารักขนาดนี้ ผมยัง​จะบ้า​ไปมองผู้หญิง​ที่ไหน​ได้อีกเล่าขอรับ คุณผู้หญิง”
ทิพย์สุรางค์ร้องว่า “บ้า” รู้สึกเขิน​กับสรรพนามใหม่​ที่​เขา​ใช้​กับเธอ

​ระหว่างนั่งรถกลับ​ไปบ้าน​ที่สาทร​ที่เด็กชายสิงห์​และบิดามารดาของ คริส คอยอยู่​ ชายหนุ่มถามว่า “เรื่อง​งานของผม​ที่พ่ออยากให้ลาออกจากทหาร​ไปช่วยท่าน คุณหนูคิดว่ายังไง?”

ทิพย์สุรางค์ตอบ​โดยไม่​ต้องคิดเลย​ว่า “คริสคะ​ ฉันขอให้คุณ​เป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ว่าคุณ​จะเลือกอะไร​ฉันก็​พร้อม​จะสนับสนุน​ทั้งนั้น​ คุณเรียนวิชาทหารมา ​ถ้าอยาก​เป็นทหารต่อ​ไปก็ไม่​ต้องลาออก ​แต่​ถ้าเบื่อแล้ว​หรือว่าอยาก​ไปช่วยคุณพ่อดูแลกิจการของท่าน ก็​ไป​ได้เลย​ ฉันยกให้คุณ​เป็นผู้นำชีวิตของฉัน​และลูกแล้ว​นี่คะ​ ฉันก็ยินดี​และเต็มใจ​ที่​จะเดินเคียงคู่​ไป​กับคุณทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าคุณเลือก​จะเดิน​ไปในเส้นทางใด”

ทิพย์สุรางค์คิดในใจว่าผู้ชายนั้น​​เป็นเพศ​ที่​ต้องการ​ความสำคัญ มีสัญชาติญาณ​ที่​ต้องการ​เป็นผู้นำ ไม่ว่า​เขา​จะเข้มแข็งพอ​ที่​จะ​เป็น​ได้หรือไม่ ​เป็นหน้า​ที่ของผู้หญิง​โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง​ที่​เป็นภรรยา ​ที่​จะ​ต้องส่งเสริมสนับสนุน​เขา ด้วยการแสดงให้​เขารู้สึกว่า​​เขา​เป็นคนสำคัญ​และ​เป็น​ที่พึ่งพิง​ที่ เธอ​จะขาดเสียมิ​ได้ ​ทั้งๆ​​ที่ผู้หญิงบางคนนั้น​อาจ​จะเข้มแข็งแกร่งกล้ามากกว่าก็ตาม

ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธออย่างขอบใจ​และซาบซึ้ง ยกมือเธอขึ้น​จูบอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะครับ​ คุณหนู ผม​จะกลับ​ไปทำงานสักพักหนึ่ง​ก่อนแล้ว​ค่อยคิดดูอีกที ว่าอะไร​​จะดี​ที่สุดสำหรับคุณหนู​และลูก ตอนนี้ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าแล้ว​ มี​ทั้งลูก​และเมีย​ที่​ต้องรับผิดชอบ ผมสัญญาว่า​จะทำทุกอย่างให้ดี​ที่สุด ขอเพียง​แต่คุณหนูไว้ใจ​และเชื่อใจผมเท่านั้น​ก็พอแล้ว​”

แน่นอน...​นั่น​คือสิ่ง​ที่เธอ​พร้อม​จะให้​เขาอยู่​แล้ว​ เธอ​จะทำให้​เขาเห็นว่าเธอเชื่อใจให้เกียรติ​เขาเสมอ เธอรู้ว่า​เขาภูมิใจใน​ความ​เป็นคนดีมี​ความรับผิดชอบของตัว​เขาเองอ ยู่แล้ว​ ​เป็นหน้า​ที่ของเธอ​ที่​จะ​ต้องทำให้​เขาตระหนัก​และภูมิใจในคุณสมบัต ิเหล่านั้น​ตลอด​ไป ​เพราะคน​ที่รู้ว่าตัวเอง​เป็นคนดี ​ทั้งในสายตาของผู้อื่น​และของตัวเอง ย่อมยาก​ที่​จะยอมทำสิ่ง​ที่ผิด ​และอยาก​ที่​จะคงสถานภาพดังกล่าวนั้น​ไว้ตลอด​ไป มนุษย์ทุกคน​ต้องการการยอมรับนับถือจากผู้อื่นด้วยกัน​ทั้งสิ้น

เธอรู้ตัวเองดีว่า​เป็นผู้หญิงหลายอารมณ์​ที่มีหลากหลายรสชาติ ​เขาไม่น่า​ที่​จะมีเวลาคิดเบื่อหน่ายเธอ ​เพราะ​เขาคง​ต้องคอยติดตามอารมณ์ต่างๆ​ของเธอ จนอาจ​จะหัวหมุน​ไปบ้าง​เป็นครั้งคราว อารมณ์เดียวรสชาติเดียว​ที่จำเจอาจ​จะดีสำหรับคนบางคน ​แต่นั่นไม่ใช่เธออย่างแน่นอน ทิพย์สุรางค์เชื่อด้วยสัญชาติญาณ​ความ​เป็นหญิง ว่ารสชาติ​ที่หลากหลาย​จะทำให้ชีวิตสมรสไม่จืดชืด เธอคิดว่าชีวิต​แต่งงาน​ที่ราบรื่น​จะ​ต้องอาศัย​ทั้งศาสตร์​และศิลป์ ​ที่​จะ​เป็นเครื่องปรุงรสให้ชีวิตคู่มีรสชาติแปลกใหม่อยู่​เสมอ มันอาจ​จะ​ต้องเหนื่อยบ้าง​แต่ก็คุ้มค่า ​เพราะมัน​จะนำมา​ซึ่ง​ความสุข​และ​ความมั่นคงแก่ครอบครัวเล็กๆ​ของเธอ

ทิพย์สุรางค์ตระหนักดีว่าถึงเธอ​และคริส​จะผ่านเหตุการณ์ต่างๆ​มาห ลากหลาย ​ทั้งสุขเศร้า​และเจ็บปวด ​แต่ชีวิตคู่​ระหว่าง​เขา​กับเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้น​เท่านั้น​ ยังมีอะไร​อีกมากมาย​​ที่​จะ​ต้องเรียนรู้ เผชิญหน้า​และจับมือฝ่าฟันข้ามอุปสรรคต่างๆ​​ไปด้วยกันให้​ได้ เธอสัญญา​กับตัวเองว่า​จะทำตัว​เป็น​ทั้งคู่ชีวิต ​เพื่อนคู่คิด​และน้องสาว​ที่น่ารักของ​เขา มีหลายบทบาท​​ที่เธอจำ​เป็น​ต้องเลือกเล่นต่างกรรมต่างวาระ ​เพื่อ​ความอยู่​รอดของนาวาชีวิต​ที่เธอยอมยกให้​เขา​เป็นกัปตันผู้นำ ทาง ​โดยมีเธอทำหน้า​ที่​เป็นกลาสี ​ที่​พร้อม​จะรับบัญชาจากกัปตัน ​โดย​ที่กัปตันผู้นั้น​ไม่จำ​เป็น​ต้องรู้ ว่าอำนาจแท้จริง​ที่อยู่​เบื้องหลัง​ที่ช่วยชี้ทางให้เรือแล่นผ่าน ลมมรสุม​ไป​ได้ มาจากไหน

​เขา​จะรู้หรือไม่ว่าเบื้องหลัง​ความสำเร็จของผู้ชายเกือบทุกคน มีพลังลึกลับของผู้หญิงคอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่​เสมอ ​เขาอาจ​จะไม่รู้​และอาจไม่จำ​เป็น​ต้องรู้ ขอเพียง​แต่พลังลึกลับนั้น​ทำหน้า​ที่อยู่​เบื้องหลัง ผลักดันอย่างเงียบๆ​​โดยไม่จำ​เป็น​ต้องแสดงตัว ทำให้​เขาคิดว่าพลังดังกล่าวนั้น​มาจากตัว​เขาเอง ​เขาก็​จะภูมิใจใน​ความ​สามารถของตัวเอง​และกล้าเผชิญหน้า นำนาวาชีวิตลำนั้น​ฟันฝ่าปัญหา​และอุปสรรคต่างๆ​​ที่เกิดขึ้น​ ให้ผ่านพ้น​ไป​ได้อย่างฮึกเหิม ​โดย​ที่เธอไม่จำ​เป็น​ต้องลงมือทำด้วยตัวเองเลย​

​ส่วนคริสนั้น​ตอนนี้ ​เขารู้แล้ว​ว่าหัวใจของ​เขาอยู่​​ที่ไหน​และอยู่​​กับ​ใคร ชายหนุ่มนึกขอบคุณมารดา ​ที่ช่วยชี้ทาง​ที่หัวใจของ​เขา​ต้องการ​แต่ไม่ยอมรับฟังมันมานาน ​เพราะยึดมั่นถือมั่น​กับคำสัญญา ​ที่ให้ไว้​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​มานานหลายปี ตอนนี้​เขามีอิสระแล้ว​ ​เขาปลดแอกให้หัวใจตัวเองจากผู้หญิงคนนั้น​​ได้สำเร็จแล้ว​ หัวใจ​ที่​เขาไม่เคยรู้เลย​ว่า​ได้เสียมัน​ไปให้​กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ งเสียนานแล้ว​ ในช่วงเวลา​ที่หาย​ไปของ​เขา

ช่วงเวลาเกือบหนึ่ง​ปี​ที่หาย​ไปของ​เขา ราว​กับ​เป็นการดลบันดาลของพรหมลิขิต ​ถ้า​เขาไม่​ได้​เป็นทหาร​เขาก็คงไม่ถูกส่ง​ไปรบ​ที่อิรัค ​ถ้าไม่​ไปอิรัค​เขาก็คงไม่ถูกส่ง​ไปแถบชายแดน​ระหว่างไทย​กับพม่าเพื ่อภารกิจสำคัญ ​ถ้าไม่​ไปทำภารกิจดังกล่าว​เขาก็คงไม่ถูกทำร้ายปางตาย ​ถ้าตาย​ไปเสียก่อนตั้งแต่ตอน​ที่ถูกทำร้าย​เขาก็คงไม่​ต้องลอยน้ำมา หมดสติ ตรงลำธาร​ที่ทิพย์สุรางค์​กับกร​ไปพบ​และช่วย​เขา​เอาไว้ ​ถ้า​เขาไม่เสีย​ความจำ​เขาก็คงไม่​ต้องตามหนานคำ​ไปอยู่​เวียงพุกาม ​และถูกดึง​โดยสถานการณ์ต่างๆ​ให้เข้า​ไปพัวพัน​กับหญิงสาวแสนสวยคนน ั้น ​ถ้า​เขาไม่ป่วยจนนอนซมเธอก็คงไม่​ต้องมาดูแล​เขา ​และ​เขาคงไม่ขาดสติจนทำร้ายเธอให้เสียหาย ไม่ทำให้เธอ​ต้องตั้งครรภ์แล้ว​กลาย​เป็น​ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง​ที่ตั ดกันไม่​ได้

​ทั้งหมดนี้​จะเรียกว่าอะไร​​ถ้าไม่ใช่พรหมลิขิต ​ที่เล่นตลกพราก​เขา​ไปเสียจากลลิตา ​ซึ่งรัก​และผูกพันกันมาเนิ่นนานหลายปี ​เพื่อ​ไปพบ​และรักผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ ในสุดขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง​ของโลก ผู้หญิง​ที่​เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย​ว่ามีตัวตนอยู่​ในโลกใบนี้ ช่วงเวลา​ที่​เขาเคยคิดว่า​เป็นโชคร้าย​และหายนะของ​เขา กลับกลาย​เป็นช่วงเวลา​ที่มีค่า​ที่สุดในชีวิต ​ที่ทำให้​เขา​ได้พบ​กับทิพย์สุรางค์ ​แต่ขณะเดียวกันก็​เป็นช่วงเวลา​ที่ทำให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ ​ต้องสูญเสียหัวใจของ​เขา​ไปอย่างน่าสงสาร​ที่สุดเหมือนกัน

​ทั้งหมด​ที่เกิดขึ้น​อย่างต่อ​เนื่องกันนี้ ขึ้น​อยู่​​กับคำว่า “​ถ้า” ​และคำว่า “ไม่” เพียงสองคำ ​เพราะ​ถ้าไม่มีคำสองคำนี้ ป่านนี้​เขาก็คง​จะ​แต่งงาน​ไป​กับลลิตาเสียนานแล้ว​ หลังเสร็จสิ้นภารกิจในอิรัค ​จะไม่มีผู้หญิง​ที่ชื่อทิพย์สุรางค์ปรากฏตัวเข้ามาในชีวิตของ​เขา ​ได้ ​เพราะ​เขานั้น​​เป็นคน​ที่รัก​ใครก็รักจริง ไม่เคยคิด​จะ​ใช้​ความ​เป็นชาย​ที่​ได้เปรียบมาหลอกลวงหญิงใด ​เขาคง​จะ​เป็นสามี​ที่ดี​และซื่อสัตย์ต่อลลิตา จนตายจากกัน​ไปอย่าง​ที่เคยตั้งใจ​เอาไว้

​แต่​เมื่อมีคำว่า “​ถ้า” ​และคำว่า “ไม่” เกิดขึ้น​มาแล้ว​​โดย​ที่ไม่ใช่​ความผิดของ​เขาเลย​ ​และคำสองคำนี้นำโลกใบใหม่ ชีวิตใหม่​และผู้หญิงคนใหม่มาให้ ทำให้​เขา​ได้ค้นพบมหัศจรรย์แห่งรักแท้​ที่ยิ่งใหญ่ ​และนำมา​ซึ่ง​ความสุขอย่างหา​ที่เปรียบมิ​ได้ ​เขาก็​ต้องยอมรับ​ความจริงว่าโชคชะตาของคนเรา ​เป็นสิ่ง​ที่ไม่อาจกำหนด​ได้ด้วยตัวเราเองอย่าง​ที่เคยคิด​เอาไว้

มันราว​กับว่าเส้นทางชีวิตของมนุษย์​แต่ละคน ​ได้ถูกกำหนด​เอาไว้แล้ว​ล่วงหน้า ไม่มี​ใคร​สามารถ​จะหลีกเลี่ยงหรือฝืนมัน​ได้ ​เมื่อชีวิตของ​เขามีอัน​ต้องเบี่ยงเบน​ไปจากเป้าหมายเดิม ​เพราะโชคชะตากำหนด​เอาไว้อย่าง นั้น​ ​เขาก็ยินดีน้อมรับมันด้วย​ความเต็มใจ ​เขา​จะ​ใช้มันอย่างคุ้มค่า​และอย่างมี​ความสุข​ที่สุด ​กับครอบครัวเล็กๆ​​ที่​เขา​ได้มา​โดยไม่คาดฝัน ราว​กับของขวัญล้ำค่า...​​ที่สวรรค์ประทานมา​เพื่อชดเชยช่วงเวลานั้ นให้​เขา.. เวลา​ที่หาย​ไป!!!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3433 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน อาวสาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น