นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #59
ดอยสะเก็ด
...​และแล้ว​...​วัน​แต่งงาน​ที่คริสเร่งวันเร่งคืนให้มาถึงเสียทีก็มาถ ึงจน​ได้ใน​ที่สุด เจ้าบ่าว​และเจ้าสาวอยู่​ในเครื่อง​แต่งกายแบบล้านนา ทิพย์สุรางค์นั้น​สวยสุดใ...

ตอน : วิวาห์หวาน

​และแล้ว​...​วัน​แต่งงาน​ที่คริสเร่งวันเร่งคืนให้มาถึงเสียทีก็มาถ ึงจน​ได้ใน​ที่สุด เจ้าบ่าว​และเจ้าสาวอยู่​ในเครื่อง​แต่งกายแบบล้านนา ทิพย์สุรางค์นั้น​สวยสุดใจจนน่าตะลึง ในชุดผ้านุ่งยกทองสีฟ้าคราม​และเสื้อแบบกระโจมอกสีเหลืองทอง มีสะไบสีฟ้าครามริ้วทองพาดเฉียงจากไหล่ลงมา ผมยาวของเธอถูกเกล้าขึ้น​สูงแบบชาวเหนือ ประดับด้วยคัทลียาสีเหลืองทองดอกใหญ่สองดอกแซมด้วยดอกไม้สีขาวด อกจิ๋วๆ​ ​ส่วนเจ้าบ่าวของเธอสวมเสื้อแขนยาวคอตั้งแบบล้านนาสีเหลืองทองผ่ าอก มีกระดุมทองคำลงยาในรังดุม​ที่มีสาบในแนวขวาง เข้าชุดกัน​กับกางเกงทรงหลวมสีเดียวกัน ​เขาก็มีสะไบสีครามริ้วทองพาดเฉียงบ่าเช่นเดียว​กับเธอ

ญาติสนิทมิตรสหายของ​ทั้งสองฝ่าย มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งเกือบห้าสิบคน ​ทั้งๆ​​ที่กำหนดกัน​เอาไว้ว่า​จะเชิญแขกไม่กี่คน​เพื่อ​ความเรียบง่าย ​แต่ปรากฏว่าพอ​เอาเข้าจริง ก็มีผู้มาร่วมแสดง​ความยินดีมากกว่า​ที่กะไว้ ทำให้ห้องโถงใหญ่​ที่​ใช้จัดพิธีคับแคบลง​ไปถนัด เจนนิเฟอร์มาร่วมงานด้วย เธอมา​กับบ็อบ​ซึ่งตอนนี้​ได้หมั้นหมายกันเรียบร้อย​แล้ว​ กำหนด​จะ​แต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า คน​ทั้งคู่มีแผน​จะ​ไปเ​ที่ยวต่อ​ที่ภูเก็ตหลังงาน​แต่งงานของ​เพื่อนส นิท นายแพทย์ประสพชัย​และชาคริตก็มาร่วมงานด้วย สีหน้าของชายหนุ่มคนนั้น​​แม้​จะหมอง​ไปบ้าง ​แต่ก็มี​ความ​เป็นลูกผู้ชายพอ​ที่​จะมาแสดง​ความยินดี​กับคู่บ่าวสาว กรก็​แต่งตัวหล่อในชุดเด็กชายชาวล้านนามาร่วมงานด้วยเหมือนกัน ​เขาเตรียมสร้อยคอ​ที่ขอยืมมาจากแสงดาวไว้​พร้อม กะ​จะคอยกั้นประตูขบวนขันหมากของเจ้าบ่าว ​โดยหมายมาดว่า​จะ​ต้องต่อรองให้​ได้เงินมากกว่าหนึ่ง​ซองให้​ได้ ไม่งั้น​จะไม่ยอมปล่อยคริสให้ผ่าน​ไปหาเจ้าสาวแสนสวยของ​เขา​ได้เป็ นอันขาด กร​เป็นคนหนึ่ง​​ที่ตื่นเต้นดีใจ​กับพิธี​แต่งงานในวันนี้ของคนสองคน ​ที่​เขารักมาก​ที่สุด

พิธีเริ่มต้นด้วยขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าว ​ที่ประกอบด้วยบิดามารดา ญาติพี่น้อง​และ​เพื่อนฝูงของเจ้าบ่าว ​ซึ่งต่างก็อยู่​ในชุดไทยล้านนาสวยงาม จอห์น เลย​์ตัน​เป็นผู้ถือพานบายศรี คุณธัญญาถือพานบรรจุของหมั้น​ที่อยู่​ในห่อผ้าตาดทองผูกริบบิ้นสี แดง ​ส่วนคน​ที่อยู่​ในขบวนประมาณสิบห้าคนถือพานขันหมาก ห่ออย่างสวยงามด้วยผ้าตาดทองผูกริบบิ้นสีแดงเหมือนกัน ท้ายขบวนมีกล้วยเครือใหญ่​ทั้งเครือ​และต้นอ้อยจำนวนหนึ่ง​ ปิดขบวนขันหมากด้วยขบวนกลองยาวสี่ห้าคน

​เมื่อขบวนขันหมากเดินผ่านประตูหน้าบ้าน เข้ามาตามถนนในบ้าน​ได้ประมาณห้าเมตร ก็ถูกญาติ​และ​เพื่อนฝูงของฝ่ายเจ้าสาว​ที่ดักรออยู่​แล้ว​ ​ใช้สายสร้อยทองกั้นประตูไว้​เป็นระยะๆ​หลายด่าน จนเกือบถึงบริเวณหน้าตึก

ประสพชัย​ซึ่ง​ได้รับการขอร้องจากคริส ให้​เป็น​เพื่อนเจ้าบ่าว​และเดินตามหลังคุณธัญญาคู่มา​กับคริส ​ซึ่งมีคนถือร่มกระดาษสีแดงคันใหญ่กางให้ ​ต้องแจกเงินค่าผ่านประตู​ซึ่งจัดไว้ในซองสีชมพูอ่อน จน​เป็น​ที่พอใจของผู้กั้นประตูแล้ว​จึง​จะผ่าน​แต่ละด่านเข้า​ไป​ได้ ด่าน​ที่​ต้องแจกเงินหนัก​ที่สุด ​คือด่าน​ที่มีกร​กับเด็กชายอีกคนหนึ่ง​ถือสายสร้อยยืนกั้นอยู่​ ขบวนขันหมากเสียเวลาอยู่​ตรงด่านต่างๆ​นี้นานพอควร ท่ามกลางเสียงโห่ เสียงหัวเราะ​และเสียงต่อรองกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง

ขบวนขันหมาก​ซึ่งผ่านด่านกั้นประตูของฝ่ายเจ้าสาวมา​ได้แล้ว​ เดินผ่านเข้า​ไปในซุ้มประตูรูปโค้ง ​ที่ตั้งติดต่อกันสามซุ้มอยู่​หน้าตัวตึก ​แต่ละซุ้มประดับตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยดอกไม้นานาพันธ์หลากสี​และแซมด้วยดอกรัก​และดอกมะลิ​เป็นช่วงๆ​ คุณพงศ์ศักดิ์ ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายเจ้าสาว​ซึ่งมีศักดิ์​เป็นพี่ชายของคุณดนัย มายืนรอรับขบวนขันหมากอยู่​หลังซุ้มประตูสุดท้าย รับพานบายศรีจากฝ่ายเจ้าบ่าวแล้ว​อนุญาตให้หญิงรุ่นสาว​ซึ่ง​เป็นญ าติของฝ่ายเจ้าสาว ตักน้ำจากโอ่งดินเผาใบเล็กๆ​​ที่วางเตรียมอยู่​ ล้างเท้าให้เจ้าบ่าว​เป็นพิธียินดีต้อนรับเข้าบ้าน แล้ว​เดินนำหน้าพาขบวนขันหมากขึ้น​​ไปในห้องโถงใหญ่บนตึก

วุฒิเลิศ สิริมา​และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงอีกสองสามคน ​ซึ่งนั่งรออยู่​แล้ว​บนเก้าอี้นวมตรงบริเวณทำพิธี รับพานขันหมากมาวางเรียงรายลงบนพรมสีแดงผืนใหญ่ ​ที่ปูอยู่​หน้าเก้าอี้นวมชุดใหญ่ ก่อน​จะเชิญเฒ่าแก่ฝ่ายชาย​คือคุณภรณี มารดาของคุณธัญญา ​ซึ่งถึง​แม้​จะอายุเจ็ดสิบห้าปีแล้ว​ก็ยังกระฉับกระเฉงแข็งแรง รวม​ทั้งจอห์น​กับคุณธัญญาให้นั่งบนเก้าอี้นวมชุดใหญ่ ​ที่ตั้งเรียงรายอยู่​หน้าพรมผืนนั้น​

ต่อจากนั้น​คุณพงศ์ศักดิ์ ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง​ซึ่ง​เป็นผู้​ที่รอบรู้เรื่อง​พิธีกรรมต่างๆ​ดี ก็ดึงริบบิ้นแก้ผ้าตาดทอง​ที่ห่อขันหมาก​เอาไว้ออกให้เห็นของในห่ อ แล้ว​นำออกมาวางต่อๆ​กันไว้มุมหนึ่ง​บนพรมผืนนั้น​ ขันหมาก​ที่ฝ่ายชายนำมานี้ประกอบด้วยขนมหวานแบบไทยๆ​ เช่น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ขนมลูกชุบ ขนมเปี๊ยะ ขนมถ้วยฟู ขนมตาล ผลไม้ต่างๆ​ อาทิ ส้ม แอปเปิล มะพร้าวอ่อน กล้วย ฯลฯ

ประสพชัย​ซึ่งทำหน้า​ที่​เพื่อนเจ้าบ่าวพาตัวคริสเข้ามาในห้องพิธี คริสนั่งคุกเข่าบนพื้นแล้ว​คลานเข้า​ไปกราบวุฒิเลิศ​และภรรยา ​ซึ่งทำหน้า​ที่​เป็นตัวแทนบิดามารดาของเจ้าสาว หลังจากนั้น​ก็เข้า​ไปกราบคุณภรณี จอห์น​และคุณธัญญา ต่อจากนั้น​เจนนิเฟอร์​ซึ่งทำหน้า​ที่​เพื่อนเจ้าสาว ก็จูงทิพย์สุรางค์เข้ามาในห้องพิธี เจ้าสาวตรงเข้า​ไปกราบมารดาของคุณธัญญา ​ซึ่งนั่ง​เป็นประธานอยู่​คู่​กับคุณพงศ์ศักดิ์ ต่อด้วยการกราบบิดามารดาของเจ้าบ่าว หลังจากนั้น​จึงเข้า​ไปกราบวุฒิเลิศ​และสิริมา ​ซึ่งทำหน้า​ที่แทนบิดามารดาของเธอ แล้ว​ลงนั่งพับเพียบคู่​กับคริส

พิธีหมั้นเริ่มขึ้น​ด้วยการ​ที่คุณภรณี มารดาของคุณธัญญา กล่าวคำขอหมั้นทิพย์สุรางค์ให้คริส หลังจากนั้น​ก็มอบพานของหมั้นให้คุณพงศ์ศักดิ์​ที่​เป็นผู้ใหญ่ฝ่า ยหญิง คุณพงษ์ศักดิ์รับพานมาแก้ผ้าตาดทอง​ที่ห่ออยู่​ออก หยิบกล่องของหมั้น​ที่มีหลายกล่องออกมาเปิด กล่องแรก​เป็นเงินสินสอด​ซึ่ง​เป็นธนบัตรใหม่เอี่ยมจำนวนมาก ​เขายกกล่องใส่สินสอดให้แขก​ที่นั่ง​เป็นสักขีพยานกันอยู่​เต็มห้อง ดูแล้ว​ประกาศว่า

“นี่​คือเงินบริสุทธิ์จำนวนหนึ่ง​ล้านบาท​ ​ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวมอบให้บิดามารดาเจ้าสาว​เป็นเงินสินสอด ​ซึ่งบิดามารดาของเจ้าสาว​จะเก็บไว้ หรือ​จะมอบให้คู่บ่าวสาว​เพื่อนำ​ไป​ใช้ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็สุ ดแท้​แต่” แล้ว​​เขาก็ส่งกล่องนั้น​ให้สิริมา ​ซึ่งทำหน้า​ที่แทนมารดาของทิพย์สุรางค์

ต่อจากนั้น​คุณพงศ์ศักดิ์หยิบกล่องสีแดงขนาดใหญ่ใบหนึ่ง​ออกมาเปิ ดดูของหมั้น แล้ว​ประกาศว่า “นี่​คือเครื่องเพชรบริสุทธิ์ ​ที่ฝ่ายชายนำมาขอหมั้นฝ่ายหญิง ​เพื่อ​เป็นตัวแทนของ​ความรักอันบริสุทธิ์” ​เขาจาระไนทีละชิ้นว่า “แหวนเพชรหนึ่ง​วง สร้อยคอเพชรหนึ่ง​เส้น ต่างหูเพชรหนึ่ง​คู่​และกำไลข้อมือทองคำขาวฝังเพชรหนึ่ง​ชิ้น ของหมั้นชุดนี้ขอมอบให้แม่เจ้าสาวรับ​ไปตรวจดูแล้ว​ส่งต่อให้เจ้า บ่าว ​เพื่อ​เป็นการอนุญาตให้หมั้นกัน​ได้”

สิริมารับกล่องเครื่องเพชรจากคุณพงศ์ศักด์ เธอเลือกหยิบเฉพาะแหวนเพชรออกมาส่งให้คริส ​เพื่อสวมให้ทิพย์สุรางค์​เป็นแหวนหมั้น แหวนวงนี้​เป็นแหวน​ที่จอห์นมอบให้คุณธัญญา ในวัน​แต่งงาน​เมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว​ ​เป็นแหวน​ที่คุณธัญญารักมาก​แต่ก็เต็มใจมอบให้หญิงสาว คน​ที่เธอแน่ใจแล้ว​ว่า​เป็นคน​ที่ลูกชายของเธอรักมาก​ที่สุด

คริสรับแหวนมาบรรจงสวมลง​ไปในนิ้วนางข้างซ้ายของทิพย์สุรางค์ พอสวมแหวนเสร็จทิพย์สุรางค์ก็ยกมือไหว้คริสอย่างอ่อนช้อย ตามเสียงกระซิบบอกบทของสิริมา ต่อจากนั้น​ก็รับแหวนทองคำขาวหัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประดับเพชรเม็ดเล็กๆ​เรียงราย​เป็นตาตาราง ​ที่คุณธัญญาเตรียมไว้ให้​และใส่รวมกันมาในกล่องแหวนหมั้น​ที่สิริ มาส่งมาให้ สวมให้คริส คู่บ่าวสาวมองสบตากันอย่างซาบซึ้งดื่มด่ำ​ไปด้วย​ความสุขสมหวัง

คุณพงษ์ศักดิ์หยิบของหมั้นกล่องสุดท้ายออกมาเปิด ชูให้ดูกัน​โดยทั่วถึง ก่อนประกาศว่า “นี่​คือของหมั้นอีกชุดหนึ่ง​ ​เป็นชุดทองคำบริสุทธิ์ ​เพื่อ​เป็นตัวแทน​ความรักอันบริสุทธิ์​ที่เจ้าบ่าวมอบให้เจ้าสาว มีสร้อยคอทองคำหนึ่ง​เส้น​พร้อมจี้​พระพุทธรูปทองคำ ต่างหูทองคำหนึ่ง​คู่ แหวนทองคำหนึ่ง​วง​และกำไลข้อมือทองคำหนึ่ง​ชิ้น ขอมอบให้มารดาเจ้าสาว ส่งต่อให้เจ้าบ่าว​เพื่อประดับให้เจ้าสาวด้วย”

คริสรับกล่องเครื่องทองรูปพรรณมาจากสิริมา หยิบสร้อยคออุบะมาสวมลงบนลำคอ​ที่ว่างเปล่าของเจ้าสาว สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างขวา ​เนื่องจากนิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนหมั้นสวมอยู่​แล้ว​ ต่อจากนั้น​ก็หยิบกำไลทองมาบรรจงสวมลง​ไปบนข้อมือข้างหนึ่ง​ของหญิ งสาว

​แต่​เมื่อ​เขาพยายาม​จะใส่ต่างหูระย้าให้ทิพย์สุรางค์ คริสเก้กังมากจนไม่​สามารถใส่ให้เธอ​ได้ ​เพราะตั้งแต่เกิดมา​เป็นตัว​เป็นตนจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เคย​ต้องสวมต่างหูให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย​ ​เขาเห็นแล้ว​ละรอยเจาะตรงติ่งหูของเธอนั่นน่ะ ​แต่ไอ้แท่งแหลมๆ​น่ากลัวตรงก้านต่างหูนี่ล่ะ ​จะใส่เข้า​ไปอีท่าไหนกันจึง​จะไม่พลาด​ไปโดนเนื้อเธอเข้า แล้ว​​เขาก็ลอบถอนใจเบาๆ​ ชัก​จะกลุ้มใจขึ้น​มาหน่อย​ๆ​แล้ว​

ท่าทางเก้งก้างตัดสินใจไม่ตกของคริส ทำให้แขก​ที่นั่ง​เป็นสักขีพยานอยู่​ ต่างก็หัวเราะกันคิกคักอย่างขบขันแกมเอ็นดู ร้อนถึงสิริมา​ต้องบอกทิพย์สุรางค์ให้ใส่เอง ​เมื่อเสร็จเรียบร้อย​แล้ว​คุณพงษ์ศักดิ์ก็บอกเจ้าสาวให้กราบเจ้าบ ่าว ​ซึ่งเธอก็อมยิ้มน้อยๆ​แล้ว​ทำตามอย่างน่ารัก ในขณะ​ที่คริสจับมือ​ที่กราบลงมาบนตักของ​เขา​เอาไว้ มองเธออย่างเอ็นดู​กับท่าทางแช่มช้อยนุ่มนวล​ที่ไม่เคยเห็นจากเธอ มาก่อน

​เมื่อพิธีหมั้นจบลงแล้ว​ ต่อ​ไปก็​เป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ​และผูกข้อมือตามประเพณีของชาวล้าน นา ​แต่ในช่วงสิบนาที​ที่​ต้องรอฤกษ์ทำพิธี วุฒิเลิศจัดการให้คู่บ่าวสาวเข้า​ไปกราบรูปเขียนขนาดครึ่งตัวของ คุณดนัย ​ที่ติดอยู่​บนผนังห้องทำงานของ​เขา ​เพื่อขอพร​เนื่องในวันวิวาห์ หนุ่มสาว​ทั้งสองเข้า​ไปนั่งคุกเข่าคู่กันบนผืนพรม ตรงหน้ารูปของคุณดนัย ​ที่ดูเหมือน​จะจ้องมองมาเขม็ง ทิพย์สุรางค์มีน้ำตาคลออยู่​จางๆ​ ​เมื่อพนมมือพูด​กับรูปเขียนของบิดาในใจว่า

“พ่อขา ลูกมากราบขออภัย​ที่ทำสิ่ง​ที่ผิดพลาด ​แต่พ่อก็คงรู้นะคะ​ว่าลูกไม่​ได้ตั้งใจเลย​ ลูกเองก็​ต้องทุกข์ใจ​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​มาตลอด ​แต่วันนี้​เป็นวัน​แต่งงานของลูก​กับคน​ที่ลูกรัก ลูกมากราบขอพรจากพ่อ ขอให้พ่ออวยพรให้ชีวิต​แต่งงานของเราราบรื่น​และมี​ความสุขเหมือนพ ่อ​กับแม่ด้วย ลูกสัญญาว่า​จะ​เป็นภรรยา​ที่ดีของ​เขา ลูก​จะทำทุกอย่าง​เพื่อให้พ่อหมดห่วงลูกคนนี้ของพ่อนะคะ​”

​ส่วนคริสยกสองมือขึ้น​พนม หลับตาแล้ว​พูด​กับเจ้าของรูปในใจว่า ‘คุณดนัยครับ​ ผมกราบขอโทษ​กับเรื่อง​​ที่ผมทำให้คุณหนู​ต้องเสียใจ​และ​เป็นทุกข์ ทุกอย่าง​เป็น​ความผิดของผมคนเดียว ผมขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ว่าผม​จะรัก​และทนุถนอมคุณหนูอย่างสุดหัวใจ​ไปตลอดชีวิต ขอบคุณ​ที่ท่านให้กำเนิดคุณหนู​และอบรมเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ผมภูมิใจ​ที่ตั้งแต่วันนี้​จะมีเธอ​เป็นคู่ชีวิต​ที่​จะอยู่​ด้วยกันจ นวันตาย ขอให้ท่านไว้ใจผม​และอวยพรให้เราด้วยนะครับ​ ‘

หลังจากนั้น​​เขาก็กราบลง​กับพื้น ทิพย์สุรางค์ไม่รู้หรอกว่าคริสพูดหรือให้สัญญาอะไร​​กับบิดาของเธ อ ​แต่เธอก็แน่ใจว่า​เขา​จะรักษาสัญญานั้น​ตลอด​ไป

พิธีบายศรีสู่ขวัญเริ่มขึ้น​ ด้วยการ​ที่คู่บ่าวสาวถูกพาขึ้น​​ไปนั่งพับเพียบคู่กัน บนตั่งใหญ่ ​ที่ตกแต่งประดับประดา​โดยรอบอย่างงดงาม ด้วยอุบะ​ที่ประกอบด้วยดอกรัก​และดอกมะลิ บนตั่งมีหมอนขวานสีแดงสองใบคลุมด้วยผ้าตาดทอง ​ระหว่างหมอนสองใบนี้มีพวงมาลัยดอกมะลิผสมดอกรัก ยาวประมาณหนึ่ง​เมตร คล้องหมอนสองใบนี้​เอาไว้ด้วยกัน ​เป็นสัญลักษณ์ถึง​ความผูกพัน​ที่ร้อยรัด​เป็นอันหนึ่ง​อันเดียวกันข องคู่สมรส ถัด​ไปตรงหน้า​คือพานบายศรีขนาดใหญ่

ผู้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ​เป็นชายชรา วัยประมาณหกสิบปีท่าทางภูมิฐานในเครื่องนุ่งห่มสีขาว คู่บ่าวสาวนั่งพนมมืออยู่​เคียงกันขณะฟังคำกล่อมขวัญ​เป็นภาษาเหน ือ ​ซึ่ง​ใช้เวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้น​ชายชราจบพิธีบายศรีสู่ขวัญ ด้วยการนำเชือกเส้นบางสีขาวนวล​ซึ่งวางอยู่​ในพานใกล้​กับพานบายศร ี มาผูกให้​ที่ข้อมือของคู่บ่าวสาวคนละเส้น แล้ว​อวยชัยให้พรให้ครองคู่อยู่​กินกันด้วย​ความสุข ต่อจากนั้น​บรรดาแขกเหรื่อ​และญาติพี่น้อง​ที่มาร่วมพิธี ก็ทยอยต่อแถวกันเข้ามาผูกข้อมือ​และอำนวยพรให้คู่บ่าวสาว ​ที่นั่งทอดแขนวางไว้บนหมอน

หลังพิธีผูกข้อมือ​ที่​ใช้เวลานานพอสมควร คู่บ่าวสาว​ซึ่งตอนนี้ถือว่า​เป็นสามีภรรยากันตามประเพณีแล้ว​ นำของไหว้​ซึ่งห่ออยู่​ในกล่องของขวัญผูกริบบิ้นสีแดงสวยงาม ​ไปไหว้บิดามารดา​และญาติผู้ใหญ่ของ​ทั้งสองฝ่ายด้วยกัน ​และตอนนี้ก็​เป็นช่วงเวลา​ที่ผู้ใหญ่​จะให้ของรับไหว้แก่คู่บ่าวสา ว วุฒิเลิศมอบเครื่องเพชรชุดใหญ่ของมารดาให้ทิพย์สุรางค์ในนามของ คุณดนัย ในขณะ​ที่สิริมามอบสร้อยมรกตล้อมเพชร​และต่างหูเข้าชุดกัน ​เป็นของขวัญจากเธอ​และสามี จอห์น​และคุณธัญญามอบเช็คเงินสดจำนวนหนึ่ง​หมื่นดอลลาร์ ​เป็นของรับไหว้ให้คู่บ่าวสาว ​ส่วนญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ​ ต่างก็มอบของรับไหว้​ที่มีค่าให้คู่บ่าวสาวด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้น​ก็​เป็นการร่วมรับประทานอาหารกลางวัน​ซึ่งจัด​เป็นแบบข ันโตก ใน​ที่สุดพิธี​แต่งงานตามแบบล้านนาก็จบลงอย่างสวยงามประทับใจ แขกเหรื่อ​และญาติพี่น้อง​ที่มาร่วมงานแยกย้ายกันกลับบ้าน ​เพื่อเตรียมตัว​ไปร่วมงานเลี้ยงรับรอง ​ที่​จะเริ่มในเวลาสิบแปดนาฬิกาครึ่งต่อ​ไป

งานเลี้ยงรับรองของคริส​และทิพย์สุรางค์​เป็น​ไปอย่างสวยงามสมเกีย รติ แขกเหรื่อญาติพี่น้องมาร่วมงานกันคับคั่งเกือบสองร้อยคน ทำให้ห้องบอลรูมเล็ก​ไปถนัดตา เจ้าสาวอยู่​ในชุดราตรีผ้าลูกไม้สีขาวแบบเรียบ​แต่หรู ประดับระยิบระยับด้วยมุกด์​และคริสตัลสีขาวใส ผมหยักโศกดำยาวของเธอถูกหวีเปิดหน้าผาก​ไปเกล้า​เป็นมวยไว้ครึ่งห นึ่ง ประดับปิ่นเพชรเล็กๆ​วูบวาบ ปล่อยครึ่งล่างให้ยาวลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าของเธอ​ได้รับการ​แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางค์​แต่เพียงเบาบา ง ​แต่ยิ่งเน้น​ความงามตามธรรมชาติของเธอให้โดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น​

นอกจากแหวนหมั้นแล้ว​ทิพย์สุรางค์ยังสวมสร้อยคอ ต่างหูระย้า​และกำไลเพชรชุด​ที่​เป็นของหมั้น​ที่ส่องประกายวูบวาบบาดตา ​ส่วนเจ้าบ่าวนั้น​ร่างสูงใหญ่ผึ่งผายปราดเปรียวของ​เขาอยู่​ในชุดท ักซิโดโก้หรู หน้าตาสดใสประกายตาแพรวพราว​ไปด้วย​ความสุข คริสเหลือบมองเจ้าสาวของ​เขาอย่างภูมิใจใน​ความงดงาม​เป็นพิเศษของ เธอ วันนี้ทิพย์สุรางค์สวย​ที่สุดในชีวิต เธองามสง่าราว​กับเจ้าหญิงในเทพนิยาย

หลังการรับประทานอาหารสิ้นสุดลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ออก​ไปเปิดฟลอร์ในจังหวะสโลว์อันไพเราะอ่อนหวา น คริสโอบประคองทิพย์สุรางค์ลื่นไหล​ไปตามจังหวะดนตรี ​เขาก้มลงมองเธอ​ซึ่งเงยหน้าขึ้น​มอง​เขาแล้ว​ยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน ​ทั้งคู่คิดตรงกันถึงคืนนั้น​​ที่หลังจาก​ที่จากกัน​ไปนานกว่าสองปี แล้ว​อยู่​ๆ​ก็​ได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง​โดยไม่คาดหมาย ในอ้อมแขนของกัน​และกันราว​กับสวรรค์บันดาล ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ​​ที่ควร​จะจบ​ไปแล้ว​ กลับเริ่มต้นขึ้น​มาใหม่ แล้ว​นำมาจนถึงวันนี้ วัน​ที่​เขา​ทั้งสองรู้ตัวว่ารักกันจนไม่อาจ​จะพรากจากกัน​ได้อีกต่อ ​ไป !!

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3432 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน วิวาห์หวาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น