นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #58
ดอยสะเก็ด
...แล้ว​ใน​ที่สุดคุณธัญญา​และจอหห์น เลย​์ตัน ก็เดินทางมาขอพบวุฒิเลิศ​และภรรยา​ที่บ้านในซอย​พร้อมพงศ์ บิดามารดาของคริส​ได้กล่าวคำขอโทษ สำหรับ​ความผิดพลาดของคร...

ตอน : สมปรารถนา

แล้ว​ใน​ที่สุดคุณธัญญา​และจอหห์น เลย​์ตัน ก็เดินทางมาขอพบวุฒิเลิศ​และภรรยา​ที่บ้านในซอย​พร้อมพงศ์ บิดามารดาของคริส​ได้กล่าวคำขอโทษ สำหรับ​ความผิดพลาดของคริสต่อทิพย์สุรางค์​และครอบครัวของเธอ หลังจากนั้น​คน​ทั้งสองก็กล่าวคำสู่ขอทิพย์สุรางค์ให้แก่บุตรชาย ​เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว​ ​ทั้งวุฒิเลิศ​และสิริมา​ซึ่งรู้เรื่อง​​ที่คริส​กับทิพย์สุรางค์ตกลงกัน​ได้แล้ว​ก็ไม่ขัดข้อง

​เนื่องจากคริส​จะลาหยุดยาว​ได้ในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า ผู้ใหญ่​ทั้งสองฝ่ายก็เลย​ตกลงกันว่า ​จะจัดพิธี​แต่งงานให้หนุ่มสาว​ทั้งสองในประเทศไทย วันใดวันหนึ่ง​ในช่วงนั้น​ หลังจากนั้น​คริสก็พาบิดามารดาเดินทาง​ไปเวียงพุกาม ​เพื่อ​ไปพบทิพย์สุรางค์​และสิงห์ สำหรับคุณธัญญานั้น​ นอกจากอยากพบว่า​ที่ลูกสะใภ้​และหลานคนแรกแล้ว​ เธอยังอยาก​จะขึ้น​​ไปดูสถาน​ที่​ที่บุตรชายของเธอ เคยมาพำนักอยู่​ในช่วงเกือบหนึ่ง​ปี​ที่​เขาหายตัว​ไปอีกด้วย

​เมื่อรถตู้คันใหญ่​ที่นายพร​เป็นผู้ขับจอดลงตรงลานกว้างหน้าตึก คริสก็เดินนำหน้าพาจอห์น​และคุณธัญญา ขึ้น​บันไดมาจนถึงเทอเรสกว้างหน้าตึกใหญ่ ​ซึ่งทิพย์สุรางค์​และเด็กชายตัวน้อยยืนรอรับอยู่​แล้ว​ ชายหนุ่ม​ทั้งตกใจ​และดีใจ​เมื่อสิงห์สะบัดมือมารดา​ที่จับจูงอยู่​ วิ่งเข้ามาหา​เขาอย่างตื่นเต้นดีใจ ชูรูปในมือให้ดู แล้ว​เรียก​เขาว่าพ่อทันที​ที่ถึงตัว

ก่อนกลับออก​ไปจากเวียงพุกามครั้งก่อน คริสแอบ​เอารูปของ​เขาในชุดนายทหารสหรัฐฯ ​ที่บังเอิญมีติดอยู่​ในกระเป๋าสตางค์ให้แสงดาวไว้ ขอให้เจ้าหล่อน​เอารูปนี้ให้เด็กชายดูแล้ว​สอนให้เรียกว่าพ่อ ​ซึ่ง​ต่อมาแสงดาวเล่าให้ทิพย์สุรางค์ฟัง ทำให้เธอรู้สึกสงสาร​เขามาก เลย​ช่วยแสงดาวสอนสิงห์ตาม​ที่ชายหนุ่ม​ต้องการ ช่วง​ที่​เขากลับ​ไปสหรัฐฯ

คริสอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก กอดจูบ​เขาหลายครั้งอย่างซาบซึ้งดื่มด่ำ ในขณะ​ที่เด็กชายก็จูบตอบ​เขาด้วยปากน้อยๆ​​ที่เปรอะน้ำลาย ภาพพ่อลูก​ที่​กำลังจูบกอดกันอยู่​ตรงหน้า ทำให้คุณธัญญาตื้นตันจนน้ำตาไหล ​ส่วนทิพย์สุรางค์ก็น้อมกายลงทำ​ความเคารพ จอห์น​และคุณธัญญาอย่างนอบน้อมอ่อนโยน ก่อน​จะเชิญแขกคนสำคัญของเธอเข้า​ไปในตึกใหญ่

พอนั่งลงเรียบร้อย​​และศรีวรรณ​เอาเครื่องดื่ม​ที่เตรียมไว้มาเสิร์ ฟแล้ว​ คริสก็อุ้มลูกเดินเข้า​ไปหามารดา ​ที่​กำลังจ้องมองหลานย่าคนแรกของเธออย่างตื่นเต้นดีใจ คุณธัญญารีบลุกจากเก้าอี้เข้า​ไปขออุ้ม​เขา

​แต่​เมื่อคริสพยายามส่งตัว​เขาให้เธอ เด็กชายสิงห์ก็ทำหน้าตื่นเกร็งตัวไว้ กอดคอผู้​เป็นบิดาไว้แน่น เหลียวมองคนแปลกหน้าสองคนอย่างไม่ไว้ใจ ร้องว่า “ไม่ ! ไม่!” แล้ว​หันมามองหน้าคริส​พร้อม​กับร้องว่า “ป้อ ป้อ !” ชี้มือ​ไป​ที่คุณธัญญา

“สิงห์ครับ​” ชายหนุ่มพูด​กับลูกอย่างอ่อนโยน “นี่คุณย่าของลูกไง แล้ว​คนโน้นก็​เป็นคุณปู่ ​ทั้งคุณปู่​และคุณย่ารักสิงห์มาก ให้คุณย่าอุ้มหน่อย​​ได้ไหมครับ​?”

เด็กชายนิ่งฟัง แล้ว​ราว​กับเข้าใจสิ่ง​ที่คริสพูด คราวนี้​เมื่อคุณธัญญายื่นมือ​ไปรับตัว​เขาอีกครั้งหนึ่ง​ สิงห์ก็ยอมให้เธออุ้ม​โดยดี คุณธัญญาน้ำตาไหลขณะเฝ้าจูบแก้มขาวๆ​​และผมสีน้ำตาลหยิก​เป็นขอดๆ​ข อง​เขา อย่างดื่มด่ำด้วย​ความรัก​ความดีใจอย่างสุดซึ้ง

คุณธัญญาอุ้มหลานชาย​ไปยืนตรงหน้าสามี “ดูสิคะ​ จอห์น ​เขาเหมือนคุณมากเลย​”

บิดาของคริสจ้องมองเด็กชายตัวน้อยอย่างตื่นเต้นดีใจ ​เขายื่นมือ​ไปจับมือน้อยๆ​​ที่ทอดอยู่​ข้างตัว ​ซึ่งเด็กชายก็ยอมให้จับ​โดยดี ตากลมโตจ้องเป๋ง​ไป​ที่หน้าขาวๆ​ จมูกโด่ง​และผมสีน้ำตาลอ่อนของผู้​เป็นปู่อย่างสนใจ คุณธัญญาคิดว่า​เขาคงไม่เคยเห็นฝรั่งมาก่อนละกระมัง จึงจ้องมองอย่างสงสัยขนาดนั้น​ ​เมื่อเธอส่ง​เขาให้จอห์น ​เขาก็โผ​ไปหา​โดยดี แล้ว​พยายามดึงแว่นสายตา​ที่ปู่ของ​เขาสวมอยู่​ อย่างอยากรู้อยากเห็นว่ามัน​คืออะไร​ ใช่ของเล่นหรือเปล่า?

“สิงห์​เขาชอบให้ผู้ชายอุ้ม​เขาค่ะ​” ทิพย์สุรางค์บอกจอห์น​และคุณธัญญา
“โถ ​เขาคงคิดถึงพ่อละมัง แม่ว่ามันคง​เป็นสัญชาติญาณของเด็กนะ ​เขาเเห็น​แต่หน้าแม่อยู่​คนเดียว ไม่เคยรู้จักพ่อเลย​”

คุณธัญญารู้สึกสงสารหลานชายตัวน้อยของเธอ จน​ต้องเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตา​ที่หลั่งไหลออกม าอีก หลังจาก​ที่หยุดไหล​ไปแล้ว​​เมื่อครู่

หลังจากปล่อยให้คุณปู่​กับคุณย่า​ได้ชื่นชม​กับหลานชาย ​ที่เพิ่ง​ได้พบหน้า​เป็นครั้งแรก​เป็น​ที่พอใจแล้ว​ ทิพย์สุรางค์ก็เชิญบิดามารดาของคริสขึ้น​​ไปบนห้องชุดของคุณดนัย ​ที่จัดไว้ให้​เป็น​ที่พักของแขกคนสำคัญ​ทั้งสอง ห้องชุดของอดีตประมุขของเวียงพุกาม มีขนาดกว้างขวางใหญ่โตกว่าห้องชุดของวุฒิเลิศ​และทิพย์สุรางค์ ตั้งอยู่​ในมุม​ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ห้องชุดนี้​ได้รับการดูแลทำ​ความสะอาดสัปดาห์ละสองครั้ง มาตลอดตั้งแต่​ที่คุณดนัยจาก​ไป กระเป๋าเดินทางของสองสามีภรรยาถูกนำเข้ามาไว้ในห้องนี้เรียบร้อ ยแล้ว​

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า​และลงมารับประทานอาหารว่าง​ที่จัดเ ตรียมไว้แล้ว​ คุณธัญญาก็เอ่ยปากอยากออก​ไปดูรอบๆ​เวียงพุกาม รวม​ทั้งอยากเห็น​ที่พักของบุตรชายในช่วง​ที่​เขาอยู่​​ที่นี่ด้วย คริสจึง​เป็นคนขับรถพาบิดามารดา ทิพย์สุรางค์​และสิงห์ ​ไปชมสถาน​ที่​ทั้งหมด รวม​ทั้งขึ้น​​ไปชมไร่ยาสูบบนเนิน​เขายาวเหยียดด้วย

คุณธัญญานั้น​พอใจ​กับสิ่ง​ที่เธอเห็น ​ทั้งอาณาจักรเวียงพุกามอันกว้างใหญ่ไพศาล​และกิจการใบยาสูบ ​ที่แสดงให้เห็นถึงฐานะ​ที่​เป็นปึกแผ่นมั่นคง นอกจากนี้ยังรู้จากการพูดคุย​กับสิริมาอีกด้วย ถึงกิจการอีกหลายอย่างของครอบครัว​ทั้งในตัวจังหวัด​และ​ที่กรุงเท พฯ

​ความ​เป็นผู้หญิง​และมารดา​ที่​ต้องการ​แต่สิ่งดีๆ​​และคู่ควรสำหรับบุ ตร ทำให้เธอจำ​เป็น​ต้องสำรวจตรวจตราฐานะ​และภูมิหลัง ของหญิง​ที่​จะก้าวเข้ามา​เป็นลูกสะใภ้ด้วย ​เมื่อเห็นแล้ว​คุณธัญญาก็รู้สึกพอใจทิพย์สุรางค์มากขึ้น​ ในขณะ​ที่สามีของเธอไม่​ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ​ถ้าบุตรชายของ​เขารักผู้หญิงคนนี้​และอยาก​แต่งงานด้วย ​เขาก็ไม่วุ่นวาย​ไปคิดถึงองค์ประกอบอื่นๆ​ให้มากเรื่อง​เหมือนภรรย า

​ระหว่างนั่งรับประทานอาหารเย็นรสเลิศจากฝีมือของแม่บัวศรีอยู่​ด ้วยกัน บิดาของคริสก็ถามขึ้น​มาว่า “ลูกสองคนตกลงกันหรือยังว่าหลัง​แต่งงานแล้ว​​จะทำยังไง? ​จะแยกกันอยู่​แบบนี้หรือหนู​จะ​ไปอยู่​​กับคริส​ที่อเมริกา?”

ยังไม่ทัน​ที่คริสหรือทิพย์สุรางค์​จะตอบ คุณธัญญาก็รีบพูดขึ้น​มาทันทีว่า “ไม่​ได้หรอก ทำไม​จะ​ต้องแยกกันอยู่​ แม่ไม่เห็นด้วย ทาง​ที่ดีหนูก็​ไปอยู่​เสีย​ที่โน่น ​ไปอยู่​​กับคริส​ที่วอชิงตัน ดี.ซี แม่​กับคุณพ่อ​จะหาอพาร์ตเมนท์ใหม่ให้ ​ส่วนเรื่อง​ลูก​ถ้ายังไม่สะดวก​ก็ฝากแม่ไว้ก่อน แม่​กับป้านวล​จะช่วยดูแลให้ แม่ว่ายังงี้ดีไหม? ​ถ้าหนู​กับลูกยังอยู่​​ที่นี่ คริสก็คงไม่​เป็นอัน​ได้ทำงานทำการหรอก คงบิน​ไปบินมา​เป็นว่าเล่นจนถูกปลดออกเสียก่อนละมัง”

แล้ว​เธอก็มองหนุ่มสาว​ทั้งสองอย่างอยากให้เห็นด้วย​กับเธอ ​เพราะตอนนี้เธออยากมีโอกาส​ได้เลี้ยงดูหลานของเธอบ้าง หรืออย่างน้อยก็​ได้เห็น​เขาบ่อยๆ​

คริสตอบว่า “เรื่อง​นี้ผม​กับคุณหนูยังไม่​ได้ตกลงกันเลย​ครับ​ ​แต่เรื่อง​แยกกันอยู่​​เป็น​ไปไม่​ได้อยู่​แล้ว​ คุณหนู​กับสิงห์​ต้อง​ไปอเมริกา​กับผม”

พูดจบชายหนุ่มก็หัน​ไปมองทิพย์สุรางค์​ซึ่งนั่งอยู่​ใกล้​เขา หญิงสาวมองสบตา​เขา เธอไม่​ต้องการ​จะแยกจาก​เขาอีกแล้ว​ เวลากว่าสองปี​ที่จากกัน ทำให้เธอรู้ซึ้งถึง​ความเจ็บปวด ​ความอ้างว้างว้าเหว่​ที่​ต้องอยู่​โดดเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียว​ไปตามลำพัง

“แล้ว​​แต่คริสก็แล้ว​กันค่ะ​ คุณแม่” เธอตอบอย่างเรียบร้อย​ ​ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีใจ ​ที่เธอยอมโอนอ่อนผ่อนตามใจ​เขา ไม่เหมือนก่อนหน้านี้​ที่เฝ้าตะบึงตะบอน​เอา​แต่ใจตัวเอง

“แล้ว​เรื่อง​​ที่ว่า​จะลาออกจากราชการมาช่วยพ่อบริหารกิจการของเรา ล่ะ ลูกตัดสินใจแล้ว​หรือยัง?”
บิดาของ​เขาถาม ​เพราะเรื่อง​นี้เคยพูดกันมาก่อนแล้ว​ ​แต่ยังไม่มีคำตอบ​ที่แน่ชัด

ชายหนุ่มหัน​ไปมองหน้าทิพย์สุรางค์ เล่าให้เธอฟังว่า “ผมเคยคิด​จะลาออก​ไปช่วยคุณพ่อ ท่านขอร้องหลายครั้งแล้ว​ ​แต่ยังไม่​ได้ตัดสินใจแน่นอน”

​เมื่อเห็นทิพย์สุรางค์ยิ้มอ่อนๆ​ไม่ออก​ความเห็นว่าอย่างไร คริสก็หัน​ไปบอกบิดาว่า “​เอาไว้ให้ผมปรึกษา​กับคุณหนูอีกทีก็แล้ว​กันนะครับ​ พ่อ อาจ​จะหลัง​แต่งงาน”

คุณธัญญาเห็นด้วย เธอเสริมว่า “ดีแล้ว​ละ ​แต่งงานกันแล้ว​ก็ค่อยปรึกษากันอีกที ​แต่งงานแล้ว​ก็​ต้องนึกถึงกัน​และกันให้มาก ​จะ​เอา​ความคิดของตัวเอง​เป็นใหญ่ไม่​ได้ การตัดสินใจทำอะไร​ของคนหนึ่ง​ ก็​ต้องกระทบถึงอีกคนหนึ่ง​ด้วย ​เอาตามนั้น​ก็แล้ว​กัน ​จะ​ได้มีเวลาปรึกษาหารือกันให้รอบคอบเสียก่อน”

คราวนี้คริสหัน​ไปยิ้มกว้าง​กับทิพย์สุรางค์ ​เป็นเชิงบอกเธอกลายๆ​ว่า​ที่มารดาของ​เขาพูดอย่างนั้น​น่ะ หมายถึงเธอ​โดยเฉพาะ ​เพราะเธอชอบ​เอา​แต่ใจตัวเอง ถือ​ความ​ต้องการของเธอ​เป็น​ที่ตั้ง ในขณะ​ที่​เขานั้น​ไม่​ได้​เป็นแบบเธอเลย​​แม้​แต่น้อย

คุณธัญญา​ซึ่งคอยแอบสังเกตท่าทีของคริส​และทิพย์สุรางค์อยู่​เงียบ ๆ​ เห็นชัดว่าลูกชายของเธอมี​ความสุขมาก ​เขาร่าเริงแจ่มใส กลับมา​เป็นคริสคนเดิม​ที่ช่างยั่วช่างแหย่ หน้าตาสดชื่น​เป็นคนละคน​กับตอน​ที่เปิดอกพูดคุย​กับเธอ​เมื่อไม่นาน ​ที่ผ่านมา แววตา​ที่​เขามองทิพย์สุรางค์เปี่ยมล้น​ไปด้วย​ความรัก​ความเอ็นดู ​เขาคอย​เอาอก​เอาใจเธอจนออกนอกหน้า

​ส่วนหญิงสาวแสนงามคนนั้น​ ​เมื่อมองสบตาคริสครั้งไร ดวงตาคมปลาบคู่นั้น​ก็มีแววหวานหยาดเยิ้มราว​จะหยดปนอยู่​ด้วย ทำให้ดวงตาคู่​ที่งามอยู่​แล้ว​ยิ่งงามมากยิ่งขึ้น​ จาก​ความคม​และ​ความหวาน​ที่ผสมกันอยู่​ ไม่ใช่คมปลาบ​แต่เพียงอย่างเดียว เหมือน​ที่เคยเห็นในงานหมั้นของคริส​กับลลิตา​เมื่อหลายเดือน​ที่ผ่ านมา

กิริยามารยาทนั้น​เล่าก็สุภาพสำรวมไม่มากไม่น้อย ​เป็นกิริยา​ที่เด็กพึงแสดงต่อผู้ใหญ่ ​แม้นัยน์ตาของเธอ​จะคมจนเกือบดุ ​แต่เวลาพูดหรือฟังผู้ใหญ่พูด ตาคู่นั้น​​จะอ่อนแสงลง มีรอยยิ้มอ่อนๆ​ระบายอยู่​บนใบหน้าคมเข้ม ทำให้คุณธัญญาลง​ความเห็นว่าหญิงสาวผู้นี้ คง​ได้รับการอบรมเลี้ยงดู​ที่ดีจากบิดาของเธอหรือผู้​ที่เลี้ยงดูเ ธอมา

​ที่สำคัญ​คือทิพย์สุรางค์ไม่​ได้มีท่าทีข่มหรืออวดดีใส่คริส เหมือน​ที่คุณธัญญาเคยคิดในตอนแรก ตรงกันข้าม เธออ่อนหวาน​และโอนอ่อนผ่อนตาม​เขาอย่างน่ารัก ​เมื่อรู้ว่าทิพย์สุรางค์เรียนจบวิชาแม่บ้านการเรือนมา เธอก็ยิ่งพอใจมากขึ้น​​เพราะคิดว่าลูกชาย​และหลานของเธอ คง​จะ​ได้รับการดูแลจากหญิงสาวผู้นี้​เป็นอย่างดี

เห็นลูกชายเธอ​กับทิพย์สุรางค์แล้ว​ คุณธัญญาก็อดหวนคิด​ไปถึงลลิตาอย่างสงสารไม่​ได้ ถึงอย่างไรเธอก็ยังรัก​และเอ็นดูหญิงสาวคนนั้น​เหมือนลูก ​ได้อยู่​ใกล้ชิดกันมาหลายปี รู้นิสัยใจคอว่า​เป็นอย่างไร ไม่เคยนึก​แม้​แต่น้อย ว่าลูกสะใภ้ของเธอ​จะไม่ใช่ลลิตา ​แต่​เมื่อเหตุการณ์เกิดพลิกผัน​ไป​โดยไม่คาดฝัน คุณธัญญาก็​ต้องทำใจให้ยอมรับ​ความจริงว่าคริส​และลลิตาคงไม่ใช่เน ื้อคู่กัน

แล้ว​อีกอย่างหนึ่ง​...​หนุ่มสาว​ทั้งสองรักกันมานานเกิน​ไป ตั้งแต่คริสอายุยี่สิบปี​และลลิตาอายุเพียงสิบแปดปี ​ความรัก​ที่​ใช้เวลาบ่มฟักยาวนานถึงสิบปี ล่วงเลย​ผ่านจุดสูงสุดของมัน​ไปแล้ว​​โดยไม่มีอะไร​คืบหน้า ​ซึ่งก็​เป็น​ไปตามกฏธรรมดาของโลก​ที่ว่า อะไร​ก็ตาม​เมื่อขึ้น​ถึงจุดสูงสุดแล้ว​ ​โดย​ที่ไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง​ไป​เป็นรูปอื่น มันก็​ต้องค่อยๆ​ลดดีกรี​ความร้อนแรงของมันลง​ไปเรื่อยๆ​

สิบปีไม่ใช่เวลาสั้นๆ​ ​และคริสในวัยยี่สิบ​กับในวัยสามสิบย่อมไม่ใช่คริสคนเดียวกัน ​ความรู้สึกนึกคิด มุมมองต่อชีวิต รสนิยม​และ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจของ​เขา อาจเปลี่ยนแปลง​ไป​ได้ตามสถานการณ์​และสภาพแวดล้อม ​แต่ถึง​จะสงสารลลิตาเพียงไร คุณธัญญาก็เหมือนแม่ทุกคนในโลก ​ที่ย่อม​ต้องเห็นแก่​ความสุขของลูกตัวเองมากกว่าคนอื่นอยู่​แล้ว​ ​เมื่อสถานการณ์ต่างๆ​บีบคริสให้แปรเปลี่ยน​ไป​และทำให้​เขามี​ความสุ ขมากขึ้น​ เธอย่อมไม่รีรอ​ที่​จะส่งเสริมสนับสนุน​เขา ​โดยถือ​เอา​ความสุขของ​เขา​เป็น​ที่ตั้ง

​ส่วนจอห์น เลย​์ตันบิดาของคริสนั้น​ มองเห็นตัวตนของทิพย์สุรางค์ด้วยสายตาของผู้ชาย​ได้ลึกซึ้งกว่าภ รรยา ถึงตอนนี้​เขา​จะอายุมากแล้ว​​แต่​เขาก็เคย​เป็นหนุ่มมาก่อน ​เขามองเห็นเสน่ห์เย้ายวนใจตามธรรมชาติ ​ที่เปล่งประกายออกมาจากรูปร่างหน้าตา​และอิริยาบถต่างๆ​ของทิพย์ส ุรางค์ มัน​เป็นเสน่ห์​ที่ผู้ชายทุกคนชอบ ​เขาไม่สงสัยเลย​​แม้​แต่น้อย ​ถ้าลูกชายของ​เขา​จะหลงใหลในเสน่ห์ของเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น​ อย่าง​ที่​กำลังเห็นอยู่​ในขณะนี้

คน​ทั้งหมดเดินทางกลับ​ไปกรุงเทพฯ​พร้อมกันในอีกสองวัน​ต่อมา ทิพย์สุรางค์​กับสิงห์​ไปพัก​ที่บ้านของวุฒิเลิศ ​ส่วนจอห์น​และคริสค้าง​ที่บ้าน​ที่ถนนสาทรเพียงคืนเดียว แล้ว​เดินทางกลับ​ไปสหรัฐฯด้วยกัน ​จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง​ในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า คุณธัญญานั้น​ยังอยู่​​ที่กรุงเทพฯ​เพื่อช่วยสิริมา เตรียมงาน​แต่งงานให้หนุ่มสาว​ทั้งสอง

วุฒิเลิศ​และสิริมาพูดคุยถาม​ความ​ต้องการของทิพย์สุรางค์เรื่อง​งา น​แต่งงาน ​ซึ่งหญิงสาวก็​ได้แสดง​ความประสงค์​ที่ไม่อยากให้จัดงานหรูหราใหญ่ โต เธออยากให้​เป็นพิธีการ​ที่เรียบง่าย​ที่สุด จำกัดแขก​ที่มาร่วมงานให้มี​แต่ญาติพี่น้องของ​ทั้งสองฝ่าย​และเพื่ อน​ที่สนิท​ที่สุดเท่านั้น​ ใน​ที่สุดก็ตกลงกันว่า​จะจัดพิธี​แต่งงานแบบล้านนา มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ​และผูกข้อมือ​ที่บ้านของวุฒิเลิศ

ตอนแรกทิพย์สุรางค์อยากให้จัดงานเลี้ยงรับรองเล็กๆ​ ขึ้น​​ที่บ้านของวุฒิเลิศเช่นเดียวกัน ​แต่คุณธัญญา​และสิริมาไม่เห็นด้วย ​ทั้งสองเห็นตรงกันว่าควรจัด​ที่โรงแรม ​เพราะ​แม้​จะไม่เชิญแขกมาร่วมงานมากมาย​ ​แต่คุณธัญญาก็มีญาติพี่น้องหลายคนในเมืองไทย ​ซึ่งอยากให้มาร่วม​เป็นสักขีพยานด้วย ​แม้​แต่ญาติทางฝ่ายคุณดนัยเองก็มีอยู่​ไม่น้อย

หลังจากคุยกันแล้ว​ ใน​ที่สุดทิพย์สุรางค์ก็ไม่อาจปฏิเสธ​ได้ ​ต้องยอมให้จัดงาน​ที่โรงแรมตาม​ความประสงค์ของคุณธัญญา​และสิริมา ​ซึ่ง​ต่อมางานเลี้ยงรับรอง​ที่ตอนแรกกะว่า​จะเชิญแขกไม่เกินห้าสิบ คน ก็​ต้องเปลี่ยนแปลงอีก ​เพราะวุฒิเลิศ​ซึ่ง​เป็นนักธุรกิจใหญ่​ที่กว้างขวาง มี​เพื่อนฝูงในวงธุรกิจมากมาย​ ไม่​สามารถเลี่ยง​ที่​จะไม่เชิญคนพวกนี้​ได้ ​ต้องเปลี่ยนแผนการ แล้ว​ใน​ที่สุดก็มีแขก​และญาติมิตรของ​ทั้งสองฝ่าย ​ที่​ต้องเชิญมาร่วมงานเลี้ยงรับรองจากห้าสิบคนเพิ่ม​เป็นเกือบสอง ร้อยคน

​แม้​จะมีเวลาในการเตรียมงานไม่กี่สัปดาห์ ​แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อย​ลงตัว คุณธัญญา​เป็นคนเลือกโรงแรมแลนด์มาร์ก​ซึ่งอยู่​บนถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจากบ้านของวุฒิเลิศ ​เป็นสถาน​ที่จัดงานเลี้ยงรับรอง ตอนแรกทิพย์สุรางค์มีปัญหาเรื่อง​ชุดเจ้าสาว​ที่​จะ​ต้อง​ใช้ในงานเล ี้ยง เกรงว่า​จะตัดไม่ทัน​เพราะเวลากระชั้นชิดมาก ​และเธอก็ไม่อยากเช่าด้วย ในช่วง​ที่กังวลอยู่​นี้เอง หญิงสาวก็​ได้รับโทรศัพท์จากเจนนิเฟอร์

“ไฮ ทิปปี้ ​เป็นไงบ้าง เตรียมตัว​พร้อม​ที่​จะ​เป็นเจ้าสาวแล้ว​ใช่ไหม?”
“ไฮ เจนนี่ ดีใจจัง​ที่เธอโทรมา เรื่อง​งานน่ะเหรอ ฉันไม่​ได้ทำอะไร​เลย​ พี่น้อย​กับคุณแม่คริส จัดการให้หมดทุกอย่าง ​แต่ฉันกังวลเรื่อง​ชุดเจ้าสาวน่ะสิ เหลือเวลาอีกแค่สามอาทิตย์เท่านั้น​ ไม่รู้​จะตัดทันหรือเปล่า”

“​ที่ฉันโทรมาก็เรื่อง​นี้แหละ​ นี่ทิปปี้ เธอจำร้าน​ที่เรา​ไปดูเสื้อผ้าตอน​ที่​จะ​ไปงานหมั้นของคริส​ได้ไหม?”
“อ๋อ ร้านนั่นน่ะหรือ? จำ​ได้สิ ทำไมหรือ?”

“​เมื่ออาทิตย์​ที่แล้ว​ฉัน​ไป​ที่ร้านนั้น​​ไปหาชุด​ที่​จะใส่​ไปงานเธอ เธอจำชุด​แต่งงาน​ที่ฉันยุให้เธอลอง​ได้ไหมล่ะ?”
“ทำไม​จะจำไม่​ได้ล่ะ มันสวยสุดใจเสียขนาดนั้น​ ​ใคร​จะลืม​ได้ลงคอ”

หญิงสาวนึกถึงชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้สวิสสีขาวละเอียดยิบ ​ที่ตัดเย็บอย่างปราณีตแบบเรียบๆ​​แต่เลิศหรู ประดับมุกด์​และคริสตัลสีขาวใสเกือบ​ทั้งตัว วันนั้น​เจนนิเฟอร์นึกสนุกยุให้เธอลองสวมดู ​เพราะเห็นว่าเหมาะ​กับเธอมาก​และรู้ว่าเธอรักผ้าลูกไม้สวิสมากกว่ าผ้าชนิดอื่น ตอนแรกทิพย์สุรางค์ไม่สนใจ​ที่​จะลอง ​แต่ขัด​เพื่อนไม่​ได้ก็เลย​ลองสวมดู ปรากฏว่าเธอสวมมัน​ได้​พอดีราว​กับสั่งตัด

“ตอนนี้เธออ้วนขึ้น​หรือผอมลงกว่าตอนนั้น​บ้างหรือเปล่า?” เจนนิเฟอร์ซักไซ้
“คิดว่ายังเหมือนเดิมนะ ถามทำไมหรือ?”

“ฟังนะ ทิปปี้ ฉันซื้อมันมาเรียบร้อย​แล้ว​ ​จะฝากพนักงาน​ที่ธนาคารพ่อฉัน​ไปให้เธอ ​เขา​จะ​ไปพักร้อน​ที่ภูเก็ตประมาณหนึ่ง​อาทิตย์ ​แต่​จะแวะกรุงเทพฯก่อนสักสองวัน เธอส่ง​ใคร​ไปรับ​ที่​เขา​ได้ก่อน​ที่​เขา​จะ​ไปภูเก็ต ฉันให้เบอร์มือถือของเธอ​ไปแล้ว​ พอ​ไปถึง​เขา​จะโทร.ติดต่อเธอทันที”

“อะไร​นะ เธอ​จะส่งมาให้ฉันทำไม?” ทิพย์สุรางค์ไม่เข้าใจ
“ไม่​ต้องตกใจหรอก ​เป็นของขวัญ​แต่งงานสำหรับเธอไง”

“ตายจริง เจนนี่ ฉันรับไม่​ได้หรอก มันแพงขนาดนั้น​” หญิงสาวรู้สึกตกใจมาก ​เพราะเธอเห็นราคา​ที่แพงลิบลิ่วของเสื้อชุดนั้น​แล้ว​

“ไม่ใช่ของขวัญของฉันคนเดียวหรอก ฉัน​กับบ็อบแล้ว​ก็พ่อแม่ฉันเข้าหุ้นกันซื้อให้เธอ​เป็นของขวัญ ห้ามปฏิเสธอย่างเด็ดขาด พอรู้ว่าเธอ​จะ​แต่งงานฉันก็นึกถึงชุดนั้น​ขึ้น​มาทันที มันเหมาะ​กับเธอมาก คิดดูสิว่ามันสวยเสียขนาดนั้น​ ​แต่ก็ไม่ยักมี​ใครมาซื้อตัดหน้า​ไป ฉันว่ามันคงรอเธออยู่​น่ะแหละ​”

“โอย...​เจนนี่ เธอทำให้ฉันชักกลุ้มแล้ว​ละ ฉันเกรงใจเธอ​และคุณพ่อคุณแม่ของเธอ รวม​ทั้งบ็อบด้วยมากๆ​เลย​” หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ ​แต่​พร้อมกันนั้น​ก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคน​ทั้งสี่มาก

“ไม่​ต้องเกรงใจเลย​ เธอ​กับฉัน​เป็นยิ่งกว่าพี่น้องกันเสียอีก ลืมแล้ว​หรือไง”

ก่อน​จะตัดสัญญาณโทรศัพท์​ไป เจนนิเฟอร์กล่าวว่า “​ความจริงฉัน​จะฝากคริส​ไปให้เธอก็​ได้ ​เพราะ​เมื่อสองวันก่อนฉันก็เจอ​เขา ​แต่เห็นว่าอีกหลายวันกว่า​เขา​จะ​ไปเมืองไทย เลย​ฝากคน​ที่ธนาคาร​ไปดีกว่า เธอ​จะ​ได้มีเวลาลอง​และแก้ไข ​ถ้ามันหลวมหรือคับ​ไป คน​ที่ว่านี้​เขา​จะเดินทางพรุ่งนี้แล้ว​ ฉันฝากของ​เขา​ไปแล้ว​ด้วย โอเคนะ ทิปปี้ ​ถ้า​ได้รับแล้ว​ก็ช่วยส่งข่าวให้ฉันรู้ด้วย”

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3431 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน สมปรารถนา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น