นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #57
ดอยสะเก็ด
...ลลิตานั่งคอยอยู่​แล้ว​​ที่เก้าอี้ชุดใน​ส่วน​ที่จัด​เป็น​ที่รับรองแข ก ​เมื่อคริสผ่านประตูอพาร์ตเมนท์ของเธอเข้ามา สีหน้าของ​เขาไม่ปกติ มีรอยกังวล​และหมองเศร้า​ที่...

ตอน : ลาทีมิใช่ลาก่อน

ลลิตานั่งคอยอยู่​แล้ว​​ที่เก้าอี้ชุดใน​ส่วน​ที่จัด​เป็น​ที่รับรองแข ก ​เมื่อคริสผ่านประตูอพาร์ตเมนท์ของเธอเข้ามา สีหน้าของ​เขาไม่ปกติ มีรอยกังวล​และหมองเศร้า​ที่หญิงสาวเห็น​ได้ทันที​โดยไม่​ต้องเสียเว ลาสังเกต เธอรู้ว่าไม่ว่า​จะตัดสินใจอย่างไร ​เขาก็คงอึดอัดแทบพูดไม่ออกด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ​ทั้งๆ​​ที่เตรียมใจรับคำพิพากษาของคริส​เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว​ ​แต่ลลิตาก็ยังอดใจหายไม่​ได้ ​เพราะคำพิพากษานั้น​​คือคำสั่ง...​ตัดสินประหารชีวิตเธอ

คริสทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัว​ที่อยู่​ตรงข้าม​กับเธอ ลลิตาอดยอกแปลบในหัวใจไม่​ได้​กับท่าทีเหมือนระวังตัวของ​เขา ปกติ​ที่นั่งของ​เขา​จะอยู่​บนเก้าอี้ยาวตัวเดียว​กับเธอ นั่งแบบแนบชิดตามประสาคน​ที่รักกัน ​แต่วันนี้​เขาคงจงใจทำตัวเหินห่างราว​กับแขก​ที่มาเยือน หญิงสาวพยายามข่มสีหน้าให้​เป็นปกติ​ทั้งๆ​​ที่หัวใจร้อนรุ่ม เธอเข้า​ไปจัดน้ำเย็นมาวางให้​เขาตรงหน้า แล้ว​กลับมานั่ง​ที่เก้าอี้ตัวเดิม

“ลิตาเพิ่งกลับมาหรือ?” คริสเริ่มต้นเหมือนไม่รู้​จะพูดอะไร​
“ลิตากลับมา​เมื่อเช้า​นี้ค่ะ​ ​ความจริงตอนแรกลิตากะ​จะอยู่​ต่ออีกสองวัน ​แต่เห็นพี่บอกว่ามีเรื่อง​สำคัญ​จะพูดด้วย ลิตาก็เลย​กลับมาก่อนกำหนด”

ลลิตามองสีหน้าเจื่อนสนิทของคริส ​เขาไม่สบตาเธอ ​แต่เสยกแก้วน้ำขึ้น​ดื่ม ยังพูดอะไร​ไม่ออก จนใน​ที่สุดเธอ​ต้อง​เป็นฝ่ายเตือน​เขา “พี่มีเรื่อง​อะไร​​จะพูด​กับลิตาก็พูดมาเถอะค่ะ​”

ชายหนุ่มอึกอักอยู่​อึดใจเต็ม ก่อนเริ่มต้นด้วยการถามเธอว่า “ลิตาคงพอ​จะรู้ใช่ไหมว่าพี่​จะพูดอะไร​”

หญิงสาวเลิกคิ้ว ถามตัวเองว่าทำไม​เขาจึงยังรีรออยู่​ ทำไมไม่พูดในสิ่ง​ที่​เขาตั้งใจมาพูด ​แม้​จะรู้อยู่​เต็มอกว่าคริส​จะพูดเรื่อง​อะไร​ ​แต่ทำไมเธอ​จะ​ต้องช่วยเปิดทางให้​เขาด้วยเล่า

“ลิตาไม่แน่ใจว่าพี่มีเรื่อง​อะไร​​จะพูด​กับลิตา” แล้ว​เธอก็ยิ้มนิดๆ​​เมื่อถามว่า “หรือพี่​จะถามเรื่อง​รายชื่อแขก​ที่​จะ​ต้องส่งให้เคธี่ช่วยพิมพ์?”

คริสหน้าเจื่อน ​ที่​เขาถามเช่นนั้น​ก็​เพราะรู้จากมารดาตอน​ที่พบกัน​เมื่อเช้า​นี้ ว่าลลิตาเห็นรูปลูกของ​เขา​ที่เธอวางลืมไว้บนโต๊ะในห้องนอนของ​เขา แล้ว​ ตอนนั้น​​แม้​จะตกใจมาก ​แต่ขณะเดียวกัน​เขาก็โล่งใจ​ที่​จะไม่​ต้องหาวิธีพูด​กับลลิตา ​โดยไม่ให้เธอตกใจจนเกิน​ไป ​ถ้าไม่เคยระแคะ​ระคายอะไร​มาก่อน

“ลิตาคงเห็นรูป..เอ้อ..เด็กแล้ว​ใช่ไหม?”

ลลิตาส่งยิ้มเย็นๆ​ให้​เขา​เมื่อย้อนถามว่า “เด็ก? เด็ก​ที่ไหนคะ​? แล้ว​พี่รู้​ได้อย่างไรว่าลิตาเห็นแล้ว​ หรือ​ที่รู้ก็​เพราะพี่จงใจวางทิ้งไว้ตรงนั้น​​เพื่อให้ลิตาหายโง่เ สียที หลังจาก​ที่โง่มานาน”

ชายหนุ่มหน้าเสีย​ไปทันที อ้อมแอ้มแก้ตัวว่า “เปล่า พี่ไม่​ได้เจตนาอะไร​​ทั้งนั้น​ เพียง​แต่​เอาออกมาดูแล้ว​ลืมเก็บ ไม่นึกว่าลิตา​จะ​ไปเห็นเข้า”

หญิงสาวเยาะว่า “ลืมหรือคะ​? ลืมเหมือน​ที่ลืม​เอารายชื่อแขกของพี่ให้ลิตาหรือเปล่า?”

คริสนิ่งอึ้ง ​เขาจำ​เป็น​ต้องทำให้ลลิตาเชื่อว่า​เขา​เป็นคนลืมรูปพวกนั้น​ไว้ในห้ อง ​เพราะไม่​ต้องการให้มารดา​ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย​โดยไม่จำ​เป็น

“​ที่พี่มาวันนี้​เพื่อ​จะมาขอร้องลิตาเรื่อง​งาน​แต่งงาน...​"

ชายหนุ่มไม่มีโอกาส​ได้พูดจนจบ ​เพราะลลิตาพูดแทรกขึ้น​มาทันที “​เอาละ ตอนนี้ลิตาก็รู้เรื่อง​หมดแล้ว​ พี่ไม่​ต้องพูดอะไร​ ให้ลิตา​เป็นคนพูดดีกว่า “ เธอยิ้มเศร้าๆ​​ที่ทำให้คริสใจหายด้วย​ความสงสาร “ลิตายอมรับว่าโง่มานาน ​ที่ยอมให้พี่หลอกไม่มี​ที่สิ้นสุด ยอม​แม้​แต่​จะหลอกตัวเองว่าพี่ยังรักลิตาเหมือนเดิม ถึงพี่​จะมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​​แต่ลิตาก็ยังอยาก​แต่งงาน​กับพี่ พยายามปลอบใจตัวเองว่า​ถ้า​แต่งงานกันแล้ว​ พี่ก็​จะลืม​เขา​ได้ใน​ที่สุด ลิตาโง่มาก จริงไหมพี่?”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งพูดอะไร​ไม่ออก หัวอกหัวใจเต็ม​ไปด้วย​ความละอาย​และสงสารเธอ ในขณะ​ที่ลลิตาก็พูดต่อ​ไปว่า “ลิตาเจอรูปพวกนี้ในห้องพี่​ที่บ้านคุณป้า ลิตาไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไร​ขึ้น​ ทำไมถึงมีคนอยากให้ลิตาเข้า​ไป​เอาของในห้องพี่ ​ทั้งๆ​​ที่​เอามาวางไว้ให้ในห้องโถงข้างนอกก็​ได้ ​แม้​แต่รูปพวกนี้มันก็อยู่​ใน​ที่​ที่ไม่ควรอยู่​ ลิตาไม่รู้ว่ามี​ใครจัดฉากอะไร​หรือไม่อย่างไร ​แต่ลิตา​จะไม่สนใจอีกแล้ว​” สีหน้าของเธอมีแววเยาะหยัน​ใครหรืออะไร​บางอย่าง

ลลิตาไม่คิด​ที่​จะเอ่ยถึงรูป​ที่​ได้จากนักสืบของมารดาเลย​ ​เพราะมัน​จะทำให้คริสรู้ว่า เธอ​และมารดา​ใช้นักสืบติดตามตัว​เขา​ไปจนถึงเวียงพุกาม ​ซึ่งอาจ​จะทำให้​เขาพาลโกรธ​และทำให้สถานการณ์พลิกกลับ​ไป กลายว่า​เป็น​ความผิดของเธอ​ที่ไม่ไว้วางใจ​เขา จน​ต้องส่งสายสืบ​ไปแอบถ่ายรูป​เขามา

“​เขา​เป็นลูกของพี่ใช่ไหม?” ​แต่เธอคงไม่​ต้องการคำตอบ​เพราะเธอพูดต่อ​ไปว่า “​เขาคง​เป็นลูกของพี่​กับผู้หญิงคนนั้น​ ​ทั้งๆ​​ที่พี่ก็ไม่เคยยอมรับ​กับลิตาเลย​ ว่ามี​ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง​กับ​เขาจนมีลูกด้วยกัน ลิตาไม่เคยคิดมาก่อนเลย​ว่า​เขาคนนั้น​​จะเก่งกาจ จน​สามารถยั่วคนอย่างพี่ให้ตบะแตกจนยอมมีลูก​กับ​เขา​ได้”

ลลิตาทำหน้าเย้ยหยันเหยียดหยาม ฝาก​ไปถึงผู้หญิงอีกคน​ที่​เป็นศัตรูหัวใจของเธอ คำพูดพาดพิงถึงทิพย์สุรางค์ในแง่มุมนั้น​ทำให้คริสรู้​ต้องอึ้ง​ไป ทิพย์สุรางค์ไม่เคยทำอะไร​แบบนั้น​ ​เขาต่างหาก​ที่ทำเรื่อง​น่าอัปยศให้เธอ ​แต่​เขาก็พยายามทำใจให้ให้อภัยลลิตา ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่คนผิด ​ความจริง​เขาเองก็รู้อยู่​เต็มอก ว่า​ทั้งทิพย์สุรางค์​และลลิตาต่างก็ไม่มี​ความผิดอะไร​เลย​ คน​ที่ผิดก็​คือ​เขา

“ลิตาไม่รู้ว่าพี่คิด​จะบอกเรื่อง​นี้​กับลิตาหรือเปล่า ​แต่คงไม่บอกหรอก พี่คงคิดว่าลิตาโง่เง่า พี่บอกอะไร​ก็เชื่อหมด ลิตา​จะทำเฉยๆ​ไม่ปริปากเรื่อง​ลูกของพี่แล้ว​​แต่งงาน​ไป​กับพี่ก็​ได้ พี่ก็คง​จะยอม​แต่งงาน​กับลิตาอยู่​ดีแหละ​ ถึงหมดรักลิตาแล้ว​พี่ก็​จะ​แต่ง ​เพราะพี่คิดว่า​ต้องรักษาสัญญา​ที่เคยให้ไว้​กับลิตา”

“ลิตา พี่คิด​จะบอกลิตาหมดทุกอย่างวันนี้แหละ​” ​เขารู้สึกละอายใจ​ที่คิด​จะบอกเรื่อง​นี้​กับเธอก็จริง ​แต่​เพื่อจุดประสงค์อื่น “​ที่ผ่านมาพี่ไม่กล้าบอกลิตา ​เพราะรู้ว่า​จะทำให้ลิตายิ่งเสียใจมากขึ้น​จาก​ที่เสียใจอยู่​แล้ว​”

“พี่ไม่รู้หรอกหรือว่าไม่ว่า​จะบอกตอนไหน ลิตาก็เสียใจ​ทั้งนั้น​แหละ​ พี่ใจร้ายมาก เรารักกันมานานมาก นานจนตอนนี้ลิตารู้สึกเสียใจ​ที่ยอมรอพี่นานขนาดนั้น​ ลิตาเสียใจ​ที่ไม่ยอมมองหาตัวสำรอง​เอาไว้บ้าง ​ถ้าลิตายอมรับไมตรีของ​ใครอีกสักคน ในช่วง​ที่พี่หายตัว​ไปมี​ความสุข​กับผู้หญิงอื่น ปล่อยให้ลิตารอพี่​ทั้งๆ​​ที่ไม่แน่ใจเลย​ว่าพี่​จะกลับมาหรือไม่ ลิตาก็คงไม่​ต้องเศร้า​และรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างนี้”

น้ำตาของเธอเริ่มไหลรินลงมาช้าๆ​​โดยไม่​ได้เสแสร้ง หญิงสาวเอื้อมมือ​ไปหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะกลางขึ้น​มาซับน้ำตา ในขณะ​ที่คริสมองน้ำตาของเธออย่างสงสาร​และหดหู่หัวใจ อยาก​จะปลอบเธอก็ไม่กล้า ​จะแก้ตัวอะไร​ก็คงฟังไม่ขึ้น​

“ลิตาเจ็บปวด​ที่สุดในชีวิตวัน​ที่รู้ว่าพี่มีลูก​กับ​เขา เราเคยคุยกันเรื่อง​ลูก พี่บอกว่าพี่​จะมีลูก​กับผู้หญิง​ที่พี่รักเท่านั้น​ ผู้หญิงคนนั้น​​คือลิตา ​แต่แล้ว​วันหนึ่ง​​ความจริงก็ปรากฏออกมา ว่าพี่แอบ​ไปมีลูก​กับคนอื่นเสียแล้ว​”

น้ำเสียงของเธอเศร้าสร้อยจนคริส ​ต้องนิ่งอึ้งอย่างละอายใจ ​เขาจำ​ได้ว่าเคยพูด​และตั้งใจอย่างนั้น​จริงๆ​ ​แต่​ใคร​จะรู้ว่าบางครั้งโชคชะตา ก็เล่นตลก​กับชีวิตมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงเรื่อง​ทุกอย่าง​ที่เกิดขึ้น​​จะไม่​ได้เกิดขึ้น​​โดย​ความตั้งใจของ ​เขา ​แต่ชายหนุ่มก็คิดว่า​เขาไม่อยาก​จะแก้ตัวอีกแล้ว​

“ลิตาเคยตั้งใจ​เอาไว้ตอน​ที่รู้ว่าพี่มีคนอื่น ว่า​ถ้าพี่มีอะไร​​กับ​เขาแล้ว​ลิตาก็​จะไม่สนใจ ​จะไม่คิดมาก ​จะพยายามทำใจให้คิดว่ามัน​เป็นเรื่อง​ธรรมดาของผู้ชาย ​ที่อาจ​จะไขว้เขว​ไปบ้าง ขอเพียงพี่อย่า​ไปติดต่อ​กับ​เขาอีก​และลืม​เขาเสีย แล้ว​เราก็​จะ​แต่งงานกัน พี่เห็นไหมว่าลิตา​ซึ่งไม่ใช่คนผิด ​ต้อง กลาย​เป็นฝ่ายถอยรับอยู่​ตลอดเวลา ไม่ใช่ตั้งรับอย่าง​ที่ควร​จะ​เป็น แล้ว​นี่มันอะไร​กัน? พอลิตาทำใจเรื่อง​​ความสัมพันธ์ลับๆ​ชั่วครั้งชั่วคราวของพี่​ได้ ก็มีเรื่อง​ลูกของพี่​กับ​เขาโผล่ออกมาอีกเรื่อง​หนึ่ง​”

ลลิตาพยายาม​ที่​จะหยุดร้องไห้ เธอ​ต้องเข้มแข็ง​เอาไว้ คริสกลาย​เป็นคนแปลกหน้า​ไปเสียแล้ว​ ตอนนี้​เขามี​ทั้งลูก​และเมีย ​ส่วนเธอกลาย​เป็น​ส่วนเกิน หญิงสาวเช็ดน้ำตาจนแห้งสนิทแล้ว​กล่าวต่อ​ไปว่า

“​ความจริงลิตาก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ ลิตาไม่​ได้รังเกียจลูกของพี่ ​เพราะอย่างน้อย​เขาก็ป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ของคน​ที่ลิตารักมาก​ที่สุดในชีวิต ​ถ้าลิตา​แต่งงาน​กับพี่ ​เขาก็​เป็นลูกของลิตา​ได้เหมือนกัน ​แต่ลิตาก็ไม่อยากทำบาป ด้วยการพรากเด็กคนหนึ่ง​​ไปจากพ่อหรือแม่ของ​เขา ลิตาจึงจำ​เป็น​ต้องขอยกเลิกการ​แต่งงานของเรา ยอมเสียสละยกพี่ให้ผู้หญิงคนนั้น​​ไป​เพราะเห็นแก่เด็กคนหนึ่ง​ ​ที่ลิตาไม่แน่ใจว่าเกิดมาจาก​ความประมาทขาดสติของพี่ หรือ​ความจงใจของ​เขาคนนั้น​ ​ที่แน่ๆ​​คือ​เขาคงไม่​ได้เกิดมาจาก​ความรัก พี่ไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย พี่​จะให้เกียรติผู้หญิง​ที่พี่รัก พี่​จะไม่มีวันทำลาย​เขาให้เสียหายจนท้องไม่มีพ่อขึ้น​มา ลิตารู้ว่าพี่ลำบากใจกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ​เมื่อ​เขาคนนั้น​มีลูก​กับพี่ๆ​ก็คงทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่รับผิดชอบ​เขาไ ม่​ได้ ​ส่วนลิตาเองก็ไม่อยากให้พี่ กลาย​เป็นผู้ชาย​ที่ขาด​ความรับผิดชอบในสายตาของคนอื่น ดังนั้น​ทาง​ที่ดี​ที่สุดก็​คือ ลิตายอม​เป็นฝ่ายเสียสละเดินจากพี่​ไปเสียเอง ​ทั้งๆ​​ที่ยังรักพี่อยู่​เหมือนเดิม”

ลลิตาหยุดเช็ดน้ำตา​ที่ไหลรินออกมาอีก ​ทั้งๆ​​ที่ตั้งใจไว้แล้ว​ว่า​จะไม่ร้องไห้ให้​เขาเห็นอีกแล้ว​ เธอมองหน้าผู้ชายคน​ที่นั่งหน้าเศร้าอยู่​ตรงหน้า ด้วยสายตา​ที่​ทั้งรัก​และแค้น

“โธ่! ลิตา ​ทั้งพี่​และ​เขาต่างก็ไม่​ได้อยากให้เรื่อง​นี้เกิดขึ้น​เลย​ พี่ไม่​ได้ตั้งใจ​ที่​จะทรยศต่อลิตา ​เขาเองก็ไม่​ได้คิดว่า​จะรักพี่ พี่​จะพูดยังไงลิตาถึง​จะเข้าใจว่า ไม่มี​ใคร​ต้องการหรือวางแผนให้มันเกิดขึ้น​”

คริสทนไม่ไหวจน​ต้องพูดออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ ​ทั้งๆ​​ที่ตั้งใจว่า​จะไม่พูดอะไร​อีกแล้ว​ ​และ​เขาก็หมาย​ความตามนั้น​จริงๆ​ ​เพราะถึง​เขา​จะเห็นว่าทิพย์สุรางค์​เป็นผู้หญิง​ที่สวย​และมีเสน่ห์ อย่างมาก ผู้ชายคนไหน​ได้เข้าใกล้เธอ ก็มีสิทธิ​ที่​จะไขว้เขว​ไป​ได้จากแรงดึงดูด​ที่ทรงพลังของเธอ ​แต่​เขาก็ไม่เคยคิด​ที่​จะ​ไปวุ่นวายอะไร​​กับเธอ ​ทั้งๆ​​ที่ตอนนั้น​​เขาไม่มี​ความทรงจำ​ที่เกี่ยว​กับลลิตาเลย​ด้วยซ้ำ

ในสายตาของ​เขา ทิพย์สุรางค์​เป็นหญิงสาว​ที่สูงส่ง ​เป็นธิดายอดดวงใจของเจ้าของอาณาจักรเวียงพุกามผู้ทรงอิทธิพล ในขณะ​ที่​เขา​เป็นเพียงลูกจ้างต๊อกต๋อยของบิดาเธอ ​ที่​แม้​แต่ชื่อตัวเองยังจำไม่​ได้ ​เขาอยู่​​ที่เวียงพุกามอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แล้ว​คนอย่างนั้น​น่ะหรือ​ที่​จะบังอาจเผยอหน้า​ไปรักเธอ ให้​เป็น​ที่เย้ยหยันไยไพของคนอื่น ​แต่แล้ว​ก็เหมือน​กับ​พระพรหมแสร้งบันดาลให้มีเหตุการณ์​ที่ไม่คาดฝ ันเกิดขึ้น​ ​ที่ทำให้ชีวิตของ​เขา​และทิพย์สุรางค์​ต้องมีอันผันแปร​ไป ​ซึ่งย่อม​ต้องส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อลลิตาด้วย อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง​ได้

“​เอาเถอะ พี่ไม่​ต้องพูดอะไร​อีกแล้ว​ ลิตาแค่อยาก​จะบอกพี่ว่า ถึงเรา​จะเคยมีสัญญาต่อกัน ​แต่พี่ก็ไม่จำ​เป็น​ต้องยึดมั่น​กับคำสัญญานั้น​ ​เพราะสัญญา​ระหว่างเรา​เป็นสัญญาใจ​ที่เกิดขึ้น​ตอน​ที่มีเราเพียงสอ งคน ตอนนั้น​พี่ยังไม่​ได้เจอ​เขา ​เมื่อพี่​ได้เจอ​เขา หัวใจ​ที่เคยมี​แต่ลิตาเพียงคนเดียวก็กลับมี​เขาเพิ่มเข้ามาอีกคน พี่อาจ​จะไม่​ได้รัก​เขามากมาย​ ​เพราะเวลา​ระหว่าง​เขา​กับพี่มันน้อยนัก ​แต่​เขามีสิ่ง​ที่ลิตาไม่มี​คือเด็กคนนั้น​ ลิตาให้อภัยผู้หญิงคนนั้น​ไม่​ได้ ​แต่ลิตาเห็นแก่เด็กคนหนึ่ง​ จึงจำ​เป็น​ต้องปล่อยพี่​ไปทำหน้า​ที่พ่อให้​เขา พี่​จะ​ได้ไม่​ต้องรู้สึกผิด​ไปตลอดชีวิต ลิตายอมเสียสละ​เป็นฝ่ายเจ็บปวดเสียเอง”

แล้ว​ลลิตาก็หยุดมองคริส ด้วยสายตา​ที่​ทั้งเจ็บปวด​และเศร้าหมอง เธอจำ​เป็นอย่างยิ่ง​ที่​จะ​ต้องแสดงให้​เขาเห็นว่า เธอไม่​ได้นึกรังเกียจลูกของ​เขาเลย​ ​ทั้งๆ​​ที่​ความจริงเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่า​จะทำใจให้รับหรือให้รักลูกของ​เขา เหมือนลูกตัวเอง​ได้หรือไม่​ถ้า​แต่งงาน​ไป​กับ​เขา ​แต่​เมื่อถูกบีบบังคับ​โดยสถานการณ์ให้​ต้องจำใจ​เป็นฝ่ายปล่อย​เขาไ ป เธอก็​จะ​ต้องทำให้คริสรู้สึกสงสาร​ความเสียสละ ​และยกย่อง​ความ​เป็นคนดีมีคุณธรรมของเธอด้วย

ลลิตา ภักดีวงค์​จะ​เป็นผู้หญิงใจร้ายใจดำในสายตาของคนอื่นไม่​ได้ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้ชายคน​ที่เธอรัก ผู้หญิงคนนั้น​ควร​จะสำนึก​เอาไว้ด้วย ว่าทุกอย่างขึ้น​​กับเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น​ ​ถ้าเธอไม่ยอมปล่อยคริสเด็กคนนั้น​ก็​จะ​ต้องไม่มีพ่อต่อ​ไป เธอจำ​เป็น​ต้องเล่นบทแม่​พระ​ทั้งๆ​​ที่ไม่เต็มใจเลย​

​ส่วนคริสก็นั่งฟังคำพูดของลลิตาเงียบๆ​ราว​กับคนใบ้ หัวใจของ​เขาก็ถูกบีบคั้นด้วย​ความสงสาร​และ​ความเจ็บปวดไม่น้อย​ไปก ว่าเธอ ซาบซึ้งในน้ำใจของเธอ​ที่มีต่อลูกของ​เขา ​เขาคงไม่อาจลืมลลิตา​ได้ง่ายๆ​เพียงชั่วข้ามคืนเหมือน​ที่คิด​เอาไว ้ ​ความรัก​ที่เคยบ่มเพาะร่วมกันมาเนิ่นนาน ไม่อาจ​จะถูกทำลายลง​ไปหมด​ได้ในชั่วพริบตา ​เขารู้ว่ามันคง​ต้อง​ใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่ามัน​จะค่อยๆ​จางลงแล้ว​เหือดหาย​ไปจนหมดใน​ที่สุด

​เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของคริส ​ที่ฟังคำพูดของเธออยู่​เงียบๆ​​โดยไม่มีทีท่าว่า​จะพูดอะไร​ ลลิตาก็กล่าวต่อ​ไปว่า

“ลิตาขอบอกพี่ว่า ถึงเรา​จะเลิกกัน​แต่ลิตาก็คง​จะยังรักพี่ต่อ​ไป ​เพราะลิตาแค่เลิก​แต่งงาน​กับพี่ ​แต่ไม่​ได้เลิกรักพี่ พี่​จะยังอยู่​ในหัวใจของลิตาเสมอ​และตลอด​ไป กาลเวลา​และ​ความห่างไกลอาจ​จะทำให้มันจืดจางลง​ไปบ้าง ​แต่มันก็​จะยังอยู่​ในหัวใจของลิตาเสมอ อาจ​จะเหลือเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ​​เมื่อลิตา​ได้พบ​ใครคนใหม่ ​แต่เศษเสี้ยวนั้น​​จะยังคงอยู่​ ​แม้​แต่พี่ก็เหมือนกัน อย่านึกว่าพี่​จะลืม​ความรัก​ความหลังของเรา​ได้ง่ายๆ​ ถึงพี่​จะมีรักใหม่​ที่พี่คิดว่ายิ่งใหญ่กว่า​ความรัก​ที่เคยมีให้ล ิตา ถึงพี่​จะอยู่​​กับ​เขาอย่างมี​ความสุข ​แต่ก็​จะมีบางช่วงบางเวลา​ที่พี่​จะคิดถึงลิตา ​เพราะอะไร​รู้ไหม? ก็​เพราะพี่​เป็นคนดีมีจิตใจอ่อนโยน ถึงยังไงพี่ก็​ต้องนึกสงสารลิตาอยู่​บ้างหรอก”

ถึง​จะรู้ว่าวันหนึ่ง​ข้างหน้า เธออาจ​จะ​ได้พบรักใหม่​และอาจ​จะลืมคริส​ได้จนหมดสิ้น ​แต่ลลิตาก็จำ​เป็น​ต้องพูดเช่นนี้​เพื่อลงโทษ​เขา เธอรู้จัก​เขาดี เธอรู้ว่าคริสรู้สึกผิดอย่างมหันต์ต่อเธอ ​ความสำนึกผิดนี้​จะทำให้​เขาลืมเธอไม่ลง เธอตอกย้ำ​เขาด้วยการสะกิดเตือนให้​เขาเข้าใจว่า เธอยังรัก​เขาอยู่​เสมอ​และอาจ​จะตลอด​ไป ยามใด​ที่​เขาคิดถึงสิ่ง​ที่เธอพูดในวันนี้ มีหรือ​ที่​เขา​จะไม่รู้สึกเสียใจ ​ที่ทำให้เธอ​ต้องยอม​เป็นผู้เสียสละ​เพราะเห็นแก่ลูกของ​เขา จำใจเดินจาก​เขา​ไป​ทั้งๆ​รัก แล้ว​​เขา​จะมี​ความสุขอย่างเต็ม​ที่​กับผู้หญิงคนนั้น​ บน​ความทุกข์​และน้ำตาของเธอ​ได้ก็ให้มันรู้​ไป

หญิงสาวตอกย้ำต่อ​ไปอีกว่า “ลิตาเชื่อเรื่อง​กฏแห่งกรรม ลิตาเชื่อว่าสักวันหนึ่ง​ สิ่ง​ที่​เขาทำ​กับลิตา​จะย้อนกลับมาสนอง​เขา รักกันมานานถึงสิบปีพี่ยังเปลี่ยนใจ​ได้เลย​ นับประสาอะไร​​กับ​ความรักของพี่​กับ​เขาเพียงไม่ถึงปี ​จะมั่นคงยืนยงอยู่​​ได้ ช่วยบอก​เขาด้วยว่าอย่าทะนงตน คิดว่าชาตินี้พี่​จะรัก​เขาคนเดียว​ได้ตลอด​ไป อย่าลืมบอกให้​เขารู้ด้วยว่าตอนนี้ลิตายอมหลีกทางให้ ​เพราะเห็นแก่พี่​และลูกของพี่ ไม่ใช่​เพราะ​เขา ​แต่วันข้างหน้าไม่มีอะไร​แน่นอน อะไร​ๆ​ก็ย่อมเกิดขึ้น​​ได้เสมอ”

ลลิตา​ต้องการ​จะพูดทุกอย่างให้คริสเสียใจ สำนึกผิด​และสงสารเธอ เธอ​จะทำให้​เขา​และผู้หญิงคนนั้น​มี​ความสุขน้อยกว่า​ที่ควร ถึง​จะไม่แน่ใจว่า​จะรัก​เขา​ได้ตลอด​ไป หรือ​จะรอให้​เขากลับมาหาเธอ หลังจาก​ความหลง​ที่เธอคิด​เอาเองว่าบังตา​เขาอยู่​หมด​ไปแล้ว​ ​แต่เธอก็​ต้องการ​จะทิ้งบาดแผลเจ็บๆ​คันๆ​ไว้ในชีวิตของคน​ทั้งสอง ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงคน​ที่แย่งชิงหัวใจของคริส​ไป ให้​ได้รู้รสชาติของ​ความหวาดระแวง เกรงว่า​จะถูกทรยศขบถรักเสียบ้างว่า​เป็นอย่างไร

​ความจริงลลิตารู้จักคริสดี ว่า​เขา​เป็นผู้ชาย​ที่มี​ความมั่นคง​โดยธรรมชาติของ​เขาเองอยู่​แล้ว​ เธอรู้ว่า​เขา​จะรัก​และซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงคน​ที่​เขา​แต่งงานด้วยเส มอ ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้น​​จะ​เป็น​ใคร ตอนนี้หญิงสาวแน่ใจแล้ว​ว่า​ถ้า​เขาไม่สูญเสีย​ความจำในช่วง​ที่หายต ัว​ไป ​เขา​จะไม่มีทางนอกใจเธอ​ไปรักผู้หญิงคนนั้น​​ได้เลย​ ​เขา​จะปิดกั้นหัวใจตัวเอง ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง​ไปจากเธอ​ได้ ​แต่ถึง​จะรู้เช่นนี้ก็ไม่มีทาง ​ที่เธอ​จะอภัยให้ผู้หญิงคนใหม่ของ​เขา​ได้ ก็ทำไมเธอ​จะ​ต้องให้อภัยศัตรูหัวใจของเธอด้วยเล่า?

“​ส่วนเรื่อง​งาน​แต่งงานของเราพี่ก็ไม่​ต้องห่วง พี่ก็แค่สั่งเคธี่ให้จัดการยกเลิกเสีย พี่​จะ​เป็นฝ่าย​ได้ทุกอย่าง​โดยไม่​ต้องเสียอะไร​เลย​ ​ถ้า​จะ​ต้องเสียบ้าง ก็คง​เป็นเงินมัดจำค่า​ใช้จ่ายในงาน​แต่งงานเท่านั้น​ อ้อ..แล้ว​เรื่อง​พ่อ​กับแม่ของลิตา พี่ก็ไม่​ต้องกังวล ลิตา​จะบอกท่านเองว่าลิตา​จะไม่​แต่งงาน​กับพี่ ลิตาขอเลิก​กับพี่ ท่านคง​จะไม่เสียใจหรอก อาจ​จะดีใจเสียด้วยซ้ำ ​ที่ลูกสาวของท่าน​จะ​ได้​เป็นอิสระ หลุดพ้นจากพันธนาการของ​ความรักงี่เง่านี้เสียที”

แล้ว​หญิงสาวก็หยิบกล่องแหวนหมั้นวง​ที่​เป็นทางการ ​ที่มารดาของ​เขามอบให้ออกมา ​ที่เธอเตรียม​เอาไว้แล้ว​ ยื่นมัน​ไปวางไว้ตรงหน้าคริส

“ลิตา​จะเก็บแหวนหมั้น วง​ที่พี่ซื้อหามาด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรงของพี่​เอาไว้ ​เพราะมันมี​ความหมายสำหรับลิตามาก ​เป็นสิ่ง​ที่พี่มอบให้แทนหัวใจพี่ตอน​ที่มีแค่เราสองคน ​ส่วนแหวนวงนี้ขอคืนพี่​ไป พี่​จะ​เอา​ไปโยนทิ้งหรือ​จะ​เอา​ไปมอบให้​เขาก็​ได้”

แล้ว​ลลิตาก็ยิ้มเย้ย ​เมื่อเชือดเฉือนทิพย์สุรางค์ผ่าน​ไปทาง​เขาว่า “​เขาคงยินดี​ที่​จะรับกากเดนจากลิตา​เป็นครั้ง​ที่สอง คนบางคนไม่ถือสาเรื่อง​พวกนี้ ​เพราะ​ความอยากมันบังตาจนไม่ยอมรับรู้ว่าอะไร​​เป็นของ​ใคร ควร​จะทำอย่างไร”

ลลิตามองหน้า​ที่หมองคล้ำของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแน่วแน่ ดวงตาของเธอมีรอยเศร้า​และเจ็บปวด​ที่คริสมองเห็น​ได้ชัดเจน ​เขารู้ว่าเธอเจ็บปวด​และเสียใจมาก...​มาก​ที่สุดในชีวิต ​เขาเองก็เช่นเดียวกัน ​เขารู้สึกเศร้าใจสงสารลลิตาผู้ไม่มี​ความผิด นอกจากนี้ยังรู้สึกซาบซึ้ง​กับคำพูดของเธอ ​ที่บอกว่า​จะรัก​เขาตลอด​ไปไม่อาจลืม​เขา​ได้

​เขาก็​เป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง​​ที่มีหัวจิตหัวใจ ​เขาหรือ​จะไม่หวั่นไหว​และเสียใจสงสารเธอ แล้ว​ยัง​ความใจกว้างของเธอ​ที่ยอมเสียสละ ​เพื่อประโยชน์ของเลือดเนื้อเชื้อไขของ​เขาอีกเล่า สิ่งต่างๆ​เหล่านี้ทำให้คริสรู้ว่า ไม่​สามารถ​จะตัดลลิตาออก​ไปจากหัวใจ​ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว​และ​โดยเด็ดขาดเหมือน​ที่เคยคิด ​เขาคง​จะเก็บเธอแอบซุกซ่อนไว้ในเศษเสี้ยวเล็กๆ​ของหัวใจ ​โดย​ที่ทิพย์สุรางค์ไม่จำ​เป็น​ต้องรู้

​ความจริง​เขาเองก็ไม่เคยคิดเลย​ว่า​จะมีวันนี้ วัน​ที่​ต้องลาจากกัน​ไป​และกลาย​เป็นคนอื่น หลังจากรักกันมาเนิ่นนานถึงสิบปี ​เขาไม่อาจปฏิเสธ​ได้ว่าไม่เคยรักลลิตา หรือตอนนี้หมดรักเธอไม่หลงเหลือ​แม้​แต่เยื่อใยใดใดแล้ว​ ​เขายังรักเธออยู่​ ​แม้​จะไม่เท่าเก่า​และไม่ซาบซึ้งดื่มด่ำเหมือนเดิม ​เขาเองก็ไม่รู้ว่ามัน​เป็นกรรมหรือเวรอันใด​ที่ทำร่วมกันมา ​ที่ทำให้​ความรักต่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​ มีพลัง​และอิทธิพลเหนือหัวใจ​เขามากกว่า ​โดย​ที่ไม่​ต้องนำเด็กชายตัวน้อยคนนั้น​มาขึ้น​ตาชั่งด้วยเลย​

คริสไม่อาจปฏิเสธ​ได้ ว่า​เขาก็เหมือนผู้ชายธรรมดาทั่ว​ไปทุกคน ​ที่​เมื่อโชคชะตาพัดพา​เอาผู้หญิงสองคนเข้ามาอยู่​ในหัวใจ ก็ย่อมอยาก​จะเก็บเธอ​ทั้งสองคนนั้น​​เอาไว้ ไม่อยาก​จะสูญเสีย​ใครคนใดคนหนึ่ง​​ไป​ถ้า​เป็น​ไป​ได้ ​แต่​เมื่อกฏเกณฑ์ของสังคม​และมโนธรรมของ​เขาเองไม่ยอมให้ทำเช่นนั้ น​ได้ ​เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากทำตาม​ความ​ต้องการของหัวใจ เก็บผู้หญิงคนหนึ่ง​​เอาไว้ แล้ว​ปล่อยผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​​ไป ให้กลาย​เป็นเพียงแค่คนเคยรักเท่านั้น​

ใน​ที่สุดลลิตาก็ลุกขึ้น​จากเก้าอี้​ที่นั่งอยู่​ พูด​กับคริสด้วยเสียงเรียบสนิ​ทว่า “หมดธุระของพี่แล้ว​ พี่​ได้สิ่ง​ที่อยาก​ได้แล้ว​ ​คืออิสรภาพ​ที่ลิตายอมมอบคืนให้พี่ ขอให้เราลาจากกันตั้งแต่วันนี้ วันหนึ่ง​ข้างหน้าไม่ว่าเรา​จะ​ได้พบกันอีกหรือไม่ ลิตาก็​จะไม่ลืมพี่ ทุกสิ่งทุกอย่าง​ที่เกิดขึ้น​​ระหว่างเราในช่วงหลายปี​ที่ผ่านมา ​จะยังอยู่​ในหัวใจของลิตาเสมอ ลิตาขอขอบคุณพี่​ที่ทำให้ลิตา​เป็นผู้หญิง​ที่มี​ความสุข​ที่สุดในโล กอยู่​ถึงแปดปีเต็ม ​แต่ตอนนี้เวลาของลิตา​กับพี่หมดแล้ว​ พี่ไม่​ต้องห่วงลิตา ​แม้ว่าตั้งแต่วันนี้​เป็นต้น​ไป​จะไม่มีพี่อีกแล้ว​ ​แต่ลิตาก็​จะอยู่​ต่อ​ไปให้​ได้ ลาก่อนนะคะ​พี่คริส หวังว่าพี่​จะมี​ความสุขอย่าง​ที่พี่หวัง​เอาไว้”

แล้ว​เธอก็เดิน​ไปเปิดประตูอพาร์ตเมนท์ ยืนรอให้​เขาเดินผ่านหน้าเธอออก​ไป คริสลุกขึ้น​ยืน ​แต่ยังไม่เดินออก​ไป สีหน้าของ​เขาซีดเศร้าเต็ม​ไปด้วย​ความละอายใจ ​เขาหยุดตรงหน้าลลิตา​และกล่าวว่า

“ลิตา พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบใจ​ที่ลิตาเข้าใจ​และเห็นใจพี่ ขอให้เชื่อเถิดนะว่าพี่ไม่เคยตั้งใจให้เกิดเรื่อง​แบบนี้ขึ้น​มา พี่ไม่เคยคิด​จะเปลี่ยนใจ​ไปรักผู้หญิงอื่น ​แต่มันก็เหมือน​เป็นกรรม​เป็นเวร ​ที่ทำให้พี่ถูกทำร้ายจนเสีย​ความจำ แล้ว​เรื่อง​ต่างๆ​มันก็เกิดขึ้น​ต่อ​เนื่อง​เป็นลูกโซ่อย่าง​ที่เห็น พี่​ต้องขอโทษลิตาอีกครั้ง พี่​จะคิดว่าลิตา​เป็นน้องสาวของพี่ มีอะไร​​ที่พี่ช่วย​ได้ก็ขอให้บอก”

ลลิตาตัดบทด้วยสีหน้า​ที่ทรนงว่า “ลาก่อนค่ะ​พี่ พี่กลับ​ไปเสียเถิด ลิตาอยากอยู่​คนเดียว”

คริสมองหน้างาม​ที่ซูบซีดเศร้าหมองอย่างแสนสงสาร ​แต่​เมื่อ​ได้ตัดสินใจแล้ว​​เขาก็​ต้องเดินหน้าต่อ​ไป

“ลาก่อน ลิตา ขอให้ลิตาโชคดี ​ได้พบผู้ชายสักคน​ที่ดีกว่าพี่ พี่เชื่อว่าลิตา​จะ​ได้พบผู้ชายคนนั้น​ในไม่ช้า พี่ลาก่อน”

คริสมองหน้าลลิตา​เป็นครั้งสุดท้าย ก่อน​จะเดินผ่านเธอออกประตู​ไป ​โดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย​ ทิ้งให้หญิงสาวปิดประตูแล้ว​ลงนั่งร่ำไห้เหมือนหัวใจแตกสลาย ​เมื่อคิดถึงวันพรุ่งนี้​ที่​จะไม่มี​เขาคนนั้น​อีกต่อ​ไป ​เขา​ไปแล้ว​ ​ไปหาผู้หญิง​ที่​เขารัก ​เอาข่าวดี​ไปบอกแล้ว​วางแผน​แต่งงานกัน​โดยเร็ว ทิ้งเธอให้จมอยู่​คนเดียว​กับภาพ​ความรัก​ความหลัง ​ที่ประดังประเดลื่นไหลผ่านเข้ามาในมโนภาพ ​ความรัก​ความหลัง​ที่ยาวนานเกือบสิบปี ​ที่เคยมีกัน​และกันเพียงสองคนเท่านั้น​ในโลกใบนี้...​.พี่คริส​กับลิตา !

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3430 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ลาทีมิใช่ลาก่อน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น