นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #55
ดอยสะเก็ด
...ลลิตาจ้องมองรูปในจอคอมพิวเตอร์ด้วยนัยน์ตา​ที่พร่าพราย ก้อนสะอื้นตันขึ้น​มาจนรู้สึกแน่นหน้าอก ​เขาคน​ที่​เป็นคู่หมั้น​ที่รักกันมายาวนาน ​กำลัง​จะ​แต่งงาน​กับเธ...

ตอน : ความหวังสุดท้าย

ลลิตาจ้องมองรูปในจอคอมพิวเตอร์ด้วยนัยน์ตา​ที่พร่าพราย ก้อนสะอื้นตันขึ้น​มาจนรู้สึกแน่นหน้าอก ​เขาคน​ที่​เป็นคู่หมั้น​ที่รักกันมายาวนาน ​กำลัง​จะ​แต่งงาน​กับเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือนั่น ​ที่​กำลังโอบกอดผู้หญิง​ที่อุ้มเด็กตัวเล็กๆ​คนหนึ่ง​อยู่​อย่างแนบแ น่น เด็กคนเดียว​กับ​ที่เธอเห็นในรูปถ่าย​ที่พบในห้องนอน​เขา รูป​ต่อมาก็ยัง​เป็น​เขา ผู้หญิงคนนั้น​​กับเด็กอีกนั่นแหละ​ ​แต่เปลี่ยน​เป็นรูป​เขา​กำลังจูบเด็ก​ที่อุ้มอยู่​อย่างรัก​ใคร่เอ็นด ู มีผู้หญิงคนนั้น​ยืนยิ้มอยู่​ใกล้ๆ​ ​และรูปสุดท้าย​คือรูป​ที่​เขาทำท่าเหมือน​กำลังขโมยจูบผู้หญิงคนนั้ น เห็น​ได้จากท่า​ที่เจ้าหล่อนพยายามป้องปัด ในขณะ​ที่​เขายื่นหน้าเข้า​ไปจนเกือบ​จะสัมผัสแก้ม

ลลิตาหลับตาลงจากภาพบาดใจ​ที่อยู่​ตรงหน้า พักใหญ่เธอก็ลืมตาขึ้น​มาใหม่ แล้ว​ซูมรูป​แต่ละรูปจนเต็มหน้าจอ เห็นสีหน้า​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความสุขของคริส สีหน้าของคน​ที่รู้สึกว่า​กำโลก​ทั้งใบไว้ในกำมือ ไม่ใช่สีหน้า​ที่บางครั้งแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา เห็นโลกมืดดำเวลา​ที่อยู่​​กับเธอในระยะหลังๆ​นี้

หญิงสาวผละจากจอคอมพิวเตอร์ เดิน​ไปนั่งแปะอย่างหมดเรี่ยวแรงบนเก้าอี้นวมนั่งสบายตัวหนึ่ง​ สมองมึนงงคิดอะไร​ไม่ออก สับสนทุรนทุรายแพ้พ่าย​และสิ้นหวัง ​แต่อีกอึดใจ​ต่อมา หัวใจ​ที่คับแค้น​เพราะถูกหญิงชาย​และเด็กคนหนึ่ง​ ช่วยกันกลุ้มรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ก็กระตุกโลดขึ้น​ ​พร้อม​ที่​จะต่อสู้​เป็นครั้งสุดท้าย ก่อน​ที่​จะหมดแรงล้มตายลง​ไป บอกตัวเองว่าทำไม​จะ​ต้องยอมแพ้​โดยยังไม่​ได้ต่อสู้ รูปแค่สองสามใบนี่น่ะหรือ​ที่​จะบีบให้เธอ​ต้องจำนนยอมปล่อยคริส​ไป รูปจริงหรือรูปปลอมก็ยังไม่แน่ใจเลย​

​แต่ถึง​จะจริง ก็ไม่เห็นจำ​เป็น​ต้องรับรู้เลย​นี่ ทำเฉยๆ​ไม่รู้ไม่ชี้แล้ว​​แต่งงาน​กับ​เขา​ไปเสียก็จบ ​ใครหน้าไหน​จะหาญกล้ามาชี้หน้าว่าเธอทำไม่ถูก คน​ที่ผิดในเรื่อง​นี้ไม่ใช่เธอ ผู้หญิงคนนั้น​​คือจำเลย​หมายเลขหนึ่ง​ จำเลย​​ที่หน้าด้านไร้​ทั้งศีลธรรม​และคุณธรรม บังอาจแย่งชิงชาย​ที่มีเจ้าของจับจองอยู่​แล้ว​​โดยชอบธรรม ชายผู้​ที่​ต้องพลอยตก​เป็นจำเลย​ร่วม​ไปด้วย ​เพราะถูกหลอกล่อด้วยเล่ห์เพทุบายของผู้หญิงคนนั้น​ ผู้หญิงคน​ที่เธอ​จะไม่มีวันอภัยให้​เป็นอันขาด
​แต่สำหรับคริสแล้ว​​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​ ​ถ้า​เขากลับมาหาเธอ ถึง​จะให้อภัยไม่​ได้ ​แต่เธอก็​พร้อม​จะลดหย่อนผ่อนโทษให้​เขา ดู​แต่ศาลสิ ยังยกโทษหรือลดหย่อนผ่อนโทษให้เลย​ ในกรณี​ที่จำเลย​ผู้นั้น​ไม่เคยกระทำ​ความผิดมาก่อน สมอง​ที่สับสนวุ่นวายของลลิตาเฝ้าเพ้อเจ้อ​ไปเรื่อย จับต้นชนปลายไม่ถูก

อีกครู่​ต่อมาลลิตา​ซึ่ง​กำลังสับสนวุ่นวายใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง​กับหลักฐานดังกล่าว ก็กลับมานั่ง​ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์​ที่เปิดค้างไว้อีกครั้งหนึ่ง​ หัวใจ​ที่ยังไม่ยอมรับ​ความจริง ยังพยายามคิดหาหนทาง​ที่อย่างน้อยก็​จะช่วยปลอบใจ ว่าหลักฐาน​ที่แสดงอยู่​ตรงหน้าไม่ใช่ของจริง อาจ​จะ​เป็นภาพ​ที่ตกแต่งหรือตัดต่อขึ้น​มาหลอกเธอให้เข้าใจผิดก็ได ้ รูปพวกนี้ไม่ใช่ของจริง อย่างน้อยก็คงไม่​ได้ถ่ายจากสถาน​ที่จริง ​เป็น​ไปไม่​ได้ สายสืบของมารดา​จะเข้า​ไปแอบถ่ายรูปพวกนั้น​ ในบ้านของผู้หญิงคนนั้น​​ได้อย่างไร ​เพราะเท่า​ที่​ได้ฟังมาจากคริส ​ที่เล่าให้บิดามารดาของ​เขา​และเธอเองฟังตอนกลับมาใหม่ๆ​ ว่า​เป็นไร่​และโรงบ่มยาสูบ​ที่มีอาณาเขตกว้างขวาง มีคนงานหลายสิบคน ก็น่า​จะ​เป็นสถาน​ที่​ที่มีคนพลุกพล่าน การลักลอบเข้า​ไปภายในคงทำไม่​ได้ง่ายๆ​

​แต่​เมื่อดวงตา​ที่พร่าพราย​และสมอง​ที่ยังมึนงง เพ่งดูรายละเอียดรอบตัวคนในรูปอยู่​หลายนาที ก็เห็นบาง​ส่วนของสิ่งก่อสร้าง ​ซึ่งน่า​จะ​เป็นตึกหลังใหญ่ อยู่​สูงขึ้น​​ไปบนยอดเนินใกล้ๆ​ มองไม่เห็นชัด​เพราะมีต้นไม้ใหญ่น้อยล้อมรอบ ​แต่แล้ว​...​​เมื่อเห็นรถเก๋งสีดำคันใหญ่​ที่จอดอยู่​ใกล้บันไดหินกว้างยาว ​ซึ่งลลิตารู้​โดยไม่​ต้องเสียเวลาคิดว่า​คือรถของคริส ​ที่ปกติ​จะเก็บอยู่​ในบ้าน​ที่ถนนสาทร เธอก็รู้แจ้ง​โดยไม่​ต้องสงสัยอีกต่อ​ไป ว่ารูปภาพเหล่านั้น​​เป็นของจริง

คน​ทั้งสามในรูปยืนอยู่​ด้วยกันบนลานหินกว้าง คน​ที่ถ่ายรูปพวกนี้คง​จะอยู่​ใน​ที่สูง เช่นบนต้นไม้​ที่อยู่​นอกบ้าน​และซูมกล้องเข้า​ไป ​เป็น​ไป​ได้ว่าผู้หญิง​และเด็กคง​จะออกมาส่งคริส ​ที่จอดรถไว้ตรงลานกว้างนั่น ​ซึ่งเธอเห็นว่าต่อจากลานนั้น​​เป็นถนน​ที่คง​จะนำออก​ไปนอกบริเวณบ้า น ​เขามาร่ำลากันตรงนั้น​หรืออย่างไร ร่ำลากันถาวร​เป็นครั้งสุดท้าย​เพื่อ​จะจากกัน​ไปตามทางของ​แต่ละคน แม่ลูกคู่นั้น​ก็อยู่​กันต่อ​ไปตามลำพังเหมือนเดิม ​ส่วนคริสก็กลับมา​แต่งงาน​กับเธอตามกำหนด หรือว่า​เป็นเพียงการร่ำลาชั่วคราว​พร้อมคำมั่นสัญญา ​ที่​จะมาจัดการเรื่อง​​ระหว่างเธอ​กับ​เขาให้เรียบร้อย​ ​เพื่อกลับ​ไปพบกันใหม่ในฐานะชายโสด ​ที่ไม่มีคู่หมั้นมา​เป็นพันธะอีกต่อ​ไป อย่างไรกันแน่ หญิงสาวคิดอย่างร้อนรนว่าเธอจำ​เป็น​ต้องรู้ให้แน่ชัด ​เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป

ลลิตาไม่รู้ว่าคริส​จะกลับมาอเมริกา​เมื่อไร ​แต่ก็ไม่น่า​จะเกินวันสองวันนี้ ​เพราะ​เขา​ต้องกลับมาทำงาน ​และก็คง​จะ​ต้องรีบกลับมารับหน้า ก่อน​ที่เธอ​จะรู้ว่า​เขาไม่​ได้อยู่​ในวอชิงตัน ดี.ซี.อย่าง​ที่ควร​จะอยู่​ แล้ว​หญิงสาวก็​ได้รับคำตอบกลางดึกของคืนนั้น​ ​เมื่อคุณลักษณาโทรศัพท์มาหา

“นี่..ลิตา แม่เพิ่งรู้จากนักสืบว่าคริสเดินทางกลับ​ไปอเมริกาแล้ว​ เพิ่งขึ้น​เครื่อง​เมื่อสักครู่นี้แหละ​ กลับ​ไปแล้ว​​เขาคง​จะ​ไปหาลิตา ลูกคิดออกหรือยังว่า​จะ​เอายังไง ​ถ้า​เป็นแม่ๆ​​จะถอนหมั้นเสียเลย​ ไม่​ต้องเสียเวลา​ไปซักถาม​เขาหรอก อะไร​ๆ​มันก็ชัดเจนขนาดนี้แล้ว​ เชื่อแม่เถิดนะ”

บุตรสาวของเธอนิ่งเงียบ​ไปครู่ใหญ่ ก่อน​จะตอบด้วยเสียงต่ำๆ​ว่า “ลิตายังไม่​ได้คิดว่า​จะทำยังไงต่อ​ไป คง​ต้องรอฟัง​เขาก่อน ก็อย่าง​ที่แม่ว่า ​เขาอาจ​จะ​ไปร่ำลากัน​เป็นครั้งสุดท้ายก็​ได้ แล้ว​ก็อาจ​จะจบกันแค่นั้น​”

ฟังเสียง​ที่ยังเต็ม​ไปด้วย​ความหวังของลลิตาแล้ว​ คุณลักษณาก็อึกอักพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกสิ่ง​ที่เธอสันนิษฐาน หลังจาก​ที่มีเวลาพิจารณารูปสามใบนั้น​อย่างถี่ถ้วนหลายครั้ง ในช่วงหลายชั่วโมง​ที่ผ่านมา เธอเห็นสีหน้าท่าทางของชายหญิงสองคน​ที่ปรากฏอยู่​ในรูป ​ที่ทำให้​สามารถตี​ความ​ได้อย่างไม่กลัวผิดว่า คน​ทั้งสองน่า​จะตกลงทำ​ความเข้าใจกัน​ได้ด้วยดี เห็น​ได้จากสีหน้า​และรอยยิ้ม​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความสุข ​ความสมหวัง

นอกจากนี้ คุณลักษณายังคิดอีกด้วยว่า ​ถ้าเธอ​เป็นคนอื่น ไม่​ได้เกี่ยวข้อง​เป็นอะไร​​กับลลิตา เธอก็คง​จะเห็นด้วยว่าพ่อแม่ลูกสามคนนั้น​ควร​จะ​ได้อยู่​ด้วยกัน เหมือนพ่อแม่ลูกอื่นๆ​ทั่ว​ไป ​แต่ลลิตา​เป็นลูกของเธอ ย่อม​เป็น​ไปไม่​ได้อยู่​แล้ว​ ​ที่เธอ​จะเห็นดีเห็นงาม​ไป​กับคนอื่นมากกว่าลูกของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ​แม้​จะเคียดแค้นคริส​และเจ็บใจแทนลลิตา​ที่ถูก​เขาทรยศ จนน่า​จะแก้แค้น​เขาไม่ให้​ได้สมหวัง​กับผู้หญิงคนนั้น​ ​แต่คุณลักษณาก็ไม่คิด​จะสนับสนุนลลิตาให้​แต่งงาน​กับคริสอีกแล้ว​ ประสพการณ์ชีวิตบอกให้เธอรู้ว่า ​ถ้าลลิตาดึงดัน​ที่​จะ​แต่งงาน​เพื่อ​เอาชนะผู้หญิงคนนั้น​ ​และ​แม้ว่าคริส​จะยอม​แต่งงานด้วยก็ใช่ว่าชีวิต​แต่งงาน​จะราบรื่น ใน​เมื่อ​เขาสองคนมีลูกด้วยกัน ลลิตา​จะแน่ใจ​ได้อย่างไร ว่า​เขา​จะไม่กลับ​ไปติดต่อกันอีก​โดยอ้างเรื่อง​ลูก ผู้หญิงผู้ชาย​ที่​แต่งงาน​และเลิกร้างกัน​ไปแล้ว​ อาจ​จะกลาย​เป็นคนอื่น​ได้ ​แต่ลูกนั้น​ไม่​สามารถ​จะ​เป็นคนอื่น​ไป​ได้เลย​ ถึงอย่างไรก็​ต้อง​เป็นลูกของพ่อของแม่คนเดิมอยู่​วันยังค่ำ

นอกจากนี้ คุณลักษณายังคิดต่อ​ไปอีกด้วยว่า ลลิตาคงไม่มีทาง​จะลืมเรื่อง​การทรยศขบถรักของคริสครั้งนี้​ได้เลย​ ตลอดชีวิต มัน​จะเหมือนหนามแหลม​ที่ค้างคา คอยทิ่มแทงหัวใจให้เจ็บปวดเลือดไหลอยู่​ตลอดเวลา แล้ว​ลูกสาวเธอ​จะทนอยู่​​กับคริส​ได้หรือ ขนาดเรื่อง​​ที่สามีนอกใจ​ไปมีสาวๆ​สวยๆ​อีกหลายคน ​แม้​จะรู้ว่าไม่มีอะไร​จริงจัง ​เพราะคุณปราโมชไม่เคยอุปการะเลี้ยงดู​ใครถาวร เบื่อขึ้น​มาก็เลิกแล้ว​มีคนใหม่ต่อ​ไป ไม่เคยแอบ​ไปมีลูก​กับผู้หญิงคนไหน เธอยังเจ็บปวดทุกข์ทรมานแทบทนไม่ไหวเลย​ แล้ว​นี่คริสมีลูก​กับผู้หญิงคนนั้น​​ทั้งคน มีหรือ​ที่ลลิตา​จะไม่ยิ่งเจ็บปวดมากกว่าหลายร้อยหลายพันเท่า

​และคนอย่างคริส​ที่คุณลักษณารู้จักมาตั้งแต่เกิด ว่า​เป็นคน​ที่มีจิตสำนึก​ความรับผิดชอบสูงน่ะหรือ ​จะไม่มีเยื่อใยใดใด​กับลูกของ​เขา ​ซึ่งแน่นอน​ที่​จะ​ต้องเผื้อแผ่​ไปถึงแม่ของลูกด้วย ​ถ้าผู้หญิงคนนั้น​ยังไม่ยอม​แต่งงาน​ไปเสีย​กับ​ใคร ลลิตา​จะเชื่อใจ​และมั่นใจใน​ความรักของคริส​ได้อีกต่อ​ไปหรือ? ชีวิต​แต่งงาน​ที่​ต้องคอยหวาดระแวง หมด​ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน​จะ​เป็นชีวิต​ที่มี​ความสุข​ได้อย่างไร?

“ทำไมแม่เงียบ​ไปล่ะคะ​?” หญิงสาวเริ่มสงสัย “มีอะไร​อีกหรือเปล่า?”
“ลิตา แม่​กำลังคิดว่าคริส​เขาอาจ​จะตัดสินใจแล้ว​ก็​ได้นะ” คุณลักษณาคิดว่าเธอจำ​เป็น​ต้องเตือนลลิตาทางอ้อมให้เตรียมตัว​เอา ไว้

“แม่หมาย​ความว่ายังไงคะ​ แม่ทราบหรือคะ​ว่าพี่คริสตัดสินใจแล้ว​?” เสียงของลลิตาสั่นด้วย​ความหวาดระแวง “หรือแม่รู้อะไร​มาอีก แม่รู้อะไร​ก็บอกลิตามาเถอะ อย่าปล่อยให้ลิตาโง่ต่อ​ไปเลย​”

คราวนี้คุณลักษณาอึกอัก ไม่อยาก​จะพูดหรอก​เพราะรู้ว่าลูก​จะ​ต้องเสียใจ ​และอีกอย่างเธอก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าคริส​จะตัดสินใจอย่างไร ​เป็นเพียงการสันนิษฐานของเธอเท่านั้น​

“เปล่า แม่ไม่​ได้รู้อะไร​เพิ่มหรอก” เธอนิ่ง​ไปอึดใจหนึ่ง​​เพื่อหาคำพูด​ที่​จะไม่แสลงใจลลิตาเกิน​ไปนัก “แม่แค่คิด​เอาเองน่ะ ​จะผิดหรือถูกก็ยังไม่รู้เลย​”

หญิงสาว​ที่​กำลังกลั้นใจฟังเรื่อง​​ที่คิดว่าคง​จะร้ายแรง ถอนใจยาวอย่างโล่งอก “โธ่ แม่ทำให้ลิตาตกใจแทบตาย นึกว่านักสืบแม่รู้มาว่าพี่คริสตัดสินใจแล้ว​ว่า​จะเก็บผู้หญิงคน นั้น​ไว้เสียอีก”

คราวนี้คุณลักษณาเริ่มเงอะงะ พูดอะไร​ไม่ออก รู้ทันทีว่าใจไม่แข็งพอ​ที่​จะทำลาย​ความหวัง​ที่ขณะนี้คง​จะเหลือริ บหรี่เต็มทีของบุตรสาว

“เอ้อ..ไม่มีอะไร​หรอก เพียง​แต่อยากให้ลิตาเตรียมตัวให้​พร้อม ​ไปถึงโน่นแล้ว​​เขาคงรีบ​ไปหาลิตา แม่ถึงอยากให้ลูกเตรียมตัวไว้ก่อน” ​แต่ใน​ที่สุด เธอก็ยังพยายามเตือนอยู่​ดี ​แม้​จะอ้อมเสียไกลก็ตาม

“​จะ​ต้องเตรียมตัวอะไร​เล่าคะ​ พี่คริสสิคะ​​ที่ควร​จะ​ต้องเตรียมตัว อย่างน้อยก็​ต้องเตรียมหาข้อแก้ตัวมาให้ลิตา ว่า​เขา​ไปหาผู้หญิงคนนั้น​ทำไม แล้ว​ยังเรื่อง​เด็กคนนั้น​อีก”

คุณลักษณาสงสารบุตรีจนอยาก​จะร้องไห้ออกมาดังๆ​ โธ่..ลูกเอ๋ย รู้เห็นขนาดนี้แล้ว​ยังทำราว​กับว่าคริส​จะเหมือนเดิม ไม่นึกสังหรณ์ใจบ้างเลย​หรือ ว่า​เขาอาจ​จะมาเอ่ยปากขอยกเลิกการ​แต่งงานก็​ได้ ก็ดูสีหน้าแววตา​ที่ล้นปรี่ด้วย​ความสุขของ​เขาในรูปพวกนั้น​สิ นี่ลลิตาตาบอด​ไปแล้ว​หรืออย่างไร

ใน​ที่สุด​เมื่ออดรนทนไม่​ได้ เธอก็ตัดสินใจบอกบุตรสาวแบบอ้อมๆ​ว่า “​ถ้าแม่​เป็นลิตาแม่​จะเตรียมตัวรับมือ​กับการตัดสินใจของคริส ​ซึ่ง​จะมีอยู่​แค่สองอย่างเท่านั้น​แหละ​ ​คือเลิก​กับผู้หญิงคนนั้น​​โดยเด็ดขาด ไม่กลับ​ไปติดต่อเกี่ยวข้องกันอีก หรือไม่ก็ยกเลิกการ​แต่งงาน​กับลูก​เพื่อ​ไปรับผิดชอบลูกเมียของ​เขา ”

ลลิตาร้องเสียงแหลมดังลั่นเข้ามาในหูของคุณลักษณา “แม่! แม่พูดแบบนั้น​​ได้ยังไง!? พี่คริสมีสิทธิอะไร​​ที่​จะ​เป็นคนตัดสินใจ แม่พูดเต็มปากเต็มคำ​ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนั้น​​เป็นเมียพี่คริส เมียบ้าบออะไร​ อย่างเก่งก็แค่พี่คริส​ไปมีอะไร​ด้วยชั่วครั้งชั่วคราว แล้ว​ถูกมันจับ​เพราะท้องขึ้น​มา แบบนี้น่ะหรือคะ​​ที่แม่เรียกว่าเมีย”

เสียงเกรี้ยวกราดของลูกสาว​ที่แผดเข้ามาในหู ไม่​ได้ทำให้คุณลักษณาโกรธ ตรงกันข้ามกลับนึกสงสาร​และเห็นใจด้วยซ้ำ เธอเข้าใจดีจนเกิน​จะเข้าใจว่าขณะนี้ลลิตา ​กำลังเจ็บปวด​กับ​ความจริง​ที่ว่าอย่างถึง​ที่สุด ​แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจยอมรับ​ได้ว่า​เป็น​ความจริง ​เพราะ​ถ้ารับ​ได้ก็เท่า​กับยอมรับ​ความพ่ายแพ้​ไปแล้ว​เกือบเต็มร้อย คน​ที่มี​ความเชื่อมั่นในตัวเองสูง​และรักษาหน้ามากอย่างลูกสาวเธอ น่ะหรือ ​จะยอมรับเรื่อง​พวกนี้​ได้​โดยไม่รู้สึกอะไร​

ถึงคุณลักษณา​จะเห็นใจลลิตา ​ที่อาจ​จะ​ต้องกลาย​เป็นผู้แพ้อย่างไม่ยุติธรรม ​แต่เธอก็รู้ดีว่าสงครามแห่ง​ความรัก ไม่ใช่แค่การแข่งขันของนักกีฬาในสนามกีฬาเท่านั้น​ ​แต่​เป็นสงคราม​ที่สับประยุทธห้ำหั่นกันในสนามหัวใจ ​ที่มีคู่แข่งเพียงสองคน ​ที่ถึงอย่างไรก็คล้ายคลึง​กับการแข่งขันในสนามกีฬาอยู่​บ้างก็ตรง ​ที่ ในบางครั้งบางกรณีการแพ้ชนะไม่​ได้อยู่​​ที่ฝีมือ ผู้ชนะไม่จำ​เป็น​ต้องมีฝีมือเหนือคู่แข่ง ​แต่​สามารถชนะอย่างพลิกล็อค​ได้ ด้วยการตัดสินชี้ขาดของกรรมการหรือเจ้าของสนาม ​ซึ่งอาจ​จะ​เป็นคนๆ​เดียวกัน ​จะ​โดย​ความพอใจ​ส่วนตัว อคติหรืออะไร​ก็ตาม ​ที่ช่วยพลิกผู้​ที่ควร​จะพ่ายแพ้ให้กลับมา​เป็นผู้ชนะ อย่างค้านสายตาคนดู​ทั้งสนาม​ได้เสมอ

คุณลักษณารีบประนีประนอม​โดยเร็วอย่างน่าสงสารว่า “จ้ะ​ จ้ะ​ แม่ขอโทษด้วย ไม่​ได้ตั้งใจ​จะทำให้ลิตาเสียใจหรอก” หลังจากนั้น​เธอก็เงียบกริบ ไม่กล้าพูดอะไร​อีกเลย​ ​ทั้งๆ​​ที่มีอะไร​อีกมากมาย​​ที่​จะเตือนบุตรสาว

“แม่บอกว่าพี่คริสเพิ่งขึ้น​เครื่อง ​ถ้างั้น​เขาคง​จะมาถึงพรุ่งนี้ ประมาณเ​ที่ยงๆ​ของ​ที่นี่” ลลิตาพูดเหมือนรำพึง

“นั่นสิ” คุณลักษณาพึมพำ​กับตัวเอง แล้ว​ก็อดไม่​ได้อีกตามเคย “แม่ว่า​เอางี้ดีไหม ช่วงนี้ลิตาอย่าเพิ่งพบ​เขาเลย​ ลูกน่า​จะหาเวลา​ไป​ที่ไหนสักวันสองวัน ​จะ​ได้มีเวลาคิดให้รอบคอบ ​เขามารูปไหนเรา​จะ​ได้ตอบโต้​ได้​โดยไม่เสียเปรียบ ดีไหมลูก”

​ที่แนะนำเช่นนั้น​​เพราะคุณลักษณาสังหรณ์ใจว่า คริสคง​จะรีบร้อนมาขอเลิก​กับลลิตา ​เพื่อหยุดการเตรียมงาน​แต่งงาน​ที่​กำลังรุดหน้า​ไป จนใกล้​จะถึงวันแจกบัตรเชิญอยู่​แล้ว​ ​ซึ่ง​ถ้ายังรีรอไม่พูดอะไร​อยู่​อีก ก็​จะทำให้เสียหายมากขึ้น​​ทั้งสองฝ่าย ​ถ้าบัตรเชิญออก​ไปแล้ว​​แต่ไม่มีการ​แต่งงานเกิดขึ้น​ เธอ​ต้องการให้ลลิตา มีเวลาอยู่​​กับตัวเองตามลำพังก่อน​ที่​จะเผชิญหน้า​กับคริส ​จะ​ได้​เอาคำพูดของเธอ​ไปไตร่ตรองให้รอบคอบ ​เพื่อ​ที่​จะตัดสินใจ​ได้อย่างถูก​ต้องอย่าง​ที่ควร​จะ​เป็น เลิกหลับหูหลับตาหลอกตัวเองอีกต่อ​ไป

คราวนี้ลลิตาไม่คัดค้าน เธอนิ่งอยู่​ครู่หนึ่ง​เหมือน​กำลัง​ใช้​ความคิด ก่อน​จะตอบกลับมาว่า “ดีเหมือนกันนะคะ​แม่ ลิตา​จะหายตัว​ไปสักสองสามวัน ให้พี่คริสตกใจเ​ที่ยววิ่งตามหาจนหัวหมุน​ไปเลย​”

บุตรสาวตัดสัญญาณโทรศัพท์​ไปนานแล้ว​ ​แต่คุณลักษณายังนั่งกลุ้มใจอยู่​คนเดียว ​ความ​เป็นห่วงลูกจากคำพูดของลลิตา​ที่เพิ่งโต้ตอบกัน ยิ่งทำให้กลัดกลุ้มมากขึ้น​ คืนนั้น​เธอกระสับกระส่ายนอนไม่หลับจน​ต้องลุกขึ้น​มากินยาให้หลับ ​เพื่อ​เอาแรงไว้หาช่องทางช่วยเหนี่ยวรั้งลลิตา ไม่ให้ทำอะไร​​ที่ร้ายแรงจนเกิดอันตรายแก่ตัวเอง ​เมื่อเหตุการณ์ผันแปร​ไปจาก​ความคาดหวัง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3428 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน ความหวังสุดท้าย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น