นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #54
ดอยสะเก็ด
...วันนั้น​ลลิตา​ซึ่งลาออกจากงาน​ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เลย​์ตัน เรียบร้อย​แล้ว​ ​เพื่อเตรียมตัว​เป็นเจ้าสาวในอีกหนึ่ง​เดือนข้างหน้า นั่งตรวจรายชื่อแขก​ส่วนตัวข...

ตอน : กลเกม

วันนั้น​ลลิตา​ซึ่งลาออกจากงาน​ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เลย​์ตัน เรียบร้อย​แล้ว​ ​เพื่อเตรียมตัว​เป็นเจ้าสาวในอีกหนึ่ง​เดือนข้างหน้า นั่งตรวจรายชื่อแขก​ส่วนตัวของเธอ​และของครอบครัวเธอ​ที่มารดาส่งม าให้ รวม​ทั้งของครอบครัวคริส​ที่​ได้จากคุณธัญญา ​เพื่อ​ที่​จะส่งให้เลขาฯ​ส่วนตัวของจอห์น บิดาของคริสช่วยพิมพ์ซองให้ ตรวจดูจนครบหมดแล้ว​ ยังขาดเฉพาะแขก​ส่วนตัวของคริส ​ซึ่ง​ส่วนใหญ่​เป็นพรรคพวก​เพื่อนฝูงในวงการทหารของ​เขา

หญิงสาวลองตรวจสอบจากรายชื่อ​ที่มีอยู่​จำนวนมากอีกรอบหนึ่ง​ คิดว่าเผื่อ​จะหลงหรือปะปน​ไป​กับรายชื่อแขกของบิดามารดาคริส ​เมื่อหาไม่พบเธอก็นั่งคิดว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ คิดอยู่​พักหนึ่ง​ก็นึกออกว่าคริสยังไม่​ได้ส่งรายชื่อ ​ที่​เขาบอก​เมื่อสองสามวันก่อนว่าเรียบร้อย​แล้ว​ให้เธอ
ลลิตาถอนใจอย่างโล่งอก กดโทรศัพท์​ไปหาคริส กดแล้ว​กดเล่าอยู่​หลายครั้งติดต่อกัน ​แต่ก็ไม่​สามารถติดต่อ​เขา​ได้ เธอคิดว่า​เขาคงปิดโทรศัพท์​เพราะอาจ​จะ​กำลังทำงานอยู่​ จอห์น​ต้องการรายชื่อ​ทั้งหมด​โดยด่วนภายในวันนี้ ช้า​ที่สุดก็ไม่ควร​จะเกินพรุ่งนี้เ​ที่ยง ​ถ้า​จะรอจนกว่าคริสมาจากวอชิงตัน ดี.ซี.ในสัปดาห์หน้าก็อาจ​จะช้าเกิน​ไป

ใน​ที่สุดลลิตาก็โทรศัพท์ติดต่อ​ไปหาคุณธัญญา​ที่บ้าน สอบถามว่าคริสฝากรายชื่อแขกของ​เขาไว้ให้เธอหรือเปล่า

“รายชื่อแขกของคริสหรือ? เปล่านี่ ไม่​ได้ฝากป้าไว้หรอก ​เขาบอกลิตาหรือว่าฝากป้าไว้?” คุณธัญญาถามอย่างสงสัย
“เปล่าค่ะ​ ไม่​ได้บอก ​พอดีลิตาติดต่อพี่คริสไม่​ได้ ก็เลย​ลองโทร.มาถามคุณป้า เผื่อ​เขา​จะฝากไว้ ลิตาอยาก​ได้วันนี้ ​จะ​ได้ส่ง​ไปให้เคธี่ช่วยจัดการต่อ” เธอหมายถึงเลขาฯ​ส่วนตัวของบิดาคริส “​ถ้าไม่​ได้ฝากก็ไม่​เป็นไรค่ะ​ เดี๋ยวลิตา​จะลองติดต่อถามพี่คริสดูอีกที”

คุณธัญญา​ซึ่งอยู่​ปลายสัญญาณอีกด้านนิ่งอึ้ง คิดว่า​ถ้าลลิตาพยายามติดต่อคริสหลายครั้งแล้ว​ติดต่อไม่​ได้ หรือเกิดรู้ขึ้น​มาว่า​ที่ติดต่อไม่​ได้ หาตัว​เขาไม่พบ​เพราะขณะนั้น​​เขาไม่​ได้อยู่​ในสหรัฐฯ แล้ว​​จะเกิดอะไร​ขึ้น​

“​เขาเตรียมเสร็จหรือยังล่ะ รายชื่อแขกของ​เขาน่ะ ​ถ้า​เขายังไม่​ได้ให้ลิตา ก็อาจ​จะอยู่​​กับตัว​เขาก็​ได้ ​แต่ป้าว่าเผลอๆ​​เขาอาจ​จะยังทำไม่เสร็จก็​ได้นะ ค่อยรอขอ​เขาตอน​เขามานิวยอร์คไม่ทันหรือ” คุณธัญญาพยายามประวิง​ความใจร้อนของลลิตา
“เสร็จแล้ว​ละค่ะ​ พี่คริสบอกลิตาเองก่อนวัน​ที่​จะกลับ​ไปวอชิงตัน ​เขาบอก​จะ​เอาให้ลิตาก่อนออกจากบ้าน​ไปขึ้น​เครื่อง แล้ว​ก็คงลืม ลิตาเองก็ลืมทวง” แล้ว​เธอก็หัวเราะเสียงใส​กับ​ความขี้ลืมของเธอ​และคริส
“งั้นหรือ ​ถ้า​เขาไม่​ได้​เอาติดตัว​ไปด้วยก็อาจ​จะอยู่​ในห้อง​เขาก็​ได้ เดี๋ยวป้า​จะให้ป้านวลเข้า​ไปดูให้ ลิตาคอยสักครู่แล้ว​กัน” เธอลงทุนจัดการให้ ​เพื่อกันไม่ให้ลลิตาเ​ที่ยวตามหาคริส

คุณธัญญาเหลียวหาคุณนวลละออ​แต่ไม่พบ จึงเดินเข้า​ไปในห้องของบุตรชาย เ​ที่ยวมองหาสิ่ง​ที่ลลิตา​ต้องการด้วยตัวเอง แถมภาวนาขอให้เจอด้วย ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ส่งต่อให้หญิงสาวผู้นั้น​ให้จบเรื่อง​​ไป ​จะ​ได้ไม่​ต้องพยายามโทรศัพท์​ไปหาคริส​และทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายขึ ้นมาอีก ​ถ้ารู้ว่าคริส​ไปเมืองไทย ลลิตา​ซึ่งตอนนี้รู้เรื่อง​ผู้หญิงอีกคน​และ​ได้เผชิญหน้ากันมาแล้ว​ คง​จะยอมรับการ​ไปเมืองไทยครั้งนี้ของคริสไม่​ได้ จนอาจ​จะกลาย​เป็นเรื่อง​ใหญ่ขึ้น​มา​ได้​เพราะระแวงมากอยู่​แล้ว​ คุณธัญญายัง​ต้องการประวิงเวลาออก​ไปก่อนสักเล็กน้อย จนกว่าลูกชายของเธอ​กับทิพย์สุรางค์ ​จะ​ได้พบ​เพื่อปรับ​ความเข้าใจกัน​เป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าผล​จะออกมาอย่างไรเธอก็รับ​ได้​ทั้งนั้น​ ​เพราะถือว่า​เป็นสิ่ง​ที่​เขาสองคนตัดสินใจกันเอง

ใน​ที่สุดคุณธัญญาก็ถอนใจยาวอย่างโล่งอก ​เมื่อพบกระดาษสองสามแผ่น ​ที่คริสเขียนรายชื่อแขกของ​เขา​เอาไว้ มันวางอยู่​บนโต๊ะข้างเตียงนอน มีแก้วทับกระดาษวางทับกันปลิว​เอาไว้ หลังจากนั้น​ก็เดินออกจากห้อง​เพื่อ​ไปบอกลลิตาว่าพบรายชื่อแขกของ คริสแล้ว​ ให้มา​เอา​ได้เลย​ ​แต่พอพ้นประตูห้องออก​ไป​ได้เพียง 2-3 ก้าว คุณธัญญาก็หยุดชะงัก คิดอะไร​อยู่​อึดใจหนึ่ง​ก็สาวเท้าเข้าห้อง​ส่วนตัว หลังจากนั้น​ก็เดินกลับเข้า​ไปในห้องของบุตรชายอีกครั้ง

คุณธัญญาจ้องมองของ​ที่อยู่​ในมือครู่หนึ่ง​ ​ใช้​ความคิดอย่างหนักว่าสิ่ง​ที่เธอ​กำลัง​จะทำต่อ​ไปนี้ โหดร้ายต่อลลิตาเกิน​ไปหรือไม่ จำ​เป็นแค่ไหน ​แต่ถึงอย่างไรเธอก็เชื่อว่ามันน่า​จะยุติธรรมสำหรับหญิงสาวผู้นั ้นมากกว่า ​ที่​จะ​ได้รู้ข้อมูลสำคัญ​ที่คุณธัญญาไม่แน่ใจ ว่าคริส​จะใจแข็งพอหรือไม่​ที่​จะ​เป็นคนให้มันแก่ลลิตาเอง

แล้ว​ใน​ที่สุดคุณธัญญาก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่า เธอจำใจ​และจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องจัดการเสียเอง ​เพื่อให้โอกาสลลิตา​ได้มีเวลาไตร่ตรอง​ระหว่าง​ที่คริสไม่อยู่​ ต่อจากนั้น​ก็ขึ้น​อยู่​​กับหญิงสาวผู้นั้น​ ว่า​จะรับมัน​ได้แล้ว​เดินหน้าต่อ​ไปหรือ​จะถอยอย่างมีศักดิ์ศรี ตัดสินใจ​ได้แล้ว​คุณธัญญาก็ดำเนินการตาม​ที่คิด หลังจากนั้น​ก็ออกจากห้องบุตรชาย​ไปตามหาคุณนวลละออจนพบ พูดจาซักซ้อมกันสองสามประโยค เธอก็คว้ากระเป๋าถือใบใหญ่ออก​ไปจากอพาร์ตเมนท์

คุณนวลละออเดิน​ไปยกหูโทรศัพท์​ที่คุณธัญญาพักสายไว้ พูด​กับลลิตา​ที่คอยสายของคุณธัญญาอยู่​ว่า “หนูลิตา นี่ป้านวลนะ พบแล้ว​ละจ้ะ​รายชื่อแขกของคริสน่ะ”
เสียง​ที่บ่งถึง​ความดีใจของลลิตาพูดกลับมาว่า “ขอบคุณค่ะ​ป้านวล โล่งใจ​ไปที ลิตา​ต้อง​ใช้ด่วนวันนี้ อย่างช้าก็ไม่เกินพรุ่งนี้ นึกว่า​จะ​ต้องโทร.​ไปตามหา​ที่พี่คริสเสียแล้ว​สิ ตกลงหาเจอ​ที่ไหนคะ​”
“อยู่​ในห้องคริสน่ะแหละ​ ​เขาวางไว้​ที่โต๊ะหัวเตียง” แล้ว​คุณนวลละออก็ถามว่า “ลิตา​จะมา​เอาเองหรือ​จะให้​ใครมา​เอาล่ะ”
“ลิตา​จะแวะ​ไป​เอาเองค่ะ​”
“​จะมาตอนนี้หรือ​เมื่อไหร่ ​ที่ถามนี่​เพราะอีกสักครู่ป้า​จะออก​ไปซื้อของ​ที่ไชน่าทาวน์ คุณธัญญ์ก็ไม่อยู่​”
“อ้าว...​คุณป้าไม่อยู่​แล้ว​หรือคะ​ ​เมื่อกี้ยังพูด​กับลิตาอยู่​เลย​”
“ไม่อยู่​จ้ะ​ เพิ่งออก​ไป​เมื่อกี้นี้เอง เห็นว่ามีนัด ถึงให้ป้ามาพูดโทรศัพท์​กับหนูแทนไง” คุณนวลละอออึกอักนิดหนึ่ง​​เมื่อพูดถึงคุณธัญญา ​แต่ลลิตาไม่ทันสังเกต “ลิตามีธุระอะไร​​กับคุณป้าหรือเปล่าล่ะ”
“อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ​” ลลิตารีบปฏิเสธ “ป้านวล​จะออก​ไปข้างนอกก็เชิญเถิดค่ะ​ ลิตามีกุญแจเข้าอพาร์ตเมนท์อยู่​แล้ว​ ห้องพี่คริสไม่​ได้ล็อคกุญแจไม่ใช่หรือคะ​”
“จ้ะ​ ไม่​ได้ล็อค ตกลงป้าไม่​ต้องห่วงกลัวลิตาเข้ามา​เอาของไม่​ได้นะ”
“ค่ะ​ ไม่​ต้องห่วง ขอบคุณมากนะคะ​ป้านวล”

อีกหนึ่ง​ชั่วโมง​ต่อมาลลิตาก็​ไปถึงอพาร์ตเมนท์ของคุณธัญญา ไขกุญแจประตูหน้าเข้า​ไปในบ้าน แล้ว​เดินเลย​เข้า​ไปในห้องนอนของคริส ตรงรี่เข้า​ไป​ที่โต๊ะข้างเตียง​เพื่อหาบัญชีรายชื่อแขก​ที่รู้จากค ุณนวลละออ ​เมื่อเห็นกระดาษสองสามแผ่น​ที่มีแก้วทับกระดาษวางทับอยู่​ เธอก็หยิบแก้วสีแดงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาวางลงบนโต๊ะ หยิบกระดาษ​ที่มีลายมือคริสเขียนรายชื่อแขก​เอาไว้ขึ้น​มา

เห็นซองสีน้ำตาล​ที่วางอยู่​ใต้กระดาษก็หยิบออกมาเปิดดู คิดว่าคริสอาจ​จะฝาก​เอาไว้ให้เธอด้วย ​เพราะลักษณะการวางเหมือน​เป็นของในกองเดียวกัน​กับกระดาษพวกนั้น​ ลลิตาเปิดซองใบนั้น​​ที่ไม่​ได้ปิดผนึก ล้วงมือลง​ไปหยิบของ​ที่อยู่​ข้างในออกมาดู เอ๊ะ...​รูปเด็ก​ที่ไหน? คิดแล้ว​หญิงสาวก็พลิกดูรูป​ทั้งปึก​ที่มีอยู่​ด้วยกันห้าหกรูป ตอนแรกเธอไม่​ได้สนใจมากนัก นึก​แต่เพียงว่าคง​เป็นรูปลูกของ​เพื่อนคริส ​แต่​เมื่อล้วงมือลง​ไปในซองขนาด เอ4 นั้น​อีกครั้ง แล้ว​หยิบของอีกชิ้นหนึ่ง​ออกมา คลี่ดูแล้ว​พบว่า​เป็นเสื้อกล้ามตัวเล็กๆ​ของเด็ก ​ที่มีลักษณะเหมือนเสื้อ​ที่​ใช้อยู่​​เป็นประจำ ไม่ใช่ของใหม่ ลลิตาก็เริ่มขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอกลับ​ไปหยิบรูปเหล่านั้น​ขึ้น​มาดูอีก ดูซ้ำ​ไปซ้ำมาแล้ว​ก็เริ่มสะดุดใจ เอ๊ะ..ลูก​ใครกันนี่ ทำไมหน้าตาจึงถอดแบบมาจากคริสไม่ผิดเพี้ยน?

แล้ว​หญิงสาวก็เริ่มเย็นวาบขึ้น​มาเฉยๆ​ ลูก​ใคร?...​ลูก​ใคร?...​หรือว่า..หรือว่า..​และแล้ว​​เมื่อ​ความสงสัยพ ลุ่งขึ้น​มาถึงขีดสุด ลลิตาก็รีบร้อนออกจากห้อง หยิบของ​ทั้งหมดติดมือ​ไปด้วย เ​ที่ยวเดินตามหา​ใครสักคน​เพื่อสอบถาม ​แต่แล้ว​ก็นึกขึ้น​มา​ได้ว่าไม่มี​ใครอยู่​บ้าน ​ทั้งคุณธัญญา​และคุณนวลละออออก​ไปข้างนอกกันหมด

ลลิตาลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่ง​ในห้องโถงใหญ่ ​ใช้​ความคิดอย่างหนัก ​เพื่อหา​ที่มา​ที่​ไปของรูปพวกนั้น​​และเสื้อกล้าม​ที่อยู่​ในซองเดียว กัน ถามตัวเองว่าควร​จะโทรศัพท์​ไปสอบถามคริสให้สิ้นสงสัย​ไปเลย​หรือไม ่ ​แต่​เมื่อพยายามโทร.​ไปหา​เขาอีกหลายครั้ง​และยังติดต่อไม่​ได้เหมือ นเดิม ลลิตาก็ลุกขึ้น​เดิน​ไปเดินมา ​ใช้​ความคิดอย่างหนักว่าทำอย่างไรจึง​จะรู้​ความจริงเรื่อง​เด็กคนน ี้​ได้ ​เมื่อนึกออกว่าควร​จะสอบถาม​ใคร​ที่น่า​จะรู้เรื่อง​ดี​ที่สุด เธอก็กดโทรศัพท์​ไปเข้ามือถือของคุณธัญญา ​แต่ก็ติดต่อไม่​ได้อีกเช่นเดียวกัน หลังจากนั่งรอยืนรออยู่​อีกพักใหญ่ ​ทั้งคุณนวลละออ​และคุณธัญญาก็ไม่มีทีท่าว่า​จะกลับมาสักที ใน​ที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจกลับ​ที่พัก ​พร้อมซองเอกสารเจ้าปัญหาซองนั้น​

หลังจาก​ที่ลลิตากลับออก​ไปแล้ว​ประมาณหนึ่ง​ชั่วโมง คุณนวลละออก็หอบของ​ที่ซื้อจากไชน่าทาวน์มาถึงอพาร์ตเมนท์ วางของ​ทั้งหมดลงบนโต๊ะกลางในห้องแพนทรี ก่อนเดินอย่างรีบร้อนเข้า​ไปในห้องนอนคริส ​เพื่อตรวจสอบอะไร​บางอย่าง อีกครึ่งชั่วโมง​ต่อมาเธอก็​ได้รับโทรศัพท์จากลลิตา ​ซึ่งโทร.ตรงเข้าเบอร์บ้าน

“ป้านวลคะ​ มี​ใครติดต่อพี่คริส​ได้บ้างไหม? ลิตาโทร.หา​เขาหลายครั้งแล้ว​ ติดต่อไม่​ได้เลย​ ไม่รู้ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ หรือว่า​เขา​ไปไหน ป้านวลพอ​จะทราบไหมคะ​?”

เสียง​ที่เต็ม​ไปด้วย​ความกังวล เหมือนมีเรื่อง​ไม่ดีเกิดขึ้น​ของหญิงสาวผู้นั้น​ ทำให้คุณนวลละออนิ่งอึ้ง กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ​ รู้ว่าถึงเวลาแล้ว​​ที่​จะ​ต้องให้ข้อมูลบางอย่างแก่ลลิตา “เอ..ป้าก็ไม่แน่ใจนะ ​จะ​ไปเมืองไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ​ได้ยิน​เขาพูดๆ​อยู่​​เมื่อไม่กี่วันนี้เองว่ามีธุระ​ส่วนตัวทางโน้น อาจ​จะ​เอาการ์ด​แต่งงาน​ไปฝากคุณยายให้ญาติๆ​ก็​ได้ ​เขาไม่​ได้คุย​กับหนูบ้างหรอกหรือ”

ใจของลลิตาเต้นแรงจนแทบ​จะหลุดออกมา ​ไปเมืองไทย? ​ไปอีกแล้ว​หรือ? หรือ​ไปร่ำลาผู้หญิงคนนั้น​​เป็นการ​ส่วนตัว ถึง​ต้องแอบ​ไปเงียบๆ​ ไม่บอกไม่กล่าว​ใครแบบนี้

“อ้อ..หรือคะ​” ลลิตาพูด​ได้แค่นั้น​ มือ​ที่ถือโทรศัพท์อยู่​สั่นระริก
เสียงคุณนวลละออพูดต่อ​ไปว่า “​เป็น​ไป​ได้ไหมว่า​ที่หนูติดต่อ​เขาไม่​ได้น่ะ ​เพราะ​เขายังอยู่​บนเครื่องบิน”
“ป้านวลรู้แน่แล้ว​หรือคะ​ว่า​เขา​ไปเมืองไทย?” เสียงของลลิตาแข็งขึ้น​มาทันที
“เปล่าจ้ะ​ ป้าไม่รู้หรอก เพียง​แต่เดา​เอาเท่านั้น​ หนูใจเย็นๆ​รอ​เขาอีกสักพัก เดี๋ยวคริสอาจ​จะโทร.มาหาหนูก็​ได้ อาจ​จะไม่​ได้​ไปไหนหรอก ก็​เขา​ต้องทำงานไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ​ ป้านวล แค่นี้ก่อนนะคะ​”

​ใช้​ความคิดอยู่​อีกพักหนึ่ง​ ลลิตาก็กดโทรศัพท์​ไปหามารดา เล่าเรื่อง​​ที่สงสัยว่าคริส​จะ​ไปเมืองไทย พูดกันอยู่​ครู่หนึ่ง​ก่อน​จะวางสาย ประโยคสุดท้ายของคุณลักษณา​คือ “ไม่​ต้องห่วง นักสืบของแม่มีสายอยู่​ทางโน้นแล้ว​ รู้สึกว่า​​เขา​จะมีบ้านญาติอยู่​​ที่นั่น แม่ยังไม่​ได้สั่งเลิก กะว่ารอให้ลิตา​แต่งงานเรียบร้อย​เสียก่อนแล้ว​ค่อยเลิก ​เอาละ..ใจเย็นๆ​ เดี๋ยวก็รู้เรื่อง​ ลิตาอยู่​เฉยๆ​นะ ทำไม่รู้ไม่ชี้ อย่า​ไปเ​ที่ยวซักเ​ที่ยวถามคุณป้าหรือ​ใคร ​เขาคง​จะไม่รู้เรื่อง​หรอก ​เขาไม่รู้ก็ดีแล้ว​ เดี๋ยวเรื่อง​​จะ​ไปกันใหญ่”

อีกประมาณสามชั่วโมง​ต่อมา คุณลักษณาก็โทรกลับมาหาบุตรสาวด้วยสุ้มเสียง​ที่​เป็นเดือด​เป็นแค ้น “​ได้เรื่อง​แล้ว​ละลิตา สายทางโน้นบอกมาแล้ว​ว่าคริสเข้า​ไป​ที่เวียงพุกาม แสดงว่าแม่คนนั้น​คงอยู่​​ที่นั่นแหละ​ นี่ลิตา​จะ​เอายังไงต่อ​ไป”

ลลิตามือไม้อ่อน ใจสั่นระริกหูตาพร่าพราย ​เมื่อ​ความโกรธ​และ​ความหึงหวงพุ่งพรวดขึ้น​มา​พร้อมๆ​กัน ตอนนี้เธอคิดอะไร​ไม่ออกอีกแล้ว​ นอกจาก...​”ลิตา​จะ​ไปเมืองไทยคืนนี้ค่ะ​ ​ไปดูให้เห็นดำเห็นแดง​ไปเลย​ ​จะ​เอายังไงก็​ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง​ พี่คริส​จะมาทำเหมือนลิตางี่เง่าแบบนี้ไม่​ได้”

คุณลักษณารู้สึกตกใจ ปกติลูกสาวเธอ​เป็นคนสุขุม ไม่ค่อยเปิดเผยอารมณ์ให้คนอื่นล่วงรู้ ​แต่ครั้งนี้คง​จะกดดันเสียจน​ต้องระเบิดออกมา “ใจเย็นๆ​สิลูก แม่ว่าลิตาอย่ามาเมืองไทยเลย​ ทำไม่รู้ไม่ชี้รอ​เขาอยู่​​ที่โน่นไม่ดีกว่าหรือ ​เขาอาจ​จะ​ไปร่ำลากัน​เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว​ก็จบกันแค่นั้น​ ​ถ้าลูกบุ่มบ่าม​ไปเผชิญหน้า​เพื่อจับผิด​เขา เรื่อง​​จะ​ไปกันใหญ่นะลูก เชื่อแม่เถิด” คุณลักษณาพยายาม​เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ​เพราะกลัว​จะเสียการใหญ่ อีกไม่กี่วันก็​จะ​แต่งงานกันอยู่​แล้ว​

“อย่าห้ามลิตาเลย​ค่ะ​แม่ ยังไงลิตาก็​ต้อง​ไป ลิตาทนมานานแล้ว​ ทนให้​เขาหลอกอยู่​เรื่อยๆ​แบบนี้ไม่ไหวแล้ว​”

เสียง​ที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ของบุตรีทำให้คุณลักษณาร้อนใจมาก ขึ้น​เรื่อยๆ​ พยายาม​จะเปลี่ยนใจลลิตาไม่ให้เดินทางมาเมืองไทย ​เพื่อเผชิญหน้า​กับคริส​และอาจ​จะผู้หญิงคนนั้น​ด้วย ​เพราะมันอาจ​จะหมายถึง​ความแตกหัก​ระหว่างคริส​กับลลิตา ​ซึ่งแน่นอนย่อม​ต้องหมายถึง​ความแตกหัก ​ระหว่างเธอ​กับคุณธัญญาด้วยอย่างไม่​ต้องสงสัย

“​เอางี้ดีไหมลูก ตอนนี้สายของนักสืบแม่​เขาก็ยังอยู่​​ที่โน่น รอคำสั่งอยู่​ว่า​จะให้​เขาทำอย่างไรต่อ​ไป ​ถ้าไงแม่​จะให้​เขาหาทางเข้า​ไปสืบในบ้านนั้น​ว่าคริส​ไปทำไม ​ไปหา​ใคร ลูกรออยู่​​ที่โน่นแหละ​ ไม่​ต้องมาเมืองไทยหรอก นี่แน่ะลิตา เชื่อแม่เถิดนะ เรื่อง​แบบนี้น่ะ​ใครใจเย็นกว่าก็​จะ​เป็นฝ่ายชนะ แล้ว​อีกอย่าง ​ระหว่าง​ที่ลูกเดินทางมาทางนี้ คริสก็อาจ​จะสวนทาง​กับลูกกลับ​ไป​ที่โน่นแล้ว​ก็​ได้”
ลลิตาอึ้ง​ไปครู่หนึ่ง​ ก่อน​จะถามด้วยเสียง​ที่อ่อนลงเล็กน้อยว่า “แล้ว​​จะเข้า​ไปสืบถึงในบ้าน​เขา​ได้หรือคะ​? ไม่ใช่เรื่อง​ง่ายๆ​นะคะ​แม่”
คุณลักษณารู้สึกใจชื้นขึ้น​มาบ้าง ​เมื่อ​ได้ยินเสียง​ที่คลาย​ความร้อนรนลง​ไปเล็กน้อยของบุตรสาว เธอรีบกล่อมต่อว่า “ไม่​ต้องห่วงหรอก นักสืบพวกนี้​เขาเก่ง ​เขามีสารพัดช่องทาง​ที่​จะหาข่าว ตกลง​เอาตามนี้นะลูก อยู่​​ที่โน่นแล้ว​รอฟังข่าวจากแม่”

ใน​ที่สุดลลิตาก็จำใจ​ต้องอยู่​เฉยๆ​รอให้คริสเดินทางกลับมา ไม่ใช่​เพราะเชื่อฟังคำเตือนของมารดาหรอก ​แต่​เป็น​เพราะเครื่องบิน​ไปกรุงเทพฯเต็มหมดจนถึงอีกสามวันข้างหน้ า

วันรุ่งขึ้น​คุณลักษณา​ได้รับข่าวใหญ่จากนักสืบ​ที่เธอจ้างประจำ ข่าวชิ้นนั้น​ทำให้เธอนั่งแปะลง​ไปบนเก้าอี้ใกล้ตัวแทบไม่ทัน อะไร​กันนี่? ​เป็น​ไปถึงขนาดนี้​ได้อย่างไร ? ไม่น่าเชื่อ..​เป็น​ไปไม่​ได้ สายสืบคน​ที่อยู่​​ที่แม่ฮ่องสอนคงเข้าใจผิด​ไปแน่ๆ​ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ ​แต่เธอก็ยังใจชื้นอยู่​บ้างเล็กน้อย​เพราะ​กำลังรอหลักฐานภาพถ่าย ​ที่สายทางโน้น​จะส่งผ่านมาทางอินเทอร์เน็ตเข้าสำนักงาน​ที่กรุงเท พฯ

นักสืบคน​ที่คุณลักษณาติดต่ออยู่​ประจำ​ซึ่งขณะนี้อยู่​​ที่สำนักงาน ฯ ​จะพิมพ์มันออกมาแล้ว​ให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซดิ์​เอามาให้เธอ​ที่บ้ าน ​ที่​ต้องยุ่งยาก อย่างนี้ก็​เพราะเธอไม่คุ้นเคย​กับคอมพิวเตอร์ ​จะไหว้วานให้​ใครช่วยก็กลัว​เขา​จะรู้เรื่อง​​ที่ไม่อยากให้​ใครรู้ ​ระหว่างรอ คุณลักษณาก็ผลุดลุกผลุดนั่ง นึกเสียใจ​ที่ไม่เคยสนใจ​จะเรียนรู้เรื่อง​คอมพิวเตอร์​และระบบสื่อ สารของมัน​เอาไว้บ้างเลย​ ไม่งั้นก็คงไม่​ต้องมานั่งรออย่างกระวนกระวายใจแบบนี้

​แต่แล้ว​​เมื่อซองภาพถ่ายมาถึงมือ คุณลักษณาก็ไม่กล้าเปิดออกดูทันที ใจสั่นหวั่นไหวกลัว​จะเห็นภาพ​ที่ยืนยันว่า คำบอกเล่าของนักสืบ​เป็น​ความจริง ​ความจริง​ที่อาจ​จะ​เป็นหายนะของลูกสาวเธอ พักใหญ่​ต่อมา ​เมื่อเลี่ยงไม่​ได้อีกต่อ​ไปแล้ว​ ​เพราะรู้ว่าลลิตา​กำลังรอฟังข่าวอยู่​ทางโน้นอย่างกลัดกลุ้ม เธอก็ตัดสินใจเปิดซอง ล้วงมือ​ที่สั่นเทาเข้า​ไปดึงรูป​ที่มีอยู่​ด้วยกันสามใบออกมา ดวงตา​ที่พร่าพรายมองรูปเหล่านั้น​อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

แล้ว​พริบตา​ต่อมา คอของคุณลักษณาก็เริ่มตกลง น้ำตาไหลรินออกมาเรื่อยๆ​ด้วย​ความสงสารบุตรสาวอย่างสุดซึ้ง โธ่เอ๋ย...​ลูกแม่ เรื่อง​มันล่วงเลย​มาถึงขนาดนี้ก็คงสุดปัญญา​ที่แม่​จะช่วยลูก​ได้อี กแล้ว​ ​จะทำอย่างไรต่อ​ไปจึง​จะไม่ทำให้ลูกเสียใจจนไม่คิดหน้าคิดหลัง ลงมือทำอะไร​​ที่คาดไม่ถึง เหมือนครั้ง​ที่กินยานอนหลับจน​ต้องเข้าโรงพยาบาล

อีกหนึ่ง​ชั่วโมง​ต่อมา ขณะ​ที่คุณลักษณา​กำลังนั่งซมอยู่​คนเดียว​กับรูป​ที่ยังถืออยู่​ในมื อ ลลิตา​ซึ่งคงรออยู่​ด้วย​ความร้อนใจก็โทรศัพท์มา “แม่คะ​ ​ได้เรื่อง​อะไร​บ้างหรือยัง เห็นแม่เงียบหาย​ไปไม่โทร.มา ลิตาร้อนใจเลย​​ต้องโทรมาเอง มีอะไร​หรือเปล่าคะ​”

เสียงร้อนรนของบุตรียิ่งทำให้คุณลักษณารู้สึกแย่มากขึ้น​ เธอไม่อยากให้ลลิตารู้เรื่อง​รูปพวกนี้ ​แต่​จะทำเฉยไม่บอกอะไร​เลย​ก็ไม่​ได้ ​เพราะเท่า​กับร่วมมือ​กับคนอื่นหลอกลูกตัวเอง ให้อยู่​​กับฝันลมๆ​แล้งๆ​ต่อ​ไป “ลิตา..” พูด​ได้แค่นั้น​คุณลักษณาก็อึ้ง​ไป​เพราะพูดไม่ออก

“แม่ มีอะไร​ใช่ไหมคะ​?” ลลิตาสัมผัส​ได้ถึง​ความไม่ชอบมาพากลทันที “​ถ้ามีอะไร​ก็บอกลิตามาตามตรงเถอะค่ะ​ มาถึงขั้นนี้แล้ว​ลิตาจำ​เป็น​ต้องรู้​ความจริง​ทั้งหมด แม่พูดมาเถะค่ะ​”
“ลิตา แม่พูดอะไร​ไม่ออก ไม่อยากให้ลูกเสียใจ...​” น้ำตาของคุณลักษณาเริ่มไหลรินออกมาอีก

ลลิตาอึ้ง​ไปทันที เดา​ได้จากคำพูดของมารดาว่าเรื่อง​​ที่​ได้รับรายงานจากนักสืบ ​ต้อง​เป็นเรื่อง​ร้ายแรงคาดไม่ถึง จนทำให้มารดาของเธอมีปฎิกิริยาเช่นนี้ออกมา ​เป็น​ไป​ได้หรือไม่ว่าเรื่อง​​ที่มารดาบอกว่าพูดไม่ออก คงเกี่ยวพันอย่างมีนัยสำคัญ ​กับรูปถ่ายของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ​​ที่พบในห้องนอนคริส ​ถ้าเช่นนั้น​...​ข้อสงสัยของเธอว่าเด็กคนนั้น​​เป็นลูกของคริส ​ที่เกิด​กับผู้หญิงคนนั้น​ ในช่วง​ที่​เขาหายตัว​ไปเกือบหนึ่ง​ปีก็​เป็น​ไป​ได้น่ะสิ

“แม่คะ​ ไม่​ต้องกลัวว่าลิตา​จะเสียใจหรอก มันเลย​ขั้นนั้น​มาแล้ว​”
“หมาย​ความว่ายังไง แม่ไม่เข้าใจ?”
“​เอาเถอะค่ะ​แม่ ​ที่แม่บอกว่าไม่อยากให้ลิตาเสียใจน่ะ เรื่อง​เด็กหรือเปล่าคะ​?”
คราวนี้คุณลักษณาตกใจเสียจนน้ำตาหยุดไหล “หมาย​ความว่าลิตารู้เรื่อง​นี้มาก่อนแล้ว​หรือ?”

ลลิตาแค่นหัวเราะ “ลิตาเพิ่งเห็นรูปเด็ก​ที่คิดว่าคง​จะ​เป็นลูกพี่คริส ในห้องนอน​เขา​เมื่อเช้า​วานนี้เอง ​แต่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร จนรู้ว่าตอนนี้​เขาอยู่​​ที่เวียงพุกามโน่น แล้ว​​เมื่อกี้ฟัง​ที่แม่พูด ลิตาก็เลย​เข้าใจทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว​” แล้ว​เธอก็หัวเราะเยาะตัวเอง “รู้แล้ว​ก็นึกสมเพชตัวเอง​ที่โง่ขนาดหนัก ปล่อยให้​เขาช่วยกันหลอกอยู่​​ได้”

“รู้ยังงี้แล้ว​ลิตา​จะทำยังไงต่อ​ไปล่ะลูก”
อีกฝ่ายเงียบ​ไปครู่ใหญ่ ก่อน​จะตอบกลับมาว่า “ลิตายังคิดอะไร​ไม่ออก ​ต้องขอเวลาหน่อย​ ว่า​แต่นักสืบของแม่สืบอะไร​​ได้บ้างคะ​ นอกจากเรื่อง​เด็ก”

คุณลักษณาฟังเสียงบุตรสาวแล้ว​ค่อยโล่งใจขึ้น​มาบ้าง คิดว่าลลิตาคงไม่เสียใจมากนัก​และคง​จะทำใจ​ได้ ก็เลย​ไม่คิด​จะปิดบังเรื่อง​รูปสามใบนั้น​อีกต่อ​ไป “นักสืบ​เขาส่งรูป​ที่แอบถ่ายหน้าบ้านหลังนั้น​มาให้สองสามรูป”

เธอพูดไม่ทันจบ ลลิตาก็ถามแทรกขึ้น​มาก่อนว่า “รูปอะไร​คะ​แม่?”
คุณลักษณาอึกอัก “เอ้อ..แม่ก็ไม่รู้​จะบอกลิตาว่ายังไงดี”
ลลิตานิ่งอึ้ง​ไปอีก ​แต่แล้ว​ก็รีบพูดต่อ​โดยเร็ว “ลิตาอยากเห็น แม่ช่วยส่งมาให้หน่อย​​ได้ไหมคะ​ เดี๋ยวนี้เลย​”
มารดาของเธอถามอย่างสงสัยว่า “ให้เมลล์ส่ง​ไปน่ะหรือ หลายวันนะกว่าลูก​จะ​ได้รับน่ะ”
บุตรสาวของเธอถอนใจ “โธ่..แม่คะ​ ส่งมาทางอินเทอร์เน็ตสิคะ​ ส่งปุ๊บลิตาก็​ได้รับทันที”
“โฮ๊ย..แม่ส่งไม่​เป็นหรอก ไม่รู้เรื่อง​ รูปพวกนี้แม่ก็​ต้องขอให้นักสืบ​ที่นี่ ​เขาพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ออกมา แล้ว​ให้เด็กมาส่งให้​ที่บ้านนี่แหละ​”

หญิงสาวนิ่งคิดอย่างรวดเร็ว “​ถ้างั้นแม่โทร.​ไปหานักสืบคนนั้น​ บอกให้​เขาส่งผ่านมาให้ลิตาทางอีเมลล์แอดเดรสของลิตา แม่มีกระดาษปากกาอยู่​แถวนั้น​ไหมคะ​ ลิตา​จะบอกให้แม่จดแล้ว​โทร.บอก​เขาให้ส่งถึงลิตาทันที”

หลังจากจดอีเมลล์แอดเดรสของบุตรสาวเสร็จ คุณลักษณาก็อ้อมแอ้มถามว่า “แล้ว​ลูกคิด​จะทำยังไงต่อ​ไป แม่ว่าตัดใจเสียเถอะนะ ปล่อย​เขา​ไป เรื่อง​นี้ไม่ใช่เรื่อง​เล็กๆ​ ตอนนี้​เขามี​ทั้งลูก​ทั้งเมีย​พร้อมหน้า ลิตา​เป็นแค่คู่หมั้นเท่านั้น​ อย่า​ไปต่อสู้แย่งชิง​เขากลับมาเลย​ ไม่มีประโยชน์หรอก ลูกแม่ยังสาวยังสวย หาผู้ชายดีๆ​​ที่ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแบบคริส​ได้อีกเยอะแยะ เชื่อแม่เถิดนะ”

ลลิตาตัดบ​ทว่า “ขอลิตาคิดดูก่อน ลิตารู้ว่าแม่​เป็นห่วง ​แต่เรื่อง​นี้​เป็นเรื่อง​​ส่วนตัว​ระหว่างลิตา​กับพี่คริส ลิตา​จะตัดสินใจเอง ​จะ​ได้ไม่​ต้องโทษแม่ทีหลัง”

หญิงสาวตัดสัญญาณโทรศัพท์ทันที​ที่พูดจบ ปล่อยให้มารดาของเธอนั่งจมจ่อมวิตกทุกข์ร้อนแทนเธอ​กับเรื่อง​ร้า ยแรง​ที่เกิดขึ้น​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3427 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน กลเกม --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น