นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #53
ดอยสะเก็ด
...หลังเสร็จจากการรับประทานอาหารเย็น ​ที่เธอลงทุนปรุงด้วยตัวเองในรอบหลายปี ทิพย์สุรางค์ก็ขอตัวขึ้น​ข้างบน​เพื่อ​ไปดูลูกชายตัวน้อย ​ที่นางสาวแสงดาวพาขึ้น​​ไปนอนต...

ตอน : คำมั่นสัญญา

หลังเสร็จจากการรับประทานอาหารเย็น ​ที่เธอลงทุนปรุงด้วยตัวเองในรอบหลายปี ทิพย์สุรางค์ก็ขอตัวขึ้น​ข้างบน​เพื่อ​ไปดูลูกชายตัวน้อย ​ที่นางสาวแสงดาวพาขึ้น​​ไปนอนตั้งแต่สองทุ่มแล้ว​ หญิงสาวเปิดประตูห้องทำงานเก่า​ซึ่งตอนนี้ปรับปรุงใหม่ให้​เป็นห้ องนอนของเด็กชาย ห้องนี้เปิดประตูทะลุถึงห้องนอนใหญ่ของเธอ​ได้ ​เมื่อเข้า​ไปถึง ทิพย์สุรางค์พบว่าลูกชายตัวน้อยยังไม่ยอมนอน ​เขาอยู่​ในเตียงเด็ก​แต่ไม่​ได้นอน เด็กชายในเสื้อกางเกงนอนผ้าสำลีสีขาวมีลายการ์ตูน ยืนเกาะลูกกรง​ที่กั้นอยู่​ พูดอะไร​อ้อแอ้ฟังรู้เรื่อง​บ้างไม่รู้เรื่อง​บ้าง​กับแสงดาว​ที่ยืน อยู่​ใกล้ๆ​ พอเห็นผู้​เป็นมารดา​เขาก็ร้องเรียกอย่างดีใจ

“แม่! แม่! “
แสงดาวรีบรายงานทันที​เพราะกลัว​ความผิด “คุณสิงห์ไม่ยอมนอนค่ะ​ นมก็ไม่ยอมรับประทาน” แล้ว​เจ้าหล่อนก็แสดงหลักฐานด้วยการชูขวดนม ​ซึ่งยังมีนมเหลืออยู่​อีกกว่าครึ่งให้ดู
“ทำไมล่ะ? ปกติป่านนี้เคยหลับแล้ว​นี่” ทิพย์สุรางค์ถอนใจ รับขวดนมจากพี่เลี้ยง​ไปส่งให้เด็กชาย​ซึ่งยืนมองเธออยู่​ ​แต่​เขาไม่รับแถมยังปัดมัน จนกระเด็นตกลง​ไปบน​ที่นอนเล็กๆ​ของ​เขา
“ทำไมดื้ออย่างนี้ล่ะ ลูก” หญิงสาวบ่นแล้ว​ก็พยายามจับตัว​เขาให้นอนลง ​แต่เด็กชายตัวน้อยก็ดิ้นรนอาละวาด ผลักมือเธอให้หลุดจากตัว​เขา เกาะลูกกรงเตียงยันตัวขึ้น​มายืนอีก ตอนนี้​เขาทำปากยื่นตาคว่ำใส่เธอ

ทิพย์สุรางค์ไม่​ได้สังเกตว่าคริสเดินตามเธอเข้ามาในห้องด้วย เธอรู้ว่า​เขาอยู่​ข้างหลัง ก็ตอน​ที่เด็กชายสิงห์ส่งเสียงกรี้ดกร้าด ทักทาย​เขาอย่างดีอกดีใจ ​พร้อม​กับเต้นหยอยๆ​กระแทกเท้าน้อยๆ​ลง​ไปบน​ที่นอน คริสเดินหลีกเธอเข้า​ไปหาเด็กชาย ​ที่ตอนนี้กางแขนสองข้างออก​เพื่อให้​เขาอุ้ม ​ซึ่งชายหนุ่มก็อุ้ม​เขาออกมาจากเตียง

“โอ๋ ยังไม่อยากนอนหรือลูก? อยากเล่น​กับพ่อใช่ไหม?” แล้ว​​เขาก็จูบแก้มเด็กชายอีกสองสามฟอด ต่อจากตอนบ่าย​ที่กอดจูบกันมาพักใหญ่แล้ว​
"ไม่​ได้นะ เลย​เวลานอนมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว​ นี่คุณขึ้น​มาทำไม? “ ทิพย์สุรางค์ถามอย่างอ่อนใจ
“ก็ผมอยากรู้นี่ ว่าลูกผมนอน​ที่ไหน” ​เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ​
“งั้นตอนนี้รู้แล้ว​ก็ลง​ไป​ได้แล้ว​” เธอว่า

​แต่ชายหนุ่มทำเหมือนไม่​ได้ยิน ​เขาอุ้มเด็กชายสิงห์​ซึ่งตอนนี้​เอาศรีษะเล็กๆ​ ​ที่มีผมสีน้ำตาลเข้มหยิก​เป็นขอดๆ​ของ​เขา ซุกไว้ตรงซอกคอของผู้​เป็นบิดา แล้ว​เดิน​ไปผลักประตูเข้า​ไปในห้องนอนของทิพย์สุรางค์ ทำให้หญิงสาว​ต้องรีบตาม​เขาออก​ไปอย่างเริ่มมีโมโห

“เข้ามาทำไมในนี้” เธอแหวใส่​เขาไม่ดังนัก ​เพราะเกรงว่าแสงดาว​ซึ่งยังอยู่​ในห้องของสิงห์​จะ​ได้ยิน
คริสไม่ตอบคำถามเธอ ​แต่กลับย้อนถามว่า “ทำไม​ต้องให้ลูกนอนต่างหาก ห้องนี้ก็กว้างขวางดีนี่นา”
“มันเรื่อง​ของฉัน แล้ว​นี่​เมื่อไหร่คุณ​จะกลับ​ไปเสียทีล่ะ? ดึกแล้ว​นะ”

ชายหนุ่มเดิน​ไปตรงประตู​ที่เปิดออก​ไปสู่ระเบียงรูปครึ่งวงกลม ​ที่​เขาเคยวิ่งจ้อกกี้งมาถึงลำธาร​ที่อยู่​ห่างออก​ไป แอบมองเธอในบางเช้า​​ที่เธอออกมายืนชมวิว ทิพย์สุรางค์ชักสงสัยว่า​เขามีแผนอะไร​อีก ​เมื่อคริสหันกลับจากระเบียงเดินมาหยุดกลางห้อง เหลียว​ไปรอบๆ​แล้ว​ถามเธอว่า

“ผมฝากสร้อยคอคุณกรมาให้คุณหนูเส้นหนึ่ง​ คุณหนู​ได้รับแล้ว​ใช่ไหม?”
เธอไม่รู้ว่า​เขาถามทำไม​แต่ก็พยักหน้ารับว่า​ได้แล้ว​ คริสถามต่อว่า “แล้ว​​เอา​ไปไว้​ที่ไหน ทำไมไม่ใส่? หรือโยนทิ้ง​ไปแล้ว​”
หญิงสาวชักโมโห​กับคำถามแบบหาเรื่อง​ของ​เขา “ทำไม​จะ​ต้องใส่ ? ยุ่งมากนักก็​เอาคืน​ไปเลย​”

แล้ว​เธอก็ตรงเข้า​ไป​ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ประชดด้วยการเปิดลิ้นชัก หยิบกล่องสร้อย​ที่ว่าออกมายื่นให้​เขา คริสเอื้อมมือมารับหน้าตาเฉยแล้ว​ยัดเข้า​ไปในกระเป๋ากางเกง ทำให้ทิพย์สุรางค์ทำหน้าบึ้งคิดในใจว่า ‘คนบ้า ให้แล้ว​ยังมาทวงคืนหน้าตาเฉย’

หลังจากนั้น​ต่อหน้าต่อตาเธอ​ที่ยืนมองอยู่​ ชายหนุ่มก็เดินตรง​ไป​ที่เตียง เลิกผ้าคลุมเตียงลูกไม้สีม่วงอ่อนสวยใสออก วางเด็กชายสิงห์ลงบน​ที่นอน ​ซึ่งปูด้วยผ้าปู​ที่นอนเนื้อนิ่มสีเดียว​กับผ้าคลุมเตียง

“ชอบเตียงใหญ่ๆ​ใช่ไหม นายสิงห์” ​เขาไม่มองเธอเลย​ ขณะ​ที่ล้มตัวลงนอนเคียงข้างเด็กชาย ​ที่ฟาดแขนฟาดขาลงบน​ที่นอนอย่างชอบอกชอบใจ แล้ว​เริ่มกลิ้งตัว​ไปมา
“นี่คุณ” หญิงสาวเริ่มใจไม่ดี นี่​เขานึกว่า​เขา​เป็น​ใคร? ถึงเธอ​จะยอมรับว่า​เขา​เป็นพ่อของสิงห์ก็เถิด ​แต่เธอ​กับ​เขาก็ไม่​ได้​เป็นอะไร​กัน ซ้ำ​เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้ยังมาทำเฉยเมยมึนตึง ไม่พูดไม่จา​กับเธอเสียอีก “คุณน่า​จะกลับ​ได้แล้ว​ สิงห์ มานี่! ​ไปนอน​ได้แล้ว​”

ทิพย์สุรางค์รีรอว่า​จะ​ไปเรียกแสงดาว ให้เข้ามา​เอาตัวเด็กชาย​ไปนอนในห้องของ​เขาดีหรือไม่ เธอกลัวว่าแม่พี่เลี้ยง​จะนำเรื่อง​​ที่คริสเข้ามาในห้องนอน แถมยังขึ้น​​ไปนอนอยู่​บนเตียงของเธออีกด้วย ​ไปโจษจรรย์จนรู้กัน​ไปทั่วเวียงพุกาม

พ่อลูกเล่นปล้ำกันกลิ้ง​ไปกลิ้งมาจนผ้าปู​ที่นอนยับยู่ยี่ หัวเราะกันเสียงดังลั่น ทิพย์สุรางค์​ซึ่งยังตัดสินใจไม่​ได้ว่า​จะทำอย่างไรดี เดินออกจากห้องนอนของเธอลง​ไปข้างล่าง ​เมื่อกลับขึ้น​มาอีกครั้งหนึ่ง​ก็พบว่า​ทั้งพ่อ​และลูกหลับ​ไปด้วยกั นแล้ว​ เด็กชายสิงห์นอนคว่ำหลับอยู่​ตรงซอกอกของคริส ใบหน้าน้อยๆ​ของ​เขาหันคะ​แคงข้างออกมา แขนข้างหนึ่ง​ของคริสโอบอยู่​รอบหลังของเด็กชาย

ทิพย์สุรางค์ถอนใจยาว มองหน้าสองหน้า​ที่อยู่​ใกล้ชิดกันอย่างเปรียบเทียบ สิงห์​แม้​จะคล้ายคลึง​กับคริสมาก ​แต่เธอคิดว่า​เขาเหมือนจอห์น เลย​์ตัน ผู้​เป็นปู่ของ​เขามากกว่า ​เขาดู​เป็นฝรั่งมากกว่าคริส ยืนมองอยู่​ครู่ใหญ่ หญิงสาว​ที่ไม่รู้ว่า​จะทำอะไร​​ได้มากกว่านั้น​ หยิบผ้าห่มผืนสวยสีม่วงอ่อน​ที่พับเรียบร้อย​อยู่​ปลายเตียง คลี่ออกคลุมร่างผู้ชายสองคน ​ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิตของเธอ ปิดไฟกลางห้องให้เหลือ​แต่แสงสลัวจากไฟโคมหัวเตียง แล้ว​เดินออกจากห้องนั้น​ ​เพื่อ​จะ​ไปอาศัยนอน​ที่ห้องเก่าของกร​ซึ่งอยู่​สุดปลายตึก ​แต่แล้ว​เธอก็หยุดเดินอย่างกระทันหัน ​เมื่อนึกอะไร​บางอย่างขึ้น​มา​ได้

หญิงสาวกลับเข้า​ไปในห้องนอนของเธอ เปิดประตูเข้า​ไปในห้องลูก เธอพบแสงดาวพี่เลี้ยงของสิงห์นั่งสัปหงกพิงเตียงคอกอยู่​ เจ้าหล่อนคงง่วงเต็ม​ที่แล้ว​ ​แต่ไม่กล้านอนลงบนฟูกเล็กๆ​มุมห้อง​ซึ่ง​เป็น​ที่นอนประจำ คง​เพราะยังไม่แน่ใจว่า เจ้าของเตียงคอก​จะถูกส่งตัวกลับเข้ามาหรือไม่ ทิพย์สุรางค์เรียกแสงดาวให้หอบหมอนหอบผ้าห่มตาม​ไป​ที่ห้องกร ​ที่เธอเรียกให้เจ้าหล่อนมานอน​เป็น​เพื่อน​ที่หน้าเตียง ไม่ใช่​เพราะกลัวว่าคริส​จะบุกเข้ามาในห้อง ​โดยคิดว่าเธออยู่​คนเดียวหรอก ​แต่​เพราะเธอ​ต้องการพยานรู้เห็นว่าคืนนั้น​เธอนอนอยู่​​ที่ไหน ใน​เมื่อพ่อลูกคู่นั้น​ยึดครองห้อง​และเตียงของเธอ​ไปเรียบร้อย​แล้ว​

วันรุ่งขึ้น​ทิพย์สุรางค์ตื่น​แต่เช้า​มืด แวะเข้า​ไปดูคน​ที่ยึดครองเตียงนอนของเธอ​และพบว่า ​ทั้งพ่อ​และลูกยังนอนหลับอยู่​ด้วยกันในท่าเดิม​ที่เห็น​เมื่อคืนนี ้ หลังอาบน้ำ​แต่งตัวเสร็จ เธอก็ลง​ไปข้างล่าง หยิบกุญแจรถแล้ว​ขับ​ไปเรื่อยๆ​ ตามเส้นทาง​ที่วกเวียนของอาณาจักรเวียงพุกาม ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก จิตใจของหญิงสาวถึง​แม้​จะรู้สึกมี​ความสุข​กับการมาของผู้ชายคนนั้ น ​แต่ก็ยังว้าวุ่นตัดสินใจไม่ตกว่า​จะ​เอาอย่างไรต่อ​ไป ​กับเรื่อง​​ระหว่างคริส​กับเธอ รวมถึงเรื่อง​ของ​เขา​กับผู้หญิงคนนั้น​ด้วย

ทิพย์สุรางค์รู้สึกละอายใจ​เมื่อนึกถึงลลิตา คริสตามรุกเธอจนถึงเวียงพุกาม ​เมื่อ​ได้พบลูกชายตัวน้อย​ที่​เขาวิ่งวุ่นเ​ที่ยวตามหาแล้ว​ ​เขาคงไม่ยอมปล่อยเธอสองแม่ลูก​ไปง่ายๆ​ แล้ว​เธอ​จะทำอย่างไร ? เธอ​จะผลักไส​เขาออก​ไป​ได้อย่างไร ใน​เมื่อลูกของเธอติด​เขาแจขนาดนั้น​ ถึง​เขา​จะไม่เคยมีโอกาส​ได้เลี้ยงดูอุ้มชู​แต่สิงห์ก็เริ่มติด​เขา ​ซึ่งคง​จะ​เป็น​ความดึงดูดตามสัญชาติญาณ​ความ​เป็นสายเลือดเดียวกัน ของพ่อ​กับลูก​ที่อะไร​ก็ไม่อาจขวาง​ได้ เธอคิดเรื่อง​สิงห์​โดยพยายามไม่สำรวจหัวใจของตัวเอง ว่าตอนนี้มันบอกเธอว่าอย่างไร​และมัน​ต้องการอะไร​?

หญิงสาวขับรถ​ไปเรื่อยๆ​​โดยไม่มีจุดหมาย เธอเพียง​ต้องการเวลาอยู่​ตามลำพัง ​เพื่อขบคิดปัญหา​ที่​กำลังเกิดขึ้น​ แล้ว​ใน​ที่สุดก็พบตัวเองจอดรถอยู่​บนลานหน้ากระท่อมของตาเป็ง ​เมื่อเห็นเธอ เจ้าของกระท่อม​ที่ห่มผ้าผวยนั่งสูบบุหรี่มวนโตอยู่​​ที่ม้านั่งตั วยาวหน้าห้อง ก็ขมีขมันลุกขึ้น​เดินออกมาต้อนรับ

“เชิญครับ​ คุณหนู”

ทิพย์สุรางค์เห็นชายชราลุกออกมาแล้ว​ เธอเลย​จำใจ​ต้องลงจากรถเดินเข้า​ไปหาแก ​ทั้งๆ​​ที่ไม่อยากทำเช่นนั้น​เลย​ เธอไม่กล้า​แม้​แต่​จะมอง​ไปทางบันได​ที่นำ​ไปสู่ชั้นบน หญิงสาวรู้สึกเก้อ ​จะเดินกลับ​ไปขึ้น​รถขับออก​ไปก็รู้สึกว่า​ไม่เหมาะ ​เพราะถึงอย่างไรตาเป็งคนนี้ก็​เป็นคนสนิทเก่าแก่ของบิดาเธอ คอยอนาทรห่วงใยเธออยู่​ตลอดเวลาตั้งแต่เล้กจนเติบใหญ่

​เมื่อแกกุลีกุจอชงกาแฟแล้ว​ยกมาให้ ทิพย์สุรางค์จึง​ต้องรับไว้ เธอหันรีหันขวาง ก่อน​จะเดิน​ไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง​ตรงโต๊ะกลางห้อง มีตาเป็งตามเข้ามายืนค้อมตัวอยู่​ใกล้ๆ​ ดวงตา​ที่ร่วงโรย​ไปตามกาลเวลา​แต่ฉลาดเฉลียว ลอบสังเกตสีหน้าของทิพย์สุรางค์อยู่​เงียบๆ​​โดย​ที่เธอไม่รู้ตัว

“คุณหนูสบายดีหรือครับ​?” แล้ว​จู่ๆ​แกก็ถามขึ้น​มา
“ฉันสบายดี ตาเป็งล่ะ​เป็นยังไงบ้าง?” เธอถามตามมารยาท เสยกกาแฟขมปี๋ขึ้น​จิบ ​เมื่อเห็นสายตาเหมือน​ใคร่ครวญอะไร​บางอย่าง ​ที่​กำลังจับจ้องมองมา
“คุณหนูสิงห์คงยังไม่ตื่น” ชายชราพูดเรื่อยๆ​เหมือนไม่​ได้ตั้งใจ “เธอน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน นี่​ถ้าท่านยังอยู่​คงปลื้มมาก ท่านอยาก​ได้หลานสักคน ​แต่รอแล้ว​รอเล่า คุณใหญ่​กับคุณผู้หญิงก็ไม่มีหลานให้ท่านเสียที”

ทิพย์สุรางค์เหลือบมองตาเป็ง ไม่แน่ใจว่าแก​กำลังพยายาม​จะพูดอะไร​

“​เมื่อวานคุณคริสแวะมาเยี่ยมผม ดูเปลี่ยน​ไป​เป็นคนละคนเลย​นะครับ​คุณหนู ผมละโมทนาสาธุ​ที่เธอ​ได้กลับ​ไปพบครอบครัว ​ได้รู้ฐานะ​ที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่​ได้ด้อยกว่า​ใครเลย​”

​เมื่อวานนี้ ตอน​ที่แกล้งทิพย์สุรางค์ด้วยการเดินลง​ไปจากตึก คริสเดินเล่น​ไปเรื่อยๆ​ มองต้นไม้ใบหญ้า​ที่คุ้นตา​ที่ขึ้น​อยู่​สองข้างทาง อย่างเต็ม​ไปด้วย​ความสุขเหมือน​ได้พบ​เพื่อนเก่า แล้ว​ก็เจอหนานคำ​ที่ขับรถผ่านมา ​เมื่อเห็น​เขาชายวัยกลางคนผู้นั้น​ก็รีบหยุดรถ ลงมายกมือไหว้​เขาอย่างตื่นเต้นดีใจ พูดจาทักทายถามทุกข์สุขกันอยู่​พักหนึ่ง​

​เมื่อรู้ว่าคริสอยาก​จะแวะ​ไปเยี่ยมตาเป็งสักหน่อย​ หนานคำก็กุลีกุจอขับรถพา​เขา​ไปส่ง​ที่บ้านตาเป็ง หลังจาก​ที่พา​เขากลับ​ไป​ที่รถของ​เขา​ที่จอดอยู่​​ที่ลานหน้าตึก ​เพื่อ​เอาของอะไร​บางอย่าง สำหรับหนานคำเอง​และคนอื่นๆ​อีกหลายคนในเวียงพุกาม ​โดยชายหนุ่มถือของชิ้นหนึ่ง​ติดตัว​ไปด้วย ​เขามอบของฝากชิ้นนั้น​ให้ตาเป็ง พูดคุย​กับแกอยู่​พักหนึ่ง​ จึงกลับ​ไป​ที่ตึกใหญ่แล้ว​เข้า​ไปเล่น​กับสิงห์

หญิงสาวเริ่มอึดอัด ​เมื่อตาเป็งพูดถึงคริสขึ้น​มา​โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอขยับตัวทำท่าเหมือน​จะลุกขึ้น​ ​แต่ชายชราพูดขัดขึ้น​มาก่อน ด้วยสุ้มเสียง​ที่​แม้​จะพินอบพิเทาเหมือนเดิม ​แต่เธอก็มองเห็น​ความเมตตา​และหวังดีเหมือนญาติผู้ใหญ่ ในดวงตาขุ่นมัวด้วยวัย​ที่มองเธออยู่​

“ขอประทานโทษนะครับ​คุณหนู ​ที่ผม​จะอาจเอื้อมพูดอะไร​บางอย่าง ผมเห็นคุณหนูมาตั้งแต่เกิด รัก​และหวังดีต่อคุณหนูอย่าง​ที่สุด ​เมื่อเห็นคุณหนู​เป็นทุกข์ผมก็รู้สึก​เป็นทุกข์​ไปด้วย” แกหยุดสำรวจสีหน้าเธอแล้ว​ก็พูดต่อ​ไปว่า “ผมเข้าใจว่าตอนนี้คุณหนูคง​กำลังคิดหนัก อาจ​จะ​ต้องตัดสินใจอะไร​บางอย่าง​ที่มี​ความสำคัญต่อชีวิต”

ทิพย์สุรางค์หน้าเผือดสี ‘หมาย​ความว่าอย่างไร? นี่แกรู้หรือว่า...​’

“คุณหนูครับ​ ผมไม่​ได้พยายาม​จะสั่งสอนคุณหนู ผมเพียง​แต่​จะขอร้องคุณหนูให้ตัดสินใจอย่างถูก​ต้อง โปรดอย่า​ใช้อารมณ์ตัดสิน จน​ต้องมานึกเสียใจทีหลัง ขอให้คุณหนูคิดถึงตัวเอง​และคุณหนูสิงห์ให้มากๆ​ ไม่​ต้องคิดเรื่อง​อื่นหรือคนอื่นนอกจากนี้”

ตาเป็งหยุดพูด ทำท่าอ้ำอึ้ง เหมือนไม่แน่ใจว่าควร​จะพูดต่อดีหรือไม่
“ คุณหนูครับ​ ถึงผม​จะแก่มากแล้ว​ ​แต่ครั้งหนึ่ง​ผมก็เคย​เป็นหนุ่มเหมือนคุณคริสนั่นแหละ​ ผู้ชายมีทาง​ไปของ​เขาเสมอแหละ​ครับ​ ​เขาอาจ​จะมีผู้หญิงหลายคน ​แต่สุดท้ายแล้ว​​เขา​จะกลับ​ไปหาผู้หญิงคน​ที่​เขารัก ​ที่มี​ความสำคัญต่อชีวิต​เขามาก​ที่สุดเสมอ ผม​กับยายเฒ่าก็เหมือนกัน” แกหมายถึงภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก​ที่มาด่วนจาก​ไป

“ผมเคยทิ้งแกไว้ตามลำพัง ร่อนเร่​ไปโน่นมานี่ตามใจชอบ ​แต่แล้ว​สุดท้ายก็​ต้องกลับมาหาแก โชคดี​ที่แกเข้าใจ​และอภัยให้ผม​ได้ เราก็เลย​อยู่​ด้วยกันมาอีกยาวนานจนกระทั่งแกตายจาก​ไป ผมมานึกถึงเรื่อง​​ที่เคยทำผิดพลาดให้ยายเฒ่าเสียใจแล้ว​ก็นึกสงสา รแกมาก ​แต่ยังดี​ที่แกให้โอกาสผม ผมจึงอยาก​จะบอกคุณหนูว่า ​ใครๆ​ก็ทำผิดกัน​ได้​ทั้งนั้น​ ​แต่​เมื่อโอกาส​ที่​จะแก้ไขสิ่ง​ที่เคยผิดพลาดให้ถูก​ต้องมาถึงแล้ว​ ก็ควร​จะคว้ามัน​เอาไว้ อย่าปล่อยให้หลุดลอย​ไป ​เพราะโอกาส​ที่ว่านั้น​อาจ​จะไม่กลับมาอีก แล้ว​เราก็​จะ​ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง​เมื่อสาย​ไปแล้ว​”

ในขณะ​ที่หญิงสาว​กำลังตกตะลึง​กับคำพูดของแก ตาเป็งก็เดินกระย่องกระแย่งเข้า​ไปในห้อง กลับออกมา​พร้อมด้วยถุงกระดาษใบใหญ่ ​ที่แกยื่นส่งให้เธอ “ในถุงใบนั้น​มีจดหมาย​ที่คุณคริสฝากผมไว้ให้คุณหนู วัน​ที่​เขา​กำลัง​จะเดินทาง​ไปจากเวียงพุกาม ผมขอโทษ​ที่ถือวิสาสะเก็บ​เอาไว้ ไม่ส่งต่อให้คุณหนูตาม​ที่​เขาขอร้องไว้ ​เพราะตอนนั้น​ผมไม่แน่ใจว่า​เขา​เป็น​ใครมาจากไหน มีเจตนา​จะมาหลอกลวงพวกเราเหมือนพวกนักต้มตุ๋นหรือไม่ ผมแค่พยายาม​จะปกป้องคุณหนูเท่านั้น​ ขอให้คุณหนูยกโทษ​ความโง่เขลาของผมด้วย”

ทิพย์สุรางค์ยื่นมือ​ไปรับถุงใบนั้น​​โดยอัตโนมัติ สมองของเธอหมุนจี๋ คิดอะไร​ไม่ออก หลังจากนั้น​เธอเดิน​ไปขึ้น​รถแล้ว​ขับออก​ไป เปล่า...​เธอไม่​ได้ขับกลับ​ไป​ที่ตึกใหญ่ เธอขับมัน​ไปเรื่อยๆ​จนเกือบสุดอาณาเขตเวียงพุกาม แล้ว​จอดรถนั่งงงอยู่​ตรงนั้น​ ‘แกรู้ ! ตาเป็งรู้ ! ไม่จริง ! แก​จะรู้​ได้ยังไง ก็แก​ไปงานศพญาติแกนี่นา !’

แล้ว​ใน​ที่สุด​เมื่อนึกถึงถุงใบนั้น​ขึ้น​มา​ได้ หญิงสาวก็คว้ามันมาแล้ว​ก้มลงมอง สิ่ง​ที่เธอเห็นก่อนของอื่น​คือผ้าห่มสีเหลืองเกือบขาว ​ที่ห่อหุ้มอยู่​ในถุงพลาสติค ทิพย์สุรางค์ชะงักกึก​เมื่อนึกถึงตอน​ที่เธอคว้าผ้าห่มผืนนี้ จากชั้นในตู้ติดฝาในห้อง​แต่งตัวของเธอ ​เพื่อ​จะนำ​ไปให้คน​ที่นอนป่วยอยู่​ ​ต่อมาเธอเห็นซองจดหมายสีอ่อนจ่าหน้าถึงเธอ มันยังอยู่​ในสภาพเรียบร้อย​ ไม่มี​ใครเปิดออกอ่าน เธอแน่ใจ​เพราะตรงปากซอง​ที่ปิดผนึก​เอาไว้ มีลายเซ็นหวัดๆ​อ่านไม่ออก ​ซึ่งคง​จะ​เป็นของคริสไม่มีรอยฉีกขาด

ทิพย์สุรางค์วางจดหมายฉบับ​นั้น​ลงบนตัก ​ใช้มือ​ที่สั่นเทาด้วยแรงอารมณ์หยิบของ​ที่เหลือออกมา รองเท้าแตะคู่สวย​ที่เธอใส่ประจำบนตึกใหญ่ อวดโฉมของมันอยู่​ในถุงพลาสติคใส ​เมื่อแกะถุงใบนั้น​ออกหยิบรองเท้าคู่นั้น​มาพิจารณา ถุงพลาสติกเล็กๆ​ใบหนึ่ง​ก็หลุดร่วงลงมา ตอนแรกหญิงสาวไม่รู้ว่าสิ่ง​ที่อยู่​ในถุงใบนั้น​​คืออะไร​ ​แต่​เมื่อก้มลงเก็บ​และเปิดปากถุง เทสิ่งนั้น​ลงบนฝ่ามือแล้ว​พิจารณามันอยู่​ครู่หนึ่ง​ ทิพย์สุรางค์ก็สะดุ้งสุดตัว สีหน้าของเธอแดงก่ำร้อนผ่าวด้วย​ความอดสู

คราวนี้ไม่​ต้องตั้งคำถาม​กับตัวเองอีกแล้ว​ ว่าตาเป็งรู้หรือไม่รู้เรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ !! มัน​คือกระดุมสีดำลายทองเม็ดเล็กๆ​ ​ที่เคยติดอยู่​บนเสื้อนอนแพรคอจีน​ที่เธอสวมในคืนนั้น​ ทิพย์สุรางค์กำกระดุมเม็ดนั้น​ ไว้ในอุ้งมือ​ที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ หลับตาทบทวนถึงตอน​ที่เธอพยายามปล้ำใส่กระดุมเม็ดนี้ลงในรังดุม ​แต่ไม่สำเร็จ ​เพราะมือ​ที่​กำลังสั่นเทาไม่ยอมร่วมมือด้วย จนใน​ที่สุดเธอกระชากเต็มแรง จนมันหลุดขาดออกจากตัวเสื้อ กระเด็น​ไปตก​ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง​ในห้องนั้น​

‘โธ่เอ๋ย ทิพย์สุรางค์ ‘ หญิงสาวคร่ำครวญ​กับตัวเอง เสียแรงคิดว่าไม่มี​ใครระแคะ​ระคายเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ คิดว่า​จะเก็บมัน​เป็น​ความลับไว้​ได้ตลอดชีวิต แล้ว​​เป็นอย่างไรล่ะ? ​ที่​เขาพูดกันว่า​ความลับไม่มีในโลกนี้ กลาย​เป็นสัจธรรม​ที่เถียงไม่ออกเลย​ แสดงว่าตลอดเวลา​ที่ผ่านมานี้ ตาเป็งรู้มา​โดยตลอดว่า​ใคร​เป็นพ่อของลูกเธอ ทิพย์สุรางค์รู้สึกอายตาเป็งจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นี่เธอ​จะมองหน้าแก​ได้อย่างไร ​แต่สิ่งหนึ่ง​​ที่หญิงสาวแน่ใจก็​คือ ถึง​จะรู้เรื่อง​นี้​แต่ตาเป็งก็​จะเก็บมันไว้​กับตัว ไม่มีวันเสียละ​ที่แก​จะนำ​ไปโพนทนา​กับ​ใคร

ทิพย์สุรางค์นั่งคิดอยู่​อีกนาน แล้ว​ใน​ที่สุดก็เปิดจดหมาย ​ที่คริสเขียนถึงเธอ​เมื่อกว่าสองปี​ที่ผ่านมาออกอ่าน

“คุณหนูครับ​

ตอน​ที่คุณหนู​ได้อ่านจดหมายฉบับ​นี้ ผมคงไม่​ได้อยู่​​ที่เวียงพุกามแล้ว​ คุณหนูหนี​ไปกรุงเทพฯไม่เปิดโอกาสให้ผม​ได้พูดอะไร​เลย​ ผมเสียใจ​และขอโทษสำหรับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ผม​จะไม่แก้ตัวอย่างไร​ทั้งสิ้น มัน​เป็น​ความผิดของผมเอง ​ที่ถือโอกาสจาก​ความเมตตาห่วงใยของคุณหนูมาทำร้ายคุณหนู ผม​เป็นทุกข์มาก​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ ผมเห็นใจ​และเข้าใจ​ที่คุณหนูโกรธ​และคง​จะเกลียดผมด้วย ผมคิดจนหัวแทบระเบิดว่า​จะแก้ไข​ความผิด​ที่เกิดขึ้น​​ได้ด้วยวิธีใด ​ถ้าฆ่าผมให้ตายแล้ว​​จะช่วยให้คุณหนูสบายใจขึ้น​​ได้บ้าง ผมก็​พร้อม​ที่​จะมอบชีวิตให้ โปรดบอกผมมาเถิดครับว่า​คุณหนู​ต้องการอย่างไร ผม​พร้อม​ที่​จะทำตามบัญชา

คุณหนูครับ​ หลังจาก​ที่คุณหนูจาก​ไป​ได้สามอาทิตย์ ก็มีนักสืบเอกชน​ที่ครอบครัวผม มอบหมายให้ติดตามหาตัวผมมานานหลายเดือนแล้ว​ เข้ามาพบผม​ที่เวียงพุกาม ​โดยอาศัยเบาะแสจากรูปผม​ที่คุณหมอประสพชัยนำ​ไปติดไว้​ที่บอร์ดข่า วของโรงพยาบาล ผมเองก็ไม่แน่ใจนักหรอก ว่าเรื่อง​​ที่​เขาบอกผม​เป็นเรื่อง​จริงหรือไม่ ​แต่ตอนนี้ผมไม่มีทางเลือก ผมจำ​เป็น​ต้อง​ไปจากเวียงพุกาม​เพื่อ​ไปหา​ความจริงเกี่ยว​กับตัวเอง

ตลอดเวลา​ที่ผ่านมาถึง​จะจำอดีตไม่​ได้ ​แต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ใช่คนเลว ผมไม่ใช่คน​ที่ไร้การศึกษา ผมก็บอกไม่​ได้ว่าทำไมจึงเชื่ออย่างนั้น​ อาจ​จะ​เป็นสัญชาติญาณหรืออะไร​บางอย่าง ​ที่ทำให้ผมมั่นใจเช่นนั้น​

คุณหนูครับ​ โปรดทราบว่าผมทำเช่นนี้​เพื่อคุณหนูคนเดียวเท่านั้น​ ​ถ้าไม่เกิดเรื่อง​นั้น​ขึ้น​มา ผมอาจ​จะตัดสินใจอยู่​​ที่เวียงพุกามต่อ​ไป​และเลิกสนใจอดีต ​แต่​เมื่อเกิดเรื่อง​ขึ้น​ ผมก็จำ​เป็น​ต้องดิ้นรนค้นหาตัวเองให้พบ ​เมื่อพบแล้ว​ผมก็​จะกลับมาหาคุณหนู มาขอให้คุณหนูพิจารณาว่า​จะยอมรับผม​ได้หรือไม่ ​กับตัวตนจริงๆ​​ที่ผม​เป็น​และมีอยู่​ ทุกสิ่งทุกอย่าง​จะขึ้น​อยู่​​กับคุณหนู​แต่เพียงผู้เดียว

ผมคง​ต้องจบจดหมาย​แต่เพียงเท่านี้ ผม​จะกลับมาพบคุณหนู​โดยเร็ว​ที่สุด ทันที​ที่รู้ว่าตัวเอง​เป็น​ใครมาจากไหน ขอให้คุณหนูมั่นใจว่าผม​จะทำตามคำพูดในจดหมายนี้ทุกอย่าง ​และไม่ใช่​เพราะ​ความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น​ ​แต่​เพราะหัวใจ​ที่ทรยศต่อ​ความเจียมตัวของผม เรียกร้อง​ต้องการอย่าง​ที่สุดด้วย

เคน

อ่านจบแล้ว​ทิพย์สุรางค์ก็นั่งซึม น้ำตาของเธอไหลรินออกมาเรื่อยๆ​ ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว​ว่าทำไมคริสจึงรีบร้อนจาก​ไป ​เขาทุกข์ร้อน ​เขาแคร์เธอ ​เขาห่วงใยเธอ ​และประโยคสุดท้ายในจดหมายบอกเธอให้รู้ว่า...​​เขารักเธอ

โธ่เอ๋ย...​​ถ้าเธอ​ได้รับจดหมายฉบับ​นี้ เสียตั้งแต่ตอน​ที่กลับมาเวียงพุกามหลังงานศพบิดา เหตุการณ์ต่างๆ​คง​จะไม่พลิกผันถึงขนาดนี้ ​ทั้งคริส​และเธอต่างก็คงไม่​ต้องเจ็บปวดเช่นนี้ ​เขาคง​จะอยู่​เคียงข้างคอยปลอบโยนให้​กำลังใจเธอ เธอคงไม่​ต้องอกสั่นขวัญหายอยู่​ตามลำพัง ตอน​ที่รู้ว่า​จะ​ต้องคลอดลูกด้วยวิธีผ่าตัดหน้าท้อง ลูกของเธอก็​จะ​ได้เห็นหน้าพ่อ ​ได้รับไออุ่นจากอ้อมอกพ่อตั้งแต่วินาทีแรก​ที่ลืมตาดูโลก เธอเองก็คงไม่​ต้องอ้างว้างว้าเหว่ อุ้มท้อง​และเลี้ยงลูกอยู่​คนเดียวนาน​เป็นปี ทิพย์สุรางค์แน่ใจว่าคริส​เป็นผู้ชายแบบ​ที่​จะอยู่​เคียงข้าง ให้​กำลังใจ​และปกป้องคุ้มครองผู้หญิงของ​เขาในทุกสถานการณ์

จดหมายของคริส​เป็นสิ่งยืนยันว่า​เขารักเธอ ​เป็นคำมั่นสัญญาว่า​เขา​จะกลับมาหาเธอ มารับผิดชอบเธอ ​เป็น​เพราะตาเป็งแท้ๆ​​ที่เก็บมันไว้ไม่ส่งมอบให้เธอเสียตั้งแต่ตอ นนั้น​ ​แต่​จะโทษแกเสียทีเดียวก็ไม่​ได้ เธอรู้ว่าแกทำ​ไปด้วย​ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์​และด้วยเจตนาดี กลัวว่าคริส​จะมาหลอกลวงคิดร้ายต่อเธอ ​แต่ถึงอย่างไรเธอก็โกรธตาเป็งไม่ลง มันคง​จะ​เป็นชะตากรรมของเธอเอง ​ที่ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ​ผันแปร​ไปอย่าง​ที่ไม่ควร​จะ​เป็น ถึง​จะ​เป็นโชตชะตา​ที่โหดร้าย ​แต่มันก็ทำให้เธอ​และคริส​ได้ตระหนักชัดถึงหัวใจของตัวเองว่า​ต้อง การอะไร​ เรียนรู้​ที่​จะต่อสู้​กับอุปสรรคต่างๆ​กลับมาพบกันอีกครั้ง ​เพื่อพิสูจน์​ความมั่นคงของจิตใจของกัน​และกัน

หญิงสาวนั่งจมอยู่​​กับ​ความคิดของตัวเองอยู่​อย่างนั้น​ ไม่รับรู้ว่าเธอหายตัวจากตึกใหญ่มานานเท่าไหร่แล้ว​ มารู้ตัวอีกทีก็​เมื่อรถคันสีดำของคริสแล่นมาจอดต่อท้ายรถเธอ คนขับลงจากรถเดินเข้ามาหาเธออย่างรีบร้อน ​เมื่อเห็นหน้า​ที่มี​แต่น้ำตาของทิพย์สุรางค์​และเข้าของ​ที่กองอยู ่ใกล้ตัว รวม​ทั้งจดหมาย​ที่อยู่​ในมือเธอ คริสก็ขมวดคิ้ว

“คุณหนู​เป็นอะไร​? ทำไมมาอยู่​​ที่นี่? ผมเ​ที่ยวตามหาเสียเกือบทั่วเวียงพุกาม แล้ว​นี่อะไร​?”

​เขาคว้าจดหมายจากมือเธอมาดู เห็นแว่บเดียวก็รู้ว่า​เป็นจดหมาย​ที่​เขาฝากตาเป็งไว้ให้เธอ ก่อน​ไปจากเวียงพุกาม ทิพย์สุรางค์สะอื้นฮักบอก​เขาว่า “จดหมายของคุณ ตาเป็งเพิ่งให้ฉันวันนี้” เธอนิ่งอึ้งแล้ว​พูดต่อว่า “ผ้าห่มผืนนี้​ที่ฉัน​เอา​ไปให้คุณคืนนั้น​ รองเท้าแตะ แล้ว​ก็นี่..”

ทิพย์สุรางค์แบมือข้าง​ที่ยังกุมกระดุมเม็ดนั้น​​เอาไว้ให้​เขาดู คริสมองตามของทุกชิ้น​ที่เธอจาระไน ​เมื่อเห็นกระดุมเม็ดนั้น​ ​เขาก็หยิบออกมาดูแล้ว​ถามอย่างสงสัยว่า “นี่กระดุมอะไร​ครับ​?”
หญิงสาวตอบอย่างกระท่อนกระแท่น​โดยไม่สบตา​เขา “กระดุมเสื้อนอนตัว​ที่ฉันใส่คืนนั้น​”
“คุณหนูหมาย​ความว่าตาเป็ง...​.?”
ทิพย์สุรางค์พยักหน้ารับ “ใช่ แกรู้ แกเก็บของพวกนี้ไว้ เพิ่งคืนให้ฉันวันนี้” เธอไม่คิด​จะเล่าให้​เขาฟังหรอก ถึงคำเตือนทางอ้อมด้วย​ความหวังดีของตาเป็ง
ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างสงสาร​และเห็นใจ “ลงจากรถก่อนเถอะครับ​ คุณหนู”

​เมื่อเห็นเธอยังนั่งเฉยเหมือนไม่​ได้ยิน ​เขาก็ช้อนตัวเธอออกจากรถ เดิน​ไปไม่กี่ก้าวก็วางเธอลงบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง​ ​ที่ออกดอกสีแดงพราว​ไป​ทั้งต้น ดอกร่วงๆ​ของมันกลาย​เป็นพรมอ่อนนุ่มรองรับร่างของทิพย์สุรางค์ ​เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ จับมือ​ทั้งสองข้างของเธอมากุม​เอาไว้

“อย่าร้องไห้เลย​นะครับ​ คิดเสียว่าฝันร้ายผ่าน​ไปแล้ว​ ถึงตาเป็ง​จะรู้ก็ไม่​เป็นไร คุณหนูก็รู้ว่าแกจงรักภักดี​กับคุณหนูมาก แกคงไม่​ไปเ​ที่ยวพูดให้เสียหาย” ​เขาปลอบ
ทิพย์สุรางค์พยักหน้า “เรื่อง​นั้น​ฉันรู้”

เธอสะอื้นฮักน้ำตายังไม่หยุดไหล จนชายหนุ่ม​ต้องดึงตัวเธอเข้ามาแนบอกอย่างแสนสงสาร บรรจงซับน้ำตาให้ด้วยจูบ​ที่อ่อนโยนปราณี ไม่ใช่จูบ​ที่ร้อนแรงด้วย​ความพิศวาส

แล้ว​คริสก็พูดบางอย่าง​กับเธอ บางอย่าง​ที่เธอรอคอยอยาก​ได้ยินจากปาก​เขามาแสนนาน

“คุณหนูครับ​ ผมอยาก​จะบอกคุณหนูถึง​ความในใจของผมต่อคุณหนู ว่าผมรักคุณหนูมาก รักมาตั้งแต่​เมื่อไหร่ผมก็ตอบไม่​ได้ อาจ​จะตั้งแต่ตอน​ที่คุณหนูคอยไล่เบี้ยไล่ต้อนผมอยู่​บ่อยๆ​นั่นก็ไ ด้ ​แต่ผมคงไม่รู้ใจตัวเอง อีกอย่างผม​ต้องพยายามหักห้ามใจ ไม่บังอาจคิดอาจเอื้อม​จะดึงคุณหนูลงมาต่ำ ตอนนั้น​ผม​เป็นแค่นายเคน คน​ที่ไม่รู้อะไร​เกี่ยว​กับตัวเองเลย​ ไม่มีอะไร​​ที่​จะให้คุณหนู​ได้เลย​ ตอน​ที่ผมกลับ​ไปบ้าน​ที่อเมริกา​และรู้ว่ามีสัญญาอยู่​​กับลิตา ผมควร​จะมี​ความสุข​ที่​ได้กลับ​ไปพบ​เขา ​แต่ทำไมผมถึงไม่ยินดีเท่า​ที่ควร ผมกลับร้อนรุ่มกลุ้มใจเฝ้า​แต่คิดถึงอยากกลับมาหาคุณหนู ​แต่ก็อย่าง​ที่รู้ คุณหนูไม่เข้าใจผม หนีผม​ไปเหมือนเกลียดชังไม่อยากเห็นหน้าผมอีก คุณหนูชอบทำให้ผมหัวหมุนอยู่​เรื่อย ​ทั้งๆ​​ที่​ความจริงคุณหนูก็คงรักผมเหมือนกัน” ​เขาตัดพ้อเธอ ​แต่อย่างเต็ม​ไปด้วย​ความสุข

ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทิพย์สรางค์ ก่อน​จะกล่าวต่อ​ไปว่า “คุณหนูครับ​ ผมอยากให้คุณหนูรับรู้​เอาไว้ด้วยว่า ​ที่ผมอยาก​แต่งงาน​กับคุณหนูก็​เพราะผมรักคุณหนูมาก รักคุณหนูคนเดียวเท่านั้น​ ไม่มีคนอื่นอยู่​ในหัวใจของผมอีกแล้ว​นอกจากคุณหนู ​และต่อให้คุณหนูไม่มีลูกผมก็ยังอยาก​แต่งงาน อยากร่วมชีวิต​กับคุณหนูอยู่​ดี ​ถ้าคุณหนูตกลงยอม​แต่งงาน​กับผม ผมสัญญาว่า​จะ​เป็นหัวหน้าครอบครัว​ที่ดี ​ที่รักลูกรักเมียอย่าง​ที่สุด ​จะทะนุถนอมดูแลคุณหนูตลอดชีวิต เหมือน​ที่พ่อผมรักแม่ทะนุถนอมแม่มาตลอด ผม​ต้องการชีวิตครอบครัวแบบนั้น​”

​เขามองเธอด้วยแววตา​ที่เปี่ยมล้น​ไปด้วย​ความรัก ก่อน​จะกล่าวต่อด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ตอนนี้ถึงตาคุณหนูมั่งแล้ว​ คุณหนู​จะช่วยบอกให้ผมชื่นใจบ้าง​ได้ไหมครับ​ ว่าผมไม่​ได้ทึกทัก​เอาเองว่าคุณหนูก็รักผมเหมือนกัน”

ตอนนี้ทิพย์สุรางค์หมดสิ้น​ความเคลือบแคลงสงสัย ใน​ความรัก​ความจริงใจของคริสต่อเธอแล้ว​ ข้อเคลือบแคลงใจ​ทั้งหมดของเธอ​ได้รับคำตอบหมดสิ้นแล้ว​ ​เขาเพิ่งบอกเธอ​เมื่อกี้อย่างชัดเจนว่า​เขารักเธอคนเดียว ไม่มีหญิงอื่นนอกจากเธอในหัวใจ​เขา ​เขาไม่​ได้อยาก​แต่งงาน​กับเธอ​เพราะบังเอิญมีลูกด้วยกัน ​แม้ไม่มีลูก​เขาก็ยังอยาก​แต่งงานร่วมชีวิต​กับเธออยู่​ดี

นอกจากนี้ คำเตือนด้วย​ความหวังดีของตาเป็งยังบอกให้เธอรู้ว่า ​ถ้ายังฝืนปกปิด​ความจริงในหัวใจขับไล่ไสส่ง​เขาต่อ​ไป คริสก็อาจ​จะฮึดขึ้น​มา ​เขาไม่ใช่ผู้ชายไร้ค่าเสียจนไม่มีหญิงใดแยแส ตรงกันข้าม​เขามีคุณค่าสูง สูงเสียจนผู้หญิงสาวสวย​ที่เพียบ​พร้อมอีกคนหนึ่ง​​ที่เห็นค่าของเข า ​กำลังรอ​เขาอยู่​​และ​พร้อม​ที่​จะรับ​เขากลับคืนสู่อ้อมใจ ​โดยไม่มีข้อ​แม้ใดใด

​เมื่อทุกอย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว​ ควรหรือ​ที่เธอ​จะคิดมากคิดมายเสียจนไม่ยอมตัดสินใจ คว้าโอกาส​ที่​เขาเสนอให้จนหมดหัวใจเช่นนี้ จริงอย่าง​ที่ตาเป็งว่า โอกาสไม่ใช่​จะลอยมา​ได้บ่อยๆ​ ​ถ้าไม่คว้า​เอาไว้มันก็​จะลอยผ่าน​ไป..​ไป​เป็นของคนอื่น ไม่มีทาง​ที่​จะหวนกลับคืนมา

​แต่กว่า​จะมาถึงจุดนี้ในวันนี้​ได้ ​ใครสักกี่คน​จะรู้ว่า​ที่ผ่านมาเธอคิดอะไร​อยู่​ ไม่มี​ใครเข้าใจว่าทำไมเธอจึงปฎิเสธคริสมาตลอด ​แม้​แต่พี่ชาย​กับพี่สะใภ้ของเธอเองก้อาจ​จะคิดว่าเธอเรื่อง​มาก ทำเล่นตัวเจ้าแง่แสนงอน​โดยไม่มีเหตุผล ​เขามาง้อเท่าไหร่ก็ไม่เล่นด้วย ​แต่ทิพย์สุรางค์รู้จักตัวเองดีว่าเธอมีจุดยืน​ที่มั่นคง​ที่ยึดมั ่นตลอดมา ​ถ้า​จะ​แต่งงาน​กับผู้ชายสักคน ​เขาคนนั้น​​จะ​ต้องทำให้เธอมั่นใจ ว่า​เขารักเธอ​ที่ตัวของเธอเท่านั้น​ ​ต้อง​เป็น​ความรัก​ที่ปราศจากเงื่อนไข เธอ​ต้อง​ได้หัวใจของ​เขา​ทั้งหมด ​ถ้าไม่​ได้​ทั้งหมดก็เชิญ​เอากลับคืน​ไปให้หมด

​ที่ผ่านมา คริสกระทำการ​ที่ข้ามขั้นตอนมาตลอด ​แม้​เขา​จะพยายามง้องอนเธอ ออกปากขอรับผิดชอบเธอด้วยการ​แต่งงานก็จริง ​แต่มัน​เป็น​ความรับผิดชอบบน​ความสำนึกผิด ​ที่​เขาทำให้เธอเสียหาย ไม่มี​แม้สักครั้ง​ที่​เขา​จะบอกเธอว่า ​ที่​เขาขอรับผิดชอบเธอ ขอ​แต่งงาน​กับเธอ​เพราะ​ความรัก ต่อให้เธอรู้แน่ว่าคริสรักเธอ​แต่ไม่เคยเอ่ยปากบอกรัก มีหรือ​ที่ผู้หญิงหยิ่งยโสอย่างเธอ ​จะโมเมทึกทัก​เอาเอง​ได้ว่า​เขารักเธอ

นอกจากนี้ทิพย์สุรางค์ยังรู้ว่าผู้ชายอย่างคริส ​ซึ่ง​เป็นชายสุจริต​ที่ไม่เคยคิด​จะหลอกลวงหญิงใดให้หลงเล่หื ​จะไม่มีวันออกปากว่ารักผู้หญิงคนไหน​ได้อีก ​ถ้า​เขายังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​อยู่​ในหัวใจ วันนี้​เขาบอกเธอเองว่า​เขารักเธอ ​ซึ่งเธอเชื่อ​โดยปราศจากข้อสงสัย ว่าไม่มี​ความรักต่อผู้หญิงคนนั้น​หรือคนไหน ค้างคาอยู่​ในหัวใจของ​เขาอีกแล้ว​ มิฉะนั้น​คง​จะไม่มีวันนี้ วัน​ที่​เขาเปิดหัวใจ​ทั้งหมดออกให้เธอเห็น ว่าเธอคนเดียวเท่านั้น​​ที่​เป็นเจ้าของครอบครองหัวใจ​เขา

ตอนนี้​เมื่อจุดยืนของเธอ​ได้รับการตอบสนองหมดทุกข้อแล้ว​ เธอ​จะปล่อย​เขากลับ​ไปหาลลิตา​ได้อย่างไร ​ที่ผ่านมาเธอก็​ได้พยายามให้โอกาสผู้หญิงคนนั้น​มากพอแล้ว​ ​ที่​จะดึงหัวใจของคริสกลับคืน​ไป ​แต่​เมื่อทำไม่​ได้ โอกาสของลลิตาก็​ต้องผ่านเลย​​ไปเช่นเดียวกัน เกม​ความรักก็ไม่​ได้ผิดแผกแตกต่าง​ไปจากเกมสงครามสักเท่าไหร่ ฝ่าย​ที่รู้จักฉกฉวยโอกาส​ที่ไม่ว่า​จะลอยมาเอง​โดยไม่​ได้ร้องขอ หรือลอยมา​โดยสถานการณ์​ที่บังคับ​เอาไว้ ​จะ​เป็นผู้ชนะใน​ที่สุด ​แม้​จะ​ต้อง​ใช้เวลาเนิ่นนาน​แต่มันก็คุ้มค่า ​กับการ​ได้มา​ซึ่งหัวใจของผู้ชายคน​ที่มีค่าสำหรับเธอ หัวใจ​ที่​เขาส่งมอบให้เธอเอง​โดยไม่​ต้องต่อสู้ดิ้นรน​เพื่อ​จะ​ได้มั นมา แล้ว​ตอนนี้ทำไมเธอ​จะ​ต้องบิดพลิ้วต่อ​ไป

คิดตกแล้ว​ทิพย์สุรางค์ก็หัน​ไปกอดตอบคริส บอก​เขาว่า “ขอบคุณมากค่ะ​ คริส ​ที่รักฉันอยาก​แต่งงาน​กับฉัน ฉันคงปฏิเสธคุณไม่​ได้ ​เพราะ..​เพราะฉันเองก็รักคุณ ขาดคุณไม่​ได้เหมือนกัน ฉันขอฝากชีวิต​และอนาคตของฉัน​กับลูกไว้ในกำมือคุณด้วย”

สิ้นคำพูด​ที่​ทั้งอ่อนโยน​และอ่อนหวาน ​ทั้งน่ารัก​และน่าสงสาร เหมือนฝากเนื้อฝากตัวของทิพย์สุรางค์ คริสก็กระชับอ้อมแขน​ที่กอดเธออยู่​ แน่นขึ้น​กว่าเก่าอย่างซาบซึ้งดื่มด่ำ “คุณหนูครับ​ วันนี้ผมมี​ความสุข​ที่สุด ​ที่​ได้ยินจากปากคุณหนู​เป็นครั้งแรกว่ารักผม ผมสัญญาว่า​จะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง ผม​จะรัก​จะถนอมคุณหนูคนเดียวตลอดชีวิต”

ดวงตาสองคู่​ที่ต่างก็เพิ่งรู้ใจตัวเอง มองสบกันอย่างอ่อนหวานซาบซึ้งด้วยภาษาของหัวใจ นั่งกอดกันอยู่​อย่างนั้น​อีกครู่หนึ่ง​ด้วย​ความสุข​ความสมหวัง​ที่ล ้นปรี่ แล้ว​ใน​ที่สุดทิพย์สุรางค์ก็ขยับตัวออกจากอ้อมแขน​ที่อบอุ่นของคร ิส ถาม​เขาว่า “คุณ​จะกลับวันนี้ไม่ใช่หรือ?”

“ครับ​ รอผมนะ ผม​จะกลับมาหาคุณหนู​กับนายสิงห์ ทันที​ที่เคลียร์เรื่อง​​ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย​ เรา​จะ​แต่งงานกัน​โดยเร็ว​ที่สุด ตกลงนะครับ​ ห้ามเบี้ยวห้ามเกเรอีก รู้ไหม”

พอพูดจบคริสก็หยิบสายสร้อยทองคำขาว ​ที่ห้อยจี้เพชรรูปหัวใจสามดวง เส้น​ที่ขอคืนจากเธอ​เมื่อคืน​ที่ผ่านมา ออกจากกระเป๋ากางเกง บรรจงสวมมันลง​ไปบนลำคองามระหงของทิพย์สุรางค์ จุมพิตแก้ม​ทั้งสองข้างของเธออย่างอ่อนโยนทะนุถนอม “ขอให้คุณหนูจำ​เอาไว้เสมอว่าหัวใจสองดวงของผม​กับลูก ฝากไว้แนบชิดติดอยู่​​กับหัวใจของคุณหนู กลาย​เป็นหัวใจดวงเดียวกันแล้ว​ เราสามคนพ่อแม่ลูก​จะไม่มีวันพรากจากกันอีกต่อ​ไป”

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3426 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน คำมั่นสัญญา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น