นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #52
ดอยสะเก็ด
...คริสมองตามหลังทิพย์สุรางค์​ไปอย่างงงงัน ไม่เข้าใจอารมณ์ของเธอเลย​ ​แม้​จะเตรียมตัวมา​พร้อมจากคำแนะนำ​ทั้งของมารดา​และวุฒิเลิศ ตอนแรกก็เห็นเธอนั่งฟังอยู่​ดีดีน...

ตอน : รุกคืบ

คริสมองตามหลังทิพย์สุรางค์​ไปอย่างงงงัน ไม่เข้าใจอารมณ์ของเธอเลย​ ​แม้​จะเตรียมตัวมา​พร้อมจากคำแนะนำ​ทั้งของมารดา​และวุฒิเลิศ ตอนแรกก็เห็นเธอนั่งฟังอยู่​ดีดีนี่นา ​เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าพลาด​ไปแล้ว​ ชายหนุ่มยกมือขึ้น​กุมขมับ พยายามทบทวนคำพูดของตัวเองว่าตอนไหน​ที่ทำให้เธอโกรธ จนถึง​กับพูดตัดขาดว่า​จะไม่​แต่งงาน​กับ​เขา ​และไล่​เขาให้กลับ​ไปหาลลิตา คิดตั้งนานแล้ว​มานึก​ได้ว่า เธอสะบัดลุกหนี​ไปตอน​ที่​เขาบอกเธอว่า ‘ ​แต่งก็​เพราะมีลูก ‘ อ้าว..แล้ว​ทำไม​ต้องโกรธ? ​เขาพูดผิดตรงไหน? ก็มีลูกด้วยกันจริงๆ​นี่นา ​เขารักลูก ​และเชื่อว่าเธอก็รักเด็กชายตัวน้อยคนนั้น​พอๆ​​กับ​เขาเหมือนกัน ​เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่ง​ที่ทิพย์สุรางค์​ต้องการ​ได้ยิน​คือ ​เขา​ต้องการ​แต่งงาน​กับเธอ​เพราะ​เขารักเธอจนหมดหัวใจ ไม่​สามารถ​จะอยู่​​ได้​โดยไม่มีเธอ

​เขาไม่เข้าใจถึงอารมณ์​ที่ลึกซึ้งของผู้หญิงหรอกว่าลูกไม่เกี่ยว ​จะมีลูกหรือไม่มีก็ไม่ควร​เป็นเหตุผลของการขอ​แต่งงาน ถึง​จะ​เป็น​ความจริงก็เถิด ผู้หญิงทุกคนรักลูกด้วยกัน​ทั้งนั้น​แหละ​ ลูก​เป็นคนสำคัญ​ที่สุดอยู่​แล้ว​ ​แต่คริสนึกไม่ถึงหรอกว่าผู้หญิงนั้น​ ​แม้​จะ​เป็นแม่ของลูก ​แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ยังคง​เป็นผู้หญิงอยู่​เต็มร้อย ผู้หญิง​ที่​ต้องการ​ความรักแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จากพ่อของลูกหรือจากผู้ชาย​ที่เธอรัก ผู้หญิง​สามารถแยกแยะ​ได้อย่างชัดเจน ​ระหว่าง​ความรักลูก​และ​ความรักต่อพ่อของลูก ในขณะ​ที่ผู้ชายหลายคนอาจ​จะรักลูก แล้ว​เลย​รักแม่ของลูก​ไปด้วย​ได้ ​ทั้งๆ​​ที่อาจ​จะไม่เคยนึกรักมาก่อน ​เขาไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงทุกคน ​ต้องการ​ความรักแบบไม่มีเงื่อนไขด้วยกัน​ทั้งนั้น​แหละ​ ไม่​ต้องการหรอก ​ความรัก​ที่​ต้องมีอุปกรณ์ช่วยเสริมน่ะ

แล้ว​คืนนั้น​คริสก็​ต้องกลับ​ไปนอนก่ายหน้าผากอยู่​ในโรงแรมในตัวเม ือง คิด​ไปต่างๆ​นานาจนวุ่นวายสับสน ไม่รู้ว่าทิพย์สุรางค์​จะ​เอาอย่างไร​กับ​เขาอีก โน่นก็ไม่​ได้นี่ก็ไม่ยอม แล้ว​​เขาก็นึกถึงลลิตาขึ้น​มาอย่างช่วยไม่​ได้ เธอผู้นั้น​อ่อนหวาน ​เอาอก​เอาใจ​และตามใจ​เขาทุกอย่าง น้อยครั้งนัก​ที่เธอ​จะขัดใจ​เขา ​ถ้ามีเรื่อง​ขัดใจกันเธอก็​จะ​เป็นฝ่ายง้องอน​เขาเสมอ ถึงเธอ​จะไม่ใช่คนผิดก็ตาม

อารมณ์​ที่ถูกทำให้หงุดหงิด​โดยทิพย์สุรางค์ ชักพาให้ชายหนุ่มตั้งคำถาม​กับตัวเองว่า แล้ว​นี่​เขา​จะตั้งหน้าตั้งตาอ้อนวอนงอนง้อเธอ​ไปถึงไหน? เธอรัก​เขาบ้างหรือเปล่า? ก็มารดา​เขาบอกว่าเธอรัก​เขาไม่ใช่หรือ ? ​ถ้าเธอรัก​เขา​แม้เพียงครึ่งเดียว​ที่ลลิตารัก​เขา เธอก็น่า​จะพยายามเข้าใจบ้างสิว่า​เขารัก​ทั้งเธอ​และลูก ​แม้​จะไม่มีเด็กชายสิงห์ ​เขาก็ยังรัก​และอยาก​แต่งงาน​กับเธออยู่​ดี ​แม้บางครั้งเธอ​จะเจ้าอารมณ์ ทำเรื่อง​​ที่​เขาเห็นว่า​เป็นเพียงเรื่อง​เล็กๆ​ให้​เป็นเรื่อง​ใหญ่ พูดอะไร​ก็ไม่ค่อย​จะยอมฟัง ถือ​ความเห็นตัวเอง​เป็นใหญ่อยู่​บ่อยๆ​ก็ตามที

​แต่​ถ้าคริส​เป็นผู้ชาย​ที่กะล่อน หรือเข้าใจผู้หญิงมากกว่านี้สักหน่อย​ ​เขาก็​จะรู้ว่า​ที่ทิพย์สุรางค์ตะบึงตะบอน​เอา​กับ​เขา โกรธโน่นโกรธนี่อยู่​​เป็นประจำ ตั้งแง่มันแทบทุกเรื่อง​ ไม่ว่า​เขา​จะพยายาม​เอาใจเธอมากเท่าไรก็ตาม ก็​เพราะเธอยังไม่​ได้ในสิ่ง​ที่เธอ​ต้องการเท่านั้น​เอง เธอยังไม่มั่นใจใน​ความรักของ​เขา ​เขาไม่รู้ว่า​ความจริง ​เขา​สามารถ​ที่​จะเปลี่ยนเธอ ให้กลาย​เป็นลูกแมวเชื่องๆ​​ที่น่ารักน่าเอ็นดู ​พร้อม​ที่​จะเออออ​ไป​กับ​เขา​ได้ทุกเรื่อง​ ด้วยการยืนยันให้เธอมั่นใจอย่างน้อยก็ด้วยคำพูด ว่า​เขารักเธอคนเดียว เธอ​เป็นหนึ่ง​เดียวเท่านั้น​ในหัวใจ​เขา ผู้หญิง​ที่ชื่อลลิตาไม่มี​ความหมาย​กับ​เขาอีกต่อ​ไป ก็เท่านั้น​เอง !!!

วันรุ่งขึ้น​คริสตื่น​แต่เช้า​ ​แต่ตั้งใจว่า​จะแข็งข้อไม่เข้า​ไป​ที่เวียงพุกาม ​เขาเริ่มรู้สึกว่า​ทิพย์สุรางค์ทำ​กับ​เขาราว​กับไม่มีเยื่อใยใดๆ​ เธออาจ​จะไม่​ได้รัก​เขาเลย​ก็​ได้ คุณธัญญาคงเข้าใจผิด ​เขาดื้อด้านตามง้อเธอมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้ว​ ตั้งแต่อเมริกาจนถึงเมืองไทยนี่ ​เขาทำผิดอะไร​นักหนาจนเธอไม่​สามารถอภัยให้​ได้งั้นหรือ? ใจคอเธอคิด​จะเลี้ยงลูกคนเดียวราว​กับว่า​เขา​เป็นเด็กไม่มีพ่อหรือ ไง?

​เขาเข้าใจเรื่อง​​ความเจ็บปวดของเธอ​และคิดว่า​จะชดเชยให้เธออย่างเ ต็ม​ที่ ​เขาสงสาร​และเห็นใจเธอ ​ที่​ต้องทนอุ้มท้อง​และเลี้ยงลูกของ​เขาอยู่​คนเดียว ​แต่เธอไม่คิดว่าทำเกิน​ไปหน่อย​หรอกหรือ ​ที่คอย​แต่​จะผลักไสไล่ส่ง​เขาอยู่​ตลอดเวลา ​เขาก็มีหัวใจเหมือนกัน เจ็บปวด​เป็นไม่น้อย​ไปกว่าเธอ แถมยังรู้สึกผิด​ทั้งต่อเธอ​และลูกอย่างมหันต์อีกด้วย

​แต่แล้ว​คริสก็ทนอยู่​​ที่โรงแรม​ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น​ พอถึงเวลาสิบนาฬิกา​เขาก็รีบขับรถเข้า​ไป​ที่เวียงพุกาม หลังจากเดินพล่านอยู่​คนเดียวคิดเรื่อง​​ความพยศต่างๆ​นานาของทิพย์ สุรางค์ ​เมื่อขึ้น​มาบนตึก​เขาเห็นหญิงสาวนั่งอ่านนิตยสารอยู่​ในห้องนั่งเ ล่น ​ระหว่างขับรถเข้ามา​ที่เวียงพุกาม ชายหนุ่มคิดว่า​เขา​จะ​ต้องดัดนิสัยเสียๆ​​เอา​แต่ใจตัวเองของทิพย์สุ รางค์เสียบ้าง ​เขาจึงทำ​เป็นไม่เห็นเธอเสียเฉยๆ​อย่างนั้น​แหละ​ อยากรู้เหมือนกันว่าเธอ​จะทำอย่างไร

​ส่วนทิพย์สุรางค์นั้น​ คืน​ที่ผ่านมาเธอนอนหลับๆ​ตื่นๆ​​ทั้งคืน ​ทั้ง​เป็นห่วง​และกังวล ​ที่​เป็นห่วง​เพราะตอน​ที่คริสหุนหันขับรถจาก​ไปนั้น​ค่อนข้างดึกแล้ ว เธอกลัวว่า​เขา​จะประสบอันตราย​ระหว่างทาง ​ซึ่งเปล่าเปลี่ยวปราศจากยวดยานสัญจร​ไปมา รถอาจ​จะเสียขึ้น​มา​โดยกระทันหัน อาจ​จะมีคนร้ายมาดักซุ่ม​เพื่อชิงทรัพย์​เขา เธอคิด​ไปต่างต่างนานา แล้ว​ยังกังวลอีกด้วย​เพราะรู้ว่า​เขาโกรธเธอ ​ที่บอกว่าไม่​ต้องการ​จะ​แต่งงาน​กับ​เขา แล้ว​ไล่​เขาให้กลับ​ไปหาผู้หญิงคนนั้น​ ตอน​ที่​เขาออกมาจากห้องนั่งเล่น เดินผ่านเธอ​ที่ยืนอยู่​แถวๆ​โต๊ะอาหาร ​เขาไม่มองหน้าเธอเลย​ ​แต่เธอแอบชำเลืองมอง​เขา​และเห็นสีหน้า​เขาเครียด นัยน์ตาก็ดุอย่าง​ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย

แล้ว​วันนี้เธอก็รีบตื่น​แต่เช้า​ อาบน้ำ​แต่งตัวอย่างตั้งใจให้สวยงาม​เพื่อ​เขา ด้วยชุดอยู่​​กับบ้าน กระโปรงยาวสีเขียวเข้ม​และเสื้อผ้าป่านแขนกุดคอตั้งสีขาวเข้ารูป ปักดอกไม้ช่อเล็กๆ​หลากสีกระจายทั่วด้านหน้าตัวเสื้อ ​แม้​แต่ผม​ที่ปกติเธอชอบรวบหรือมัด​เป็นมวยหลวมๆ​ไว้ตรงท้ายทอยอย่า งไม่สนใจใยดี วันนี้เธอก็อุตส่าห์แปรงมันอยู่​นานแล้ว​ปล่อยให้ยาวสลวยลงมากลาง หลัง เสร็จเรียบร้อย​แล้ว​ก็ลงมาข้างล่าง เดิน​ไปเดินมารอ​เขา คิดว่าคริส​จะ​ต้องรีบมา​แต่เช้า​ ​แต่เปล่าเลย​ เธอรอแล้ว​รอเล่า​เขาก็ยังไม่มา อาหาร​ที่สั่งให้สาว​ใช้เตรียมไว้เผื่อ​เขาด้วย ก็ถูกทิ้งให้หมดรสชาติอยู่​บนโต๊ะอาหาร ทิพย์สุรางค์เริ่มใจเสีย หรือ​เขาเข้าใจว่า​ที่เธอบอกว่า​จะไม่​แต่งงานด้วย แถมไล่​เขากลับ​ไปหาผู้หญิงคนนั้น​ ​เป็นสิ่ง​ที่เธอ​ต้องการจริงๆ​

​ถ้า​เขาเกิดเชื่ออย่างนั้น​ขึ้น​มาจริงๆ​ แล้ว​เดินทางออกจากตัวจังหวัด​ไปแล้ว​ล่ะ เธอ​จะทำอย่างไรดี ​ถ้า​เขาไม่กลับมาหาเธอ​และลูกอีกแล้ว​ เธอ​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ยิ่งคิดก็ยิ่งใจเสีย ทิพย์สุรางค์กระสับกระส่าย เดินวนเวียน​ไปมาขึ้น​ๆ​ลงๆ​อยู่​​ระหว่างชั้นบน​กับชั้นล่าง แล้ว​ใน​ที่สุด​เขาก็มา ​เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเ​ที่ยงสิบห้านาที เธอเห็น​เขาแล้ว​​แต่แกล้งทำ​เป็นอ่านหนังสือเฉยอยู่​ คิดว่าเดี๋ยว​เขาก็คงเข้ามาตอแยเธอเหมือนเคย ​แต่เปล่าหรอก ​เขาเดินผ่านเธอ​ไปตามหาสิงห์ ​โดยไม่​แม้​แต่​จะชำเลืองมองเธอ

ชายหนุ่มเดินตามหาลูกชายตัวน้อย​ไปจนทั่วตึก ใน​ที่สุดก็รู้ว่า​เขาอยู่​​กับแสงดาว พี่เลี้ยงประจำตัวของ​เขาในห้องเล็กๆ​บนตึกชั้นล่าง ​ที่จัดไว้​เป็น​ที่เล่น​และเก็บของเล่นของ​เขา​โดยเฉพาะ ​เมื่อเปิดประตูเข้า​ไป​ทั้งเด็กรุ่นสาว​ที่​เป็นพี่เลี้ยง​และเด็กชา ยสิงห์ ​ซึ่ง​กำลังนั่งเล่นอะไร​ง่วนอยู่​บนพื้นห้อง ก็เงยหน้าขึ้น​มอง​เขา​เป็นตาเดียวกัน พอเห็นคริส เด็กชายก็ผวาเข้าหาพี่เลี้ยงทันที หน้าตาของ​เขาเริ่มตื่นกลัวขึ้น​มาอีก

คริสทำไม่รู้ไม่ชี้ มอง​ไปรอบๆ​ห้อง ​เมื่อเห็นกล่องแบนๆ​ขนาดใหญ่ลักษณะ ​เป็นกล่องของเล่น วางอยู่​บนโต๊ะ​ซึ่งตั้งอยู่​ชิดผนังด้านหนึ่ง​ ​เขาก็เดินเข้า​ไปดู จำ​ได้ทันทีว่ามัน​คือกล่องรถไฟจำลอง​ซึ่งมี​พร้อมตั้งแต่ราง ตัวโบกี้ สถานีรถไฟ ฯลฯ ​ที่​เขาฝากกรมาให้สิงห์ ชายหนุ่มหยิบกล่องลงมาวางบนพื้น เทอุปกรณ์​ทั้งหมดในกล่องออก ตาก็ชำเลืองดูเด็กชาย​ซึ่งตอนนี้ ​แม้มือข้างหนึ่ง​​จะเกาะแขนแสงดาวไว้แน่น ​แต่ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเป๋งมา​ที่ของ​ที่กองอยู่​ตรงหน้าคริสอย่างส นอกสนใจ

ชายหนุ่มเริ่มประกอบรางรถไฟเข้าด้วยกัน ​เป็นแท่งยาวแท่งโค้งตามลักษณะของมัน ​เมื่อเห็นสิงห์​กำลังใจจรดใจจ่อดูว่าแท่งเหล่านั้น​​คืออะไร​ ​เขาก็แอบพยักเพยิด​กับแม่พี่เลี้ยงสาวรุ่น ​เป็นทำนองให้ออกจากห้อง​ไปเสีย ​ซึ่งเจ้าหล่อนก็ทำตาม​โดยดี ​โดยค่อยๆ​แกะมือเด็กชายออกจากแขน หลอกล่อ​เขาว่า “เดี๋ยวแสงดาวมานะคะ​คุณสิงห์” แล้ว​ก็รีบรุดออกประตู​ไป
เด็กชายตัวน้อยเหลียวมองตามหลังพี่เลี้ยง แล้ว​เริ่มเบะปากทำท่า​จะร้องไห้ ตั้งท่า​จะตามเจ้าหล่อนออก​ไป ​แต่คริสรีบเรียก​ความสนใจของ​เขาให้กลับมาสู่ของเล่น ด้วยการหยิบตู้โบกี้ตู้หนึ่ง​เคาะลง​กับพื้นห้องแล้ว​พูด​กับ​เขาว่า

“ดูนี่สิ สิงห์ นี่รถไฟนะ มันวิ่ง​ได้ด้วย” แล้ว​​เขาก็วางมันลงบนพื้นห้องไสส่ง​ไปให้สิงห์ ​ซึ่งตอนนั้น​เริ่มหันกลับมามองใหม่อย่างสนใจ เลิกล้ม​ที่​จะตามพี่เลี้ยงออก​ไป ​ระหว่างนั้น​ชายหนุ่มก็รีบประกอบอุปกรณ์ต่างๆ​เข้าด้วยกันอย่างเร ่งรีบ ​เพราะกลัวว่าเด็กชาย​จะหมด​ความสนใจ แล้ว​ร้องไห้อาละวาดออกมาเสียก่อน

​ระหว่าง​ที่​เขาสาละวนอยู่​​กับการประกอบรางรถไฟ เด็กชาย​ซึ่งตอนแรกอยู่​ห่างจาก​เขาพอสมควร ค่อยๆ​เดินเตาะแตะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ​ ดวงตากลมโตบ๊องแบ๊วจ้องเขม็งมา​ที่ของเล่น ​เมื่อคริสประกอบเสร็จ บรรจุแบตเตอรี่เข้า​ไปใน​ที่ของมันเรียบร้อย​​และกดสวิทซ์เดินเครื่ อง รถไฟขบวนยาว​ที่​เขานำโบกี้​แต่ละตู้มาต่อพ่วงเข้าด้วยกันก็แล่นช้ าๆ​​ไปตามราง ตอนนี้เด็กชาย​ซึ่ง​กำลังสนใจ​กับของเล่นชิ้นใหม่ ​ที่มารดาของ​เขาไม่เคยประกอบให้เล่น เข้ามาถึงตัวคริสแล้ว​​และนั่งลงข้างๆ​​เขา

พอรถไฟ​ที่แล่น​ไปช้าๆ​ในตอนแรกเริ่มเร่ง​ความเร็วขึ้น​ ​เขาก็ตบมือเปาะแปะหัวเราะชอบใจ หันมาพยักเพยิด​กับคริส ทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว​ต้องอุ้ม​เขาขึ้น​มานั่งบนตัก ​แม้​จะ​ต้องเสี่ยง​กับเสียงกรี้ดประท้วงของ​เขาก็เถิด ​แต่ผิดคาด คราวนี้สิงห์ยอมนั่งตัก​เขา​โดยดี ​เมื่อรถไฟขบวนนั้น​แล่น​ไปเจอสะพาน มันก็พยายามไต่ขึ้น​​ไปแล้ว​กลับไหลลงมา ก่อน​จะหลุดจากรางกระเด็นตกลง​ไป​ที่พื้น เด็กชายทำหน้าตื่นตาโตอย่างตกใจแล้ว​ร้อง “อู๊ อู๊” หันมามองหน้าคริส แล้ว​ชี้มือ​ไป​ที่รถไฟขบวนนั้น​ เหมือน​จะบอก​เขาให้​ไปเก็บมันมาวิ่งใหม่

ชายหนุ่มก้มลงจูบแก้มขาวๆ​ ​ที่ตอนนี้ไม่มอมด้วยคราบน้ำตาเหมือน​เมื่อวานนี้แล้ว​ แถมยังหอมกรุ่นด้วยแป้งเด็กซ้ำๆ​กันหลายที ​โดย​ที่เจ้าของแก้มไม่แผลงฤทธิ์ ​ซึ่งคง​เป็น​เพราะ​กำลังตื่นเต้น​กับของเล่นชิ้นใหม่ อุ้ม​เขาขึ้น​จากตักพาเดิน​ไป​ที่รถไฟ​ที่ตกรางอยู่​ ย่อตัวลงแล้ว​จับมือน้อยๆ​ของลูก ให้เอื้อมลง​ไปจับรถไฟขบวนนั้น​ขึ้น​มา ​โดยมีมือของ​เขาช่วยประคองอีกที แล้ว​หลังจากนั้น​ ​เมื่อไหร่ก็ตาม​ที่รถไฟขบวนนั้น​วิ่งตกราง เด็กชายตัวน้อยก็รีบลุกขึ้น​จากตักคริส เดินเตาะแตะ​ไปลากมันมาส่งให้ชายหนุ่ม ​เพื่อทำให้วิ่ง​ไปบนราง​ได้อีกครั้งหนึ่ง​

​ทั้งสองเล่นกันอยู่​อย่างนั้น​​เป็นเวลานาน จนทิพย์สุรางค์​ที่กระสับกระส่ายรอ​เขาอยู่​​ต้องตามมาดู หลังจาก​ที่สั่งคำหล้าให้นำอาหาร​ไปอุ่นแล้ว​จัดขึ้น​โต๊ะใหม่ เธอตั้งใจ​จะมาเรียกคริส​ไปรับประทานอาหารกลางวัน หญิงสาวแง้มประตูห้อง ภาพพ่อลูก​ที่​กำลังเล่นรถไฟอยู่​ด้วยกัน ​โดย​ที่ลูกนั่งตักพ่อ​และพ่อก็ถือโอกาสจูบลูกซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่าอย่าง ไม่เบื่อหน่าย ทำให้หญิงสาว​ต้องเบือนหน้าหนี น้ำตาไหลออกมาด้วย​ความตื้นตันใจ สงสาร​ทั้งพ่อ​และลูก​ที่เพิ่ง​จะมีโอกาส​ได้พบ​และใกล้ชิดกันอย่างพ่ อ​กับลูก

​เมื่อทิพย์สุรางค์หัน​ไปมองอีกครั้งหนึ่ง​ก็เห็นคริส ​ซึ่งคง​จะ​เมื่อย​เพราะนั่งอยู่​ในท่านั้น​มานานแล้ว​ ล้มตัวลงนอนแผ่เหยียดยาวบนพื้นห้อง มีร่างของเด็กชายติดมือมาด้วย ​เขา​ใช้มือสองข้างจับร่างของสิงห์​เอาไว้ ยกชูสูงขึ้น​​ไปในอากาศจนสุดปลายแขน แล้ว​ยกต่ำลงมาจนจรดอก ยกขึ้น​ยกลงอยู่​อย่างนั้น​หลายเ​ที่ยว ทุกครั้ง​ที่ถูกยกสูงขึ้น​​ไปเด็กชายก็ส่งเสียงกรี้ดกร้าดชอบอกชอบ ใจ ตาของ​เขา​เป็นประกายแวววับอย่างสนุกสนาน ​และ​เมื่อถูกยกลงมาเกยอยู่​บนอกของคริสอย่างกระทันหัน ​เขาก็หัวเราะเอิ้กอ้ากจนน้ำลายไหลหยดย้อยลงบนอกเสื้อของชายหนุ่ ม

“สิงห์ เด็กชายสิงห์ครับ​ เรียกพ่อหน่อย​ซิลูก” ​เขาอ้อนวอนหลายครั้ง แถมทำปากห่อออกเสียงคำว่า “พ่อ” ให้ดูด้วย​แต่ไม่สำเร็จ พอเหลือบมาเห็นทิพย์สุรางค์​ที่ประตู เด็กชายก็ร้องว่า “แม่ แม่” มองหน้าชายหนุ่มแล้ว​ชี้ให้​เขาดูเธอ หญิงสาวคิดว่าตอนนี้สิงห์คงเริ่มติดคริสแล้ว​ ​เพราะ​เขาไม่รีบวิ่งมาหาเธอเหมือนทุกครั้ง​ที่เห็นเธอ ​เขายังเกาะติดอยู่​​กับคริส​แม้​แต่ตอน​ที่เธอเดินเข้ามาในห้อง

“ สิงห์ ​ไปทานนมนอน​ได้แล้ว​” เธอบอกแล้ว​ดึงลูกชายตัวน้อย​จะให้ยืนขึ้น​ จากท่า​ที่นั่งอยู่​บนหน้าอกของคริส ​แต่เด็กชายทำตาขุ่น ขืนตัวไว้แล้ว​ร้องว่า “ไม่! ไม่!”
คริส​ได้ทีก็รีบลุกขึ้น​นั่ง กอดลูก​เอาไว้แน่น จูบผมหยิกหยักโศกของ​เขาเบาๆ​ “อ๋อ ยังไม่หิวแล้ว​ก็ยังไม่ง่วงด้วยใช่ไหม? อยากอยู่​​กับพ่อหรือลูก?” ​แต่​เขาก็ยังไม่ยอมมองเธออยู่​ดี

ทิพย์สุรางค์เดินออก​ไปเรียกแสงดาว​ซึ่งนั่งอยู่​แถวนั้น​ ให้เข้ามา​เอาตัวสิงห์​ไปอาบน้ำทานนมแล้ว​นอนกลางวัน ​ซึ่งกว่าแสงดาว​จะ​เอาตัว​เขาออก​ไป​ได้ก็เหนื่อย ​เพราะเด็กชายดิ้นรนทำฤทธิ์ไม่ยอม​ไปง่ายๆ​ ​เมื่อแสงดาวพาสิงห์ออก​ไปแล้ว​ ทิพย์สุรางค์เห็นคริสยกนาฬิกาข้อมือขึ้น​ดูเวลา เธอใจหายวาบ​เมื่อคิดว่าหรือ​เขา​กำลัง​จะกลับ​เพราะยังโกรธเธออยู่​ เธอฝืนใจง้อ​เขา “คุณคงยังไม่​ได้ทานอาหารกลางวัน ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว​”

ชายหนุ่มแกล้งทำหน้าเฉยไม่ตอบว่าอะไร​ ​แต่ยอมเดินตามเธอเข้า​ไปในห้องอาหาร ​เขาสังเกตเห็นว่า​ระหว่างนั่งรับประทานอาหารอยู่​ด้วยกัน ทิพย์สุรางค์พยายาม​เอาอก​เอาใจ ช่วยเลื่อนอาหารจานโน้นจานนี้ให้ใกล้มือ​เขา ตาก็คอยชำเลืองดูสีหน้า​เขา คริสเห็นเธอทำหน้าจ๋อยไม่ทำฤทธิ์ทำเดชอย่าง​ที่เคยทำ ก็​ทั้งขำ​และสงสาร ​แต่ยังหรอก ​ต้องแกล้งแข็งข้อต่อ​ไปอีกหน่อย​​ทั้งๆ​​ที่ใจอ่อนยวบ​ไปแล้ว​

หลังอาหาร ทิพย์สุรางค์ชวน​เขาเข้า​ไปในห้องนั่งเล่นแล้ว​เปิดเพลงเบาๆ​ให้ฟัง คริสนั่งอยู่​เพียงครู่เดียวก็เดินลงจากตึกหน้าตาเฉย​โดยไม่บอกกล ่าว ​ความจริง​เขาออก​ไปสูบบุหรี่​และอยาก​จะแกล้งเธออีกนิดหน่อย​ด้วย ​แต่ทิพย์สุรางค์​ซึ่ง​กำลังน้อยใจจนน้ำตา​จะหยดอยู่​แล้ว​ ​ที่​เขาแทบ​จะไม่พูด​กับเธอสักคำ เข้าใจว่า​เขา​จะกลับแล้ว​​โดยไม่แยแสเธอเลย​ ​แม้เธอ​จะลงทุนง้องอน​เขาก็ตาม พอคริสเดินลงบันไดหน้าตึกลับตา​ไป หญิงสาวก็เดินแกมวิ่งออกจากห้องนั่งเล่น ขึ้น​บันไดเข้า​ไปในห้อง​ส่วนตัว ล็อคประตูแล้ว​ลงนอนร้องไห้สะอื้นฮักๆ​ ด้วย​ความน้อยใจอยู่​บนเตียง

หลังจากร้องไห้จนรู้สึกหายอัดอั้น​ไปมากแล้ว​ ทิพย์สุรางค์ก็ลุกขึ้น​จากเตียงเดิน​ไปส่องกระจก ​เมื่อเห็นหน้า​ที่หมดรอยแป้ง​และดวงตา​ที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่า งหนัก เธอก็ล้างหน้าล้างตาเติมแป้งเสียใหม่ ​แต่ตาของเธอก็ยังบวมอยู่​ ​เมื่อทำอะไร​ไม่​ได้มาก​ไปกว่านั้น​หญิสาวก็บอกตัวเองว่าช่างมันเถอ ะ ถึงแสงดาวหรือศรีวรรณ​จะสังเกตเห็นก็คงไม่รู้เรื่อง​อะไร​หรอก แล้ว​เธอก็ลงบันได​ไปข้างล่าง

ทิพย์สุรางค์มองนาฬิกา​ที่ผนังห้องนั่งเล่น ​ซึ่งบอกว่าขณะนั้น​บ่ายสามโมงกว่าแล้ว​ เธอคิดว่าป่านนี้สิงห์คงใกล้​จะตื่นนอนแล้ว​​และแสงดาวคงอยู่​​กับเข า เธอพยายามทำใจให้สงบ หยิบแมกกาซีนฉบับ​หนึ่ง​ขึ้น​มาอ่าน ​แต่แล้ว​ก็​ต้องวางมันลง​เพราะไม่มีสมาธิพอ ใจ​ที่กังวลไม่ยอมให้เธอทำอย่างอื่น นอกจากทบทวนคิดถึงเรื่อง​​ระหว่างเธอ​กับคริส หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่า​บางครั้งเธอก็ทำ​กับ​เขาเกิน​ไป ​และ​เขาก็สุดแสน​จะอดทน​กับฤทธิ์เดชของเธอ

คิด​ไปคิดมาแล้ว​ทิพย์สุรางค์ก็ตั้งใจว่า ​ถ้าคริสยังอยู่​ในตัวเมือง ยังไม่​ได้ขึ้น​เครื่องบิน​ไปเชียงใหม่​และกลับมา​ที่เวียงพุกามอีกค รั้ง หรือโทรศัพท์มาหา เธอก็​จะทำดี​กับ​เขา ​จะพยายามโมโหให้น้อย​ที่สุด ​เขาพูดอะไร​ก็​จะรับฟัง​แต่​จะทำตามหรือไม่​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​

​ความจริงเธอก็รู้ว่าผู้ชาย​ส่วนใหญ่ ชอบผู้หญิง​ที่อ่อนหวานไม่เรื่อง​มาก ​และ​ถ้าพูดกันจริงๆ​แล้ว​เธอก็ทำ​เป็น​ถ้าอยาก​จะทำ ถึง​จะ​ต้องฝืนธรรมชาติของตัวเอง​ไปบ้าง ก็ไม่เห็น​จะเสียหายอะไร​ หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่า ​ที่เธอ​จะทำดี​กับ​เขาก็​เพื่อลูกชายตัวน้อยของเธอเท่านั้น​ ​เพราะเธอเห็นแล้ว​ว่า​เขาติดพ่อของ​เขามาก ไม่เกี่ยวอะไร​​กับตัวเธอเลย​

พอตัดสินใจ​ได้แล้ว​ ทิพย์สุรางค์ก็เดิน​ไป​ที่ห้องข้างล่าง ​ที่จัดไว้​เป็น​ที่นอนกลางวันของเด็กชาย ​แต่พอเปิดประตูเข้า​ไป เธอก็เห็นคริสอยู่​ในห้องนั้น​​กับสิงห์​ซึ่งตื่นนอนแล้ว​ ​เขานอนอยู่​บนตักคริส ​กำลังดูดนมจากขวด​ที่แสงดาวคงจัดการชงมาให้ ​เพราะปกติหลังจากนอนกลางวัน​เขา​จะดูดนมอีกขวดหนึ่ง​ พอเห็นว่าคริสยังอยู่​ ไม่​ได้กลับ​ไป​ที่โรงแรมในตัวเมืองอย่าง​ที่คิด ใจของเธอก็วาบขึ้น​มาด้วย​ความดีใจ ​แต่ด้วยมารยาหญิงเธอแกล้งทำหน้าเฉย ไม่สบตา​เขา​ที่เงยหน้าขึ้น​มอง​เมื่อ​ได้ยินเสียงประตูเปิด

ทิพย์สุรางค์ทำ​เป็นถามลูกชายตัวจ้อย ​ที่เหลือบตาสีน้ำตาลเข้มใสแจ๋วของ​เขาขึ้น​มองเธอ ​โดย​ที่ปากเล็กๆ​แดงแจ้ดด้วยสุขภาพ​ที่สมบูรณ์นั้น​ ยังดูดขวดนม​ที่​ใช้สองมือถืออยู่​ต่อ​ไปอย่างมี​ความสุข “ตื่นแล้ว​หรือลูก”

​ส่วนคริสนั้น​มองหน้าเธอแวบเดียวก็รู้แล้ว​ ว่าเธอแอบ​ไปร้องไห้มา ​เขาเห็นดวงตา​ที่บวมแดงของเธอแล้ว​ก็รู้สึกสงสาร คิดว่า​ได้ลงโทษ​ความดื้อรั้นของเธอพอแล้ว​ ชายหนุ่มส่งยิ้มกว้างให้เธอ​และพูดเหมือน​กับลืม​ไปแล้ว​ว่า​เมื่อไม ่กี่ชั่วโมงมานี้ ​เขายังทำเฉยเมยมึนตึงไม่พูดไม่จา​กับเธออยู่​เลย​ “​เขาตื่น​ได้สักพักแล้ว​ละ ผมหาคุณหนูไม่เจอเลย​เข้ามาหาสิงห์” แล้ว​​เขาก็ดึงมือเธอให้นั่งลงข้างๆ​

เด็กชายสิงห์​ซึ่งดูดนมหมดขวดแล้ว​ ​เอาขวดนมออกจากปากยื่นส่งให้คริส แล้ว​ตะกายลงจากตัก​เขาเข้า​ไปหาทิพย์สุรางค์ ​เมื่อเธอกอดร่างป้อมๆ​ของ​เขา​เอาไว้​เขาก็กอดคอเธอ แหงนหน้าขึ้น​​ใช้จมูกเล็กๆ​ของ​เขาจูบแก้มเธอเสียงดังฟอดหลายทีติด ๆ​กัน

คริสมองภาพแม่ลูก​ที่กอดจูบกันอยู่​ตรงหน้าอย่างตื้นตันใจ นี่​คือครอบครัวเล็กๆ​ของ​เขา นี่​คือชีวิต​ที่​เขา​ต้องการ​และ​จะไม่ยอมเสียมัน​ไป ​แม้ทิพย์สุรางค์​จะทำเหมือนไม่แยแส ​ที่​จะ​เป็นครอบครัวของ​เขาก็ตาม แล้ว​​เขาก็หัน​ไปพูด​กับเด็กชายว่า “ วันนี้พ่อ​จะเล่น​กับสิงห์​ทั้งวันเลย​นะ ​ถ้าพ่อเล่นด้วยแล้ว​คืนนี้สิงห์ให้พ่อนอนด้วยนะลูกนะ”

“​ใครเชิญ?” หญิงสาวพยายามทำสีหน้าปึ่งชา​ทั้งๆ​​ที่หัวใจเริ่มอบอุ่น “​ถ้าเล่น​กับ​เขาเสร็จ ก็เชิญกลับ​ไป​ได้เลย​”
ชายหนุ่มอมยิ้ม “กลับ​ไปไหน? ผมไม่​ไปไหนหรอก คืนนี้ผม​จะนอน​ที่นี่​กับนายสิงห์ ผม​เอาเสื้อผ้ามาด้วยแล้ว​”
“​แต่คุณ​จะอยู่​หรือค้าง​ที่นี่ไม่​ได้” ทิพย์สุรางค์ทำเสียงแข็ง “​ที่นี่ไม่ใช่บ้านใช่ช่องของคุณ”
“อ้าว ​แต่ก่อน​ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านใช่ช่องของผมสักหน่อย​ คุณหนูยังยอมให้ผมอยู่​นี่นา จำไม่​ได้หรือไง?” ​เขายั่ว

ทิพย์สุรางค์แสร้งทำหน้าบึ้งให้​เขาเห็นว่า เธอไม่พอใจ​กับการต่อล้อต่อเถียงของ​เขา นึกในใจว่านายเคนนี่ก็กวนประสาท​เป็นเหมือนกัน เห็นทำซื่อๆ​อย่างนั้น​เถอะ

“ฉันหมายถึงบนตึกหลังนี้ ​แต่ก่อนคุณอยู่​​ที่นี่หรือไง? ​ถ้าคุณไม่กลับ ก็เชิญขนเสื้อผ้าของคุณ​ไปนอน​กับตาเป็งโน่น” เธอไล่ส่ง ​แต่แล้ว​​เมื่อนึกขึ้น​​ได้ถึงเหตุการณ์คืนนั้น​​ที่กระท่อมตาเป็ง เธอก็หยุดพูดทันที หน้าของหญิงสาวแดงก่ำเลย​​ไปถึงลำคอ

​เมื่อเห็นเช่นนั้น​ชายหนุ่ม​ซึ่งเข้าใจ​ความรู้สึกของเธอดี ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง​ “​ไป สิงห์ ​ไปหาอะไร​เล่นกันดีกว่า” ว่าแล้ว​​เขาก็ลุกขึ้น​ยืน อุ้มสิงห์เดินตามทิพย์สุรางค์ออก​ไปจากห้อง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3425 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน รุกคืบ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น