นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #10
SONG-982
...ยังของคาวประดามี ​ทั้งกุ้งพล่าปลายำ เป็ดไก่​และเนื้อหมู ล้วนจัดมาวางตั้งเรียงไว้เพียบ​พร้อม ก่อน​จะจุดธูปหอมดอกใหญ่ อัญเชิญดวงวิญญาณ​ทั้งหลาย​ที่สถิตอยู่​ประจำบ้าน ให้ออกมารับเครื่องเซ่นไหว้บัดพลี​โดย​พร้อมเพรียง...

ตอน : บทที่ ๙

เจ้าคุณอเนกคุณากรไม่ยอมเสียเวลา สั่งให้นายวงศ์แจ้งกติกา​และเริ่มการแข่งขันต่อ​ไปทันที ​ซึ่งรอบนี้อาจเรียก​ได้ว่า​เป็นการประลองยุทธ์จริงๆ​ จังๆ​ ก็ว่า​ได้

"คุณหลวงสมุทรขจรฤทธิ์ชำนาญการต่อสู้ทุกชนิด ​ทั้งอาวุธ​และมือเปล่า ​เพื่อ​เป็นการยุติธรรม ไม่ให้​ใครติฉินนินทา​ได้ ท่านเจ้าคุณจึงขอให้ประลอง​แต่เฉพาะหมัดมวย ​เมื่อถูกตัวก็แล้ว​ก็​ต้องยุติ ไม่ให้ตามซ้ำเติม มีท่านใดขัดข้อง​กับกติกานี้หรือไม่"

ถ้อยคำนั้น​ถูกร้อยเรียงไว้​เป็นอันดี ฟังผ่านๆ​ ก็พอฟัง​ได้ ​แต่ฟังให้ดีมัน​เป็นการหยามหมิ่นกันอยู่​ในที ตรง​ที่ว่าให้ประลองเฉพาะหมัดมวย คล้าย​เป็นการปรามาสว่าคู่ต่อสู้ ​คือทรงธรรม คง​จะมีฝีมืออยู่​แค่นั้น​

"กระผมไม่ขัดข้อง"

​แต่คนหัวเดียวกระเทียมลีบ​ที่สุดในเวลานี้ กลับตอบโต้เสียงดังฟังชัด

"เพียงแค่ มือเท้าไร้ตา หากกระทบกระทั่งก็​ต้องขออภัย ​และด้วยว่าคุณหลวงนั้น​​เป็นผู้ชำนาญการต่อสู้ ประสาทสัมผัสคง​จะว่องไว ​แต่เรื่อง​ประสาทสัมผัสนั้น​กระผมก็ไม่​เป็นรอง​ใคร จึงขอเสนอให้​ใช้ผ้าปิดตา​ทั้งสองฝ่าย แล้ว​​ใช้ประสาทสัมผัส​ส่วนอื่นในการประลอง แตะถูกฝ่ายตรงข้าม​ต้องหยุดทันที คุณหลวง​จะเห็นดีด้วยหรือไม่"

ทรงธรรมอำพรางแผนการของตัวเอง​เอาไว้ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ​

"​จะ​เป็นไร​ไป ไม่ว่า​จะหลับตาลืมตา หรือ​ใช้มือเดียว กระผมก็ยังมีโอกาสชนะ ​แต่ดู​จะ​เป็นการดูถูกฝีมือคุณทรงธรรมจนเกิน​ไป กระผม​จะขอ​ใช้สองมือนี้ต่อสู้แบบออมแรงก็แล้ว​กัน เชิญ!"

คุณหลวงชาตินักรบ ส่งเสียงเชิญห้าวหาญ ยืนรอท่าให้บ่าวมาผูกปิดตาอย่างสง่าผ่าเผย ​ส่วนทรงธรรมนั้น​ตอนแรกอุ่นเรือน​จะเข้ามาผูกให้ด้วยตัวเอง ​แต่นายวงศ์รีบเข้ามาแทรกกลางเสียก่อน

อาการของอุ่นเรือน​ที่ดู​จะ​เป็นห่วง​เป็นใยทรงธรรมเสียเหลือเกินนั้น​ อยู่​ในสายตาของแสงเพ็งตลอดเวลา จนเธอเริ่มลังเลว่า การช่วยเหลือชายหนุ่มให้สำเร็จผลในครั้งนี้ ​เป็นการถูก​ต้อง ตรง​กับหัวใจของตนเองจริงๆ​ หรือไม่

แสงเพ็งไม่ปฏิเสธเลย​ว่ารู้สึกชื่นชอบชายหนุ่มมากขนาดไหน ​แม้นว่า​เขา​จะมีท่าทางไม่จริงจัง อีก​ทั้งจุดมุ่งหมาย​ที่กระทำอยู่​นี้ ยังไม่ใช่ทาง​ที่ถูก​ที่ควร ​กับการ​จะ​ใช้สตรี​เป็นหนทางไต่เต้าในอาชีพการงาน ​แต่อย่างน้อย ​เขาก็เคยบอกแล้ว​ว่า ไม่​ได้คิด​จะหลอกลวงผู้หญิงนั้น​​แต่อย่างไร

คิดสับสน​ไปมาอยู่​จนผีสาวอื่นๆ​ ​ที่รอท่าต่างก็เพลินมอง เห็นทรงธรรมถูกกระทำ​ไปสองสามหมัดแล้ว​ก็ยังไม่รู้​จะเริ่มต้นอย่างไร ​เพราะแสงเพ็งผู้นำยังไม่ขยับเขยื้อน

คุณหลวงนักรบก็เก่งกาจจริงจัง ขนาดมีผ้าผูกตา ยังออกหมัดเตะถีบ​ได้ไม่พลาดเป้า ขนาดทรงธรรมยืนนิ่ง ยังฟังหาตำแหน่ง​ได้จากเสียงลมหายใจ ​ทั้ง​ที่จริงแล้ว​การยอมให้ผูกตา ย่อม​เป็นการตกหลุม​ที่ฝ่ายตรงข้ามพรางไว้ ​เพื่อให้ตัวช่วยทำงาน​ได้เต็ม​ที่

"โอม! ผีบ้านผีเรือน ผีสางนางไม้ โปรดช่วยลูกช้างด้วย"

จนทรงธรรม​ต้องรำพันออกมาดังๆ​ นั่นละ แสงเพ็งจึงตัดใจ​ได้ว่า อย่างไรก็​ต้องรักษาสัจวาจา​เอาไว้ก่อน

แล้ว​ชายหนุ่มผู้ตก​เป็นเบี้ยล่างมาตั้งแต่แรก ก็รู้สึกเหมือนมี​ใครมาประคองสองมือ​และสองเท้า คอยจับให้ขยับซ้ายขวาขึ้น​ลงเหมือนเชิดหุ่น พอรู้ตัวเช่นนั้น​ ก็ทำตัวเบาสบาย ตาม​แต่ว่าสิ่ง​ที่ช่วยประคองมือเท้านั้น​​จะพา​ไปทางใด

​ที่แท้แล้ว​​คือสี่ผีสาว​ที่ช่วยอยู่​ดังนั้น​ ขณะ​ที่เจ้าหลง​ไปคอยดักรับมือเท้าของหลวงสมุทรไม่ให้กระทบถูกตัวของทรงธรรม

พอคุณหลวงรู้สึกปล่อยหมัดเท้า​ไปกระทบ ก็เข้าใจว่าถูกเข้า​กับเป้าหมาย จึงยั้งมือเท้าไว้ตามกติกา ​โดยหารู้ไม่ว่า ไม่เคย​จะแตะโดนตัวของทรงธรรมอีกเลย​ตั้งแต่นาทีนั้น​

หลวงสมุทรยิ่งงงหนัก ​เมื่อถูกตอบโต้ชัดๆ​ อีกหลายครั้ง ครั้น​จะโวยวายว่าฝ่ายตรงข้ามอาจ​ใช้กลโกงถอดผ้าผูกตา การโจมตีจึงแม่นยำนัก ก็นึก​ได้ว่าผู้คนรอบข้างออกมากมาย​ การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมมีสักขีพยาน หากโผงผางออก​ไป อาจถูกกล่าวหาว่า​เป็นพวกขี้แพ้ชวนตี

ทรงธรรมจึงปล่อยหมัดมือเท้าอย่างสนุกสนาน ​เพราะการ​ทั้งหมดเพียงแค่ปล่อยตัวให้เคลื่อนตามแรงดึงดันของเหล่าผีสาว​ทั้งหลาย

​ความแม่นยำเหมือนจับวาง ​ที่ตอนแรก​ที่ทรงธรรมโดนกระทำก็ไม่มี​ใครร้องเรียนว่าเหตุไรไม่หยุดมือ ทำให้​เมื่อ​เขา​เป็นฝ่าย​ได้เปรียบ จึงไม่มี​ใครกล้าห้ามปราม

คุณหลวงรู้สึกว่า​เหมือนถูกโกง ราว​กับว่าฝ่ายตรงข้ามถอดผ้าผูกตามาสู้เสียนานแล้ว​ พอถึงจุด​ที่สุด​จะทน เลย​มีอัน​ต้องถลกผ้าผูกตาลงดู ว่าเรื่อง​ราวมัน​เป็นอย่างไรกันแน่

แล้ว​อุ่นเรือนก็เฮลั่น

"แพ้แล้ว​ คุณหลวงธำรงแพ้แล้ว​นะคะ​เจ้าคุณพ่อ คุณหลวงเล่นไม่ซื่อ ดึงผ้าผูกตาออกก่อน"

พูดจบก็ถลามาทางทรงธรรม จนผีสาวหลบแทบไม่ทัน อุ่นเรือนเข้ามากอดชายหนุ่มอย่างไม่เกรงสายตา​ใครเลย​​ทั้งสิ้น

"หนุ่มสาวรักกันปานฉะนี้ กระผม​ต้องขออภัย​ที่เข้าใจผิด ขอลาละครับ​ท่านเจ้าคุณ"

หลวงสมุทรขจรฤทธิ์ก็เห็นภาพตรงหน้าอยู่​ชัดแจ้ง จึง​ได้รู้ว่าธิดาเจ้าคุณอเนกคุณากรนั้น​ รัก​ใคร่อยู่​​กับเจ้าหนุ่มนี่​เป็นแน่แท้ ซ้ำยังกล้าหาญถูกเนื้อ​ต้องตัวแนบชิดขนาดนี้ ต่อให้เจ้าคุณขอให้ประลองใหม่ ​เขาก็ไม่คิดอยาก​จะ​ได้นางมา​เป็นภรรยาอีกแล้ว​

ตอน​ที่อุ่นเรือนเข้ามาแสดง​ความยินดี​กับทรงธรรมนี้ แสงเพ็งก็เห็นอยู่​​กับตา ​ได้​แต่นึกปลงใจ​ไปว่า ตน​เป็นแค่ภูตผี อยู่​คนละภพภูมิ ไหนเลย​​จะมีโอกาส​จะลงเอยอย่างนั้น​​ได้

ผีสาวจึง​ได้​แต่มองภาพของหนุ่มสาว ด้วย​ความรู้สึก​ที่เศร้าลึกๆ​ อยู่​ในหัวใจ




ชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้ทรงธรรมลิงโลดจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่​ ​เพราะต่อ​แต่นี้เจ้าคุณอเนกคุณากร ก็​จะหมดข้ออ้างในการกีดกัน เรื่อง​​ระหว่างตน​กับอุ่นเรือนอีกต่อ​ไป

ขากลับผ่านย่านบ้านเรือนร้านตลาด ก็แทบป่าวประกาศให้รู้ทั่ว ว่าข้านี่ละเหวย ว่า​ที่ลูกเขยของเจ้าคุณอเนกคุณากร ​พระยาผู้ดีเก่าเหง้าผู้ดี มีบ้านเรือนใหญ่โต สายสกุลก็กว้างขวาง ​ที่สำคัญ​คือชนะ​ทั้งฝีมือ​และเชาว์ปัญญามา​ได้​ทั้งสองด่าน

ยังดี​ที่อีกใจยัง​ต้องคอยปรามตัวเอง จน​ได้เข้าพิธีวิวาห์กันแล้ว​ค่อยดีใจให้เต็ม​ที่ ก็ยังไม่สาย

คิด​ได้ดังนั้น​ พอปลอดผู้คนลงอีกนิด จึงคว้าร่มคันของแสงเพ็งออกมากาง ให้เธอ​ได้ออกมาเดินชมนกชมไม้อย่าง​ที่เคยบอกกันไว้

"เกือบลืมผู้มีอุปการะคุณเสียแล้ว​สิเรา"

คำนั้น​ยังมีแววรื่นเริงอยู่​เต็มพิกัด

พอแสงเพ็ง​ได้ออกมาอีกครั้งก็ยิ้มให้ รอยยิ้มนั้น​กระทบนัยน์ตา​เขาอย่างจัง มันชวนให้หัวใจยิ่งเบิกบานมากขึ้น​อีกไม่รู้กี่เท่า

"ดี​ที่​ได้แม่แสงช่วยนะงานนี้"

​เขากล่าวขอบคุณ ส่งยิ้มกลับคืนให้อย่างเก้อๆ​ ใจเต้นตึกๆ​ อย่างไม่รู้​จะอธิบาย​ความรู้สึกในตอนนี้​ได้อย่างไร

"แม่แสงบอกมา​ได้เลย​นะ อยากกินอะไร​ อยาก​ได้อะไร​"

ทรงธรรมยกคิ้วให้ทีหนึ่ง​ ตั้งใจ​จะเลี้ยงบรรดาผีๆ​ ให้เต็ม​ที่ ​เพราะเจ้าคุณให้เงินรางวัลในการชนะประลองมาด้วย

"ดีฉันน่ะ อะไร​ก็​ได้ ​แต่เรากลับ​ไปหาคุณแสกันก่อนเถอะ ​ถ้าคุณแสไม่อนุญาตพวกดีฉันก็ไม่​ได้ออกมาสนุก เปิดหูเปิดตากันอย่างนี้"

แววตา​เป็นประกายของชายหนุ่ม​ที่ส่งมานั่น บอก​ความผาสุกอยู่​เต็มเปี่ยม หน้าต่างของดวงใจ​ที่เปิดเผย รอให้เธอมองลึกเข้า​ไปนี้ ทำให้แสงเพ็ง​ต้องหลบสายตาอย่างเขินอาย

"​ได้เลย​ ​ถ้าอย่างนั้น​ ​จะส่งแม่แสง​กับ​เพื่อนกลับบ้านก่อนก็แล้ว​กัน"

คำตอบนั่นทำให้เธอ​ต้องเงยขึ้น​มามองอีกครั้ง

ส่งสายตา​เป็นคำถาม​และตัดพ้อระคนกัน

"แล้ว​...​ พี่ธรรม์​จะ​ไปไหนอีกงั้นหรือคะ​"

"แม่แสงไม่น่าลืม ​เมื่อกี้ตาเฒ่าเจ้าคุณนั่นบอกว่า เย็นนี้ให้​ไปกินข้าว​ที่เรือนแม่อุ่น นี่​เป็นครั้งแรก​ที่​เขาออกปากชวนเลย​นะ"

ทรงธรรมยังตาม​ความรู้สึกของผีสาวไม่ทัน เลย​บอกเหตุผลสำคัญ ​ที่​จะไม่​ได้อยู่​ร่วมฉลองชัยชนะด้วยกัน ทำให้แสงเพ็งหน้าเศร้า​ไปจนเห็น​ได้ชัด

"​เขา​จะหลอก​ไปต้มยำทำแกงอะไร​หรือเปล่าก็ไม่รู้"

เธอพูดเสียงอ่อย ยังไม่กล้าหรอก​ที่​จะทัดทาน หรือออกอาการ​เป็นห่วง​เป็นใย ให้มาก​ไปกว่านี้

"​เขา​เป็นผู้หลักผู้ใหญ่​ต้องพูดคำไหนคำนั้น​ ​จะว่า​ไป ​ถ้าไม่​ได้พวกแม่แสงช่วย ก็ไม่รู้​จะชนะ​เขา​ได้ยังไร นึกแล้ว​ยังสนุกไม่หายเลย​นะนี่"

พอจับอาการของผีสาว​ได้ ทรงธรรมเลย​เปลี่ยนเรื่อง​พูด

"​เอาน่า! กลับมาแล้ว​ ​จะอยู่​​เป็น​เพื่อนแม่แสง​ทั้งคืนเลย​ ดีหรือไม่"

"ก็แล้ว​​แต่พี่ธรรม์เถอะ ฉัน​จะ​ไปมีปากเสียงกระไร​ได้เล่า"

แสงเพ็งพูดงอนๆ​ แย่งร่มมาถือไว้เสียเอง แล้ว​ยังทำท่าว่า​จะเดินกลับเองอีกด้วย ​แต่แค่สองสามก้าวก็หยุดรอ ​เพราะยังห่วงว่าชายหนุ่ม​จะตก​เป็นเป้าสายตา ​ที่อยู่​ๆ​ ก็มีร่มลอยนำหน้า

ทรงธรรมรีบเดินมาใกล้ พอ​จะเดา​ความคิดของผีสาว​ได้ก็เอ่ยชื่นชมออกมาตรงๆ​ อีกครั้ง

"นี่​ถ้าแม่อุ่น นิสัยน่ารัก​ได้สักครึ่งของแม่แสง พี่​จะ​เป็นคน​ที่โชคดี​ที่สุดในโลก...​"

แสงเพ็งอายแทบม้วน รู้สึกเหมือนใจเต้นตึกๆ​ ใบหน้าร้อนผ่าว ​ทั้ง​ที่ก็รู้ว่าตน​เป็นแค่ดวงวิญญาณ ปราศจากเลือด​และเนื้อ

"​แต่...​ ดีฉันก็...​ อดอิจฉาคุณอุ่นเรือนไม่​ได้หรอกเจ้าค่ะ​"

ตอนพูดคำนี้เบาๆ​ ยังหันหน้าหนีเสียจากรอยยิ้มหวานๆ​ ของทรงธรรมอีกด้วย

ชายหนุ่ม​ต้องอ้อมมาหา ท่าทางแปลกใจจริงๆ​

"แม่แสงว่ากระไรนะ ฟังไม่ถนัด"

"ไม่มีอะไร​หรอก รีบ​ไปกันเถอะ ป่านนี้คุณแสคงรอแย่แล้ว​"

ทรงธรรมระบายลมหายใจอย่างโล่งอก กลัวอยู่​เหมือนกันว่า​จะทำให้ผีสาวไม่สบายใจ ในตอนนี้​เขาบอกตัวเองไม่ถูก ว่าทำไมถึงรู้สึกกลัว​ไปเช่นนั้น​

"งั้นก็ดี ส่งร่มมาก่อนสิ ประเดี๋ยวชาวบ้าน​เขา​จะหาว่าพี่เล่นปาหี่ขายยา"




แสงสุดท้ายเพิ่งลับจากปลายขอบฟ้า ก้าวแรกของราตรีกาลค่อยผ่านเข้ามาอย่างเงียบงัน แมลงกลางคืนราวกลับลืมกรีดเสียง หรือว่า​จะ​เป็น​เพราะใจของแสงเพ็งก็สุดรู้ ​ที่หม่นเศร้าอยู่​ตั้งแต่​เขาขอตัว​ไป จึงทำให้สิ่งรอบตัวพลอยเงียบเหงา

ผีสาวสู้อุตส่าห์มาดักรอ หลังจาก​ที่ทรงธรรมส่งถึงบ้านแล้ว​ก็บอกว่ามีธุระสำคัญ

จนเย็นย่ำ​เขาถึงกลับมา ​พร้อมหอบข้าวของพะรุงพะรัง จัดแจงตั้งโต๊ะเรียงจานชาม บรรจุขนมนมเนยสารพัด อีก​ทั้งผลไม้นานา ยังของคาวประดามี ​ทั้งกุ้งพล่าปลายำ เป็ดไก่​และเนื้อหมู ล้วนจัดมาวางตั้งเรียงไว้เพียบ​พร้อม ก่อน​จะจุดธูปหอมดอกใหญ่ อัญเชิญดวงวิญญาณ​ทั้งหลาย​ที่สถิตอยู่​ประจำบ้าน ให้ออกมารับเครื่องเซ่นไหว้บัดพลี​โดย​พร้อมเพรียง

ตลอดการนั้น​ ​เขาไม่​ได้เรียกหาแสงเพ็ง​เป็นพิเศษเลย​สักนิด ​ทั้ง​ที่เธอตั้งตารอ ขอแค่เพียงว่าจิต​เขาประหวัดนึกถึง ก็​จะรีบปรากฏกาย​ไปแกล้งหลอกให้ตกใจเล่น

​แต่นี่​เขากลับเรียกรวมๆ​ ซ้ำยังไม่อยู่​รอให้เห็นหน้า รีบบอก​กับดิน​กับฟ้าว่ายังมีเรื่อง​สำคัญ​ต้องกระทำ

ทำไมแสงเพ็ง​จะเดาไม่ออก ว่า​เขา​ต้องรีบ​ไปตามนัด ตามคำเชิญของเจ้าคุณผู้ใหญ่ ​ที่คง​จะจัดเลี้ยง ฉลองว่า​ที่ลูกเขยอย่างเอิกเกริก

กระทั่งในตอนนี้ ​ที่บรรดาผีๆ​ ต่างเริงรื่น ถูกอกถูกใจ​กับของเซ่นไหว้สารพัด แสงเพ็งก็ยังนิ่งดูดาย นั่งเหม่อลอย คอยฟัง​แต่​ความเงียบเหงาของรัตติกาล

คุณแสก็พลอยสนุก พลอยตื่นเต้นยินดี​ไป​กับพวกผีบริวาร ​ซึ่งบัดนี้​กำลังสนุกสนาน ​กับธูปหอมเทียนเกลียว ​ที่จุดจรุงฟุ้งกลิ่น สื่อส่งให้พวกตน​ได้เสพรสเครื่องบวงพลีกัน​ได้อย่างเต็ม​ที่

อีก​เป็นนานกว่า​ที่คุณแส​จะสังเกตเห็น ว่าแสงเพ็งนั้น​เงียบซึมลง​ไป

"แสงเพ็ง​เป็นอะไร​ ทำไมดูหงอยๆ​ ​ไปเล่าผกา"

คุณแสถาม​กับดวงวิญญาณ​ที่อยู่​ใกล้ตัว

"ไม่รู้ซีเจ้าคะ​ ​แต่คุณแสเจ้าขา วันนี้น่ะสนุกจริงๆ​ เราช่วยคุณทรงธรรมปราบพวกนั้น​เสียอยู่​หมัด ก็แม่แสงเพ็งนั่นละเจ้าค่ะ​ ​ที่นำขบวน เก่งๆ​ จริงๆ​ เลย​นะเจ้าคะ​"

ผกา​กำลังสนุก จึงแค่ตอบอย่างขอ​ไปที แล้ว​ก็เลย​เล่าเรื่อง​อื่นๆ​ ต่อ​ไป

"นั่นซี แล้ว​ทำไมแม่แสงถึงดูหงอยๆ​ เหงาๆ​ อย่างนั้น​"

จนคุณแส​ต้องถามซ้ำ ตาก็มอง​ไปทางผีสาว ​ที่นั่งเงียบอยู่​ในมุมไกลเพียงลำพัง

"ก็...​ ไม่รู้ซี...​"

"โธ่เอ๋ย! นังผกา มัวอ้ำอึ้งอยู่​​ได้ อิฉัน​จะบอกให้ก็​ได้เจ้าค่ะ​...​"

​เป็นผีกระถิน​ที่เข้ามารับอาสาตอบคำถาม

"...​ก็​เพราะคุณอุ่นเรือนยังไรเจ้าคะ​"

"ยังไร เกิดอะไร​ขึ้น​ บอกข้ามาซิ!"

คุณแสนั้น​​เป็นห่วงแสงเพ็งยิ่งนัก ​เพราะ​เป็นผีใหม่ จิตใจยังบริสุทธิ์ ตั้งแต่​ที่เธอเร่ร่อนจนหลงเข้ามาถึงนี้ นางก็รีบรับให้อยู่​ด้วย ด้วยเกรงกว่าหากเตลิดระหกระเหิน​ไปอีก เหล่าผีร้าย​จะรังควาน​เอาง่ายๆ​

พอกระถินทำท่าว่า​จะ​ได้หน้า​กับเรื่อง​นี้ ผกาเลย​​ต้องทำ​เป็นรู้ดีขึ้น​มาบ้าง

"เรื่อง​นั้น​ข้าก็รู้...​"

ผการีบเลื่อนตัวมาบังผีกระถิน​เอาไว้

"...​ก็แสงเพ็งน่ะ พอเห็นคุณอุ่นเรือนใกล้ชิด​กับคุณทรงธรรม แม่แสงก็อารมณ์เสียเสียมากมาย​เลย​ละเจ้าค่ะ​"

"ใช่ๆ​ อิฉันก็เห็นเหมือนกัน จริงไหมพวกเรา"

กระถินมุดหน้าผ่านร่างของผกาแทรกเข้ามา ​เป็นการเสนอหน้าอย่างเห็น​ได้ชัดเจน​ที่สุด จนผี​ที่เหลือพากันเข้ามารุมล้อม ​แต่ละตนก็พยักเพยิดสนับสนุนเรื่อง​นี้กันจริงจัง

คุณแสพอ​จะปะติดปะต่อเรื่อง​ราว​ที่เกิดขึ้น​​ได้แล้ว​ ก็เลย​ผละจาก​ทั้งกลุ่ม ขยับเข้า​ไปหาแสงเพ็ง​ที่นั่งเหม่อมองจันทร์เสี้ยวอยู่​เงียบๆ​

"แม่แสง...​ แม่แสง...​"

ถูกเรียกซ้ำสองแล้ว​ก็ยังไม่​ได้ยิน

"แสงเพ็ง!"

คุณแส​ต้องเร่งเสียง​พร้อมสะกิด นั่นละผีสาวจึง​ได้หันมา ​แต่ก็ยังแลดูเลื่อนลอยอยู่​เต็มที

"คะ​...​เจ้าคะ​คุณแส"

​แม้​แต่น้ำเสียงก็ไม่มีจริตแจ่มใสดั่งเคย

"พวกเรานั้น​จัด​เป็นสัมภเวสี ติดอยู่​​ระหว่างภพภูมิ แค่นี้ก็นับว่าไม่​เป็นผลดี หากแม่แสงยังเหม่อลอยเช่นคนขวัญหายอยู่​อย่างนี้ ​จะยิ่งลำบาก"

คุณแสเตือนด้วย​ความหวังดีอย่างยิ่ง พยายามอ่านแววหม่นเศร้าในดวงหน้าของผีสาว ว่าคงไม่เกิดอาการอย่าง​ที่ตนกังวลไว้จริงๆ​

แสงเพ็งก็เหมือน​จะรู้ทัน​ความคิดของคุณผีผู้ใหญ่ เลย​รีบปรับสีหน้า​และน้ำเสียงให้แช่มชื่นขึ้น​บ้าง

"แหม...​ วันนี้คุณแสพูดแปลกๆ​ ดีฉันไม่ค่อย​จะเข้าใจ"

คนฟังรู้ดีว่า​จะพูดจากันตรงนี้คงไม่ถนัดปาก จึงชวนให้ผีสาวเลี่ยงออกมาทางสวนด้านหลัง ค่อยพูดเท้า​ความถึงอุปนิสัยใจคออันร่าเริงแจ่มใสของผีสาว

"​แต่ก่อน แม่แสงน่ะ​เป็นหัวโจก ทำให้ข้าน่ะแทบเสียการปกครอง ​แต่ก็นับ​เป็นการเพิ่มชีวิตชีวาให้​กับแม่พวกนั้น​ไม่ใช่น้อย จำ​ได้หรือไม่ เวลามีอะไร​ แม่แสงก็​จะนำ​ไปก่อนเสมอ จนพวกนั้น​​ต้องยอม​เป็นลูกไล่ ​เพราะอยาก​ได้เล่นอะไร​สนุกแปลกๆ​ ใหม่ๆ​"

แสงเพ็งปล่อยให้คุณแสจูงให้เดินเรื่อย​ไป ไม่​ได้มีทีท่าว่า​จะนึกสนุกกระทั่งการแกล้งถกเถียง ให้คน​ที่​กำลังพูดโมโหเล่น

"​แต่พอกลับมาจากข้างนอก แม่แสงก็เงียบขรึมลง​ไป...​"

​เมื่อเห็นว่าผีสาวยังเหม่อลอย คุณแสจึงหยุด จับให้แสงเพ็งหันหน้ามามองกันตรงๆ​

"ดีฉันก็ไม่รู้เจ้าค่ะ​ ว่าอันไหน​คือตัวเองกันแน่ ​เมื่อก่อนไม่​ได้​เป็นแบบนี้หรอกหรือคะ​คุณแส...​ เอ...​"

แล้ว​แสงเพ็งก็ทำท่าเหมือนคน​ที่ยังมีชีวิต ​กำลังถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่าทางกลัดกลุ้มไม่​เป็นตัวของตัวเอง​เอาเสียเลย​

"​เป็น​เพราะไอ้เจ้าทรงธรรม หรือแม่อุ่นเรือนกันเล่า"

คุณแสเริ่มคาดคั้น ทำให้ผีสาว​ที่พยายามหลบตา ​ต้องกลับมามองหน้าคนพูดจริงๆ​

"คุณแสรู้​ได้ยังไร ​ต้อง​เป็นพวกผกา หรือไม่ก็มาลี บุปผา กระถิน หรือไม่ก็เจ้าหลง"

"แล้ว​​จะบอกข้า​ได้หรือไม่เล่า ว่าแม่พวกนั้น​พูดจริงหรือไม่"

พอถูกถามกลับ แสงเพ็งเลย​ยิ่งมีท่าทีละเหี่ยใจเข้า​ไปใหญ่ ทำท่าคล้ายมนุษย์​กำลังถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้เลื่อนตัวเองมายืนมองท้องน้ำยามค่ำอยู่​ตรงชายเขื่อน

"กระทั่งตัวดีฉันเอง ยังไม่รู้ตัวของตัวเองเลย​เจ้าค่ะ​คุณแส ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับตัวเอง"

"มัน​เป็นยังไรเล่า"

"ก็...​ เวลาเห็นคุณอุ่นเรือนอยู่​​กับพี่ธรรม์ ก็...​ ดีฉันก็รู้สึกแย่มากๆ​ เลย​เทียว"

แสงเพ็ญพูดออกมาด้วย​ความไร้เดียงสา ไม่รู้จริงๆ​ ว่า​ความรู้สึกแบบนั้น​เรียกว่าอะไร​

​แต่คุณแสนั้น​รู้แน่ ​และภาวนาขออย่าให้มัน​เป็นเรื่อง​จริง

"แม่แสง แม่แสงมี​ความรู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่​เมื่อไร"

คำถามนั้น​ คล้ายอยาก​จะย้ำให้แน่ใจ

"ก็เพิ่งวันนี้ละเจ้าค่ะ​"

"แล้ว​...​ เวลา​ที่แม่แสงอยู่​​กับพ่อทรงธรรม...​ ใจของแม่แสงรู้สึกยังไร"

​กับคำถามนี้ แสงเพ็งถึง​กับอมยิ้ม ยังจำ​ได้ดีตอน​ที่ขอแวะมานั่งตรงนี้​เมื่อตอนกลางวัน ​ทั้ง​ที่​เขาเร่งรีบขนาดนั้น​ยังยอมตาม แสดงว่าก็​เป็นคนมีจิตใจดีไม่น้อย พอนึกถึงตรง​ที่​เขารีบคว้ามือหลบให้พ้นแสง แล้ว​เป่าเบาๆ​ ตรงรอยแผล คล้าย​กำลังปลอบเด็กหญิงตัวเล็กๆ​ คิดมาถึงตรงนี้ แสงเพ็ง​ได้​แต่อมยิ้ม ก่อน​จะตอบคำ

"ก็...​ ไม่รู้ซีเจ้าคะ​"

​ได้ฟังถึงดังนี้ คุณแสยังไม่อยาก​จะปักใจ จึง​ต้องลองถามดูตรงๆ​

"แม่แสง แม่แสงรู้จัก​ความรักหรือไม่ ว่ามัน​เป็นเช่นกระไร"

พอผีสาวส่งยิ้มกลับมาแทนคำตอบ ก็ให้นึกโมโหนัก

"ไอ้หนุ่มคนนี้ ข้าไล่มัน​ไปเสียตั้งแต่แรกก็ดีหรอก"

"ทำไม​ต้องไล่​เขา​ไปด้วยล่ะเจ้าคะ​"

แสงเพ็งถามซื่อๆ​

จนคุณแสไม่รู้​จะหาคำพูดอย่างไรมาอธิบาย ก็​พอดี​กับ​ที่ทรงธรรมเดินตามออกมาจากเรือนตึก

"คุณแส แม่แสง แอบมานั่งคุยอะไร​กันอยู่​ตรงนี้"

ทรงธรรมยิ้มแย้มทักทาย​เป็นอันดี ไม่รู้เลย​ว่าผีสาว​ทั้งสอง​กำลังคุยเคร่งเครียดในเรื่อง​ใด

"พี่ธรรม์ทำไมกลับเร็ว ไม่​ได้​ไป​ที่เรือนไทยโน้นหรือจ๊ะ​"

ดูเหมือนแสงเพ็ง​จะมีชีวิตชีวาขึ้น​มาทันที ​ซึ่งนั่นช่างขัดดูขัดตาคุณแสนัก

"​จะ​ไปทำไมกันเล่า เผื่อ​เขาลวง​ไปฆ่าอย่าง​ที่แม่แสงบอก แล้ว​​จะมี​ใครคอยพาแม่แสง ​กับคุณแส ​กับบรรดาพี่ๆ​ ผีๆ​ ​ทั้งหลายออก​ไปเ​ที่ยวสนุกกันเล่า"

เห็นอาการของแสงเพ็ง​ที่มีต่อถ้อยคำของชายหนุ่มแล้ว​ คุณแสก็ยิ่งกังวลหนัก ​ได้​แต่นิ่งอยู่​จนทรงธรรม​ต้องชวนขึ้น​อีก

"พี่​ไปซื้อของมาเพิ่ม มีข้าวแช่​กับสาโทมาด้วยนา มาเร็วๆ​ ​ไปสนุกกัน"

ว่าแล้ว​ก็หันกลับ เดินหน้า​ไปสองสามก้าวจึงค่อยรู้สึกผิดปกติ ​เพราะคุณแสยังไม่​ได้เคลื่อนตัวตามมา

"อ้าว! คุณแสขอรับ ทำไมยืนหน้าซีดตัวซีดอยู่​อย่างนี้ หรือว่า​จะ​เป็นลม​เป็นแล้ง"

ทรงธรรมแกล้งทัก หวัง​จะเรียก​ความสนุกกลับคืนมาให้จง​ได้

"อยู่​ชายคลองนี้ลมแรง น้ำค้างก็ลง เดี๋ยว​จะไม่สบาย"

"มาเถอะเจ้าค่ะ​คุณแส อยู่​ตรงนี้ก็​จะเหงา​ไปเปล่าๆ​"

แสงเพ็งช่วยชวนซ้ำ แล้ว​พลอยฉุดดึงให้คุณแสตามตนเองเข้ามา

ใจของคุณแสนั้น​ไม่สบายเลย​ นึก​เป็นห่วงนักหนา ​กับท่าทีกิริยาเช่นนั้น​ของแสงเพ็ง ​ที่ว่าอยู่​ลับตา​เขาแล้ว​ก็หงอยเหงา พอ​เขามาใกล้ก็สุขีรื่นเริง

พอ​ทั้งหมดกลับมาถึงตรงโต๊ะใหญ่หน้าเรือน ก็เห็นว่าบรรดาผีสาวผีเด็ก ​กำลังรุมล้อมรับทาน ของ​ที่ทรงธรรมหามาเพิ่มเติมอย่างสนุกสนาน

เจ้าหลงทำท่าเหมือนถ่มอะไร​ออกมา แล้ว​ก็แสดงสีหน้าพะอืดพะอม

"นั่นมันสาโท ​เป็นเด็ก​เป็นเล็กอย่าริอ่านดื่มสุรายาเมา"

ชายหนุ่มเข้าใจ​ได้ทันที รีบเดินเข้า​ไปลูบหัวหู​พร้อมแกล้งตักเตือน ก่อน​จะหันมาหาแสงเพ็งอีกครั้ง

"แม่แสงรู้ไหม ทำไมพี่​ต้องย้อนกลับ​ไป​ที่ตลาด"

ทรงธรรมไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ว่า​ใช้คำเรียกแทนตัวเองว่า "พี่" ​กับแสงเพ็งตั้งแต่​เมื่อไร

"นี่ยังไร พี่มีของมาให้แม่แสง​โดยเฉพาะ"

ว่าแล้ว​​เขาก็หยิบห่อผ้า​ที่วางอยู่​ข้างเชิงเทียนมายื่นให้

ผีทุกตนต่างมารุมดู อยากรู้ว่าของขวัญพิเศษนั้น​​คืออะไร​

"ผ้านุ่ง​กับผ้าห่ม ​เป็นผ้าแพรพิมพ์ลายอย่างเทศ เพิ่งตกมาถึง​เมื่อเช้า​นี้เอง"

พอเปิดห่อผ้าออกทรงธรรมก็รีบแนะนำสิ่งของภายใน

"ตอนแรกอยาก​จะซื้อเสื้อ​ที่มีคอมีแขน มีลูกไม้พะรุงพะรังอย่าง​ที่ชาวรั้วชาววัง​เขา​กำลังเห่อ ​แต่แม่แสงผิวพรรณผ่องใสขนาดนี้ นุ่งห่มอย่างไทยนี่ละงามนัก"

​เขาคลี่ผ้า​ทั้งสองผืนออกให้ทุกตน​ได้ชื่นชม ผืนนุ่ง​เป็นผ้าโจงสีม่วงเข้ม เขียนลายอย่างแต้มทอง ​เป็นริ้ว​เป็นดอกสอดสานกันละเอียดยิบ ​ส่วนผืนห่ม​เป็นแพรจีนเนื้อนุ่ม ทอสอดเส้นทอง​เป็นลาย​พระจันทรแฝงเมฆารูปเล็กๆ​ ประดับกระจายอยู่​บนผืนผ้าสีเขียวโศก

"พี่ธรรม์ซื้อมาให้ดีฉันจริงๆ​ หรือเจ้าคะ​"

แสงเพ็งดีใจแทบเต้น

"จริงซี ไว้วันหน้าก็​จะซื้อมาเผื่อพี่ๆ​ คนอื่นๆ​ อีกด้วย"

"ซื้อมาก็เท่านั้น​ ของของมนุษย์เรา​จะสวมใส่​ใช้สอย​ได้ยังไร"

คุณแสถามเสียงเรียบ การกระทำเช่นนี้ของชายหนุ่ม ทำให้กังวลเกี่ยว​กับเรื่อง​ราวของ​ความรักข้ามภพมากยิ่งขึ้น​

"คุณแสวางใจเถิดขอรับ เรื่อง​นั้น​กระผมแวะ​ไปถามไอ้หมอเกตุ ​เขาบอกแล้ว​ว่า​ต้องทำยังไร"

บรรดาผีสาวต่างจับตามองด้วย​ความสงสัย ​ที่​เมื่อ​เขาพูดจบ ก็หัน​ไปคว้าอ่างกระเบื้องมาใบหนึ่ง​ ตั้งลงตรงหน้าโต๊ะตัวใหญ่นั่นเอง แล้ว​ก็เริ่มจุดไฟเผา​ทั้งผ้านุ่งผ้าห่มทิ้งลง​ไป

ผีประจำเรือนตึกต่างทำท่าขนพองสยองเกล้า ด้วยว่าไม่เคยเห็นกรรมวิธีอุทิศ​ส่วนกุศลเช่นนี้มาก่อน จึงพากันจับตามมองแพรพรรณ​ที่​กำลังมอดไหม้ด้วย​ความเสียดมเสียดาย

ทรงธรรมนั่งลงยกมือประนมอยู่​หน้าอ่าง สีหน้าเคร่งขรึมจริงจังขึ้น​ถนัดตา อย่าง​ที่ว่าไม่เคยมี​ใคร​ได้เห็น​เขาตั้งอกตั้งใจขนาดนี้มาก่อนเลย​

อีกนานกว่า​จะลืมตาจากการอธิษฐานภาวนาอะไร​สักอย่าง ​และอีกนานกว่านั้น​ ​ที่​เขานั่งรออยู่​จน​ทั้งผ้านุ่งผ้าห่มล้วนมอดไหม้​เป็นเ​ถ้าถ่าน

นั่นละจึงค่อยๆ​ เงยหน้าขึ้น​มาอีกครั้ง

ทุกตนมองตามสายตาของชายหนุ่ม ​ไปยังแสงเพ็ง​ที่ยืนทำท่าทำทางเขินๆ​ อายๆ​ เงียบอยู่​

"โอ้โห! ชุดใหม่พี่แสงเพ็งสวยสุดยอด​ไปเลย​"

เจ้าหลง​เป็นต้นเสียงขึ้น​ก่อน ก่อน​ที่ตนอื่นๆ​ ​จะส่งเสียงตามมา​เป็นทำนองเดียวกัน

ทรงธรรมพิศมองผลงานของตนเองอย่างภาคภูมิใจ ผีสาวร่างอรชร ผิวพรรณผุดผาด ผ่องใสขึ้น​อีกมากนักในผ้านุ่งผ้าห่มผืนใหม่ ท่าทีเขินอายนั้น​ก็ติดนัยน์ตานัก ดูอ่อนหวานละมุนละไม​ไปเสีย​ทั้งสิ้น ยาม​เมื่อเธอเผลอมองสบตา ​เขายังรู้สึกว่า​คมสายตาอันวาวหวานนั้น​ ​กำลังชำแรกลงสู่​ส่วนลึกของหัวใจ

เสียงตบมือเฮละโล ดึงให้​เขากลับมาจากการตกภวังค์​ไปครู่หนึ่ง​ มีเสียงผีมาลีเรียกร้องให้จับระบำฉลองให้สม​กับการ​ความมีสุข ​แต่ทรงธรรมกลับเสนอ​ความคิด​ที่ดีกว่านั้น​

"​ไปเ​ที่ยวคุ้งป้อม​พระสุเมรุกันดีกว่า วันนี้​ได้ข่าวว่าวัดสังเวช​เขามีงานฉลอง"

บรรดาผีสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ ไม่มี​ใครปฏิเสธเลย​สักคน ​แม้​แต่คุณแสก็พยักส่ง ​และอาสาอยู่​โยงเฝ้าเรือน

ผีผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน ​ได้​แต่มองตาม​ทั้งกลุ่มจนลับริมรั้วออก​ไป ในใจก็​ได้​แต่รำพึง​กับตัวเอง

"แสงเพ็งเอ๋ย ขืนเจ้ามา​เป็น​ไปเช่นนี้ ต่อ​ไป​จะ​ต้องไม่สุขสบายเหมือนเช่นเดิม"




งานฉลองศาลาของวัดสังเวชนั้น​ใหญ่โต ​แม้​จะ​เป็นงานคืนเดียว ​แต่มีการออกร้านกันเอิกเกริก มี​ทั้งลิเกลำตัด ​ทั้งโขน​และหนัง อีก​ทั้งยังมีหุ่นเชิด​และหุ่นกระบอก ออกโรงไล่กันมาตลอดแนวริมคลอง

ผู้ชมก็นั่งดูกันอีกฟากของคลองบางลำภู ​ซึ่ง​คือลานหญ้าต่อจากบริเวณกำแพงป้อม​พระสุเมรุนั่นเอง

​ส่วนฝั่งป้อม ก็มีการละเล่นอีกสารพัน ​ทั้งญวณหก ​ทั้งโยคีไต่กระไดมีด หมอยาบ้านป่ายัง​เอางูเห่ามากัดกะพังพอนให้ดู รวม​ทั้งวงพนันชนไก่ กัดปลา​และชกมวย ​ที่ผู้คนล้อมวงส่งเสียงต่อรองกันดังลั่น

ผีสาวพากันแวะดูนั่นนี่อย่างสนุก ด้วยว่า​เป็นเวลากลางคืน อีก​ทั้งผู้คนยังมากมาย​จนไม่มี​ใครสนใจ​ใคร เพลิดเพลินกันอยู่​อีก​เป็นนาน ทรงธรรมจึงพา​ทั้งกลุ่มอ้อมมาตรงหลังป้อมรบ ตรงนี้​เป็น​ที่สงบ ​และสงัดเกินกว่า​ที่​ใคร​จะกล้าหลบมาพรอดรัก

ไม่กี่อึดใจเสียงพลุไฟก็ดังสนั่น มันดังมาจากฟากหลังวัดด้านโน้น แล้ว​ถูกจุดยิงติดต่อกันอีกนับไม่ถ้วน ส่งให้ท้องฟ้าสว่างเพริศพราว ระยิบ​เป็นเกล็ดดาวเกล็ดเพชร โปรยปรายอยู่​ไม่ขาดสาย

บรรดาผีสาวต่างตื่นตา จ้องมองทุกแสงสี​ที่ปรากฏบนฟากฟ้า ไม่รู้นานเท่าไรแล้ว​​ที่ไม่​ได้สนุกสนานเท่ากาลครั้งนี้

"ขอบใจพี่ธรรม์เหลือเกิน ให้ผ้านุ่งผ้าห่ม หาของกินดีๆ​ มาให้ แล้ว​ยังพามาเ​ที่ยวอีกด้วย"

แสงเพ็งสะกิดบอก ยิ้มแย้มสดใส แสงกระจ่างฟ้าช่วยสะท้อนนัยน์ตา​ที่เคยปราศจากแววให้วาววับ มันทำให้ชายหนุ่มพรึงเพริศ​ไป​ได้​เป็นอึดใจ นึกเลย​​ไปถึงตอน​ที่ผีสาวตรงหน้ายังมีชีวิต ตอนนั้น​นัยน์ตาของเธอคง​เป็น​ที่ประโลมใจ ให้​กับผู้ชาย​ทั้งโลก​ที่​ได้ยล

"แค่นี้น่ะไม่เท่าไรหรอก ​ที่เด็ดกว่านี้ยังมีอีกเยอะเลย​ นั่นยังไร"

ทรงธรรมไม่รู้​จะชี้​ไปทางไหนแน่ ​เพราะทางแม่น้ำ ก็เริ่มมีการจุดกระทงสาย ปล่อยลอยตามสายธาราเรียงกัน​ไปไม่จบสิ้น ​ส่วนบนฟ้า โคมลอยก็ทยอยขึ้น​ ครู่เดียวแสงโคมก็ฟ่องฟ้า แลคล้ายเดือนดาวร้อยพัน ค่อยเคลื่อนคล้อยตามสายลม สูงขึ้น​​ไป สูงขึ้น​​ไป ​เป็นสายธารดาว หรือดูอีกทีก็​เป็นราว​กับบันไดสวรรค์ ​เมื่อคราว​พระพุทธองค์ เสด็จลงมาจากโลกทิพย์สถานนั้น​เทียว

บรรดาผีสาว​ได้​แต่ตะลึงลาน ถึง​ความงดงามของแสงสีนานา ​ทั้งท้องฟ้า ​ทั้งพื้นดิน ​ทั้งผืนน้ำ ขณะนี้ล้วนระยิบระยับพราวพราย ราวหลงมาอยู่​ในท่ามกลางเมืองสวรรค์

​ได้ยินเสียงปี่พาทย์บรรเลงเพลงส่งบทสักวา เหล่าผีสาวก็​ได้ทีรำตาม จับหมู่เรียงฟ้อนอ่อนช้อยให้​ได้ชม แสงเพ็งนึกสนุกตอน​ได้ยิน​เขาบอกบทเจ้าเงาะชมโฉม จึงชวนให้ทรงธรรมรำ​เอาอย่าง เลียน​เป็นเจ้าเงาะ​กำลังรำล้อ รอว่า​เมื่อไรนางแน่งน้อยรจนามารศรี ​จะเสี่ยงพวงมาลัยมาให้ตน

เพลิดเพลินกันอยู่​ดังนี้อีกนาน จน​เขา​จะ​ต้องลงนั่งพัก ปล่อยให้บรรดาผีๆ​ ​ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ​ได้เริงรื่นกันต่อ​ไป

แสงเพ็งเห็นทรงธรรมปลีกตัว​ไป​เป็นฝ่ายนั่งมอง จึงแยกตัวมานั่งลงเคียง ​ที่สุขนั้น​แสนสุขอยู่​แล้ว​ ยิ่งมา​ได้ใกล้ชิด​กับ​เขาอย่างนี้ ​ความรู้สึกดีนั้น​จึงยิ่งทวีคูณ

"พี่ธรรม์เหนื่อยแล้ว​...​"

"ไม่หรอก พี่แค่อยากนั่งพักสักหน่อย​"

ต่างคนพูดกัน​ไปก็ยิ้มแย้มให้กัน​ไปด้วย

"วันนี้สนุกมากเลย​นะคะ​ ​ถ้าวันหน้า​เป็นอย่างนี้อีกก็คง​จะดี"

"แม่แสงวางใจเถอะ มัน​จะ​เป็นอย่างนี้ตลอด​ไปแน่ๆ​"

​เพราะทรงธรรมยื่นหน้ามาตอบคำจนใกล้เกิน ใกล้จนผีสาว​ต้องถอยหลบ ​เขา​ได้​แต่ยิ้มตาม นึกเอ็นดูร่างนวลโสภาตรงหน้า ​ที่​กำลังมีทีท่าระคางเขินนี่ขึ้น​อีกมาก

"จริงๆ​ นะเจ้าคะ​"

แสงเพ็ง​ได้​แต่ขอคำมั่น ​เป็นการแก้​ความกระดากอายของตนเอง

"แน่นอน พี่รับรองว่า เรา​จะ​ต้องมี​ความสุขกันอย่างนี้ตลอด​ไป"

ลมจากแม่เจ้า​พระยาพัดเย็นรื่น น้ำค้างพรมละอองลง​ต้องผิว เดือนดาวกระจ่างแจ่ม ราว​กำลังต้อนรับโคมลอย​ที่ลอยลิบ เสียงสรวลสันต์เริงรื่นแว่วมา พาให้ใจพลอยผาสุก สองหนุ่มสาวเผลอลืมเรื่อง​ชาติภพภูมิอาศัย เปิดหัวใจรับห้วงเวลาอันมีค่านี้​พร้อมกัน

ขากลับ​ที่ต่างคนต่างอ่อนเพลีย ทรงธรรมพาบรรดาผีสาว​ทั้งกลุ่มลัดเลาะกลับมาตามทาง ผู้คนร่วมทางออก​จะวางวาย​ไปมากแล้ว​ ด้วยว่ากว่า​จะผละจากงานก็ค่อนดึก

​แต่คนหนึ่ง​เห็นไกลๆ​ ยังจำ​ได้​เพราะการ​แต่งเนื้อ​แต่งตัว ทำให้ทรงธรรมเกิดคิดสนุก ค่อยย่องเข้า​ไปหาคน​ที่​กำลังเพลิดเพลินอยู่​ข้างกำแพง ปลดทุกข์ปลดโศกจากฤทธิ์​ที่คงดื่มเข้า​ไปหลายขนาน

"หมอเกตุ!"

คนทักกระตุกเสียง ​พร้อมตะบปปับ​ที่ต้นคอ

หมอผีหนุ่มสะดุ้งโหยง หันมา​ทั้ง​ที่ยังไม่สุดดี ปากก็ร้องว่า

"ผี ผี ผีหลอกอีกแล้ว​!"

"ผี​ที่ไหนนี่ข้าเอง ทรงธรรม"

คน​จะแกล้ง เห็นอีกฝ่ายตกใจจริงจึงรีบปลอบ ​แต่อึดใจ​ต่อมาก็อดไม่​ได้​ที่​จะต่อคำ

"​แต่...​ นี่เอ็งเห็นจริงๆ​ รึ ว่าข้ามา​กับผี"

"จริงเรอะ! ตายๆ​ ตายๆ​ กลางค่ำกลางคืน กลางถนนรนแคม ยัง​จะตามมาหลอกมาหลอน!"

หมอเกตุรำพันยืดยาว ​จะวิ่งหนีเสียให้​ได้ ทำให้ทรงธรรม​ต้องรั้ง​เอาไว้​ทั้งตัว

"​จะกลัวอะไร​ ก็เอ็ง​เป็นคนช่วยให้พวกนางออก​ไปเ​ที่ยวเล่น​ได้ตอนกลางวัน ​เขาไม่ทำอะไร​เอ็งหรอกน่ะ"

ทรงธรรมพยายามอธิบาย ​แต่คนถูกบังคับแขนขา​เอาไว้ยังดิ้นรน

"ตกลงมีผีตามมาจริงๆ​ น่ะรึพี่ธรรม์"

"เออสิ มาเ​ที่ยวงานวัดสังเวชไงเล่า"

พอ​เขาปล่อยมือ หมอเกตุก็ดูเหมือนค่อยตั้งสติ​ได้

"อย่ามาอำกันหน่อย​เลย​น่า กลางค่ำกลางคืน ​ใคร​เขาให้พูดเรื่อง​ผีๆ​ สางๆ​"

แล้ว​อยู่​ๆ​ ไหสุรา​ที่วางพักไว้ก่อน​จะถ่ายธุระเบา ก็ลอยขึ้น​ ราว​กับมี​ใครช่วยยกขึ้น​มาใส่มือให้เจ้าของ

"เอ...​ เก่งนี่พี่ธรรม์ เล่นกลก็​เป็น"

​เพราะเมาอยู่​มากนั่นเอง ​ที่ทำให้​ความกล้าๆ​ กลัวๆ​ สลับกัน​ไปมา​ได้อย่างน่าแปลก

​ทั้ง​ที่​เป็นเจ้าหลงแกล้งหยิบส่งให้ ก็คิดแค่ว่าตัวเองคงหูพร่าตาลาย ถือไว้ตั้งแต่แรกแล้ว​ทำ​เป็นลืมเสียมากกว่า

"เอ็งนี่มันยังไง ตอนแรกข้าบอกไม่มีผีเอ็งบอกว่ามี ตอนนี้ข้าพาผีมาอยู่​ต่อหน้า​เป็นโขยง เอ็งกลับไม่เชื่อ"

"ยังไงก็ไม่เชื่อ ​ถ้ามีจริงก็ช่วยโผล่มาให้ดูหน่อย​ซิ"

อาจ​เพราะไม่​ได้อยู่​คนเดียวอย่างตอนแรก ​ความกล้าจึงพุ่งขึ้น​ถึงขนาดท้าทาย​ไปดังนั้น​ ทำให้ทรงธรรม​ต้องหัน​ไปหาบรรดาผีสาว เห็นยืนยิ้มๆ​ กันอยู่​ก็รู้ว่า ​เพราะบรรดาผีสาวไม่กล้ายอมให้หมอเกตุเห็นตัวนั่นเอง

"สักคนไม่​ได้หรือ ให้​เขาเห็นสักหน่อย​​จะ​ได้เชื่อ"

คราวนี้ทุกตนเสนอตัวกัน​เป็นพัลวัล มี​แต่แสงเพ็งเท่านั้น​ ​ที่ไม่ค่อยสนุก​กับการนี้

"กระผม กระผมขอรับ"

"เจ้าหลง อย่าก่อเรื่อง​เลย​น่ะ นี่มันนอกเขตเรือนของเรา ไม่รู้​จะมีผู้มีฤทธิ์ท่านใดผ่าน​ไปผ่านมาบ้าง"

แสงเพ็ง​ต้องปราม ​ที่กลัวนักก็​คือยมทูต ​ที่อาจ​กำลังตระเวณราตรี ​เพื่อทำหน้า​ที่ล่าดวงวิญญาณ

"วางใจเถอะพี่แสง นะขอรับ"

ผีเด็กชายอ้อน แล้ว​ก็ย่างสามขุมเข้าหาหมอเกตุอาคม​ที่ยังยืนโงนเงนรอท่า

แล้ว​เจ้าหลงก็แกล้งกระชากไหสุรานั้น​ให้หลุดจากตัว แกล้งดึงประคำ​ที่คล้องให้หมอผี​ต้องก้มตาม แล้ว​ก็กลับตวัดประคำนั้น​ขึ้น​ ให้ฟาดหน้าเจ้าของแบบพอให้เจ็บๆ​

"เฮ้ย! พี่ธรรม์ทำอะไร​ หรือว่า...​ ผีเรอะ พี่ธรรมพ์มา​กับผีจริงๆ​ เรอะนี่"

หมอเกตุชักสร่าง ​ความกลัวแทรกเข้ามาใน​ความรู้สึกจนลนลาน​ไปหมด ถึง​กับผวาเข้ากอดทรงธรรมไว้แน่น ตัวสั่นเทาด้วย​ความกลัวจับจิต

"แล้ว​เชื่อหรือยังเล่า"

ทรงธรรมแกล้งถาม

"เชื่อสิ เชื่อแล้ว​ละ"

หมอเกตุอาคมปากคอสั่น

บรรดาผีๆ​ ​ที่เห็นอาการอกสั่นขวัญหาย ของคน​ที่เรียกตัวเองว่า​เป็นหมอผี ก็ยิ่งนึกสนุก

"ให้ข้าแกล้ง​เขามั่ง​ได้ไหม"

ผีกระถินคันไม้คันมือขึ้น​มาบ้าง

"อย่าเลย​ ​เขา​เป็น​เพื่อน​กับพี่ธรรม์...​"

แสงเพ็ง​ต้องห้ามซ้ำ ก่อน​จะหัน​ไปทางชายหนุ่ม​ทั้งสอง

"พี่ธรรม์ ฝากบอกหมอเกตุด้วย ว่าพวกเราขอโทษ​ที่ทำให้กลัว"

ทรงธรรมทำตาม​ที่ผีสาวบอกทันที ​แต่หมอเกตุอาคมกลับรีบปฏิเสธ​ทั้ง​ที่ปากคอยังสั่นอยู่​ไม่วาย

"ไม่​ต้องๆ​ ไม่​ต้องขอโทษขอโพยอะไร​ ขอแค่วันหน้าไม่​ต้องหลอกหลอนกันอีก ก็​จะ​เป็น​พระคุณอย่างสูง"



********************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3420 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๙ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น