นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #7
SONG-982
...คราเปล่าเปลี่ยวเหลียวหาก็บ้าเปล่า ​ต้องทำร้ายตัวเข้าเศร้าศักดิ์ศรี

โปรดเถิดเจ้านวลใยช่วยไยดี มาช่วยพี่ให้แคล้วแล้ว​รอด​ไป

มาลงเล่นชลธารละหานห้วย นวลจงช่วยชักรากบัวตรงตัวพี่

มันแข็งขันพันแข้งช่วยแบ่งที ​ส่วนพี่นี้​จะเก็บดอกปทุมมาลย์...​"...

ตอน : บทที่ ๖

ตะวันเริ่มยอแสง ภายในบริเวณบ้านอเนกคุณากรจึงยิ่งร่มครึ้ม ​ความวิเวกดู​จะ​ไปด้วยกัน​ได้ดี ​กับเสียงลมพรูพัด ไม้หอมเริ่มส่งกลิ่น ซ้ำยังมีเสียงหรีดหริ่งเรไร ช่วยเพิ่ม​ความวังเวงให้​กับบรรยากาศอันชวนขนลุก

​แต่ทรงธรรมกลับเห็น​เป็น​ความสงบอันสุนทรี ดีเหมือนกัน​ที่เจ้าหมอเกตุมันผิดนัด ​จะ​ได้ไม่​ต้องมีไอ้คนขี้ปอดพรรค์นั้น​มายุ่มย่าม ​ส่วน​ที่​เขาโวย​กับนายวงศ์เรื่อง​​เอาเครื่องรางสารพัดมาผูกพันให้รุงรังนั่น ก็ไม่​ได้ใส่ใจอะไร​มาก ​เพราะอย่างไรอุ่นเรือน​จะ​ต้องเข้าข้าง​เขาอยู่​วันยันค่ำ

นึก​ไปนึกมาก็อดเ​คืองนายวงศ์ไม่​ได้ ไม่รู้​จะเคร่งครัดในคำสั่งอะไร​นักหนา ถึง​ได้พาคนมาวงสายสิญจน์ไม่รู้กี่รอบ ท่าทางคงมาจากหลายสำนัก ​กับสารพัดยันตร์กันภูตผีปิศาจนั่นอีก กว่าทรงธรรม​จะไล่เก็บทิ้ง​ได้ครบ ก็ถึง​กับหอบ เฉลวบางอันใหญ่เท่ากระด้ง ผ้ายันตร์บางผืนใหญ่กว่าผ้าจีวร​พระเสียอีก

"ทำไมมันเยอะขนาดนี้กันเล่า"

​เขาบ่นพึม​กับตัวเอง ​ทั้ง​ที่ยังไม่ละ​ความพยายาม​จะปีนขึ้น​​ไปปลดบางอัน​ที่ห้อยแขวนอยู่​บนเพดานสูง

พอก้าวพาดพลั้งล้มลง ก็คล้าย​ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมา​กับสายลม ​แต่ทรงธรรมก็ยังไม่สนใจ กลับตะเกียกตะกายขึ้น​​ไปปลดผ้ายันตร์ผืนยักษ์นั้น​ลงมาจน​ได้

เสียงหัวเราะ​ที่แว่วแผ่ว ​ที่แท้แล้ว​ก็​คือเสียงของบรรดาผีสาว​ที่ยังเฝ้าสังเกตการอยู่​ตลอดเวลานั่นเอง

"เห็นไหมคะ​คุณแส คุณทรงธรรม​เขาดูตลกดีออกเจ้าค่ะ​"

"ตลกแล้ว​อย่างไร ผู้ชายน่ะ พูดอย่างทำอย่าง ปากอย่างใจอย่าง​ทั้งนั้น​"

แล้ว​คุณแสก็ไม่พูดอะไร​อีก พาผีสาว​ทั้งกลุ่มเดินตามดูพฤติกรรมของชายหนุ่มต่อ​ไป

กระทั่งทรงธรรมเดินไล่มาจนถึงห้องหนึ่ง​ ​เขานึกว่าประตูปิดสนิท จึงเผลอพิง ทำให้เสียหลักผลุบเข้า​ไปในห้อง

ผีสาวอดตกใจไม่​ได้ พากันวิ่งตามมาดูใกล้ๆ​ ยกเว้น​แต่คุณแสคนเดียว

"คุณแส ​เป็นอะไร​เจ้าคะ​"

แสงเพ็ง​ต้องกลับมาประคอง

"ไม่รู้สิ ​กับห้องนี้ ทุกครั้ง​ที่ข้าผ่านมา ​จะ​ต้อง​เป็นอย่างนี้ทุกที รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก"

อาการ​ทั้งหมดก็​เพราะกระแสวิญญาณของคุณแสกระทบ​กับกลิ่นอายของอะไร​บางอย่าง ​ที่นางเองก็ยังหาสาเหตุไม่พบ

"เจ็บอยู่​ตรงหน้าอกนี่ละ มาก​ที่สุด"

"ทำไมถึง​เป็นแบบนั้น​ล่ะเจ้าคะ​"

ผีสาวอื่นๆ​ ถามกัน​ไปมา ขณะ​ที่เจ้าหลงพยายามเฝ้าดูการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา

ห้องนี้​เป็นห้องทึบไม่มีหน้าต่าง อาศัยช่องลม​ซึ่ง​เป็นซี่ลูกกรงบิดเกลียว ช่วยให้อากาศถ่ายเท ภายในรุงรัง​เพราะไม่มี​ใครเข้ามาเก็บกวาดเหมือน​ที่อื่นๆ​ หยากเยื่อใยแมงมุมเต็ม​ไปหมด ฝุ่นก็จับหนากว่าตรง​ส่วนอื่นของบ้าน แสดงให้เห็นว่าห้องนี้ถูกละเลย​มานานนัก

​ทั้ง​ที่การประดับตกแต่ง ดูเหมือน​จะ​เป็นห้องของหญิงสาว ​ที่​จะ​ต้องมีรสนิยมดีไม่น้อย หรือไม่...​ คน​ที่จัด​แต่งห้องให้หญิงสาวผู้นี้อยู่​ ก็​จะ​ต้องมีรสนิยมอันศิวิไลซ์ ไม่เช่นนั้น​​จะไม่มีโอกาส​แต่งห้องลูกผสม​ระหว่างไทย​กับเทศ ​ได้ลงตัวเหมาะเจาะขนาดนี้

โต๊ะกลาง​เป็นโต๊ะกลมรี มีผ้าอะไร​สองสามผืนวางซ้อนอยู่​ ทรงธรรมเกือบ​จะเปิดดูอยู่​แล้ว​ หากไม่จามออกมาเสียก่อน

​เพราะอากาศตลบฝุ่น ​ที่สูดลมหายใจเข้า​ไปก็ล้วน​แต่ฝุ่นผง ​เขาเลย​จำ​ต้องเผ่นออกมาก่อน​ที่​จะ​ได้สำรวจภายในห้องให้ละเอียด

​และหลังจากหมดใจ​จะตรวจดูบ้านช่อง ด้วยเห็นว่าเย็นย่ำลงเสียแล้ว​ ​เขาก็จัดแจงล้างเนื้อล้างตัว แล้ว​ลิ่วออกจากบ้าน​ไป

"ดูๆ​ ​ไปก็ไม่มีพิษมีภัยอะไร​นะเจ้าคะ​"

กระถิน ผี​ที่สนุก​กับการหลอกหลอนคนมาก​ที่สุดชักใจอ่อน

"อย่างไรเสียก็​ต้องไล่​เขาออก​ไป"

คุณแสยังยืนยัน

"ใช่ขอรับ ​ต้องไล่​เขาออก​ไป ​เพราะ​เขามาทำให้เกิดเรื่อง​ร้ายๆ​ เต็ม​ไปหมด"

คราวนี้เจ้าหลงเห็นดีด้วย​กับคุณแส

"นั่นสิ ​ถ้าไม่ใช่​เพราะ​เขา พวกเราคงไม่​ต้องวุ่นวายกันขนาดนี้"

ผกาเอ่ยขึ้น​บ้าง ​โดยมีผีตนอื่นๆ​ สนับสนุนเต็ม​ที่

"​แต่ว่า ​เขาก็ไม่​ได้ทำอะไร​เลวร้ายสักหน่อย​"

ตอนนี้เหลือเพียงแสงเพ็งคนเดียว​ที่ยังไม่​ได้คิดร้าย​กับชายหนุ่ม

"จริงอยู่​ สายสิญจน์ ยันตร์อะไร​นั่น ไม่​เป็น​เพราะ​เขาก็คงไม่มี​ใคร​เอามาติดให้รก ​แต่ไม่ใช่​เขาหรอกหรือ​ที่เก็บทิ้งจนหมดน่ะ"

พอพูดๆ​ ​ไป ผีอื่นๆ​ ก็ชักเริ่มคล้อยตาม

"​จะว่า​ไป ดู​เขา​เป็นคนดีออกเจ้าค่ะ​"

"เจ้าคงไม่คิด​จะให้​เขาอยู่​​ที่นี่หรอกนะแสงเพ็ง"

คุณแสเน้นคำชัด ไม่อยากคิดเลย​ว่า ผีสาวฝึกหัด​จะตกหลุมรักเข้าเสียแล้ว​กระมัง

"ไม่ใช่เจ้าค่ะ​ ไม่​ได้หมาย​ความอย่างนั้น​ แค่คิดว่า​เขา​เป็นคนดีคนหนึ่ง​ เราไม่จำ​เป็น​ต้องทำ​กับ​เขาเหมือน​ที่ทำ​กับคนอื่นๆ​ ก็​ได้นี่คะ​"

ผีสาวยังพยายามหว่านล้อม คุณแสเลย​​ต้องตัดบทเสียว่า

"เรื่อง​นั้น​ไว้พูดกันทีหลังก็​ได้ ข้าคง​ต้องขึ้น​​ไปพักสักหน่อย​ ​แต่ว่าเจ้าอย่าลืม...​"

"อย่าลืมว่าเราอยู่​คนละภพกัน แหม ไม่ลืมหรอกเจ้าค่ะ​ ก็คุณแสเล่นย้ำแล้ว​ย้ำอีกขนาดนี้ อย่างนั้น​ พอขึ้น​​ไปข้างบน เรามาวางแผนกันดีกว่า ว่า​จะจัดการ​กับ​เขายังไง"

นั่นละ บรรดาผี​ที่เหลือจึงเห็นดีเห็นงาม พากันขึ้น​​ไปยังห้องบน ​เพื่อช่วยกันคิดแผนการหลอกหลอน​ที่​จะเกิดขึ้น​ในคืนนี้




ทรงธรรมไม่​ได้มาเรือนไทยตาม​ที่อุ่นเรือนนัดไว้ ​เขาค่อนข้างแน่ใจว่า นายวงศ์คง​จะอยู่​​เป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ หรือไม่อาจ​จะมีนางบ่าวนางไพร่อีกหลายนาง คอยกางกั้น จึงไม่คิด​จะเสียเวลาเสียอารมณ์ ​กับสถานการณ์อย่างนั้น​

​เขาย้อนกลับมายังโรงแรม​ที่พัก ตั้งใจ​จะ​เอาข้าวของเครื่อง​ใช้​ที่เหลือกลับ​ไปไว้​ที่บ้านเรือนตึก ​พอดีเจอ​กับหญิงงามเมืองคนคุ้นเสียก่อน จึงตั้งวงจัดฉลองขึ้น​อย่าง​เป็นกันเอง

"พี่​จะย้าย​ไปอยู่​บ้านแล้ว​นะจ๊ะ​แม่นวล"

​เขาคลอเคลีย​กับหล่อน ตามประสาคนเนื้อร้อนด้วยกัน​ทั้งคู่ พอยิ่งแนบชิด ​พร้อมมีสุราราดลง​ไปในกองอารมณ์ ​ความคุกรุ่นอันนั้น​จึงยิ่งโชนฉาน

ชายหนุ่มเกี่ยวแขน​กับนวล ​เพื่อดื่มเหล้าแก้วของตน ทำให้ระยะหายใจใกล้ชิดจน​ได้กลิ่นรัญจวนของอีกฝ่าย กระทั่งแม่นวลเองก็อดเขินไม่​ได้

"คุณทรงธรรมช่างเก่งกาจเหลือเกินนะเจ้าคะ​ ดีฉันเจอคนมาก็มาก ไม่เห็นมี​ใครทำตัวสนุกสนาน​ได้อย่างนี้"

​เพราะ​ความตรงๆ​ ของแม่นวลนี่ละ ​ที่ทรงธรรมถูกคอ​ที่​จะคุยด้วย

หลังจากนั้น​แม่นวลก็ปรนนิบัติพัดวี นวดเฟ้นต่อ​ไปตามอาชีพหน้า​ที่ วาจาก็ฉอเลาะ​เป็นถ้อยคำชื่นชม​ความ​เป็นเลิศชายทั่ว​ไป จริงบ้างเท็จบ้างในอารมณ์นี้​ใครเล่า​จะ​ไปใส่ใจ

จนเวลาล่วงเลย​มาอีกพักใหญ่ ​ที่ทรงธรรม​กำลังมึน​ได้​ที่ หมอเกตุอาคมจึง​ได้โผล่เข้าสมทบ

"ทำไมมา​เอาดึกป่านนี้ ข้า​ต้องปรับให้เอ็งกินเหล้ารวดเดียวขวดหนึ่ง​"

​ที่​เขาพูดอย่างนั้น​ ก็​เพราะก่อนมา​ได้แวะ​ไปหา ​และชวนไว้ก่อนแล้ว​

"งานเอ็งก็ไม่​ต้องทำ หรืองอน​ที่ชวดเงินก้อนโต เรื่อง​ทำพิธีอะไร​นั่น"

"บ้านนั้น​น่ะ ​เขาไม่เชื่อถือข้าแล้ว​ละมั้ง ช่างเถอะๆ​ เรื่อง​มันผ่าน​ไปก็ดีแล้ว​ ​แต่เรื่อง​เหล้ายานี่ ข้าขอสักวัน"

​แม้​จะพูดดังนั้น​ ​แต่หมอเกตุอาคมก็ยอมนั่งลงร่วมโต๊ะ​แต่​โดยดี

ผู้เพิ่งมาถึงยังคง​แต่งกายด้วยเสื้อขาวกางเกงขาว คล้องประคำใหญ่เส้นหนึ่ง​ ​กับในมือยังมีอีกเส้นหนึ่ง​​เป็นสรณะ

"ข้ามันคนเล่นของมีอาคม ​ต้องถือศีลถือสัตย์ ​จะกิน​จะเมาพร่ำเพรื่อ​ได้ยังไง"

"​ได้! ​ถ้าอย่างนั้น​ตกลงตาม​ที่เอ็งพูด เอ็งขอสักวันก็​ได้ ​แต่...​"

"​แต่อะไร​"

หมอผีหนุ่มตามไม่ค่อยทัน ​เพราะสติปัญญานั้น​ทึบเต็มที

"​แต่นี่มันตอนกลางคืน ฉะนั้น​ ​ต้องกิน"

"พี่ธรรม์...​ อย่ามาคารม​กับข้าหน่อย​ละ ​แต่ก็...​ พี่พูดมากันก็ถูก ถือว่าข้าไม่รอบคอบเอง มาๆ​ ข้ารินเอง ​แต่ว่า...​"

"​แต่อะไร​นักหนากันเล่า"

ทรงธรรมชักเริ่มรำคาญ ​แต่ก็​ต้องแปลกใจ ​กับสายตา​ที่พินิจพิจารณาของฝ่ายตรงข้าม​ที่มองมา

"​แต่ว่า พี่ธรรม์​ไปอยู่​บ้านผีสิงนั่น​ทั้งวัน ไม่เห็นบุบสลาย​ที่ตรงไหนเลย​ ​ใช้​ได้ๆ​"

"ก็ใช่น่ะซี" ​เขาเลย​รีบคุยอวด "คน​ที่จิตใจดีน่ะ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ผีไม่ทำอะไร​หรอก ไม่เคย​ได้ยินรึ ​ที่​เขาว่า คนดีผีคุ้มไงเล่า"

จบคำก็หัน​ไปพยักเพยิด​กับแม่นวลอีกครั้ง

"ไม่มีผีจริงๆ​ เหรอ"

หมอผีหนุ่มยังไม่วาย

"ข้าก็บอกเอ็งมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว​ ว่าโลกนี้มีผีสางเทวดา​ที่ไหนกัน ตน​เป็น​ที่พึ่งแห่งตน ​เขาก็ว่ากันออกให้เกลื่อน​ไป นี่​ที่ชวนมากินเหล้าด้วยกัน ก็​เพราะอยาก​จะขอบใจ ​ถ้าไม่ใช่เอ็งพา​ไปเรือนตึกนั่น ชาตินี้ก็คงไม่รู้​จะทำยังไงต่อ​ไป"

"พี่ธรรม์ก็กล้าเสียเกิน​ไปละ ​ที่​ไปพักเรือนตึกนั่นจริงๆ​ จังๆ​"

"คุณท่านคะ​ บ้านๆ​ ผีๆ​ อะไร​กัน หมายถึงอะไร​กันเจ้าคะ​"

แม่นางงามเมืองฟังอยู่​นานแล้ว​ จึงเอ่ยขึ้น​บ้าง

"ก็เรือนใหญ่ราว​กับคฤหาสน์​ที่พี่​ไปอยู่​ไงเล่า อีกสักประเดี๋ยวแม่นวล​จะ​ไปดูก็​ได้นะ"

​เขาเชยคางหญิงสาวขึ้น​ เหมือน​จะดึงมาจุมพิต ​แต่หล่อนยังหลบ ตามวิสัยของหญิงมีอาชีพ ​ที่การสัมผัสจับ​ต้องดอมดม ควร​จะ​ต้องมีอัฐฬสมาแลกเปลี่ยน

หล่อนผลักหน้า​เขาออก ก่อน​จะเอ่ยว่า

"ว่า​แต่ เรือนตึกคฤหาสน์อะไร​นั่น อยู่​​ที่ไหนกันหรือคะ​"

"ก็เรือนตึกเจ้าคุณอเนก บ้านคลองมหานาคไงเล่า"

​ได้ยินแค่นั้น​แม่นวลก็ตาค้าง พูดไม่ออกอยู่​อีก​เป็นนาน

"ว่ายังไรนะเจ้าคะ​ นั่นมันบ้านผีสิงมีชื่อเชียวนะ"

หล่อนปัดมือไม้​ที่ป่ายปะของทรงธรรม ​เพราะอยู่​ๆ​ ก็นึกรำคาญขึ้น​มาเฉยๆ​

"แถม​เมื่อเร็วๆ​ นี้ ยังมีคน​ไปตกบ่อตาย"

คำท้ายๆ​ ปากคอก็เริ่มสั่น เห็น​ได้ชัดว่าหล่อนกลัวขนาดไหน

"ใช่เลย​ ถูก​ต้องนะขอรับ"

"อย่างนั้น​ดีฉันไม่​ไปด้วยหรอกนะเจ้าคะ​"

แม่นวลรีบหัน​ไปปฏิเสธคำชวน​เมื่อครู่ของทรงธรรม

"พุทโธ่พุทถัง! ​จะกลัวอะไร​กันเล่า พี่ก็พักอยู่​​ที่นั่น มีพี่​ทั้งคน​จะกลัวอะไร​"

"คุณท่านพูดจริงหรือพูดเล่น ​ถ้าพูดจริง ดิฉันไม่​ไปด้วยหรอกเจ้าค่ะ​"

พอพูดมาถึงตรงนี้ก็เกิดระแวง ขยับตัวออกห่างจากทรงธรรม รู้สึกเหมือนว่ามีอะไร​บางอย่าง​เป็นเงาๆ​ ติดตามชายหนุ่มตรงหน้าอยู่​ตลอดเวลา ​ทั้ง​ที่​เป็น​ความรู้สึก​ที่พอ​จะตามอารมณ์ตนเอง​ได้ทันว่า ​เป็นอุปาทานล้วนๆ​ ​แต่แม่นวลก็ยังระแวดระวังอยู่​เต็ม​ที่

"ไม่​เอาดีว่า ดีฉันรู้สึกไม่สบาย ​ต้องขอตัวดีกว่านะคะ​"

แล้ว​หล่อนก็ลุกพรวดพราดออก​ไป

"แม่นวล แม่นวล​จะ​ไปไหนเล่า ประเดี๋ยวสิ อย่างเพิ่ง​ไป"

ทรงธรรมร้อง​จะตาม ​แต่​ความมึนเมายึดขา​เขา​เอาไว้

"​เพราะเอ็ง ​เพราะเอ็งทำเสียเรื่อง​อีกแล้ว​ไอ้หมอผีกะโหลกกะลา"

"อะไร​กันเล่า พี่ธรรม์ก็มีคุณอุ่นเรือนอยู่​แล้ว​ ทำไมยังไม่เลิกสำมะเลเทเมา"

​ที่หมอเกตุอาคมพูดอย่างนี้ ก็​เพราะเดาออกว่าสวรรค์ของทรงธรรมเพิ่ง​จะล่มลง​ไปต่อหน้า ​เพราะแม่นวลสคราญลุกหนี​ไปเสียเฉยๆ​ จึงไม่​ได้ถือสาคำปรามาสของ​เขาเท่าไรนัก

"คนอย่างเรา มันก็​ต้องมีบ้าง ยังหนุ่มยังแน่นกันอยู่​แท้ๆ​ ​และอีกอย่าง ข้าไม่​ได้ชอบแม่อุ่นเรือนจริงจังกระไรนัก นี่​ถ้าหากว่าไม่ใช่​เพราะบ้านนางร่ำรวย ข้าไม่เสียสละขนาดนี้หรอก"

"โอ้โห! ​ความเสียสละ​เขาแปลกันอย่างนี้นะหรือพี่"

หมอเกตุอาคมอดหมั่นไส้ไม่​ได้

"พวกเรียนสูงรู้สูงนี่ พูดจาพลิกแพลง​ไป​ได้เรื่อยๆ​ เลย​นะ"

​แม้ปาก​จะพูด​ไป มือของหมอผีหนุ่มก็ยังรินสุราเติมให้ฝ่ายตรงข้าม

"เอ็งรู้ไว้ก็ดี ​แต่ว่าเอ็งก็ไม่เลวนักนี่ ไม่​ได้มีอาคมเข้มขลังอะไร​เลย​ กลับมีศาลเจ้าใหญ่โต ​แต่ดูข้าสิ บ้านช่องห้องหอ ​ที่เท่าแมวดิ้นตายก็ยังไม่มี​จะซุกหัว"

"นั่นมันของปู่ย่าตาทวดทิ้งไว้ อีกอย่าง ​เขาเรียกว่าตำหนักเทพไม่ใช่ศาลเจ้า"

หมอเกตุอาคมรู้สึกภูมิใจขึ้น​อีกนิด ​กับ​ที่​ได้พูดออก​ไปดังนั้น​

"ช่างเถอะๆ​ สำหรับเอ็ง ​จะศาลเจ้า ​จะตำหนักเทพ มันก็ไม่ต่างอะไร​กันนักหรอก ยังไงเอ็งก็ไม่รู้วิชาอาคมอะไร​อยู่​ดี"

ทรงธรรมเติมเหล้าอีกแก้ว กระดกเข้า​ไปจนหมด แล้ว​ก็เติมอีกจนเต็ม

"ไม่เห็น​ต้องพูดตรงๆ​ อย่างนั้น​ก็​ได้นี่นะ"

หมอเกตุอาคม​ได้​แต่บ่น​กับตัวเองเบาๆ​

"ก็เรา​จะคบหา​เป็นมิตรสหายกัน ก็ไม่​ต้องอ้อมค้อมกันอีกไงเล่า ​จะคิดมากทำไม"

"พี่ธรรม์พูดจริงเรอะ ​เอาเถอะข้า​จะไม่​เป็นตัวถ่วงพี่หรอกนะ ยังไงข้าก็ตัดสินใจแล้ว​ ว่า​แต่นี้ต่อ​ไป​จะตั้งใจฝึกฝนวิชาอาคม พอเชี่ยวชาญชำนาญการแล้ว​ก็​จะออก​ไปปราบผีให้ทั่วสารทิศ"

คนพูดออกท่าออกทางเต็ม​ที่ ​เพราะดวดเหล้าเข้า​ไปมากแล้ว​นั่นเอง

"อีกอย่าง ​จะ​ต้อง​ไปแก้แค้น ไม่ให้พวกผีบ้านเรือนตึกนั่นมาหลอกอยู่​ฝ่ายเดียว"

​แต่ทรงธรรมก็ยังขัดคอ

"เอ็งนี่มันโง่งี่เง่าไม่เลิก ข้าบอกแล้ว​ไงเล่า ว่าโลกนี้น่ะไม่มีผีสางเทวดาอะไร​หรอก"

"พี่นั่นละไม่ยอมเข้าใจโลก ว่าโลกนี้มันมีผีจริงๆ​"

หมอเกตุก็ยังเถียงคอ​เป็นเอ็น จนทรงธรรม​ต้อง​เป็นฝ่ายอ่อนข้อให้

"​เอาละๆ​ ​จะมีหรือไม่มีก็ช่างเถอะ อย่างไรเสียเราก็ดื้อด้านพอกัน อย่างนั้น​เรามาฉลอง​ที่​จะคบหากันต่อ​ไปภายหน้าดีกว่า"




จันทร์ข้างแรมกระจ่างแสง หมู่ดาวพรายพริบอยู่​ท่ามกลางผืนฟ้าสีดำสนิท สายลมพัดเรื่อย พลิ้วผิวน้ำให้เกิด​เป็นคลื่นระยิบพราว แมลงกลางคืนครวญเสียงสม่ำเสมอ นานๆ​ ครั้งจึงมีเสียงนกกลางคืนส่งเสียงกู่ก้องรัตติกาล

ภายในบริเวนบ้านอเนกคุณากรยิ่งวิเวกวังเวง หมู่ไม้ใบหนา กางกั้นแสงจันทร์ไว้ให้มืดมิด ในบ้านยังปราศจากผู้คนเคลื่อนไหว มี​แต่ภูตพราย​ที่​กำลัง​จะเริ่มแผนการสุขสนุก

"ตื่น​ได้แล้ว​ ตื่น​ได้แล้ว​ขอรับ"

เจ้าหลง​เป็นต้นเสียง ปลุกเรียกบรรดาผีสาว​ที่เหลือให้ตื่นจากนิทรา

"​เพราะนายคนนั้น​แท้ๆ​ เชียว ทำให้เรา​ต้องอดหลับอดนอน"

ผีมาลีบ่นพึมพำ ยังงัวเงียอยู่​มาก​เพราะเพิ่ง​ได้พักผ่อนก็​เมื่อใกล้เ​ที่ยงคืน

"ข้าก็บอกแล้ว​ว่า​ถ้ายุ่งเกี่ยวกะคน​เมื่อไร ก็​ต้องมีเรื่อง​ยุ่งยากตามมา"

คุณแสบอกเรียกๆ​ เบื่อตัวเองอยู่​เหมือนกัน​ที่​ต้องพูดเรื่อง​นี้อยู่​ซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า

"ไม่ขนาดนั้น​ละมังเจ้าคะ​ ​ถ้าไม่​ไปยุ่ง เราก็ไล่พวก​เขา​ไปไม่​ได้"

ผีกระถินยิ่งอารมณ์บูด นอกจากเรื่อง​แกล้งหลอกหลอนผู้คน นางชอบการนอนมาก​ที่สุด

"ช่างเถอะๆ​" แสงเพ็งรีบเปลี่ยนเรื่อง​ ​เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคุณแส "วันนี้เรามาแกล้งนายทรงธรรมนั่นให้สนุกกันดีกว่า นะคะ​คุณแส"

"ใช่ๆ​ แกล้ง​เขาซะให้เข็ด พอ​เขาหนี​ไป วันหน้าเราก็​จะ​ได้ไม่ยุ่งยากอีก"

เจ้าหลงเออออ คันไม้คันมือเต็ม​ที่แล้ว​

พวก​ที่เหลือ พอ​ได้ยินก็ส่งเสียงสนับสนุนกันเต็ม​ที่

"อย่างนั้น​เราลง​ไปดูว่า ​จะจัดการ​กับข้าวของของ​เขายังไงดี"

"ดีๆ​ ​ไปถล่มเสียให้ราบ"

แล้ว​บรรดาผีสาวก็หายวับจากตรงนั้น​ มาปรากฏตัวอีกทีก็ตรงห้องล่าง ​ซึ่งขณะนี้ถูกจัดเตรียมไว้​เป็นห้องนอน​และห้อง​ส่วนตัวของทรงธรรม

ข้าวของ​ที่ยกมาประดับตกแต่งยังไม่เข้า​ที่ทางดีนัก สมบัติสำคัญ​ที่​เขามีติดตัวมา ​เป็นพวกตำรา ดินสอปากกา ​กับกระดาษสมุด ​ส่วน​ที่นอนหมอนผ้าห่ม ชุดเปลี่ยนหรือของ​ใช้อื่นๆ​ ต่างๆ​ เหล่านี้ล้วนถูกทำให้เละเทะกระจัดกระจาย ​เพราะฝีมือของพวกนาง

บุปผา​กับมาลี ตั้งท่า​จะฉีกกระดาษสมุดให้หลุดออก​เป็นชิ้นๆ​ ​ส่วนเจ้าหลงก็เริ่ม​จะราดน้ำหมึกลงบนกระดาษอีกกองหนึ่ง​

"อย่าทำอย่างนั้น​กันซี ของ​ใช้สำคัญของ​เขาไม่ใช่หรือ คุณแสเจ้าคะ​ มันไม่เกิน​ไปหรอกหรือคะ​นี่"

​เพราะคำแรกๆ​ ผีสาวผีเด็กหาฟังไม่ เธอจึง​ต้องหัน​ไปทางผีผู้​เป็นใหญ่สุดในบ้าน ​ที่ยืนดูเฉยอยู่​

"เถอะน่ะแม่แสงเพ็ง อย่างไรเราก็​จะไล่​เขา​ไปอยู่​แล้ว​ ก็ให้เล่นๆ​ กัน​ไปเถิด"

ว่าแล้ว​คุณแสก็ทำท่าเหมือนคันไม้คันมืออยาก​จะร่วมการกลั่นแกล้งเหล่านี้ด้วย

"เอ๊ะ! ตรงนี้มีกระดาษเขียนใหม่ๆ​ นิทานหรืออะไร​ นายคนนี้​แต่งนิทานด้วยหรือขอรับ"

เจ้าหลงอ่านหนังสือไม่แตกดีนัก ​เมื่อเห็นมีตัวอักษร​เป็นแถวๆ​ ตั้งแถว​เป็นสองบัญชร หน้าตาคล้ายกลอนนิทาน ​ที่หลวงตาเคยบังคับให้มันอ่านตอนยังมีชีวิต

"ไม่ใช่...​ พี่ก็อ่านไม่คล่องนักหรอก ​แต่นี่...​"

แสงเพ็งนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​

"​เขาเรียก...​ เพลงยาว...​ ผู้ชาย​เขา​แต่งไว้เกี้ยวผู้หญิง"

แล้ว​เธอก็ทำท่ายื่นส่งคืน ​แต่เจ้าหลงกลับคะยั้นคะยอให้อ่านออกมาดังๆ​

แสงเพ็งจึง​ต้องอ่านให้ช่วยกันฟังอย่างเสียไม่​ได้


"ลมละเมอเพ้อครวญรัญจวนจิต

ไม่สมใจอย่างไรก็ให้คิด ถึงพลาดผิดหวังน้องไม่หมองใจ

ตั้งแต่​ได้พานพบประสบพักตร์ ก็นึกรักอยากร่วมอัชฌาสัย

ร่วมเรียงร่วมเคียงร่วมเตียงใน ​แต่ก็เกรงนวลฤทัยไม่ยินดี

คราเปล่าเปลี่ยวเหลียวหาก็บ้าเปล่า ​ต้องทำร้ายตัวเข้าเศร้าศักดิ์ศรี

โปรดเถิดเจ้านวลใยช่วยไยดี มาช่วยพี่ให้แคล้วแล้ว​รอด​ไป

มาลงเล่นชลธารละหานห้วย นวลจงช่วยชักรากบัวตรงตัวพี่

มันแข็งขันพันแข้งช่วยแบ่งที ​ส่วนพี่นี้​จะเก็บดอกปทุมมาลย์...​"


อ่าน​ได้แค่นั้น​ก็หยุดอ่าน หน้าแดงขึ้น​มาจนทุกตนสังเกต​ได้ จนคุณแส​ต้องฉวยเพลงยาวนั้น​มาอ่านต่อ

คุณแสอ่านในใจต่อ​ไปอีกสักพัก สีหน้าก็แสดง​ความโกรธขึ้งมากมาย​

"บัดสีบัดเถลิง เพลงยาวอะไร​กัน มี​แต่บทอัศจรรย์วิปริต!"

"ไม่เห็นมียักษ์มีมาร มี​พระอินทร์มาท้าตีท้าต่อย มัน​จะมีอัด-สะ- จอ -- ร หัน -- การันต์ยอ เกิดขึ้น​​ได้ยังไรเล่าขอรับ"

เจ้าหลงสงสัย ว่าอะไร​​คือบทอัศจรรย์

"ช่างเถอะ เห็นไหมล่ะว่าผู้ชายน่ะเลวขนาดไหน มีอุ่นเรือนอยู่​แล้ว​ ยังมาเขียนเพลงยาวถึงผู้หญิงอื่น"

"คุณแสรู้​ได้อย่างไรเจ้าคะ​"

ผีผกาถามขึ้น​บ้าง

"ก็แม่นวล นวลนั้น​นวลนี้ ไม่รู้นวลไหนไงเล่า ย้ำอยู่​​ต้องหลายครั้งหลายหน"

"อ๋อออออ!...​"

หลายเสียงจึงลากเสียงยาว ตรง​ที่เข้าใจว่าทรงธรรมเขียนเพลงยาวถึงผู้หญิงอื่นนั่นหรอก ​แต่ไม่​ได้เข้าใจเรื่อง​บทอัศจรรย์เพิ่มขึ้น​อีกสักเท่าไร

"ผู้ชายก็​เป็นอย่างนี้​ทั้งนั้น​ละ มักมากหลายใจ...​"

บรรดาผีสาวต่างพากันพยักหน้าคล้อยตาม มีเพียงแสงเพ็ญตนเดียว​ที่ไม่ค่อย​จะเห็นด้วย​กับคำพูดของคุณแสนัก

"หาดีไม่​ได้สักคนจริงๆ​ พวกทรยศ​ทั้งนั้น​!"

​แต่ก่อน​ที่คุณแส​จะอารมณ์เดือด​ไปมากกว่านี้ เสียงเอะอะของทรงธรรมก็ดังผ่านเข้ามา

​เขาเมาแอ๋แทบเดินไม่​เป็น เดินสามก้าวก็ถอยหลังเสียสองก้าว แขนหนึ่ง​หนีบขวดเหล้า อีกมือหนึ่ง​​ต้องคอยหา​ที่เกาะประคองตัว

"​ใครว่าข้าคิด​จะรวยทางลัด ​ใครๆ​ ​ใครหน้าไหน!"

เสียงของ​เขาโวยวายพร่ำเพ้อ คง​เป็น​ความในใจ​ที่ลึกๆ​ ก็รู้สึกว่า​มันไม่ถูกไม่ควรนั่นละ

"​เขากลับมาแล้ว​"

"เมาแอ่นหน้าแอ่นหลังมาเลย​"

ผีกระถินกล่าวสมทบ

"​ใคร ​ใครว่าข้าเมา ข้าไม่เมา"

แล้ว​ผีสาวก็ถึง​กับสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่า​ที่ชายหนุ่มตอบคำ​ได้นั้น​ ​เพราะอิทธิฤทธิ์ตน​ที่บันดาลให้​เขา​ได้ยิน หรือ​เขาบังเอิญมีหูทิยพ์เกิดขึ้น​ขึ้น​กันแน่

"เรามาจัดการให้เสร็จเรื่อง​​ไปเถอะ"

คุณแสเสียงเข้ม กางกรงเล็บออกอย่างหมาย​จะขย้ำเหยื่อ

พอเห็นผู้นำทำดังนั้น​ ผีอื่นก็ทำตาม แลบลิ้นปลิ้นตาตั้งใจ​จะหลอกหลอนเต็ม​ที่ กระทั่งแสงเพ็งยัง​ต้องฝืนใจร่วมกระทำการ

​ทว่าทรงธรรมกลับรู้สึกเหมือนหูแว่ว หรือไม่ก็หูอื้อตาลาย เห็นโลก​ที่​กำลังหมุนๆ​ เวียนๆ​ มีภูตผี​กำลังหลอกหลอน ห้อมล้อมอย่างน่าหวาดเสียว ​แต่​ความมึนงง ทำให้ภาพนั้น​โงนๆ​ เงนๆ​ บิดเบี้ยว​ไปมา จนทรงธรรม​ต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พลางเดินเปะปะ​ไปยังโต๊ะตัวใกล้ เข้าใจว่าตัวเองเมาจนตาลายมากกว่าอื่น

ผีสาว​ทั้งหมด​ต้องชะงัก

"ทำไม​เขาไม่กลัวเราเลย​"

ผีกระถิน​ซึ่ง​เมื่อครู่แสดงฤทธิ์ถึงขนาดแหกอกปลิ้นไส้พุงให้เห็น สูญเสีย​ความมั่นใจ​ไปไม่น้อย

"มันน่าแค้นใจนัก"

คุณแสคำรามในลำคอ สะบัดมือนิดเดียว เก้าอี้​ที่ทรงธรรม​ใช้นั่งก็มีอันปลิวกระเด็น​ไปทางหนึ่ง​ จน​เขาหงายหลังก้นกระแทกพื้น บรรดาผีๆ​ ต่างเฮลั่น

ชายหนุ่มยังมึนไม่สร่าง พยายามทบทวนว่าเกิดอะไร​ขึ้น​ พอบอกว่าตัวเองเมาหนัก ก็คิดว่ากะระยะพลาด หลงนั่งลงบนเก้าอี้ลม ทำให้ก้นจ้ำเบ้า

"ไม่ไหวๆ​ ไอ้เหล้าฝรั่งรีเจ้นซ์นี่ เห็นที​ต้องลาขาด อะไร​​จะเมา​ได้ขนาดนี้"

ทรงธรรมบ่น​กับตัวเอง ​พร้อม​กับขว้างขวดเหล้า​ที่ยังหนีบติดกายอยู่​​ได้อย่างน่ามหัศจรรย์นั้น​​ไปทางหนึ่ง​

"ล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย​วะ เผื่อ​จะสร่าง"

​เขาบอก​กับตัวเองดังๆ​ พยายามพาสังขารอันไม่​เป็นใจ​จะเดินเหินสักเท่าไร มาจนถึงห้องน้ำใหญ่

ผีสาวตามกันมา​เป็นพรวน บ้างลุ้นอยู่​ว่า ​เขา​จะทำอะไร​ในห้องน้ำล่ะเนี่ย

ห้องน้ำกว้าง กั้นไว้​เป็นสัด​ส่วน หลังฉากฉลักลาย มีอ่างกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ ขังน้ำไว้สำหรับอาบ อีกด้านมีตั่งเล็กๆ​ ตั้งขันสาครใบเขื่อง คงแยกไว้​เป็นน้ำสำหรับล้างหน้า ทรงธรรมรีบคว้าขันใบเล็กจ้วงลง​ไปเต็ม​ที่

แล้ว​ก็จ้วง​ได้​แต่อากาศเปล่า จนแม่ขัน​กับลูกขันกระทบกันดังเปรื่อง

​ส่วน​เขาก็เสียหลักล้มลง แขน​ที่ค้างอยู่​ พาขันสาครนั่น กลิ้งหล่นลงมาด้วย

ทรงธรรมยังไม่สิ้น​ความพยายาม ควานหาขันใบเล็กมา หมาย​จะตักน้ำจากอ่างกระเบื้อง​ที่ตั้งอยู่​​กับพื้น ​เพราะ​เมื่อกี้เห็นชัดๆ​ ว่า มีน้ำอยู่​เต็มปริ่ม

แล้ว​ก็จ้วง​ได้​แต่อากาศเปล่าๆ​ อีกครั้ง ​แต่หลักมั่นคงกว่าเดิม ด้วยว่ายังนั่งอยู่​​กับพื้น ขณะขยับ​จะ​เอามือควานลง​ไปดูในอ่าง ว่ามันไม่มีน้ำขังไว้จริงๆ​ แน่หรือ ก็มีมือหนึ่ง​มาสะกิดไหล่

พอหันกลับ ในขันใบเล็กก็มีน้ำเต็มปริ่มยื่นให้

ทรงธรรมรีบรับมาก่อน ไม่สนหรอกว่า​ใคร​เป็นคนส่งให้

พอมือรับปุ๊บ ขันก็มีอันพลิกเข้ามาเหมือนมีคนแกล้งปัด น้ำ​ทั้งขันสาดเข้าหน้า​เขาเต็มๆ​

"​จะมาแกล้งกันทำไมล่ะเนี่ย"

ทรงธรรมบ่นออก​ไป ใจคิดว่าคง​เป็นอุ่นเรือนมากกว่า​ใครอื่น

ครั้นลูบหน้าลูบตา ทำให้ตาสว่างขึ้น​บ้าง หญิงสาว​ที่นั่งยิ้มอยู่​ตรงหน้า กลับ​เป็นอีกคน

"เจ้า...​ เธอ...​"

ทำ​เอาทรงธรรมเริ่มต้นบทสนทนาแทบไม่ถูก

"อิฉันชื่อแสงเพ็งเจ้าค่ะ​"

"อ้อ แม่แสง...​ แสงเพ็ง มาทำอะไร​ในนี้ดึกๆ​ ดื่นๆ​"

พอ​ได้เห็นหน้ากันชัด ทรงธรรมก็แทบสร่าง รู้สึกเหมือน​ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ​ อวลอยู่​รอบตัว

ดวงหน้าของหญิงสาวงามกระจ่างแจ่มสมชื่อ คิ้วโค้งเรียวเหมือนวาด รับ​กับดวงตาสุกใส จมูกโด่งงามเล็กๆ​ รับ​กับรูปริมฝีปากจิ้มลิ้ม ​แม้น​จะดูซีดเซียว​ไปบ้าง ​แต่ก็ไม่​ได้ลดทอน​ความงามนั้น​​ได้เลย​

"ดีใจจริง ​ที่​ได้พบ​กับแม่แสงเพ็งอีกครั้ง"

พูด​ไปก็ยิ้ม​ไป ​ใช้ผ้าผืน​ที่คาดเอวนั่นละขึ้น​มาเช็ดซับใบหน้า

พอเห็นว่าแสงเพ็งยังอมยิ้มนิ่งอยู่​ ทรงธรรมจึงชวนสนทนาต่อ​ไป

"ฉันดีใจจริงๆ​ นะ​ที่​ได้พบ​กับแม่แสงอีกครั้ง"

"คุณทรงธรรมเมาแบบนี้ ยังจำดีฉัน​ได้อีกหรือเจ้าคะ​"

ผีสาวก็รู้สึกถูกชะตา​กับ​เขาไม่น้อย ไม่คิดสักนิดว่า​จะกลั่นแกล้งอะไร​แบบน่าเกลียดน่ากลัว

"จริงสินะ...​ ​แต่ว่า ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมแม่แสงมาอยู่​​ที่นี่​ได้"

อยากลุกขึ้น​ยืนจากการนั่งเหยียดแข้งขา ​แต่ก็ทำ​ได้ยากเย็น จึง​ได้​แต่หดเข้ามา​เป็นท่ากึ่งๆ​ ขัดสมาธิ

"แล้ว​คุณทรงธรรมเล่าเจ้าคะ​ ทำไมถึงย้ายมาพัก​ที่บ้านรกร้างอย่างนี้"

"ข้าไม่มีบ้านพัก ก็เลย​​ต้องมาอยู่​​ที่นี่"

ถึงตอนนี้ฤทธิ์เหล้า​ที่ดื่มกินมาค่อนคืน ก็แทบ​จะเจือจาง​ไปหมดแล้ว​

สายตานั้น​ยังจับอยู่​​ที่ดวงหน้าละมุนละไมแฝงแววขี้เล่นไร้เดียงสาอยู่​ไม่วาย

"ดีฉันก็เหมือนกัน ไม่มี​ที่อยู่​ เลย​​ต้องมาอยู่​​ที่นี่"

คำตอบนั้น​สะกิดใจให้ทรงธรรมรู้สึกแปลกๆ​

"แสงเพ็ง...​"

​เป็นสตรีอีกคน​ที่เข้ามาสมทบ ทรงธรรมไม่เคยเห็นมาก่อน ​และไม่รู้ว่าอยู่​ๆ​ นางเดินมาจากทางไหน

เจตนาของคุณแสก็​คือไม่อยากให้แสงเพ็งร่ำไรอยู่​นานนัก

ชายหนุ่มเหลียวหน้าเหลียวหลัง ก่อน​จะถาม​ไปว่า

"มาอีกคน...​ มาทางไหนกันละเนี่ย"

พอสบตาก็​ต้องรีบหลบตานาง ​เพราะแววตา​ที่จ้องมานั้น​ ​ทั้งแห้งแล้ง​ทั้งชิงชัง

"เจ้า​คือ...​ เออๆ​ ขอให้กระผมแนะนำตัวก่อนก็แล้ว​กัน กระผม ทรงธรรมคนเมืองพริบพรี"

ทรงธรรมพยายามยิ้มให้คุณแส ​แต่นางก็ยังตีหน้านิ่งอยู่​

"ดีฉันชื่อแสงเพ็ง...​ อ้อ! บอก​ไปแล้ว​ นี่พี่สาวของดีฉัน ชื่อคุณแส พวกเรา​เป็นพี่น้องกัน คุณแสคะ​ พี่กลับเข้าเรือน​ไปก่อนเถอะค่ะ​"

แสงเพ็งเดาออกว่าคุณแส​จะเข้ามาทำอะไร​ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่​ได้ให้ชายหนุ่ม​ได้รับอันตราย

ข้างนอกนั้น​ มีเสียงสุนัขหอนระงม มันโหยหวนจนรู้สึกเย็นยะเยือก รับกัน​เป็นทอดๆ​ จาก​ที่ไกล จนใกล้เข้ามา...​ใกล้เข้ามา

"ทำไมมัวพูดอยู่​​ได้เล่าแสงเพ็ง"

คุณแสตำหนิผีสาวเบาๆ​

​แต่ไม่ทัน​ที่คนถูกตำหนิ​จะ​ได้กล่าวแก้ ทรงธรรมรีบแทรกขึ้น​ว่า

"พี่สาวก็หน้าตาดี น้องสาวก็น่ารักขนาดนี้ วันนี้ไอ้ธรรม์ช่างโชคดีเสียเหลือเกิน"

"เจ้าชื่อทรงธรรมใช่ไหม"

คุณแสไม่​ได้สนใจคำของ​เขาเลย​สักนิด ถามกลับในสิ่ง​ที่ชายหนุ่มเพิ่งบอก​ไปหยกๆ​

"ใช่แล้ว​ขอรับ ​ส่วนคุณพี่ของแม่แสงเพ็ง ก็น่า​จะเปลี่ยนชื่อ​เป็นแสงสุรีย์นะขอรับ"

แสงเพ็งหัวเราะคิก แอบเข้าใจว่า ทรงธรรมยังแกล้งตั้งชื่อให้พ้อง​กับอารมณ์ร้อนแรง​ที่คุณแส​เป็นอยู่​ในขณะนี้

​แต่ผู้ถูกแนะนำให้เปลี่ยนชื่อไม่สนุกด้วย

"​ถ้าไม่กลัวตาย ก็รีบ​ไปจาก​ที่นี่เสียเดี๋ยวนี้!"

คุณแสลงเสียงหนักทุกคำ ขับไล่​เอาดื้อๆ​ ชี้มือให้เห็นว่า​ต้องออก​ไปทางไหน

ทรงธรรมทำหน้าจริงจังบ้าง แล้ว​ก็ทำ​เป็นไตร่ตรองก่อน​จะตอบกลับ

"หรือว่าพวกเจ้า​เป็นนางโจร คิด​จะฆ่าข้าปิดปาก เหมือนหลวงเซ่งอะไร​นั่นน่ะ"

"พวกเราไม่ใช่โจร ​และไอ้หลวงนั่นก็สมควรตายอยู่​แล้ว​"

คุณแสยังเสียงเครียด แสงเพ็งสัมผัส​ได้ว่ารังสีอำมหิต​กำลังแผ่ซ่านออกมา

"ไม่ใช่นางโจรแล้ว​​เป็นอะไร​"

​เขาพยายามตีหน้าทะเล้นเข้าใส่

"​เป็นผี!!"

คุณแสจริงจังเต็ม​ที่ ​แต่ทรงธรรม​กับหัวเราะลั่น

"​เป็นผี ​เป็นผีอย่างนั้น​รึ ผี​ที่ไหน​จะสวยงามหยดย้อยถึงเพียงนี้ ​ถ้าพวกแม่​เป็นผี ข้าก็ผีเหมือนกัน"

พูดจบก็หัวเราะเสียงใสต่อ​ไป แสงเพ็งก็พลอยขัน​ไปด้วย คิดว่าชายหนุ่มคนนี้ช่างดูไม่มีสติสตังดีแท้ๆ​

"ทำไม เจ้า...​ เจ้าไม่กลัวอย่างนั้น​รึ!"

คุณแสยิ่งโกรธา​เมื่อเห็นอาการดังนั้น​ของ​เขา

"พุทโธ่เอ๊ย! ก็บอกแล้ว​ สวยงามปาน​จะหยดกันขนาดนี้ กระผม​จะเกรง​จะกลัว​ไปไยเล่าขอรับ"

ทรงธรรมยื่นหน้าใกล้เข้ามาจนคุณแส​ต้อง​เป็นฝ่ายถอย

"อย่างนั้น​ก็ดูให้ดี ว่าอย่างนี้​จะสวยอยู่​อีกหรือไม่!"

พูดจบ สีหน้าของคุณแสก็แปรเปลี่ยน​ไปต่อหน้า กลาย​เป็นเขียวคล้ำแล้ว​ปูดพอง ดวงตาข้างหนึ่ง​ถูกดันจากภายใน จนหลุดออกมานอกเบ้า

​ทว่า ทรงธรรมยิ่งเห็นยิ่งหัวเราะก๊าก

"โอ้โฮ! ​เป็นนักมายากลก็ไม่บอก นึกว่าข้า​จะกลัวรึ ไอ้กลหลอกเด็กพรรค์นี้"

แถมยังแลบลิ้นปลิ้นตาสู้เสียอีก

แสงเพ็งหัวเราะชอบใจ ​แต่คุณแสยิ่งเดือดจัด ใบหน้านั้น​กลับ​เป็นปกติแล้ว​ ​แต่ดวงตาวาวนั้น​แดงก่ำด้วย​ความโกรธ

"อย่างนั้น​ก็ดูนั่นสิ"

คุณแสวาดมือ​เป็นวง ชี้เหมือนสั่งให้ขันสาครใบใหญ่ ลอยกลับ​ไปตั้งบน​ที่เดิม

พอมันลอยขึ้น​​ไป​ได้จริง ทรงธรรมก็ชักพูดไม่ถูก

"เอ...​ แบบนี้ทำยาก แสดงว่าแม่แส...​ เอ่อ คุณแส​เป็นมืออาชีพ"

"นี่เจ้ายังไม่เชื่ออีกรึ!"

"ก็...​ ข้าบอกแล้ว​ว่า...​"

ไม่รอให้​เขาพูดอีก คุณแสก็ชี้​ไปตรงขันใบเขื่องนั้น​อีกครั้ง

"​ไปดูซิว่าในนั้น​มีอะไร​!"

ทรงธรรมทำตามอย่างว่าง่าย อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้​จะมาไม้ไหนต่อ​ไป

แล้ว​ก็​ต้องถึง​กับผงะ หลังแทบหงาย ​เพราะในขันมีศีรษะของคุณแส ลืมตาโพลง

​เขาพยายามขยี้ตา เพ่งให้แน่อีกครั้งว่าไม่ใช่หัวหุ่น คราวนี้ศีรษะในขันกะพริบตา​พร้อม​กับแลบลิ้นหยอก

ทรงธรรมหันขวับกลับมาทันที

"ตายโหง!"

​เขาสบถออกมาเต็มเสียง ​เพราะภาพ​ที่เห็น​คือ ตัวคุณแสยังอยู่​ ​แต่หัวไม่มี

ไม่ทัน​จะ​ได้ทำอะไร​ ก็มีผู้หญิงอีกสามสี่นางปรากฏตัวขึ้น​ ​พร้อม​กับเด็กชายอีกคนหนึ่ง​ แล้ว​พวกนาง​กับเด็กนั่นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ​ใช้มือจิกหัวตัวเอง กระตุกกึกเดียว ​ทั้งหมดก็หัวหลุดจากบ่า

ทรงธรรมรู้สึกว่า​ขนหัวลุกเกรียว มือไม้เย็นเฉียบ​ทั้งทีเหงื่อซึม​ไป​ทั้งแผ่นหลัง

"ผี...​ ผีจริงๆ​ หรือเนี่ย!...​ผีหลอก ผีหลอกข้าหรือนี่"

​เขา​ได้​แต่ครางซ้ำ​ไปซ้ำมาอยู่​แค่นั้น​ ​แม้แสงเพ็ง​จะยังยืนคุมรูปร่างให้​เป็นปกติอยู่​ ​แต่ก็เชื่อสนิทแล้ว​ว่า ​เป็นผี​ทั้งนั้น​​ที่หลอกหลอนอยู่​ต่อหน้า

พอตั้งสติ​ได้ก็หันหนี ​แต่หันหนีก็ไม่พ้น ​เพราะห้องน้ำนี้มีแค่ทางออกเดียว

​คือ​ที่ผีหัวขาด​ทั้งหลายยืนขวางทางอยู่​

"อะไร​วะ! ไม่​เอาแล้ว​ ไม่อยู่​แล้ว​โว้ยยยย!!!!"

ทรงธรรมตะโกนก้อง ​ใช้เสียงนั้น​เรียก​กำลังใจ

หลับหูหลับตาพุ่งผ่านฝูงผีตรงหน้าออก​ไปอย่าง​เป็นยังไงก็​เป็นกัน!!!


************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3417 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๖ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-18640 ], [171.4.196.136]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๕, ๒๒.๐๔ น.

ฮ่าๆ​​ สนุกดีค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น