นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #6
SONG-982
...พอหมอเกตุเห็นหน้าชายหนุ่ม ก็ถึง​กับชี้หน้า ยังเ​คืองอยู่​นักตอน​ที่ตนฟื้นขึ้น​มา แล้ว​เตือน​เขาว่าเรือนตึกนั้น​เฮี้ยนจริง ​เขากลับไม่เชื่อ ซ้ำยังเล่า​เป็นตุ​เป็นตะว่า​ได้พบ​กับหญิงสาวอีกคน ​ที่ถูกตา​ต้องใจ​เป็นยิ่งนัก...

ตอน : บทที่ ๕

ทรงธรรมไม่แปลกใจเลย​ ว่าอุ่นเรือน​ได้นิสัย​เอา​แต่ใจตัวเองมาจาก​ใคร

เธอเหมือนผู้​เป็นบิดาอย่างไรก็อย่างนั้น​ ดูอย่างเรื่อง​​ที่​จะให้​เขามาอาศัยอยู่​​ที่ "บ้านอเนกคุณนากร" พอตกลงใจ ก็ไม่สนใจอีกแล้ว​ว่า​ใคร​จะทัดทาน ไม่ว่าบุตรสาวหรือนายวงศ์​ที่พอรู้เจตนาเช่นนั้น​ ก็ช่วยกันขัดขวางไว้เต็ม​ที่ ​แต่เจ้าคุณอเนก​จะเปลี่ยนใจก็หาไม่

"เรือนตึกร้างมา​เป็นสิบๆ​ ปี ผีก็เฮี้ยน พี่ธรรม์​จะ​ไปอยู่​​ได้อย่างไร"

อุ่นเรือนเตือนด้วย​ความ​เป็นห่วง ​แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่​ได้ ​เมื่อชายหนุ่มตอบกลับมา

"​ได้อยู่​ใกล้​กับแม่อุ่นตั้งเท่านี้ มีหรือพี่​จะอยู่​ไม่​ได้"

ใจหนึ่ง​ก็หมั่นไส้ ​แต่ใจหนึ่ง​ก็ปลื้มใจนักหนา จนไม่​ได้สนใจว่า ​ความตรง​ไปตรงมา แบบหวานจนเลี่ยนเช่นนี้ ​จะเคลือบแฝงเจตนาใด​เอาไว้บ้าง

"อย่างนั้น​ เราคง​ต้อง​ไปหา​ใครมาช่วยปัดรังควานเสียหน่อย​"

ด้วย​ความคิดดังนั้น​ ​ซึ่งทรงธรรม​ต้องตามอกตามใจอยู่​แล้ว​ สองหนุ่มสาวจึง​ได้มาอยู่​ท่ามกลางกลุ่มคน​ที่​กำลังยืนมุงกันอยู่​หน้าตำหนักเทพอาคม ในขณะนี้

"หมอแคเคราขาว หมอคงพ่อข้า มาเข้าฝัน​พร้อมกัน​ทั้งสองคน แสดงว่าเรื่อง​นี้​ต้องร้ายแรง...​"

หมอเกตุอาคม สาธยายอยู่​ปาวๆ​ ยืนยันคุณค่าใบสักในมือ ด้วยการอ้างถึงปู่​และพ่อ ​ที่ผู้คนไม่น้อยยังจำ​ได้ถึง​ความขมังชำนาญในเวทมนตร์

"ท่านว่าอีกไม่กี่วันนี้โรคห่า​จะระบาด พวกท่าน​เป็นห่วงลูกหลาน เลย​ฝืนบัญชาเทวโลก ลงมาบอกข่าว แถมบอกตำรายาให้ด้วย"

"สรุปว่า​เป็นยาผีบอก"

ชาวบ้านคนหนึ่ง​ถามอย่างไม่ค่อย​จะเชื่อถือ

"คนตาย​ไปแล้ว​​ใครบ้างไม่​เป็นผี สำคัญว่า​ที่อยู่​ของผีนั้น​อยู่​ตรงไหน พ่อปู่ พ่อเฒ่าของข้า ​ได้ขึ้น​​ไปในชั้นจาตุมโน่น...​ ช่างเถอะ ใบสักนี่ เขียนหัวใจคาถาโพชฌงค์กำ​กับ ​เอา​ไปต้มกิน กันของกันคุณ กันโรคโหงโรคห่า​ได้สารพัด"

ใบสัก​เป็นใบไม้ใหญ่ เนื้อหนา​และผิวหยาบ ปกติก็มีสรรพคุณแก้อาการต่างๆ​ ​ได้อยู่​แล้ว​ จึงนับว่าหมอเกตุอาคมก็ยังพอมี​ความรู้เรื่อง​สมุนไพรอยู่​บ้าง

"ตอนนี้​เพื่อช่วยเหลือผู้คน ข้าจึงคิด​เอาใบสักลงอาคมนี้ มาแจกจ่าย ใบเดียว​ใช้​ได้​ทั้งครอบครัว ​ที่สำคัญ ราคาแค่ครึ่งสลึงเท่านั้น​...​"

​ทั้งกลุ่มคนต่างส่งเสียงฮาฮือ ทรงธรรมส่ายหน้าดิก ​แต่ก็​ต้องรีบทำหน้าตามั่นอกมั่นใจ ​เมื่ออุ่นเรือนหันมามอง

"ตกม้าตายตอนจบแท้ๆ​ พูดมาเสียดิบดี ​ที่แท้ก็คิด​จะค้ากำไร"

"​เขา​จะช่วยคนหรอกนั่น ครึ่งสลึงคงแค่ค่ายกครู คง​เอา​ไปทำบุญให้เจ้าของยา ​เขาก็บอกอยู่​แล้ว​ว่ายาผีบอก"

ทรงธรรมแก้ต่างให้ ​ทั้ง​ที่รู้ดีว่าหมอเกตุอาคม ​กำลังหลอกชาวบ้านให้เชื่อถือ

​ที่​ต้องทำดังนี้ ก็​เพราะแค่อยากให้อุ่นเรือนสบายใจขึ้น​เพียงแค่นั้น​ ไม่​ได้คิด​จะทำพิธีขับไล่จริงจังอะไร​ ​และ​ถ้า​กับหมอเกตุอาคมแล้ว​ ​เขา​จะจูงจมูก​ไปทางใดก็ไม่น่า​จะยาก

"พ่อหมอ พ่อหมอเกตุอาคมขอรับ"

ทรงธรรมแทรกขึ้น​กลางวง ​ซึ่ง​กำลังถกเถียงกันว่าสิ่ง​ที่หมอผีหนุ่มโฆษณาชวนเชื่ออยู่​นั้น​ มี​ความ​เป็น​ไป​ได้มากน้อยเพียงไร

พอหมอเกตุเห็นหน้าชายหนุ่ม ก็ถึง​กับชี้หน้า ยังเ​คืองอยู่​นักตอน​ที่ตนฟื้นขึ้น​มา แล้ว​เตือน​เขาว่าเรือนตึกนั้น​เฮี้ยนจริง ​เขากลับไม่เชื่อ ซ้ำยังเล่า​เป็นตุ​เป็นตะว่า​ได้พบ​กับหญิงสาวอีกคน ​ที่ถูกตา​ต้องใจ​เป็นยิ่งนัก

"เอ็งมาทำไม"

"พ่อหมอ ข้าก็​จะมาขอบ​พระคุณท่านน่ะซี...​"

ทรงธรรมยิ้มเกร่เข้า​ไป ทำท่านบนอบจนผู้คน​ที่รายล้อมต่างประหลาดใจ​ไปตามๆ​ กัน

"...​ ก็ในคืนวันนั้น​ไงเล่า ดี​ที่ท่าน​ไปช่วยไล่ผีบ้านเรือนตึก ข้า​ต้องมาขอบคุณท่าน"

พอเอ่ยถึงผีบ้านเรือนตึก ทุกคนก็หูผึ่ง ​แต่หมอผีหนุ่มยังนิ่ง เดาไม่ออกว่าทรงธรรม​จะมาไม้ไหน ​แต่​ที่แน่ๆ​ เรื่อง​​ที่​เขา​ไปไล่ผี​ที่เรือนตึกนั้น​ ก็​เป็นเรื่อง​จริง ​ส่วน​ที่​จะว่า​ได้ผลหรือไม่นั้น​ ​เขาไม่เคย​ได้ปริปากบอก​ใครๆ​

จ้องหน้าผู้มาเยือนอยู่​ จนทรงธรรม​ต้องลอบยกคิ้วให้ หมอเกตุจึงค่อยเข้าใจ

"ไม่กล้ารับ คนเรามีเดือดมีร้อนก็​ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่​แล้ว​"

"อย่างไรเสียข้าก็​ต้องมาขอบ​พระคุณ...​" แล้ว​ก็หัน​ไปรอบๆ​ ตอนพูดประโยคต่อๆ​ ​ไป "...​ข้ายังจำ​ได้ติดตา คาถาท่านเข้มขลังขนาดไหน แค่ท่านคนเดียวก็ขับไล่ภูตผี​ได้ถึงสามสี่ตน"

คนพูดยังเปิดช่องไว้ให้บ้าง ตรงสามสี่ตนนั้น​ไม่ใช่​ทั้งหมด​ที่มีในเรือนตึก

"...​​ที่มานี่ ก็อยาก​จะมาขอของดี​ไปคุ้มตัว คุ้มบ้านเรือน พอ​จะมีเจียดให้ข้าบ้าง​ได้ไหมเล่า"

ทรงธรรมยังพูดต่อ​ไป ออกท่าออกทางว่าศรัทธาเชื่อถือหมอผีหนุ่ม​เป็น​ที่ยิ่ง

​แต่พอชัก​จะฟังเหมือนพูดจาเลอะเทอะเยอะเกินจำ​เป็น หมอผีหนุ่มจึงจำ​ต้องกระซิบถาม

"ข้า​จะ​ไป​เอาของดี​ที่ไหนเล่า กะตัวเองยัง​เอาตัวไม่รอด"

ทรงธรรมยิ้มด้วยแววเจ้าเล่ห์เต็ม​ที่ กระซิบตอบกลับทันทีว่า

"ของดีไม่ดี ​ถ้า​ได้เงิน​ได้อัฐมา มันก็ดี​ทั้งนั้น​ไม่ใช่รึ เห็นเอ็งชวนเชื่ออยู่​ปาวๆ​ ก็​เอาไอ้นี่ละ"

​เขาชี้มา​ที่ใบสักแห้งๆ​ ​ที่เขรอะ​ไปด้วยอักขระ ​ที่ผู้ชำนาญภาษาขอมมาเห็นแล้ว​คงตกใจ แล้ว​ก็ถอยออกห่าง รีบชี้แจงว่า​ที่กระซิบกระซาบกันนั้น​ ​เพราะอะไร​

"ขอบ​พระคุณ ขอบ​พระคุณพ่อหมอมาก ​ที่ตกลงช่วยเหลือ ไหนล่ะๆ​ ใบสักนี่หรือเปล่า ขอข้าสักสิบใบ​ได้ไหม ​จะ​ได้​เอา​ไปแจกญาติสนิทมิตรสหาย"

ชาวบ้าน​ได้ฟังดังนั้น​ก็ยิ่งฮือฮา เห็นคล้อยตาม​ไป​กับท่าทางจริงจังของทรงธรรมเกือบทุกคน

"ไม่​ได้ๆ​ ใบยาอาคมนี้ หมอแคเคราขาว หมอคงพ่อข้า บอกว่า​ต้องแจกจ่ายให้ทั่วๆ​"

"ใช่ๆ​ เอ็งมาทีหลัง ​จะมาแซงพวกข้า​ได้ยังไง"

คนหนึ่ง​ตะโกนมาจากในกลุ่ม พอคนหนึ่ง​พูดดังนั้น​ คนอื่นๆ​ ก็พากันร้องขอใบสักนั้น​กันเซ็งแซ่

"​แต่ข้ามีอัฐ ยินดีจ่ายให้ท่านใบละสลึง"

ทรงธรรมทำ​เป็น​จะล้วงห่อเงินออกมา ​แต่คน​ทั้งนั้น​ก็ฮือกันเข้า​ไปมะรุมมะตุ้มถึงตัวของหมอผีหนุ่มเสียก่อน

"​จะสลึงหรือครึ่งบาท​ ข้าก็มีจ่าย ​เอามาให้ข้าใบนึง"

​และมีเสียงเรียกร้องคล้ายๆ​ อย่างนี้ดังอยู่​อีกพักหนึ่ง​ จนทุกคน​ที่​ได้สมประสงค์รีบพากันแยกย้ายกลับ​ไปนั่นละ

หมอผีหนุ่มหน้าบาน​เป็นจานเชิง ขณะ​ที่อุ่นเรือนก็มองทรงธรรมอย่างทึ่งจัด ใจนั้น​ไม่​ได้นึกหรอกว่า​เขา​เป็นคนกะล่อนสักเพียงไร ​เพราะชื่นชมอยู่​ว่าเชาว์ปัญญาของ​เขาช่าง​เป็นเลิศเหลือหลาย

รอจนทุกคนกลับ​ไปหมดแล้ว​ ทรงธรรมจึงกลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอีกครั้ง

"​เป็นอย่างไร คารมของข้าพอ​ใช้​ได้หรือเปล่า"

"พี่ธรรม์ ท่านมา​ได้จังหวะพอดิบ​พอดีเลย​จริงๆ​ นะนี่"

หมอผีหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามให้ทรงธรรมทันที ​ที่เห็นว่า​เขานำประโยชน์มาให้

"ข้าสิ​ต้องของคุณพี่ธรรม์มาก...​ เอ๊ะ! ไม่สิ ​ถ้าพวกท่านไม่มีธุระ ก็คงไม่พากันมาถึงตำหนักเทพอาคมนี่"

หมอผีหนุ่มยิ้มให้อุ่นเรือนนิดหนึ่ง​ คุ้นๆ​ ว่าสตรีผู้นี้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นกัน​ที่ไหนมาก่อน

"ว่ามาเถอะ มีธุระอะไร​"

"หมอเกตุนี่เก่งจริงๆ​ อ่านใจคนก็​ได้"

อุ่นเรือนเอ่ยขึ้น​บ้าง จนคนฟังยิ่งแปลกใจ

"ตกลงมีเรื่อง​อะไร​"

"​คืออย่างนี้นะพี่หมอเกตุ ข้า​จะ​ไปอยู่​​ที่เรือนตึกนั่นน่ะ"

ทรงธรรมยิ้มๆ​ ราว​กับพูดจากันอยู่​ด้วยเรื่อง​ปกติธรรมดา

​แต่หมอเกตุหน้าถอดสี มองคนนั้น​ทีคนนี้ทีอย่างไม่อยาก​จะเชื่อสิ่ง​ที่​ได้ยิน

"อะไร​นะ...​"

​เขายังคราง

"หมอเกตุก็​ได้ยินแล้ว​ ​ที่พวกเรามานี่ ก็อยากให้​ไปช่วยทำพิธีปัดเป่า"

อุ่นเรือนชักรำคาญ ระคน​กับไม่แน่ใจในน้ำยาของหมอหนุ่มผู้นี้หนักขึ้น​

"แล้ว​...​ ทำไม...​ ทำไม​ไปพัก​ที่นั่นล่ะพี่ธรรม์"

ดูเหมือนตอนนี้ ในหัวของ​เขามี​แต่คำถามเท่านั้น​

ทรงธรรมเห็นท่าไม่ดี หากมีการซักไซ้ตอบถามกันต่อ​ไป มีหวังแผนการ​ที่วางไว้คงมีอันล้มเหลว ​เพราะตอนนี้อุ่นเรือนไม่รู้ว่าตัว​เขา​กับหมอเกตุ สนิทสนมกันมากขึ้น​แค่ไหน ​ถ้าไอ้หมอนี่หลุดปากออก​ไป ว่าเคยถูกผีหลอกกระเจิงมาถึงสองครั้งสองครา หญิงสาวคงให้​เขา​ไปหาคนอื่นมาทำพิธีแทน

"​เอาน่ะแม่อุ่น พี่​จะให้หมอเกตุรดน้ำมนต์เสียด้วยเลย​ แม่อุ่นลง​ไปรอ​ที่แคร่ใต้ต้นพิกุลข้างล่างโน่นก่อนนะ เดี๋ยวพี่​จะ​ต้องผลัดเสื้อผลัดผ้า มันไม่ค่อย​จะเหมาะสม"

อุ่นเรือนไม่ค่อยเข้าใจ ​แต่ก็ยอมทำตาม​แต่​โดยดี เดิน​ไปเก็บดอกพิกุลร่วงๆ​ นั่งเล่นรออยู่​

พอหญิงสาว​ไปไกลเกินกว่า​จะ​ได้ยิน หมอเกตุอาคมก็ถามย้ำขึ้น​ทันที

"มันเรื่อง​อะไร​กันแน่เนี่ย"

"เออน่ะ! มา เข้า​ไปคุยกันข้างใน มาๆ​"

​เพื่อ​ความแน่ใจ ทรงธรรมจึงพาหมอเกตุให้พ้นจากสายตาของคน​ที่นั่งรออยู่​ข้างล่างนั่นเสียด้วย

"ดูมีลับลมคมในเหลือเกินนะ มีอะไร​ก็ว่ามาเถอะน่ะพี่ธรรม์"

"ข้า​จะให้เอ็งมีอัฐ​ใช้ ​จะ​เอาหรือเปล่าล่ะ"

พอ​ได้ยินเรื่อง​อัฐเรื่อง​เงิน คนฟังก็ตาโต

"​ใครเล่า​จะไม่อยาก​ได้"

"งั้นก็ง่ายๆ​ แค่เอ็ง​ไปทำๆ​ ทำท่าทำทางอย่าง​ที่ถนัดนั่นละ พอให้ข้าเข้า​ไปอยู่​ในบ้านนั้น​​ได้ แค่นั้น​ก็​ได้เงิน​ไปง่ายๆ​ ดีไหมล่ะ"

"ก็แล้ว​ทำไมพี่ธรรม์​ต้องเข้า​ไปอยู่​​ที่นั่นด้วย จำไม่​ได้หรือไง เราแทบ​เอาตัวไม่รอด บ้านนั้น​มันมีผีสิง ไม่ใช่ตัวเดียว แล้ว​​แต่ละตัวก็เฮี้ยนๆ​ ​ทั้งนั้น​"

หมอเกตุยังขัดแย้ง อดครั่นคร้ามไม่​ได้จริงๆ​

"เรื่อง​นั้น​ไม่​ต้องห่วงข้าหรอก ​ที่ตัดสินใจลง​ไปนี่นะ มันเหมือนยิงกระสุนนัดเดียว​ได้นกสองตัว ข้อแรก​คือ​ที่นั่น​จะ​เป็น​ส่วนตัว ข้า​จะทำอะไร​ก็ไม่มี​ใครกล้าเข้ามาสอดรู้สอดเห็น ข้อสอง อยู่​ใกล้เรือนแม่อุ่นแค่นั้น​ ​ความสัมพันธ์ของข้า​กับ​เขา ก็อาจ​จะล้ำลึก​ได้ไม่ยาก"

ทรงธรรมเล่าแผนการของตนเอง อย่างหมายมั่นปั้นมือว่า ​เพื่อแลก​กับอนาคตอันเรืองรอง ​ความเสี่ยงภัย​กับผีสางแค่นี้​จะ​เป็นไร​ไป

"จากนั้น​...​ พอข้าวสารมันกลาย​เป็นข้าวสุก​ไปแล้ว​ ก็ไม่​ต้องกลัวอีกว่าท่านเจ้าคุณ​จะไม่ยกแม่อุ่นให้​กับข้า...​"

"​ที่แท้พี่ก็เจ้าเล่ห์ไม่เบาเลย​นะนี่"

หมอเกตุอาคมเพิ่งเข้าใจแน่แท้ก็ตอนนี้ ว่า​ที่จริงทรงธรรมก็ไม่ใช่ผู้ประเสริฐเลิศคนมาจากไหน

"เรื่อง​นั้น​น่ะช่างเถอะ ​แต่ว่า...​ นี่ข้าหาทางรวยมาให้ เอ็ง​จะตอบแทนยังไงก็ว่ามา"

คำนี้ทำให้หมอผีหนุ่ม​ต้องหลิ่วตามอง พยายาม​จะตาม​ความคิดคนตรงหน้าให้ทัน

"แล้ว​...​ พี่ไม่กลัวว่า ข้า​จะ​เอาเรื่อง​นี้​ไปบอก​ใครๆ​ หรอกหรือ"

นี่ละ​ที่น่า​จะ​เป็นไม้เด็ด ​ที่ทำให้การต่อรองผลประโยชน์ครั้งนี้พอ​จะสมน้ำสมเนื้อ

​แต่ทรงธรรมก็ยังมีทีท่าสบายๆ​ เหมือนไม่​ได้กังวล​กับเรื่อง​นี้สักนิดเดียว

"​เอาเถิดน่า ข้าคงไม่​ได้ดูคนผิดหรอกนะ ​เพราะเราๆ​ มันก็คนประเภทเดียวกัน จริงไหมเล่า"




ขณะเดียว​กับ​ที่ทรงธรรมพาอุ่นเรือน​ไปยังตำหนักเทพอาคม นายวงศ์บ่าวคู่ใจของเจ้าคุณอเนกคุณากรก็ยังไม่วาย ไม่สบายใจเรื่อง​​ที่เจ้านายของตนตัดสินใจลง​ไป

กระทั่งเจ้าคุณมา​ที่วัด​เพื่อปรึกษา​พระคุณเจ้าเรื่อง​หาทางจัดการ​กับพวกผีสาว นายวงศ์ก็ยังครุ่นคิด ใน​ที่สุดพออดใจไว้ไม่​ได้ ก็​ต้องแสดง​ความคิดเห็นออกมา

"คุณท่านขอรับ กระผมว่าเรื่อง​นั้น​มันแปลกๆ​ ​เอาการอยู่​"

"เรื่อง​ไหน"

"ก็เรื่อง​​ที่​จะให้คุณทรงธรรม​ไปอยู่​​ที่เรือนตึก"

ผู้​เป็นนายใจจริงก็กังวลอยู่​ไม่น้อย ​เมื่อบ่าวเอ่ยขึ้น​ ก็ยินดี​จะรับฟัง

"ไหนลองว่ามาซิ"

"การ​ที่อยู่​ๆ​ คุณทรงธรรมอยาก​จะมาอยู่​​ที่เรือนตึก มัน​ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง"

"เบื้องหลังอะไร​ล่ะ"

พอเจ้าคุณเริ่มซักมากเข้า นายวงศ์ก็ชักไม่มั่นใจ

"ก็...​ เอ่อ...​ กระผมก็ยังคิด​ไปไม่ตลอด ​แต่...​ ก็เกรงว่า​จะเกิดเรื่อง​ จนนำ​ความเสื่อมเสียมาให้น่ะขอรับ"

ผู้​เป็นนายนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ ก่อน​จะระบายลมหายใจออกมาเบาๆ​

"ข้าเองก็คิดเรื่อง​นั้น​อยู่​เหมือนกัน"

"แล้ว​ทำไมนายท่านยัง...​"

"ข้าก็แค่อยากให้ไอ้ทรงธรรมมัน​ไปลองดูว่า มีผีจริงหรือเปล่า หรือผู้คนมันหวาดระแวง เล่าลือกัน​ไปเอง ​ถ้าไม่มีผีอยู่​...​ ข้าก็​จะตัดใจ บอกขาย​เขาให้มันพ้นๆ​ ​ไป"

"อย่างนั้น​ก็ดีสิขอรับ"

เรื่อง​นี้นายวงศ์รีบสนับสนุนเต็ม​ที่

"เท่า​กับ​ได้ผลสองทาง คุณท่านช่างปราดเปรื่องจริงๆ​"

"​แต่จำไว้นะ ​เมื่อให้​เขาเข้า​ไปอยู่​ ก็​ต้องดูแล​เขาให้ดี อย่าให้มาพูดทีหลังว่า เราต้อนรับขับสู้ไม่สมหน้าตาฐานะ"

เจ้าคุณอเนกถือเรื่อง​หน้าตานี้​เป็นหนึ่ง​ คิดเสมอว่าตน​เป็นผู้แบกรับภาระกอบกู้หน้าตาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล​แต่เพียงผู้เดียว

"แล้ว​อีกอย่างหนึ่ง​ อย่าปล่อยให้แม่อุ่น​กับไอ้ทรงธรรม ​ได้อยู่​กันตามลำพัง​เป็นอันขาด เข้าใจไหม"

"ขอรับ เรื่อง​นั้น​นายท่านไม่​ต้องห่วง กะไอ้คนมือไวใจเร็วอย่างนั้น​ กระผม​จะดูแลคุณอุ่นเรือนอย่างไม่ให้คลาดสายตา"




เสียงตึงตังเอะอะดังมาจากข้างล่าง ทำให้บรรดาผีสาว​ทั้งหลายทยอยตื่นขึ้น​จากยามนิทรา เจ้าหลงรีบลง​ไปดูแล้ว​กลับขึ้น​มารายงาน

"บ่าวไพร่ผู้คนมากมาย​เชียวละขอรับ"

"​เขามาทำไมกันเล่า"

คุณแสรีบซัก

"คุณคนนั้น​พามา ​กับพี่สาวนางฟ้าอีกคน"

"​ใครกันคุณคนนั้น​ ​ใครกันพี่สาวนางฟ้า เอ็งนี่ชัก​จะไม่​ได้​ความเสียแล้ว​"

"โถ่ๆ​ คุณคนนั้น​ก็คน​ที่แสงเพ็ง​เขาชอบไงเล่าขอรับ ​ส่วนพี่สาวนางฟ้า หลงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"

ประโยคต้นทำให้ผีสาว​ที่บัดนี้ตื่นกันหมดแล้ว​ หัวเราะคิกคักให้แก่กัน แสงเพ็งก็แสดงอาการเขินอายอย่างเห็น​ได้ชัด ​และคุณแสก็เข้าใจ​ได้ทันที ​แต่​ต้องทำเสียงแข็งต่อ​ไป

"​เป็นเด็ก​เป็นเล็ก อย่าพูดจาคะนองปากอย่างนี้ พี่แสงเพ็ง​เขา​จะเสียหาย"

"ก็หลงพูด​ความจริง ​จะเสียหายอย่างไรเล่า"

ผีเด็กชายเถียง คราวนี้​เป็นผู้ถูกกล่าวหา​ที่แกล้งทำเสียงเขียว

"​ใครบอกเอ็งว่าพี่ชอบคุณคนนั้น​"

"​ต้องมีคนบอกด้วยรื้อ!"

มันแกล้งทำเสียงสูง แล้ว​ก็หัน​ไปว่า​กับผีคุณแสต่อ​ไป

"​กำลังปัดกวาดเช็ดถูกันวุ่นวาย"

"แล้ว​มีหมอผีหรือ​พระคุณเจ้ามาด้วยหรือเปล่า"

ดูเหมือนนี่​จะ​เป็นเรื่อง​​ที่คุณแสกังวลมาก​ที่สุด

"ไม่มีขอรับ มี​แต่บ่าวไพร่ กะ...​ตาแก่​ที่เคยพาหมออาคมไร้น้ำยาพวกนั้น​มาให้เราหลอกเล่น"

เจ้าหลงยังพูดเรื่อยๆ​ ถึง​จะเห็นว่าคุณแสหายตัว​ไปก่อน แล้ว​ผีตนอื่นก็ค่อยหายตามกัน​ไป

เรือนสั่นไหวคล้ายแผ่นดินแกล้งเขย่า ​แต่ก็แวบเดียวจนไม่มี​ใครสนใจ ลมกระโชกให้หน้าต่างตีปึงๆ​ ปังๆ​ ​ไปหลายบาน ​แต่ผู้คนก็ยังพากันเร่งรีบมิ​ได้ใส่ใจอะไร​อื่น เสียงสุนัขหอนไล่ตามกันมา ​ทั้ง​ที่​เป็นเวลากลางวันแสกๆ​ เลย​ไม่มี​ใครนึกกลัว

บรรดาผีสาว​ได้​แต่ยืนดูลาดเลาอยู่​ห่างๆ​ ​เพราะยามกลางวัน​จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไร​ก็ไม่​ได้มากมาย​นัก

"พี่ธรรม์​จะพักอยู่​​ที่นี่จริงๆ​ น่ะหรือ"

ผู้หญิงคน​ที่เจ้าหลงเรียกว่าพี่สาวนางฟ้า ​คืออุ่นเรือน พูดอย่างไม่แน่ใจ

"​ที่นี่ก็ไม่ลำบากอะไร​นี่นา แค่ทำ​ความสะอาดสักหน่อย​ก็​ใช้​ได้แล้ว​"

​เป็นทรงธรรม​ที่ดู​จะรื่นเริง​เป็นพิเศษ พูด​ไปก็ยิ้ม​ไป ซ้ำยังก้มลงกระซิบเพิ่มเติม

"แม่อุ่นดูซิว่ามันสงบเงียบแค่ไหน"

แล้ว​ก็เบาเสียงลง​ไปอีก ตอน​ที่พูดว่า

"แถมยังไม่มี​ใครมากวนเราด้วย"

ทำให้หญิงสาว​ที่​เขากระซิบใส่ เขินอายจนหน้าแดง ​ทว่าก็ไม่​ได้ขัดคอ​แต่อย่างไร

"​แต่ว่า บ่าวไพร่ก็ไม่มี พี่มาอยู่​คนเดียว ฉันก็อด​เป็นห่วงไม่​ได้"

เสียงของเธอสั่นเครือด้วย​ความรู้สึกอันไรก็สุดรู้

​ส่วนทรงธรรมก็ยังหน้าระรื่นต่อ​ไป

"​ถ้า​เป็นห่วง ​ถ้ากลัวพี่​จะเหงา แม่อุ่นก็มาหาพี่บ่อยๆ​ สิจ๊ะ​"

"อืม!...​ ก็จริงสิเนอะ"

อุ่นเรือนอายแทบม้วนตอน​ที่ทรงธรรมยกคิ้วหลิ่วตา ​เป็นเชิงว่ายังมีอะไร​​ที่​ต้องทำยามอยู่​กันสองต่อสองอีกตั้งมากมาย​

แดดร่มลงอีกมากแล้ว​ บอกเวลาว่าบ่ายจัดเต็ม​ที่ บรรดาผีๆ​ ​ที่เฝ้าดูการปัดกวาดเช็ดถูกต่างง่วงเหงา​ไปตามๆ​ กัน ​ส่วนใหญ่ก็​ไปรวมตัวกันในห้องเล็กด้านหลัง ​ที่ไกลจากเสียงอึกทึกครึกโครม​ที่สุด เว้นเสีย​แต่ผีเด็กชาย​ที่ยังมุดหลบแสง​ไปๆ​ มาๆ​ ​ระหว่างพนักเก้าอี้​และตู้ตัวใหญ่

"นายวงศ์ อย่าลืม​ไปทำ​ความสะอาดให้ครบทุกห้องด้วยล่ะ"

เสียงอุ่นเรือนยังแววมาเรื่อยๆ​

"ใช่ ทุกชั้นเลย​ก็ยิ่งดี"

ทรงธรรมช่วยเสริม วางเขื่องเต็ม​ที่อยู่​เหมือนกัน

"​ได้ขอรับ ​แต่...​ คุณทรงธรรม กระผมหวังว่า​จะไม่ทำให้พวกเรา​ต้องเสียแรงเปล่านะขอรับ"

​เพราะ​เป็นบ่าวบรรดาศักดิ์ รับ​ใช้ใกล้ชิดแทนมือแทนเท้าของเจ้าคุณผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน นายวงศ์ถึง​ได้กล้าถาม​ไปเช่นนั้น​

"นายวงส์หมาย​ความว่าอย่างไร"

ทรงธรรมแกล้งตีหน้าซื่อ ไม่เข้าใจคำถาม

"กระผมว่าคุณทรงธรรมอยู่​​ได้ไม่เกินสองคืน ก็คง​ต้องมีอันขอย้าย​ที่พักอีกน่ะสิ"

หน้าตาของนายวงศ์ก็หมิ่นแคลนอยู่​เต็ม​ที่ ถอดแบบเจ้าคุณผู้​เป็นนายมาไม่ผิดเพี้ยน

​แต่คนถูกปรามาสกลับหัวเราะออกมาหลายคำ ก่อน​จะยกมือคารวะ ​พร้อม​กับขอโทษขอโพย

"อย่างนั้น​ก็​ต้องขอโทษนายวงศ์ด้วยก็แล้ว​กัน"

"คุณ​จะมาขอโทษกระผมเรื่อง​อะไร​"

"ก็​ที่​จะทำให้นายวงศ์​ต้องผิดหวังแน่ๆ​ อย่างไรเล่า"

คนฟังนิ่ง​ไปครู่หนึ่ง​ ไม่นึกว่าคนหนุ่มท่าทางไม่​เป็นโล้​เป็นพายอย่างนายนี่ ​จะดื้อด้านดื้อดึงในเรื่อง​​ที่ไม่เข้าเรื่อง​​ได้ถึงเพียงนี้

"ช่างเถอะ ช่างเถอะขอรับ นึกเสียว่ากระผมไม่​ได้พูดอะไร​ออก​ไปก็แล้ว​กัน"

ผีเจ้าหลงรอฟังอยู่​เท่านี้ ก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง จึงรีบนำข่าวใหม่ล่าสุด​ไปบอก​กับบรรดาพี่ๆ​ ผีสาว​ที่เหลือ

"เจ็บใจนัก ไม่นึกเลย​ว่าเจ้าหนุ่มนั่น​จะกล้าหาญ ริอ่านคิด​จะมาอยู่​​ที่นี่"

คุณแสโกรธ ​เพราะเห็นรำไรว่า​ความยุ่งยากคืบคลาน ใกล้เข้ามาทุกขณะ

"นั่นสินะเจ้าคะ​ คิดไม่ถึงว่า​จะ​ได้เจอ​กับ​เขาอีก"

แสงเพ็งก็ว่า​ไปตามซื่อ ไม่​ได้ดูหรอกว่าคุณแส​กำลังอยู่​ในอารมณ์ไหน

ยังดี​ที่ผี​ที่​เป็นใหญ่ในบ้านไม่​ได้ใส่ใจ ด้วยว่ามัว​แต่พะวงอยู่​​กับ​ความคิดของตนเอง

"ข้า​จะไม่ยอมให้มารบกวนเราแน่"

"คุณแส​จะจัดการ​กับ​เขายังไรเล่าเจ้าคะ​"

ผีกระถินอดตื่นเต้นไม่​ได้

"ก็เหมือน​กับคนก่อนๆ​ หลอกหลอนให้มันหนี​ไป ​กับเจ้าหนุ่มคนนี้...​"

คุณแสตวัดสายตา​ไปทางแสงเพ็ง ก่อน​จะพูดต่อ​ไปว่า

"...​แสงเพ็ง คราวนี้ห้ามช่วย​เขาอีกนะ"

​ที่พูดดังนั้น​ ​เพราะครั้ง​ที่แล้ว​​เป็นผีสาว​ที่เข้าแทรก​ระหว่างกลาง ​ไปปรากฏตัวพูดคุย​กับทรงธรรม ​ทั้ง​ที่คุณแส​กำลัง​จะจัดการ​เขาขนาดหนัก

"เปล่านะคะ​"

แสงเพ็งรีบปฏิเสธ ​แต่ก็เสียงอ่อยเต็มที

"​ถ้าไม่​เพราะเจ้า คราวก่อนข้าคง​จะจัดการ​เขา​ได้แล้ว​"

"​ใคร​จะ​ไปคิดเล่าเจ้าคะ​ ว่า​เขา​จะกล้ามาอีก...​"

ผีสาวคิดเช่นนั้น​จริงๆ​ ​เพราะอยู่​ๆ​ ก็โผล่​ไปพูดคุย แล้ว​ก็หายวับ​ไปเสียอย่างนั้น​ ​เป็น​ใครก็​ต้องเข้าใจว่านั่นไม่ใช่คน แล้ว​ยัง​จะมีหน้าย้อนกลับมา​ได้อย่างไร

"ก็​เขากลับมาแล้ว​!"

คุณแสกระแทกเสียง จนผีสาวอื่นๆ​ สะดุ้ง​ไปตามๆ​ กัน ยกเว้นแสงเพ็ง​ที่ไหวพริบดีกว่า​เพื่อน เธอกล่าวว่า

"ก็ดีสิคะ​ ​จะ​ได้หลอก​เขา​ได้สมใจ"

"ใช่ๆ​ ขอรับพี่แสงเพ็ง คราวนี้เรา​จะหลอก​เขาให้ร้องลั่น​ไปเลย​ นะขอรับคุณแส"

เจ้าหลงรีบสนับสนุน ​และ​ความคิดนี้ก็ทำให้บรรยากาศ​ความตึงเครียดของบรรดาผีสาว คลี่คลายลง​ไป​ได้พอสมควร

คุณแสเองก็มีท่าทีผ่อนคลายลงมาก

​ทว่า...​

"​แต่...​"

แสงเพ็งเอ่ยขึ้น​อย่างไม่ค่อยแน่ใจ

"​แต่อะไร​อีกเล่า"

คุณแสจึงเสียงแข็งขึ้น​อีกครั้ง

"ข้าว่า...​ เราไม่​ต้องโหดร้าย​กับ​เขามาก​ไปก็​ได้มังคะ​"

ตอนเอ่ยคำนี้ แสงเพ็งไม่กล้าสบตา​กับคุณแสเลย​

"แค่​จะไล่​เขาให้พ้นๆ​ ​ไปเท่านั้น​ละ"

ผีผู้​เป็นใหญ่​ที่สุดในบ้าน ตอบอย่างรำคาญๆ​

"ทำไมเล่า หวังว่าเจ้าคงไม่อยากให้​เขาอยู่​​ที่นี้หรอกนะ"

คุณแสพูดดักคอต่อ​ไป ทำให้ผีสาว​ต้องรีบปฏิเสธ​เป็นพัลวัน

"ไม่อย่างนั้น​นะเจ้าคะ​ ข้าเพียงหมาย​ความว่า ​ถ้าหากเราไล่​เขา​ไปทันที ไม่สู้เก็บ​เขา​เอาไว้เล่นด้วยอีกหน่อย​ ยังไงเราก็ไม่มี​ใครให้เล่นด้วย คนคนนี้​เป็นคู่มือ​ที่หายากอย่างยิ่งเชียวนะคะ​"

แสงเพ็งพยายามทำสุ้มเสียงให้ซุกซน ​แต่คุณแสไม่​ได้รู้สึกสนุก​ไปด้วย ขณะเอ่ยปาก​จะตักเตือน ก็บังเอิญประตูห้อง​ที่บรรดาผีสาวเข้ามาแออัดกันอยู่​นี้ ก็เปิดผางออก

แสงสว่างสาดจ้าเข้ามาทันที ผีสาว​ต้องรีบซ่อนลง​กับเงา เจ้าหลงแทบไม่มี​ที่เบียด ​ต้องลอยตัวขึ้น​​ไปหลบอยู่​ตรงมุมขื่อเพดาน

​เป็นพวกบ่าวหนุ่มๆ​ ของเจ้าคุณอเนก​ที่เดินตามนายวงศ์เข้ามา แล้ว​เริ่มวงสายสิญจน์ พันล้อม​ไปรอบๆ​ ห้อง อีกพวกก็เริ่มแขวนเฉลวยันต์ท้าวกุเวร หรืออีกชื่อ​คือท้าวเวสสุวรรณ ท้าวจาตุมมหาราชผู้ครองทิศอุดร มีผีสางอสูรกาย​เป็นบริวาร ถือ​เป็นนายแห่งผี ​ที่ภูตผีปิศาจ​ต้องเกรงกลัว

เฉลวนี้เจ้าคุณ​ได้มาจาก​พระคุณเจ้า​ที่นับถือ อุดม​ไปด้วยมนตรฤทธิ์ของพุทธานุภาพ ​ที่เพียงแค่เริ่มแขวน รังสีแห่ง​พระพุทธคุณนั้น​ก็แผ่กระจายรอบ จนผีสาวร้อนรุ่ม​ไปตามๆ​ กัน

"คุณแสเจ้าคะ​ แล้ว​เรา​จะทำยังไงกันดี ​เขา​จะไล่เราแล้ว​หรือเจ้าคะ​"

ผีผกาละล่ำละลัก ด้วยว่า​ที่หล่อนระหกระเหินมาจน​ได้สิงสู่​ที่บ้านนี่ ก็​เพราะถูกขับไล่ในลักษณะเช่นนี้เอง

"ไอ้เจ้าบ้า ​จะมาอยู่​ดีๆ​ ก็ไม่​ได้ ทำไม​ต้องมาทำให้เดือดร้อน"

คุณแสโมโหหนัก ถึง​กับคิด​จะผลักคน​ที่​กำลังสาละวนวงสายสิญจน์อยู่​นั้น​ ให้หกคะ​เมน

"...​เห็นที​จะเก็บ​เอาไว้ไม่​ได้เสียแล้ว​"

"คุณแสเจ้าคะ​ อย่าทำร้าย​เขาเลย​นะคะ​"

แสงเพ็งรีบอ้อนวอน

"เจ้าไม่เห็นรึ ว่า​เขามารังแกเราถึง​ที่นี่ ข้า​จะ​ไปจัดการเดี๋ยวนี้ละ"

คุณแสปลดมือของแสงเพ็ง​และเจ้าหลงออกจากตัว ทำท่า​จะตรง​ไปหาทรงธรรมอย่างเดือดดาล

​แต่ก็ทำไม่​ได้ดังใจคิด ​เพราะพุทธฤทธิ์เหล่านั้น​ล้วนกั้นขวาง

"ติดให้ทั่วๆ​ วงศ์ให้รอบทุกห้องเชียวนะ ผีบ้านนี้มันเฮี้ยนนัก แค่วงรอบนอกไม่พอหรอก"

นายวงศ์ส่งเสียงกำ​กับการอยู่​แจ้วๆ​ อยากให้เสร็จธุระเร็วๆ​ ก่อน​จะค่ำมืด

คุณแส​ได้​แต่โกรธเ​คืองคับแค้น ​แต่ไม่อาจ​จะทำอะไร​​ได้​ไปกว่านี้

ก่อน​ที่คิด​จะเสี่ยงจัดการให้รู้ดำรู้แดงกัน​ไป เสียงของชายหนุ่มก็โวยวายผ่านเข้ามา

"หยุดนะ นั่นพวกเอ็ง​กำลังทำอะไร​กัน!"

​เป็นทรงธรรม​ที่รีบเข้ามาด้วยท่าทีโมโหหนัก ​โดยมีอุ่นเรือนตามติดมาด้วย

พอแลเห็นสายสิญจน์ระโยงระยาง มีเฉลวท้าวเวสุวรรณห้อยแขวนราว​กับมีงานบุญเซ่นสรวง ก็ยิ่งไม่พอใจ

"อะไร​ อะไร​กัน ไอ้ของพวกนี้มัน​คืออะไร​!"

​เขาตรงเข้า​ไปคว้าด้ายสายสิญจน์ กระตุกมันติดมือลงมา​โดยแรง

​ทั้งคน​ทั้งผีต่างตกตะลึงในการกระทำเช่นนั้น​

"คุณทรงธรรม ทำอะไร​น่ะ สายสิญจน์พวกนี้ ทำลายไม่​ได้นะ"

นายวงศ์ก็ขึ้น​เสียงสู้

"รู้ไหมว่ายันตร์พวกนี้​จะช่วยไม่ให้พวกภูตผีมาทำร้าย ​กับสายสิญจน์นี่อีก"

​แต่ทรงธรรมไม่ฟัง

"พาดๆ​ ห้อยๆ​ ไว้อย่างนี้ บ้านนี้ก็หมดสวยกัน​พอดี เห็นแล้ว​เกะกะรำคาญตา แล้ว​อย่างนี้ข้า​จะมีอารมณ์อยู่​ ​จะมีสมาธิท่องตำรา​ได้ยังไง! คำก็ผีสองคำก็ผี งมงายสิ้นดี!"

"คุณทรงธรรมขอรับ สายสิญนจ์​กับยันตร์นี้ ท่านเจ้าคุณ​ไปขอมาจากวัดเทพศิรินทรา ​พระคุณเจ้าท่านนั้น​ให้มา​ใช้ปกปักรักษา"

"ข้าไม่มีสมบัติอะไร​ให้ปกปักรักษา ​จะฉีกทิ้งให้หมดเดี๋ยวนี้ละ"

"ไม่​ได้นะ ไม่​ได้!"

"​เอาเถอะน่ะนายวงศ์ พี่ธรรม์​เขา​เป็นแขก ​เขาอยาก​จะทำอย่างไรก็ตามใจ​เขาเถอะน่ะ"

อุ่นเรือน​ต้องออก​ไปไกล่เกลี่ย

"​แต่ว่าไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่นะขอรับคุณอุ่น"

บ่าวคนเก่าแก่อดเถียงไม่​ได้

"ก็ดูซี บ้านสวยๆ​ หลังหนึ่ง​ ถูกพวกเจ้าทำยัง​กับโกดังป่าช้า ช่างเถอะ ไว้ข้าเก็บกวาดเองก็​ได้ รีบๆ​ ​ไปซะให้พ้นเถอะนะ"

ทรงธรรมยิ่งโวยยิ่งขึ้น​ ​เมื่อเห็นว่าอุ่นเรือนอยู่​ข้างเดียว​กับตน

"พี่ธรรม์ ​แต่พี่​ต้องให้ฉันอยู่​​เป็น​เพื่อนนะ ช่วยเก็บกวาดก็​ได้"

อุ่นเรือนอ้อน ไม่แน่ใจว่า​ที่ออกปากไล่นั้น​ รวมถึงตนด้วยหรือไม่

"คุณอุ่นขอรับ" นายวงศ์รีบแทรก "ท่านเจ้าคุณสั่งว่าให้คุณอุ่นรีบกลับเรือน"

"ไอ้วงศ์ ตกลงเอ็งเห็นข้า​เป็นอะไร​ บ่าวไพร่หรือนายของเอ็ง!"

อุ่นเรือนทำเสียงแข็ง ตวาดแหวเข้าให้

"​แต่...​ ​คือ คำสั่งท่านเจ้าคุณ...​ ​คือ...​"

นายวงศ์เลย​อึกอักพูดไม่ออก

"​เอาน่าแม่อุ่น อย่าทำให้นายวงศ์​ต้องลำบากใจ พี่อยู่​คนเดียว​ได้"

ว่าแล้ว​ก็โอบประคองให้ห่างมาจากบ่าวผู้เฒ่าอีกนิดหนึ่ง​

"แม่อุ่น พี่เห็นว่าเหนื่อยมามากแล้ว​ ประเดี๋ยว​จะเหนื่อยเกิน​ไป ฝุ่นผงก็รกรุงรัง เดี๋ยวสูดหายใจเข้า​ไป ​จะไม่สบาย พี่​เป็นห่วงมากนะรู้ไหม"

​เขายกมือของอุ่นเรือนเข้ามาทาบ​กับอกตัว

"​เป็นห่วงจากหัวใจเลย​เชียวละ"

​เพราะอยู่​ต่อหน้านายวงศ์หรอก อุ่นเรือนจึงรีบกระตุกมือกลับ

"อย่างนั้น​ก็ตามใจ มีอะไร​ก็บอกนายวงศ์แล้ว​กัน อ้อ...​ จริงสิ วันนี้พี่ธรรม์​ไปกินข้าวเย็น​ที่เรือนฉันนะ"

"ไม่​ต้องหรอก ลำบากเปล่าๆ​"

พอนึกถึงหน้าเจ้าคุณบิดาของเธอ ทรงธรรมก็​ต้องปฏิเสธคำเชิญทันที

"ไม่​ได้ พี่​ต้อง​ไปกินข้าว​กับฉัน เจ้าคุณพ่อ​ไปเข้าเฝ้าสมเด็จ​ที่วังหลวงโน่นแน่ะ"

"จริงรึ...​"

​ที่จริงทรงธรรมยินดียิ่ง ​แต่แล้ว​ก็​ต้องรีบระงับอาการ เปลี่ยน​เป็นท่าที​เอาการ​เอางานอีกครั้ง

"​ที่จริง...​ ​ที่จริง ยิ่งเจ้าคุณไม่อยู่​ พี่ยิ่งไม่ควร​ไป"

พยายามทำสุ้มเสียงให้​เป็นสุภาพบุรุษเต็ม​ที่

"​แต่ก็นะ อีกใจพี่ก็เกรงว่าแม่อุ่น​จะเหงา ​เอาอย่างนี้นะ ไว้พี่จัดการบ้านนี้ให้เรียบร้อย​แล้ว​​จะรีบตาม​ไป แม่อุ่น​จะรอไหมเล่า"

อุ่นเรือนดีใจแทบเต้น แค่นี้ก็พอใจนักแล้ว​ ​คือ​ได้ใกล้ชิด​กับทรงธรรม ​แม้​จะคงไม่​ได้อยู่​กันตามลำพัง ​แต่​เมื่อไม่มีเจ้าคุณพ่อ ​ใครเล่า​จะกล้าขัดใจเธอ หากคิดอยาก​จะทำอะไร​ๆ​

"งั้นก็​ไปกันซีเรา มานายวงศ์ อยาก​จะให้ทำอะไร​ก็บอก นายวงศ์มัน​เป็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่​แล้ว​นี่นะ"

เหตุการณ์​ทั้งหมดล้วนอยู่​ในสายตาของบรรดาผีสาว ​เพราะคุณแส แสงเพ็งล้วนยังเบียดเสียดหลบแสงอยู่​ตามเงามืดอันน้อยนิด

พอคน​ทั้งหมดออกจากห้อง​ไป แสงเพ็งก็เอ่ยขึ้น​ทันที

"คุณทรงธรรมนี่แน่จริงๆ​ เลย​นะเจ้าคะ​"

​แต่คุณแสไม่​ได้เห็นดีเห็นงาม​ไปด้วย ยังเสียงเครียดตอน​ที่บอกว่า

"ไม่ว่ายังไร เราก็​ต้องไล่​เขาออก​ไปให้​ได้"


*****************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3416 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๕ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น