นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #5
SONG-982
..."...​ซ้ำยังในนรกโลกันตร์นั่นอีก ​ใครตก​ไปภพภูมินั้น​ละก้อ ไม่​ต้อง​ได้ผุด​ได้เกิดกันละ ​ต้องเวียนว่ายอยู่​ในทะเลน้ำกรด พอร่างแหลกสลายแล้ว​ก็ก่อรูปขึ้น​มาใหม่ แล้ว​ก็ค่อยเน่าเปื่อยแหลกสลาย เวียนว่ายกัน​ไปไม่รู้จักจบจักสิ้น"...

ตอน : บทที่ ๔

พอทรงธรรมพาหมอเกตุพ้นออก​ไป บ้านอเนกคุณากรก็กลับมาสู่​ความสงัดวิเวกอีกครั้ง สายแดด​ที่ทอดลำแสงส่องผ่านแมกไม้ลงมานั้น​ ก่อให้เกิดแสงเงาชวนเคลิ้มฝัน

บรรดาผีสาว​กำลังดีอกดีใจ​ที่ภารกิจการขับไล่ผู้ไม่​ต้องประสงค์ ประสบ​ความสำเร็จ​เป็นอย่างดี เจ้าหลงดูเหมือน​จะมี​ความสุขกว่า​เพื่อน ​เพราะเพิ่งเคย​ได้หลอกคนเพียงไม่กี่ครั้ง

"นี่ขนาดยังไม่​กับแหกอกให้เห็นตับไตไส้พุงหรอกนะ ไอ้หมออาคมนั่นยังล้ม​ทั้งยืน"

ผีนางกระถินยังคุยโวต่อ​ไป นางตาย​เพราะ​ไปตามทวงผัวของตัวคืนจากคุณหญิงคนหนึ่ง​ ​ที่ท่าน​พระยาสามีของคุณหญิงคนนั้น​แก่จนเดินเหินไม่ไหว ผลก็​คือนาง​ต้องตายอยู่​กลางทาง ​ระหว่างยังสะใจ​กับการ​ได้ด่าทอนังคุณหญิงนั่น ​โดยคน​ที่ถูกด่า ไม่​ได้เอ่ยปากประคารมใดๆ​ ด้วย​ทั้งสิ้น เหตุ​ที่​ความแค้นยังฝังตรึง ดวงวิญญาณของนางจึงติดอยู่​​กับ​ความอาฆาตรุนแรง

"แสงเพ็งๆ​ ​เป็นอะไร​​ไปน่ะ"

คุณแส​ต้องสะกิดถาม ​เพราะเห็นเธอนิ่ง​ไปตั้งแต่ผู้ชายพวกนั้น​พากันออกจากบ้าน​ไป​ได้

คนถูกสะกิดยังนิ่ง เหมือนตกอยู่​ในภวังค์อันล้ำลึก

"นี่ คิดอะไร​อยู่​"

คราวนี้คุณแสเปลี่ยน​เป็นเขย่า​ที่แขน จนแสงเพ็งค่อยรู้สึกตัว

"คะ​ ไม่นี่คะ​คุณแส"

"ไม่​ได้คิดอะไร​ แล้ว​ทำไม​เมื่อกี้ถึงเข้า​ไปขัดขวาง ไม่ให้ข้าจัดการ​กับเจ้าหนุ่มนั่น"

พอพูดถึงทรงธรรม แสงเพ็งรู้สึกเหมือนว่าตนเอง​จะมีประกายแววตาวิบวับขึ้น​

"ออ!...​ ก็ไม่มีอะไร​นี่คะ​ เห็น​เขา​เป็นคนดี เลย​คิดว่าพูดกันดีๆ​ ก็​ได้ แล้ว​นี่​เขาพากันจาก​ไปแล้ว​...​"

ไม่ทันพูดจบ คุณแสก็ขัดขึ้น​ว่า

"รู้​ได้ยังไรว่า​เขา​เป็นคนดี แค่ไม่​เอาหวีสับของเจ้า​ไป งั้นรึ!"

"หรือว่าพี่แสงเพ็งเห็นว่า​เขาหน้าหล่อเหลาราว​กับเทพบุตร"

ประโยคหลัง​เป็นเจ้าหลง ​ที่แกล้งทำตาเล็กตาน้อยส่งมาให้

"อย่าพูดจาเพ้อเจ้อสิหลง...​ คุณแสเจ้าคะ​ เราก็เห็นว่า​เขา​เป็นคนทำอะไร​เปิดเผย คุณแสก็สอนพวกเราเอง ว่าคน​ที่ไม่ยุง​กับเรา เราก็ไม่ยุ่ง​กับ​เขา"

แสงเพ็งพยายามปั้นยิ้ม รู้ดีว่าคุณแสไม่พอใจ ​ที่ตนเข้า​ไปแทรกกลาง​ระหว่าง​ที่นาง​กำลัง​จะจัดการ​กับทรงธรรม

"ยังจำ​ที่ข้าพูด​ได้ก็ดีแล้ว​ แล้ว​ทำไมถึงพูดจา​กับ​เขานานนัก"

คุณแสยังซักไซ้ต่อ​ไป

"ไม่​ได้นานเสียหน่อย​"

แสงเพ็งเถียงอย่างไม่ค่อยเต็มเสียง

คุณแสคงขี้เกียจ​จะไล่เรียง จึงหัน​ไปเสมือน​จะบอกกล่าว เล่าย้ำ​กับทุกคนอีกครั้ง

"คนก็อยู่​​ส่วนคน ผีก็อยู่​​ส่วนผี...​"

​แต่แล้ว​ก็หันกลับมาดุ​เอา​กับแสงเพ็งอีกจน​ได้

"​เมื่อกี้นอกจาก​จะคุยกัน เจ้ายังปรากฏตัวให้​เขาเห็น รู้ไหมว่าเจ้าทำผิดกฏของภพภูมิเข้าแล้ว​"

"ผิดอย่างไรคะ​ คน​กับผิดนี่​จะคบหา​เป็นมิตรสหายกันไม่​ได้เชียวหรือ"

"คน​กับผีไม่ควร​จะคบกันหรอกนะ แล้ว​อีกอย่างหนึ่ง​ คนน่ะมัก​จะเจ้าเล่ห์เพทุบาย ​โดยเฉพาะผู้ชาย ยิ่งเลวเข้า​ไปใหญ่"

สีหน้าของคุณแส เวลาเอ่ยถึงบุรุษเพศ แลดูน่ากลัว จนทุกตน​ที่ยืนฟังไม่กล้าขยับเขยื้อน

"คุณแสพูด​แต่ผู้ชายเลว ผู้ชายพึ่งพาไม่​ได้ ผู้ชายมันแย่มากขนาดเลย​หรือคะ​"

​เพราะแสงเพ็ง​ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่เคยมีเรื่อง​ทางชู้สาวเข้ามาให้​ได้ยิน​ได้ฟัง ตอน​ที่ตายนั้น​ ก็​เพราะโรคลมปัจจุบัน ​ที่อยู่​ๆ​ ก็หายใจไม่ออก ขาดใจตาย ​ระหว่างทางกลับจาก​ไปทำบุญ​ที่วัด

"รู้หรือไม่ ​ที่เรา​ต้องมี​ที่สิงสถิต อยู่​​แต่ในเรือนตึกนี้ ก็​เพราะหากออก​ไปเพ่นพ่าน ​จะ​ต้องถูกท่านยมทูตจับตัว​ไปนรกภูมิ...​"

คุณแสเปลี่ยนเรื่อง​ ​เพราะคิดว่าป่วยการ​ที่​จะพูดจาเรื่อง​​ความร้ายกาจของบุรุษเพศให้แสงเพ็งฟังในตอนนี้

"...​ ​ถ้าเรา​ไปยุ่ง​กับคนมากๆ​ ถึง​กับมีคน​ไปอธิษฐานบนบานของ​ความช่วยเหลือ ไม่ว่า​จะเทวาอารักษ์ชั้นไหน ก็​ต้องร้องถึงท่านยมบาล ส่งยมทูตให้มาจับตัว...​"

"คุณแสรู้เรื่อง​เยอะแยะดีจริงๆ​ ​จะขอรับ"

เจ้าหลงอดแทรกไม่​ได้ มันเอ่ยชื่นชมผีผู้​เป็นใหญ่​ที่สุดในบ้านนี้จากใจจริง

"ถึงพวกเจ้า​จะเคย​เป็นผีเร่ร่อน นั่นคิดรึกว่าท่านยมบาลยมทูตไม่รู้ไม่เห็น ท่านเข้าบัญชีไว้แล้ว​ เพียง​แต่เราไม่​ได้​เป็นผู้ร้ายอุฉกรรจ์ ไม่​ได้เคยทำบาปทำชั่วทำกรรมอะไร​ไว้นักหนาจน​จะ​ต้องลง​ไปรับคำพิพากษาในทันที ท่านก็ยังยั้งๆ​ ​เอาไว้ ​ไปตามจับพวก​ที่ร้ายๆ​ ก่อน...​"

"แสดงว่า​ถ้าเราทำตัวดีๆ​ ท่านก็ไม่มายุ่ง"

มาลีถามขึ้น​บ้าง

"แล้ว​พวกเจ้าทำตัวกันดีไหมเล่า แค่หลอกหลอนคนน่ะ ท่านก็ยกไว้ ​ถ้า​เป็นคนชั่วคนเลว สั่งสอนกันนิดๆ​ หน่อย​ๆ​ ก็พอทำเนา ​แต่​ถ้า​เป็นคนดีละ​เป็นเรื่อง​ ห้าม​ไปยุ่ง​ไปทำร้าย​เขาทีเดียว"

คุณแสว่าต่อ​ไป พอเริ่ม​ได้พูดจาออกมามากเข้า ​ความขัดอกขัดใจ​ที่มี​แต่ผีสาวแสงเพ็งก็มีอัน​ได้บรรเทาลง

"รู้หรือไม่ ​ถ้าลงว่า​ได้ถูกจับ​ไปนรกเสียแล้ว​ เราก็​จะไม่​ได้เจอกันอีก ​จะถูกพิพากษา​ไปตามยถากรรม ​จะมาก​จะน้อยโทษก็หนักเบาต่างกัน หรือหากว่าท่านพิจารณาแล้ว​ส่งให้​ไปเกิด พอเกิดมาก็​จะจำ​ความอะไร​ไม่​ได้อีกเลย​ นี่ข้ายังไม่​ได้พูดถึงหรอกนะว่า ในนรก​แต่ละขุมมัน​ต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน ซ้ำยังในนรกโลกันตร์นั่นอีก ​ใครตก​ไปภพภูมินั้น​ละก้อ ไม่​ต้อง​ได้ผุด​ได้เกิดกันละ ​ต้องเวียนว่ายอยู่​ในทะเลน้ำกรด พอร่างแหลกสลายแล้ว​ก็ก่อรูปขึ้น​มาใหม่ แล้ว​ก็ค่อยเน่าเปื่อยแหลกสลาย เวียนว่ายกัน​ไปไม่รู้จักจบจักสิ้น"

บรรดาผี​ที่ห้อมล้อมพากันทำท่าขนพองสยองเกล้า ปากคอสั่นด้วยนึกจินตนาการตาม​ไปด้วย

"คุณแสเคย​ไปมาแล้ว​หรือขอรับ"

ผีเด็กชาย ถาม​ไปตามประสาซื่อ จนคุณแส​ต้องหันมาค้อนให้ขวับหนึ่ง​

"กระไร​ได้ มีปัญญาก็อ่านตำรับตำรา​เอาซี หนังสือไตรภูมิ นั่นยังไง หรือเจ้า​เป็นเด็กวัด​ที่สัก​แต่ว่าอยู่​วัดให้เปลืองข้าวสุก"

"แล้ว​ตกลงว่าเรื่อง​นี้มันเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว​กับการไล่ หรือการคบหา​เป็นไมตรี​กับมนุษย์​ที่ตรงไหนหรือเจ้าคะ​คุณแส"

แสงเพ็งเอ่ยขึ้น​บ้าง ​แม้​จะไม่ค่อยเต็มเสียงนักก็ตาม

คุณแส​ได้​แต่หันมาจ้องตา​กับผีสาว ไม่ตอบคำอันใด ​แต่นั่นก็แทนคำตอบอันชัดแจ้ง ​ที่แสงเพ็ง​ต้องจำยอม

"ก็​ได้ค่ะ​ ต่อ​ไป​จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว​"

"เจ้ารู้ตัวก็ดี...​"

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น​ แล้ว​คุณแสก็เลือนร่าง หาย​ไปจากตรงนั้น​ทันที คล้ายโกรธจัดจนไม่อยาก​จะอยู่​สนทนาด้วยอีกต่อ​ไป

"พี่แสงเพ็ง คุณแส​เป็นอะไร​หรือขอรับ"

เจ้าหลงรีบเข้ามากระซิบถาม ยังกลัวอยู่​ว่าผู้​ที่ตนเอ่ยถึง ​จะยังไม่​ได้​ไปไหน

"ช่างเถอะ ​เป็นพี่ไม่ดีเอง"




นอกจากยอมออกจากโรงแรม​ไป​กับหมอเกตุอาคมแล้ว​ ทรงธรรมก็เก็บตัวเงียบอยู่​​แต่ในโรงแรมอีกหลายวัน ​เพราะ​ที่ตามจองล้างยังไม่เลิกลา

จนกระทั่งวันนี้ ​ที่เบื่อหน่ายเต็ม​ที่ จึงคิด​จะ​ไปเดินยืดเส้นยืดสายเสียบ้าง

​แต่พอก้าวเท้าพ้นประตูโรงแรมปุ๊บ ก็เห็นว่าพวกแก๊งค์ตกทองนั่น ดักรออยู่​ตรง​ที่เดิม พวกมันก็คงเบื่อหน่ายไม่น้อย หรือไม่ก็อาจ​จะถือโอกาสดักรอเหยื่อรายใหม่ๆ​ จึงไม่​ได้ทำท่าสนอกสนใจทางด้านหน้าโรงแรมนี้จริงจังนัก

ทรงธรรมค่อยย่องมาในทางตรงข้าม

อาศัยฝูงคน​ที่ค่อนข้าง​จะคราคร่ำ จึงรอดสายตาพวกนั้น​มาจนถึงแถวสะพานเหล็ก

กระนั้น​ก็ยังเหลียวหน้าเหลียวหลังอยู่​ไม่รู้วาย จนชน​กับ​ใครคนหนึ่ง​เข้าจน​ได้

"ขออภะ...​ เอ้า! ​เป็นแม่อุ่นเองหรือนี่"

ทีแรกก็ตกใจ ​แต่พอดูให้ถนัด ก็กลับ​เป็นอุ่นเรือน​ที่​แต่งกาย​เป็นหนุ่มน้อยอีกแล้ว​

เธอจุ๊ปากไม่ให้ชายหนุ่มเรียกอย่างนั้น​ ก่อน​จะหยิก​เขา​ที่แขนหนับหนึ่ง​

"แล้ว​อะไร​ ทำไมพี่​ต้องทำท่าลับๆ​ ล่อๆ​ ลุกรี้ลุกรนอย่าง...​"

ทรงธรรมรีบยกมือขึ้น​ปิดปาก ​พร้อม​กับจูงอุ่นเรือนตรงลิ่วไกลออกมาทางวังสราญรมย์

พากันเดินมาอีกนาน หญิงสาวจึงสะบัดข้อมือ ให้​เขาปล่อยเธอสักที

พอ​เป็นอิสระ อุ่นเรือนก็เดินหนี ทำท่าแสนงอนเต็ม​ที่​เพราะไม่​ได้ข่าวคราว​เขามาหลายวัน

"​เป็นอะไร​​ไปเล่าขอรับคุณอุ่นเรือน"

ทรงธรรมรีบตามมาง้อ หวัง​ใช้​ความทะเล้นขี้เล่นของตนเองให้​เป็นประโยชน์

"​ใคร​ใช้ให้มาเรียกกันอย่างนี้ ถามจริงๆ​ ในใจพี่ยังมีฉันอีกหรือ"

พอจบคำ ก็ทุบ​เอา​กับต้นแขนของชายหนุ่มอีกหนึ่ง​ครั้ง

"ก็​ต้องมีซีจ๊ะ​"

​เขาทำเสียงหวานหยด

"ชิ...​ ​ถ้ามี แล้ว​หลายวันนี้พี่หายหน้า​ไปไหน ไม่​ไปเยี่ยมหาฉันบ้างเลย​"

อุ่นเรือนจิ้มนิ้วลง​ที่หน้าอกของ​เขา ทำท่าทำทาง​เป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็ม​ที่

"โถๆ​ อย่าน้อยใจ​ไปเลย​ พี่...​ พี่ไม่​ได้​ไปไหนสักหน่อย​"

"เชอะ! คนกะล่อน พวกมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูกก็อย่างนี้ละ ​จะบอกหรือว่าอ่านตำราอยู่​​แต่ในโรงแรม"

"โอ้โห! ทำไมแม่อุ่นฉลาดขนาดนี้ พูดอย่าง​กับตาเห็น จริงๆ​ แล้ว​ละ พี่น่ะอ่านตำราทุกวันเลย​"

​เขายุดมือของหญิงสาวมากุม​เอาไว้ ​แต่ถูกสะบัดหนี

"อย่ามามุสากันดีกว่า ​ที่พลุกพล่านอย่างนั้น​พี่​จะอ่านหนังสือ​ได้ยังไร ฉันยังจำ​ได้หรอกนะ เวลาอยู่​​ที่โบสถ์ พี่ชอบพาฉัน​ไป​ที่เงียบๆ​ บอกว่า​ถ้ามีเราแค่สองคนพี่ถึง​จะมีสมาธิ"

หญิงสาวทำท่าแง่งอนต่อ​ไป

"แล้ว​​จะให้พี่ทำอย่างไร โรงแรมนี่นะ ก็อย่างนั้น​ละ พี่ก็​ต้องทนท่องบ่นตำรับตำรา​ไป​ทั้งอย่างนั้น​"

คราวนี้ทรงธรรมทำเสียงอ้อน พยายาม​จะดึงมือของอุ่นเรือนมากุมไว้อีกครั้ง

"งั้น...​ อย่างนั้น​ทำไมไม่​ไป​ที่บ้านฉันเล่า"

เสียงของหญิงสาวจึงอ่อนลงมาก ​เมื่อ​ได้รับสัมผัสอุ่นๆ​ จากอุ้งมือของ​เขา

พอฝ่ายตรงข้ามเสียงอ่อนลง ทรงธรรมก็ปล่อยมือ เปลี่ยนมา​เป็นทำท่าทางหนักอกหนักใจ

"​แต่...​ อยู่​อย่างนี้ก็ดี​ไปอย่างหนึ่ง​ ​คือไม่​ต้องคอยรับอารมณ์จาก​ใครๆ​"

"หมายถึงเจ้าคุณพ่อน่ะหรือ"

อุ่นเรือนเข้าใจ​ได้ทันที

"ก็ พี่มันแค่คนรักเรียนรักการศึกษา ไม่ใช่ผู้ลากมากดีจาก​ที่ไหน...​"

​เขาเดินมาเสียทางหนึ่ง​ รู้แน่ว่าหญิงสาว​จะ​ต้องเดินตาม

"...​เลย​ไม่อยาก​จะให้​ใครมาตราหน้าว่าริ​จะเด็ดดอกฟ้า"

"​ใครว่ากันเล่า"

"เถอะน่า ถึงข้า​จะสมองไม่​ได้ปราดเปรื่องเหมือน​พระน้ำ​พระยารุ่นหนุ่ม​ทั้งหลาย ​แต่ก็เข้าใจเรื่อง​นี้​ได้ไม่ยาก

​เขายังเดินหนีเรื่อยๆ​ ​และหญิงสาวก็ก้าวตามติดเช่นกัน

"ข้ารู้ว่าเจ้าคุณไม่​ได้ชอบขี้หน้าข้านัก"

"ไม่จริงๆ​...​"

อุ่นเรือนรีบแย้ง

"...​ของ​ที่ฉันชอบ เจ้าคุณพ่อก็​ต้องชอบ คน​ที่ฉันชอบ เจ้าคุณพ่อก็​ต้องชอบ...​"

หญิงสาวชะงักคำไว้แค่นั้น​ รู้ตัวว่าเผลอหลุด​ความในใจออก​ไปแล้ว​

อุ่นเรือนหันกลับด้วย​ความเขินอาย

ถึง​จะกล้าหาญเพียงไร ​ความในใจเช่นนี้ ก็ยังมี​ความหวั่นไหวอยู่​มาก ​กับการ​จะ​ต้องเอ่ยมันออกมา

ทรงธรรมหันมายิ้มกว้าง ​เขา​ได้ยินเต็มสองหู แทบโอบกอดหญิงสาวเสียทันที

"จริงหรือ"

​เขายังอมยิ้มอยู่​ไม่คลาย

"เอ้อ!...​ สรุปว่า ​ถ้าฉัน​ไปขอเจ้าคุณพ่อ ท่านก็​ต้องยินยอมไงเล่า"

​ความขัดเขินยังคงอยู่​ อุ่นเรือนจึงเดินหนีออกมาจากตรงนั้น​

"ประเดี๋ยวสิ ​จะย้อนกลับ​ไปทางเก่าหรือยังไง มันไกลหรอกนะนั่น ​ไปทางนี้ดีกว่า ใกล้กว่ากันเยอะ"

ทรงธรรมรีบฉุดมืออุ่นเรือนมาอีกทาง ​เป็นทาง​ที่คนละทิศ​กับอันธพาลพวกนั้น​ ​แม้ว่า​จะอ้อมกว่า ​แต่ก็จำ​เป็น​ต้องบอกว่าใกล้




หลายวันมานี้ มีเรื่อง​ราวดีๆ​ เกิดขึ้น​หลายอย่าง จนทำให้เจ้าคุณอเนกคุณากรอารมณ์ดี​เป็นพิเศษ ​ทั้ง​ความสงบเงียบของเหตุการณ์ร้ายต่างๆ​ ​และการไม่​ต้องมีเจ้าผู้ดีจอมปลอมอย่างทรงธรรมอยู่​ใกล้ๆ​ ให้รกหูรกตา

​เพราะช่วงนี้ ท่านบาท​หลวง​ต้องเดินทาง​ไปเชียงใหม่ อีก​เป็นเดือนกว่า​จะกลับ ทำให้การสอบเลื่อนระดับ​ต้องไกลออก​ไป

กระนั้น​เจ้าคุณจึงไม่​ได้ออก​ไปขับไล่ให้ทรงธรรมกลับ​ไปบ้านช่องของตนเอง ​ทั้งนี้ก็​เพราะยังเกรงใจบุตรสาวนั่นเอง

ขณะ​กำลังเพลินๆ​ อยู่​​ที่เรือนชายน้ำ มีนางบ่าวสาวๆ​ ช่วยนวดเฟ้นแขนขาอยู่​นั้น​ ก็มีอัน​ต้องขยับลุกขึ้น​ดูให้แน่ ว่าอุ่นเรือน​แต่งกาย​เป็นชายอีกแล้ว​ ​และมีทรงธรรมเดินตามหลังมาด้วยจริงๆ​

"​จะมาลากลับบ้านกลับช่องแล้ว​ละรึ"

เจ้าคุณรับไหว้อย่างขอ​ไปที คำทักก็​เป็นการขับไล่ไสส่งอยู่​เห็นๆ​

"คุณพ่อเจ้าคะ​ รักษาน้ำใจกันหน่อย​เถิดค่ะ​"

พอบุตรสาวทำเสียงเข้มๆ​ สีหน้าของผู้มากวัยจึงค่อยอ่อนลงบ้าง

"​ที่มานี้ ​เพราะอุ่นมีเรื่อง​​จะขอร้อง ​ที่โรงแรมนั่นน่ะ ผู้คนพลุกพล่าน ไม่รู้ว่า​ใคร​เป็น​ใคร อยู่​อย่างนั้น​​ใคร​จะมีสมาธิอยู่​​ได้"

"ลูกรู้ก็ดีแล้ว​นี่นะ"

เจ้าคุณประชด ยังขัดตาขัดใจอยู่​ไม่วาย ​ที่ลูกสาวของตัวเอง ลงทุนร่อน​ไปหาผู้ชายถึงสถาน​ที่อโคจรอย่างนั้น​

"​เป็นผู้หญิงยิงเรือ รู้ไว้ก็ดีแล้ว​ ว่าสถาน​ที่อย่างนั้น​ เจ้าไม่ควร​จะเฉียด​ไปถึง"

​ทั้ง​ที่พูด​กับอุ่นเรือน ​แต่เจ้าคุณยังไม่วายส่งสายตาตำหนิมาให้​เขา

"อย่ากล่าวโทษแม่อุ่นเลย​ขอรับ ​เป็น​ความผิดกระผมเอง แค่​จะอ่านตำรา จนทำให้แม่อุ่น​ต้องเดือดร้อน"

​เขาหมาย​จะให้ผู้มากวัยเข้าใจว่า ไม่ใช่ตนเท่านั้น​​ที่จำ​เป็น​ต้องอ่านตำรับตำรา

"แม่อุ่น เจ๊สำเภา​เขา​เอาผ้ามาฝากให้เลือกอยู่​หลายพับ เข้า​ไปเลือกๆ​ ดูสิ​ไป"

เจ้าคุณตั้งใจ​จะให้บุตรสาวออก​ไปจาก​ที่ จึง​ใช้ข้ออ้างเช่นนั้น​

อุ่นเรือนก็เข้าใจ​ได้ ​แม้​จะขัดใจเท่าใด ​แต่เวลานี้ก็ยังไม่อยากขัดแย้ง​กับบิดามากเกิน​ไป จึง​ต้องยินยอมทำ​เป็นเดินกลับขึ้น​เรือน

กระนั้น​ก็ยังไม่วายทำท่าสะบัดสะบิ้งใ ห้ผู้มากวัย​เป็นว่าตนไม่พอใจอย่างยิ่ง

สายลมพัดเย็นชื่น ทำให้ลำคลองสายใหญ่มีระลอกคลื่นระยิบระยับ แมลงปอฝูงหนึ่ง​ บินเล่นลมอยู่​พืชผิวน้ำ​ทั้งสารพัน มีปลาเสือพ่นน้ำคอยจ้องอยู่​ใต้ผืนน้ำ

จังหวะหนึ่ง​ทรงธรรมยังเห็นมันพ้นน้ำ เฉียดแมลงปอตัวหนึ่ง​​ไปนิดเดียว

"​ถ้าเอ็งเลือก​ได้ ​จะ​เป็นปลาหรือแมงปอ"

เจ้าคุณก็คงเห็นการล่าเหยื่อของมัจฉาชนิดนั้น​อยู่​เช่นกัน

"​ถ้าเลือก​ได้ กระผมก็​จะเลือก​เป็นคน​ที่ละขอรับ"

ทรงธรรมเล่นโวหารกลับ​ไป

"เอ็งมันคารมดี มิน่าลูกสาวข้าจึงหลงนัก"

ผู้มากวัยทำเสียงเย้ยหยันเต็ม​ที่ ขณะทรงธรรมทำ​เป็นนิ่งเฉยเสีย

"ข้าอยาก​จะคุย​กับเอ็งฉันลูกผู้ชายด้วยกัน ​ได้หรือไม่"

"​ได้แน่นอนขอรับ ท่านเจ้าคุณ​จะให้กระผมรับ​ใช้สิ่งไรก็เชิญ​ได้เลย​"

แทนคำตอบ บิดาของอุ่นเรือนก็โบกไล่ให้บ่าวไพร่ออก​ไปจากตรงนั้น​ ทรงธรรมมองตาม ​แต่ก็สุด​จะทัดทานอะไร​​ได้

"แล้ว​รู้ไหมว่าข้าอยาก​จะคุยอะไร​​กับเอ็ง"

เจ้าคุณอเนกคุณากรเอ่ยขึ้น​เรียบๆ​ หลังจากเงียบ​ไปพักหนึ่ง​

"​ต้องขอประทานโทษขอรับ กระผมไม่รู้เลย​จริง"

"ก็ดี ​ถ้าอย่างนั้น​ก็อย่าถือสาเลย​นะ ​ถ้า​จะพูดกันตรงๆ​"

ทรงธรรมนั้น​รู้แน่ว่าผู้มากวัย​จะพูดเรื่อง​อะไร​ ​แต่ก็จำ​ต้องนิ่งดูสถานการณ์ต่อ​ไป

"ทรงธรรม ข้าให้คน​ไปสืบดูเรื่อง​ของเอ็งจนถี่ถ้วนดีแล้ว​"

"ท่าน...​"

"เถอะนะ จริงๆ​ แล้ว​เอ็งมันก็พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ซ้ำยังสำมะเลเทเมา เรื่อง​อบายมุขก็มีไม่น้อย"

ผู้มากวัยหันมาจ้องหน้า​เขาตรงๆ​

"​ที่จริงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไร​ของข้า ​ถ้าหากว่าลูกสาวข้าไม่​เป็น​ไปเช่นนี้ ลูกสาวข้ามีคนเดียว ไม่อยากให้ตกระกำลำบาก อีกหน่อย​ก็​จะ​ต้องมีเหย้ามีเรือน"

"เรื่อง​นั้น​ไม่​ต้องห่วง เรารักกัน กระผม​จะทำให้แม่อุ่นไม่ทุกข์ร้อน"

ตอนนี้ทรงธรรมพยายามทำ​เป็นใจดีสู้เสือ

"เอ็งมีหนทางรึ...​"

แล้ว​เจ้าคุณก็หัวเราะลั่น ก่อน​จะชี้หน้า​เอาตรงๆ​

"เอ็ง​เป็นคนหัวเมือง กระทั่งเรือน​ที่อยู่​ใน​พระนครนี่ยังไม่มี แล้ว​​จะมีปัญญาอะไร​"

ชายหนุ่มหน้าเสียทันที นี่แสดงว่าเจ้าคุณอเนก​ไปสืบเทือกเถาเหล่ากอของ​เขามาอย่างละเอียดละออแล้ว​จริงๆ​

ไม่ทัน​ที่ทรงธรรม​จะพูดอะไร​ ผู้มากวัยก็เอ่ยขึ้น​อีกว่า

"​เอาอย่างนี้ ​ถ้าเอ็งยอมเลิกยุ่งเกี่ยว​กับแม่อุ่น ข้า​จะให้สักร้อยชั่ง"

เจ้าคุณว่าอย่างใจป้ำ

ตอนนี้เอง ทรงธรรมเห็นเงา​ใครไวๆ​ อยู่​ตรงหลังข้างฝาด้านริมตลิ่ง ​ซึ่งเจ้าคุณนั่งอิงหมอนหันหลังให้มุมนั้น​

แล้ว​​เขาก็ยิ้มกว้าง

"ท่านเจ้าคุณขอรับ ​กับกระผม แม่อุ่นมีค่ายิ่งกว่านั้น​​เป็นร้อยเท่าพันทวี"

ทรงธรรมออกเสียงให้ดัง หมาย​จะให้เงาของ​ใครคนนั้น​​ได้ยินถนัด

"ถึงท่านเจ้าคุณ​จะตีค่าแค่ร้อยชั่ง ​แต่ในสายตากระผมนั่น แม่อุ่นประเมินค่าไม่​ได้...​ ท่านพูดถูกว่าก่อนนั้น​กระผมค่อนข้าง​จะเกะกะเกเร เสเพล​ไปบ้าง ​แต่พอมาเจอ​กับแม่อุ่น...​"

ถึงตอนนี้ ​เขายิ่งทำเสียงให้ฟังดูลึกซึ้ง ราว​กับกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

"...​กระผมก็​ได้เห็นแสงสว่าง ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม ยิ่งพอรู้ว่าแม่อุ่น​เป็นสตรี กระผมก็ตั้งปณิธานไว้ว่า​จะ​ต้องเปลี่ยนตัวเอง...​"

​พร้อม​กับคำพูด ทรงธรรมก็ตบหน้าอกตัวเองดังปับๆ​ ​ซึ่งแน่นอนว่า​ทั้งคำพูด​ทั้งท่าทาง ล้วนอยู่​ในสายตาของอุ่นเรือน​โดยตลอด ​ที่เธอย้อนกลับมาดู ก็​เพราะเห็นว่าเจ้าคุณไล่บ่าวไพร่ขึ้น​​ไปกันหมด คงมีเรื่อง​สำคัญ​ต้องเจรจากัน​เป็นแน่

"กระผมสาบาน​กับตัวเองไว้แล้ว​ ว่า​จะเปลี่ยนตัวเอง ​จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ​ทั้ง​เพื่อตัวกระผมเอง แล้ว​ก็...​ ​เพื่อตัวแม่อุ่น...​"

หญิงสาว​ได้ยินทุกถ้อยกระทง​ความ​ที่ล้วนฟังแล้ว​จับจิตจับใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่าตนเลือกคนไม่ผิดเลย​

"เฮอะ! เอ็งพูดจาอย่างนี้ออกมา​ได้ แล้ว​ทำไมหลายวันมานี้ ​เอา​แต่สำมะเลเทเมา ไม่ตั้งใจอ่านตำรับตำราอยู่​​ที่โรงแรมนั่น"

ทรงธรรมนิ่ง​ไปอีก ​เพราะเจ้าคุณส่งคน​ไปสืบข่าวการอยู่​การกินของ​เขาด้วยนี่เอง

อีก​เป็นอึดใจ กว่า​ที่​จะนึกหาคำแก้ตัวต่อ​ไป​ได้

"​ใครว่ากระผมไม่อ่านตำรับตำรา ​ที่โรงแรมนั้น​ ดีอยู่​อย่าง​คือมีคนมีวิชา​ความรู้มากมาย​ ​ได้สังสรรค์สนทนา​กับพวก​เขา ก็เหมือน​ได้​ทั้งทบทวน ​ทั้งเพิ่มพูน​ความรู้​ไปในเวลาเดียวกัน อย่าง​ที่กระผมยืนยัน ว่าทุ่มเทหมดใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่าง​เพื่อแม่อุ่น"

คำท้ายๆ​ ​เขาตั้งใจให้เสียงดัง​เป็นพิเศษ

ด้านคนแอบฟังอยู่​ก็ปลื้มแล้ว​ปลื้มอีก ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่คิดว่าชายหนุ่ม​ที่ตนรัก ​จะเปิดเผยจริงใจถึงขนาดนี้

"​ที่ตั้งใจเรียนตั้งใจสอบ ก็​เพราะอยาก​จะให้ท่านบาท​หลวงนั่นฝากเข้าทำงาน​กับท่านกงสุล แม่อุ่น​จะ​ได้มีหน้ามีตาไม่น้อย​ไปกว่า​ใคร"
​แต่เจ้าคุณอเนกคุณากรยังไม่วายยิ้มเยาะ ผู้มากวัยย่อมผ่านประสบการณ์ชีวิตมาไม่น้อย ด้วยคำพูดสวยหรูเหล่านั้น​ จึงไม่ทำให้คล้อยตาม​ได้ง่ายๆ​

"ซาบซึ้งเหลือเกินละ ​แต่ข้า​จะบอกเอ็งไว้อย่าง ว่า สันดอนปากแม่น้ำน่ะขุดกัน​ได้ ​แต่สันดานนั่นมันขุดไม่​ได้ คนมันเคย​เป็นยังไร มันก็​ต้อง​เป็นยังนั้น​ ยิ่งคนกลับกลอกอย่างเอ็งน่ะ ข้าว่า...​"

"พอเถอะค่ะ​เจ้าคุณพ่อ!"

อุ่นเรือนสุด​จะทนฟังอีกต่อ​ไป ไม่อยาก​ได้ยินสักนิด ​ที่บิดาของตน​จะดูหมิ่นดูแคลนคน​ที่ตนรักถึงขนาดนี้

"แม่อุ่น! กล้าขัดคำพ่อเชียวรึ! กลับขึ้น​เรือน​ไปเดี๋ยวนี้ อย่างแม่อุ่น​จะรู้อะไร​"

เจ้าคุณขยับจากท่าเอนๆ​ ​เป็นขัดสมาธิ ตบกระดานดังปัง ไม่พอใจหนัก

"เจ้าคุณพ่อน่ะสิ ไม่ให้โอกาสคน พี่ธรรม์​เขาจริงใจขนาดนั้น​ ยังดูถูกดูหมิ่นอยู่​​ได้"

"กลับขึ้น​เรือน​ไปเถอะแม่อุ่น เรื่อง​ของผู้ชาย​เขานะคุยกัน"

"ไม่...​ อุ่นไม่ขึ้น​ ​ที่เจ้าคุณพ่อคุยกัน​กับพี่ธรรม์น่ะ ฉัน​ได้ยินหมดแล้ว​"

ผู้มากวัยหน้าเผือด​ไปนิดหนึ่ง​ หวังว่าบุตรสาวคงไม่​ได้ยินตอน​ที่ตนเสนอราคา

"​เอาอย่างนี้เถิดค่ะ​ ให้พี่ธรรม์กลับมาพัก​ที่นี้ บ้านช่องเราก็ใหญ่โต ​จะ​ได้ตั้งใจไม่วอกแวก"

"ไม่​ได้ บ้านเรา​เป็นผู้ดีมีสกุล มีลูกสาวอยู่​ในเรือน ​จะให้ผู้ชายพายเรือมาค้างอ้างแรมกระไร​ได้"

"โธ่! เจ้าคุณพ่อคะ​ นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่​ได้ อย่างนี้​คือตั้งใจ​จะกีดกัน กดดัน​เขาเห็นๆ​"

อุ่นเรือนกระเง้ากระงอดต่อ​ไป จนผู้​เป็นบิดาทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน

"​เอาอย่างนี้ดีไหมขอรับ ให้กระผม​ไปอยู่​​ที่เรือนตึกก็​ได้"

ทรงธรรมพยายามหาช่องทาง อย่างไรเสีย​ถ้าตกลงกัน​ได้ ​เขา​จะ​ได้มีโอกาสใกล้ชิดอุ่นเรือนมากยิ่งขึ้น​

"ไม่​ได้นะ!"

หญิงสาวร้องห้ามเสียงหลง

"ทำไมล่ะ"

ชายหนุ่มยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้​ได้แนบเนียน

"พี่ธรรม์ไม่ใช่คน​พระนคร ไม่รู้หรอกว่า ​ที่เรือนตึกน่ะ ผีดุแค่ไหน"

"พุทโธ่พุทธัง! คน​พระนคร​เขายังเชื่อเรื่อง​เหลวไหลอย่างนี้กันอยู่​อีกหรือ แม่อุ่นเคยเห็น​กับตาหรืออย่างไร"

"ไม่เคย...​"

"นั่นน่ะซี พี่น่ะ​เป็นคนเปิดเผยไม่เคยคิดร้าย​กับ​ใคร ​จะ​ไปกลัวผีทำไม"

ยิ่งต่อหน้าหญิงสาว ​และคน​ที่หมายมั่นว่า​จะ​เป็นว่า​ที่พ่อตา ทรงธรรมจึง​ต้องทำเก่งกล้า​เป็นพิเศษ กระทั่ง​ได้ยินคำสุดท้ายของเจ้าคุณ ​เขาก็ยังทำท่าโอ่อ่าภาคภูมิอยู่​ไม่วาย

"​ได้...​ ​ถ้า​ต้องการตามนั้น​ ข้าก็ตกลง!"


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3415 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๔ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๑๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-18611 ], [101.109.77.231]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๔.๒๓ น.

ผมไม่มี​​ความรู้หรือประสบการณ์เรื่อง​​ภูตผีปิศาจพอ​​ที่​​จะนำมาเขียนนิยายอย่างนี้​​ได้
​​และรู้สึกดีใจ​​ที่ท่านผู้เขียนเขียนเรื่อง​​แนวนี้​​ได้​​พอดีพอตัว
เขียนเรื่อง​​ผีอย่างมีเหตุมีผล กระทั่งทำให้ผีมีตัวตนจริง ๆ​​ ขึ้น​​มา​​ได้ ไม่ง่ายเลย​​
ขอชื่นชมจริง ๆ​​ ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Song982 [C-18612 ], [171.7.143.239]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๔.๓๑ น.

เรื่อง​​นี้เขียนเฉพาะกิจตอนมหาอุทกภัย​​ที่ผ่านมาครับ​​ เขียนเร็ว ไม่​​ได้ขัดเกลาเท่าไร ถือ​​เป็นร่างแรกส่งมาลองให้ผู้อ่านชิมรส​​ความสด อาจมีปรับแก้อีกบ้างตอนรวมเล่มครับ​​ผม


ด้วยมิตรภาพครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น