นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #3
SONG-982
...ดูอย่างแม่มณีจันทร์ของหลวงเทพนั่นประไร ไม่รู้​ไป​ได้มาจากไหน เก่งกาจ​ทั้ง​ความคิด​ความอ่าน ฉะฉาน​ทั้งกิริยาวาจา คู่นั้น​​เขาสมกันอย่าง​กับกิ่งทองใบหยก หลวงเทพนั้น​ผลงานเรื่อง​การเจรจา​ความเมือง​เมื่อปีกลาย คงเข้าถึง​พระเนตร​พระกรรณ อนาคต​ต้องสดใสยาวไกล​เป็นแน่...

ตอน : บทที่ ๒

กว่า​จะ​ได้ต้อนรับกันอย่าง​เป็นทางการ ก็อีกพักใหญ่ ดูเหมือนเจ้าคุณอเนกคุณากรไม่อยาก​จะพูดจาสมาคม​กับทรงธรรมเลย​จริงๆ​

สำรับคับคอน​ที่เลื่อนขึ้น​มาในเวลาบ่ายจัด ตอน​ที่ยังไม่มีอะไร​ตกถึงท้อง มีเพียงแค่น้ำชาร้อนหอมกรุ่น ​กับข้างตัง​และนางเล็ดอีกอย่างละสองชิ้น

​ทั้ง​ที่หิวจนแสบไส้ ชายหนุ่มยังปั้นหน้านิ่ง กลัวว่าผู้มากวัย​จะกล่าวหาว่า ​เขา​เป็นพวกเห็นแก่กินขึ้น​มาอีกกระทงหนึ่ง​

"เชิญท่านเจ้าคุณด้วยสิขอรับ"

"ตามสบายเถอะ หรืออยาก​จะ​ได้หมากพลูบุหรี่...​ หนุ่มๆ​ สมัยนี้มันพากันเหลือเกิน กินเหล้าเมายา เข้าบ่อนนอนซ่อง สารพัด"

คำท้ายๆ​ เจ้าคุณพูดเรื่อย​ไปคล้ายปรารภ​กับตนเอง ​แต่ทรงธรรมรู้ดี กว่าผู้อาวุโสมีเจตนา​จะหมาย​ความถึงเช่นไร

นึกอยาก​จะเถียงอยู่​บ้างเหมือนกัน ​แต่ก็คิดว่าเปล่าประโยชน์ ​จะ​เอา​ความคับข้องใจเล็กๆ​ น้อยๆ​ ​ไปแลก​กับประโยชน์มหาศาลในภายหน้ากระไร​ได้

ไม่ทัน​ที่นางเล็ดอีกคำ​จะเคี้ยวหมดปาก นางบ่าววัยกระเตาะเข้าก็คลานเข่าเข้ามารายงาน

"คุณอุ่นเปลี่ยนเครื่อง​แต่งตัวเสร็จแล้ว​เจ้าค่ะ​"

ท่านเจ้าคุณมีสีหน้าพอใจขึ้น​มาก​เมื่อ​ได้ยินดังนั้น​ รีบพยักหน้าให้นางบ่าวรีบ​ไปเชิญมาสมทบ

ทรงธรรมพยายามสำรวม​ที่สุด ​แต่​ทั้ง​ที่รู้แน่อยู่​แก่ใจ ว่าอะไร​​เป็นอะไร​ ก็ยังมีอัน​ต้องตกตะลึงในรูปโฉมโนมพรรณของ "ไอ้อุ่น" ​เพื่อนเรียนรุ่นน้อง ​ที่ฝากตัวร่ำเรียนอยู่​​กับบาท​หลวงมิชชันนารีด้วยกันมานาน กลับกลาย​เป็นสุภาพสตรีโฉมสะคราญอยู่​ต่อหน้า

"​เป็นไงเล่าจ๊ะ​พี่ธรรม์"

ไอ้อุ่น ยิ้มกว้าง แกล้งทำท่าอย่างนางละคร มือหนึ่ง​จีบอยู่​ตรงชายพก อีกมือกรีดนิ้วจับชายสไบ ย่อเข่าซอยเท้ามาตั้งแต่ออกลับแล

"อุ่นเรือน! สำรวมกิริยาหน่อย​เถอะนะ อย่าให้พ่อทนไม่ไหวจนไม่ยอมให้เจ้า​ไปคลุกคลีตีโมง​กับผู้ชายหัวไม้พวกนั้น​"

เจ้าคุณอเนกพยักหน้า​กับลม​กับแล้ง ไม่​ได้หมาย​จะเจาะจง​ที่ผู้ใด ​และคำเตือนนั้น​ก็​ได้ผล ​เมื่อบุตรสาวทรุดกายลง​เป็นคลานเข้ามา​ได้ใน​ที่สุด

พอเข้าท่าเข้าทางอย่างนาง​ที่​ได้รับการอบรมมาดีควร​จะ​เป็น ทรงธรรมก็ยิ่งตาค้าง ถึง​แม้​จะรู้มานาน ว่า "ไอ้อุ่น" หรือ "คุณอุ่นเรือน" ของบ้านนี้ ​เป็นสตรี​ที่ปลอม​เป็นชาย ​เพื่อเข้า​ไปเรียนในสำนักของหลวงพ่อบาท​หลวง แทน​ที่​จะเข้าสำนักนางชีอย่าง​ใครอื่น ​แต่ก็ไม่คิดมาก่อนว่า พอเปลี่ยนอาภรณ์ให้กลับ​เป็นเพศเดิมแล้ว​ เธอ​จะสวยงามระชดระช้อย​ได้ถึงขนาดนี้

ขณะคลานเข่าเข้ามา อุ่นเรือนยังแอบยกคิ้วให้ชายหนุ่มแวบหนึ่ง​ ค่า​ที่​เขายังตกตะลึงงัน คมตา​ที่ส่งมานั้น​ บาดหัวใจของทรงธรรม ให้รู้สึกร้อนผ่าน​ไป​ทั้งสรรพางค์กาย

"ไอ้...​ เอ่อ...​ คุณอุ่น ทำไม...​ เจ้า...​"

ยิ่งคิดก็ยิ่งคุ้มค่า ​กับการ​ที่​ได้ลงทุนลงแรงปกป้องรักษา ไม่ให้​ใคร​ได้มาพูดจาสนิทสนม​ได้มากกว่าตัวเอง ทรงธรรมรู้สึกสมใจนัก ​แต่ก็​ต้องระงับใจ แสดงละครเรื่อง​ "นายไม่รู้" ให้แนบเนียน

อุ่นเรือนเองก็รู้สึกภูมิใจ ​กับแววตา​ที่ชายหนุ่มมองมา ​ที่จริงเธอก็มีใจให้​กับ​เขามาตั้งแต่ต้น ยิ่ง​กับการดูแล​เอาใจใส่ ยอมให้เธอทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกถูกชะตา​กับ​เขามากยิ่งขึ้น​

"เห็นหรือไม่เจ้าคะ​ ​ที่ลูกปลอม​เป็นชาย ไม่ว่า​ใครก็จับไม่​ได้"

ทรงธรรมฟัง​ที่เธอหัน​ไปพูด​กับบิดาก็นึกขัน ​เพราะจริงๆ​ แล้ว​ คน​ทั้งโบสถ์ต่างก็รู้กันดี ว่าไอ้อุ่น​เป็นสตรี ​แต่​เมื่อหลวงพ่อไม่ว่ากระไร ​และเธอก็รักษาตัว​ได้อย่างเยี่ยมยอด ก็ไม่มีประโยชน์​ที่​ใคร​จะยกประเด็นนี้ขึ้น​มากีดกัน ไม่ให้สตรี​ได้เรียนร่วม​กับบุรุษเพศ

​ทว่า ​แม้​จะสำรวมกิริยาอยู่​สักเท่าไหร่ ​เขาก็อดไม่​ได้​ที่​จะแสดง​ความชื่นชม

"คุณอุ่น ​ที่ปลอม​เป็นชายก็​เพื่อ​จะเข้าเรียนในสำนักมิชชันนารีหรอกหรือนี่"

​พร้อม​กับ​ที่พูด ทรงธรรมก็พยายามหลบสายตาบิดาของเธอ ​ที่​กำลังจ้องเขม็งมาอย่างรู้เท่าทัน

เจ้าคุณอเนกคุณากร สูญเสียภรรยาคนใหญ่​ไปตั้งแต่อุ่นเรือนยังเล็ก ไม่คิด​จะยก​ใครขึ้น​มาอีกหลังจากนั้น​ ​และเลี้ยงดูบุตรสาวมาอย่างหมาย​จะให้​เป็นใหญ่ในบ้านแทนตน สิ่งไร​ที่เธออยาก​จะมีไว้ประดับสติปัญญา เจ้าคุณล้วนไม่ขัดข้อง ​เพราะเห็นเสียแล้ว​ว่า ยุคสมัยนี้ หญิงชายควรมีสิทธิเสมอภาค รู้เท่าทันกันให้​ได้ทุกเรื่อง​

ดูอย่างแม่มณีจันทร์ของหลวงเทพนั่นประไร ไม่รู้​ไป​ได้มาจากไหน เก่งกาจ​ทั้ง​ความคิด​ความอ่าน ฉะฉาน​ทั้งกิริยาวาจา คู่นั้น​​เขาสมกันอย่าง​กับกิ่งทองใบหยก หลวงเทพนั้น​ผลงานเรื่อง​การเจรจา​ความเมือง​เมื่อปีกลาย คงเข้าถึง​พระเนตร​พระกรรณ อนาคต​ต้องสดใสยาวไกล​เป็นแน่

เจ้าคุณอเนกคุณากรนึกมาถึงตรงนี้ แล้ว​เห็นทรงธรรมอยู่​ตำตา เลย​ยิ่งไม่พอใจใหญ่ ตั้งใจไว้นัก ว่าคน​ที่​จะมา​เป็นเขย ​จะ​ต้องผู้ดีมียศศักดิ์ หากฐานะไม่ทัดเทียมก็​ต้องยิ่งกว่าเท่านั้น​ ​จะปล่อยให้มาคลุกคลี​กับไอ้หนุ่มท่าทางเจ้าสำราญเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อคนนี้มากนักไม่​ได้

"ดังนั้น​วันข้างหน้า พี่ธรรม์ห้ามเรียกฉันว่าไอ้อุ่นอีกนะ ​จะเรียกแม่อุ่น คุณอุ่น หรืออุ่นเรือนกว่าเรียก​ไป"

เสียงหญิงสาวยังรื่นเริง ​ความ​ที่คลุกคลีก็​เพื่อนๆ​ พี่ๆ​ ​ที่​เป็นบุรุษเพศมากมาย​ จึงดูไม่ค่อยสำรวมอย่าง​ที่ควร

"​ได้ขอรับ คุณอุ่นเรือน กระผมฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ"

ชายหนุ่มก็พลอยนึกสนุก พูดจาล้อเล่นผสมโรง​ไปด้วย ด้วยอาการยิ้มแย้มเบิกบานไม่แพ้กัน

แล้ว​​เขาก็เหมือนนึกอะไร​​ได้ รีบหัน​ไปพูด​กับผู้มากวัยว่า

"เจ้าคุณขอรับ มีบุตรี​ที่เฉลียวฉาดเก่งกาจเช่นนี้ นับ​เป็นเกียรติ​เป็นศรี​กับเรือนท่านอยู่​มากเลย​นะขอรับ"

​แต่บิดาของอุ่นเรือนยังทำ​เป็นมึนตึงเข้าใส่ ซ้ำยังถามตรงๆ​

"​เป็นแค่​เพื่อนร่วมโรงเรียน วันนี้แค่มาเยี่ยมหา ไม่​ต้องยกยอปอปั้นขนาดนี้ก็​ได้"

"กระผมพูด​ความจริงนะขอรับ"

ทรงธรรม​ต้องย้ำ พยายามฝืนกลืน​ความรู้สึกขื่นๆ​ กลับลงคอ

"ก็​ได้ อย่างนั้น​ข้า​จะพูด​ความจริง​กับเจ้าบ้าง ตระกลูเรามีชื่อเสียงมาช้านาน ดังนั้น​ข้า​จะไม่ยอมให้ลูกสาวของข้า พาผู้ชายพายเรือ​ที่ไหนมาค้างอ้างแรมในเรือนนี้​เป็นอันขาด"

น้ำเสียงของเจ้าคุณจริงจังจนชายหนุ่มพูดไม่ออก ​แต่ยังพยายามนิ่งอยู่​ คน​ที่เดือดร้อน​กับคำพูดนี้จึง​เป็นอุ่นเรือน

"คุณพ่อเจ้าคะ​ อุ่น​กับพี่ธรรม์ เราไม่ใช่...​"

​แต่มันทัน​ได้พูดจนจบ บิดาก็ตัดบท​เอาง่ายๆ​

"พ่อตัดสินใจแล้ว​ เรื่อง​ของนายคนนี้ พ่อ​จะจัดการเอง"

"ขอบ​พระคุณขอรับท่านเจ้าคุณ เพียงแค่ให้กระผมมี​ที่พัก ก็​เป็น​พระคุณนักหนาแล้ว​ละขอรับ"

แล้ว​ทรงธรรมก็รีบต่อ​ความ ก่อน​ที่ผู้มากวัย​จะลุก​ไปจาก​ที่ อย่างน้อยคืนนี้ก็คงไม่​ต้องนอนกลางดินกลางทราย




การ​ที่เจ้าคุณเอนกคุณากร​ต้องรีบผละออกมา ​ทั้ง​ที่ใจอยาก​จะพูดจา​กับทรงธรรมให้ชัดเจนลง​ไป เกี่ยว​กับ​ที่ไม่อยากให้​เขามาเกาะแกะ​กับบุตรี ก็​เพราะธุระร้อนเรื่อง​​ที่มีคนตายใน "บ้านอเนกคุณากร" จนทำให้พี่น้องร่วมสกุล​เป็นเดือน​เป็นร้อน​ไปทั่วหน้า

หนึ่ง​​เพราะเครือญาติคนอื่นล้วนต่างพยายามกอบกู้ชื่อเสียง กระจายกัน​ไปรับ​ใช้ใกล้ชิดเจ้านายท่านนั้น​ท่านนี้ ​ซึ่งพอมีเรื่อง​โจษขาน บรรดาเจ้านายเหล่านั้น​ก็​ต้องซัก​เอา​ความกระจ่าง

อีกหนึ่ง​​คือมีผู้อ่อนอาวุโสอีกมาก ​ที่อยู่​ใต้บังคับบัญชาของท่านเจ้าคุณเศรษฐี ​และก็มีไม่น้อย​ที่​เป็นหนี้​เป็นสิน หยิบยืมเงินทองมา​เพื่อ​ใช้ธำรงรักษาชื่อเสียงเกียรติยศ

"ตระกูลอเนกคุณากร​จะมีเรื่อง​นี้เกิดขึ้น​​ได้ยังไง"

"ไอ้เรื่อง​ผีนั่นมันเรื่อง​เล็ก ​แต่มีคนตายในบ้านนี่สิเรื่อง​ใหญ่ คนอื่น​เขา​จะพูดถึงเรายังไงกัน"

"แถมคนตายยัง​เป็นหลวงเซ่ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าคุณเศรษฐีเสียอีก"
"แล้ว​ลูกๆ​ หลานๆ​ ​ที่เข้าอยู่​​กับเจ้าคุณนั่น ​กับเรื่อง​อื่นๆ​ ​ที่เรา​ต้องพึ่งพาอาศัย ​ถ้าเรื่อง​นี้ไม่จัดการให้ดี ​ต้องเสียน้ำใจกันก็คราวนี้"

บรรดาญาติพี่น้องต่างไม่สบายใจ รวมตัวกัน​ที่ศาลเทพอารักษ์ ​ที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อัน​ทั้งตระกูลเคารพนับถือ รวม​ทั้ง​เป็น​ที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษ

"หรือเรา​จะ​ไปขอร้องเจ้าคุณเศรษฐี ให้อย่า​เอาเรื่อง​​ไปถึงโรงถึงศาล"

คนหนึ่ง​ออก​ความคิด ​เขา​เป็นเขย​แต่งเข้า ไม่ค่อย​จะกินเส้น​กับเจ้าคุณอเนก

"อย่างนั้น​ก็​เป็นการข้ามหน้าข้ามตาเจ้าคุณของเราน่ะสิ"

"​แต่มันเกิดเรื่อง​ในบ้าน​เขา ทำไม​ต้องให้เราเดือดร้อน​ไปด้วย"

​ที่พูดเช่นนี้ ก็​เพราะเจ้าของคำพูดยังเ​คืองเรื่อง​​ที่ "บ้านอเนกคุณากร" ตกอยู่​แก่ผู้​เป็นน้อง แทน​ที่​จะ​เป็นลูกสาวคนใหญ่ภรรยาของตนเอง

"ใช่ๆ​ ​ต้องบอกว่าเรื่อง​นี้เราไม่เกี่ยวข้อง ​จะ​ได้​เป็นผลดี​กับทุกฝ่าย"

อีกคนรีบสมทบ ​เขา​เป็นน้องคนเล็ก​ที่คิดเสมอว่า สมบัติมรดกหรือบรรดาศักดิ์​ที่​ได้​กับพี่ชายนั้น​ ไม่ยุติธรรมเลย​สักนิด

"​แต่ยังไง​เขาก็​เป็นถึง​พระน้ำ​พระยา อย่างไรก็​ต้องให้เจ้าคุณมาพูดจาหารือกัน ว่า​จะ​เอาอย่างไรกัน​กับเรื่อง​นี้"

"นั่นๆ​ เจ้าคุณมานั่นแล้ว​"

ด้วย​ความองอาจผึ่งผาย เข้มงวดเด็ดขาดของเจ้าคุณอเนกคุณากรนั่นเอง ​ที่ทำให้หมู่ญาติพี่น้องยังเกรงใจ ​แม้​แต่ละคน​จะซ่อน​ความไม่พอใจ​เอาไว้ ​แต่พอผู้​เป็นใหญ่ในตระกูลผ่านเข้ามา ต่างก็พากันรีบลุกขึ้น​ต้อนรับ

บรรดาบ่าวไพร่​และผู้ติดตามนั้น​ ต่างพากันหมอบราบด้วว​ความเกรงกลัว ​เพราะค่อนข้างแน่ใจว่า หัวข้อสนทนาวันนี้ คงจบลงไม่สวย​เป็นแน่

เจ้าคุณผู้ใหญ่เข้า​ไปนั่งยัง​ที่สำหรับตน เรียกหาหมากพลูมาใส่ปากเคี้ยวหยับๆ​ นิ่งอยู่​ จนกระทั่งหมากแทบจืดอยู่​แล้ว​ ยังไม่มี​ใครกล้าเอ่ยอะไร​ออกมาก่อน

จนเจ้าคุณอเนก​ต้องไล่สบตา พิจารณาใบหน้า​ไปทีละคน แล้ว​จึงเอ่ยขึ้น​ด้วยเสียงเรียบๆ​

"รู้ว่า​แต่ละคน​ได้ยินเรื่อง​ราวมาไม่น้อย ​แต่บอก​ได้เลย​ว่า ทางเจ้าคุณเศรษฐีนั้น​ข้า​ไปพูดจา​กับ​เขาเรียบร้อย​แล้ว​ ไม่​ต้องให้พวกเจ้า​ต้องมา​เป็นห่วง"

เจ้าคุณเว้นจังหวะ ถ่มน้ำหมากลงกระโถนแล้ว​ก็นิ่งอยู่​อีกอึดใจ กระนั้น​ก็ยังไม่มี​ใครเอ่ยปากว่ากระไร

"สิ่ง​ที่ข้าหวังไว้นักก็​คือ ต่อ​ไปญาติพี่น้อง​จะสามัคคีกัน ไม่มาคอยขัดแข้งขัดขากันเอง ร่วมกันกอบกู้ชื่อเสียงให้กลับมาเหมือนครั้งรุ่นปู่รุ่นพ่อ เข้าใจกันหรือไม่"

คำท้ายนั้น​เฉียบขาด ​แต่ละคน​ที่​แต่เดิมตั้งใจพูดจาให้แตกหักลง​ไป ต่างก็พากันปิดปากเงียบ

"​ถ้าอย่างนั้น​ ฉันว่าท่านเจ้าคุณ​ต้องจัดการเรื่อง​ผีสางนี้เสียก่อน คน​เขา​จะ​ได้ไม่​ต้อง​เอา​ไปลือกันให้เสียหาย"

เขยใหญ่ยังพยายามหาทาง ​เพราะรู้ดีว่าภูตผีปิศาจ​ที่สิงอยู่​ในคฤหาสน์ "บ้านอเนกคุณากร" นั้น​ ​เป็นวิญญาณอาฆาต​ที่เฮี้ยนไม่ใช่น้อย

"​ได้...​ ไอ้วงศ์ ​ไปหาหมออาคม​ที่เก่งกล้า​ที่สุดใน​พระนครมา จัดการเสียให้เรียบร้อย​ ​จะ​ได้ไม่​ต้องมีคนมาพูดมากอีก ข้ารำคาญ"

ไอ้วงศ์ ​คือบ่าวคนสนิทของเจ้าคุณอเนก ​ที่​ใช้ทำกิจการต่างๆ​ ต่างมือต่างเท้าของเจ้าคุณมานาน

แล้ว​เจ้าคุณผู้​เป็นใหญ่ก็ลุกขึ้น​ เดินออกจาก​ที่นั้น​ ​โดยไม่สนใจว่า​จะมี​ใครทักท้วงอีกอย่างไร




อัน​ที่จริง ต้นตระกูลของหมอเกตุอาคมนั้น​ก็เก่งกล้า​สามารถมาหลายชั่วคน เพิ่ง​จะมาตกอับ อับเฉาก็ในรุ่นของหมออาคมเกตุนี่เอง

​เขา​เป็นคนหนุ่ม​ที่เชาว์ปัญญาไม่ค่อยใจปราดเปรื่องเท่าใดนัก กระนั้น​ก็ยังอยาก​จะรักษาชื่อเสียง​ความเก่งกาจของปู่ย่า​เอาไว้ ​เพราะครั้งหนึ่ง​ตระกูลของหมอเกตุอาคม มีคนขึ้น​มาก จน​สามารถตั้ง "ตำหนักเทพอาคม" ​เป็นสำนักใหญ่โตถาวรตั้งแต่รุ่นปู่

​ทว่า​เมื่อตกมาถึงรุ่นของหมอเกตุอาคม ​ซึ่ง​เป็นลูกโทน​ที่ไม่ค่อย​จะ​ได้การ​ได้งาน กิจการสำนักเทพอาคมก็ซบเซาลง​ไป ​จะมีก็​แต่พวกมาขอให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้กรรม ปัดเป่าเล็กๆ​ น้อยๆ​ ​ที่หมอผีหนุ่มก็ยังพอทำท่าทำทางให้รักษา​ความน่าเชื่อถือ​เอาไว้​ได้บ้าง

อย่างในวันนี้ ครอบครัวหนึ่ง​​ที่มาของให้แก้ฝัน เรื่อง​บิดา​ที่เพิ่งตายมาบอกว่าลำบากลำบนนัก แล้ว​ก็ผิดหวังเล็กน้อย​กับการทำพิธีง่ายๆ​ ให้ด้ายสายสิญจน์มาผูกคนละเส้น ​เป็นการป้องกันวิญญาณรบกวน ​โดยเก็บค่ายกครู​เป็นบาท​ๆ​ ซ้ำพอจ่ายให้แล้ว​ หมอผีหนุ่มยังบอกให้​ไปทำบุญตักบาตรอุทิศ​ส่วนกุศลให้​กับผู้ตายเสียอีก

"รู้อย่างนี้​ไปหาท่าน​พระครูตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง​"

หัวหน้าคณะพึมพำ ไม่เชื่อถือสักนิด​กับสายสิญจน์​ที่​กำลังแจกจ่ายแก่กัน

"ช่างเถอะน่ะพี่ ถือซะว่าเราเสียค่าโง่ ทำทาน​ที่นี่แล้ว​เดี๋ยวเรา​ไปทำบุญ​กับหลวงพ่อค่อยขอ​กับหลวงพ่อ​เอาใหม่ก็​ได้"

หมอเกตุอาคมนั้น​ ​แม้​จะ​ได้ยินทุกถ้อยคำเต็มสองหู ​แต่ก็ไม่รู้​จะว่ากล่าวแก้​ไปอย่างไร ​จะให้​ไปทำมาหากินอย่างอื่นก็จนปัญญา จึงจำใจ​ต้องทำตัวเสมือนคนลวงโลก​ไปวันๆ​

​แต่ถึงกระนั้น​ ชื่อเสียงในทางปราบปรามภูตผีปิศาจก็ยังพอมีอยู่​บ้าง ​เพราะคนรุ่นเก่าอย่างนายวงศ์ยังจำกิตติศัพท์ เรื่อง​​ความเข้มขลังขมังเวทของคนในตำหนักเทพอาคม​ได้​เป็นอย่างดี

พอ​ได้รับคำสั่งจากเจ้าคุณอเนกคุณากร หมอผีคนหนึ่ง​​ที่นายวงศ์เลือก จึง​เป็น​ที่นี่เอง

"หมอคงอยู่​ไหมเล่าพ่อหนุ่ม"

นายวงศ์ถามหาหมออาคม​ที่ตนรู้จัก

"พ่อข้าตาย​ไปหลายปีแล้ว​ ตอนนี้เหลือ​แต่ข้า หมอเกตุ...​ หมอเกตุอาคม"

หมอผีหนุ่มพยายามยืดอกให้ผึ่งผาย ตอนเชิญนายวงศ์​ไปนั่งคุยกัน​ที่หน้าหิ้งบูชา ​ซึ่ง​เขายังมั่นใจใน​ความน่าเกรงขาม ของบรรดาสารพัดสิ่ง​ที่วางซ้อนลดหลั่น​เป็นหิ้งใหญ่ ​ทั้งเศียรอินทร์พรหมยมยักษ์ พ่อแก่ แม่เฒ่า นางกวัก กุมารทอง กระทั่งกระโหลกผีตายโหง

"ผีบ้านเจ้าคุณอเนกมันเฮี้ยนนัก อยาก​ได้คนดีมีฝีมือ​ไปปราบ"

นายวงศ์พยายามพิจารณาหน่วยก้านของหมอผีหนุ่มอย่างละเอียดละออ

"ใช่ ผีบ้านนั้น​มันเฮี้ยนนัก ถึงไม่ขอมา ข้าก็ตั้งใจ​จะ​ไปลองฝีมือกะมันสักตั้งอยู่​แล้ว​"

"แสดงว่า...​"

"​แต่​ถ้า​จะให้จัดการ​เป็นพิธีใหญ่ ค่ายกครูมันก็แพงอยู่​"

หมอเกตุรีบขัด เกรงว่าผู้มาทาบทาม​จะเข้าใจผิดว่า​เขา​จะทำให้เปล่าๆ​

"​จะกี่อัฐกี่เฟื้องก็ว่ามาเถอะ ขอให้สำเร็จก็แล้ว​กัน"

"งั้นก็​ไปกันซีเล่า"

​ทั้ง​ที่ตนก็ยังไม่ค่อยมั่นใจในวิชาของตัวเอง ​แต่​เมื่อ​ได้ยินคำว่าเท่าไหร่ก็ว่ามา หมอผีหนุ่มจึงรีบคว้าเครื่อง​ใช้จำ​เป็นใส่ยามประจำตัว ตั้งใจให้นายวงศ์เห็นว่าตนนั้น​​เป็นมืออาชีพจริงๆ​ เหมือนกัน

มาถึงหน้าคฤหาสน์บ้านอเนกคุณากร เจ้าคุณผู้ใหญ่ก็รออยู่​แล้ว​ พอเห็นนายวงศ์เดินมา​กับชายหนุ่ม​แต่ไกล ก็เบือนหน้า​ไปอีกทาง ด้วยว่าคน​ที่บ่าวของตนพามาด้วยนี้ ช่างไม่มีสง่าราศี​เอาเสียเลย​

"ท่านนี้​คือหมอเกตุอาคม จากตำหนักเทพอาคมขอรับ"

นายวงศ์แนะนำไม่เต็มเสียงนัก

​ส่วนคน​ที่ถูกแนะนำ พอเห็นเจ้าคุณอเนก ก็ตรงเข้า​ไปยกมือไหว้คารวะ

"กราบท่านเจ้าคุณขอรับ กระผมหมอเกตุอาคม ผู้สืบทอดตำหนักเทพอาคมรุ่นนี้ ปู่ย่าตาทวดกระผมล้วน​เป็นหมอผีมีชื่อ อาคมแก่กล้าเข้มขลังขมังเวท สม​กับคำ​ที่​เขาว่ากันว่า...​"

"พูดให้น้อยต่อยให้หนักเถอะพ่อหมอ"

​แต่พรรณนาสรรพคุณไม่ทันจบ ผู้มากวัยก็ขัดเสียก่อนด้วยเสียงเข้มๆ​

"ดะ...​ ​ได้...​ เรื่อง​นั้น​มันแน่นอนละขอรับ"

"​จะเริ่มพิธี​ได้​เมื่อไหร่ล่ะ"

นายวงศ์ถามขึ้น​บ้าง ยิ่งเห็นการโอ่สรรพคุณโอ้อวด ก็ยิ่งไม่อยาก​จะเชื่อน้ำยา

"ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย​ขอรับ เท่า​ที่สัมผัส​ได้ ​ที่นี่มีกลิ่นอายของ...​ ของ...​"

"กลิ่นอายของภูตผีปิศาจน่ะขอรับท่านเจ้าคุณ"

คน​ที่ขัดคอคราวนี้กลับ​เป็นหมอผีอีกคน ​ที่บ่าวหนุ่มคนหนึ่ง​เดินนำเข้ามา

"หมอเสมก็มาด้วยรึ"

เจ้าคุณยิ้มทัก​เป็นอันดี จนหมอผีหนุ่มรู้สึกเสียหน้า​ไปไม่น้อย

"เรื่อง​ของเจ้าคุณกระผม​ต้องช่วยเหลือเต็ม​ที่"

​และดูท่าทางว่าหมอเสม​ที่เจ้าคุณเอ่ยทัก ​ต้องรู้จักคบหากันมา​แต่เก่าก่อน หมอเกตุอาคมจึง​ต้องรีบแสดงภูมิรู้ ​โดยกล่าวว่า

"กระผมว่า เรา​ต้อง...​"

"เรา​ต้องตั้งประรำพิธี ตั้งศาลเพียงตา กุ้งพล่าปลายำ หมูนอนตอง เป็ดไก่ เหล้ายา ผลหมากรากไม้ ขนมนมเนย...​"

"ท่าน​เป็น​ใคร!"

หมอผีหนุ่มแทบตวาด ​ที่อยู่​ดีๆ​ ก็มีอีกคนมาขัดจังหวะ

"ข้า​คือหมอขาม ป่าโมก"

"มา​ได้ยังไง"

ยิ่งคิดก็ยิ่งขัดใจ ไหนว่าเชิญตนมาคนเดียว

"ข้าเชิญ​ไปตั้งแต่​เมื่อวันก่อน เห็นเงียบ​ไปเลย​ให้ไอ้วงศ์​ไปเชิญคนอื่นมาอีก"

เจ้าคุณ​เป็นผู้ตอบ ​พร้อมหัน​ไปพยัก​กับหมอเสม​เป็นเชิงขออภัย

"แล้ว​​จะให้กระผมทำยังไง"

หมอผีหนุ่มยังไม่สิ้นกังขา

"สามหัวดีกว่าหัวเดียวน่าพ่อหมอ จริงไหมหมอขาม หมอเสม"

​และก็อีก นายวงศ์ก็ดู​จะเชื่อถือหมอผี​ที่เพิ่งมาใหม่มากกว่าหมอเกตุอาคมเห็นๆ​

"​ได้ คนอย่างกระผมก็ร่ำเรียนวิชาจากครูบาอาจารย์มา​แต่เล็ก​แต่น้อย ผีสางแค่นี้ไม่ครณามือหรอก"

"อย่างนั้น​ก็จัดการให้เรียบร้อย​ แล้ว​ตาม​ไป​ที่เรือนข้า"

เจ้าคุณอเนกตัดบท ไม่อยาก​จะฟังคำของหมอผีหนุ่มอีก ​ส่วนหมอผีอีกสองคน​ที่เหลือ ก็เตรียมตัวล้วงมีดหมอข้าวสารเสกออกมาแล้ว​ ​ซึ่งพอพูดจบ ท่านเจ้าคุณก็เดินออกประตูกลับ​ไปทางเรือนไทย​ที่อยู่​ อันอยู่​ถัด​ไปแค่ถนนคั่น

พอลับตัวเจ้าคุณผู้มากวัย หมอผี​ทั้งสามจึงเริ่มงานของตนเองทันที

"ดูเอ็งสิ ไก่อ่อนอย่างนี้ ริ​จะ​เป็นหมออาคม"

หมอเสมเอ่ยขึ้น​ลอยๆ​

"เสียดายแท้ๆ​ ตำหนักเทพอาคม มีลูกไม้​ที่หล่น​ไปไกลต้นเช่นนี้"

หมอขามช่วยเสริม ​เพราะ​ทั้งสองย่อมรู้จักชื่อเสียงของหมออาคมรุ่นพ่อรุ่นปู่ของตำหนักเทพอาคม​เป็นอย่างดี

หมอผีหนุ่มพยายามใจเย็น ​ทั้ง​ที่ขาเริ่มสั่น ยาม​เมื่อก้าวเข้ามาภายในบริเวณบ้านอเนกคุณากร นี่ขนาด​เขาไม่​ได้ช่ำชองชำนาญ ยังรู้สึก​ได้ของกลิ่นอายภูตผี

"​ถ้าเดิน​ไป​กับพวกท่านนี่ละ ​จะทำให้เกะกะแข้งขา แยกกัน​ไปเถอะ ​จะ​ได้รู้ว่า​ใครดี​ใครอยู่​"

​ที่​ต้องฝืนพูดออก​ไปดังนั้น​ ก็​เพราะหากอยู่​รวมกัน แล้ว​หมอผีสองคนนั่นเห็นว่าตัวเองไม่​ได้วิเศษอย่าง​ที่คุย อย่างน้อยก็ไม่​ต้องเสียหน้ามากนัก

"ก็ดี ​จะ​ได้รู้กัน​ไปว่า​ใครมันของจริง"

หมอขามก็เห็นด้วย ​เพราะกระแสจิตจับ​ได้แล้ว​ว่า มีภูตผีสิงสู่อยู่​ตรง​ส่วนไหนบ้าง

จากนั้น​​ทั้งสามก็แยกย้ายกัน​ไปตามมุมต่างๆ​ หมอผีหนุ่มตั้งใจ​จะเข้าประตูกลาง ​แต่หมอเสมเดินนำเข้า​ไปก่อน พอ​จะเดินทางขวาหมอขามก็เดินแซงหน้า​ไป ทำให้ตนจำ​ต้องเดินเลี่ยงมาทางซ้ายของตัวตึก

ขนาดกลางวันแสกๆ​ ​เพราะร่มไม้ใบบัง​ที่หนาแน่น จึงทำให้​ทั้งบริเวณนี้มืดครึ้ม​และวังเวงยิ่งนัก สายลมเอื่อยๆ​ ​ที่พัดขึ้น​มาจากลำคลองสายใหญ่ ไม่​ได้ช่วยให้บรรยากาศอันชวนอึดอัด​ได้ผ่อนคลายลงเลย​สักนิดเดียว

​จะว่า​ไปแล้ว​ ​แม้หมอเกตุอาคมเคย​ได้ยินกิตติศัพท์ล่ำลือ ถึง​ความเฮี้ยนของผีบ้านอเนกคุณากร ​แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคย​ได้เยี่ยมกรายเข้ามาสักครั้ง ​ที่เคย​เอา​ไปคุยนักหนาว่า​จะเข้ามาจับเข้ามาขับไล่ ก็แค่อาศัยกระแส​ความเฮี้ยน สร้าง​ความน่าเชื่อถือให้ตัวเองเพียงเท่านั้น​

พอมาเจอบรรยากาศจริงๆ​ ​และเชื้อสาย​ที่พอ​จะมีประสาทสัมผัส​กับกระแสจิตกระแสวิญญาณอยู่​บ้าน หมอผีหนุ่มจึงอดไม่​ได้​ที่​จะ​ต้องรู้สึกขนพองสยองเกล้า ​กับ​แต่ละก้าว​ที่ตนเองเดินผ่าน​ไป

ใน​ที่สุด​เขาก็​ต้องหลบเข้ามาในห้องหนึ่ง​ ​เป็นห้องเล็กๆ​ ด้านหลังตัวตึก ​ที่มีประตูอีกบาน ​ซึ่งคง​เอาไว้เปิดต่อเข้า​ไปด้านใน

"อดทนอีกหน่อย​เถอะวะไอ้เกตุ...​"

​เขาให้​กำลังใจตนเอง

"นั่งเงียบๆ​ อยู่​ในนี้สักประเดี๋ยว แล้ว​ก็ออก​ไปบอกว่าปัดรังควานเรียบร้อย​แล้ว​ แค่นี้ก็​จะมีกินมี​ใช้​ไปอีกหลายเพลา"

​ใช้ลาภก้อนใหญ่​ที่ลอยอยู่​เห็นๆ​ ​เป็น​กำลังใจให้อดทนอยู่​​กับ​ความกลัวจนตัวสั่นของตนเอง

ภายในห้องนี้ มีเก้าอี้ไม้​ที่สร้างขึ้น​อย่างง่ายๆ​ สามตัว ​กับโต๊ะใหญ่​ที่กินพื้น​ที่เกือบครึ่งหนึ่ง​ของห้องอีกตัวหนึ่ง​ หมอเกตุอาคมประเมินว่าน่า​จะ​เป็นห้องพักเครื่อง ก่อน​ที่อาหาร​จะเข้าสำรับสำหรับผู้​เป็นใหญ่ในเรือน

​เขาทรุดตัวลงนั่งสบายๆ​ บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง​ กะเวลาว่าสักพักค่อยออก​ไปสมทบ​กับพวก​ที่เหลือ

​แต่แล้ว​อากาศรอบตัวก็กลับเย็นลงในฉับพลับ ​โดยแนวสันหลัง​ที่เย็นวูบเหมือนมี​ใคร​เอาน้ำเย็นๆ​ มาลูบผ่าน

หมอผีหนุ่มขนลุกเกลียว ไม่อยาก​จะนึกเลย​ว่า​ความเฮี้ยน​ได้สำแดงฤทธิ์เข้าแล้ว​




ปกติในเวลากลางวัน พวกของแสงเพ็ญ​จะไม่ออกมาเพ่นพ่าน ​ส่วนใหญ่​จะรวมตัวพักผ่อนกันอยู่​ในห้องชั้นบน ​ซึ่งแสงสว่างส่องเข้า​ไปไม่ถึง

หรือหาก​จะมีตนใดนึกอยาก​จะออกมาจาก​ที่ ในเวลา​พระอาทิตย์ยังส่องแสง ก็​จะแค่วนเวียนอยู่​ภายในร่มเงา ไม่ออกมาสัมผัส​กับแสง​โดยตรง ​เพราะเวลากลางวัน พลังวิญญาณ​จะอ่อนแอลงมาก หากพลาดพลั้ง​ไปถูกแสงอาทิตย์ ดวงวิญญาณก็อาจดับสูญ​ไป​ได้ง่ายๆ​

​แต่วันนี้พวกนางถูกรบกวนด้วยคลื่นคาถา ​ที่ผู้มีอาคมเข้ามาบริกรรมถึงในเรือน ​เป็น​ทั้งการเชื้อเชิญ ท้าทาย ​และขับไล่ ​แม้คุณแส​จะบอกให้ผีสาวทุกตนอดทนนิ่งไว้ ​แต่บรรดา​ที่เหลือต่างไม่ยินยอม

"คุณแสเจ้าคะ​ พวกนี้​จะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว ให้พวกเรา​ไปจัดการเถิดค่ะ​"

แสงเพ็งมัก​เป็นผู้นำเสมอในการออกหน้าทำเรื่อง​เช่นนี้

"เจ้าก็ชอบ​แต่​จะสนุก จำไม่​ได้หรือ ยิ่งเรา​ไปยุ่ง​กับ​เขามาก ​เขาก็มายุ่ง​กับพวกเรามาก"

​ที่คุณแสย้ำแล้ว​ย้ำอีกนั้น​ หมาย​ความว่า หาก​ความเฮี้ยนของบ้านอเนกคุณากรยิ่งเลื่องลือออก​ไป วันข้างหน้าพวกอยากลองของลองวิชา ก็​ต้องพากันมาอีกไม่ขาดสาย

"​แต่พวกนี้มันก็แค่เห็นแก่ลาภยศ เราไม่​ต้องปรากฏตัวด้วยซ้ำ ขี้คร้าน​จะหนีกันกระเจิดกระเจิง"

นาง​ที่ห่มสไบสีเขียวเข้มออก​ความเห็นขึ้น​บ้าง

"เจ้าก็เหลือเกินนะกระถิน ชอบนักละ​กับการหลอกหลอนผู้อื่น...​ ​แต่ก็​เอาเถอะ ครั้งนี้ข้า​จะถือว่า​เอาบุญ ไอ้พวกหมอผี​ที่ดี​แต่หลอกลวงรีดไถชาวบ้านชาวเมือง ​จะ​ได้รู้เสียทีว่า แค่มนตราบ่นๆ​ เป่าๆ​ สองสามบทนั่น ไม่​ได้​ใช้สำเร็จเสมอ​ไป"

​เมื่อ​ได้รับอนุญาตเช่นนี้แล้ว​ บรรดาผีสาว​ทั้งหลายจึงรีบแยกย้ายกัน​ไปจัดการ​กับผู้บุกรุก​ทั้งสามคน

นั่น​คือเหตุ​ที่ทำให้ หมอเกตุอาคมรู้สึกถึงอากาศ​ที่เย็นลงในฉับพลัน

​เป็นแสงเพ็ง​ที่รับหน้า​ที่มาจัดการ​กับ​เขา ​พร้อมด้วยผกา​และมาลี ผีสาว​ที่ห่มสไบสีเหลือ​และชมพูอ่อน

"เอ...​ อยู่​ๆ​ ทำไมมันเย็นวาบๆ​ หรือ​จะท่าไม่ดีเสียแล้ว​"

ผีสาว​ทั้งสามนางหัวเราะให้กันคิกคัก ​เมื่อเห็นท่าทางลุกรนของหมอผีหนุ่ม

พอ​เขาผวา​ไป​ที่ประตู ผกา​และมาลีก็รีบปิดประตูเสียทันที ​ซึ่งในสายตาของหมอเกตุอาคมก็​คือ อยู่​ๆ​ ประตูก็กระแทกปิดใส่หน้า​เขาดังปังใหญ่

คนถูกผีหลอกผงะ มั่นใจแน่แล้ว​ว่าบ้านนี้เฮี้ยนจริงๆ​ เขย่าเท่าไหร่ก็เปิดประตูออกไม่​ได้ ​แต่​จะโวยวาย​ไปก็กลัว​จะเสียหน้าหนัก ​ทว่าในยามคับขัน เวทมนต์คาถา​ที่เคยท่องมากลับลืมหมด ยิ่งห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง พอประตูปิด ห้องก็มืดสนิท จน​เขาไม่รู้​จะหลบ​ไปทางใด

มือควานเจอขอบโต๊ะ หมอเกตุรีบมุดลง​ไปอยู่​ข้างใต้ทันที ไม่รู้หรอกว่า​จะช่วยอะไร​​ได้ ​แต่ก็ไม่มีอะไร​ให้ทำดี​ไปกว่านี้ ​ระหว่างนี้ก็พยายามปลอบใจตัวเอง

"คิดมาก คิด​ไปเอง​ทั้งนั้น​ คิด​ไปเองแน่นอน ห้องอับๆ​ ​ต้องเย็น​เป็นธรรมดา ตะกี้ลมคงตี ประตูเลย​ปิด​ได้เอง...​"

แล้ว​ก็พยายามคลำกลับ​ไปทางประตู ควานหากลอนหรืออะไร​​ที่อาจทำให้ประตูติดขัดจนเปิดไม่ออก

คราวนี้เหมือนมีมือ​ใครมาสะกิดตรงต้นคอ ​พร้อม​เพราะเสียงกระซิบหัวร่อของผู้หญิงหลายคน

หมอผีหนุ่มถึง​กับตาเหลือก ​จะว่า​เป็นหมอผีอีกสองคนมาสมทบก็ไม่ใช่ ​เขาไม่อยาก​จะหัน​ไปมอง ก็เหมือนถูกบังคับให้หันกลับ

มี​แต่หัวลอยอยู่​สามหัว ​เป็นหัวของผู้หญิงสามคน ผมเผ้ารุ่ยราย ตาโปนถลน มีเลือดกหลั่งไหลออกทวาร​ทั้งเจ็ด

"ผีหลอก!!! ผีหลอกกูแล้ว​ ช่วยด้วย ช่วยด้วย!!!"

รู้สึกเหมือนร้องออกมาสุดเสียง ​แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลย​สักนิดเดียว

หมอเกตุอาคมพยายามกุมสติ ล้วงยันต์ท้าวมหาเวสสุวรรณออกมา หวัง​จะให้ผีกลัว ​แต่แขนมือ​กับถูกหัก​ไปด้านหลัง ก่อน​จะถูกหมุน​ทั้งตัว แล้ว​ก็ปลิวกระเด็นออกจากห้อง ​โดยประตู​ที่ปิดแน่นหนา​เมื่ออึดใจ​ที่แล้ว​ ก็ดีดเปิดออกให้เหมือนรอจังหวะอยู่​แล้ว​

หมอผีหนุ่มถึง​กับกลิ้งไม่​เป็นท่า พอตั้งหลัก​ได้ก็โกยแน่บ ทิ้งสิ่งของเครื่องมือทุกสิ่งอันไว้ภายใน วินาทีนี้คิด​แต่​จะ​เอาตัวให้รอด​ได้ก่อนสถานเดียว

ผีสาวสามนาง​ได้​แต่มองตามด้วย​ความขำขันระคนสมเพช ทีแรกคิดว่า​จะจัดการ​ได้ยากเย็นกว่านี้ ​แต่นี่กลับมาเจอ​กับหมอผีจอมลวงโลกขนานดแท้

​เมื่อกลับมาสมทบกัน​ที่ห้องกลาง แล้ว​บันดาลให้ประตูใหญ่เปิดผางออก​ไป บรรดาผีๆ​ ​ที่สิงสู่อยู่​ในบ้านก็​ได้เห็น​พร้อมๆ​ กันว่า หมอผี​แต่ละคนล้วน​แต่เจอดีจน​ต้องวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน

​ที่ดูไม่ค่อยพอใจ คงมี​แต่คุณแสเท่านั้น​ ​ที่ทำสีหน้านิ่งอยู่​

"ดูเถิด แล้ว​ต่อ​ไปเรา​จะอยู่​กันอย่างสงบสุข​ได้อย่างไร"



**************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3412 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทที่ ๒ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น