นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
เรือนมายา #1
SONG-982
...เด็กชาย​ใช้มือปิดหน้าปิดตา เกรงกลัวว่ามือเรียวงาม​ที่มีเล็บเจียนปลายท่าทางคมบางนั้น​ ​จะข่วน​เอา​ที่หน้าตา ปากก็ยังพร่ำวิงวอนขอโทษขอโพยอยู่​ไม่ขาด...

ตอน : บทนำ

บ้านอเนกคุณากร
ร.ศ. ๑๑๓

​ทั้งบริเวณนั้น​เงียบสงัด โคมไฟหน้าประตูใหญ่มืดมิด หากไม่ใช่​เพราะแสงเดือนครึ่งดวง​ที่กระจ่างอยู่​กลางฟ้า ​ใครก็ไม่มีโอกาส​ได้เห็นว่า ภายในรอบรั้วนี้รกร้างสักเพียงไร

เด็กชายวัยไม่เกินสิบสอง ​กำลังหิวโซ เสื้อผ้ามอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ท่าทางคล้ายพวกไร้บ้าน ​ที่ร่อนเร่พเนจรมาจนถึงหน้าประตูใหญ่

​ความหิวโซนั้น​ทำให้​ความกลัวเหือดหาย ตั้งใจ​จะเข้า​ไปขอบุญทานสักนิด ​แต่ครั้น​จะลองกู่เรียก บ้านช่องใหญ่โตกว้างขวาง คงยาก​ที่​ใคร​จะ​ได้ยิน

​เขาค่อยไต่มือเลาะ​ไปตามร่องระแนง คราบฝุ่น​ที่จับอยู่​ตามแผงบานประตูนั้น​ไม่กระไร ครั้นพอ​จะออกแรงผลักดัน บานประตูใหญ่ก็เผยเข้าราว​กับเชื้อเชิญ ปราศจากเสียงบานพับอันควร​จะฝืดตามสภาพ หรือเสียงอื่นใด​ที่ควร​จะดังขึ้น​สักน้อย คล้าย​กับว่าบานประตูใหญ่​ที่ดูหนาหนักนักหนา เบาบาง​เป็นแพรผ้า ​ที่​เมื่อถูกลมรำเพย ก็พลิ้วไหว​ไป​ได้​โดยง่าย

จันทร์นวลมิ​ได้สว่างนัก ​แต่ยังพอเห็นรางๆ​ ว่าสิ่งไร​คือสุมทุมพุ่มไม้ สิ่งไร​คือประติมากรรมหรือสิ่งปลูกสร้าง

เด็กชายค่อยก้าวเข้า​ไปตามทาง ​เมื่อเข้ามาอยู่​ภายใน จึงเห็นว่า​ทั้งบริเวณกว้างขวางกว่า​ที่คิด

ลมพัดมาวูบหนึ่ง​ พาเสียงมโหรีเครื่องสาย ดังแผ่ววิเวกหวาน เด็กชายชะงักเท้า เงี่ยหูฟังว่าเสียงนั้น​ดังมาจาก​ที่ใด พลางสายตาก็แลรอบ

รั้วสูงทึบทะมึน คล้ายตั้งใจกั้นโลกภายในนี้เสียจากภายนอก ตัวบ้าน​ที่จริง​คือตัวตึกใหญ่โต มีห้องกลางสูงกว่าปีก​ทั้งสองด้าน มียกพื้น​ที่​ต้องขึ้น​บันไดมาอีกหลายขั้นกว่า​จะถึงพื้นหินอ่อนชั้นล่าง

เสียงมโหรีเครื่องสายยังคลออยู่​ข้างหู ค่อนข้างแน่ใจว่าดังมาจากภายในตัวตึก ​แม้​จะยังไม่เห็นว่าตรง​ที่ใด​จะมีแสงไฟส่องสว่าง ​แต่เด็กชายก็ยังมั่นใจว่า มี​ใครอาศัยอยู่​ในบ้านช่องใหญ่โต​เป็นคฤหาสน์อันโอฬารหลังนี้​เป็นแน่

หิ่งห้อยกลุ่มหนึ่ง​ พากันมาบินเวียน ​แต่เด็กชายไม่ใส่ใจ ​เพราะอาหารตรงหน้าน่าสนใจยิ่งกว่า งานเลี้ยงคงเพิ่งเลิกลา จึงยังมีโต๊ะใหญ่ตั้งวาง​เอาไว้ตรงเฉลียงด้านหน้า ​พร้อมพรั่ง​ไปด้วยขนมนมเนย ​และผลไม้สารพัน

เด็กชายคว้าขนมอะไร​สักอย่างยัดเข้าปาก ไม่รู้รสหรอกว่าอร่อยสักแค่ไหน นาทีนี้ของแค่ประทัง​ความหิว​ได้ก็​เป็นพอ

อะไร​อีกสักสองสามอย่างถูกยัดตามเข้า​ไป จนรู้สึกว่า​ท้องเริ่มหนักขึ้น​บ้าง สายตาจึงเริ่มสำรวจรอบตัวอีกครั้ง

นั่นไง เก่าแก่ก็​แต่เฉพาะรั้ว​และบริเวณ ​เพราะใต้ร่มเฉลียง​ที่ต่อยื่นออกมานี่ สะอาดเอี่ยม ​เป็นหลังคา​ที่ยื่นออก​ไปคลุมถนน ​ซึ่งคงมีไว้มุงบัง ให้ร่ม​กับรถ​ที่เวียนเข้ามาจอดเทียบ

ประตูใหญ่ของตัวตึก ​เป็นลายดัดเหล็กอ่อนช้อยประดับกระจกสี ​เป็นช่อพวงพฤกษา เด็กชายเห็นคล้ายมีแสงไฟริบหรี่อยู่​ภายใน จึงแนบตาเพ่งเล็งจากช่องชิ้นของกระจกสีใสช่องเล็กๆ​

ฝูงหิ่งห้อยยังตามวนเวียน พวกมันบินว่อน​ไปมาคล้ายสำรวจตรวจตราแขกไม่​ได้รับเชิญ อยู่​ๆ​ บรรยากาศก็ชวนขนลุกขึ้น​มาเฉยๆ​ เด็กชายรู้สึกว่า​พอท้องเริ่มอิ่ม ​ความกลัวก็เริ่มมี​กำลังมากขึ้น​​เป็นเงาตามตัว

แสงไฟ​ที่คลับคล้าย​จะเห็นอยู่​ภายในวูบดับ เด็กชายจึงละสายตากลับมายังโต๊ะตัวใหญ่ ไม่​ได้เฉลียวใจว่าเหตุไร อาหาร ขนม ผลไม้ ​ทั้งหมดยังบริบูรณ์ มีชุดกระถางธูป​และเชิงเทียน ตั้งวางอยู่​ด้านหนึ่ง​ เทียนคู่ถูกเผาไหม้​ไปไม่ถึงครึ่งเล่ม แล้ว​ลมคงเป่าให้ดับ ขณะกระถางธูปมีก้านธูปขนาดยักษ์ ปักค้างอยู่​ดอกเดียว

​แต่มันไม่​ได้น่าสนใจ​ไปกว่าสิ่งอื่นบนโต๊ะ ​เขาเริ่มเลือกหาขนมบางชนิด​ที่น่ากิน ​กับผลไม้บางอย่าง​ที่แปลกตา การยัดเข้าปากเคี้ยวๆ​ แล้ว​รีบกลืน ครั้งต่อๆ​ มานี้ ​เพราะอาหารประดามี​ที่เห็นอยู่​ตรงหน้า ล้วนน่าชิมน่ากิน​ไป​ทั้งสิ้น

อะไร​หล่นดังโครม เด็กชายผวาเฮือก คราวนี้สองมือรีบคว้าขนมอย่างละเล็กละน้อยใส่ตามกระเป๋าเสื้อ​และกางเกง พอเต็มหมดก็ก้มหน้าก้มตายัดเข้าปากอีก​เป็นพัลวัน

ต้นคอเย็นวูบเหมือนถูกลมเป่า แล้ว​อยู่​ๆ​ ​ทั้งตัวก็กระเด็นหวือ​ไปด้านหลัง คล้ายถูกผู้มี​กำลังมหาศาลจับเหวี่ยง​ไป​โดยแรง

เด็กชายไม่​ได้แปลกใจว่า ทำไมตนถึงยังทรงตัวอยู่​​ได้​โดยไม่ล้มคว่ำคมำหงาย

แล้ว​ไฟก็สว่างพรึ่บ โคมระย้า ไฟช่อ ไฟหัวเสา ต่างพากันเปล่งแสงวาบขึ้น​

​ทั้งบ้านคงรู้แล้ว​กระมังว่ามีขโมยตัวน้อย

ป้ายไม้สลักแผ่นใหญ่เหนือบานประตูยิ่งข่มขวัญ มันวาวแสงคล้ายมีไฟส่อง

"บ้านอเนกคุณากร"

เด็กชายพยายามอ่าน ​ความรู้จากหลวงตา​ที่คอยบังคับให้อ่านเขียน ก่อน​ที่​เขา​จะหนีออกมา​เป็นเด็กร่อนเร่ ทำให้พออ่านออก​ได้บ้าง

ขณะพยายามสะกด ถึงตัวอะไร​​ที่ถัดจาก ค. ควาย สระ อุ มโหรีก็บรรเลงเพลงเร็วขึ้น​​ที่ด้านหลัง

เด็กชายหันขวับ!

นางรำห้านางปรากฏตัวตั้งวงรออยู่​ก่อนแล้ว​ ​ทั้งหมดอยู่​ๆ​ ก็โผล่มาเหมือนภูตผี

​แต่ละนางล้วนนุ่งโจงผ้าพื้นสีแดงสด ต่างกันตรงสีสไบ​ที่คาดอกแล้ว​ไพล่เฉียงข้าม​ไปหลังไหล่ข้างซ้าย ทุกนางอมยิ้ม ​แต่แววตาดุดันพิลึก

ฝูงหิ่งห้อย​ที่เคยบินอ้อยอิ่งวนเวียน ไม่รู้​ไปหลบแสงอยู่​​ที่ไหน

เด็กชาย​ได้​แต่ตาค้าง ตกตะลึง​กับสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ตรงหน้า

กระทั่งนาที​ต่อมา​แต่ละนางเริ่มเปลี่ยนท่า ​ที่เหมือนเตรียม​จะซ้อมรำนั่น กลับมา​เป็นท่ายืนปกติ ดวงหน้ายิ่งยิ้มแย้ม จนเด็กชายโล่งใจขึ้น​อีกมาก

​แต่ก็วิบใจเดียว ก่อน​ที่พวกนาง​จะเข้ามารุมล้อม

"เจ้าเด็กน้อย มาทำอะไร​​ที่นี่"

นาง​ที่ห่มผ้าสีเขียวใบไม้เอ่ยถามขึ้น​ก่อน

"ก็ข้าหิวนี่นา"

เด็กชายตอบตาม​ความ​เป็นจริง

"แล้ว​เจ้าชื่ออะไร​ล่ะ"

อีกนาง​ที่ห่มผ้าสีชมพูอ่อนส่งมาอีกคำถาม

"ข้าชื่อหลง"

"เจ้าไม่รู้หรือว่า​ที่นี่​เขาห้ามเข้ามาน่ะ"

"​ที่นี่มันอันตรายไม่รู้เหรอ"

คราวนี้เจ้าหลงแทบฟังไม่ทัน ​เพราะหลายนางพูด​พร้อมกัน พลางกระชับวงโอบล้อมเข้ามา อีกสามนางนั่น ​เขาเห็นว่า มีห่มผ้าสีฟ้า เหลือง ​และเขียวตองอ่อนอีกคนหนึ่ง​

แล้ว​​แต่ละนางก็หัวเราะกันครื้นเครง บ้างแกล้งจี๋ บางคนแกล้งทึ้งผม บางคนแกล้งกระตุกเสื้อผ้ามอซอ​ที่เด็กชายสวมใส่

คล้าย​กับเสียงดนตรีนั้น​​จะบรรเลงด้วย​ความระรื่นระเริงรมณ์ เพิ่มขึ้น​ตามอารมณ์ของบรรดาหญิงสาว ​ที่เวียนล้อมหยอกล้ออยู่​รอบกาย

​ส่วนแสงไฟก็ยิ่งพร่างพราว ขับไล่​ความรกเรื้อมัวซัวของอาณาบริเวณออก​ไปจนหมดสิ้น

"รู้ไหมว่า​ที่นี่มันอันตราย"

"รู้ไหมว่า​ที่นี่​เขาห้ามเข้า"

"​ที่นี่อันตรายไม่รู้หรือยังไง"

หลายเสียงยังประสานเสียงบอก ขณะ​ที่ยังวนเวียนแกล้งเย้าแหย่

"ข้าแค่หิว ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่า​เขาห้ามเข้า...​"

เจ้าหลงพร่ำร้อง รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กลงจนกระจิริด อยู่​ท่ามกลางวงล้อมของนางยักษ์รูปร่างใหญ่โต ใน​ที่สุด​เขาก็​ต้องทรุดตัวลง คุดคู้​เพื่อหลบหลีกจากการกลั่นแกล้ง

"อย่าตีข้าเลย​ ข้าแค่มาหาของกิน ข้าขอโทษ ขอโทษพี่ๆ​ ทุกคน"

เด็กชาย​ใช้มือปิดหน้าปิดตา เกรงกลัวว่ามือเรียวงาม​ที่มีเล็บเจียนปลายท่าทางคมบางนั้น​ ​จะข่วน​เอา​ที่หน้าตา ปากก็ยังพร่ำวิงวอนขอโทษขอโพยอยู่​ไม่ขาด

คล้าย​ใครแค่สะกิดสะเกา ยิบๆ​ ลิบๆ​ อยู่​ริมผิวหนัง ระรัวต่อ​เนื่องอยู่​อีกครู่ เจ้าหลงจึงกล้าป่ายปัด​และลืมตา

แล้ว​ก็ค่อยสบายใจ ว่า​ทั้งหมด​ที่รับสัมผัสขณะนี้ ​คือฝูงหิ่งห้อย​ที่กลับมาห้อมล้อม หรือบ้างก็แกล้งบินชน

แสงวิบวับวอบแวบยังสว่างเรือง สู้แสงไฟอันสว่างไสว​ไปทั่วอาณาบริเวณ เด็กชายไม่​ได้สะกิดใจในเรื่อง​นี้ ​เพราะแสงเรืองวูบวาบ​ที่ลอยเรี่ยอยู่​รอบตัวนี้ น่าสนุก น่าสนใจกว่ามากมาย​

​แต่แล้ว​เรืองแสง​ที่วูบวับวูบวาบ​ไปมา ก็กลับสว่างโชน จากแสงสีเหลืองนวลก็เข้มขึ้น​ ​ทั้งยังมีกระแสร้อนผ่าวผ่านเข้ามากระทบ

เจ้าหลงสะบัดซ้ายขวา หิ่งห้อยผีสิง​เป็นแน่ ​ที่แผ่พลังเช่นนี้​ได้

"​ไป! ​ไป! อย่ามายุ่งกะข้านะ ​ไป! ​ไปให้พ้น!"

เด็กชายปัดป่าย​เป็นพัลวัน ขณะ​ที่พยายามสั่งให้ร่างกายขยับกลับออกมาทางประตูรั้ว

ใกล้พ้นเขต "บ้านอเนกคุณากร" อีกไม่เกินสามก้าว ฝูงหิ่งห้อยผี​ทั้งนั้น​ก็ถอยทัพ บินพรู​ไปรวมกันอยู่​ตรงช่องทางออก ​เป็นซุ้มเสาหินมีหลังคาคลุม ​ซึ่งอยู่​ด้านข้างของประตูใหญ่สำหรับรถเข้าออก

เจ้าหลงฝืนใจตรง​ไปทางนั้น​ ​เพราะเหลือ​เป็นทางเดียว​ที่​จะ​ได้พ้น​ไปจาก​ที่นี่

แล้ว​หิ่งห้อยก็จางแสง บินแตกฮือกระจาย​ไป

ไม่แน่ใจว่า​เพราะพวกมันตกใจหรือ​เพราะพี่สาวคนนั้น​ขับไล่

พี่สาว​ที่อยู่​ๆ​ ก็ปรากฏตัวขึ้น​กลางฝูง คล้ายเพิ่งกลับมาจากข้างนอก

​แต่มืดค่ำป่านนี้น่ะหรือ ​จะมี​ใคร​ที่​แต่งกายเช่นนั้น​​ไปไหนมาไหน ​โดยไม่มีบ่าวไพร่ติดตาม

​ที่เจ้าหลง​ต้องตะลึงมอง ​เพราะพี่สาวผู้นี้สวยงามหยาดเยิ้ม ผ้านุ่งผ้าห่ม​เป็นไหมทอลายอย่างเทศ เนื้อผ้ามันวาวล้อแสงไฟ งามระยับจับตา ​แต่ชุดสวย​ที่ว่า ยังไม่​สามารถข่มดวงหน้าหมดจดสดใส ​และผิวเนื้อนวลละมุนนั้น​​ไป​ได้

นางทอดตามองเด็กชาย อมยิ้มน้อยๆ​ ​พร้อมด้วยแววแห่ง​ความปรานีในดวงตา

พอเจ้าหลงแลเลย​ เห็นว่าประตูด้านหลังนางยังปิดสนิท ก็แน่ใจว่านางไม่น่า​จะใช่คน ถึง​กับทรุดตัวลง ​เอามือกุมหัวหูอย่างไม่รู้​จะทำอะไร​ให้ดี​ไปกว่านี้

"อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา ข้ากลัวแล้ว​ ข้าขอโทษ!"

ปากก็พร่ำขอโทษขอโพย เกรงกลัวอย่าง​ที่สุด

"เจ้าหนู เจ้าหนู ไม่​ต้องกลัว...​"

เสียงหวานปานระฆังแก้ว ปลอบประโลมตรงข้างหู ซ้ำ​ไปมาจนเด็กชายค่อยคลาย​ความหวาดกลัว

ถัดมาสองมือนุ่มละมุนก็ประคองให้​เขาลุกขึ้น​

เจ้าหลงค่อยตั้งสติ​ได้ คราวนี้รายรอบ นอกจากหญิงสาวกลุ่มแรก​ทั้งห้านางนั่นแล้ว​ ยังมีอีกหลายนางยืนเรียง รออยู่​หลังพี่สาวคน​ที่ช่วยประคองให้​เขาลุกขึ้น​ยืน

เหลียวซ้ายแลขวา คราวนี้ไม่มี​ใครมีแววตาอาฆาตมาดร้ายส่งมาอีกแล้ว​

"เจ้าเด็กน้อย ข้าถามเจ้าหน่อย​ ทำไมเจ้ามา​ที่นี่คนเดียว"

"ก็ข้าหิวมาก แล้ว​ก็ไม่มี​ที่อยู่​...​ จริงสิ...​"

เจ้าหลงหันมอง​ไปรอบๆ​ มือก็ยกไหว้ไล่​ไปทีละคน

"จริงสิ...​ พี่สาวทุกคน ให้ข้าอยู่​ด้วย​ได้ไหมล่ะ"

ตีหน้าระรื่น เหมือน​เมื่อครู่ไม่​ได้กลัวจนตัวสั่น

"ก็​ต้อง​ได้สิ ใน​เมื่อเจ้าเข้ามา​ได้แล้ว​ ใน​เมื่อเจ้ามาหาเรา รู้ไหม...​ พวกเราน่ะขับร้องฟ้อนรำเล่นกันทุกคืนเลย​"

พี่สาวแสนสวยตอบง่ายจนเจ้าหลงแปลกใจ หลังจากสบตานางแล้ว​ก็​ต้องหันกลับ​ไปมองหา​ความเต็มใจจากหญิงสาวคนอื่นๆ​ อีกครั้งให้แน่ใจ

"​แต่ว่า...​"

แล้ว​ก็​เป็นอย่าง​ที่คิด พี่สาวคนแรก​ที่ห่มผ้าสีเขียวเข้ม อาจ​เป็นคนเดียว​กับ​ที่เหวี่ยง​เขากระเด็นจากโต๊ะอาหาร ก็แย้งขึ้น​จน​ได้

"​แต่ว่าคุณแส​ต้องไม่ให้​เขาอยู่​แน่"

"นั่นซี คุณแส​ต้องไม่ยอมแน่ๆ​ เลย​ ทำยังไงกันดีล่ะพวกเรา"

แล้ว​เสียงอื่นก็ดังขึ้น​สนับสนุน​ความคิดนั้น​กันเซ็งแซ่

จนพี่สาวแสนสวยคงขัดใจ ​เพราะเสียงเข้มขึ้น​นิดหนึ่ง​ตอนตอบพวก​ที่เหลือ

"โธ่เอ๋ย! อย่าพูดอย่างนั้น​สิ คุณแสใจดี​กับข้า​ที่สุดเลย​ ข้า​จะ​ไปขอร้องดูเอง"




ภายในบ้านยิ่งโอฬารกว่าภายนอก ​ทั้งบันไดโค้ง​ที่ทอดขึ้น​สู่ชั้นบน ​ทั้งเครื่องเรือน​ที่ตกแต่ง ล้วน​เป็นไม้เนื้อแข็งสีเข้มขลัง สลักเสลาด้วยฝีมือช่างชั้นเอก บนพื้น​เป็นกระเบื้องลายละเอียดยิบ ​ที่ต่อสานกันเหมือนผืนพรม แลเข้าชุดกัน​ไป​ทั้งหมดตั้งแต่พื้น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ตั่ง กระทั่งกรอบภาพแขวน นี่ขนาดห้องโถงยังเยี่ยมยอด แล้ว​ห้องอื่นๆ​ ​จะวิจิตรงดงามขนาดไหน

พี่สาวคนสวย​ที่แนะนำตัวเองว่าชื่อแสงเพ็ง พาเจ้าหลง​กับ​ทั้งกลุ่มมาหาผู้หญิงอีกคน ​ที่ตอนแรกเด็กชายคิดว่า​เป็นหญิงชราผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน ​แต่พอเห็นหน้าก็ผิดคาด ​เพราะอีกคน​ที่พวกสาวๆ​ เรียกว่า "คุณแส" นี้ อายุอานามไม่น่า​จะเกิดยี่สิบห้า

คุณแส​แต่งตัวแปลกกว่าคนอื่น ตรง​ที่สวมเสื้อแขนกระบอกยาวถึงข้อมือ คอจีน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อดี ปล่อยชายทับชายพกของผ้านุ่งโจงสีม่วงมะเกลือ

"​ที่พวกเจ้าพูด​เมื่อกี้ ข้า​ได้ยินหมดแล้ว​"

เสียงทุ้มทรงอำนาจนั่น เจ้าหลงมองแทบไม่ออกว่าคุณแสขยับริมฝีปากตอนไหน

"หรือว่าพวกเจ้าลืมสิ่ง​ที่ข้าบอกหมดแล้ว​ ผู้ชายน่ะหาดีไม่​ได้สักคนหรอกนะ ​เขา​ได้​แต่หลอก​เอา​ความรักจากเรา แล้ว​ก็ทอดทิ้ง สุดท้ายแล้ว​ ​ที่ลำบากก็​คือผู้หญิงเรา​ทั้งนั้น​"

นางพูดย้ำ คง​เป็นครั้ง​ที่ร้อย​ที่พันแล้ว​กระมัง ​ถ้าดูจากสีหน้า​ที่แสน​จะเอือมระอาของ​ทั้งผู้พูด​และผู้ฟัง

"​แต่ว่า...​ คุณแสคะ​ ดูสิ เด็กคนนี้ออก​จะน่าสงสาร"

แสงเพ็ง​เป็นคนเดียว​ที่นอกจาก​จะแสดงท่าทางไม่ค่อยเห็นด้วย​กับคำพูดของคุณแส แล้ว​ก็ยังกล้าเอ่ยขัดแย้ง

"ดูยังไงก็ไม่เหมือนผู้ชายหลอกลวงตรงไหน น่า...​ นะเจ้าคะ​ รับเจ้าหลงให้อยู่​ด้วยเถอะค่ะ​"

คุณแสปรายตามองมาทางเจ้าหลงนิดหนึ่ง​ สีหน้าชั่งใจนั่นทำให้เด็กชายเริ่มมองเห็นโอกาสอยู่​รำไร

​แต่แล้ว​คุณแสก็สะบัดหน้า​ไปอีกทาง ราวไม่ปรารถนา​จะเห็นหน้าเจ้าหลงอีกต่อ​ไป

"ผู้ชายก็เหมือนกันหมดนั่นละ"

เสียงแข็งของผู้​เป็นใหญ่ในบ้าน ทำให้ใจของเจ้าหลงอ่อนยวบลง​ไปอีกโข

คราวนี้แสงเพ็ง​เป็นฝ่ายดุนไหล่ให้เด็กชายขยับเข้า​ไปใกล้คุณแส

"คุณท่านขอรับ รับกระผม​เอาไว้สักคน กระผมไม่มี​ที่​จะ​ไปแล้ว​ขอรับ"

เจ้าหลงก็พูดจาสุภาพเรียบร้อย​​ได้เหมือนกัน หากหลวงตารู้เข้าคงดีใจไม่ใช่น้อย

แล้ว​บรรดาสาวๆ​ ก็พากันประสานเสียงสนับสนุน

"นั่นสิคะ​คุณแส ​เขาน่าสงสาร รับไว้สักคนเถิด​จะเจ้าค่ะ​"

บางนางถึง​กับลงทุนเขย่าแขน​และนวดเฟ้น

"ถือว่าทำบุญเถิดค่ะ​ รับ​เขาไว้เถิดนะคะ​"

แสงเพ็งอ้อนวอนขึ้น​อีก ก่อน​ที่นาง​จะทำหน้ามีเลศนัย แล้ว​ปั้น​แต่งน้ำเสียงให้เข้มข้นขึ้น​

"คุณแสเจ้าคะ​ ​ถ้าไม่รับเจ้าหลงไว้ อย่าหาว่าฉันคิดอะไร​พิเรนทร์นะคะ​"

คนฟังงุนงง​กับคำพูดนั้น​ไม่ใช่น้อย ขณะ​ที่คน​ที่เหลือเริ่มถอยห่าง

​ทั้งคุณแส​และแสงเพ็งจ้องตากัน​ไปมาอีกไม่ถึงครึ่งนาที แล้ว​ก็เริ่มตั้งท่า

"นี่แนะ...​ ​จะยอมหรือไม่ยอม"

​พร้อม​กับคำขู่ แสงเพ็งก็ลงมือจั๊กจี๋คุณแสอย่าง​เอาจริง​เอาจัง ​โดยมีพวกลูกมือเข้าผสมโรงอย่างนึกสนุกมากกว่า​จะทำร้าย

"นะคะ​ ยอมรับเจ้าหลงไว้เถิดนะเจ้าคะ​"

ต่างคนจี๋คุณแส​ไปก็ร้องขอ​ไปด้วย

"หยุดที พอแล้ว​ๆ​ ยอม ข้ายอม ใน​เมื่อทุกคนชอบใจกันนัก ข้า​จะยกให้สักคน"

​และไม้นี้คง​ได้ผล ​เพราะใน​ที่สุดคุณแสก็เอ่ยปากออกมาดังนั้น​

ทุกคนดีอกดีใจกันยกใหญ่ รวมถึงเจ้าหลง​ที่อยู่​ๆ​ ก็ไม่​ต้องร่อนเร่พเนจรอีกต่อ​ไป

แล้ว​เสียงมโหรีก็บรรเลงครื้นเครงขึ้น​อีกครั้ง สาวๆ​ พากันหมุนตัวซ้ายขวา วูบเดียวก็เข้าวงแล้ว​เริ่มฟ้อนรำเริงร่า ​โดยมีแสงเพ็งรำอยู่​ตรงกลาง ​ส่วนคุณแสนั้น​ถอยกลับ​ไปนั่งมองอย่างรื่นรมย์

เจ้าหลงไม่นึกว่าตน​จะ​ได้เข้ามาอยู่​ในคฤหาสน์ใหญ่โตเช่นนี้ ​แต่ก็ดีใจนัก ​ที่ตอนนี้ไม่มี​ใครมีท่าทีรังเกียจรังงอน​เขาอีกแล้

ทิพย์สถานพิมานแมน ไม่เหมือน​แม้นในรังนอน

อุ่นเอ๋ยเคยอาทร ยังอาวรณ์ไม่เคลื่อนคลา

รักเจ้าก็แสนรัก ด้วยใจภักดิ์จึงรอหา

รอเจ้าเจ้าไม่มา ​จะรอท่าจนการุณย์

​ไป่เคลื่อน​ความอาวรณ์ คราวอาทรให้อิงอุ่น

รังนอนเคยนอนหนุน ทิพย์สถานหรือเทียบเทียม

เสียงขับ​เป็นทำนองพลิ้วไหว บนจังหวะ​ที่สนุกสนาน ทำให้เนื้อร้อง​ที่ค่อนข้าง​จะเศร้าสร้อย กลับชวนฟังยิ่งขึ้น​

​แต่แล้ว​สรรพเสียง​ทั้งนั้น​ก็เงียบดับ หญิงสาว​ที่​กำลังเริงรำหันกลับ​ไปทางคุณแส

ผู้​เป็นใหญ่ในบ้านทำท่าเหมือนเงี่ยหูฟังอะไร​บางอย่าง

"มี​ใครเข้ามาอีกแล้ว​"

คล้ายคุณแส​จะรำพึง​กับตัวเองเสียมากกว่า

พลันนั้น​! ​ความสว่างไสว​ที่รายรอบก็วูบหาย เจ้าหลงเพียงแค่เหลียวมอง​ไปรอบกาย แล้ว​ก็นิ่งอยู่​ ​เพราะพอ​จะเข้าใจอะไร​​ได้ดีขึ้น​

แสงเดือนครึ่งดวง กลับมาทำหน้า​ที่ ทำให้แลเห็น​ความรกร้างของพื้น​ที่ตลอดบริเวณสนามด้านหน้านี้

แสงไฟ​ที่ส่องแสงมาจากด้านข้างของตัวตึก ทำให้เห็นเงาของหยากเยื่อหยากไย่พาดพันกัน​ไปมาอย่างรุงรัง

แล้ว​เงาของสิ่งของ​ที่ถูกทิ้งขว้างให้ตั้งวาง​ไปตามยถากรรม ก็ค่อยเลื่อน

นั่น​เพราะแสงไฟนั่นเคลื่อนลึกเข้า​ไปทางด้านหลัง

ทุกคนแลตาม คุณแสลุกขึ้น​ก่อน พริบตาเดียวก็เคลื่อนตัวลิ่ว​ไปถึงมุมระเบียง

แผ่วเบา​และรวดเร็วราว​กับถูกลมเป่า มากกว่า​จะเดินด้วยสองเท้า

"ทำไม​ต้องมา​ที่นี่ด้วยล่ะ"

หนึ่ง​ในสองผู้บุกรุกคงใจคอไม่ดี ​เป็นเสียงของสตรี​ที่สั่นเครือมากกว่า​จะสดใสอยู่​ในอารมณ์รัก

"ก็เราอยาก​ได้​ที่เงียบๆ​ ไม่ใช่หรือ"

​เป็นเสียงของผู้ชาย​ที่เอ่ยขึ้น​บ้าง ถึงตอนนี้ทุกคน​ที่สนุกสนานอยู่​​เมื่อครู่เห็นชัด ว่ามีคู่หนุ่มสาว ตระกองกอดกันผ่านเข้ามาจากประตูเล็กด้านข้าง ​ซึ่งปกติพวกบ่าว​จะ​ใช้ลัดทาง​ไปจ่ายตลาด

"แวว...​ หลานสาวเจ้าคุณอเนก"

คุณแสเอ่ยขึ้น​เบาๆ​ ไม่ละสายตา​ไปจากคน​ทั้งคู่

"​ที่นี่น่ากลัวนะคะ​คุณหลวง ขนาดตอนกลางวันฉันยังไม่กล้าเข้ามา"

เสียงของหญิงสาว​ที่คุณแสออกนามว่า "แวว" แสดงให้รู้ว่าอกสั่นขวัญแขวนจากใจจริง ​แต่กระนั้น​ก็ยังเบียดตัวแนบชิด​กับชายหนุ่มรูปงาม​ที่มือหนึ่ง​ก็โอบกอด มือหนึ่ง​ก็ถือคันโคม ​คือตะเกียงเจ้าพายุ​ที่ครอบแสงไว้ด้วยโคมกระดาษ ต่อด้ามจากหูหิ้ว ให้สะดวก​ในการสอดส่อง

"ในนี้อากาศเย็นยะเยือกพิกล สู้เรา​ไปกันทางศาลาท่าน้ำไม่ดีกว่าหรือคะ​"

แววคงไม่อยาก​จะเดินลึกเข้า​ไปจริงๆ​ จึงเสนอ​ที่ทางแห่งใหม่ ​ซึ่งตรงนั้น​​แม้ออก​จะเสี่ยง​กับการถูกผู้คนพบเห็น ​แต่บรรยากาศก็น่านั่งพลอดรักกันมากกว่าในบริเวณคฤหาสน์หลังนี้มากมาย​นัก

"อยู่​​กับอกพี่นี่ไม่อุ่นพออีกหรือ เถอะน่า...​ อีกประเดี๋ยวแววก็​จะอุ่นจนร้อน"

พูดจบชายหนุ่มก็ดุนจมูกตนลง​ที่ข้างแก้ม​และซอกคอ ทำให้เลือดลมในกายของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้น​มา​ได้จริงๆ​

"อุ๊ย! อย่าสิคะ​ เดี๋ยว​ใครมาเห็นเข้า"

​แม้​จะพูดอยู่​อย่างนั้น​ ​แต่หญิงสาวก็มิ​ได้เลี่ยงหลบ มือไม้​ที่เริ่มซุกซนเข้า​ไปใต้ร่มผ้า

"น่ากลัวจริงๆ​ นะคุณหลวง ​ไป​ที่อื่นกันเถิดค่ะ​"

"กลัวอะไร​กันเล่า เดิน​ไปอีกนิด จำไม่​ได้หรือเบาะนอน​ที่ตรงห้องเล็กนั่นไง สวรรค์ของเราอยู่​ใกล้แค่นี้เอง"

"​แต่ฉันกลัว ไม่เคยชินสักหนซีน่ะ"

"​จะกลัวอะไร​ ผู้คนแถวนี้ ไม่มี​ใครเข้ามาถึงนี่อยู่​แล้ว​"

"คนน่ะไม่กลัวหรอกค่ะ​ ​แต่กลัวผี"

"​จะกลัวทำไม ​ได้อยู่​กันตามลำพังอย่างนี้ ​จะกลัวนั่นกลัวนี่ ก็แค่พักเดียว อีกประเดี๋ยวก็หายกลัว เชื่อพี่เถอะ"

"​แต่น้องกลัว"

"​ถ้ากลัว งั้นก็รีบเดินเข้าซี มามะคนดี"

แววตาของชายหนุ่มนั่นเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ เจ้าหลงสังเกต​ได้​เพราะมายืนดูอยู่​ในระยะอันใกล้ด้วยกัน​ทั้งกลุ่ม

สองหนุ่มสาวยังมองซ้ายมองขวา คงหวาดระแวงอยู่​ไม่ใช่น้อย ดี​ที่มองไม่เห็นพวกของคุณแส​และเด็กชาย ไม่เช่นนั้น​คงขวัญกระเจิง

"พ่อรูปหล่อคนนั้น​ชื่อกระไรหรือคะ​คุณแส"

พี่สาวคนห่มสไบสีชมพูกระซิบถาม

"หลวงเซ่ง ลูกชายเจ้าคุณคหบดี"

"ก็รวยมากซิคะ​"

อีกคนถามต่อ

"คนรวย ใช่ว่า​จะ​เป็นผู้ดีกันเสียทุกคน​ไป​เมื่อไหร่เล่า"

"อิฉันไม่เข้าใจ"

"ช่างเถอะ อย่าเพ่อซักไซ้ ดู​เขา​ไปก่อน"

คุณแสคงรำคาญจึงเคลื่อนตัวอีกวูบ ​ไปอยู่​ชิดหลังของหลวงเซ่ง

​ความรกร้างของสถาน​ที่แห่งนี้ แสดงให้เห็นอยู่​ว่าไม่เคย​ได้รับการดูแล​เอาใจใส่ใดๆ​ เลย​ ​ความมืดทะมึนของสุมทุมพุ่มไม้ ​ความตระหง่างง้ำของตัวตึก รวม​ทั้งกลิ่นดอกไม้กลางคืน​ที่หอมเย็นชวนขนพอง เหล่านี้ล้วนไม่ชวนให้ผู้ใดเข้ามาสัมผัส

กระทั่งเจ้าคุณอเนกผู้​เป็นเจ้าของคฤหาสน์ประจำตระกูลหลังนี้เองก็เถอะ นอกจากงานเซ่นไหว้บวงพลีประจำเทศกาลแล้ว​ ก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาสักครั้ง

กลุ่มของคุณแส​และเจ้าหลงตามหลวงเซ่ง​และแววเข้ามาติดๆ​

จนถึงวิมานเบาะนุ่นอันเก่านั่นละ คุณแสจึงให้สาวๆ​ ถอยห่างกันออก​ไป

"​เขา​จะเล่นบทอัศจรรย์กันหรืออย่างไร"

พี่สาวคนห่มสไบสีตองอ่อนหัวเราะคิกคัก พลอยให้คนอื่นๆ​ อมยิ้มเขินอาย​ไปด้วย

"แค่บ้านโทรมๆ​ หลังนึง น้องแวว​จะกลัวทำไม"

เสียงหลวงเซ่งยังปลอบประโลม ท่าทางไม่เกรงกลัวอะไร​นั้น​ ทำให้​ทั้งกลุ่มชักไม่แน่ใจ ว่า​จะทำอย่างไรต่อ​ไป เจ้าหลงเห็นอาการนั้น​ของคุณแส จึง​ต้องเอ่ยถาม

"ทำไมเรา​ต้องกลัว​เขาด้วยขอรับ"

"เราอยู่​คนละภพ เราเข้าใกล้พวก​เขามากไม่​ได้"

คุณแสตอบเรียบๆ​ ก่อน​ที่พี่คนห่มสไบสีชมพู​จะช่วยเสริม

"อีกอย่างนึงนะ ​ถ้าโดนกลิ่นอายคน หรือปรากฏตัวต่อหน้า​เขา เรื่อง​มัน​ต้องยุ่งอีกมากเลย​ จริงไหมคะ​คุณแส"

เด็กชายพยักหน้า​เป็นทีว่าเข้าใจ แล้ว​จึงหันกลับ​ไปมองสองหนุ่มสาวนั่นต่อ​ไป

"แวว นั่งตรงนี้นะ ไหนบอกว่าหนาว ทำไมเหงื่อซึมอย่างนี้ มามะพี่​จะซับเหงื่อให้...​ ดูมือสิเย็น​ไปหมด พี่เป่าให้นะ​จะ​ได้อุ่นๆ​"

หลวงเซ่งยังพร่ำพรรณนา​เป็นทำนองนี้อีกมากหลาย ขณะ​ที่บรรจงวางโคมตะเกียง แล้ว​หันมาโลมเล้าสาวแวว​ได้เต็มสองมือ

"เจ้าหลง หลับตาเสียก่อน"

เสียงแสงเพ็งกระซิบ​ที่ข้างหูของเด็กชาย

"ทำไมล่ะจ๊ะ​ หลังวัด...​ ตอน​ที่ฉันอยู่​​กับหลวงตา หนุ่มๆ​ สาวๆ​ ​เขาทำกันยิ่งกว่านี้"

"เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าคงไม่​ได้ตายดีละซี"

คุณแสหันมาเหมือน​จะเอ็ด ​แต่เสียงนั้น​ยังอาทรอยู่​มากกว่า

"ในวัดน่ะ ​เขาไม่กล้าทำอะไร​ข้าหรอก ​แต่ตอน​ที่ออกมาเร่รอนนี่สิ ข้า​ไปแอบดูเรือ​ที่สำเพ็ง เลย​ถูก​เขาจับกดน้ำ"

"ถึงว่า ทำไมหน้าตาเจ้ามันเขียวๆ​ ซีดๆ​ แปลกๆ​"

แสงเพ็งออก​ความเห็น

"พอเถอะ ดูซิว่าหลวงเซ่ง​จะทำอย่างไร พวกเจ้ารับกระแสวิญญาณไม่​ได้หรือ ว่าในท้องนางแวว มีวิญญาณอีกดวง"

"หมาย​ความว่า...​"

"บอกว่าให้ดูกันต่อ​ไปไงล่ะ"

คำท้ายชัดเจน จนทุกคน​ต้องปิดปากเงียบ

"คุณหลวง ข้ามีเรื่อง​​จะบอกพี่"

ใน​ที่สุดแววก็เอ่ยขึ้น​ ขณะมือก็กุมผ้าคาดอกไว้มั่น

"มาให้พี่ชื่นใจเสียก่อนแล้ว​ค่อยพูดนะจ๊ะ​"

หลวงเซ่งไม่ฟัง พยายามผลักหญิงสาวให้ล้มตัวลง

"อย่าเพิ่งสิคะ​ เรื่อง​นี้สำคัญจริงๆ​"

"เดี๋ยวซีน่า ขอพี่ชื่นใจให้หายคิดถึงก่อนนะ"

ท่าทางหนึ่ง​ขัดขืน ​กับหนึ่ง​คล้าย​จะข่มเหงนั้น​ ทำให้คุณแสขัดใจนัก

"ผู้ชายชั่วๆ​ อีกแล้ว​เห็นไหมเล่า คน​เขาไม่ยอมก็ขืนใจ​ใช้​กำลัง"

แววตาของผู้​เป็นใหญ่ในบ้านนี้ดูดุดัน จนเจ้าหลงนึกกลัว

"คุณหลวง...​ ฉันมีเรื่อง​​จะบอกพี่...​ ​คือว่า...​"

ฝืนใจพูด​ได้แค่นั้น​ แววก็ถูกริมฝีปากประกบปิดถ้อยคำ

เสียงอู้อี้ไม่​เป็นสรรพ ของชายหนุ่มก็คงไม่พ้น

"เดี๋ยวน่า ประเดี๋ยวก่อน เดี๋ยวค่อยพูด"

จนแวว​ต้องแข็งใจผลักหน้า​เขาออกห่าง สายตา​ที่จ้องมองชายหนุ่ม ลึกล้ำลึกซึ้ง

"ฉัน...​ ฉันมีลูกของคุณหลวงอยู่​ในท้องแล้ว​...​"

คำนี้ทำให้หลวงเซ่งถึง​กับผงะ อารมณ์พิศวาสปลาสนาการ​ไปหมดสิ้น

"จริงหรือ จริงหรือนี่"

​เขาถามเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

"คุณหลวงน่า​จะดีใจนี่คะ​ เรา​จะ​ได้​เป็นครัวกันออกหน้าออกตา"

ยิ่งแววย้ำเรื่อง​ครอบครัว ชายหนุ่มก็ยิ่งทำสีหน้าไม่ถูก ​แต่ก็แค่แวบเดียวก่อน​ที่​เขา​จะปั้นรอยยิ้มมาประดับไว้ในหน้า

"ชะ...​ ใช่ ดีใจ ​ต้องดีใจอยู่​แล้ว​ละ"

น้ำเสียงก็ถูกปรับไม่ให้สั่นเครือ พลางถอนกายออกจากอาการแนบชิดสนิทเนื้อ

"โกหก! เจ้าเชื่อผู้ชายชั่วๆ​ คนนี้หรือยังไง"

คุณแสเข้า​ไปยืนจนชิดคน​ทั้งคู่​เมื่อไรก็ไม่รู้ ​แต่เสียง​ที่แสดง​ความโมโหโกรธาอย่างชัดแจ้งนั่น แวว​จะ​ได้ยินก็หาไม่

"นี่...​ แล้ว​พี่​จะมาสู่ขอน้อง​เมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ​ เรา​จะ​ได้​แต่งงานมีเหย้ามีเรือนกัน"

แววคงใจชื้นชื่นฉ่ำ จึงพยายามคลอเคลีย​เอาใจ เคล้าแก้มอยู่​​กับหัวไหล่ ไม่เห็นสีหน้าวิตกกังวลของคน​ที่นางรัก

"ก็...​ ​ต้องเร็วๆ​ นี้ซี"

"จริงๆ​ เหรอจ๊ะ​พี่ น้องดีใจจังเลย​"

"จริงซี่ พี่​จะหลอกน้องทำไม"

สายตาของหลวงเซ่งเหม่อไกลออก​ไป คงเหมือนจิตใจ​ที่ป่านนี้ไม่รู้เตลิดเปิดเปิง​ไปหนไหน

"ผู้ชายชั่ว! คิด​จะทิ้งนางอีกละสิ!"

แล้ว​คุณแสก็สุดทน ฟาดฝ่ามือเปรี้ยงลง​ที่ใบหน้าของ​เขา

หลวงเซ่นหน้าสะบัด เจ็บร้าว​ไป​ทั้งแก้ม เหลียวซ้ายแลขวาเลิกลั่ก มองหาว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับตัว

ฝ่ายแวว​ที่มัว​แต่ปลื้มอกปลื้มใจ ​ที่ตน​จะ​ได้ออกเรือนออกหน้าออกตาเสียที หลังจาก​ที่ตก​เป็นของ​เขามานาน ไม่ทันเห็นอาการหน้าสะบัด จึง​ต้องถาม

"ทำไมหรือจ๊ะ​ คุณพี่​เป็นอะไร​"

หลวงเซ่งคงค่อยประคองสติขึ้น​มา​ได้แล้ว​ ตอน​ที่หัน​ไปบอกว่า

"ไม่มีอะไร​หรอก ยุงน่ะ มันมาตอมอยู่​ข้างหู"

กระทั่งคำ​ต่อมา แววก็จับไม่​ได้ว่าชายหนุ่มเกิดกลัวขึ้น​มาถึงเพียงไหน

"พี่ว่า เรา​ไปจาก​ที่ตรงนี้กันเถอะแวว"

"ทำไมล่ะ"

"ไม่มีอะไร​หรอก ​ไป​ที่ศาลาท่าน้ำอย่าง​ที่แววว่ากันดีกว่า"

สายตาของหลวงเซ่งยังหวาดหวั่น ไม่ยอมสบตา​กับแววอีกเลย​

"​ไปกันเถอะ นะ"

​เขาเร่ง ลุกขึ้น​ก่อน ​พร้อม​กับฉุดมือหญิงสาวให้ลุกตาม

แวว​จะเดินกลับ​ไปทางเก่า ​แต่​เขากลับฉุดดึงให้เดินลึกเข้า​ไปด้านหลัง

"ไหนคุณหลวงบอก​จะ​ไปศาลาท่าน้ำ"

"พี่เปลี่ยนใจ ตรงนั้น​พวกบ่าวเจ้าคุณคอยวนๆ​ เวียนๆ​ เรา​ไปตรงศาลาแปดเหลี่ยมดีกว่า"

หญิงสาวไม่​ได้สะกิดใจเลย​สักนิด ว่าหลวงเซ่งมีเจตนาแฝงเร้นอันใด ด้วยว่ามัว​แต่หวาดหวั่น​กับสภาพรอบตัว ​ที่ยิ่งเดินลึกเข้ามาทางด้านหลังคฤหาสน์ หนทางก็ยิ่งรุงรังรกเรื้อ

ด้านหลัง​เป็นลานกว้าง มีเขื่อนหินทิ้ง ทอดตัวยาวตลอดแนวลำคลองสายใหญ่ ตรงมุมเขื่อน​แต่ละด้านมีศาลาหลังย่อม​เป็นทรงลูกครึ่งกึ่งยุโรปตามสมัยนิยม

หลวงเซ่งพาแววเดินมาทางด้านในสุด ศาลาตรงนี้ มีบ่อน้ำโบราณ ไม่กว้าง​แต่ลึกนัก ว่ากันว่ามันลึกลง​ไปจนถึงโพรงถ้ำใต้น้ำ

"​ต้องเข้ามาลึกขนาดนี้เลย​หรือจ๊ะ​ ตรงนี้อับสายตา อับลม เหม็นอับกลิ่นตะไคร่ดินโคลน​ไปหมด"

"อับสายตาก็ดีแล้ว​ไงเล่า พี่​จะ​ได้มอบ​ความรักให้​กับแวว ให้หายคิดถึง"

"คุณหลวงละก็ พูดอะไร​ก็ไม่รู้ แวว​กำลังท้อง​กำลังไส้นะจ๊ะ​"

ลมพัดพรูมาวูบหนึ่ง​ กิ่งแห้งๆ​ ของต้นก้ามปูหักลาญลงมา นกกลางคืนคงตกใจ ส่งเสียงแควกๆ​ สยองขวัญ

แววยิ่งเบียดตัวเข้าแนบชิด ไม่​ได้สังเกตเลย​ว่า หลวงเซ่งพยายาม​จะปลดวงแขนของนางออกจากรอบเอวอยู่​ตลอดเวลา

"น่ากลัวจังเลย​"

"อยู่​​กับพี่​จะกลัวอะไร​ ไม่​ต้องกลัว ไม่​ต้องกลัว"

​เขาปลอบ​ไปอย่างนั้น​เอง ​เพราะในใจ​กำลังคิดแผนการร้ายกาจ ​และมองเห็น​ที่หมายอยู่​ไม่ไกลเกินสิบก้าว

"แล้ว​คุณหลวง​เมื่อไหร่​จะส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ"

​ส่วนในใจของหญิงสาว มัวพะวงอยู่​​กับเรื่อง​นี้ จึงเวียนถามซ้ำอยู่​นั่นแล้ว​

"แวว อยาก​จะอยู่​กิน ออกเหย้าออกเรือน​กับพี่จริงๆ​ น่ะหรือ"

คำถามผ่านน้ำเสียงเรียบๆ​ ทำให้หญิงสาวยังไม่สะกิดใจ นั่น​เพราะไม่​ได้เห็นว่าสายตาของหลวงเซ่นส่งแววตาโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดไหนมาให้

"ฉันคิด​กับพี่อย่างไร หรือว่าพี่ยังไม่รู้อีกเล่าจ๊ะ​"

"​ถ้าอย่างนั้น​ ทำอะไร​ให้พีสักอย่าง​จะ​ได้ไหม"

หลวงเซ่นหันกลับมาตรงๆ​ กระนั้น​สายตา​และรอยยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมก็ยังถูกเงาจันทร์บดบังไว้​ได้เกือบ​ทั้งหมด ทำให้แววไม่​ได้เห็นร่องรอยเหล่านั้น​ จึงรีบตกปากรับคำ

"มีอะไร​​ที่ฉัน​จะทำ​เพื่อพี่ไม่​ได้ล่ะจ๊ะ​"

"จริงหรือ"

หญิงสาวรีบพยักหน้ายืนยัน ขณะ​ที่​เขายกสองมือขึ้น​สัมผัส​กับสองข้างแก้ม ราว​กับ​กำลัง​จะบรรจงประกบริมฝีปาก ฝากรอยจุมพิตให้อีกสักครั้ง

"คุณแสเจ้าขา คุณหลวงคิด​จะฆ่าคุณแววนะเจ้าคะ​!"

หลายเสียงประสานเสียงกันเกรียวกราว ​เพราะกระแสอำมหิตนั้น​รุนแรงจนแผ่กระจาย​ไปทั่ว

"รู้แล้ว​ละน่า แล้ว​​จะให้ทำอย่างไร ผู้หญิง​เขาก็​เป็นใจไม่เห็นรึ"

คุณแสคงขัดใจนัก ​ที่เห็นผู้หญิงก็​เป็นอีหรอบเดียวกันหมด ​คืออะไร​ๆ​ ก็ยอม​ไปเสียทุกอย่าง หากว่า​ได้เสีย​ความ​เป็นสาวให้​กับ​เขา​ไปแล้ว​

จากนั้น​บรรดากลุ่มผีสาว​และผีเด็กชายก็ตั้งตารอว่าเหตุการณ์​จะ​เป็นอย่างไรต่อ​ไป

ไม่นานเกินรอ ​เพราะ​เมื่อรังสีสังหารแผ่กระจายถึงขีดสุด หลวงเซ่งก็เลื่อนสองมือจากข้างแก้ม ลงบีบรัดลำคอของหญิงสาวเต็ม​กำลัง!

"คุณหลว...​"

แววออกเสียง​ได้เท่านั้น​ก็ฟังไม่​ได้ศัพท์ใดๆ​ อีก

"​จะ​แต่ง​กับกูน่ะรึ! รอชาติหน้าตอนบ่ายๆ​ เถอะน่า"

​พร้อม​กับ​ที่ลงแรงให้สองหัวแม่มือ เค้นลงตรงหลอดลม อย่าง​จะให้ตายคามือ

"มึง​เป็น​ใคร กู​เป็น​ใคร ​ที่ลดตัวมาเกลือกอยู่​กะมึง ก็บุญหัวนักแล้ว​"

หญิงสาวตาเหลือก ดิ้นรนไม่คิดชีวิต ​แต่ร่างน้อยหรือ​จะสู้​ความกำยำของฝ่ายอยาก​จะทำร้ายชีวิต

ใบไม้ต้นไม้ไหวเกรียวกราว ​ทั้ง​ที่ไม่มีลม ราว​กับ​กำลังสั่นกลัว​กับสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ จันทร์หลบเข้าหลังเมฆ คล้ายไม่อยากเห็นภาพอันสยดสยองนัยน์ตา

​ส่วนสายตาของสองหนุ่มสาว ​ที่คนหนึ่ง​ยังดิ้นรน ขณะ​ที่อีกคนหนึ่ง​ยิ่งเคียดเค้น ก็ยังประจัญสายตากันอยู่​ตลอดเวลา แววตัดพ้อของหญิงสาวไม่​ได้สื่อส่งให้เกิด​ความสงสารใดๆ​ จากชายหนุ่มเลย​สักนิดในเวลานี้

​แต่แล้ว​ก็มีร่างหนึ่ง​ซ้อนขึ้น​มา​ระหว่างกลาง หลวงเซ่งผงะ ​เพราะดวงหน้าขาวซีดนั้น​ ส่งให้ดวงตาแดงก่ำยิ่งน่ากลัว เลือด​เป็นสายรินหลั่งลงจากสองตา แล้ว​ในวินาทีถัดมาก็ทะลักล้น​ทั้งจากทางปาก​และทางจมูก

​เป็นคุณแส​ที่แสดงฤทธิ์ ก่อน​จะค่อยเคลื่อนถอย ซ้อนกลับเข้า​ไปในร่างของแวว แล้ว​เลย​​ไปซ้อนร่างอยู่​ด้านหลัง

หลวงเซ่งแลตาม ตื่นตะลึง​จะลืม​ใช้​กำลังแขน ขณะ​ที่ภูตสาวเริ่มกล่าววาจา

"คนทรยศ!"

คำนั้น​เสียดสยองใจของชายหนุ่มยิ่งนัก หัวหมุน​และเจ็บปลาบตรงช่วงราวอก ​เขาปล่อยมือจากลำคอของหญิงสาวทันที ตั้งใจ​จะเผ่นหนี​ไปให้เร็ว​ที่สุด

พอหันกลับ ผีสาวอีกตนก็กางกรงเล็บจังก้า ดักรออยู่​แล้ว​ นาง​คือตน​ที่ห่มสไบสีเขียวเข้ม

อึดใจ​ต่อมาชายหนุ่มก็ตกอยู่​ในวงล้อมของภูตสาว​ทั้งกลุ่ม

หลวงเซ่งหันรีหันขวาง คิด​จะกระโดดฝ่าวงล้อม ​แต่ตัวกลับหนักอึ้ง หันขวับ​ไปข้างหู ก็เห็นเขี้ยวโง้งของเจ้าหลงจ่ออยู่​ริมคอ

"เฮ้ยยย!!! ช่วยด้วย ช่วยด้วยโว้ยยย! ผีหลอก! ผีหลอกกูแล้ว​!!!"

แล้ว​แสงเพ็งก็สำแดงเดชขึ้น​บ้าง ​ทั้งแยกเขี้ยวยาวโง้ง ​ทั้งกางกรงเล็บอันแหลมคม

"เจ้าคนชั่ว ข้า​จะฆ่าเจ้า"

เสียงนั้น​ก็กรีดแหลม ชวนสยองแสยงยิ่งนัก

หลวงเซ่งเหวี่ยวตัวเองอย่างแรง ​แม้บนหลังไหล่​จะหนักแสนหนัก ​เพราะมีเจ้าหลงคร่อมคออยู่​ ​แต่ก็ยังพยายามก้าวขา พาตัวเองถอยห่างผีแม่แสงเพ็ง​และคุณแสอย่างทุลักทุเล

​ทั้งหมดนี้แววไม่​ได้รู้เลย​ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับชายคนรัก ​ได้​แต่เห็นว่า​เขากรีดร้องโหยหวน สะบัดตัว​ไปมา ราว​กับ​กำลังพยายามสลัดให้หลุดจากอะไร​สักอย่าง

หลังไหล่นั้น​ก็งุ้มงอ ค้อมลงมาจนดูคล้ายชายชราอายุแปดสิบเก้าสิบปี ​เขาโซเซเปะปะเหมือนคนเมาหนัก ขณะ​ที่พยายามถอย​ไปด้านหลัง ก็ยังหันรีหันขวางอยู่​ไม่วาย

แล้ว​สิ่ง​ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น​!

ต่อหน้าต่อตาของหญิงสาว ดูเหมือนว่าหลวงเซ่ง​จะหลุดจากพันธนาการ​ที่มองไม่เห็น ​เขาผงะหงายหลัง ตรง​ที่​พอดี​กับขอบบ่อ แล้ว​ล่วงลับลง​ไปในวินาทีถัดมา

"คุณหลวง! คุณหลวงของแวว!!!"

หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง ผวาตาม​ไปตะโกนเรียกอยู่​ซ้ำแล้ว​ เหมือน​กับลืม​ไปว่า​เมื่ออึดใจก่อนหน้า ผู้ชายคน​ที่ตน​กำลังกู่เรียกหานี่ละ ​ที่คิด​จะฆ่าตัวเธอ​พร้อม​กับลูกในท้อง

​แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับ ​ถ้าแวว​ได้มองเห็นภูตผี​ทั้งกลุ่ม ก็คงรู้​ได้ว่า เจ้าหลงสมาชิกตนล่าสุดนั่นเอง ​ที่ยังตามเกาะบ่า ข่มให้ร่างของหลวงเซ่งจมหาย​ไปขัดค้างอยู่​​ที่โพรงต้ำ

ตอน​ที่หญิงสาวถลามาตรงปากบ่อ บรรดาภูตสาว​ทั้งกลุ่มก็รีบเปิดทาง ให้นาง​ได้กู่เรียก​ได้สมใจ

แววคงเสียใจหนักจนแทบบ้า ​เมื่อคน​ที่ตนรักมามีอัน​เป็น​ไปต่อหน้าต่อตา อะไร​เล่า​จะบันดาลให้​เขา​เป็น​ไป​ได้ดังนั้น​ นอกจากแรงอาถรรพ์ของภูตผีปิศาจ

เสียงสุนัขหอนโหยหวนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว พอลมกระโชกมาอีกวูบ พัดพา​เอาคล้ายเสียงหัวเราะเข้ามาประสม นางก็กรีดร้องขึ้น​สุดเสียง

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ผีหลอก ผีหลอก!!!"

ผลักตัวเองออกจากขอบบ่อ แล้ว​ก็เตลิดหนีกลับ​ไปทาง​ที่เข้ามา

ทิ้งให้ภูตสาว​ทั้งกลุ่มมองตามด้วย​ความรู้สึกสมเพชเวทนา ​โดย​ที่แสงเพ็งยังมีกระใจกระซิบถาม

"คงไม่ถึง​กับ​เป็นบ้า​เป็นบอ​ไปหรอกนะเจ้าคะ​คุณแส"



**********

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3410 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เรือนมายา --Series
ชื่อตอน บทนำ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ มีนาคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๒๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงปิง [C-18494 ], [101.108.174.12]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ต.ค. ๒๕๕๔, ๑๗.๑๑ น.

แค่บทนำก็กินขาด สนุกจนอ่านรวดเดียว น่าติดตามจริงๆ​​ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Song982 [C-18495 ], [124.121.181.242]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ต.ค. ๒๕๕๔, ๑๘.๒๔ น.




อะฮ้า...​​ มีผู้อาวุโสมาช่วยเจิมกระทู้​​เป็นคนแรก

ขอบ​​พระคุณครับ​​ผม

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-18538 ], [188.155.133.167]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๔, ๐๔.๑๓ น.

ตามมาอ่านแบบเรือเกลือค่ะ​​

เห็นด้วย​​กับลุงปิงเลย​​ว่า เปิดเรื่อง​​​​ได้เยี่ยมมากค่ะ​​ ดูแล้ว​​ฝีมือคุณสรองแหลมคมขึ้น​​เรื่อย ๆ​​

​​จะรีบติดตามตอนต่อ​​ไปนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาม อิสรา [C-18610 ], [101.109.77.231]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มี.ค. ๒๕๕๕, ๑๔.๑๗ น.

ฝีมือขนาดนี้หากิน​​ได้แล้ว​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น