นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
เวลาที่หายไป #45
ดอยสะเก็ด
...วันรุ่งขึ้น​​ซึ่ง​เป็นวันอาทิตย์​และ​เป็นวัน​ที่​เขา​และลลิตา​จะเดินทางกลับสหรัฐฯในช่วงกลางคืน คริสขับรถออกจากบ้านตั้งแต่สิบนาฬิกา แวะเข้า​ไป​ที่ห้างสรรพสินค้าให...

ตอน : เพื่อนเก่า

วันรุ่งขึ้น​​ซึ่ง​เป็นวันอาทิตย์​และ​เป็นวัน​ที่​เขา​และลลิตา​จะเดินทางกลับสหรัฐฯในช่วงกลางคืน คริสขับรถออกจากบ้านตั้งแต่สิบนาฬิกา แวะเข้า​ไป​ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้บ้าน เลือก​ได้ของ​ที่​ต้องการแล้ว​ก็ขับรถมุ่งหน้า​ไป​ที่โรงเรียนของกร ​เขารู้จากทิพย์สุรางค์ตั้งแต่​เมื่อวานนี้แล้ว​ว่าผู้ปกครองหรือญาติพี่น้อง ​สามารถ​ไปขอพบเด็กนักเรียน​ได้​ทั้งวัน ตั้งแต่เช้า​จนถึงสิบเจ็ดนาฬิกา

​เมื่อถึงโรงเรียนคริสเข้า​ไปติดต่อแจ้ง​ความจำนงค์ขอพบกร ​เขานั่งรออยู่​ประมาณสิบห้านาทีเด็กชายผู้นั้น​ก็โผล่หน้าออกมา ท่าทางของ​เขาเลิ่กลั่ก ขณะมอง​ไปรอบห้อง​ซึ่งมีคนหลายคนนั่งอยู่​ ชายหนุ่มยกมือขึ้น​โบก ​เมื่อเห็น​เขากรก็ทำท่าตกใจคาดไม่ถึง

"โอ๊ะ!..เคนนี่เอง!" ​เขาร้องอย่างดีใจแล้ว​รีบเดินเข้ามาหา หน้าตาของ​เขาเปลี่ยนจากเลิ่กลั่ก​เป็นตื่นเต้น "โอ๊ย! ดีใจจังเลย​ นึกว่า​จะไม่​ได้เจอคุณซะแล้ว​"

คริสสังเกตว่าเด็กชายโตขึ้น​กว่าเดิมมาก ร่าง​ที่เคยผอมเกร็งของ​เขาดูมีเนื้อมีหนังขึ้น​ ​เขาสูงกว่าเดิมเล็กน้อย​แต่อย่างอื่นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ชายต่างวัย​ทั้งสองจับไม้จับมือกันอย่างยินดี​ที่​ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง​ หลังจากไม่​ได้พบกันนานกว่าปี

คริสทักว่า "คุณโตขึ้น​มาก ใกล้​จะ​เป็นหนุ่มแล้ว​นะ"
เด็กชายทำหน้าเขิน "อะไร​กัน ผมยัง​เป็นเด็กอยู่​เลย​ อย่ามาอำผมดีกว่า"
แล้ว​​เขาก็ถามคริสบ้างว่า "คุณมาเมืองไทย​เมื่อไรนี่? ​จะกลับ​ไป​ที่โน่นอีกหรือเปล่า?"

"ผมมา​ได้ครึ่งเดือนกว่าแล้ว​ละ มาฝึกทหาร คืนนี้ก็​จะกลับแล้ว​" ​เขาตอบคำถามของกรแล้ว​ถามว่า "คุณออก​ไปข้างนอก​ได้ไหม? ​ถ้า​ได้..ผมอยาก​จะเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อหนึ่ง​ ว่าไง?"

เด็กชายทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า "คง​ได้มั้ง ​แต่ผม​ต้อง​ไปขออนุญาตผู้กำ​กับก่อน" แล้ว​​เขาก็ตั้งท่า​จะออกวิ่ง ​แต่พอนึกขึ้น​​ได้ก็หันมาร้องบอกคริสว่า "รอผมแป๊บหนึ่ง​นะ"

ขณะนั่งรถ​ไปด้วยกัน ชายหนุ่มถามว่า "คุณอยากทานอะไร​?"
"หมาย​ความว่า​ถ้าผมอยากทานอะไร​คุณก็​จะพาผม​ไปทานหรือ?" กรถามตามสไตล์เดิมๆ​ของ​เขา

ชายหนุ่มยิ้มอย่างขันๆ​ รู้สึกว่า​อารมณ์​ที่หม่นหมองหดหู่มาหลายวัน เริ่มดีขึ้น​บ้าง​เมื่อ​ได้พูดคุย​กับเด็กชายคนนี้ ​เขาไม่เคยลืมน้ำใจไมตรีของกรต่อ​เขา สมัย​ที่อยู่​เวียงพุกามเลย​ "แน่นอน ว่า​แต่คุณอยากทานอะไร​​เป็นพิเศษหรือเปล่า อาหารฝรั่ง ไทย จีน บอกมา​ได้เลย​"
กรนั่งคิดอยู่​ครู่หนึ่ง​ก็ถามว่า "ในโรงแรมมีอาหารขายไหม?"
คริสเปลี่ยนสายตา​ที่​กำลังมองถนนข้างหน้ามา​ที่เด็กชาย "มีสิ มีห้องอาหารโก้ๆ​ด้วยนะ คุณอยาก​ไปทานอาหาร​ที่โรงแรมใช่ไหม?"
"เปล่า ​แต่อยาก​ไปนั่งดูอะไร​ๆ​​ที่โรงแรมมากกว่า" ​เขาสารภาพ​พร้อม​กับทำหน้าเปิ่นๆ​

ชายหนุ่มหัวเราะออกมา​ได้​เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน​ที่ผ่านมา "ตกลง เดี๋ยวผม​จะพา​ไป ว่า​แต่คุณ​ต้องกลับเข้าโรงเรียนกี่โมง?"
"ไม่เกินห้าโมงเย็น ​ถ้าสายกว่านั้น​​จะถูกทำโทษ"
"ทำโทษแบบไหน ให้ยืนคาบไม้บันทัดหรือเปล่า?" คริสถาม​เขาล้อๆ​ด้วยอารมณ์​ที่ปลอดโปร่งขึ้น​

เด็กชายทำตาโต ตะแคงหน้ามามอง​เขา "​ใครว่า? คาบไม้บันทัดน่ะจิ๊บจ๊อย ​ที่โรงเรียนเก่าผมน่ะสิถึง​จะทำโทษแบบนั้น​ ​แต่​ที่นี่น่ะ​เขาทำโทษยังไงคุณรู้ไหม" แล้ว​​เขาก็พูดต่อ​ไป​โดยไม่รอคำตอบ "​เขาให้วิ่งรอบสนามรักบี้เลย​นะ คุณคงนึกออกนะว่าสนามนั่นน่ะมันใหญ่แค่ไหน"
"งั้นหรือ? แล้ว​คุณถูกให้วิ่งรอบสนามนั่นบ่อยไหมล่ะ?"

กรทำหน้าเบ้ "ตอนมาเรียน​ที่นี่ใหม่ๆ​ ผมถูกทำโทษให้วิ่งรอบสนามรักบี้บ่อยมากเลย​ละ ก็ผมมาจากต่างจังหวัดไม่ค่อยรู้อะไร​เท่าไหร่เลย​นี่ พวก​เพื่อนผมสิมันเก่ง ​เอาตัวรอด​ได้ ​แต่ตอนนี้ผมก็ไม่ค่อยถูกทำโทษแล้ว​ละ ผมอยู่​นี่มาปีกว่าแล้ว​ รู้วิธีพลิกแพลงไม่ให้ถูกจับ​ได้" ​เขาก็ยังไม่ทิ้งนิสัยขี้คุยเหมือนเดิม

คริสพากรเข้า​ไปนั่งในห้องอาหารของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่ง​ริมแม่น้ำเจ้า​พระยา ตั้งแต่เดินผ่านล็อบบี้เข้า​ไปยังห้องอาหาร​ที่อยู่​ลึกเข้า​ไปข้างในด้าน​ที่ติด​กับแม่น้ำ เด็กชายเหลียวหน้าเหลียวหลังดูโน่นดูนี่​ไปตลอดทาง บางทีก็หยุดเดินเสียเฉยๆ​​เมื่อเห็นสิ่ง​ที่​เขาสนใจ ชายหนุ่มปล่อย​เขาตามสบาย รู้ว่ากรคงไม่ค่อยมีโอกาส​ได้มาตามสถาน​ที่แบบนี้บ่อยนัก หรืออาจ​จะไม่เคยมาเลย​ก็​ได้ ชีวิตของ​เขาอาจ​จะมีแค่บ้าน​กับโรงเรียนประจำเท่านั้น​

หลังจากนั่งลงด้วยกัน​ที่โต๊ะอาหารตัวหนึ่ง​ คริสก็รับเมนูจากพนักงานเสิร์ฟมาส่งให้กร "คุณอยากทานอะไร​ก็สั่ง​ได้เลย​"

เด็กชายคว้าเมนูมาอ่านรายการอาหาร อ่าน​ไป​ได้หน่อย​เดียวก็ทำหน้าตกใจ "โอ๊ย!! ทำไมอาหาร​ที่นี่ถึงแพงขนาดนี้ล่ะ? ไม่มีอะไร​ราคาต่ำกว่าหนึ่ง​ร้อยเลย​นะ ห้าหกร้อย...​พันนึง ยังมีเลย​"
คริสหัวเราะ "​เอาเถอะ คุณอยากทานอะไร​ก็สั่งเลย​"
"อ้าว! ​ถ้าผมเกิดอยากกินไอ้จานละหลายร้อยนี่ขึ้น​มา คุณ​จะทำยังไงล่ะ? มีเงินจ่ายหรือ?" ​เขาท้วง
"สั่ง​ไปเถิดน่า ไม่​ต้องห่วงหรอก ก็ผมตั้งใจอยู่​แล้ว​นี่ว่า​จะเลี้ยงอาหารดีๆ​อร่อยๆ​ให้คุณ มัน​จะแพง​ไปมั่งก็ช่างเถิด เราไม่​ได้ทานอาหารนอกบ้านทุกวันถือว่าผมเลี้ยงฉลอง​ที่​ได้พบคุณอีกครั้งไง"

คริสคะยั้นคะยออีกสองสามครั้ง ใน​ที่สุดเด็กชายก็เลือก​ได้อาหารราคาพอประมาณ ​ระหว่าง​ที่นั่งรออาหารชายหนุ่มก็สอบถามทุกข์สุขของกร "โรงเรียนใหม่​เป็นไงบ้าง ชอบไหม?"

กรนิ่งคิดก่อน​จะตอบว่า "ก็ดีเหมือนกัน เสีย​แต่ระเบียบจัด​ไปหน่อย​ คุณรู้ไหมว่าผม​ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่แน่ะ ตื่น​ไปทำไมรู้ไหม? ตื่น​ไปวิ่ง! บางวันผมหลับตาวิ่งด้วยซ้ำ​เพราะมันแสน​จะง่วง วิ่งเสร็จก็​ต้องมาอาบน้ำทานข้าวเช้า​ สวดมนต์ อะไร​ๆ​แบบนี้แหละ​ แถม​ต้องทำ​ที่นอนให้ตึงเปรี๊ยะอีกด้วยนะ ​ถ้ารุ่นพี่มาตรวจ​เอาเงินเหรียญโยนลง​ไปบน​ที่นอน เหรียญไม่กระเด้งละก้อ แน่นอนถูกทำโทษ"

เด็กชายร่ายยาวแล้ว​หยุดหายใจคว้าแก้วน้ำมาดื่ม ก่อน​จะบรรยายต่อว่า "แถมยังบังคับให้เรียนดนตรี เล่นกีฬาอีกด้วย ไม่เรียนก็ไม่​ได้"
"ก็ดีแล้ว​นี่ เล่นกีฬา​จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ดนตรีก็ทำให้จิตใจอ่อนโยน คุณ​ต้องพยายามมองในแง่ดีบ้างสิ" ชายหนุ่มสั่งสอน

​แต่กรทำหน้าเบ้ "เล่นกีฬาก็พอไหวหรอก ผมชอบอะไร​​ที่มันโลดโผนอยู่​แล้ว​ ​แต่เรื่อง​ดนตรีนี่สิไม่ค่อยถูก​กับผมเลย​ สมัยก่อนเวลา​ได้ยินคุณหนูเล่นเปียโนทีไรผมทนฟังไม่ไหวเลย​ เพลงอะไร​ก็ไม่รู้ ยัง​กับเพลงงิ้วแน่ะ" ​เขาบ่น​ไป​ได้เรื่อยๆ​

"ตอนนี้คุณอยู่​ชั้นไหนแล้ว​ล่ะ?"
"มอหนึ่ง​เอง" กรทำหน้าเบื่อหน่าย "ผมอยากให้ถึงมอสามเร็วๆ​จังเลย​"
"ทำไมล่ะ? ทำไม​ต้องรีบขนาดนั้น​" ชายหนุ่มรู้สึกว่า​คุย​กับเด็กอย่างกรก็เพลินดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ไม่​ต้องมานั่งคิดเรื่อง​​ส่วนตัว ​ที่​กำลังปวดหัวใจอยู่​ในขณะนี้

"อ้าว! จบมอสามแล้ว​ผม​จะ​ได้​ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารไงล่ะ" กรแถลง​ความฝันของ​เขาออกมา
"อ้อ..คุณอยาก​เป็นทหารหรือ? ​ต้องฝึกหนักมากนะ ร่างกายก็​ต้องสมบูรณ์แข็งแรงด้วย ไม่งั้นสู้ไม่ไหวหรอก" ​เขาพูดจากประสบการณ์ของตัวเอง "นึกยังไงถึงอยาก​เป็นทหาร?"

"ผมก็เพิ่งคิด​เมื่อตอน​ที่พบคุณครั้ง​ที่แล้ว​ ​ที่คุณ​ไปเยี่ยมผม​ที่โรงเรียนเก่านั่นแหละ​ พอผมรู้ว่าคุณ​เป็นทหารผมก็เลย​อยาก​เป็นมั่ง ผมอยาก​เป็นเหมือนคุณไง ผมว่าเวลา​แต่งเครื่องแบบคงโก้ดีนะ"
"เออ! เคน คุณ​แต่งงานหรือยังน่ะ?" เด็กชายมีคำถามใหม่
"ยังเลย​" ​ความจริง​เขาไม่อยากพูดถึงเรื่อง​นี้เลย​ "ถามทำไม?"

"เปล่า ไม่มีอะไร​หรอก ถาม​ไปงั้นแหละ​ ตกลงคุณมีแฟนหรือยัง? สงสัยมีแล้ว​มั้ง ​เพราะคุณ​ทั้งหล่อ​ทั้งรวย แถมยัง​เป็นทหารอีกด้วย" เด็กชายรำพัน​ไปเรื่อยๆ​

คริสไม่อยากตอบคำถามของกร แล้ว​ก็เหมือนโชคช่วย​เพราะอาหาร​ที่สั่งมา​พอดี ทำให้เด็กชายเลิกสนใจเรื่อง​​ที่​กำลังคุยกันอยู่​ ตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารจานนั้น​อย่างเอร็ดอร่อย ​เมื่ออาหารหมดจานแล้ว​​เขาก็ขออนุญาตสั่งเพิ่มอีกจานหนึ่ง​ หลังจากอาหารคาวผ่าน​ไปเด็กชายก็ขอสั่งไอศครีมช็อคโกเลตหนึ่ง​ถ้วย

​ระหว่างนั่งรอไอศครีม คริสหยิบของในถุง​ที่ถือติดมือมาด้วยออกมาวางลงบนโต๊ะ บอกกรว่า "ผมมีของมาฝากคุณ ซื้อ​ที่กรุงเทพฯนี่แหละ​"

กรทำท่าดีอกดีใจ ยื่นมือออก​ไปคว้ากล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า​ไปดู พอเห็นรูปโทรศัพท์มือถือ​ที่ปรากฏอยู่​บนกล่อง เด็กชายก็ร้องว่า "โอ๊ย! โทรศัพท์มือถือซะด้วย!" ​เขารีบแกะกล่องหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ​ ​พร้อมอุปกรณ์ออกมา "ให้ผมจริงๆ​หรือ? ริงแน่นะ !"

กรย้ำถามแล้ว​ถามอีก ​เขาอยาก​ได้โทรศัพท์มือถือมานานแล้ว​ ​แต่ไม่กล้าบอกวุฒิเลิศหรือทิพย์สุรางค์ ​เขาก้มหน้าก้มตาเก็บเบี้ยเลี้ยง​ที่ทิพย์สุรางค์จ่ายให้ทุกสองสัปดาห์ ตั้งใจว่า​เมื่อมากพอแล้ว​​จะ​เอาเงิน​ที่เก็บ​ได้​ไปซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่องหนึ่ง​ ​เพราะ​ใครๆ​​เขาก็มีกัน​ทั้งนั้น​

ชายหนุ่มสอนวิธี​ใช้โทรศัพท์ให้เด็กชายแล้ว​บอก​เขาว่า "ทางคนขาย​เขาเปิดเครื่องให้แล้ว​ คุณ​ใช้​ได้เลย​ ​แต่คุณ​ต้อง​ใช้บัตรเติมเงิน​ไปก่อนนะ ผมไม่มีเอกสาร​ส่วนตัวของคุณ เลย​จดทะเบียนหมายเลขให้คุณไม่​ได้
"ไม่​เป็นไร ​ใช้แบบเติมเงินก็สะดวก​ดี ไม่​ต้องเสียค่าบริการรายเดือน" กรทำท่ารู้ดี
"คุณมีเงินซื้อบัตรเติมเงินหรือเปล่าล่ะ ​ถ้าเงิน​ที่ผมเติมไว้ให้หมด คุณก็​ต้องซื้อบัตรใหม่"
"ไม่มีปัญหา ผมมีเงินตั้งเยอะ เก็บจากเบี้ยเลี้ยง​ที่คุณหนูจ่ายให้นั่นแหละ​ ปกติผมก็ไม่มีเรื่อง​​ต้อง​ใช้เงินหรอก"
"ผม​จะบันทึกหมายเลขมือถือของผมไว้ให้ ​ถ้าคุณมีธุระอะไร​ก็โทรหาผม​ได้ตลอดเวลา" ​เขาบันทึกหมายเลขของ​เขาลงในเครื่องโทรศัพท์ แล้ว​ส่งให้กร

"คุณเคยให้ผมไว้แล้ว​ไม่ใช่หรือ?" กรจำ​ได้ว่าคริสเคยจดหมายเลขโทรศัพท์ไว้ให้ครั้งหนึ่ง​แล้ว​ ​แต่​เมื่อนึกขึ้น​​ได้​เขาก็พูดต่อด้วยเสียงอ่อยๆ​ว่า "​แต่ผมทำหาย​ไปไหนแล้ว​ก็ไม่รู้"
"นั่นสิ คุณถึงไม่เคยโทรหาผมสักครั้ง" ชายหนุ่มต่อว่ายิ้มๆ​ "​แต่คราวนี้คงไม่หายหรอก ผมบันทึกชื่อ​กับเบอร์ของผมให้คุณแล้ว​" ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ของ​เขามาบันทึกหมายเลขของกรลง​ไป "เรียบร้อย​แล้ว​ ​ถ้าคุณอยากคุยหรือมีเรื่อง​อะไร​อยาก​จะให้ผมช่วย ก็โทรหาผม​ได้เลย​นะ"

​แต่พอนึกถึงทิพย์สุรางค์ขึ้น​มา​ได้ ​เขาก็รีบถามว่า "ว่า​แต่คุณหนู​จะห้ามหรือเปล่า เรื่อง​โทรศัพท์มือถือน่ะ?"
เด็กชายทำท่าคิดก่อนตอบว่า "คงไม่มั้ง ​แต่ไม่​เป็นไรหรอก ผม​จะพยายามไม่ให้เธอเห็น"
"​ถ้าเธอเห็นคุณก็บอก​ไปตามตรงก็​ได้นี่ว่าผมให้คุณ​เป็นของขวัญ"
"​เอางั้นก็​ได้" แล้ว​กรก็เฝ้าลูบๆ​คลำๆ​ โทรศัพท์เครื่องนั้น​อย่างตื่นเต้นดีใจ

ต่อจากนั้น​คริสก็หยิบของอีกชิ้นหนึ่ง​ออกจากกระเป๋ากางเกง ส่งให้เด็กชาย ของในกล่องนี้​เป็นของ​ที่​เขาตั้งใจว่า​จะมอบให้ทิพย์สุรางค์ ​แต่แล้ว​ก็ไม่​ได้ให้ ​แม้​แต่​เมื่อวานนี้​ที่​ไปพบเธอ​เป็นครั้งสุดท้าย​เขาก็​เอาติดตัว​ไปด้วย ​แต่แล้ว​ใน​ที่สุดก็ไม่​ได้ให้​เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ยอมรับแน่

"แล้ว​ก็นี่...​."
คริสพูดยังไม่ทันจบกรก็ทำตาโต ร้องออกมาว่า "โอ๊ะ ! ให้ผมอีกหรือนี่?"

ชายหนุ่มหัวเราะขันท่าทางตื่นเต้นของเด็กชาย "เปล่า เสียใจด้วยนะ นี่​เป็นของขวัญ​ที่ผม​จะฝากคุณ​เอา​ไปให้คุณหนู ​ความจริงมีของอีกชิ้นหนึ่ง​​ที่​จะฝากคุณ​ไปให้เธอ ​แต่กล่องมันใหญ่ผมเลย​เก็บไว้ในรถ เดี๋ยวตอน​ที่ผม​ไปส่งคุณ​ที่โรงเรียน​จะให้คุณ​เอา​ไปด้วย ให้คุณหนู​ไป​ทั้งสองชิ้นนะ อย่าลืมล่ะ"

"ให้คุณหนู?" เด็กชายทำท่าตกใจ "​จะให้บอกเธอว่าไง? บอกว่าคุณฝากมาให้เธอเหรอ แล้ว​ผมมิถูก.." กร​กำลังนึกถึงเอื้องป่าช่อนั้น​​และคุกกี้ ​แต่แล้ว​ก็ชะงักกึก​เมื่อนึกขึ้น​มา​ได้ว่า 'ไม่ควรฟื้นฝอยหาตะเข็บ’
"ทำไม? มีอะไร​หรือ?" คริสชักสงสัย​เมื่อเห็นท่าทางของเด็กชาย
"เปล่า ไม่มีอะไร​ ​แต่คุณแน่ใจนะว่า​ถ้าผมบอกคุณหนูว่า​เป็นของขวัญจากคุณ เธอ​จะไม่โมโหหาว่าผมเสนอหน้า​เป็นตัวแทนของคุณอีก?" กรทำหน้าซีเรียสทีเดียว​เมื่อพูดเช่นนั้น​

"คงไม่​เป็นไรมั้ง เธอรู้แล้ว​ว่าผม​จะมาเยี่ยมคุณ คุณหนู​เป็นคนบอกผมเองด้วยซ้ำว่าคุณเรียนอยู่​​ที่โรงเรียนนี้ ​จะกลับบ้านอีกทีก็​ต้องอาทิตย์หน้า เธอคงไม่ว่าอะไร​คุณหรอก"
"งั้นเหรอ?" กรนิ่งคิดแล้ว​ถามทันที​ที่นึก​ได้ "งั้นคุณก็พบ​กับคุณหนูแล้ว​สิ ใช่ไหมล่ะ?"

"พบกันแล้ว​ พบคุณหมอประสพชัยแล้ว​ก็พี่ชาย​กับพี่สะใภ้ของเธอด้วย" แล้ว​​เขาก็ขยาย​ความต่อ​ไปอีกหน่อย​ ​เมื่อเห็นสายตาสงสัยของกร "คุณใหญ่ชวนผม​ไปทานข้าว​ที่บ้าน​เมื่อหลายวันก่อน"
"อ๋อ! งั้นคุณก็พบสิงห์แล้ว​สิ"

คำพูดของเด็กชายทำให้ชายหนุ่มเกือบสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่าเด็กชาย​ที่ฉลาด​เป็นกรดคนนี้ รู้อะไร​แค่ไหนเกี่ยว​กับ​เขา ทิพย์สุรางค์​และเด็กชายตัวเล็กๆ​คนนั้น​

"เปล่า ยังไม่เคยพบ" แล้ว​คริสก็ถือโอกาสซักกรทันที "คุณรู้ใช่ไหมว่า​เขา​เป็นลูก​ใคร?"
กรทำท่าอึกอัก ตอบแบบไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำว่า "ก้อ..​กำลัง​จะ​เป็นลูกของคุณใหญ่​กับคุณน้อยไง"

คริสไม่แน่ใจว่าเด็กชายรู้หรือไม่ว่าสิงห์​เป็นลูกของทิพย์สุรางค์ ​เขาไม่รู้จริงๆ​หรือ​เขาถูกผู้ใหญ่ในบ้านสั่งให้พูดเช่นนั้น​ ​แต่ก็คิดว่าไม่ควรบีบคั้น​เอาคำตอบจากเด็ก

​แต่กรพูดต่อ​ไปว่า "​ถ้า​ได้พบสิงห์คุณ​จะชอบ ​เขาน่ารักมากเลย​"

ชายหนุ่มรู้สึกดีใจ​ที่​จะมีโอกาส​ได้รู้เรื่อง​เกี่ยว​กับลูกน้อย​ที่​เขาคงไม่มีโอกาส​ได้แสดงตัว​เป็นพ่อ ปกป้องคุ้มครอง​เขาเหมือนพ่อทั่ว​ไป ถึง​เขา​จะตัดใจเรื่อง​ทิพย์สุรางค์​ไปแล้ว​ ​และให้สัญญาว่า​จะพยายามไม่มาวุ่นวาย​กับเด็กชายสิงห์อีก ​แต่สัญชาติญาณของ​ความ​เป็นพ่อ​ที่​เขาเพิ่งรู้จัก ไม่​สามารถขวางกั้น​ความอยากรู้อยากเห็นเรื่อง​ต่างๆ​ ​ที่เกี่ยว​กับเด็กชายตัวเล็กๆ​คนนั้น​​ได้

กรพูดถึงสิงห์ต่อ​ไปว่า "​เขายังเล็กมาก​แต่ก็ฉลาดจริงๆ​ นี่นะ..เคน เวลาผมกลับ​ไปบ้านนะ​เขา​จะร้องให้ผมอุ้ม สงสัย​เขาชอบผม ขนาดคุณน้อยหรือคุณหนูอุ้ม​เขาอยู่​นะ พอ​เขาเห็นผม​เขาก็ดิ้น​จะหาผม ​ถ้าผมไม่อุ้ม​เขาก็​จะร้องกรี้ดๆ​เลย​ แสงดาวบอกผมว่า​เขาชอบให้ผู้ชายอุ้ม​เขา อย่างผมงี้ คุณใหญ่งี้"

คริส​ซึ่ง​กำลังฟังเพลินถามว่า "แสงดาวน่ะ​ใคร?"
"อ้าว! ก็พี่เลี้ยงของ​เขาไง"
"คุณใหญ่​กับคุณน้อยรัก​เขาไหม?" คำถามนี้หลุดออกมา​โดยไม่ตั้งใจ ​แต่มันคง​จะซุกซ่อนอยู่​ในใจ​เขา ตั้งแต่วัน​ที่รู้ว่าทิพย์สุรางค์อาจ​จะยกลูกให้คน​ทั้งสอง

"แหงแซะ" นี่แหละ​สำนวนของกรคนเดิม "รักมากด้วย ​เพราะ​แต่งงานกันตั้งหลายปีแล้ว​​แต่ก็ยังไม่มีลูก"

ถึงกลัวว่ากรอาจ​จะสงสัย ​แต่ชายหนุ่มก็ไม่​สามารถห้าม​ความอยากรู้​ได้ ​เขายอมรับว่าอยากรู้ทุกอย่าง​ที่เกี่ยว​กับลูกของ​เขา ​เพื่อ​จะเก็บมัน​เอาไว้​เป็น​ความทรงจำในวันข้างหน้า "สิงห์​เป็นยังไงบ้าง งอแงไหม ไม่สบายบ่อยไหม?"

โชคดี​ที่กรไม่สงสัย ท่าทาง​เขาเต็มอกเต็มใจ​ที่​จะพูดถึงเด็กชายคนนั้น​ "ผมเคย​ได้ยินคุณหนู​กับคุณน้อยคุยกันว่า​เขา​เป็นเด็ก​ที่เลี้ยงง่าย สุขภาพแข็งแรง ​แต่นี่เคน รู้ไหม? สิงห์น่ะอยู่​เฉยๆ​ไม่​เป็นหรอกนะ ซนมากๆ​เลย​ ขนาดเพิ่งเดิน​ได้ไม่นานนะ ​เขาชอบเดินเตาะแตะ​ไปทั่วบ้าน หกล้มหกลุกประจำ ​แต่ก็ไม่ยักร้องไห้ บางทีก็​เอานิ้ว​ไปแหย่ปลั้กไฟเล่น แสงดาวเลย​​ต้องตาม​เขาแจตลอดเวลา"

คริสใจหายวาบ นึกถึงเด็กชายคนนั้น​ด้วย​ความ​เป็นห่วงใน​ความปลอดภัยของ​เขา นี่คง​จะ​เป็น​เพราะ​ความ​เป็นพ่อ​ที่อยากคุ้มครองป้องกันภัยให้ลูกน้อยกระมัง

​เขาอยากให้กรเล่าเรื่อง​สิงห์ให้ฟังอีก ​แต่เด็กชายก็เปลี่ยนเรื่อง​เสียแล้ว​ "ตกลงว่าคุณให้ผม​เอาของขวัญนี่​ไปให้คุณหนูใช่ไหม?"
"ใช่ คุณช่วยผม​ได้ไหมล่ะ? ​ถ้าเธอถามคุณก็บอก​ไปตรงๆ​แล้ว​กันว่า​เป็นของขวัญจากผม"
​แต่กรยังมีคำถาม "​ถ้าเกิดเธอถามว่า​เป็นของขวัญ​เนื่องในโอกาสอะไร​ คุณ​จะให้ผมบอกเธอว่ายังไง?"
"เธอคงไม่ถามหรอก เห็นแล้ว​เธอก็​จะรู้เอง"

กรพยักหน้าหงึกหงัก เก็บของขวัญกล่องเล็กๆ​ ​ที่ห่อมิดชิดด้วยกระดาษห่อของขวัญสีสวยลงในถุงผ้าเล็กๆ​

"กว่าคุณ​จะให้เธอ​ได้ก็คงอาทิตย์หน้า ​ระหว่างนี้คุณช่วยเก็บมันไว้ใน​ที่ปลอดภัย​ได้ไหม มัน​เป็นของมีค่า​ที่ผมอยากให้คุณหนูเก็บ​เอาไว้"

"ยอหอ..อย่าห่วง เดี๋ยวกลับ​ไปถึงโรงเรียนผม​จะ​เอา​ไปฝากไว้ในตู้พิเศษ นักเรียน​ที่​เอาของมีค่ามา​จะเก็บ​เอาไว้​กับตัวไม่​ได้ ​ต้อง​เอา​ไปฝากโรงเรียนไว้ แล้ว​ค่อย​ไปเบิกคืนตอน​ที่​จะกลับบ้าน" กรอธิบายยืดยาว ​แต่ก็ช่วยให้คริสโล่งใจ ​เมื่อรู้แน่ว่ามัน​จะถึงมือของทิพย์สุรางค์​โดยสวัสดิภาพ

เด็กชายรับประทานไอสครีมถ้วย​ที่สองหมด​ไปแล้ว​ ก็มีเรื่อง​ใหม่มาเล่า "เคน คุณจำคุณชาคริต​ได้ไหม คนหล่อๆ​​ที่​แต่ก่อนชอบมาหาคุณหนู​ที่เวียงพุกามบ่อยๆ​น่ะ"
คริสชะงักกึก ถามกรอย่างสงสัยว่า " มีอะไร​หรือ?"

เด็กชายวางท่า​เป็นคนสำคัญขึ้น​มาทันที "​เขาชอบคุณหนูน่ะสิ ​เขามา​ที่บ้านบ่อยมากเลย​ บางทีก็นั่งคุยกันในห้องรับแขกมั่ง ​ที่เก้าอี้สนามมั่ง บางครั้งคุณหนูก็​แต่งตัวสวยออก​ไปเ​ที่ยวข้างนอก​กับ​เขา"

แล้ว​​โดยห้ามใจตัวเองไม่ทัน ชายหนุ่มรู้สึกถึง​ความหึงหวง​ที่พุ่งพรวดขึ้น​มา หน้าของ​เขาบึ้งขึ้น​มาทันทีจนกรสังเกตเห็น "​เป็นอะไร​หรือ? หน้าคุณบึ้งเชียว"
คริสพยายามฝืนยิ้ม​ทั้งๆ​​ที่ใจเหมือนถูกไฟลวก "เปล่า ไม่มีอะไร​" แล้ว​เลย​ถือโอกาสถามต่อว่า "คุณว่า​เขาชอบกันหรือ?"

เด็กชายยักไหล่ "ไม่รู้สิ คุณชาคริตน่ะชอบคุณหนูแน่ ผมเคย​ได้ยินคุณน้อย​กับคุณใหญ่คุยกันว่าอยากให้สองคนนี่​แต่งงานกัน ​แต่ผมไม่รู้นะว่าคุณหนูคิดยังไง ผมเห็นเธอเฉยๆ​ ไม่เห็นทำท่าหวือหวาอะไร​​กับคุณชาคริตเลย​นี่"

"ท่าหวือหวา​ที่คุณว่าน่ะมัน​เป็นยังไงหรือ?" ตอนนี้​เขาชักอยากรู้แล้ว​สิว่าทิพย์สุรางค์คิดอย่างไร​กับชาคริตกันแน่ ถึงเธอ​จะบอกว่า​เป็นแค่​เพื่อนเท่านั้น​ก็ตาม

กรนิ่งคิดแล้ว​ตอบว่า "ก็แบบคุณชาคริตไง ​เขาชอบ​เอาดอกไม้สวยๆ​มาฝากคุณหนู บางทีก็​เป็นน้ำหอมแพงๆ​บ้าง ผ้าตัดเสื้อบ้าง ​ถ้าเธอไม่ยอมรับ​เขาก็ทำท่าหวือหวาคุกเข่าเลย​นะ อ้อนวอนให้เธอรับ​เอาไว้ ​ถ้า​เป็นดอกไม้ก็ไม่มีปัญหาหรอก คุณหนูชอบดอกไม้อยู่​แล้ว​ ​แต่​ถ้า​เป็นของอื่นบางทีเธอก็รับ บางทีก็ไม่รับ"

ชายหนุ่มฟังคำบรรยายของเด็กชายแล้ว​ชักรู้สึกปวดหัวใจ​ทั้งๆ​​ที่รู้ว่าไม่มีสิทธิ ​เขาเริ่มคิดว่าหรือลูกของ​เขา​จะมีพ่อเลี้ยงในอีกไม่ช้านี้แล้ว​ ​และ​ถ้า​เป็นเช่นนั้น​ผู้ชายคนนี้​จะรังเกียจลูกของ​เขาหรือไม่

แล้ว​กรก็สนองตอบ​ความอยากรู้ของ​เขา​โดยไม่รู้ตัว ​เมื่อเล่าต่อว่า "คุณน้อยบอกว่าคุณชาคริต​เป็นคนดี ​เขาชอบเด็กด้วย เวลามา​ที่บ้าน​เขาก็​จะอุ้มสิงห์ บางครั้งก็พาสิงห์ออก​ไปข้างนอกด้วยกันสามคน แล้ว​บางทีก็ซื้อของเล่นแพงๆ​ให้ด้วย"

คราวนี้ใจของคริสเดือดปุดๆ​ รู้สึกแค้นใจทิพย์สุรางค์ขึ้น​มาอีก สำหรับ​เขาอย่าว่า​แต่​จะมีโอกาส​ได้อุ้มเด็กชายคนนั้น​เลย​ ​แม้​แต่​จะขอเห็นหน้าสักครั้งเธอยังกีดกัน แล้ว​นี่มันอะไร​กัน? ไหนว่าไม่มีอะไร​​กับนายชาคริตนั่นไม่ใช่หรือ? ​ถ้าไม่มีจริงทำไม​ต้องควงกันออก​ไปเ​ที่ยวข้างนอกด้วยกันสามคน ทำอย่าง​กับว่า​เป็นพ่อแม่ลูกกันอย่างนั้น​แหละ​ ชายหนุ่มคิดอย่างพาลๆ​ หมดอารมณ์อยากรู้​ไปในบัดดล

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3393 Article's Rate 44 votes
ชื่อเรื่อง เวลาที่หายไป --Series
ชื่อตอน เพื่อนเก่า --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ดอยสะเก็ด
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น