นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #36
พลอยพนม
...เคยมีคนพูดว่า...​ "จริงๆ​แล้ว​เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เหมือนจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ ​ที่รวมยังไงก็ไม่ครบทุกชิ้นทุกภาพ ​ใครถือภาพ​ส่วนไหนไว้ ก็...​...

ตอน : เหมือนใจจะขาดรอน

คลิกดูภาพขยาย


เคยมีคนพูดว่า...​

"จริงๆ​แล้ว​เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เหมือนจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ ​ที่รวมยังไงก็ไม่ครบทุกชิ้นทุกภาพ ​ใครถือภาพ​ส่วนไหนไว้ ก็​จะเห็น​แต่ภาพนั้น​ ​ส่วนภาพ​ที่เว้าแหว่งหาย​ไป ก็​ได้​แต่คาดเดา ไม่มีวัน​ที่​ใคร ​จะตอบ​ความจริงของเหตุการณ์วันนั้น​​ได้อย่างแท้จริง"

10.30 น. ของวันนั้น​ ผมนั่งรถตุ๊กตุ๊กของพี่เสริม​ไปวงเวียนใหญ่ บอกข่าวร้าย​กับเตี่ย เฮียเส้ง ​และเจ๊หงส์ แล้ว​ก็ขอลางาน ไม่บอกว่า​จะหยุดกี่วัน ​แต่ก่อนออกจากร้าน เฮียเส้ง​เอาเงินยัดกระเป๋าให้พันหนึ่ง​ ​จะไม่รับก็เกรงใจพี่เสริม ​เพราะเพิ่งรู้จักกันอย่างทุลักทุเล​เมื่อคืนนี้เอง ​แต่แกก็แอ่นอกช่วยแบกทุกข์ของผมอย่างผู้ใจบุญ ตามประสาคนบ้านนอก​ที่ขนครอบครัวมาปักหลักทำกินในเมืองกรุงออกมาให้เห็น ช่วยผมออกตามหาสาวบัวด้วยกัน​ทั้งคืนไม่​ได้หลับนอน รุ่งเช้า​ผม​จะให้แก​ไปส่ง​ที่บ้านสนธิ ก็ไม่ยอม บอกว่าไหน ๆ​ ก็ค้นหากัน​ทั้งคืนแล้ว​ กลางวัน​จะตะลุยค้นหากันอีกสักวัน​จะ​เป็นไร​ไป เรื่อง​ค่าเช่าตุ๊กตุ๊กไม่​ต้องพูดถึง แกจัดการของแก​ได้ ​แต่​ถ้าวันนี้ยังไม่​ได้เบาะแส ก็คง​ต้องยอม ​เพราะตามโรงพยาบาลกระทั่งคลินิกต่าง ๆ​ เราลุยถาม​ไปทั่วมารอบหนึ่ง​แล้ว​ ตั้งแต่เช้า​ หมดค่าน้ำมันรถ​ที่แกออก​ไปเยอะ ​ที่เหลือต่อจากนี้ก็หาเบาะแสกันโรงพักต่าง ๆ​ หรือไม่ก็สถาน​ที่กักขัง ​ซึ่งไม่รู้​เขา​จะให้เราสอบถามรายชื่อผู้​ต้องขัง​ได้หรือเปล่า ​แต่เราก็ตั้งเป้าหมาย​ที่​จะ​ไปค้นหา

ผม​เอาเงินพันบาท​​ที่​ได้มาจากเฮียเส้งยัดใส่กระเป๋าพี่เสริมต่อ บอกว่า ผมง่วงเต็มทีแล้ว​ ของีบหน่อย​ พี่ช่วยจัดการ​เป็นธุระให้ผมด้วย แล้ว​ผมก็หลับฟุบ​กับเบาะรถตุ๊กตุ๊กของพี่เสริม พอตื่นขึ้น​มาอีกที ปรากฏว่าถึงห้องพักของผม​ที่ซอยวัดดงฯ พี่เสริม​ไปหาคีมตัดเหล็กมาตัดลูกกุญแจ แล้ว​บอกให้ผมเข้า​ไปอาบน้ำนอนพักผ่อนเสียก่อน ​เพราะก่อนหน้านี้แก​ได้แวะ​ไปตามโรงพักต่าง ๆ​ มาสองสามแห่ง ​เขา​กำลังวุ่นวายกันอยู่​ สอบถามอะไร​ไม่​ได้​ความ​ทั้งนั้น​ เดี๋ยวช่วงบ่ายแกค่อยมารับอีกที

​เมื่อ​ได้น้ำ​ได้ท่าผมก็รู้สึกสดชื่น ​แต่พอหัน​ไปเห็นเสื้อผ้าของสาวบัว​ซึ่งแขวนอยู่​​ที่ราวตากผ้าหน้าห้องน้ำ น้ำตาของผมก็ไหลรินออกมาก ภาพทารุณกรรมต่อผู้ชุมนุมประท้วง​ที่​ได้พบเห็น​เมื่อตอนหัวรุ่ง​และตอนเช้า​ ทำให้ผมรู้สึกโศกเศร้า​และเคียดแค้นชิงชังอย่างบอกไม่ถูก หลายต่อหลายครั้ง​ที่พี่เสริม​ต้องรีบลากผมออกมาจากเหตุการณ์ ​ที่ผมเกือบบ้าคลั่ง ​เมื่อเห็นเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกรุมทุบตี​ทั้ง ๆ​ ​ที่ไม่มีทางต่อสู้

​และ​เมื่อเห็นเหยื่อเคราะห์ร้ายรายไหน​เป็นผู้หญิง ผม​จะพุ่งปราด​ไปทันที ปากก็​จะตะโกนห้าม ​แต่ไร้ผล ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย​ สิ่ง​ที่ผมเห็นอยู่​ตรงหน้ามัน​เป็นสัญชาตญาณแห่ง​ความบ้าคลั่งยิ่งกว่าสัตว์ป่า หรือยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ไม่รู้พวก​เขาพก​ความเคียดแค้นชิงชังติดมา​แต่ชาติปางไหน ​เพราะ​แม้​แต่ร่างมนุษย์​ที่ไร้วิญญาณ​เขาก็ไม่ละเว้น ตอกด้วยลิ่ม ตีด้วยไม้ ทุบด้วยเก้าอี้ เหยีบใบหน้าด้วยฝ่าเท้า บริภาษด่าทอเหมือนไม่ใช่มนุษย์​ที่มีเคยมีชีวิตอยู่​ร่วมโลกเดียวกัน

บางคนวิ่งเข้า​ไปกระทืบใบหน้าของผู้​ที่นอนหงายหลับตาสิ้นลมหายใจ ทั่ว​ทั้งร่างกายมี​แต่รอยแผลเหวอะหวะจากการถูกทารุณกรรม แถมมีล้อรถยนต์สุมไฟทับอยู่​​เป็นพะเนิน สายตาของผู้คน​ที่ยืนมุงดูอยู่​รอบด้าน ก็ดูเหมือน​จะฉายแววแห่ง​ความพึงพอใจอย่างผิดมนุษย์มนา

"คุณ ๆ​ ถอยออกมา ถอยออกมา"

พี่เสริม​จะคอยให้สติผมอยู่​เสมอ ตั้งแต่พอแรกเริ่ม​ที่มีเสียงปืน​และเสียงระเบิดดังถี่ขึ้น​ เราสองคน​ซึ่งรอจังหวะ​ที่​จะหาโอกาสแทรกซึมเข้า​ไปในธรรมศาสตร์อยู่​ตลอด ก็จ้องมองหนทางดังว่านั้น​อยู่​ทุกขณะจิต ​เพราะก่อนหน้านี้ประตูทางเข้าทุกแห่งปิดตาย ตามรั้วตามช่องต่าง ๆ​ ​ที่พอ​จะลอดเข้า​ไป​ได้ ก็มีคนคอยเฝ้าระวังอย่างเต็ม​ที่- -​ทั้งสองฝ่าย

​แต่ครั้น​เมื่อรถเมล์พุ่งชนรั้วจนพัง ฝูงชนก็เฮตามเข้า​ไป พวกตำรวจถือปืนวิ่งหลังค้อม บ้างก็หมอบคลาน ราว​กับว่าภายในกำแพงธรรมศาสตร์มีศัตรูถือปืนจ้อง​จะ​เอาชีวิตอยู่​ ​ทั้ง​ที่​แต่ละคน​ซึ่งติดอยู่​ในวงล้อมข้างในล้วนมีแค่สองมือเปล่า

เราสองคน​ได้โอกาสก็วิ่งตามพวก​เขาเข้า​ไปด้วย ​แต่จุดมุ่งหมายคนละทาง...​

พวก​เขามุ่งเข้า​ไปเข่นฆ่า ​แต่เราเข้า​ไปค้นหา​และช่วยเหลือ หลังจาก​ที่เดินหากันข้างนอกจนทั่วหมดแล้ว​ ​และเชื่อว่าคนอย่างสาวบัวคง​ต้องหาวิธีการ​ที่​จะเข้า​ไปอยู่​ในรั้วกำแพงธรรมศาสตร์​ได้แล้ว​จน​ได้ ​เพราะหล่อนเข้าใจผิดคิดว่าผมติดอยู่​ข้างใน

​ที่ผมมั่นใจอย่างนี้ ก็​เพราะช่วงดึก ผมเหลือบ​ไปเห็น​เพื่อผมคนหนึ่ง​​ซึ่ง​เป็นเด็กรามฯผลุบ ๆ​ โผล่ ๆ​ อยู่​ด้านนอกบ่อย ๆ​ ผมคิดว่า​เขาอาจ​จะออกมาหาข่าว หรือคุ้มกัน​ใครบางคนให้หลบหนี ​แต่ผมไม่​ได้มุ่ง​ไปทักทาย​เขา ​เพราะคิดว่า​เขาคงไม่​ต้องการให้ผมทำอย่างนั้น​...​

ใน​เมื่อ​เพื่อนผมมุดลอดออกมา​ได้ ไหนเลย​ก่อนหน้านี้สาวบัวของผม​จะหาช่องทางมุดลอดเข้า​ไปไม่​ได้...​

ยิ่งคิดผมก็ยิ่งคับแค้นใจ

ตลอด​ทั้งคืนผม​กับพี่เสริม​ซึ่ง​เอารถตุ๊กตุ๊ก​ที่​ใช้ทำมาหากินของแกจอดทิ้งไว้เสียไกล แล้ว​ออกเดินค้นหากัน​ไปในหมู่ฝูงชนด้านนอก ​ทั้งเหนื่อย​ทั้งเพลีย กระทั่งซื้อน้ำเปล่าดื่มกินกันเหมือนเทราด เสื้อผ้าเปียกชุ่ม​ไปด้วยเหงื่อ ขาหนีบสองข้างของผมถลอกปอกเปิด ปวดแสบปวดร้อนจนมันหาย​ไปเอง ​แต่​เมื่อกลับมาโดนสบู่​ที่ผมฟอกถูตอนอาบน้ำชำระร่างกาย​เมื่อสักครู่ มันก็กลับมาปวดแสบปวดร้อนขึ้น​มาอีกครั้งอย่างทรมาน

อาบน้ำเสร็จผมเดิน​ไป​ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หยอดเหรียญโทร.​ไปหาสนธิ​ที่ธนาคารของมัน ทางปลายสายบอกว่า สนธิออก​ไปส่งเอกสารตามภาระหน้า​ที่ ให้ผมสั่ง​ความไว้​ได้ไหม

"โอเค ครับ​" ผมตอบ​ไปตามสาย "บอก​เขาว่า ​เพื่อนชื่อนุ้ยโทร.มาหานะครับ​ ขอบคุณครับ​"


14.00 น. แดดกรุงเทพฯแผดจ้าจนแสบตา ผนวก​กับอากาศ​ที่ร้อนเร่าเหมือนอยู่​ในกองเพลิง พี่เสริมขับรถเก๋งสีเทา ภายในติดแอร์เสียเรี่ยม มาจอดรับผม​ที่หน้าหอพัก

"ยืมรถน้องเขย" พี่เสริมบอกทันที​ที่ผมเปิดประตูรถเข้า​ไปนั่งด้านหน้าคู่​กับแก "อ้ายตุ๊กตุ๊กคู่ชีพคันนั้น​ให้มันหยุดพักสักหน่อย​"

"ตกลงวันนี้มายุ่ง​กับเรื่อง​ของผมจนไม่​ได้ทำมาหากิน" ผมพูดออก​ไปอย่างไม่สบายใจนัก

"เลิกคิดเหลวไหลซะ- -ไอ้น้องชาย" แกพูด​โดยไม่หันมามองผม "​ไปแจ้ง​ความบัตรหายเสียก่อนดีไหม? ​จะ​ได้มีหลักฐานว่าไม่​ได้​เป็นคนญวน"

ผมพลอยหัวเราะตามมุขของพี่เสริม​ไปด้วย ​แต่ก็​เป็นหัวเราะ​ที่ฝืนเต็มที

"ดีเหมือนกัน-พี่ ผมยิ่งไม่ค่อยสบายใจอยู่​ด้วย เกิดฟิวขาดขึ้น​มาแล้ว​​จะยุ่ง"

​ซึ่งก็​เป็นเรื่อง​จริง ​คือ หลังจากพวกตำรวจ​ได้ต้อนนักศึกษา​และประชาชน​ที่ถอดเสื้อผ้านอนคว่ำหน้าอยู่​บนพื้นให้ขึ้น​รถเมล์ออกจากหน้าธรรมศาสตร์​ไปแล้ว​ พวก​เขา​แต่ละตัวดุยิ่งกว่าหมาอัลเซเชียน ถามอะไร​สักคำก็​ทั้งตะคอก​และตวาดเหมือน​กับเราไม่ใช่คน อีก​ทั้งพยายาม​จะจับเรายัดคุกลูกเดียว หาว่าผมโกหก ​เพราะไม่กล้า​ไปแจ้ง​ความ ​ทั้ง​ที่ผมบอกว่ายังไม่มีเวลา ​เพราะ​กำลังตามหาบุคคลคนสูญหายกันอยู่​

"อย่าลืม​ไปแจ้ง​ความเสีย" นายดาบแก่ ๆ​ หนึ่ง​เดียว​ที่อุตส่าห์มีน้ำใจร้องสั่ง​กับผม​เป็นคนสุดท้าย ก่อน​ที่ผม​จะให้พี่เสริม พา​ไปธุระ​ที่วงเวียนใหญ่



ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ​ที่ผมนั่งกางอ่านบนรถเก๋ง​ซึ่งพี่เสริม​กำลังขับมุ่งหน้า​ไปทางถนนพรานนก ทำให้ผมรู้สึกหดหู่ใจอีกครั้ง...​ ​เพราะทุกครั้ง​ที่มีเสียง "เฮ...​ เฮ.. ​เอามันให้ตาย" ตอน​ที่รั้วธรรมศาสตร์ถูกรถเมล์พุ่งชน​และฝูงชนด้านนอกกรูตามกันเข้า​ไป ผม​เป็น​ต้องวิ่งเบียดเสียดเข้า​ไปดู ​และ​ต้องถอยออกมาด้วยแรงกระชากของพี่เสริม ​พร้อม​กับเสียงร้องเตือนสติ​ที่แกกรอกลง​ไปในหู ให้​ได้ยินเฉพาะผม "ผู้ชายครับ​คุณ ผู้ชาย...​ ผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง" ​ซึ่งผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่า ​ถ้าภาพของบุคคล​ที่ถูกกระทำย่ำยีเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานเบื้องหน้านั้น​​เป็นผู้หญิง ​และ​โดยเฉพาะผู้หญิง​ที่ชื่อสาวบัว พี่เสริม​จะกระชากผมไหวไหม แล้ว​ผม​จะมีโอกาสมีชีวิตรอกมาจนถึงวันนี้หรือเปล่า?

จึง​เป็นอันว่าวันนั้น​เรา​ต้องคว้าน้ำเหลวในการค้นหารายชื่อผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มเติม ​เพราะบางแห่งก็ปฏิเสธ ​โดยให้เหตุผลว่ายังไม่​พร้อม รายชื่อยังไม่​ได้รับการตรวจสอบยืนยัน รวม​ทั้งรายชื่อผู้​ต้องขัง​ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนก็เช่นเดียวกัน ราวสิบแปดนาฬิกา หลังจากเราเ​ที่ยวค้นหารายชื่อผู้​ได้รับบาดเจ็บตามโรงพยาบาลต่าง ๆ​ อีกรอบ ​และพบว่าไม่มีรายชื่อสาวบัว หรือมีภาพถ่ายติดอยู่​ ผมก็ให้พี่เสริมขับรถ​ไปส่งผม​ที่บ้านสนธิในซอยวัดท่า​พระ ฃ

​เมื่อรถจอดสนิทพี่เสริมก็​เอาเงินหนึ่ง​พันบาท​นั้น​ยัดกลับคืนผมอีก

"บัตรประชาชนคุณหาย ​ใช้ใบแจ้ง​ความ​เป็นหลักฐานไม่รู้​จะถอนเงินธนาคาร​ได้หรือเปล่า ​เพื่อ​ความไม่ประมาทผมให้คุณยืมเงินจำนวนนี้​ไปก่อน"

พูดจบแกก็ไล่ผมลงจากรถ ​พร้อม​กับหัน​ไปมองหน้าบ้านสนธิ-​เพื่อนผม คง​เพื่อ​ต้องการจดจำสำหรับวันหน้าวันหลัง ​ซึ่งผมเองก็ไม่​ได้ทำเล่นตัว รีบยกมือไหว้ ​และพูดว่า

"หลังจากนี้อีกสักอาทิตย์ ​ถ้าผมไม่อยู่​กรุงเทพฯ ผม​จะฝากเงินคืนพี่ไว้​กับเฮียเส้ง​ที่วงเวียนใหญ่ พี่แวะ​ไป​เอา​ได้เลย​"

พี่เสริมยิ้ม ก่อนพยักหน้า​และกระพุ่มมือรับไหว้

"โอเค...​ แล้ว​พบกันใหม่"

ผมไม่รู้ว่า พี่เสริม เตี่ย เฮียเส้ง เจ๊หงส์ ​และอาโกเจ้าของร้านชำในซอยวัดดงฯ มิตรใหม่​ที่เพิ่งพบในกรุงเทพฯเ​ที่ยวนี้ ​จะ​เป็นมนุษย์ประหลาดพันธุ์ไหน รู้​แต่เพียงว่า​เป็นพันธุ์​ที่ค่อนข้างหายาก ​ถ้าปราศจากบุคคลสามสี่คนนี้ ไม่แน่--อาจบาง​ที่ผมคงกระโดดแม่น้ำเจ้า​พระยาปลิดชีพตนเอง​ไปเสียแล้ว​ก็​ได้

วันสุดท้ายก่อน​ที่ผม​จะตัดสินใจเลิกล้มการค้นหาเบาะแสการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของสาวบัว ผม​ได้มาหยุดยืนเหม่อมองสายน้ำเจ้า​พระยา​ที่ไหลล่องลงมาจากทางเหนืออยู่​บนสะพาน​พระพุทธยอดฟ้าในยามพลบค่ำครู่หนึ่ง​ คน​ที่ไม่เคยพานพบ​กับการสูญเสียเหมือนอย่างผม ไหนเลย​​จะรู้ซึ้งถึงรสชาติแห่งการสูญเสียนั้น​ เช่นเดียว​กับคน​ที่ไม่​ได้พานพบ​กับการสูญเสียบุตรหลาน​และญาติมิตรในวันปิดล้อมสังหารหมู่อย่างไร้มนุษยธรรม ​เมื่อวัน​ที่ 6 ตุลาคม 2519 ไหนเลย​​จะรู้ว่าการสูญเสีย​และถูกกระทำย่ำยีราว​กับไม่ใช่มนุษย์ด้วยกันในครั้งนั้น​ มัน​จะสร้าง​ความเจ็บปวดให้​กับจิตใจอย่างโหดร้ายทารุณแค่ไหน

ครั้งหนึ่ง​...​บนโขดหินริมธารน้ำ​ที่กลางป่าดง​เขายา ผมเคยบอก​กับสาวบัวว่า ชีวิต​และสังขารคนเราก็เหมือนสายน้ำ ไหล​ไปแล้ว​ไม่ไหลคืน วันเวลาล่วงเลย​เหมือนสายน้ำ​ที่ไหลเชี่ยวมาจากเทือก​เขาทางเหนือ ไหลล่องลงสู่แม่น้ำ​และทะเลทางใต้ ชีวิตเราก็มี​แต่​จะล่วงวัย​ไปตามนั้น​...​ เฉกเช่นสายน้ำ ​และผมก็ให้สัตย์สาบาน​กับหล่อนว่า ถึงอย่างไรผมก็​จะอยู่​ดูแลช่วยเหลือหล่อน​ไปจนวันตาย

อนิจจา คำมั่นสัญญา...​ ต่อ​แต่นี้ผม​จะบอกลุงทอง​กับป้าพัว​และหญิงหมอนว่าอย่างไร ลูกสาว-พี่สาวของพวก​เขา​ทั้งคน ผมกลับมิอาจปกป้องชีวิตของหล่อนไว้ไม่​ได้

มันช่างแสนเจ็บปวด!

เช่นเดียว​กับทุกครั้ง​ที่ผมย่างเท้าลงบนถนนสายนี้ ผมก็​จะพบ​แต่​ความเจ็บปวด

ในอดีต​ที่ร่ำเรียนอยู่​ใน วค. ​ถ้าผมคิดมุ่ง​เอา​แต่เรียน ​และ​ใช้ชีวิตแบบคนเห็นแก่ตัวสักนิด ป่านนี้ผมก็มีโอกาสคง​ได้​เป็นครู​ไปแล้ว​

​และเย็นวันนั้น​ ​ถ้าผมอย่าคิดขุ่นแค้นภิกษุหุ่นเชิด--ชื่อ​พระถนอม ไหนเลย​​จะออก​ไปร่วม​กับ​เขา ​และป่านนี้หญิงหม้ายผู้​ซึ่งผมรักดั่งดวงใจก็คงไม่​ต้องมาหายสาบสูญ​ไปจนกระทั่งบัดนี้...​


ธูปสามดอก เทียนหนึ่ง​เล่ม ​และดอกบานบุรีสามดอก​ซึ่ง​เป็นดอกไม้​ที่สาวบัวบอกผมว่า ’บัวชอบ’ ผมมัดรวบเข้าด้วยกันด้วยสายยาง ​และยกขึ้น​อธิษฐานเหนือศีรษะ ก่อน​จะค่อย ๆ​ ปล่อยให้ร่วงหลุดจากมือพุ่งดิ่งลง​ไปในแม่น้ำเจ้า​พระยา ​เพื่อ​จะบอกให้หล่อน​ได้รู้ว่า ผมยังไม่ลืม ‘สายน้ำไหล​ไปแล้ว​ไม่หวนคืน’

อีกไม่นานเราคง​ได้พบกัน​ที่นั่น...​

​ที่​ที่สายน้ำทุกสายไหล​ไปบรรจบกัน-นิรันดร์

-สวัสดีครับ​-

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3384 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน เหมือนใจจะขาดรอน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น