นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #35
พลอยพนม
...ด้วยประสบการณ์จากการชุมนุมขับไล่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช​เมื่อปีก่อน ทำให้ผมนึกสังหรณ์ใจว่า การชุมนุมของนักศึกษา​และประชาชน...​...

ตอน : คืนสูญเสีย

คลิกดูภาพขยาย

ด้วยประสบการณ์จากการชุมนุมขับไล่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช​เมื่อปีก่อน ทำให้ผมนึกสังหรณ์ใจว่า การชุมนุมของนักศึกษา​และประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คืนนี้ ท่าทาง​จะไม่ราบรื่นเสียแล้ว​ การกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล​และบุคคล​ที่เกี่ยวข้องบนเวที​เป็น​ไปอย่างดุเดือด ในขณะ​ที่รอบรั้วมหาวิทยาลัยด้านอก เสียงระเบิดพลาสติก เสียงตะโกนโต้ตอบดังขึ้น​​เป็นระยะ ๆ​

"ไอ้คอมมิวนิสต์ ไอ้พวกขายชาติ กู​จะฆ่าพวกมึง​เอาเลือดมาล้างตีน...​ เห้...​ เห้...​"

เสียงโห่ร้องตะโกนยั่วยุจากคนข้างนอกดังลั่น โปสเตอร์ต่อต้าน​พระถนอม​และแผ่นป้ายประณามการกระทำของเจ้าหน้า​ที่รัฐตาม​ที่ต่าง ๆ​ ​ที่นักศึกษานำ​ไปติดไว้ถูกรื้อทำลาย ​และนำ​ไปเผาไฟข้าง ๆ​ กำแพงรั้ว ผู้​ที่อยู่​ใกล้เวทีปราศรัยในธรรมศาสตร์อาจ​จะไม่​ได้ยิน​และไม่​ได้สัมผัส​กับสิ่งนั้น​ ​เพราะโดนกลบด้วยเสียงปราศรัยบนเวที ​แต่ผม​ซึ่งเดินวน​ไปรอบ ๆ​ บริเวณ​ที่ชุมนุม​เพื่อสำรวจทางหนีทีไล่​ได้​ไปพบเห็นมาหมด ​เมื่อมองลอดรั้วออก​ไปทางฝั่งสนามหลวง ท่ามกลางแสงไฟ​ที่ส่องสว่างดุจกลางวัน ผมเห็นผู้คนทยอยมาสมทบ​กับผู้​ที่​กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่​ก่อนมากขึ้น​ บนถนนติด​กับรั้วธรรมศาสตร์ใกล้ ๆ​ ​กับกองไฟ​ที่คนพวกนั้น​ก่อขึ้น​ มีรถเก๋งตราโล่จอดอยู่​สองสามคัน

มัน​เอาแน่!

ผมนึกในใจ แล้ว​ผมก็เดินลัดเลาะ​ไปด้านหลัง กะ​จะเดิน​ไปหาทางออกแถวนั้น​ ​แต่ครั้น​ไปถึงก็เห็นประตูปิด ด้านนอกมีเด็กวัยรุ่น​แต่งตัวคล้ายนักศึกษายืนออกันแน่น​ไปหมด

ผมเริ่มใจเสีย พวก​เพื่อน ๆ​ ​ที่​ไปชักชวนผมมาก็ไม่เจอหน้าค่าตา​ใครสักคน ​แต่ก็คิดในใจว่าพวก​เขาคงมีภาระหน้า​ที่อะไร​สักอย่าง ผมไม่มี​ส่วนเกี่ยวข้อง​กับภาระหน้า​ที่เหล่านั้น​ควรกลับบ้านดีกว่า

​แต่​จะออกทางไหน? แรกมาถึง​ที่ชุมนุมยังไม่มืด พอจับทิศทางถูกบ้าง ​แต่ตอนนี้ปาเข้า​ไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว​ เดินวน​ไปรอบ ๆ​ หลายเ​ที่ยวก็ชักหลงทิศ ​เพราะผมไม่เคยเหยียบรั้วธรรมศาสตร์มาก่อน ครั้งนี้​เป็นครั้งแรก...​

แม่น้ำเจ้า​พระยา!

ใช่...​ แม่น้ำเจ้า​พระยา ผมนึกออกแล้ว​ ทางฝั่งตรงข้าม​กับธรรมศาสตร์ ​คือท่าเรือพรานนก ในยามค่ำคืนผม​กับสาวบัวเคยออกมานั่งมองแสงสีฝั่ง​พระนครด้วย​ความชื่นชมอยู่​บ่อย ๆ​ ผม​จะ​ต้องเดิน​ไปตั้งหลักทางนั้น​ ​และใน​ที่สุดผมก็เดิน​ไปถึงท่าน้ำริมแม่น้ำเจ้า​พระยา มองเห็นท่าน้ำพรานนกฝั่งธนบุรีอยู่​ในเงามืดเยื้องห่างออก​ไปทางซ้ายมือ ​เมื่อเลี้ยวซ้ายเลียบริมฝั่งแม่น้ำ​ไปบนสะพายไม้กระดานแคบ ๆ​ ​และต่อกัน​เป็นทอด ๆ​ ประมาณหนึ่ง​ร้อยเมตร ก็ถึงท่าเทียบเรือ ​ซึ่งเงียบเหงาเหมือนบ้านร้าง มองลง​ไปริมแม่น้ำ เรือเล็ก ๆ​ สองสามลำถูกล่ามติดอยู่​​กับเสาหลักริมฝั่งโคลงเคลง​ไปมาตามแรงคลื่น​ที่เกิดจากเรือเร็วลำหนึ่ง​แล่นผ่าน​ไป

ผมเดินขึ้น​มาจากท่าเทียบเรือมาถึงด้านนอก ​ซึ่ง​เป็นหัวมุมตึกท่า​พระจันทร์ ผมก็​ได้พบ​กับกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง​ ​เป็นพวกต่อต้านนักศึกษา มีอยู่​ประมาณ 7-8 คน ​เมื่อพวก​เขาเห็นผมเดินโผล่ออก​ไป ​ใครคนหนึ่ง​ในกลุ่มนั้น​ก็ตะโกนถาม

"เฮ้ย- -แก​จะ​ไปไหน"

"กลับบ้าน" ผมร้องตอบ

"เดี๋ยว ! หยุดก่อน" ว่าแล้ว​ก็กรูกันมา​ที่ผมสามสี่คน ชายคนหนึ่ง​ยึดชายเสื้อผมไว้ แล้ว​ออกคำสั่งด้วยสุ้มเสียง​ที่ดุดันให้ผมยืนเฉย ๆ​ ​และบอกให้ชูมือ​ทั้งสองข้างขึ้น​เหนือศีรษะ คน​ที่ตามมาทีหลังสองคนก็ลงมือตรวจค้นตัวผม

พวก​เขาช่วยกันค้นหาวัตถุ​ต้องสงสัยด้วยการลูบคลำตั้งแต่ข้อเท้า ไล่ขึ้น​มาถึงสะเอว ผลักไหล่ให้ผมหมุนตัวหันซ้ายหันขวาอย่างหยาบคาย...​

"นักศึกษา​ที่นี่หรือเปล่าวะ-มึง" ไอ้คน​ที่ล้วงกระเป๋าสตางค์ของผมออกมาตรวจค้นหาบัตรประจำตัวกระชากเสียงข่มขู่

"ไม่" ผมสั่นหัว

"ไม่แล้ว​เสือกมา​ที่นี่ทำไม ไสหัว​ไป"

ผมมอง​ไป​ที่กระเป๋าสตางค์ของผม​ที่อยู่​ในมือของ​เขา

"ขอกระเป๋าผมคืน"

"ไอ้สัตว์ ​ไปให้ห่างตีนกูเลย​"

"​เอากระเป๋าผมคืนมาก่อน ผมไม่มีค่ารถ"

"อ๋อ--" ชายคนนั้น​สะแยะเขี้ยว "​จะขอค่ารถเรอะ ​ได้ซี้- -นี้แน่ะ...​"

หมัด​ที่กำแน่นไม่รั่วลมของ​เขา​ที่ปล่อยออกมาช่างแม่นเหลือเกิน ตรงเข้าปลายคางของผม​พอดี

โป้งเดียวจอดครับ​...​ !

พอฟื้นขึ้น​มาก็รู้สึกมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยเข้าจมูกจนแทบสำลัก ​เพราะมันลากผม​ไปกองไว้ข้างถังขยะสกปรก​ที่ล้มคว่ำติดอยู่​​กับกำแพงธรรมศาสตร์ด้านนอกนั่นเอง

เวลาผ่าน​ไปสักครู่สติ​ความจำของผมก็ค่อย ๆ​ กลับคืน ผมคลำหากระเป๋าสตางค์​ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง...​ ไม่เจอ มันหาย​ไปแล้ว​ พวกห่าเหวพวกนั้น​ก็หาย​ไปด้วย ​แต่มีตำรวจ 2 นายเดินทื่อเข้ามา

"มาทำอะไร​แถวนี้" ตำรวจนายหนึ่ง​ถามขณะผมยันกายลุกขึ้น​นั่ง

"ผมถูกทำร้าย" ผมบอกพวก​เขา

"อ้อ- - สมควรตาย"

แล้ว​ตำรวจ​ทั้งสองนายนั้น​ก็เดินจาก​ไป คล้าย​กับว่า​ความเดือดร้อนของผม​ซึ่งพวก​เขา​ต้องมีหน้า​ที่รับผิดชอบ ไม่ใช่เรื่อง​สลักสำคัญ​แต่อย่างใด

​ความเคียดแค้น​และ​ความวิตกกังวลเทประดังเข้าสู่จิตใจผม ใจหนึ่ง​อยาก​จะวกกลับเข้า​ไปในธรรมศาสตร์อีกครั้ง ​แต่อีกใจหนึ่ง​ก็รู้สึก​เป็นห่วงสาวบัว ป่านนี้คงคอยแย่แล้ว​ ค่ารถก็ไม่มี แล้ว​กู​จะทำยังไงเล่าวะ...​?

ภายในสมองรู้สึกมึนงง คล้าย​กับเพิ่งโดนหมัดเสยปลายคางเข้า​ไปอีกรอบ

เดินซิวะ สองตีนนี่ไง มันเคยดั้นด้นบุกป่าฝ่าดง​เขายามาแล้ว​ ให้มันเดินฝ่าดงกรุงเทพฯเสียสักครั้ง​จะ​เป็นไร​ไป

หลังจากนึกทบทวนหนทาง​ไปมาอยู่​ครู่หนึ่ง​ผมก็ตัดสินใจออกเดิน ​และเดินเลียบซีกกำแพงวัดมหาธาตุฯทะลุออกหน้าสนามหลวงเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าธรรมศาสตร์ ผ่านพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ มุ่งหน้า​ไปสะพาน​พระปิ่นเกล้า ขณะเดินผ่านผู้คน​ที่ยกพวกกันมาต่อต้านนักศึกษาในรั้วโดมแน่นขนัดอยู่​ด้านนอก ก็ไม่มี​ใครหันมาสนใจผม ​เพราะคงคิดว่าผม​เป็นพวกเดียว​กับ​เขา

​เมื่อเดินอยู่​บนสะพาน​พระปิ่นเกล้า ก็มีรถสายตรวจคันหนึ่ง​แล่นแซงขึ้น​​ไปด้านหน้า ​และมีแสงไฟฉายส่องมา​ที่ใบหน้าของผม...​ ก่อน​ที่รถคันนั้น​​จะแล่นผ่านเลย​​ไป

"แท็กซี่ไหมพี่" ชายขับรถแท็กซี่ผู้ยืนเช็ดกระจกรถของ​เขาอยู่​ริมถนนเลย​ตีนสะพานฯมาสักประมาณ 200 เมตร ร้องถาม ​เมื่อผมเดินผ่าน​ไปใกล้

ผมโบกมือปฏิเสธ ​และบอกว่าเดิน​ไปใกล้ ๆ​ แค่นี้เองพี่ ​ทั้ง​ที่​ความจริงมันยังเหลือระยะทางอีกตั้งไกล ​เพราะ​เมื่อผ่านมาถึงแถวนี้ผมก็พอ​จะจดจำสถาน​ที่ต่าง ๆ​ ​ได้บ้างแล้ว​ ผมจึงเดินต่อ​ไป​โดยไม่​ต้องเดาสุ่ม ถึงทางแยกเลี้ยวเข้าสู่ถนนอรุณอัมรินทร์ รถตุ๊กตุ๊กคนหนึ่ง​ก็แล่นมาจอดข้าง ๆ​ ฟุตบาท​​ที่ผม​กำลังก้าวเดินอยู่​ เสียงท่อไอเสียรัวตุ๊ก ๆ​ เหมือนใจผมเต้นรัว ​และปวดหนึบ ๆ​ ​ที่ต้นคอ ​เพราะพิษหมัดไม่รั่วลมของไอ้ถ่อยสถุลพวกนั้น​

คนขับตุ๊กตุ๊กคันนั้น​ชะโงกหน้ามาถามว่า​ไปไหน?

"​ไปซอยวัดดง" ผมตอบ

"โหพี่ อีกตั้งไกล พี่เคย​ไปหรือเปล่า?"

"ห้องเช่าของผมอยู่​​ที่นั่น"

"อ้าว- -แล้ว​พี่มาจากไหน ทำไมถึงเดินมาล่ะ?"

"ผมมาจากสนามหลวง ​พอดีกระเป๋าสตางค์หล่นหาย"

ผมบอก​ความจริง​ไปครึ่งเดียว ​คือมาจากสนามหลวงจริง ​เพราะผมเดินผ่านมาทางนั้น​ ​แต่เรื่อง​อื่น ๆ​ จำ​ต้องกั๊กไว้ ​เพราะไม่อาจไว้ใจคนแปลกหน้า...​ จนใน​ที่สุด​เขาก็ชวนให้ผม​โดยสาร​ไป​กับรถตุ๊กตุ๊กของ​เขา

"เดี๋ยว​ไปเก็บเงินปลายทาง​กับแฟนพี่ก็​ได้" ​เขาให้เหตุผล ผมจึงก้าวขึ้น​​ไปนั่งบนเบาะรถคันนั้น​ คิดในใจว่าเงินแค่ 30 บาท​ ​เมื่อ​ไปถึงสาวบัวก็คงหมดปัญหา ​แต่ให้ตายเถอะ พอรถตุ๊กตุ๊กคันนั้น​เลี้ยวเข้า​ไปในซอย ​และจอดลงตรงหน้าห้องพักของผมตาม​ที่ผมบอก หัวใจของผมเหมือน​จะหล่น​ไปอยู่​​ที่หัวแม่เท้าด้วย​ความตกใจ

ประตูห้องพักหลังนั้น​ปิดงับกุญแจ! แสดงว่าไม่มี​ใครอยู่​ข้างใน

"ห้องพักของคุณจริงหรือเปล่า?" ชายขับรกตุ๊กตุ๊กทำเสียงไม่พอใจ

"ผม​จะโกหกคุณ​ไปทำไม" ผมว่า

"แล้ว​ไหนล่ะแฟนคุณ?"

ชายคนนั้น​กระชากเสียงจนผมรู้สึกน้อยใจ ตอน​ที่เชิญผมให้ขึ้น​รถ​เขาพูดจาอ่อนน้อม ​แต่ครั้นผิดหวัง วาจากลับเปลี่ยน​เป็นคนละคน

"อย่าบอกนะว่า คุณเธอออก​ไปหาตังค์" ​เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะเยาะ

"นี่คุณ- -" ผมชักเลือดขึ้น​หน้า "​จะพูดจาอะไร​ควรให้เกียรติผู้อื่น​เขาบ้าง อย่ามองคนอื่นต่ำเกิน​ไป ​ทั้งผม​และแฟนมีงานมีการทำ ​และเราก็พักกันอยู่​​ที่นี่จริง ๆ​ ​แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเธอออก​ไปไหน ​เพราะตอน​ที่ผมออก​ไปเธออยู่​​ที่นี่...​ ​เอาอย่างนี้ก็แล้ว​กัน คุณคงจำบ้านหลังนี้​ได้ พรุ่งนี้สาย ๆ​ คุณมาเก็บเงิน​ได้เลย​ ​แม้ผม​จะออก​ไปทำงาน​แต่ผม​จะฝากเงินค่ารถของคุณไว้​กับเจ๊บ้านนี้"

ผมชี้​ไป​ที่ห้องแถว​ที่อยู่​ติดกัน ​ซึ่งกลางวัน​จะเปิดขายของชำเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​

"ผมคงไม่เสียเวลา​และเสียค่าน้ำมันฟรีอีกรอบหนึ่ง​หรอก"

ชายคนนั้น​พูดแล้ว​ทำท่า​จะสอดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์​เพื่อนำรถของ​เขาจาก​ไป ​แต่สุดท้าย​เขาก็ชะงัก ​เมื่อไฟฟ้าภายในร้านชำหลังนั้น​สว่างขึ้น​ ​พร้อม​กับประตูเหล็กด้านหน้าถูกแยกถ่างออกพอให้คน​ที่อยู่​ข้างในเดินลอดออกมา​ได้

"อะไร​กันละคุณ" อาโก แฟนของเจ๊เจ้าของร้านชำนั่นเอง เดินตรงเข้ามาถาม

"ผมอาศัยรถ​เขามาครับ​ ว่า​จะให้มาเก็บตังค์​ที่แฟน ​แต่บ้านใส่กุญแจไม่รู้​เขาออก​ไปไหน?"

"อ้าว! แล้ว​ไม่เจอกันหรอกรึ?" อาโกส่งเสียงร้องขึ้น​อย่างตกใจ "​เขานั่งฟังข่าววิทยุยานเกราะอยู่​​กับพวกผม​ที่นี่ สักพักก็บอกว่า​เป็นห่วงคุณ ​จะ​ไปตามให้กลับมา"

คราวนี้ชายขับรถตุ๊กตุ๊ก​ที่นั่งฟังผม​กับอาโกถามไถ่กันอยู่​บนรถ ก็ลุกเดินกลับมายกมือไหว้ขอโทษผม

"ตอนแรกผมคิดว่าถูกคุณต้ม" ​เขาว่า "จริง ๆ​ นะครับ​ คนกรุงเทพฯเชื่อใจยาก ​ถ้าคุณบอก​ความจริงผมเสีย​แต่แรก ​คือ...​ ผมหมายถึงว่าคุณกลับมาจากม็อบ...​ เอ่อ...​ ​เพราะผมก็เกลียดถนอม-ประภาสเหมือนกัน"


*************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3383 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน คืนสูญเสีย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-18077 ], [85.1.10.117]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ก.พ. ๒๕๕๔, ๑๗.๕๗ น.

โอ ​​ได้อ่านแค่ครึ่งตอน ใจ​​จะขาด สงสารไข่นุ้ย ​​และ​​เป็นห่วงสาวบัวเหลือเกินค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-18078 ], [110.49.205.238]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ก.พ. ๒๕๕๔, ๑๘.๒๔ น.

คุณมี​​ความรู้สึกตรง​​กับหัวข้อเรื่อง​​ตอนใหม่

"เหมือนใจ​​จะขาดรอน"

​​เป็นชื่อตอนใหม่ของนิยายรักเศร้าเรื่อง​​นี้ครับ​​

โปรดติดตามต่อ​​ไปนะครับ​​

ขอบคุณมาก ๆ​​ ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นกหัวขวาน [C-18080 ], [125.24.95.163]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ก.พ. ๒๕๕๔, ๑๑.๑๗ น.

เห็นท่าว่า...​​สาวบัว
​​จะ​​ได้แฟนซ้ายยยยยยจัด

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น