นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #34
พลอยพนม
...กรุงเทพฯ ​กับการเดินทางเข้ามารอบ​ที่ 2 ​เพื่อ​ต้องการมาศึกษาหา​ความรู้ ควบคู่​ไป​กับการทำงานของผม​กับสาวบัว มองผิวเผินก็เหมือนทุกอย่างในกรุงเทพฯยังปรกติ...

ตอน : ปิศาจร่ายมนตร์

คลิกดูภาพขยาย

กรุงเทพฯ ​กับการเดินทางเข้ามารอบ​ที่ 2 ​เพื่อ​ต้องการมาศึกษาหา​ความรู้ ควบคู่​ไป​กับการทำงานของผม​กับสาวบัว มองผิวเผินก็เหมือนทุกอย่างในกรุงเทพฯยังคงปรกติ การสัญจรในเมืองหลวงทุกโมงยามยังคง​เป็น​ไปด้วย​ความเร่งรีบ รถรา​และผู้คนยังจอแจเนืองแน่น ​แม้ผม​จะไม่ชอบเ​ที่ยวกลางคืน ​แต่ผมก็รู้ว่าตามสถานบันเทิงต่าง ๆ​ ทั่วกรุงเทพฯ​และปริมณฑลยังคงครึกครื้น การประกอบอาชญากรรม​ที่มักเกิดขึ้น​ในยามค่ำคืนยังคงมีอยู่​อย่างต่อ​เนื่อง

ดุจดังว่า ถึงอย่างไรกรุงเทพฯยังคง​เป็นเมืองฟ้าแดนวิมานของคนบ้านนอกคอกนาอยู่​อย่างนั้น​!

​จะมี​ใครสักกี่คน​ที่รู้ว่า เภทภัยอันใหญ่หลวง​และต่อ​ไปก็​จะกลาย​เป็นรอยด่างของประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกหน้าหนึ่ง​​กำลังก่อตัวขึ้น​​ที่นั่นแล้ว​ เหมือนพายุฝน​ที่​กำลังตั้งเค้าทะมึนอยู่​ริมขอบฟ้าไกลโพ้น รอเวลาพัดเคลื่อน​และโหมกระหน่ำทำลายสิ่งกีดขวางให้พังราบ​เป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา

2 ตุลาคม 2519
นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศน.ท. ​พร้อมตัวแทนกลุ่มแนวร่วมต่าง ๆ​ จำนวน 10 คน เข้าพบ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ​เพื่อขอคำตอบกรณี​พระถนอม ​ซึ่งบวช​เป็นสามเณรมาจากสิงค์โป​ได้ลอกคราบกลาย​เป็น​พระภิกษุปักหลักอยู่​​ที่วัดบวรฯ ​และภายหลังการเข้าพบดังกล่าว เลขาธิการ ศน.ท. แถลงว่า นายกฯไม่ให้คำตอบ​ที่ชัดเจน ว่า​จะให้​พระถนอมออกนอกประเทศ​เมื่อใด ดังนั้น​กลุ่มพลังต่าง ๆ​ ก็​จะเคลื่อนไหวกันต่อ​ไป ​และ​จะขยายวงออก​ไปอย่างกว้างขวาง วัน​ที่ 4 ตุลาคม ก็​จะเรียกร้องให้มีการชุมนุมกัน​ที่ท้องสนามหลวง

​ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในขณะนั้น​ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชนประมาณ 400 คนเดินทาง​ไปให้​กำลังใจญาติวีรชน 14 ตุลา 2516 ​ที่อดอาหารประท้วง​พระถนอม ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ต่อต้าน​คือพวกนวพล​และหน่วยกระทิงแดงประมาณ 20คน​ใช้เครื่องขยายเสียงโจมตีแล้ว​ขับรถผ่าน​ไป ​ส่วนผู้มาให้​กำลังใจยืนยันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 แล้ว​สลายตัว

​ที่เชียงใหม่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่หยุดเรียน​และเดินขบวน​ไปชุมนุม​ที่สนามท่าแพ ​และออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลแก้ไขกรณี​พระถนอม​โดยเร่งด่วน

​ที่นครปฐม แนวร่วมประชาชนนครปฐมออกแถลงการณ์โจมตีเจ้าหน้า​ที่ตำรวจว่าบิดเบือนคดีการสังหารสองช่างไฟฟ้า​ที่ออกติดโปสเตอร์ต่อต้าน​พระถนอม ​ทั้งๆ​​ที่หลักฐานจากพยานหลายปากยืนยันว่า เจ้าหน้า​ที่ตำรวจสายตรวจนำบุคคล​ทั้งสอง​ไปซ้อม​ที่สถานีตำรวจภูธรนครปฐม ​โดยมีนายตำรวจระดับสารวัตรร่วมด้วย จึงขอให้รัฐบาลเร่งจับกุมฆาตกรมาดำเนินคดี​โดยเร็ว​ที่สุด

​และเหตุการณ์สำคัญสำหรับวันนั้น​อีกอย่าง ก็​คือ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หยุดสอบประท้วง


3 ตุลาคม 2519 ฝ่าย ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศยืนยันให้นักศึกษาเข้าสอบไล่ ภาค​ที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2519 หากผู้ใดไม่เข้าสอบถือว่าขาดสอบ

​และภายในเวลา 11.30 น. ของวันเดียวกัน ญาติวีรชน​ที่อดข้าวประท้วงรัฐบาลกรณี​พระถนอม ตั้งแต่วัน​ที่ 1 ตุลาคม ​ได้ย้ายสถาน​ที่ประท้วงจากหน้าทำเนียบรัฐบาลเข้า​ไปอยู่​ในลานโพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​เนื่องจากไม่​ได้รับ​ความสะดวก​​และถูกก่อกวนจากกลุ่มต่างๆ​

4 ตุลาคม 2519
​ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงเช้า​มีการสอบวิชาภาษาไทยของนักศึกษาชั้นปี​ที่ 1 ทุกคณะ ​แต่นักศึกษา​ส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าห้องสอบ หาก​แต่กลับรวมตัวชุมนุมกัน​ที่ลานโพประมาณ 500 คน มีการอภิปรายกรณี​พระถนอม​และการฆาตกรรมช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม ช่วงเ​ที่ยงชุมนุมนาฏศิลป์​และการละคร แสดงละครสะท้อนเหตุการณ์สังหารช่างไฟฟ้าจังหวัดนครปฐม ​เมื่อวัน​ที่ 24 กันยายน ผู้แสดง​เป็นผู้ถูกแขวนคอ​คือ นายอภินันท์ บัวหภักดี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปี​ที่ 2 ​และ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปี​ที่ 4

14.00 น. ดร.ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาห้ามนักศึกษามิให้ชุมนุมกัน ​เพราะ​เป็นอุปสรรคต่อการสอบไล่ของนักศึกษา ดร.ป๋วย กล่าวว่า การชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งนี้ ​เมื่อเจรจากันดี ๆ​ไม่รู้เรื่อง​ ก็​จะขอให้ตำรวจมาจัดการ ​เพราะไม่​ได้ขออนุญาต

14.45 น. การชุมนุม​ที่ลานโพยุติชั่วคราว นักศึกษา​ทั้งหมดเข้า​ไปประชุมในห้อง เอ.ที. คณะเศรษฐศาสตร์ แล้ว​มีมติว่าให้งดสอบ

15.30 น. ฝูงชนชุมนุมประท้วง​พระถนอม​ที่สนามหลวง มีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคน ตัวแทนของ ศนท.ขึ้น​กล่าวโจมตีว่า รัฐบาลอ่อนแอ​และสมยอม​กับ​พระถนอม ​ส่วนเรื่อง​แขวนคอ​ที่นครปฐม ​ทั้ง​ที่รู้ว่า​ใคร​คือฆาตกรก็ไม่​สามารถจับตัวมาลงโทษ​ได้ แสดงให้เห็นว่ากฎหมู่อยู่​เหนือกฎหมาย

17.30 น. นายสมศักดิ์ มาลาดี จากกลุ่มกระทิงแดง ​พร้อมด้วยนักเรียนอาชีวศึกษากลุ่มประชาชนรักชาติประมาณ 50 คน พูดโจมตี ศนท.ผ่านเครื่องขยายเสียง ​แต่เจ้าหน้า​ที่ตำรวจ​ได้นำตัวออก​ไป

19.30 น. นายสุธรรม แสงประทุม ประกาศเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมจากสนามท้องหลวงเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"...​ เราจึงย้ายเข้า​ไปในมหาวิทยาลัย ​ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ​สามารถดำเนินการรักษา​ความปลอดภัย​ได้ง่ายกว่า เราย้ายเข้า​ไปอย่างสงบ ​ที่จริงแล้ว​เราไม่​ได้ทำอะไร​​ไป​โดยพลการ เราไม่​ได้ตั้งกอง​กำลัง​เอาไว้ตอบโต้หรือรุกราน​ใคร ​แต่เรามีอาสาสมัครของเรากลุ่มหนึ่ง​ เข้าทำงานรักษา​ความปลอดภัยให้แก่ประชาชน​และผู้รัก​ความ​เป็นธรรม​ที่มาชุมนุมข้ามคืนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างมีขั้นตอน​และมีการประชุมชี้แจงอย่างรอบด้าน เน้นหนักการป้องกันอันตราย​ที่เกิดขึ้น​ ไม่มีปืนผาหน้าไม้​ที่​จะสู้รบ​กับ​ใครเลย​ ​จะมีก็คง​เป็นปืนพกไม่กี่กระบอก​ที่นักศึกษาบางคนมีติดตัว​และ​ได้รับอนุญาตอย่างถูก​ต้องตามกฎหมาย...​"

20.00 น. นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท.​และตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม เดินทาง​ไปพบ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกฯ ​เพื่อสอบถามว่า​จะนิมนต์​พระถนอมออกจากประเทศไทย​เมื่อใด ​และ​จะจับฆาตกรช่างไฟฟ้า​ที่นครปฐม​ได้หรือไม่

21.30 น. ดร.ป๋วย อึ๊งภาภรณ์ ออกแถลงการณ์สั่งปิดมหาวิทยาลัย ​โดย​ความเห็นชอบของนายกสภา มธ. ดร. ประกอบ หุตะสิงห์

รายละเอียดของ​ความเลื่อนไหว​ทั้งหมดนี้ ผมเพิ่งมารับทราบภายหลังเหตุการณ์ปิดล้อมสังหารผู้ไม่มีทางสู้อย่างน่าละอายผ่านพ้น​ไปแล้ว​หลายวัน ​แม้ตอนหัวค่ำของคืนวัน​ที่ 5 ตุลาคม 2519 ผม​จะ​ไปร่วมสำแดงพลังต่อต้านอำนาจเผด็จการ​ที่บริเวณสนามฟุตบอลในธรรมศาสตร์​กับ​เขาด้วย ​แต่ผมก็ไม่​ได้รู้รายละเอียดดังกล่าวมาก่อน

​ซึ่งก็คล้าย ๆ​ ​กับพี่น้องประชาชนคนอื่น ๆ​ ​ที่มาร่วมชุมนุม​เพราะ​ความไม่พอใจในพฤติกรรมของ​พระถนอมเช่นเดียวกัน

​เพราะใน​ระหว่างนั้น​ ​ทั้งผม​และสาวบัวยังคงดำเนินชีวิต​ไปตามปกติ เช้า​ก็​ไปทำงาน เย็นกลับบ้าน เราไม่มีโทรทัศน์ดูข่าว วิทยุก็ยังไม่​ได้ซื้อ หรือ​แม้​แต่หนังสือพิมพ์ ผมก็อ่านลวก ๆ​ คล้าย​กับไม่อยากสนใจ ​และ​ส่วนมากข่าวด่วนต่าง ๆ​ ​จะรู้มาจาก​ที่ทำงานเหมือนกัน​ทั้ง 2 คน

​ที่ทำงานของสาวบัวมีการจดทะเบียนลูกจ้างขึ้น​ตรงต่อกรมแรงงาน มีสมาพันธ์ฯ ​และอะไร​ต่อมิอะไร​ยื่นมือเข้า​ไปเกี่ยวข้องหลายอย่าง ​แต่ใน​ที่ทำงานของผมมี​แต่น้ำจิตน้ำใจเท่านั้น​​ที่ผูกพันกันเหมือนญาติ พอมีข่าวการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ​ ปรากฏขึ้น​​ที่หน้าจอทีวี เฮียเส้งก็​จะตะโกนเรียกมาจากหน้าร้านให้ผมรีบ​ไปดู

"ท่าทาง​จะยุ่งกันใหญ่" เฮียเส้งมีสีหน้าวิตกกังวล "แบ่ง​เป็นฝัก​เป็นฝ่าย เหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกัน"

"อำนาจ​เป็นสิ่ง​ที่​ใคร ๆ​ ก็อยาก​ได้" เตี่ยพูด ขณะยืนดูข่าวในจอโทรทัศน์ด้วยกัน "​เป็นห่วงก็​แต่คน​ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่​จะพลอยบาดเจ็บล้มตาย​ไปด้วยเท่านั้น​"

ผมไม่รู้สึกแปลกใจ​ที่​ได้ยินเตี่ยพูดอย่างนั้น​ ​เพราะรู้ว่าเตี่ยมองสิ่งต่าง ๆ​ อย่างลึกซึ้ง-ไม่ผิวเผิน ​แต่ถึงกระนั้น​ผมก็อดแสดง​ความคิดเห็นไม่​ได้ว่า "​ถ้าไม่มีนักศึกษา​และประชาชนบาง​ส่วนลุกขึ้น​มาต่อต้าน อำนาจเผด็จการก็คง​จะหวนกลับมาอีก เตี่ยว่าจริงไหม?"

"อ๋อ- -แน่นอน พวก​เขา​กำลัง​ต้องการ​จะ​ได้อำนาจคืน" เตี่ยเห็นด้วย ​แต่ก็ให้ข้อคิดว่า "ฝ่ายต่อต้านก็น่า​จะรู้จังหวะการรุกไล่ บุ่มบ่าม​ไปก็เสียเปรียบ ตอนนี้มวลชนจัดตั้งของ​เขาเต็ม​ไปหมด ประชาชน​กำลังสับสน ควรหยุดพักชั่วคราว หรือไม่ก็คิดหาแนวทางต่อสู้วิธีอื่น โอกาสดี ๆ​ รออีกร้อยปีก็ยังไม่สาย"

ข่าวของวันนั้น​จบลง​ที่กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันตักบาตร​ที่บริเวณลานโพ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ​เริ่มเคลื่อนขบวนเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบ​กับทุกสถาบันประกาศงดสอบ หนังสือพิมพ์ดาวสยาม ​และ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ตีพิมพ์ภาพข่าว ​โดยกล่าวหาว่า การแสดงละคร​ที่ลานโพ​เป็นการหมิ่น​พระบรมเดชานุภาพ

เลิกงานวันนั้น​ ผมกลับถึงห้องพักก่อนสาวประมาณ 1 ชั่วโมง ​เพื่อน ๆ​ ​ที่เรียนอาชีวะ​และเรียนรามฯ ยกโขยกกันมาหาผม​เป็นแถว ​และมีคนหนึ่ง​ชักชวนขึ้น​ว่า

"เดี๋ยวมึง​ไปธรรมศาสตร์​กับพวกกูด้วยนะ ​ไปแสดงพลัง​เพื่อชาติบ้านเมืองเสียบ้าง"

ผมเอง​แม้ไม่​ใคร่ฝักใฝ่การเมืองสักเท่าไหร่ ​แต่ด้วย​ความรังเกียจในพฤติกรรมของ​พระถนอม ก็​ได้พยักหน้าตกลง​ไปทันที ​แต่มีข้อ​แม้ว่า ​ถ้าผมคิด​จะกลับตอนไหนก็กลับ​ได้ ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใด ๆ​ ​ทั้งสิ้น

"เรื่อง​นั้น​ไม่​ต้อง​เป็นห่วง มึง​จะ​ไป​จะมา​เมื่อไหร่ ตามสบาย-ไม่มี​ใครห้ามมึงหรอก"

"​ถ้าอย่างนั้น​พวกมึงล่วงหน้า​ไปก่อน เดี๋ยวกูค่อยตาม​ไป ขอเวลารอพบแฟนเสียก่อน" ผมบอกพวก​เขา

หลังจากนั้น​สักครู่ใหญ่ ๆ​ สาวบัวก็กลับจาก​ที่ทำงานมาถึง หล่อนไม่ขัด ​เมื่อรู้ว่าผม​จะ​ไปร่วมชุมนุม​กับ​เขา​ที่ธรรมศาสตร์ เพียง​แต่ถามว่า ​จะกลับตอนไหน?

"คงไม่เกินสามทุ่ม ​เพราะพรุ่งนี้​ที่ร้านมีงานรออยู่​หลายชิ้น"

"ระวังตัวด้วยนะ" สาวบัวมีสีหน้าไม่สู้ดีอย่างเห็น​ได้ชัด

"คนอย่างไอ้เสือนุ้ย ไม่​เป็นอะไร​​กับ​เขาง่าย ๆ​ หรอก ไม่​ต้อง​เป็นห่วง"

พูดแล้ว​ผมก็ตรงเข้ากอด​และหอมแก้มหล่อน​ทั้งสองข้าง ปลุกปลอบหล่อนให้คลายกังวล ​โดยมิ​ได้ล่วงรู้เลย​สักนิดว่า นั่น​คือการแสดง​ความรักต่อหญิงหม้ายจากบ้านป่าเมืองไกล​ที่ผมรักหล่อนอย่างสุดชีวิตจิตใจในครั้งนั้น​ ​จะ​เป็นครั้งสุดท้าย

​เพราะหลังจากนั้น​ ผมก็เดินออกจากห้องพัก​และจากหล่อนมาด้วยพลังจิตใจมุ่งมั่น​ที่​จะออก​ไปสำแดง​ความรักชาติ​กับ​เขาสักครั้ง มันก็​เป็น​ความภาคภูมิใจ​ที่บังเกิดขึ้น​ในขณะนั้น​อย่างรู้สึก​ได้ ​แต่​จะเฉลียวใจสักนิดว่า ชีวิตหนึ่ง​​ซึ่ง​เป็น​ที่รักของผม​กำลัง​จะลาลับ​ไปภายในค่ำคืนนี้ ไม่มีเลย​

****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3382 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน ปิศาจร่ายมนตร์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๙๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-18073 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.พ. ๒๕๕๔, ๑๕.๔๒ น.

โอ อ่านประโยคสุดท้ายก็รู้สึกเศร้าเสียแล้ว​​ค่ะ​​ ไม่น่าเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-18074 ], [110.49.193.156]
เมื่อวันที่ : ๐๓ ก.พ. ๒๕๕๔, ๑๗.๑๕ น.

ผมเพิ่งกลับจากทำธุระ​​ที่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี

พอลงจากรถเดินเข้าบ้าน(ร้านทำป้าย)แฟนก็บอกว่ามีพัสดุมาใหม่ชิ้นหนึ่ง​​ เหลือบมองโต๊ะบัญชีก็รู้ทันทีว่า​​เป็นหนังสือของคุณดอยสะเก็ด

ครับ​​ ! เวลา​​ที่หาย​​ไป นวนิยายชวนอ่านของเธอนั่นแหละ​​

เธอโทรศัพท์บอกผมไว้สองสามวันแล้ว​​ ว่า​​จะส่งหนังสือเล่มแรกของเธอ​​ไปให้

ใน​​ที่สุดมันก็มาถึงแล้ว​​จริง ๆ​​ เล่มหนาพอสมควร

​​เมื่อปี​​ที่แล้ว​​ ผมก็​​ได้รับหนังสือเล่มหนาขนาดของคุณดอยสะเก็ดเล่มนี้มาเล่มหนึ่ง​​แล้ว​​เหมือนกัน

มัน​​คือหนังสือนิยายเรื่อง​​ ชวิตรันทด​​แต่งดงาม

ประพันธ์​​โดย Natthinee Khot asa Jones

ตัวเธอพำนักอยู่​​​​ที่อเมริกา​​กับสามีสุด​​ที่รัก ​​แต่โพสต์งานเขียนลงบอร์ดนักเขียน​​ที่เดียว​​กับคุณดอยสะเก็ต ​​ซึ่งผม​​ได้มีโอกาสรู้จักเธอ​​ทั้งสองผ่านสื่อออนไลน์ชนิดนี้​​ที่นั่นเช่นกัน

ผม​​กับพวกเธอสนิทสนมเหมือนญาติพี่น้อง​​ที่คลุกคลีกันมานาน

บัดนี้เธอ​​ทั้งสอง​​ได้ลงทุนผลิตงาน​​ที่ตนรักออกมา​​เป็นผลสำเร็จแล้ว​​ ก็ขออวยพรให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ​​ ขึ้น​​​​ไป ​​และขอให้แฟนคลับช่วยอุดหนุนจนจำหน่าย​​ได้หมดในเวลาอันรวดเร็ว ​​เพื่อ​​จะ​​ได้พิมพ์ซ้ำอีก

ผมนำเรื่อง​​นี้มาเล่าคุณรจนา ​​และมิตรรักนักอ่าน​​ที่ติดตามอ่านงานเขียนของผม ก็​​เพื่อ​​ที่​​จะบอกเล่า​​และสดุดีวีรกรรมของนักหัดเขียนสตรีผู้น่ารักของผม​​ทั้งสองว่า เธอสองคนช่างกล้าหาญเสียจริง

​​ความกล้าของพวกเธอนี่แหละ​​ ​​ที่​​จะช่วยทำให้นักอยากเขียนบางคน​​โดยเฉพาะผม ​​จะ​​ต้องตัดสินใจทำอะไร​​ให้จริงจังเสียที

ขอบคุณคุณรจนามากนะครับ​​​​ที่แวะมาให้​​กำลังใจ

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น