นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #32
พลอยพนม
..."บัว- - ผม​ได้งานแล้ว​" ​ที่รักของผมหันมามองผมแล้ว​หัวเราะคิก ก่อน​จะก้มถอดรองเท้า​และหยิบ​ไปวางบนชั้นวางริมผนังด้านในติด​กับบานประตู...

ตอน : ดุจร่มไม้ใบบัง

คลิกดูภาพขยาย


"บัว- - ผม​ได้งานแล้ว​"

​ที่รักของผมหันมามองผมแล้ว​หัวเราะคิก ก่อน​จะก้มถอดรองเท้า​และหยิบ​ไปวางบนชั้นวางริมผนังด้านในติด​กับบานประตู แล้ว​หันมาจ้องผมตาแป๋วอีกครั้ง

"ตกลง​จะ​ไปอยู่​​กับรถขายน้ำปลาจริง ๆ​ หรือ?" พูดพลางเดินมาหยุดอยู่​ตรงหน้าผม ผมจึงจับไหล่ของหล่อนสองข้างบีบ​และเขย่าเบา ๆ​ ​เพื่อกระตุ้นให้ตั้งสติเสียใหม่ ​ถ้าไม่อย่างนั้น​หล่อนก็​จะยอกย้อนแก้เผ็ดผมอีก ​เพราะก่อนหน้านี้ ​เมื่อกลับจากหางานทำ ผม​จะแกล้งบอกหล่อนว่า​ได้งานแล้ว​ทุกครั้ง

สาวบัวจ้องหน้าผมเหมือน​กำลัง​จะอ่านเกมส์ว่า วันนี้​จะมาไม้ไหนอีก

"ผมพูดจริงนะ"

"ก็พูดจริงทุกวันนั่นแหละ​" หล่อนว่า

"​แต่วันนี้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์" ผมย้ำ "ประเดี๋ยวเรา​จะออก​ไปฉลองกัน ​เมื่อตอนเ​ที่ยงผมแวะ​ไปสั่งหมวยเกี๊ยให้บอกไอ้สนไว้แล้ว​ เรา​จะออก​ไปหาอะไร​กิน...​แล้ว​ก็ดูหนังกันสักรอบ พรุ่งนี้วันอาทิตย์ บัวไม่​ต้อง​ไปทำงานไม่ใช่หรือ?"

"นุ้ยพูดจริงหรือนี่" สาวบัวตรงเข้าโอบกอดผมอย่างดีใจ "ว่า​แต่งานอะไร​จ๊ะ​?"

"ช่างทำบล็อก" ผมตอบ

"ช่างทำบล็อก...​อืม...​ม" หล่อนคลายวงแขน...​​แต่มือสองข้างยังจับแขนผมไว้ ​พร้อม​กับจ้องมา​ที่ใบหน้าผมอย่างสงสัย "​เขาทำกันยังไง? บัวไม่เคย​ได้ยิน"

"ผมก็เหมือนกัน" ผมยิ้ม "เคยรู้ ​แต่ไม่เคยเห็น ​และไม่เคยทำ ฮา ฮา"

"ว่าแล้ว​เชียว" ​ที่รักของผมค้อนขวับ

ผมสูดปากร้องโอ้ย...​ ​เมื่อรู้สึกว่า​ต้นแขนข้างหนึ่ง​โดนเหน็บอย่างแรง

สาวบัวหัวเราะ ก่อน​จะหยุดฟังผมพูดอีก...​

"ผมพูดจริงนะ สาบาน​ได้...​ ผม​ได้งานทำบล็อกแล้ว​จริง ๆ​ เพียง​แต่แรก ๆ​ ก็​ต้อง​ไปฝึกหัด​กับ​เขาเสียก่อน...​ ก็เหมือน​กับบัวนั่นแหละ​ เคยเย็บผ้า​กับจักรธรรมดา ​แต่จักรโรงงานหรือจักรอุตสาหกรรม ก็เพิ่งเคยหนนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?"

คราวนี้สาวบัวพยักหน้า ยิ้มชื่น "นึกว่าหลอกให้ดีใจเล่นเสียอีก"


ตึกร้านเกรียงศิลป์ ​เป็นตึกแถวเก่าแก่ น่า​จะย้อน​ไปถึงยุคหลังสงครามโลกครั้ง​ที่ 2 ประตูด้านหน้า​เป็นประตูไม้ติดบานพับแบบโบราณ เปิดกว้าง ​และพับเก็บ​ทั้ง 2 ด้าน ยึดไว้​กับฝาผนังด้านข้าง พื้น​ที่ด้านในมี​ความกว้างราว ๆ​ 4 เมตร ​แต่ลึก​ไปด้านหลังเกิน 20 เมตร ด้านหน้า​เป็นห้องรับงานลูกค้า ​และโชว์ของ มีตู้กระจกโชว์บล็อกต่างเรียงไว้​เป็นแถว ลึกเข้า​ไป 4 เมตร มีผนังเก่า ๆ​ กั้นไว้ชั้นหนึ่ง​ มีกรอบภาพบรรพบุรุษหญิง-ชายขนาด 20 นิ้ว ​ซึ่ง​เป็นภาพถ่ายเก่าแก่แขวนอยู่​ 2 ฉาก ประตู​ที่เปิดทะลุ​ไปด้านหลัง อยู่​หลังโต๊ะบัญชีของอาแปะ- เตี่ยของเฮียเส้ง ผู้​ซึ่งมี​พระคุณต่อผมอย่างใหญ่หลวง

ผมเริ่มงานวันแรกด้วยการฝึกเรียงตัวอักษร​เพื่อทำแม่แบบอัดบล็อกตรายาง วิธีเรียงก็เหมือน​กับพวกช่างเรียงของโรงพิมพ์​เขาทำกัน เพียง​แต่ของผมเรียงมัดละไม่มากเหมือนของ​เขา บางมัดก็เพียงคำว่า "จ่ายแล้ว​" หรือไม่ก็ "สำเนาถูก​ต้อง" ​ซึ่งเรียง​ได้ง่าย ​แต่​ถ้า​เป็นมัดใหญ่ ๆ​ เหมือนอย่าง ชื่อ-​ที่อยู่​ ของห้างร้านต่าง ๆ​ ​ซึ่งมีอยู่​สามสี่บรรทัด ก็ค่อนข้าง​จะยากสำหรับมือใหม่อย่างผมสักหน่อย​ ​เพราะ​ถ้าเรียงเสร็จ​และมัดไม่ดี ​เมื่อนำ​ไปวางลงบนแผ่นเม็กกาไลท์แล้ว​รมไฟร้อน​เพื่อสร้างแม่แบบมันก็​จะเอียง หรือไม่ก็ล้ม​ใช้การไม่​ได้

"ลื้อ​ต้องค่อย ๆ​ ฝึกนะ - -อาตี๋ ของแบบนี้​ต้องค่อย​เป็นค่อย​ไป...​" เตี่ยของเฮียเกรียง ​ซึ่ง​ต่อมาผมก็เรียกแกว่าเตี่ยเหมือนกัน คอยยืนกำ​กับ ​พร้อม​ทั้งแนะนำขั้นตอน​และเทคนิคต่าง ๆ​ ให้ผมอย่างใจเย็น...​ "​ต้องหมั่นสังเกต​และจดจำขั้นตอนของมันให้ดี การทำของแบบนี้ลัดขั้นตอนนิดเดียวก็เจ๊งเลย​ ​ต้องทำใหม่ เสีย​ทั้งเวลา แล้ว​ก็ขาดทุนด้วย ลื้อ​ต้องพยายามสักหน่อย​ ต่อ​ไป​เมื่อลื้อทำ​เป็น​และ​ได้​เป็นนายช่างแล้ว​ ลื้อก็สบาย ​ไปทำมาหากิน​ที่ไหนก็​ได้ ​เพราะมัน​จะ​เป็น​ความรู้ติดตัวลื้อ​ไป​ได้จนตาย "

"ครับ​เตี่ย" ผมยกมือไหว้ท่านด้วย​ความซาบซึ้งใน​พระคุณ

​และตัวผมนั้น​ ก็เหมือนมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่​บ้าง งานทุกชิ้น​ที่เตี่ยสอนผม​ใช้เวลาแค่วันสองวันก็​เป็นหมด จนกระทั่งเตี่ย​และเฮียเส้งพากันแปลกใจ​ไปตาม ๆ​ กัน ยิ่งเจ๊หงส์ พี่สาวของเฮียเส้ง ยิ่งไม่​ต้องพูดถึง

"ลื้อ​ต้องอยู่​​กับเตี่ย ​กับอาเส้ง ให้นาน ๆ​ นะอาตี๋" เจ๊หงส์พูด​กับผมอย่างคาดคั้น...​ ​เพราะ​เมื่อก่อนก็เคยมีคนมาสมัครงาน​ที่นี่แล้ว​หลายราย ​แต่พออยู่​​ไป ๆ​ จนกระทั่งรู้งานก็มัก​จะหนีออก​ไปอยู่​​ที่อื่นเสียทุกคน ทำให้เตี่ยน้อยใจจนไม่อยาก​จะรับ​ใครมา​เป็นลูกจ้างอีกเลย​

"เราอุตส่าห์สอนงานให้มัน พอ​เป็นกันแล้ว​ แทน​ที่มัน​จะอยู่​ช่วยเรา กลับหนี​ไปขายวิชาให้คนอื่น โอ้ย- -มันน่าเจ็บใจ" เจ๊หงส์บ่นให้ฟัง

"คุณก็เหมือนกัน" เฮียเส้งพูด​กับผมบนโต๊ะอาหารมื้อเ​ที่ยง ภายในร้าน ​ซึ่งเราร่วมรับประทานด้วยกัน​ทั้งสี่คน ...​ "มีอะไร​หนักใจก็บอก อย่าเก็บไว้ เรื่อง​ค่าโรงค่าแรงก็เหมือนกัน ไม่​ต้อง​เป็นห่วง พวกเราไม่​เอาเปรียบคุณหรอก"

"จริง ๆ​ นะ" เจ๊หงส์ เสริมขึ้น​ "เรื่อง​ห้องพักด้วย...​ ห้องพักของคนงานบนเล่าเต้งก็ว่างอยู่​ห้องหนึ่ง​ ลื้อ​กับแฟน​จะย้ายมาพัก​กับเรา​ที่นี้ก็​ได้ ไม่​ต้องเปลืองค่าเช่า"

"ขอบคุณครับ​- เจ๊" ผมยกมือไหว้ ​พร้อม​กับนึกในใจว่านี่กูฝัน​ไปหรือเปล่า? ก็ไหน​เขาว่าคนกรุงเทพฯ คบไม่​ได้ไง? ​แต่นี่มันไม่ใช่นี่หว่า? แล้ว​ผมก็พูด​กับทุกคนว่า "รอให้ถึงตอนเข้าเรียนศึกษาผู้ใหญ่เสียก่อน ​ถ้าเผื่อค่า​ใช้จ่ายสูงขึ้น​ผม​กับแฟนก็​จะย้ายมาครับ​"

"อ้อ - -ดี ๆ​" เตี่ยยิ้ม ​และพูดว่า "ตั้งแต่แม่ของอีพวกนี้เสีย​ไป​เมื่อสองปีก่อน พวกเราสามคนก็อยู่​กันอย่างเหงา ๆ​ ​ถ้า​ได้พวกลื้อสองคนผัวเมียมาอยู่​ด้วย ก็น่า​จะดี ​จะ​ได้​เป็น​เพื่อนกัน"

ผมฟังเตี่ยพูดจบก็เหมือน​จะรวบช้อน​และวางจานข้าว ​เพราะมันตื้นตัน​และอิ่มอกอิ่มใจจนกินไม่ลง นึกถึงพวกลูกจ้างคนก่อน ๆ​ ก็รู้สึกแปลกใจ พวก​เขาเจอนายจ้าง​ที่แสนดีอย่างนี้ แล้ว​ยัง​จะดิ้นรน​ไปไหนอีก?

ผมสงสัยเหลือเกิน

"เตี่ยครับ​ อย่าว่าผมคิดยังโง้นยังงี้เลย​นะครับ​" ผมพูด "ผมเห็นพวกเตี่ย​เป็นผู้มีน้ำจิตน้ำใจถึงขนาดนี้ แล้ว​ทำไม พวกลูกจ้างคนก่อน ๆ​ อยู่​กันไม่​ได้ละครับ​"

"ไม่มีอะไร​น่าสงสัยหรอกคุณ" เฮียเส้ง หันมาพูด​กับผม "​ส่วนมากพวก​ที่มาสมัครงาน​ที่นี่​จะ​เป็นคนหนุ่มเหมือนคุณนี่แหละ​ ​แต่นิสัยใจคอน่ะผิดกัน พวก​เขาชอบเ​ที่ยวดึก ๆ​ ดื่น ๆ​ บางวันมาทำงานก็นั่งหลับ บางคนก็เบิกเงินล่วงหน้า​ไป​ใช้จนหมด พอสิ้นเดือนเงินค่าแรงไม่เหลือ ก็เบิกอีก กลาย​เป็นดินพอกหางหมู...​ เลย​ทำตัวลำบาก ​ทั้ง​ที่เราก็พยายามตักเตือนด้วย​ความหวังดีอยู่​บ่อย ๆ​ ​แต่ก็ไม่​เป็นผล...​"

"​เขาทำตัว​เขาเองนะ- -อาตี๋เอ้ย ​ที่นี่ไม่มี​ใคร​เขาใจดำ​กับมันหรอก ​แต่มันคงนึกละอาย ก็เลย​หนี​ไปเสีย บางคนเบิกเงินจนติดลบ แล้ว​ก็เบื่อ​ที่​จะมาทำงาน ​แต่อั๊วสังเกต- -ท่าทางลื้อ​จะไม่​เป็นอย่างนั้น​...​"

"แน่นอนครับ​-เตี่ย ผม​จะไม่มีวัน​เป็นอย่างนั้น​เด็ดขาด"

ผมตอบออก​ไปอย่างโล่งใจ...​ ​และมั่นใจว่าผมเลือกงานไม่ผิดแล้ว​


อีก 2 วัน​จะสิ้นเดือน สาวบัวบอกผมว่า ค่าแรงงานของหล่อน 1 8 วันในเดือนนี้ หล่อน​จะไม่​ได้รับ ​แต่​เขา​จะนำ​ไปรวมเข้าด้วยกัน​กับค่าแรงเดือนหน้า เรียกว่าเงินตกเบิก ​ส่วนผมนั้น​ยังไม่รู้ออกหัวออกก้อย ​เพราะไม่เคยสนใจถาม เช้า​ขึ้น​มา...​ ก็นั่งรถเมล์มา​พร้อม​กับสาวบัว มาถึงร้าน ก็ดึงใบสั่งงาน​ที่เจ๊หงส์นำมาเสียบไว้​กับเหล็กเสียบปลายแหลม​ที่ตั้งอยู่​มุมโต๊ะทำงานของผมขึ้น​มาดู เรียงลำดับก่อนหลังเสร็จแล้ว​ก็ลงมือทำ ​ถ้า​เป็นงานบล็อกโรงพิมพ์ก็รอฟิล์มเนกกาทีฟ จากเฮียเส้ง ​เพราะการทำอาร์ตเวิร์ค​และถ่ายแบบ​เป็นหน้า​ที่ของแก ผมเพียง​แต่​เอาฟิล์มนั้น​มาแปะ​กับแผ่นสังกะสีกัดบล็อก แล้ว​ถ่ายแสง ​และล้างน้ำกรดเท่านั้น​

เตี่ยชมว่าผมอัดบล็อก​ได้ดี พวกลูกค้า​ซึ่ง​เป็นเจ้าของโรงพิมพ์บอกว่า "บล็อกคม" พิมพ์งานออกมาคมชัด

"ลื้อเข้าขั้นช่างฝีมือแล้ว​ว่ะ- -อาตี๋ เก่งจริง ๆ​ มะรืนนี้สิ้นเดือน เตี่ย​จะจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ลื้อเต็มเดือน​ไปเลย​" เตี่ยพูด​กับผมอย่าง​เอาอก​เอาใจ

"ไม่​ต้องให้ผมเยอะขนาดนั้น​หรอกครับ​" ผมพูด​กับเตี่ย "คิด​ไปตามจำนวนวันดีกว่าครับ​ แล้ว​อีกอย่าง เตี่ยก็​เป็นคนสอนงานผม ​ถ้าผม​จะไม่รับค่าจ้างเดือนนี้ ผมคิดว่ามันน่า​จะเข้าท่ากว่านะครับ​"

"เฮ่ย - - ลื้อก็ทำประโยชน์ให้อั๊ว ของแบบนี้มัน​ต้องถั่วกัน ลื้อ​ได้บ้าง อั๊ว​ได้บ้าง มันถึง​จะอยู่​กัน​ได้"

ผมมา​เป็นลูกจ้างแกะบล็อกพิมพ์​และบล็อกตายาง​ที่ร้านเกรียงศิลป์ผ่านมาแล้ว​ 12 วัน เหลืออีก 2 วัน​จะถึงวันสิ้นเดือน ​และผมก็​ได้สังเกตว่า ​ที่ร้านมีงานเข้ามาให้ทำติดต่อกันทุกวัน มากบ้างน้อยบ้างแล้ว​​แต่โอกาส ​แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเลย​​ที่​ทั้ง เตี่ย เจ๊หงส์ ​และเฮียเส้ง ยังคงมี​ความ​เป็นอยู่​อย่างธรรมดา ไม่ร่ำรวย ​เพราะเหตุว่าบุคคล​ทั้งสาม​เป็นผู้มากน้ำใจ ไม่​เอารัด​เอาเปรียบลูกค้า ​และไม่มี​ความทะเยอทะยาน

"เตี่ยทำบล็อกเองก็​เป็น ตึกหลังนี้ก็​เป็นของเตี่ย ไม่​ต้องเช่า ทำไมไม่คิดตั้งโรงพิมพ์เสียเองละครับ​ ผมเห็นโรงพิมพ์​เขาก็งานเยอะเหมือนกันนี่?" ผมแกล้งถาม

"อาตี๋เอ้ย- - ​ความสุขของคนเรามันอยู่​​ที่​ความพอใจ-เตี่ย​จะบอกให้ เห็นช้างขี้ก็คิด​จะขี้ตามช้าง แล้ว​​จะหา​ความสุข​ได้​ที่ไหน ​เพราะคน​ที่คิดแบบนั้น​ มันก็อยาก​ได้​ไปเรื่อย ไม่มี​ที่สิ้นสุด เตี่ยไม่​เอาด้วยหรอก...​ อยู่​อย่างนี้ก็สบายแล้ว​ อีกหน่อย​พอแฟนของอาหงส์กลับจากญี่ปุ่น พวก​เขาก็​จะแยก​ไปทำอาชีพของ​เขา​ที่อื่น ทีนี่เหลือเตี่ย​กับอาเส้งอยู่​กันสองคน ก็ไม่เห็น​จะ​ต้องเดือดร้อนอะไร​ ​แม้อนาคตอาเส้งมัน​จะมีลูกเมีย พวกเราก็​จะอยู่​ด้วยกัน​ที่นี่​ได้อย่างสบาย อย่างน้อยเราก็มีบ้าน งานการมีทำ หามา​ได้ก็เก็บออมไว้หาหมอเวลาเจ็บไข้ไม่สบายบ้างนิดหน่อย​ หรือเก็บไว้ให้ลูก ๆ​ ​ได้​ใช้จ่ายตอนเล่าเรียนหนังสือ แค่นั้น​ก็พอแล้ว​"

​แม้ในเวลา​ต่อมาเหตุการณ์​ได้พลิกผัน ทำให้ผมอยู่​ใกล้ชิด​กับเตี่ย​ได้ไม่นาน ​แต่ต้นแบบการดำเนินชีวิตสมถะของเตี่ย ก็ทำให้ผม​ได้จารึกจดจำไว้ในจิตใจอย่างไม่มีวันลืม

ชั่วชีวิตคนเราไม่มีอะไร​​จะวิเศษ​และควรคู่​ไปกว่าสิ่งนี้อีกแล้ว​

สมถะ พอเพียง !

มนต์คาถา​ที่​จะนำพาทุกผู้คน​ไปสู่​ความสุขสงบในชีวิตอย่างแท้จริง

***************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3380 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน ดุจร่มไม้ใบบัง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น