นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #29
พลอยพนม
..."...​บ้านฉันอยู่​สุราษฎร์ อยู่​ในหลาดพรุพี
พอพวกคอมฯมี ฉันหนี​ไป​เขาศูนย์...​ ​เขาศูนย์คอมฯมี ฉันหนี​ไปพิปูน แล้ว​กลับกะทูน...

ตอน : กล่อมหญิงหมอน

คลิกดูภาพขยาย

"...​บ้านฉันอยู่​สุราษฎร์ อยู่​ในหลาดพรุพี (หลาด= ตลาด)
พอพวกคอมฯมี ฉันหนี​ไป​เขาศูนย์...​
​เขาศูนย์คอมฯมี ฉันหนี​ไปพิปูน
แล้ว​กลับกะทูน ​เพราะพิปูน-คอมฯก็มี...​

มาอยู่​กะทูน ฉันอยู่​ไม่​ได้
พวกคอมล้อมนาย ฉันจึงย้ายหนี
หนีมาบ้านส้อง อยู่​เหนือคลองสบายดี
ทำไร่หลายปี พอคอมฯมีหนีเลย​...​

หนีจากเหนือคลอง มาอยู่​ช่องช้าง
ฉันทำงานจ้าง กรีดยางลุงเฉย
พวกคอมฯเต็มบ้าน ลูกหลานป้าเชย (ป้าเชย= เมียลุงเฉย -- ผู้เขียน)
ไม่อยู่​แล้ว​เหวย ลุงเฉยก็คอมฯ...​

หนีจากช่องช้าง ​ไปทางเหมืองทวด
เดินจนตีนปวด ร่างกายผ่ายผอม
เห็นซากรถถัง ผุพัง​เพราะคอมฯ
คนอ้วน-คนผอม แถวนี้คอมฯ​ทั้งเพ...​

หนีมาเหมืองทวด ตีนปวดไม่ทันหาย
พวกคอมล้อมนาย ฉัน​ต้องย้ายแล้ว​เด้ --(ย้ายแล้ว​เด้ = ย้ายอีกแล้ว​)​
ย้าย​ไปกงตาก คอมฯมาก​ทั้งเพ
ขาด้วน-ขาเฉ ตาเหล่-ก็มี...​.

กงตาก กรุงชัง คอมฯยัง​เป็นร้อย
ยิงนายตายบ่อย ฉันเลย​ถอยหนี (นาย= ทหาร,ตำรวจ,อาสาสมัครฯ)
หนีออกห้วยมุด คอมฯอุดคอมฯตี
กลับบ้านพรุพี คอมฯตีค่ายโคกแค...​

หนี​ไป​พระแสง คอมฯนอนตะแคงสบาย
หนีออกบางลาย เห็นคอมฯชายทอดแห
คอมฯหญิงถือปืน ยืนยามคอยแล
หนีเข้าลานเข้ คอมฯ​ทั้งเพเหมือนกัน...​

คลองหนวน ยูงงาม คอมฯมากเหมือนผึ้ง
กว่าถึงควน’เริญ ฉันเดินจนน่องสั่น
คลองตาล บ้านใหญ่ ก็เกือบ​ไปเหมือนกัน
​พอดีหนีทัน แถวนั้น​ไม่ปลอดภัย...​

หนีออกเคียนซา คิดว่าคอมฯหาม่าย ​( หาม่าย ,หาไม่ =ไม่มี ผู้เขียน)
​แต่ผลสุดท้าย ​ไปนอนอยู่​กลางค่ายใหญ่
ฉันคนกลัวคอมฯ ตรมตรอมหัวใจ
ไม่รู้หนี​ไปไหน เลย​ตัดสินใจ​เป็นคอมฯ...​ หือ หือ...​



"แหม-นุ้ย! ​ถ้าไม่ใกล้ชิดจนรู้ว่านุ้ยไม่​ได้ฝักใฝ่เรื่อง​คอมฯ ก็​จะไม่เชื่อเลย​นะนี่" สาวบัวแหนหน้าขึ้น​มองผมแล้ว​ยิ้ม

"​จะเรียกว่าไม่ฝักใฝ่เสียทีเดียวก็ไม่เชิง ​เพราะ​ถ้ายกขึ้น​ตาชั่ง - - ​ระหว่างคอมฯ​กับนาย ผมก็เลือก​ที่​จะเทน้ำหนัก​ไปทางคอมฯ"

"อ้าว- -ทำไม​เป็นอย่างนั้น​เล่า?" สาวบัวถามขึ้น​อย่างแปลกใจ

"​เพราะ​ถ้า​จะให้น้ำหนักว่าฝ่ายไหนเห็นแก่ประชาชนผู้ถูก​เอารัด​เอาเปรียบมากกว่า ก็​ต้องยกให้คอมฯ พวก​เขาเสียสละ อุทิศตน​เพื่ออุดมการณ์ ​ต้องการปลดแอกให้มวลชน ​ต้องทนนอนกลางดินกินกลางทราย ​ทั้ง ๆ​ ​ที่บางคนก็​เป็นลูกเศรษฐี ครอบครัวมีฐานะ บางคน​เป็นนักศึกษา มี​ความรู้​ความ​สามารถ-อนาคต​จะทำมาหากินอยู่​ในเมือง​ได้อย่างสุขสบาย ​แต่สู้อุตส่าห์ละทิ้ง​ความสะดวก​สบายเหล่านั้น​ยอมเข้าป่า ขึ้น​​เขา​ไปจับปืน ​เพราะพื้น​ที่ข้างล่างไม่เหลือช่องว่างให้พวก​เขา​ได้ต่อสู้ในแนวทางประชาธิปไตย​ที่แท้จริง"

"แสดงว่า อนาคตข้าง หาก​ต้องเลือกข้างเข้าจริง ๆ​ นุ้ยก็คง​จะยืนอยู่​ข้างฝั่งโน้น...​ อย่างนั้น​ใช่ไหม?"

"ใช่" ผมตอบหนักแน่น "​แต่จริง ๆ​ แล้ว​การทำงานให้​กับพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่จำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องเข้าป่าขึ้น​​เขาเสมอ​ไป อยู่​ข้างล่างช่วย​เป็นหู​เป็นตา หรือไม่ก็คอยอำนวย​ความสะดวก​ให้​กับสหาย​ที่ลงมาเคลื่อนไหวใน​ที่ราบ ก็ถือ​เป็นการช่วยเหลือผลักดันภาระปฏิวัติ​ได้เหมือนกัน ​แต่มันอาจเสี่ยงลูกปืนมากกว่าอยู่​บน​เขาสักหน่อย​ ​เพราะโดดเดี่ยว ในขณะ​ที่พื้น​ที่ข้างล่างหูตาของฝ่ายอำนาจรัฐมากมาย​เหมือนตาสับปะรด จึงอาจพลาดท่าเสียที​ได้ง่าย ​ถ้าไม่รู้จักระมัดระวังตัว"

"หลายคนจึง​ต้องขึ้น​​เขา?"

"ใช่" ผมพยักหน้า "​แต่​ต้องถึงคราวจำ​เป็นจริง ๆ​ ​คือ-​ต้อง​เป็น ‘แดง’ จนไม่อาจปกปิด​ได้แล้ว​นั่นแหละ​ จึงควร​ที่​จะขึ้น​​ไปร่วมเคลื่อนไหว​กับพวกสหายในป่า"

"​แต่ท่าทางน้องหมอน ​จะไม่คิดเหมือนนุ้ย"

"นั่น​คือสิ่ง​ที่ผม​เป็นห่วง ​และ​กำลังคิดหาทางช่วยเหลืออยู่​"


อีกสองสามวัน​ต่อมา ผมชวนสาวบัวกลับมาหมู่บ้าน...​ ​ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสองคนไม่ต่างจากผัวเมีย​ที่อยู่​กินกันอย่างเปิดเผย ​ไปไหนด้วยกันเหมือนเงาตามตัว จนญาติพี่น้อง​ทั้งสองฝ่ายไม่รู้สึกแปลกใจ แม่​กับพ่อของผมก็วางเฉย ไม่ขัด ​และไม่ส่งเสริม ​แม้บางคืนสาวบัว​จะมาค้าง​กับผม​ที่บ้าน ท่าน​ทั้งสองก็ไม่ว่ากระไร

ผม​กับสาวบัวมาพักอยู่​​ที่หมู่บ้านสามสี่คืน แล้ว​ก็กลับ​ไปเหมือง ผมหยิบหนังสือธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาสใส่ย่าม​ไปฝากหญิงหมอนสองสามเล่ม ​ทั้งหมด​เป็นหนังสือชุดธรรมะ​กับการเมือง ​ที่ผมเห็นว่าเธอควร​จะ​ต้องเรียนรู้เสียก่อน ก่อน​ที่​ความรู้เกี่ยว​กับลัทธิการเมืองระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์​จะพุ่งเข้ามาหาเธอในอนาคตอันใกล้นี้...​ อย่างแน่นอน

ต้นเดือนพฤษภาคม 2519 ผมมีกำหนด​จะ​ต้องกลับ​ไปรายงานตัว ​และลงทะเบียนเรียนวิชาครูปีการศึกษา​ที่ 2 ​ที่ วค. ​ซึ่งก่อน​จะออกจากเหมืองสักวันสองวัน ผมก็​ได้สอบถาม​ความรู้สึกของหญิงหมอน​ที่มีต่อหนังสือธรรมะสองสามเล่ม​ที่ผมนำมาให้เธออ่าน ​เพราะอยากรู้ว่าเธอมี​ความคิดเห็นอย่างไร พอ​จะมองสังคมมนุษย์ในสภาพ​ที่ควร​จะ​เป็นบ้างหรือยัง?

"​เป็น​ไป​ได้ยาก" เธอตอบ "ฉันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อน​ไปข้างหน้ามากเกินกว่า​ที่​จะถอยกลับมาอยู่​ในระดับนั้น​​ได้แล้ว​ อิทธิพลของทุนนิยมสามานย์ครอบงำเสียจนไม่เหลือพื้น​ที่ว่างสำหรับผู้​ที่ยึดถือแนวทางนี้แล้ว​"

"นอกจากอำนาจปืนขับไล่นายทุน​และศักดินาให้หมดสิ้น​ไป- -ใช่ไหม?"

"ใช่!" หญิงหมอนพยักหน้าตอบรับทันที "​เมื่อวานฉันฟังบท​ความทางวิทยุเสียงประชาชน เรื่อง​ สองมือ​ใครสร้าง-สองมือ​ใครทำ แล้ว​รู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน...​ ​แต่ถึงอย่างไรก็ขอบใจนุ้ยมาก ​ที่เตือนสติ"

"ผมกลัวหมอน​จะผิดหวังภายหลัง"

"กลัวรบไม่ชนะหรือ?"

"นั่นไม่สำคัญ"

"แล้ว​​จะมีอะไร​ให้ผิดหวังอีกล่ะ ​ถ้าปฏิวัติสำเร็จ?"

"หมอน​ต้องกลับ​ไปอ่านหนังสือเล่มนั้น​อีกสักครั้งนะ" ผมชี้​ไป​ที่หนังสือ ‘ธัมมิกสังคมนิยม’ ​ที่วางอยู่​บนหิ้งไม้ไผ่ ตรงหัวนอนของผม "​เพราะคำสอน​ทั้งหมดมีอยู่​ในนั้น​...​ ​แต่​ต้องอ่านช้า ๆ​ อย่ารีบ ​ระหว่าง​ที่ผมยังไม่กลับ​ไปเรียนหนังสือ มีอะไร​สงสัยถามผม​ได้...​ ​แม้ผม​จะไม่แตกฉานถึงขั้นพหูสูต ​แต่ก็พอ​จะเข้าใจบ้าง อย่างน้อยก็เข้า​ความหมายของคำยาก ๆ​ บางคำ ​ที่หมอนอาจ​จะไม่เข้าใจ ​และตี​ความไม่ออก"

หญิงหมอนทำสีหน้าเบื่อ ๆ​ ​และพูดว่า "ไว้ว่าง​เมื่อไหร่ก็​จะอ่านอีกรอบ นุ้ยกลับ วค.ก็ไม่​ต้อง​เอากลับ​ไป ทิ้งไว้​ที่นี่แหละ​"

หญิงหมอนหมายถึงหนังสือ​ทั้งหมดนั้น​

ผมพยักหน้า ​และกำชับว่า

"ผมตั้งใจ​จะ​เอามาฝากหมอนอยู่​แล้ว​ ​แต่​ต้องพยายามหาเวลาอ่านให้​ได้นะ"

"รับรอง"

​เมื่อเห็นเธอรับคำหนักแน่น ผมก็รู้สึกโล่งใจมากทีเดียว





​เมื่อถึงวันเปิดภาคเรียน ผมก็จากสาวบัว​และ​เพื่อน ๆ​ ในเหมือง จากพ่อ แม่ ​และน้อง ๆ​ ​ที่บ้าน เดินทางสู้รั้วการศึกษาถิ่นเก่า...​

การกลับมารายตัวต่อสำนักทะเบียนฯในวิทยาลัยฯรอบนี้ ทุกสิ่งอย่างปรกติ นอกจากหมดสิทธิ์จับฉลากเข้าพักหอใน ​เพราะ​เขาให้สิทธิ์แค่ 2 ปี พวกเรียนต่อ ป.กศ.สูง หรือพวกเรียนเกินเหมือนผม ​ต้องออกมาหาหอพักเอกชนเช่าอยู่​ข้างนอก ข้าวปลาอาหารก็​ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่​ได้ผูกขาด​กับโรงอาหารของ วค. เหมือนครั้งก่อน ​เพราะ​เขาวางระเบียบในการให้บริการไว้แค่นั้น​ ​แต่ผมก็ทำใจ​ได้ ​เพราะรู้มาก่อนว่า​ต้อง​เป็นอย่างนั้น​...​

การเรียนก็ยังเรียนกันแบบเดินหาห้องเรียนเหมือนเดิม พอหมดชั่วโมง ก็ชักแถวเดินสับเปลี่ยนห้องเรียนกันให้วุ่น ​แต่ก็สนุกดี ​ที่สำคัญก็เท่า​กับ​ได้สับเปลี่ยนบรรยากาศ ​ได้เอ็กเซอร์ไซด์​ไปในตัว ลดอาการเบื่อหน่าย​ที่​ต้องนั่งติดอยู่​​กับ​ที่นาน ๆ​ ​เมื่อเดินสวนทางเจอ​เพื่อนร่วมรุ่น​ที่เรียนต่อระดับ ป.กศ.สูง ก็ทักทายพูดคุยกันด้วย​ความคิดถึง ​เพื่อนหญิง​ที่อยู่​ในชุมนุมดนตรีการละคร​ที่ผมเคยเลย​ให้ฟัง เจอหน้าผม​ที่ศูนย์ชุมนุมฯก็ว่า

"ดูซิ-หน้าตาเหมือนเปรต- - มึง​ไปทำอะไร​มา?"

"​เป็นคอมฯ" พูดแล้ว​ผมก็หัวเราะ ฮา ฮา

"ยัดแม่-ขืนทำปากดี​ไปเถอะ เ​ที่ยวนี้มีหวังโดนไล่...​ ​เขาไม่สั่งพักแล้ว​แหละ​"

"ว่า​แต่ ตอน​ที่กูไม่อยู่​ พวกมึง​ได้ออก​ไปเล่นละครข้างนอกกันบ้างไหม?" ผมถาม

"​ไปเล่น​กับผีนะสิ! ยัดแม่ มันหาว่าพวกเราในชุมนุม​เป็นคอมฯเหมือนมึงนั่นแหละ​"

"อ้าว!"

"ไม่อ้าว ไม่เอิ้ว อะไร​​ทั้งนั้น​ เฉพาะใน วค.ก็ไม่ค่อย​ได้เล่น ​เพราะมันออกกฎเข้มงวด ห้ามเล่นหรือแสดงบทพาดพิงเรื่อง​การเมือง...​ หัวทอ- มึงคิดดู มีสิ่งใดบ้าง​ที่ไม่เกี่ยว​กับการเมือง พวกกูเลย​แกล้งเล่นกัน​แต่เรื่อง​ระเด่นลันได​ทั้งปี...​ ยัดแม่ คิดถึงมึงชิบหายเลย​ว่ะ"

"​เป็นงัย- -บทกูเหมาะ​กับระเด่นระตูนักหรือ...​ หัวทอ-เอ้ย"

"ไม่ใช่ -- ​ถ้ามึงอยู่​ มึง​จะ​ได้โวยวาย งัยเล่า...​ คนอื่นโวยวายไม่แสบไส้เหมือนมึง" มันว่า "เอ้อ - แล้ว​พี่คนนั้น​ด้วย.. พี่โสภาส​ที่เขียนบทให้เราท่องกันบ่อย ๆ​ น่ะ ​ถ้าแกอยู่​ ก็คงน่าดูเหมือนกัน"

ผม​ได้ยินเธอกล่าวถึงพี่โสภาสก็ปิดปากเงียบ ไม่อยากให้มีการซักไซ้ไล่​ความต่อ จึงชวนเธอพูดคุยเฉไฉ​ไปทางอื่น พอหายคิดถึงเราก็แยกย้ายกัน​ไปตามห้องเรียนของตน


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3376 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน กล่อมหญิงหมอน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : อิติฯ [C-18035 ], [125.24.37.229]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๑.๐๐ น.


แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทิดอินทร์ [C-18037 ], [124.120.44.22]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๓.๑๖ น.

ผมนึกภาพบรรยากาศในสมัยนั้น​​ไม่ออก ​​แต่เรื่อง​​นี้​​โดยเฉพาะ บทเพลงทำให้ผมรู้สึก​​ได้ถึง​​ความสับสนวุ่นวายใน​​ความคิดทางการเมืองเลย​​ครับ​​ สมัยผม​​เป็นเด็กอยู่​​​​ที่เพชรบูรณ์ ​​แม้ว่าระยะทาง​​จะห่างไกลจากสมรภูมิ​​เขาค้อ ​​แต่กระนั้น​​ก็พอ​​จะมีโอกาส​​ได้ซึมซับ​​กับ​​ความคิดในระบบสังคมนิยม จนอดคล้อยตามประสาเด็กชาย​​ที่อ่อนต่อโลกไม่​​ได้ กระทั่งโตขึ้น​​มา อุดมการณ์บาง​​ส่วนก็ยังคงข้างคาอยู่​​ใน​​ส่วนลึกๆ​​ของ​​ความคิด ​​แต่ก็​​เป็นในแง่​​ความเท่าเทียมของชีวิตนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-18038 ], [110.49.205.4]
เมื่อวันที่ : ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๘.๔๙ น.

เล่าไว้ดีกว่าปล่อยให้สูญเปล่าครับ​​ผม

ขอขอบคุณ​​ทั้งสองท่าน​​ที่ติดตามให้​​กำลังใจ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : เด็ก [C-18039 ], [110.164.173.98]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ม.ค. ๒๕๕๔, ๐๐.๒๔ น.

โชคดีมาก​​ที่เกิดมา​​เป็นคนรุ่นหลัง
บ้านนุ้ยอยู่​​เหมืองทวดพอเคย​​ได้ยินเรื่อง​​คอมมาบ้าง
ยิ่งพอมาอ่านเห็นภาพเลย​​จริงจริงเลย​​คิดว่าโชคดีจัง​​ที่เกิดมารุ่นหลัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : นาม อิสรา [C-18040 ], [110.49.205.37]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ม.ค. ๒๕๕๔, ๐๘.๓๒ น.

เวลาเปลี่ยนแปลง บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง

คุณเด็กเหมืองทวด (ผมขอ'ญาตเรียกอย่างนี้) อาจนับว่าโชคดี​​แต่ก็เพียงการปฏิวัติมวลชนคราวนั้น​​- -​​ซึ่ง​​เป็นการต่อสู้​​ที่เปิดเผย รู้การสูญเสีย รู้จุดมุ่งหมายของการกระทำ หากเวลานี้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ใจคนเปลี่ยนแปลง

รู้หน้าไม่รู้ใจดั่งสำนวน​​กำลังภายในของโกวเล้ง

ผู้คนในสังคมกลับอมหิตเลือดเย็นยิ่งขึ้น​​ ​​ความเห็นแก่ตัวสูงขึ้น​​

ผมว่า ​​ถ้าไม่รู้เท่าทันอาจโชคร้ายกว่า​​เมื่อก่อนก็​​ได้นะครับ​​

​​แต่ก็โปรดอย่ามองว่าผมมองโลกในแง่ร้าย

​​เพราะผมมองตาม​​ความ​​เป็นจริง ​​และมองอย่างปลงสังเวช

จึงบังอาจสะกิดเตือนพอให้มีสติต่อสู้​​กับมันอย่างรู้เท่าทัน

เหมืองทวด​​กับบ้านส้องใกล้กันนิดเดียว...​​


ขอบคุณ​​ที่ติดตามอ่านนะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น