นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #28
พลอยพนม
...ภายหลังหน่วยจรยุทธ์ของสหายสุภาพถอน​กำลังออก​ไปแล้ว​ พวกเหมือง​ที่อยู่​ต้นน้ำก็หอบข่าวมาเล่าให้พวกเราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราว​กับเดินเหยียบรอยเสือ...

ตอน : ภาพที่สมบูรณ์

คลิกดูภาพขยาย

ภายหลังหน่วยจรยุทธ์ของสหายสุภาพถอน​กำลังออก​ไปแล้ว​ พวกเหมือง​ที่อยู่​ต้นน้ำก็หอบข่าวมาเล่าให้พวกเราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราว​กับเดินเหยียบรอยหมี รอยเสือ กลางป่า หญิงหมอนตาเบิกโพลงด้วย​ความสนใจ ​เพราะ​ที่ผ่านมาผม​กับสาวบัวปิดปากเงียบ

"พวก​เขาพูดอะไร​ให้ฟังบ้าง?" หญิงหมอนถามผู้เล่า​ซึ่ง​เป็นชายวัยกลางคน 2 คน แวะมานั่งกินหมากสูบยา​และพูดคุยตามประสาชาวเหมืองด้วยกัน ชาย​ทั้งสองบอกว่าไม่​ได้ซักถามกันกี่คำ ​เพราะดูเหมือนพวก​เขา​กำลังรีบ

"นึกว่า​เขาชักชวนพวกน้าให้เข้าคอมฯเสียอีก"

"ไม่หรอก" ชายคนหนึ่ง​พูด "ถามทุกข์สุขกันคำสองคำแล้ว​​เขาก็ขอตัว ​แต่ก็บอกว่าวันหลังค่อยเจอกันใหม่"

"​เขาพูดอย่างนั้น​จริงหรือ? ไอ้คล่อง" ลุงทองถาม "งั้นก็แสดงว่าไม่นานก็คงกลับมาอีก ดีเหมือนกัน กู​จะ​ไปดูหน้าพวกมันสักหน่อย​ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเห็นหน้าพวกคอมฯเลย​"

"มันก็คนเหมือนเรานี่แหละ​พี่ทอง" ชายคนชื่อคล่องพูด​กับลุงทอง "บางคนหน้าตาซีดเซียวเหมือนเพิ่งฟื้นจากไข้"

"เห็น​เขาว่าหน้าตามันดุเหมือนโจร" ลุงทองว่า

"โอ้ย ดุเดอะอะไร​กัน- -เท็จ​ทั้งเพ หล่อเหมือน​พระเอกหนังก็มี บางคนหน้าตายังเด็กอยู่​เลย​...​ ผิวขาวเหมือนลูกเจ๊ก...​ ฉันว่าเจ้าคนนั้น​อายุไม่น่าเกินสิบเก้า หรือยี่สิบ- - ประมาณน้องคนนี้แหละ​" ​เขาชี้มาทางผม ​และนิ่งมองผมครู่หนึ่ง​...​

ผมหัน​ไปสบตา​กับสาวบัว ก็พบ​กับร่องรอย​ความขบขันปรากฏอยู่​ในแววตานั้น​ ผมยิ้มให้หล่อน นึกขอบใจ​ที่เก็บ​ความลับไว้​ได้

การประโคมข่าวโจมตีลัทธิก่อการร้ายของวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ กระบอกเสียงของรัฐบาล มีขึ้น​ตลอดเวลาจนกลาย​เป็นเรื่อง​ฟุ้งเฟ้อ ทำให้สาวบัว​และ​ใครต่อ​ใครในเหมืองฟังกันจนชินหู ​และผิดหวัง​เมื่อ​ได้เจอของจริง ภาพบิดเบี้ยว​ที่ภาครัฐ​กำลัง​แต่งแต้มให้ดูน่ากลัว กลาย​เป็นสิ่ง​ที่น่าหัวเราะเยาะ​และพุ่งกลับ​ไปหาฝ่ายรัฐบาลทันที ​เพราะคอมมิวนิสต์ก็​คือบุคคลธรรมดาสามัญเหมือนอย่างเรา ๆ​ ไม่​ได้ดุร้ายเหมือนยักษ์มารหรือ​เป็นพวกอันธพาล​ที่ไหน แถมพูดจาสุภาพ มีสัมมาคารวะ ไม่มีข่มขู่หรือเกณฑ์บังคับเหมือนอย่างโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายรัฐบาล​แต่อย่างใด

หาก​แต่นั่น​เป็นสิ่ง​ที่ผมรู้สึกกังวลเหลือเกิน ดีไม่ดี​เมื่อหน่วยจรยุทธ์ชุดนั้น​ย้อนกลับมา...​ แล้ว​ผู้คนในเหมืองต่างพากันเข้าร่วม​กับพวก​เขาก็คง​จะยุ่งกันใหญ่

สาวบัวก็คงไม่ต่างจากผม ​เพราะบ่อยครั้ง​ที่ผมเห็นหล่อนพยายามพูดคุย​กับหญิงหมอนเกี่ยว​กับเรื่อง​นี้ ​ซึ่งดูเหมือนหญิงหมอนเธอ​จะสนใจ​เป็นพิเศษ เธอ​จะคอยติดตามข่าวการเคลื่อนไหวสู้รบของ​ทั้งสองฝ่ายอยู่​เสมอ ​และ​ที่สำคัญ​เมื่อยามปลอดคนเธอก็มัก​จะเปิดวิทยุเสียงประชาชน ​ซึ่ง​เป็นกระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ​ที่ส่งกระจายเสียงมาจากเมืองคุนหมิงในประเทศจีนฟังอยู่​บ่อย ๆ​

"น้องหมอนสนใจเรื่อง​การเมืองดีจัง" ผมพูด​กับเธอ "​แต่​ต้องระวังไว้บ้าง เผื่อคนอื่น​ได้ยินเข้า ​เขา​จะหาว่าเราฝักใฝ่"

"ฉันเพียงอยากรู้​ความจริงเท่านั้น​" เธอว่า "นุ้ยพอ​จะมี​ความรู้เรื่อง​คอมมิวนิสต์อยู่​บ้างไม่ใช่หรือ คุยให้ฟังบ้างสิ"

"แค่งู ๆ​ ปลา ๆ​" ผมพยายามออกตัว ​แต่ก็ไม่อยากขัดใจ "ว่า​แต่น้องหมอนอยากรู้เรื่อง​อะไร​เล่า?"

"ก็อยากรู้ว่า ทำไมถึง​ต้องมีพรรคคอมมิวนิสต์? พวก​เขามีดีอย่างไร?" หญิงสาวพูดขึ้น​อย่างสนใจ​ใคร่รู้ ​และตั้ง​ความหวัง...​ อย่างไรเสียผมคง​จะ​ต้องถ่ายทอด​ความรู้ให้เธอแน่ ​เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่อง​เสียหาย​ที่เธอ​จะ​ได้รับรู้พื้นฐานของสิ่งเหล่านั้น​เสียบ้าง อย่างน้อยก็เท่า​กับสร้างประสบการณ์ทาง​ความคิด ไม่​ต้องรอให้เธอ​ต้องขวนขวายใฝ่หาด้วยตนเอง...​ ​ซึ่งอาจ​จะดิ่งลึก​ไปกันใหญ่

​แต่ผม​จะยกย่องตนเอง​ได้อย่างไรว่า มี​ความรอบรู้อย่างลึกซึ้ง​กับลัทธิการปกครองระบอบนี้ ​เพราะจริง ๆ​ แล้ว​ผมเพียงแค่นักศึกษาวิชาครูคนหนึ่ง​​ที่ชอบเสาะหา​ความรู้ใส่ตน ลัทธิคอมมิวนิสต์ในกระบวนการใฝ่รู้ของผมอาจผิดแผก​ไปจากกระบวนการเสาะสัมผัสของพวก​เขาก็​ได้

ผมจึงรู้สึกหนักใจไม่น้อย ​แต่ใน​ที่สุดก็ตัดสินใจ​ที่​จะถ่ายทอด​ความรู้เหล่านั้น​แก่เธอ...​

" ​ถ้าอย่างนั้น​ก็ตกลง ผม​จะพูดให้ฟัง ​แต่ขอแบบคร่าว ๆ​ ก่อนนะ...​" จากนั้น​ผมก็คิดหาวิธีสาธยาย ​ที่คิดว่าน่า​จะรวบรัด​และเข้าใจง่าย เกี่ยว​กับ​ความ​เป็นมาของลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยเท่า​ที่ผม​ได้อ่าน​และศึกษาค้นคว้าจากตำรับตำรา​เมื่อครั้งเรียนอยู่​ วค.ปีแรกให้เธอฟังจนจบสิ้น

​เมื่อฟังผมพูดจนจบ กรามสองข้างของหญิงหมอนก็บดเข้าหากัน​เป็นสันนูน สายตาเหม่อลอยออก​ไปไกล

"แสดงว่ารัฐบาลของเรา​เป็นสุนัขรับ​ใช้อเมริกาจริง"

ผมสังเกตอากัปกิริยาของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงพูด​กับเธอว่า "​ถ้า​จะให้ดี น้องหมอนควรศึกษาระบอบการปกครอง​ที่เหนือกว่า ระบอบคอมมิวนิสต์ หรือ ระบอบประชาธิปไตย อย่าง​ที่​เป็นอยู่​ทุกวันนี้ควบคู่​ไปด้วย"

"ยังมีลัทธิการปกครองอย่างอื่น​ที่เหนือกว่าลัทธินี้อีกหรือ?"

"มีสิ" ผมพยักหน้า ​และบอกเธอว่า "​ถ้าสังคมมนุษย์ถูกปกครอง​โดยลัทธิ​ที่ว่านี้​เมื่อใด โลกก็​จะสงบ ไม่​ต้องรบราฆ่าฟันกันให้เดือดร้อนทุกข์ยากอย่างนี้หรอก แล้ว​โลกก็​จะเกิดสันติภาพอย่างถาวรขึ้น​มาทันที ​เพราะมนุษย์ทุกคนต่างก็​จะมีค่าตาม​ที่เกิดมาอย่างเท่าเทียมกัน ​คือ มีค่าในจิตสำนึกว่าทุกคน​เป็น​เพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน​ทั้งนั้น​ ​จะไม่เบียดเบียน​ซึ่งกัน​และกัน ​แต่​จะแบ่งปันกันด้วย​ความยุติธรรมในทุก ๆ​ ด้าน"

"ฉันไม่เคยรู้เรื่อง​นี้​กับ​เขาเลย​"

"อาจเคย​ได้ยิน ​แต่ไม่​ได้ใส่ใจต่างหาก ​เพราะคำสอนลัทธินี้ขาดการส่งเสริมจากรัฐบาล ​และถูกคัดค้านจากคอมมิวนิสต์ โดนเฉพาะพวกนักวิชาการ ​ซึ่งบางคนถึง​กับหาว่า​เป็นเรื่อง​เพ้อฝัน​ไปก็มี...​"

"จริงหรือ-นุ้ย?" หญิงหมอนจ้องหน้าผม "ลัทธิอะไร​อีกเล่า ​ที่เหนือกว่านั้น​"

"จริงล้านเปอร์เซ็นต์" ผมยืนยัน ​พร้อม​ทั้งบอก​ที่มา​ที่​ไปของลัทธิการเมือง ​และอุดมคติทางการเมืองในแนวทาง​พระศาสนา "มี​พระสงฆ์ผู้น่าเคารพเลื่อมใสท่านหนึ่ง​ ​ได้รวบรวมหลักคำสอนของพุทธองค์ใน​ส่วน​ที่เกี่ยวข้อง​กับการอยู่​ร่วมกันของมวลมนุษย์ ​เพื่อ​ความผาสุข​และสันติภาพอย่างถาวรเข้าไว้ด้วยกัน ​โดยท่าน​ได้ตั้งชื่อหัวข้อหลักธรรมนั้น​ว่า "ธรรมะ​กับการเมือง" รู้สึกว่า​​ที่บ้านผม​จะมีอยู่​สักเล่มสองเล่ม ประเดี๋ยวกลับ​ไปเ​ที่ยวนี้แล้ว​​จะ​เอามาให้อ่าน น้องหมอน​จะ​ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย จึง​จะเข้าใจหลักการ​เป็นอยู่​ของสังคมมนุษย์ตาม​ที่​เป็นจริง ​และควร​จะ​เป็น ​ได้อย่างถูก​ต้อง"

​เมื่อพูดผมจบ ผมก็ค่อยโล่งใจ ​ที่เห็นหญิงหมอนเธอให้​ความสนใจ​ใคร่รู้ ไม่แพ้เรื่อง​ราวเกี่ยว​กับคอมมิวนิสต์​ที่ผมเล่าอย่างรวบรัดจนจบ​ไปก่อนหน้านี้แล้ว​ ​แม้​จะกังวนอยู่​บ้าง ​กับ​ความยาก-ง่ายในเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้น​ ​ซึ่งเกรงว่าเธอ​จะตี​ความหมายคำบางคำไม่ออก ​เพราะหนังสือธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาสชุดนั้น​ ค่อนข้าง​จะมีศัพท์แสงทางการเมือง​และธรรมะชั้นสูงปะปนอยู่​ในเนื้อหาพอสมควร ผู้ผ่านการศึกษาระดับชั้นประถมปี​ที่ 7 อย่างหญิงหมอน คง​ต้องอาศัยพี่เลี้ยง จึง​จะสำเร็จประโยชน์จากการอ่าน​และเข้าใจ​ความหมายอย่างลึกซึ้ง

ผมจึงคิดหาพี่เลี้ยงให้เธอ...​ แน่ล่ะ นอกจากสาวบัวพี่สาวของเธอแล้ว​ ​จะ​เป็นคนอื่นไม่​ได้เลย​


บ่ายวันหนึ่ง​ หลังเลิกงาน ผม​กับสาวบัวชวนกัน​ไปอาบน้ำ​ที่ลำธารหน้าทับ เราผลัดกัน​ใช้หินน้ำนมก้อนขาว ๆ​ ขัดถูขี้ไคล​และฟอกสบู่ให้กันอย่างมี​ความสุข สายน้ำไหลซ่านซ่า สาวบัวมีสีหน้าอิ่มเอิบ ​และยิ้มเบิกบานตลอดเวลา ขณะ​ที่ผมกลับรู้สึกกังวน​กับการพยายามชักจูง​และเปลี่ยนแนว​ความคิดทางการเมืองของหญิงหมอนอยู่​ไม่คลาย จนทำให้หล่อนสงสัย

"กลัว​จะกลับ​ไปเข้าห้องเรียนไม่ถูกหรือยังไง?" สาวบัวพูดแล้ว​หัวเราะคิก ๆ​ "ตาลอยเชียว คิดอะไร​อยู่​หรือ บอกบัว​ได้ไหม?"

ผมเอื้อมมือขวาออก​ไปหมายคว้าหล่อนมากอด ​แต่ไม่สำเร็จ ​เพราะฟองสบู่ขาว ๆ​ เกาะติดตามเนื้อตัวหล่อนทำให้ลื่นจับไม่อยู่​ ผมจึงแก้เขินด้วยการวิดน้ำใส่ ​แต่สาวบัวก็สู้ยิบตา หล่อนวิดน้ำสาดกลับมาทางผมบ้าง เราสองคนจึงกลาย​เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ​ ​ที่เล่นสาดน้ำเข้าใส่กันอย่างดุเดือดเหมือน​เมื่อสมัยก่อน...​ กระทั่งเหนื่อยหอบ...​ซี่โครงพะงาบ ๆ​ ก็หยุดนั่งแช่น้ำ - -จ้องตากัน ผมจับมือสาวบัวขึ้น​มาประจงจูบ​ทั้งสองข้างด้วย​ความรัก​ใคร่ แล้ว​ชวนกันกระเถิบ​ไปนั่งบนก้อนหินใหญ่กลางลำธาร

เกลียวน้ำใส ๆ​ ไหลเชี่ยวลง​ไปด้านล่าง แลคดเคี้ยว​เป็นทาง​ไปท่ามกลางแมกไม้กอหญ้าสองริมฝั่ง ผีเสื้อสีสวยบินวาบวับอยู่​เหนือยอดไม้​และดอกไม่สีสวย เสียงน้ำไหลกระทบแก่งหินซ่านซ่า ลมเย็น ๆ​ โชยพลิ้ว พัดพากลิ่นพฤษชาติในป่าหอมอบอวล

ผมช้อนสาวบัวขึ้น​มานั่งบนตัก สอดมือสองข้างกอดรัดมิให้หล่อนดิ้นหนีหลุด​ไป​ได้

"กลับ​ไปเรียนหนังสือเ​ที่ยวนี้ ห้ามวอกแวกยุ่งเกี่ยว​กับเรื่อง​การเมืองอีกนะ" สุด​ที่รักของผมพูดขึ้น​เบา ๆ​ "บัวอยากอยู่​ใกล้ชิด​กับนุ้ยอย่างนี้เรื่อย​ไป"

"เช่นเดียวกัน" ผมก้มลงจูบแก้มหล่อนเสมือนให้คำมั่นสัญญา "​แต่ว่าต่อ​ไปนี้ ป่าดงแห่งนี้ต่างหาก​ที่น่า​เป็นห่วง"

"เรื่อง​คอมฯ นั่นหรือ?"

"ใช่" ผมตอบ "​ถ้าหากพวก​เขาเคลื่อนไหวปลุกระดม อย่างน้อยน้องหมอนคนหนึ่ง​ล่ะ​ที่มีสิทธิ์เอนเอียง​ไปทางฝั่ง​เขา"

"บัวก็สังเกตเหมือนกัน" สาวบัวถอนใจใหญ่ "หมู่นี้เห็นเธอชอบเปิดวิทยุจีนแดงฟังอยู่​เรื่อย นุ้ยเจอเหมือกันหรือ?"

"ครั้งสองครั้ง" ผมตอบ "​แต่ผม​ได้พยายามโน้มน้าวให้เธอเข้าใจ​ความจริงบางด้านของคนเราให้เธอรับรู้บ้างแล้ว​ ​แต่ไม่รู้​จะ​ได้ผลหรือเปล่า ​เพราะดูท่าทางเธอ​จะศรัทธา​เอามาก ๆ​ เลย​ทีเดียว"

"นั่นนะซี - - อ๋อ ​เป็น​เพราะเรื่อง​นี้ใช่ไหมเล่า ​ที่นุ้ยนั่งซึม​ไป​เมื่อตะกี้?"

"ผม​เป็นห่วง กลัวเธอ​จะด่วนตัดสินใจ​โดยไม่ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน"

"​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​ ก็คง​ต้องพาหนี" สาวบัวพูดขึ้น​มาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"หนี​ไปไหน" ผมว่า"หนีไม่พ้นหรอก!"

ผมพูดพลางเล่นพลางจริง ​และรู้สึกขบขัน​เมื่อนึกถึงบทหนังตะลุง ของหนังประเคียง ระฆังทอง ศิลปินของประชาชน ในหน่วยศิลปวัฒนธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตงานภาคใต้...​

แล้ว​ใน​ที่สุดผมก็ขับบทหนังตะลุง ‘หนีไม่พ้น’ ของท่านให้สาวบัวฟัง

สาวบัวนั่งฟัง...​ ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง...​อย่างถูกใจ

(ขอกราบคาระแด่ดวงวิญญาณศิลปินของประชาชน-นายหนังตะลุง อาจารย์ประเคียง ระฆังทอง กระผมพลอยพนม กราบขออนุญาตนำบทกลอนหนังตะลุงของท่านมาเผยแพร่ ​เพื่อ​เป็นเกียรติประวัติให้อนุชนรุ่นหลัง​ได้จดจำสืบ​ไป)


****************************************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3375 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน ภาพที่สมบูรณ์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-18023 ], [110.49.205.76]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๔, ๐๗.๔๘ น.

เดือนมกราคมถือ​​เป็นเดือน​​ที่มีฤกษ์มงคลค่อนข้างมากกว่าเดือนอื่น งานป้าย​​ที่ร้านของผมจึงมีล้นมือทุกปี ​​เป็นเหตุให้นิยาย"แล้ว​​​​จะหาว่าคุย"ตอนนี้โพสต์ล่าช้ากว่ากำหนด นอกจากนั้น​​ก็ไม่ทราบยังมี​​ความผิดพลาดหลงเหลืออยู่​​บ้างหรือไม่

ผมทบทวนรอบสองรอบแล้ว​​​​แต่ไม่เจอ ​​ซึ่งก็เชื่อไม่​​ได้ ​​เพราะเขียนเองอ่านเอง บางครั้งจึงอาจหลอกตาตนเองก็​​ได้

​​ถ้าหากท่านพบเจอกรุณาสะกิดเตือนด้วยนะครับ​​

ขอบคุณครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทิดอินทร์ [C-18025 ], [115.87.94.169]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๔, ๐๘.๔๐ น.

อยากฟังบทร่ายของหนังตะลุงแล้ว​​ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-18027 ], [110.49.193.170]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๔, ๑๒.๕๐ น.

อดใจรออีกนิดครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น