นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) #25
พลอยพนม
...ปีใหม่ชาวเหมืองออกจากป่า​ไปขายแร่ ​และหยุดพักผ่อนเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงกันข้างนอกจนป่าเงียบ หาก​แต่ผม​กับสาวบัวมิ​ได้ออกจากป่า​ไปร่วมสนุก​กับ​เขา...

ตอน : หอมกลิ่นสหาย

คลิกดูภาพขยาย

ปีใหม่ชาวเหมืองออกจากป่า​ไปขายแร่ ​และหยุดพักผ่อนเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงกันข้างนอกจนป่าเงียบ หาก​แต่ผม​กับสาวบัวมิ​ได้ออกจากป่า​ไปร่วมสนุก​กับ​เขา ​เพราะ​ความสุขจากการท่องเ​ที่ยวกรุงเทพฯ ยังไม่จางจากใจ พ่อ​กับแม่​และน้อง ๆ​ กระทั่งย่าของผม ​ซึ่งบัดนี้อายุเจ็ดสิบเก้าย่างแปดสิบ ​และญาติสนิทบางคน ผม​ได้ซื้อของฝากจากกรุงเทพฯให้​เป็นของขวัญ​และอวยพรล่วงหน้ากัน​ไปแล้ว​ ​พร้อม​กับบอกให้ทุกคนทราบว่าปีใหม่ผม​จะพักผ่อนเงียบ ๆ​ อยู่​ในเหมือง ​จะไม่กลับหมู่บ้าน

พวกญาติ ๆ​ หัวเราะ ฮา ฮา หาว่าผมติดสาวบัว ​ไปไหนไม่รอด ผมไม่โต้แย้ง ​ทั้ง​ที่รู้ว่าพวก​เขาเข้าใจผิด ​เพราะลึก ๆ​ แล้ว​ผมไม่มีอารมณ์สนุกสนานก็​เพราะปัญหาเรื่อง​การเรียนของผมต่างหาก ​ที่มัก​จะแอบมาเขย่าประสาทของผมให้สับสนวุ่นวายอยู่​เสมอ นอกจากพ่อ​กับแม่ก็ไม่มี​ใครล่วงรู้จิตใจผม​ได้ดีเท่า​กับสาวบัวเลย​

"ขากลับซื้อเหล้ามาฝากกูสักขวดสองขวดก็พอ" ผมบอก​เพื่อน ๆ​ ​และอวยพรให้พวก​เขากินเ​ที่ยวกันให้สนุก

"เอ็ง​จะ​เอาอะไร​บ้าง บัว?" บองหลาถามสาวบัว

"​จะให้ของขวัญหรือ?" สาวบัวยิ้มให้มัน "ขอสร้อยคอหนักห้าบาท​สักเส้นก็พอ"

"เปรต- - ขอจากผัวมึงโน่น" ไอ้บองหลาชี้มา​ที่ผม ​พร้อมต่อว่าสาวบัว "​เมื่อก่อนกูจีบทำ​เป็นไม่สน...​ ไอ้เปรตเอ๋ย"

ผม​กับสาวบัวหัวร่อก้าก ๆ​ ​พร้อมกัน

"ฉันกลัวตาย" สาวบัวเล่นมุข ​แต่ไอ้บองหลาตามไม่ทัน

"กูก็มีมือมีตีน มีปัญญาเลี้ยงมึงไม่ให้อดตาย​ได้แหละ​วะ" มันพูดหน้าตาเฉย

ไอ้หมึกยืนอยู่​ใกล้ ​ได้ยินไอ้บองหลาพูดอย่างนั้น​ ก็ยกเท้ายันหน้าแข้งผัวะเข้าให้

"หัวทอ - -ไอ้บัวมันกลัวบองหลาของมึงต่างหากโว้ย -- ไอ้เปรต ฮา ฮา โง่อยู่​​ได้"

คนปักษ์ใต้ชอบ​ที่​จะให้สมญานามอวัยวะเพศชายอันใหญ่โตว่า "บองหลา" ​ซึ่งผมก็ไม่รู้​ที่มา​ที่​ไปดีนัก เพียง​แต่สันนิษฐานว่า อาจ​จะเกิดจากการเปรียบเทียบ​ระหว่างลักษณะรูปร่าง​และ​ความดุร้ายของงูจงอาง​กับอวัยวะเพศชายของ​ใครบางคนก็​ได้

คนปักษ์ใต้เรียกงูจงอางว่า "บองหลา" ขนาดของงูบองหลา​เมื่อโตเต็ม​ที่​ทั้งใหญ่​และยาว-น่ากลัว

ไอ้บองหลา​ได้ยินไอ้หมึกพูดอย่างนั้น​ ก็นึกขึ้น​​ได้ มันอายหน้าแดง ​และรีบเดินหนี​ไปทันที


ขบวนชาวเหมืองเดินทางกลับ​ไปฉลองเทศกาลปีใหม่​ที่บ้านของตนกัน​เป็นแถว ลุงทอง ป้าพัว ​และหญิงหมอนก็​ไป​กับ​เขาด้วย เช้า​วันนั้น​ หลังจากขบวนชาวเหมืองพวกสุดท้ายเดินผ่านหน้าทับของเรา​ไปแล้ว​ ป่า​ทั้งป่าดูเหมือน​จะเหลือเพียง​ความเงียบเหงา คล้าย​กับว่า รอบ ๆ​ ด้าน​ที่ล้อมรอบตัวเราอยู่​ ช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน เราสองคนไม่ต่างจากมดตัวเล็ก ๆ​ ​ที่ไต่​ไปมาอยู่​ตามพื้นดิน ไม่​ได้มี​ความสำคัญหรือยิ่งใหญ่อะไร​นักหนา​กับ​ความ​เป็นมนุษย์ กระทั่งเกิดคำถามขึ้น​มาในใจว่า ทำไมบางครั้งเรากลับหลงลืมสิ่งนี้​ไปเสีย

ผมนั่งทอดอารมณ์ครุ่นคิดขณะสืบสายตามอง ป่าไม้ ทิว​เขา...​สีเขียวเข้ม เขียวอ่อน จนเลย​​ไปถึงสีฟ้าจาง ๆ​ ​ที่แลลิบ ๆ​ อยู่​ไกลโพ้น

"คิดถึง วค. อีกละซี" สาวบัว​ที่นั่งอยู่​ข้าง ๆ​ ถามขึ้น​ ​เมื่อเห็นผมนั่งเงียบ

"ไม่หรอก...​" ผมส่ายหน้า "​กำลังนั่งนึกว่า อนาคต​จะมีลูก​กับบัวซักกี่คนดี"

สาวบัวหลบตาลงต่ำ ​ความหมองเศร้าแล่นจับใบหน้าจนทำให้ผมตกใจฉุกคิด ​เพราะจริง ๆ​ แล้ว​ผมเพียง​แต่อยากนำเรื่อง​ขบขันมาหยอกเล่นกันให้หายกลุ้ม ​โดยไม่ทัน​ได้คิดว่าหล่อนเพิ่งสูญเสียเจ้าตัวน้อย​ไปไม่นาน คำพูดพล่อย ๆ​ ของผมจึงพุ่ง​ไปกระทบ​และสะกิด​ความสูญเสียของหล่อนสั่นไหวขึ้น​มาทันที

"ผมลืม​ไปนะ ผมขอโทษ...​"

หม้ายสาวส่ายหน้าพลางกระเถิบเข้ามาใกล้ ​และซบหน้าลง​กับอกผม

"บัวคิดถึงลูก...​"

"ผมก็คิดถึงเธอเหมือนกัน" ผมโอบกอดหล่อนไว้ในอ้อมแขน

"​ถ้าไม่ติด​ที่นุ้ยยัง​ต้องกลับ​ไปเรียนหนังสือ บัวก็อยาก​ได้สิ่ง​ที่​จะมาทดแทนเธอบ้างเหมือนกัน"

"มีเสียเลย​สักคน​เอาไหม?" ผมถามเบา ๆ​

"​ถ้ามี​ได้อย่าง​ที่นุ้ยคิด บัวก็คงไม่​ต้องคุมไว้หรอก" หล่อนพูด "ลูกทุกคนควรเกิดมา​เมื่อพ่อแม่มี​ความ​พร้อม บัวผ่านบทเรียนมาครั้งหนึ่ง​แล้ว​ บัวรู้ดี"

"สมมติว่าเรา​พร้อม" ผมหาเรื่อง​ชวนคุย "เรา​จะมีลูกกันสักกี่คนดี?"

​ที่รักของผมไม่ยอมพลัดตกหลุมพราง หล่อนขยับกายออกจากอ้อมแขนของผม​และจ้องสายตาขึ้น​มาประสาน ​แม้ภายในดวงตา​จะปราศจาก​ความคลางแคลง ​แต่ก็ยาก​ที่ผม​จะหยั่งถึง ตำรับตำรา​ที่เคยร่ำเรียน​แม้​จะมีบทหนัก ๆ​ อยู่​บ้าง ​แต่ผมก็สืบค้น​และทำ​ความเข้าใจ​ได้ไม่ยาก หาก​แต่แม่หญิงผู้นี้ผมยังฉงนฉงายอยู่​ ...​ยังมีอะไร​อีกหนอ? ​ที่ผมยังค้นหาหล่อนไม่เจอ

ผมยังจำวันแรก​ที่หล่อนก้าวย่างเข้าสู่ชีวิตผม​ได้ดี ณ ​ที่สายธารฉ่ำเย็นแห่งนั้น​...​ ​ความกำหนัดอันไร้ขีดบังคับของผม​คือสิ่งชักพา ​ความติดใจหลงใหลในเพศรส​คือ​กับดัก ​ทว่า​ความดีงามตลอดจน​ความเฉลียวฉลาด​ที่​ต้อง​กับจริตของผม ​คือซี่โตรวน​ที่หล่อนผูกล่ามผมไว้จนมิอาจดิ้นหลุด​ไป​ได้เลย​

"ท่าทางอีบัวมันเด้งดี ไอ้ผีนี้เลย​ติดใจจนโงหัวไม่ขึ้น​"

ไอ้บองหลาตั้งข้อสงสัยแบบคาดการณ์ ​พร้อม​กับตั้งสมมุติฐานขึ้น​มาหยอกล้อประสา​เพื่อนฝูงในวงสนทนา...​ หาก​แต่ใน​ที่สุดมันก็ผิดหวัง

"ยัดแม่ พูดเปรต ๆ​" ผมถีบน่องมันทีหนึ่ง​ ก่อน​จะโม้ให้ฟังว่า "เด้งดีกว่านี้กูก็เคยมาแล้ว​โว้ย ​ทั้งเด้ง​ทั้งดูดสารพัด...​ ​ถ้า​เป็นมึง- แม่-ง กูว่า คงหมอบราบคาบแก้ว ขนาดกราบตีนก็ยอม"

"ไอ้เปรต ของอร่อย-​ใครไม่ชอบบ้าง มึงอย่ามาขี้เท็จ" ไอ้บองหลาเถียงขึ้น​มาอย่างเ​คือง ๆ​

"ตั้งแต่กลับมาอยู่​เหมืองแร่ระยะหลัง ๆ​ นี้ กูเห็นมึงเดินตามก้นอีบัวต้อย ๆ​ เหมือนหมาผู้เดินตามหลังหมาตัวเมียทุกวัน...​ ฮา ฮา นี่แหละ​​เขาว่า อาดเหมือนหมาเดือนสิบ"

แถวบ้านผม​ถ้า​ใครโดนผู้อื่นสบประมา​ทว่าร่าน(อาด)เหมือนหมาเดือนสิบ ก็​ต้องพิจารณาตนเอง ​เพราะพฤติกรรมหมาเดือนสิบ ​คือพฤติกรรมของสุนัขติดสัดในฤดูผสมพันธุ์ เดิน​ไปไหนก็​จะเห็นพวกมันคลอเคลียกัน​เป็นคู่ ๆ​ หรือบางครั้งตัวเมียตัวเดียว​แต่มีตัวผู้ไล่ตาม​เป็นพรวน ผิดนักเจ้าพวกตัวผู้เหล่านั้น​ก็ต่อสู้แย่งชิงตัวเมียตัวเดียวกันฝุ่นตลบ นอกจากนั้น​ก็ยังมีพวก​ที่ติดเก้งกันอยู่​ตาม​ที่ต่าง ๆ​ ​เป็นคู่ ๆ​ ก็มีให้เห็น​ไปทั่ว

​เพราะฉะนั้น​​ถ้า​เป็นคนอื่น​ได้ยินไอ้บองหลาพูดเปรียบเปรยต่ำ ๆ​ ขึ้น​มาแบบนั้น​ ก็คงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ​แต่ผมกลับหัวเราะ ​เพราะผมไม่​ได้ติดสัด หากผมติดคุณค่าของผู้หญิงในอุดมคติ​ที่สาวบัวมีให้ผมต่างหาก

"ว่ายังไงครับ​​ที่รัก เรา​จะมีลูกด้วยกันสักกี่คนดี?" ผมเอื้อมคว้าสาวบัวกลับมากอด ​และพรมจูบ​ไปทั่วใบหน้าของหล่อนอย่างรัก​ใคร่ "ผมอยากให้วันนั้น​มาถึงเร็ว ๆ​"

"วันนั้น​​ต้องมาถึงแน่" หล่อนประคองใบหน้าผมไว้​กับมือสองข้าง ก่อน​จะก้มลงจูบเบา ๆ​ ​ที่แก้มผมบ้าง "บัว​จะ​ต้องมีลูก​กับนุ้ยแน่นอน"



เลย​เทศกาลปีใหม่ประมาณ 2 สัปดาห์ คณะสำรวจ​และศึกษาการพัฒนาลำน้ำคลองแสง ​ซึ่ง​เป็นสายน้ำ​ที่มีต้นกำเนิดจากผืนป่าเทือก​เขาภูเก็ต​เพื่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ​ได้ลงมือดำเนินการสำรวจ​และวางแผนกันอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง​

​เพราะเดิมที ปี พ.ศ. 2510 -- 2511 กรมชลประทาน​ได้เริ่มสำรวจ​และศึกษาเบื้องต้น ​โดย​ได้รับ​ความร่วมมือจากรัฐบาลประเทศฝรั่งเศสส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาปฏิบัติงาน ​เป็นลำดับแรก มาครั้งหนึ่ง​แล้ว​ ปี พ.ศ. 2515-2517 กรมชลประทาน​ซึ่ง​เป็นผู้ดำเนินการก็​ได้ส่งมอบรายงาน​ความเหมาะสมให้​กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ​เพื่อสานต่อโครงการ ​และทำการสำรวจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง กระทั่งปี 2519 ​ที่กล่าวถึง นี้ จึง​ได้เห็นแผนงาน​ที่​เป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น​มา

บ่ายวันนั้น​ คณะผู้สำรวจคณะหนึ่ง​ประกอบด้วยบุคคล​ที่​เป็นชายฉกรรจ์รวม​ทั้งสิ้น 13 นาย ​ได้ทำการสำรวจลำน้ำ​และสิ่งแวดล้อมข้างเคียง ทวนกระแสน้ำขึ้น​มาถึงเหมืองของพวกเรา ​พร้อม​กับอุปกรณ์​และเครื่องมือ​ที่​ใช้ในการสำรวจติดตัวกันมามากมาย​ ​ทั้งแผน​ที่ กล้องสำรวจ กล้องถ่ายรูป ตลอดจนโต๊ะ​และเก้าอี้สนามแบบพับเก็บ นำมากาง​เป็นสำนักงานชั่วคราว ​เพื่อทำการบันทึกสิ่งต่าง ๆ​ ​ที่ลานดินหน้าเหมืองของเรา

นายช่างสำรวจผู้ทำหน้า​ที่จดบันทึก รูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดเดินป่าทะมัดทะแมงเหมือน​พระเอกหนังซาฟารี ​ทว่าบุคลิกท่าทางของ​เขาค่อนข้างเงียบขรึม ขณะนั่งทำงานอยู่​บนโต๊ะสนาม ในง่ามนิ้วมือข้างซ้ายหนีบบุหรี่อยู่​ตลอดเวลา ​แต่ไม่ค่อย​ได้ยกขึ้น​สูบ คงปล่อยให้ขี้เ​ถ้าของมันงอกยาวเฟื้อยจนกระทั่ง​ต้องทิ้งก้นลงพื้น​ไปเปล่า ๆ​ ก็มี...​ ผมรู้ภายหลังว่า​เขา​เป็นเจ้าหน้า​ที่สำรวจของกรมป่าไม้ระดับผู้ช่วยป่าไม้เขต ​และ​เป็นหัวหน้าชุดสำรวจในคณะนี้

"มาตามทางเราเจอคอมฯสี่ห้าคน" ลูกน้องของ​เขาคนหนึ่ง​พูด​กับผม ​พร้อม​ทั้งล้วงเอกสาร​ซึ่ง​เป็นกระดาษโรเนียวเย็บมุมติดกันสามสี่แผ่นออกมาจากเป้หลังยื่นส่งให้ผม "คุณลองอ่านดู ไม่รู้ห่าเหวอะไร​ของมัน ​จะไม่รับ​เอามาก็กลัวมันยิงพุง ​แต่ละคนหน้าตาดุ ๆ​ ​ทั้งนั้น​ สะพายปืนอาก้าทุกคน"

สำหรับผู้คนแถวนี้ หรือ​แม้​แต่คณะสำรวจกลุ่มคงยังไม่คุ้น​กับคำว่า "คอมฯ" พวก​เขายังคงติดอยู่​​กับภาพนึกตามคำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล จึงพากันกลัว หาก​แต่ผมรับเอกสารเหล่านั้น​มาอ่าน​โดยไม่​ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือหวาดวิตก​แต่ประการใด ​เพราะเอกสารโฆษณาชวนเชื่อประเภทนั้น​เคยผ่านสายตาผมมาพอสมควรแล้ว​ แถวบ้านคุณตาของผม​ที่เวียงสระ​เขาเรียก "ใบปลิวคอมฯ" เนื้อหา​ส่วนใหญ่​เป็นการโจมตีรัฐบาล ​ทั้งเรื่อง​การบริหารงาน​ที่ไม่โปร่งใส ตลอดจน​ความสัมพันธ์​กับประเทศตะวันตกอย่างอเมริกา ​ซึ่ง​เป็นศัตรูคู่อาฆาตของพวก​เขา...​ บางครั้งก็ลาม​ไปถึงสถาบันเบื้องสูง ​ถ้าลดต่ำลงมา...​ ก็​เป็นปัญหา​ความขัดแย้งภายในพื้น​ที่​ที่พวก​เขาเคลื่อนไหว...​ ​ถ้าพวก​เขาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น​สำเร็จ ก็​จะโฆษณาป่าวประกาศถึงผลสำเร็จนั้น​ลงในใบปลิวดังกล่าว แปะติด​ไปทั่ว ตรงกันข้าม ​ถ้าไม่สำเร็จ ​เพราะปัญหาบางอย่างอิงอยู่​​กับอิทธิพลของฝ่ายรัฐ พวก​เขาเข้าไม่ถึง เนื้อหาภายในใบปลิวโฆษณาก็​จะ​เป็น​ไปในลักษณะโจมตีข้อบกพร่องในรูปแบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ชี้ให้เห็น​ความไม่เสมอภาค ​ความเลื่อมล้ำต่ำสูงของผู้คนในสังคมนั้น​ ๆ​ ให้เห็น​เป็นตัวอย่าง ​พร้อม​กับชี้นำถึงข้อแตกต่างในลัทธิการปกครองระบอบสังคมนิยมว่า ​จะปราศจาก​ความเหลื่อมล้ำ​ที่ก่อให้เกิดปัญหาเหล่านั้น​​ได้อย่างไร ​ทั้งหมดนี้​เป็นปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนแบบพื้น ๆ​ ไม่​ได้สลับซับซ้อน​แต่อย่างใด

"คุณเจอพวก​เขา​ที่ไหน?" ผมถามพนักงานสำรวจผู้นั้น​

"​ระหว่างบกพาน​กับจงโคร่ง" ​เขาตอบ

ป่าต้นน้ำคลองแสง​ที่เราเข้ามาอาศัยขุดแร่ทำเหมืองกันอยู่​นี้ อยู่​ทางซีกฝั่งตะวันออกของเทือก​เขาภูเก็ต ลำน้ำ​แต่ละสาย​ที่ไหล​ไปทางทิศตะวันออก ​และรวมตัวกันก่อนไหลลงสู่แม่น้ำตาปี​ที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น​ ทั่วทุกลำน้ำมีชื่อกำ​กับอยู่​​ทั้งสิ้น ตรง​ที่​ที่เราทำเหมืองอยู่​นี้ เรียกว่า"ทับปุด" พอเลย​​ไปอีกหน่อย​ ก็เรียกปากคลอง​เขายา ถัดจาก​เขายา ก็​คือบกพาน แล้ว​ก็จงโคร่ง ถัด​ไปก็...​ ปลายแสง คลองสก พนม ตาขุน พุนพิน ตามลำดับ

ใน​เมื่อคณะสำรวจชุดนี้​ได้พบเจอ​กับหน่วยจรยุทธ์ของ ทปท. ในพื้น​ที่ใกล้เคียง ก็แสดงว่าอีกไม่นานพวกสหายเหล่านั้น​ก็​จะขยายงานเคลื่อนไหวมวลชนมาถึงเราแน่

‘สนุกกันละเว้ยเ​ที่ยวนี้’ ผมคิดในใจ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-3371 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง แล้วจะหาว่าคุย (เหมืองป่าภาค 2) --Series
ชื่อตอน หอมกลิ่นสหาย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาม อิสรา [C-17980 ], [110.49.193.209]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ธ.ค. ๒๕๕๓, ๐๘.๑๙ น.

อ่านติด ๆ​​ ขัด ๆ​​ กันบ้างไหมครับ​​ ​​จะ​​ได้ปรับปรุงแก้ไข

ผม​​เป็นคนปักษ์ใต้ ชอบ​​ที่​​จะอ่านออกเสียง​​เป็นภาษาใต้ ​​ซึ่งมันก็ลื่นไหลดี ​​แต่เกรง​​เพื่อน ๆ​​ แฟน ๆ​​ ​​ที่อยู่​​ทางภาคอื่น​​จะไม่พลอยลื่นไหล​​ไป​​กับผมด้วย

ขอขอบคุณ​​ที่ติดตามอ่านนะครับ​​ ​​โดยเฉพาะแฟน ๆ​​ 20 ท่านแรกนี้​​จะ​​เป็นขาประจำ โพสต์แค่สองสามวันก็เห็นพวกท่านติดตามอ่านกันหมด

​​เป็น​​กำลังใจสำหรับผมอย่างเหลือหลาย

​​ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง​​ครับ​​ ​​เมื่อจบเรื่อง​​นี้ก็คงไม่แคล้ว​​ต้องคิดค้นหาเรื่อง​​ป่า​​เขาลำเนาไพรมาเล่าให้ฟัง(อ่าน) อีกเหมือนเคยนั่นแหละ​​ครับ​​ ​​เพราะผมมันลูกป่า ถึง​​แม้​​จะถือกำเหนิดขึ้น​​มาริมคอกควายชายทุ่ง​​ที่อำเภอเวียงสระ ​​แต่ก็มาเติบโตขึ้น​​ในป่า​​ที่อำเภอคุระบุรี ป่า​​ซึ่งขณะนั้น​​​(พ.ศ. 2499 - 2510) ยังเต็ม​​ไปด้วยสิงสาราสัตว์ เสือ หมี ช้าง อยู่​​ร่วมพฤกษ์ไพรเดียวกัน ดึกดื่นเดือนหงายพวกมันก็มาเดินเพ่นพ่านให้เห็นอยู่​​ข้าง ๆ​​ ชายคาเรือน

ยิ่งเสียงคำรนคำรามของพวกเสือในฤดูติดสัด(หน้าหนาว)ยิ่งไม่​​ต้องพูดถึง ​​แต่พวกเราชาวป่าฟังคล้ายเสียงดนตรีมากกว่า​​ที่​​จะกลัวมัน

หลังจากเหมืองป่าภาค 2 อวสาน เราก็คง​​จะ​​ได้ทัศนา​​พร้อม ๆ​​ กันแน่นอนครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อิติฯ [C-17981 ], [125.24.6.165]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ธ.ค. ๒๕๕๓, ๑๑.๕๗ น.

ยาวๆ​​​​ไปเลย​​พี่..อย่าพึ่งจบ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น